Headlight Magazine : community

General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:09:59

หัวข้อ: Review BMW 520d G30 ทดสอบ bmw 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:09:59
     สวัสดีเพื่อนๆสมาชิก Headlight mag ทุกท่าน นี่เป็นอีกครั้งที่ผมได้ใช้รถใหม่ ทดแทนรถเดิมที่เริ่มมีอายุ และเป็นธรรมเนียมที่ได้รถใหม่ แล้วก็อยากจะทดสอบ หาข้อดี ข้อเสียของมัน และ แบ่งปันความรู้ให้กับทุกๆท่านครับ
     เนื่องจากรถใหม่ในตลาดนั้นมีมากมาย ตัวเลือกตามงบก็มีหลายตัวอยู่ ถ้าไม่ตีกรอบไว้คร่าวๆ อาจจะเสียเวลาหา ดังนั้นรถใหม่ที่อยากได้จึงมีวัตถุประสงค์ตามนี้ครับ
     1.เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชิวิตประจำวัน ไม่ได้เน้นความแรงมาก
     2.ต้องขับสนุกและมีความสปอร์ตอยู่ในตัวเพราะเป็นคนชอบขับรถ แต่ต้องไม่ทิ้งความสบายเพราะมีครอบครัวแล้ว 
     3.ภายในต้องกว้างขวางพอควรเพราะมีลูกสองคน พี่เลี้ยงต้องนั่งตรงกลางได้หากใช้ car seat สองตัวด้านหลัง
     4.ไม่เอาไฮบริด โดยเฉพาะplug in เพราะไม่มีที่ชาร์จและกลัวจุกจิก
     5.ราคารับได้ ไม่แรงมาก
     6.ประหยัดน้ำมันพอควร
     ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ BMW ได้เปลี่ยนโฉม series 5 พอดี ซึ่งรุ่นใหม่ตอบโจทย์ทุกอย่างจึงตัดสินใจซื้อ และทำการรีวิว BMW 520d G30 คันนี้
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:11:04
     ก่อนที่ทำการรีวิวก็ได้ศึกษาหาข้อมูลมาบ้าง มีทั้งสื่อไทย และเทศ ได้ทำการทดสอบมาแล้วมากมายหลายคลิป แต่ยังไม่มีใคร รีวิวถึงศูนย์ ถึงการใช้งานระยะยาว หรือ การขับแบบสุดลิมิตในไทย รีวิวนี้ จึงจัดทำทั้งรีวิวการใช้งานอย่างละเอียด และในแง่การใช้งานระยะยาวด้วย ค่อยๆเก็บข้อมูลเรื่อยๆมาจนกระทั่งเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครั้งแรก จึงทดสอบในส่วนอัตราเร่งและความเร็วสุงสุดปิดท้ายครับ
     ในส่วนของสมรรถนะทั้งอัตราเร่งและช่วงล่าง นั้น ขอเปรียบเทียบกับรถที่ใช้อยู่ประจำคือ Toyota GT 86, Mercedes W211 E 240, mazda 3 โฉมปัจุบัน โตโยต้าalphard โฉมปัจุบัน minor change, s500e w222 กับรถที่เคยใช้มาคือ BMW 528i e 39  โดยมุมมองของผมจะเป็นมุมมองของคนที่ชอบขับรถ เร็วที่เน้นสมรรถนะเป็นหลักครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:12:17
ตำแหน่งการขับขี่
   รถที่ดีควรเริ่มต้นจากตรงนี้ เมื่อเปิดประตูออกมา G30 เป็นรถที่เข้าออก ลุกนั่งสะดวก มีระบบeasy entrance ช่วยยกพวงมาลัยขึ้นขณะเปิดประตู ตอนเข้าไปนั่งบนเบาะคนขับอาจติดเรื่องเสื้อด้านหลัง หรือ ขอบกางเกงด้านหลังครูดกับ ปีกเบาะด้านข้างได้เนื่องจากปีกเบาะค่อนข้างสูงตามสไตล์เบาะสปอร์ต
   เบาะสามารถ ปรับได้หลายทิศทาง ทั้งกระดก หน้า หลัง ปรับระดับสูง ต่ำได้ ปีกด้านข้าง ปรับความกระชับได้ พนักพิงศรีษะสามารถเลื่อนเข้าออกได้ ตัดปัญหาพนักพิงดันกระบาลไปได้เลย แต่ไม่สามารถปรับดันหลังได้ พวงมาลัยสามารถปรับได้ สี่ทิศทาง ขึ้นลง เข้า ออก หาตัว และสามารถเซฟเมมโมรี่ไว้ได้สองตำแหน่ง (เดิมใน E39 มีสามตำแหน่ง) แต่อย่างไรก็ตาม หากเซตกุญแจไว้กับตำแหน่งการขับขี่แล้ว หากเปลี่ยนกุญแจเข้ามาจะเปลี่ยน profile คนขับ และ สามารถเพิ่มตำแหน่งเมมโมรี่ เบาะตามที่บันทึกไว้กับกุญแจนั้นๆ
   เมื่อเข้ามานั่งแล้ว ตำแหน่งการขับขี่ถือว่าทำได้ดี หากปรับเบาะตามตำแหน่งที่ถูกตามหลักการแล้ว ( ศีรษะอยู่ห่างจากหลังคา1ฝ่ามือ เข่างอเล็กน้อยเมื่อเหยียบเบรกสุด และ ข้อมืออยู่พอดีพวงมาลัยตำแหน่ง 12 นาฬิกา ) ตำแหน่งพวงมาลัย คันเร่ง เบรก จะอยู่ในตำแหน่งที่พอดี ระยะห่างระหว่างเบรกกับคันเร่งกำลังดี คันเกียร์อยู่ในตำแหน่งที่จับถนัดมือ เรียกได้ว่า ออกแบบสำหรับนักขับตามมาตรฐาน BMW แต่สำหรับผู้ที่ชอบนั่งเบาะเตี้ยๆเช่นผม อาจเจอปัญหาเรื่อง พวงมาลัยปรับลงได้ไม่มากเมื่อเทียบกับเบาะที่ปรับได้เตี้ยสุดๆ ถ้าพวงมาลัยปรับลงได้มากกว่านี้สักหน่อยก็คงจะดี
   ข้อเสียสำคัญที่สุด ที่เป็นจุดที่เกือบจะตัดคันนี้ออกจากตัวเลือกคือ ที่ดันหลังไม่สามารถปรับได้ สำหรับผมนั่งขับสั้นๆอาจไม่เท่าไหร่ แต่ถ้านั่งนานๆ ตรงจุดนี้เบาะมาตรฐานอาจจะดันหลังมากไปทำให้เกิดความเมื่อยล้าเหมือนต้องแอ่นหลังอยู่ตลอด  จริงอยู่รุ่นนี้ถ้าเทียบกับ 530 e  มันอาจจะเป็นรุ่นออพชั่นน้อยกว่า แต่ออพชั่นพื้นฐานแบบนี้กลับตัดออก และเป็นสิ่งที่แก้ไขภายหลังไม่ได้ ตรงจุดนี้อยากฝากถึง BMW Thailand ด้วยว่าอย่าพลาดกับจุดเล็กๆน้อยๆกับluxury car อย่างนี้เลย
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:16:11
บรรยากาศและความสะดวกสบาย
   เมื่อเข้ามาตอนกลางคืน จะพบกับ บรรยากาศสไตล์ BMWแนวโมเดริน สิ่งที่ประทับใจคือ สามารถเปลี่ยนสีไฟในรถได้ หลาย เฉดสี ตอนแรกผมคิดว่าเป็น ออพชั่นที่สิ้นเปลือง แต่พอใช้ไปนานๆ ได้เปลี่ยนไปหลายๆสี ผมว่ามันก็เป็นออพชั่นที่ดีเหมือนกัน เพราะสามารถเปลี่ยนได้ตามอารมณ์ที่เราต้องการ และทุกสีก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน ช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ได้อีกไม่น้อย โดยสีที่มีมาก็จะมี  6 สี คือ บรอนซ์ ส้ม เขียว น้ำเงิน ขาว และ ม่วง  ดูรวมๆแล้วสวยทุกสีครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:19:03
สีอื่นๆ และ บรรยากาศตอนเปิดไฟ
หัวข้อ: Re: Review BMW 520d G30 ทดสอบ520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:22:26
เบาะนั่งด้านหลัง ยังมีเอกลักษณ์ของBMW ตั้งแต่เป็น e39 คือ จะโอบกระชับด้านข้าง เน้นความยาวของเก้าอี้หลังจนเกือบถึงข้อพับเข่า ถึงแม้ทำให้ leg room ลดลงไปบ้าง แต่นั่งนานๆ แล้วสบาย  สามารถนั่งได้พอดีๆ หากผมที่สูง 170 ซม เมื่อปรับเบาะหน้าจนพอดีแล้วย้ายมานั่งเบาะหลัง จะมีที่เหลืออยู่ระหว่างเข่ากับเบาะหน้า ประมาณ 2 กำมือ  เก้าอี้ด้านหน้าแม้ว่าปรับค่อนข้างเตี้ยแล้วแต่สามารถสอดเท้าจากด้านหลังเข้าไปได้ลึก ทำให้มีleg room กว้างพอสมควร
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:23:45
สำหรับผู้ที่ใช้รถคันนี้เป็นรถครอบครัว ผมได้ทดสอบ การวางคาร์ซีทดังรูป สำหรับบ้านที่มีลูกสองคน สามารถวางคาร์ซีทได้สองตัวและให้คนนั่งตรงกลางได้แบบเบียดๆเล็กน้อย แต่ไม่อึดอัดถึงขนาดเดินทางไกลไม่ได้ มีisofix เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งทำให้การใส่คาร์ซีทเป็นเรื่องง่าย อย่างไรก็ตามเบาะหลังรุ่นนี้ ไม่สามารถพับเพื่อขนของใหญ่ๆ เช่นจักรยานได้ อาจไม่ถูกใจสายปั่นอยู่บ้าง นอกจากนี้ยังมีม่านสำหรับบังแดด แอร์ คู่หลัง(แต่ไม่มีส่วนที่ควบคุมหรือจอ)
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:25:57
มี isofix ชีวิตพ่อลูกอ่อนง่ายขึ้นเยอะ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:29:37
การเก็บเสียง
   ตรงนี้เป็นจุด ไฮไลท์ที่สำคัญของรถคันนี้ก็ว่าได้ คือ เงียบ และนิ่ง ขับเร็ว 120 กม/ชม เหมือนขับ ซัก 60-80 กม/ชม ถ้าไม่เหลือบดูเข็มวัดความเร็วบ่อยๆ ล่ะก็มีสิทธิ์ ที่จะเผลอเหยียบไปถึง 140-160 กม/ชม ได้อย่างง่ายดาย  เสียงลมจะเริ่มเข้ามาหลังความเร็ว 160 ซึ่งบุคลิกแบบนี้ ทำให้นึกถึง e 39 เมื่อ 20 ปีก่อน ที่เหยียบเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยรู้สึกว่าเร็ว
   จุดที่เป็นข้อเสีย เมื่อเทียบกับรถไฮบริด ก็คือ ความนิ่ง เงียบ ไหลลื่น ลักษณะแบบเครื่องยนต์เบนซิน จริงอยู่ถึงแม้เสียงลมจะเงียบแต่ก็ ยังได้ยินเสียงเครื่องยนต์ค่อนข้างชัดและ ความสั่นสะเทือน ทั้งรอบเดินเบา และ รอบใช้งานยังมีให้รู้สึกอยู่ ซึ่งคนส่วนใหญ่อาจไม่ซีเรียส อย่างภรรยาที่มานั่งแล้วผมถามประเด็นนี้เค้าบอกไม่รู้สึกสั่นอะไรเลย
         แต่สำหรับผม ผู้ที่ชื่นชอบความลื่นไหลของเครื่องยนต์ การลากเกียร์และฟังเสียงหวานๆเพราะๆของเครื่องยนต์ช่วงรอบสูงๆของเครื่องเบนซินกลับรรู้สึกว่าเสน่ห์บางอย่างมันขาดหายไป ตรงประเด็นนี้ใครจะซื้อจริงๆ ให้ไปลองขับดูก่อนครับ

อุปกรณ์ต่างๆ
   เครื่องเสียงและความบันเทิง เครื่องเสียงที่ให้มานั้น เท่าที่ลองฟังดูกลับไม่ได้ประทับใจอะไร เสียงเบสมีพลัง เพียงพอแต่เสียงกลางกับเสียงแหลมยังขาดรายละเอียด แต่ถ้าคนไม่ได้จริงจังกับเครื่องเสียง น่าจะมีความสุขกับมันแน่นอน แต่สำหรับคนที่เล่นเครื่องเสียง อาจไม่พอกับเสียงที่ยังขาดรายละเอียดไปสักหน่อย อาจจะแก้ไขได้โดยเลือกไฟล์ต้นกำเนิดคุณภาพดีอาจทำให้รายละเอียดดีขึ้นมาบ้างเลี่ยงการฟังผ่านblue tooth 
     จุดที่ชอบมากๆของG30 คือ มันสามารถอัดเพลงใส่ฮาร์ดดิสก์ที่อยู่ในรถได้ ทำให้มีความสะดวกสบายในการเลือกเพลง ลองคิดดูสมัยก่อน ต้องคอยมานั่งเปลี่ยนแผ่นเพลงที่เราชื่นชอบ จากซีดี แต่เดี๋ยวนี้เอาแผ่นซีดีหรือ MP 3ที่ชื่นชอบจากthumb drive มาให้ดูดลงฮาร์ดดิสก์ แล้วจะกลับมาเล่นเมื่อไหร่ก็ได้ เพียงแค่เลือกจากi drive แค่นี้ก็จบแล้ว ระบบนี้ยังสามารถเลือกลบเพลงบางเพลงออกได้ และ สามารถตั้งชื่อไฟล์ใหม่ได้ด้วย
   Infotainment system ต้องยอมรับจริงๆ ว่าระบบ idrive ที่ได้รับการพัฒนามานานนั้นใช้งานได้ง่ายกว่าของเบนซ์มาก มีหน้าจอให้แบ่งครึ่งให้ดูว่าหากเราเข้าโปรแกรมไปแล้วหน้าจอถัดไปจะมีตัวเลือกอะไรบ้าง การตอบสนองที่ดีและเร็วทำให้การใช้งานเป็นเรื่องสนุก ส่วนระบบ gesture control ตอนแรกคิดว่าไม่จำเป็น ไร้สาระ แต่พอใช้ไปนานๆ ในเรื่องการปรับเสียง การรับสายโทรศัพท์ต่างๆ ชักชิน และใช้ได้ดีพอสมควร จะติดตรงการใช้นิ้วปรับเสียงทำได้ไม่ละเอียดพอ คือพอจะเพิ่มเสียงก็กลายเป็นดังไปเลย 
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:31:52
     กุญแจ มีกุญแจแถมมาให้สามดอก หนึ่งในนั้นจะเป็น display คือ สามารถดูสถานะรถยนต์ได้ เช่น การปิดหน้าต่าง ระยะทางที่วิ่งได้ จุดที่ตกม้าตายสำหรับรุ่นนี้คือ ไม่มี wireless charger ในรถและการชาร์จจากสายusb นั้นต้องทำการแกะฝาปิดที่แสนเล็กและแกะยาก จากนั้นจึงต้องต่อสายชาร์จ สุดท้ายต้องจบที่การซื้อ wireless charger มาชาร์จที่บ้านแทน  อยากจะแนะนำว่า รถราคาขนาดนี้แถมมาได้ก็แถมมาเถอะ อย่าให้ลูกค้าต้องลำบากเลย  ส่วนdisplay key ที่เมืองนอกสามารถถอยเข้าจอดได้ เมืองไทยยังทำไม่ได้นะครับ
     กล้องบันทึกจราจร สามารถติดเพิ่มทีหลังได้เช่นกัน แต่ราคาก็แรงพอควร เมื่อต่อคอมพ์สามารถดูได้ทั้งหน้าและหลังพร้อมพิกัด GPS เลย ถ้าเป็นรุ่นใหม่ๆจะได้กล้องจราจรที่สามารถต่อ wifi ดูได้จากจอโทรศัพท์เลย
    แอร์  เป็นจุดที่ชื่นชอบอีกหนึ่งจุด ของรถคันนี้ คือ สามารถปรับความแรงของพัดลมแอร์แยกจากกัน ซ้าย ขวาได้ และสามารถตั้งอุณหภูมิแยกกันได้อย่างอิสระ สะดวกในการใช้งานมาก
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:34:09
ทีเก็บของด้านหลัง
   ที่เก็บของด้านหลัง มีขนาด530ลิตร สามารถใส่car seat ได้ถึง สองตัว สบายๆ เมื่อฝาท้ายเปิดเข้าออกสะดวก ตามสไตล์ BMW คือสามารถใช้เท้ายื่นไปใต้กันชนเพื่อเปิดฝาท้ายได้ ลักษณะช่องเก็บของจะค่อนข้างลึก แต่ แคบ นอกจากนี้พื้นยังไม่เรียบคือ มีบุ๋มตรงกลาง ซึ่งตรงนี้เมื่อเทียบกับ W211 นั้นที่เก็บของใช้งานได้สะดวกกว่า แต่ในเรื่องความจุนั้นไม่ต่างกันเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังมีช่องเก็บของเล็กๆน้อยๆด้านข้าง พอสำหรับใส่คู่มือไว้ได้พอดีๆ และมีชุด คิท สำหรับปฐมพยาบาลไว้ด้วย ถ้ามีปุ่มปิดอัตโนมัติมาให้น่าจะสะดวกไม่น้อย
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:36:04
การขับขี่โหมดต่างๆ  มีการขับขี่สามโหมดคือ
      Standard ทุกครั้งที่สตารท์ จะกลับมาอยู่ในโหมดนี้ จอจะแสดงความเร็วตามมาตรฐาน ไม่สามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้ เปลี่ยนเกียร์เร็ว เน้นความประหยัด จุดที่น่ารำคาญก็คือ ต้องคอยปิด ระบบ start/stop ทุกครั้งไป จริงอยู่ว่าระบบนี้ดี ช่วยประหยัดน้ำมันในเมืองหนาว เพราะเวลารถติดเครื่องก็ดับได้ยาว แต่สำหรับเมืองร้อนอย่างประเทศไทย ดับได้ทีละ 10-20 วินาทีในวันร้อนๆนั้นแทบไม่ได้ช่วยเรื่องประหยัดน้ำมันเลย และในสภาพการจราจรที่ไหลๆสลับหยุด การที่เครื่องติดทีละ 5-10 วินาทีแล้วสตารท์ใหม่นั้น ไม่สนุก อยากให้มีระบบที่สามารถตั้งให้ปิดอัตโนมัติทุกครั้ง จะได้ไม่ต้องเสียเวลาปิดเอง
      Sport โหมดนี้หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นอีกแบบ มีการแสดงตัวเลขความเร็ว และ มาตรวัดต่างๆจะหยาบขึ้นเพื่อให้โฟกัสอยู่กับการขับขี่ การเปลี่ยนเกียร์จะช้าลง มีการลากเกียร์ โดยเฉพาะในย่านความเร็วสูง เกียร์จะค้างไว้ที่เกียร์ 6-7 เพื่อเลี้ยงรอบไว้ โหมดนี้สามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัย การเปลี่ยนเกียร์ได้
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:40:19
     Ecopro  โหมดนี้จะใช้หน้าจอสีฟ้า แสดงระยะเวลาที่เครื่องดับจากระบบ start/stop  จะมีการให้ตั้งค่าspeed warining ตั้งแต่ 80-130 กม/ชม เพื่อความประหยัด  แอร์จะร้อนขึ้นเพราะลดการทำงานของcompressor  ระบบไล่ฝ้ากระจกมองข้างจะถูกปิด และระบบ coasting คือปล่อยไหล ไร้แรงหน่วงจากเครื่องยนต์เพื่อให้รถวิ่งได้ไกลมากที่สุด การขับขี่จะใชเกียร์สูงกว่าปกติ และเรียวแรงจะน้อยกว่าปกติ เหมือนถูกลิมิตเครื่องยนต์ไว้ โดยส่วนตัวหลังจากได้ทดสอบความประหยัดของรถคันนี้แล้ว คิดว่าโหมดนี้แทบไม่มีความจำเป็นเลยเนื่องจากลำพัง โหมดstandard ก็ประหยัดสุดๆอยู่แล้ว
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:47:54
การขับขี่และช่วงล่าง ยาง เบรก
   จุดเด่นที่สำคัญของรถคันนี้คือเรื่องนี้แหละครับ เมื่อขับทั่วไปในเมือง ผ่านรอยต่อต่างๆ มีความนุ่มนวลอยู่พอสมควร แต่เมื่อเทียบกับ BMW e39 ที่เคยใช้มาก่อน รู้สึกว่า “การเก็บรายละเอียด” ยังสู้ไม่ได้ ทั้งนี้อาจเกิดจาก ยางrun flat ที่แก้มแข็งขึ้น และ ล้อขอบ18 ที่ใหญ่ขึ้น ตามยุค ตามสมัย ถ้าพูดถึงเรื่องความนิ่มนวลอาจไม่ได้นิ่มนวลสุดๆ เมื่อเทียบกับ S500e แต่มีความเป็นธรรมชาติมากกว่า คือ ผ่านอะไรก็รู้สึกอย่างงั้น ไม่หลอกๆเหมือนรถที่ใช้ช่วงล่างถุงลม
   ล้อ18 ที่ติดรถมาอาจดูไม่ได้สวยเต็มเท่าไหร่ แต่เหมาะอย่างยิ่งกับถนนเมืองไทย จากการใช้งานจริงเคยตกหลุมที่มองไม่เห็นตอนกลางคืนครั้งนึง คิดในใจว่าถ้าเป็น w222 ล้อ20 นิ้วคงคดไปแล้วแน่ๆ แต่ล้อขนาดนี้มียางที่หนาจึงไม่มีอาการคดใดๆให้เห็น และยังนิ่มนวลพอสมควรด้วย

   การเกาะถนน  การขับขี่ทั่วๆไป เช่น โค้ง ทางด่วนที่ขึ้นจากพระโขนงมุ่งหน้าไปรามอินทรา Toyota 86 ขับได้ประมาณ 80 ส่วนคันนี้ ขับเข้าไปได้ 70 กม./ชม  กว่าโดยไม่ออกอาการอะไรเลย
         บ่อยครั้งเช่น โค้งลงทางด่วน พระรามหก จากทางที่มุ่งหน้าแจ้งวัฒนะขับลงไปได้ถึง 70 กม./ชม หรือโค้งขึ้นทางด่วนจากพระรามหกข้ามคลองประปาขึ้นเพื่อไปดาวคะนอง ก็สามารถแซงคันอื่นๆในโค้งได้อย่างมั่นใจ จุดที่ประทับใจอีกเรื่องคือ ความรู้สึกเวลาเข้าโค้ง แทบไม่มีอาการโคลงจากการถ่ายน้ำหนักเลยและในขณะเดียวกันช่วงล่างก็ไม่ได้แข็งจนเกินไป
      ช่วงความเร็วสูง มากกว่า 160 กม./ชม ที่เป็นจุดที่วัดความมั่นใจของช่วงล่างได้เป็นอย่างดี ยังให้ความมั่นใจได้อยู่ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักพวงมาลัยที่ตึงมือพอดีๆ และช่วงล่างที่ยังเอาอยู่ กับสถานการณ์แบบนี้ไม่มีอาการเซส่ายไปตามแรงลม หรือความรู้สึกลอยๆ หวิวๆ
   แม้กระทั่งการทดสอบหาความเร็วสูงสุด ช่วงทางด่วนอุดรรัถยา เนื่องจากลักษณะทางด่วน เป็นทางราบยาวๆที่ขั้นไว้ด้วยสะพาน ดังนั้นจึงต้องลงสะพานมาด้วยความเร็ว และเมื่อถึงความเร็วสูงสุดแล้วก็ต้องรีบเบรกเพื่อไม่ให้รถลอยระหว่างขึ้นไปอีกสะพาน  ตรงจุดนี้จากความเร็วสูงสุดที่ทำได้คือ 231 กม./ชม ก็ยังสามารถจับพวงมาลัยมือเดียวสักพักแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ หลังจากนั้นกดเบรกเต็มที่ เพื่อขึ้นอีกสะพานช่วงล่างก็สามารถรับมือกับรอยต่อสะพานที่ความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ 
   โดยสรุป ผมประทับใจกับช่วงล่างรถคันนี้มาก คือ มันสามารถส่งผ่าน DNA ของ BMW จากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างน่าประทับใจ มีทั้งความนิ่มนวลและเกาะถนนแบบเป็นธรรมชาติ ทั้งๆที่สองอย่างนี้ไม่น่าจะไปด้วยกันได้  นี่น่าจะเป็นมาตรฐานที่ดีของ รถในsegment sport luxury car ถ้าคุณชอบเล่นโค้ง หรือ ชอบการทรงตัวที่ดีใจช่วงความเร็วสูง การเซ็ทช่วงล่างแบบนี้คือคำตอบ  หากเทียบกับบรรดารถที่เคยขับมาฟิลลิ่งของรถคันนี้จะใกล้เคียงกับ BMW e39 มากที่สุดครับ ความรู้สึกจะคล้ายๆกับเจอแฟนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน แต่ g30 จะแข็งกว่าหน่อยน่าจะเป็นพราะใช้ยางrun flat

   เบรก ถึงแม้จะให้เบรกหน้ามาแค่สองพอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำหนัก การหน่วงตามแรงกด หรือแม้กระทั่งช่วงลดความเร็วจากความเร็ว230 จนมาถึง 120กม./ชม ก็ยังให้ความมั่นใจได้ดี ไม่มีอาการเฟด หรือ เอาไม่อยู่ให้เห็น เทียบความรู้สึกกับตัว S500e พูดตรงๆว่าที่ความเร็วสูง G30 กับให้ความมั่นใจเรื่องเบรกได้มากกว่า

   ยาง ยางที่ใช้ เป็น piralli centurino ให้ความไว้ใจได้เรื่องการเข้าโค้ง และการเบรก ตั้งแต่ขับมาบนถนนยังไม่เคยทำมันร้องเลยสักครั้ง เกาะถนนดีจริงๆ เมื่อขับกลางฝน ต้องรีดเจอแอ่งน้ำที่ความเร็ว 110 กม/ชม ก็ไม่มีอาการเหินใดๆ ให้เห็น

   พวงมาลัย ให้การสื่อสารที่ดี คือ เวลาขับจน understeer(รายละเอียดในpart driving on limit) น้ำหนักก็จะเบาลงเล็กน้อย เมื่อผ่านรอยต่อ หลุมบ่อบนถนนต่างๆ ก็รายงานรายละเอียดต่างๆให้พอเป็นพิธี ไม่เก็บทุกเม็ดเหมือน 86 ซึ่งก็ถือเป็น ครรลอง ตามรถsport luxury
   หากจะมีข้อติ ก็คือ พวงมาลัยในโหมด มาตรฐาน อาจจะมีน้ำหนักเบาไปหน่อยไม่ว่าเป็นตอนขับในเมืองหรือเดินทางไกล ซึ่งในโหมดมาตรฐานนั้น ไม่สามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้ แต่ในโหมดอื่น เช่น โหมด สปอร์ตหรือ eco pro สามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้ แต่ก็มีปัญหาคือ ต้องกดเปลี่ยนโหมดทุกครั้งหลังจากที่สตาร์ทเครื่องและ หน้าจอแสดงผลของโหมดสปอร์ตก็ดูยากไม่เหมือนโหมดมาตรฐาน ดังนั้นหากแก้ไขให้โหมดมาตรฐานสามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้จะดีมากๆ

   เกียร์ เมื่อเทียบกับเกียร์เบนซ์ที่ต้องเข้าตรงก้านพวงมาลัย เกียร์ของBMW เข้าได้สะดวกกว่าเยอะคือ คันเกียร์อยู่ในตำแหน่งเดียวกับรถทั่วๆไป การเข้าเกียร์จะเป็นลักษณะจอยสติ๊ก มีปุ่มP อยู่ตรงด้านหลัง และมีสวิตช์ปลดล็อคปุ่ม P  อยู่ด้านข้าง เวลาเปลี่ยนจากเกียร์ D มา P จึงทำได้ง่าย แค่เพียงกดปุ่มPก็เสร็จแล้ว หรือหากจะเปลี่ยนจาก P มา D ก็สามารถทำได้ง่ายๆเพียงกดปุ่มปลดล็อคค้างไว้และเข้าเกียร์D ได้เลย
     การใช้งานเกียร์ลูกนี้ สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวล ไม่มีการกระตุกใดๆทั้งสิ้น แต่ยังรู้สึกถึงการเปลี่ยนเกียร์อยู่ เมื่อขับเรื่อยๆในเมืองเกียร์จะเปลี่ยนเร็ว รอบเครื่องจะไม่เกิน 1800-2000 รอบ  นอกจากนี้เมื่อเวลารถติดๆ ยังมีโหมด auto hold brake เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเหยียบเบรก และดึงเบรกมือบ่อยๆด้วย
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:53:18
Driving on the limit

   เนื่องจากผมได้มีอากาสไป Driving experience ของBMW ด้วย ซึ่งได้ใช้ 520 D G30 เป็นรถสำหรับสถานีจำลองการขับขี่ในที่ลื่น เพื่อทดสอบ ระบบ traction control, DSC(Dynamic Stability Control) ซึ่งได้ทำการทดสอบบนสนามทดสอบของบริดจ์สโตน โดยสนามที่ทำการทดสอบจะเป็น วงเวียนที่พื้นเป็นหินลื่นๆ และมีการฉีดน้ำเลี้ยงไว้ตลอด โดยทดสอบสามรอบ
        รอบแรก เปิดระบบช่วยควบคุมการทรงตัวหมด (traction control, DSC) เมื่อเหยียบคันเร่งเข้าโค้งไป รถจะเริ่มไถลโดย ออกอาการ understeer (เลี้ยวไม่เข้า) เล็กน้อย และเมื่อเริ่มเกิดอาการคันเร่งจะเหมือนตื้อเหยียบไม่ไปในทันที จากการเข้าควบคุมของระบบช่วยเหลือ ทำให้มั่นใจได้ว่า หากเกิดเหตุการณ์คล้ายๆกันนี้ บนถนน และระบบทุกอย่างทำงาน จะสามารถผ่านวิกฤตไปได้แน่นอน เพราะแก้ไขได้ง่ายมาก
        รอบสอง ปิดระบบ DSC แต่เปิด traction control  เมื่อเลี้ยวเข้าไป ระบบจะปล่อยให้ under steer จนรถเริ่มออกจาก track ไประยะหนึ่ง ต้องแก้โดยการถอนคันเร่งช่วย รถถึงจะเริ่มกลับมาเข้ารูปเข้ารอย เริ่มต้องใช้ฝีมือเข้าช่วยเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อยังมีการเปิด traction control  รถจะไม่เกิดอาการ over steer เลย ซึ่งก็ยังปลอดภัยมากๆเมื่ออยู่บนท้องถนน
       รอบสาม ปิดระบบช่วยเหลือทั้งหมด คือ ปิดทั้ง DSC และ traction control   ถนนลื่นๆ เมื่อเจอกับทอรค์ระดับ 300-400 nm ความมันส์จึงบังเกิด คือ เมื่อเหยียบคันเร่งปุ๊ป ท้ายเริ่มกวาดทันที ต้องถอนคันเร่งและหักพวงมาลัยแก้ เพื่อไม่ให้รถดริฟท์มากเกินไปจนหมุน ด้วยความที่ต้องใช้ทักษะเลี้ยงรถให้อยู่ในภาวะดริฟท์แบบนี้จึงสนุกมาก รถคันนี้เซทช่วงล่างมาบาลานซ์ดี หากเลี้ยงหาจังหวะเร่งและถอนคันเร่งดีๆ สามารถดริฟท์ยาวๆ ได้เป็นครึ่งรอบสนามวงกลมเลยทีเดียว นี่ถ้ามีเวลาอีกหน่อย ผมว่า ได้ดริฟท์กันทีละหลายๆรอบแน่

       กล่าวโดยสรุปก็คือ เมื่ออยู่ในโหมด ปกติ ระบบช่วยเหลือต่างๆ ก็สามารถปกป้องได้เต็มที่ แต่เมื่อไหร่ ที่อยากสนุก ปิดระบบทั้งหมด แล้วดริฟท์ สำหรับ 520 d G30 นั้น ผมว่า ทำได้อย่างไม่ยากเย็นเลย ที่สำคัญคือ สนุกด้วย เพราะบาลานซ์รถดีมากๆ สามารถ maintenance จังหวะดริฟท์ได้ยาวๆเลยทีเดียว คือ เป็นรถบ้านที่ถ้าอยากจะดริฟต์ก็ดริฟต์ได้โคตรมันส์
       หลังจากนั้น ทางทีมงานinstructor ได้พาเรานั่ง รอบสนามทดสอบที่มีทางโค้ง หลากหลายรูปแบบ ในสนามไทยบริดสโตน เปิดระบบการช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่จับอาการจากการนั่งเต็มคันสี่คน รถจะออกอาการmild under steer ตลอดทุกโค้ง  ในขณะที่รอบถัดมาได้นั่ง series3 30i นั่งสี่คนเต็มคันเช่นกันแล้วขับตาม g30  จึงเห็นว่าในส่วนของการเข้าไลน์ ด้วยความเร็วเท่าๆกัน series 3 สามารถเข้าโค้งแนบไลน์ในได้ดีกว่า อาจจะเป็นเพราะรถเบากว่า จึงทำให้เข้าโค้งได้ดีกว่าเล็กน้อย

(credit ภาพจาก face book: BMW Ultimate JOY Experience)
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:57:02
อัตราเร่ง
   การใช้งานทั่วไป เป็นรถที่ขับสนุก เพราะทอร์คดีเซลมาตั้งแต่รอบต่ำ กดคันเร่งทอร์คมาทันทีตั้งแต่ 2-3 พันรอบ ไม่ต้องรอรอบ แรงดึงดีมากไม่ถึงชนิดดึงหน้าหงายแบบ s500e แต่จะได้ความรู้สึกหลังติดเบาะแน่นอน ถ้าไม่ได้เร่งรีบจริงๆ การคิกดาวน์แทบไม่จำเป็น แต่หลังสามพันรอบขึ้นไปจะมีอาการปลายเหี่ยวซึ่งเป็นเรื่องปกติของเครื่องยนต์ดีเซล
       จากการขับเพียงคนเดียว และใช้การจับเวลาจาก GPS ใน Iphone ร่วมกับโปรแกรม Dynolicious  ใช้โหมด standard จับเวลาสามรอบ ได้เวลา 8.79, 8.83, 8.68 วินาที ตามลำดับ เฉลี่ย3ครั้งได้เวลา 8.76วินาที
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 00:59:12
       ระยะเวลาจาก 80-120 กม/ชม  ทั้งหมดสามครั้งโหมดสปอร์ต รวมเวลาคิกดาวน์จากเกียร์ 6 มาเกียร์4 ด้วย ได้ประมาณ 5.96 6.00 5.80 วินาที หากไม่รวมเวลาคิกดาวน์น่าจะได้เวลาเร็วกว่านี้อีกเล็กน้อย (อัดมาทั้งหมดสามคลิป เอาลงสองคลิป) เฉลี่ยสามครั้ง5.92วินาที
***หมายเหตุ การจับอัตราเร่ง0-100 อาจแตกต่างจากมาตรฐานHLM เล็กน้อยเพราะใช้เครื่องgpsจับ แต่ส่วน80-120เทียบได้ใกล้เคียงเพราะวิธีการจับแบบเดียวกัน แต่นั่งคนเดียว***

https://youtu.be/AwkK3YTSI6I

https://youtu.be/tVoNq60lPgI

       ความเร็วสูงสุด 231 กม./ชม อาจไปได้อีก แต่เข็มขึ้นช้าและหมดทางเสียก่อน หลังความเร็ว 160 กม/ชม ความเร็วเริ่มขึ้นช้าลงไปเรื่อยๆ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 01:04:31
อัตราสิ้นเปลือง

ที่เกียร์ 8
ความเร็ว 120 กม./ชม รอบเครื่อง 1,800 รอบ
ความเร็ว 110 กม./ชม รอบเครื่อง 1,600 รอบ
ความเร็ว 80 กม./ชม รอบเครื่อง 1,200 รอบ

   ในเมือง วิ่งเส้นพระรามสาม-สุขุมวิท โดยใช้ทางด่วน ขาเข้า มีรถติดบ้าง ได้ความประหยัด 12-14 กม./ลิตร ไม่เคยเห็นตัวเลขต่ำกว่า 10  กม./ลิตร เลย
   นอกเมือง หากขับขี่ด้วยความเร็ว 120-140 และมีช่วงทำความเร็ว 200 กม/ชม บ้างสั้นๆ ขับไปtest drive ที่สนามบริจสโตน ทำได้จากtrip computerได้ ความประหยัด 18.7 กม./ ลิตร
   มาตรฐานhead light mag  เริ่มจากปั๊มเชล ตรงข้ามเซ็นทรัลพระรามสาม เติมเชลV-Power diesel จนล้นออกมาจากถัง นั่ง 1 คน เปิดแอร์ ความเร็วลมลำดับสอง ตั้งไว้ 25 องศา ขับด้วยความเร็วคงที่ 110 กม/ชม โดยใช้ครูสคอนโทรล วิ่งไปจนสุดทางด่วนอุดรรัถยา ไปลงบางไทรแล้วกลับมาที่ปั๊มเดิม รวมระยะทางวิ่ง ทั้งหมด 120.2 กม. เติมน้ำมันกลับไปจนล้น  5.38 ลิตร เป็นเงิน180 บาท คิดเป็น 22.34 กม./ลิตร   อันนี้ surpriseมากเพราะไม่คิดว่าจะประหยัดได้ขนาดนี้ (จากทริปคอมพิวเตอร์ได้ 20.1 กิโล/ลิตร)
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 01:13:17
ภาพตอนอัดจนเต็มถัง และ ระยะทางที่วิ่งได้
ถามว่าถังนึงวิ่งได้เท่าไหร่ ถ้าต้องวิ่งทางไกลได้เกิน 1,000 กิโลแน่นอนครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 01:19:10
การใช้งานระยะยาว
       ตั้งแต่ที่ใช้งานมาแทบไม่มีเรื่องจุกจิกกวนใจเลย อาจจะมีเรื่องให้รำคาญบ้างเล็กๆน้อยๆ เช่น เมื่อรถหยุด เปลี่ยนจากเกียร์ D ไป N แล้วรถยังไหลไปข้างหน้าอยู่เล็กน้อยแต่แก้ได้โดยค่อยๆ ถอนเบรก ที่ปัดน้ำฝนมีเสียงจี๊ดๆบ้าง ทั้งที่ยังไม่หมดอายุ idrive รวนๆ 2 ครั้ง เซ็นเซอร์กะระยะจอด พอเจอน้ำฝนก็รวน ร้องเตือนเพราะเข้าใจผิดว่ามีวัตถุอยู่ใกล้  ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้

ปัญหาที่คันอื่นๆในคลับ เจอบ้างก็คือ
     -มักมีฝ้าขึ้นที่กระจกหน้าซึ่งเปลี่ยนโหมดแอร์แล้วไม่หาย   
     -กล้องหลังไม่ติดบางครั้ง
     -เก๊ะเก็บเหรียญหลุดออกมาเองทั้งๆที่ยังไม่ได้ใช้งาน
     -พลาสติกเปียโนแบล๊คในห้องโดยสารเป็นรอยง่าย(แก้โดยการติดฟิลม์)

     เมื่อประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนมาซ่อมโดยทำสีอย่างเดียวไม่ได้ซ่อมตัวถัง ทางศูนย์ก็ซ่อมเสร็จใน 17 วัน คุณภาพงานOK แต่บางศูนย์(มิลลิเนียม พระราม4) รถแน่นมากจนแทบไม่มีที่จอด เวลาไปทำธุระเช่นคืนป้ายแดง หรือจอดเคลม หาที่จอดค่อนข้างยากพอควรและรถติด จึงไปทำการเซอร์วิสเพื่อเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรอง 9,000 กิโลเมตรที่ มิลลิเนียมพระรามสามเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างให้คำตอบได้ดี ที่จอดและการนัดคิวสะดวกกว่ามิลพระรามสี่เยอะ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 01:20:23
การขาย
       สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ควรปรับปรุงมากที่สุดของ BMW Thailand ผมออกรถช่วงงานมอเตอร์โชว์ เดือนเม.ย.61 ด้วยความที่ถูกกดดันว่ามีรถสีดำซึ่งเป็นสีที่ชอบเหลืออยู่คันเดียว ซึ่งคันดังกล่าวเป็นรถที่หลุดจอง ทางเซลจึงเร่งให้จอง ตัวผมก็อาจไม่ได้ดูรายละเอียดเรื่องส่วนลดให้ดี เพราะคิดว่าได้ลดสามแสน(ซื้อสด)ก็เหมือนว่าได้ลดเยอะแล้ว และของแถมมาตรฐาน เช่น ฟิลม์เกรดปกติ ประกันภัย ผ้ายาง กรอบป้าย  เมื่อถามถึงส่วนลดที่เคยมากสุดถึงห้าแสนเซลอ้างว่าเรื่องนั้นเป็นโปรโมชั่นเก่าของงานมอเตอร์เอกซ์โปปลายปี จึงตัดสินใจจองไปเลย โดยที่ไม่ได้ถามเซลที่อื่น 
       อีกสองวันต่อมาเพื่อนที่อยากได้เหมือนกันไปถามเซลในงานมอเตอร์โชว์ ปรากฏว่า ได้ส่วนลดสี่แสนและได้บัตรน้ำมันอีก 50,000 ในเงื่อนไขเดียวกันทุกอย่างคือ ของแถมและซื้อสดเหมือนกันโดยที่เพื่อนผมไม่ได้ต่อเลย!!!! ลองคิดดูนะครับแค่ไม่กี่วัน แค่ปากหนักไม่ไปถามเซลคนอื่น ก็สูญเงินเป็นแสนได้ เปรียบเหมือนกับ ทาง BMW Thailand ตั้งราคามาราคาหนึ่งแล้วให้ดีลเลอร์ลดแข่งกันเอง แต่ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงกลับเป็นลูกค้า ที่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังหากไม่ต่อมากพอ ในคลับมีหลายคนที่ไม่คิดจะใช้ยี่ห้อนี้อีก เพราะเข็ดกับเรื่องส่วนลดที่ไม่มีความแน่นอน บางคนซื้อก่อนกลับได้ลดน้อยกว่าหลายแสนทั้งที่เป็นรุ่นเดียวกันออพชั่นเหมือนกัน อีกทั้งการตั้งส่วนลดขึ้นๆลงๆแบบนี้จะมีผลกับคนที่ซื้อมาแพงและจะขายต่อในราคาตลาดมือสองด้วย ในขณะเดียวกันผมจะซื้อโตโยต้า โทรไปสี่ศูนย์ ทุกศูนย์บอกส่วนลดเท่ากันหมด ทำไมรถมีbrand อย่าง BMW กลับทำอย่างนั้นไม่ได้? เสียดายที่ทาง BMW Thailand มี โครงการดีๆมากมาย เช่น JOY experience ที่พยายามทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกดีๆกับแบรนด์ แต่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็ทำให้ เสียความรู้สึกกับแบรนด์นี้จนทำลายความรู้สึกดีๆไป
       ก็ฝากเรื่องนี้ถึงผู้บริหารด้วยครับ ว่าการตลาดแบบนี้ทำให้ลูกค้าเอือมระอากันไปแล้วหลายคน และอยากแนะนำคนที่จะซื้อยี่ห้อนี้ทุกคนว่า หากจะซื้อจริงๆไม่ต้องรีบร้อนถ้าเป็นรถที่ออกใหม่ให้รอสัก 3 เดือน หากจะซื้อจริงๆ ให้เดินไปถามเซล หลายๆคน หรือศูนย์หลายๆศูนย์ แล้วเอาราคาที่ศูนย์อื่นลดให้ได้มากสุด ไปต่อรองกับเจ้าใหม่ ไปเรื่อยๆ จนได้ส่วนลดใที่พอใจก่อน ถ้าให้ไม่ได้ก็เดินออกมา เพราะบางครั้ง เงินเป็นแสนๆ ได้คืนกลับมาง่ายนิดเดียวถ้าเราต่อเป็นครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 01:22:46
สรุป
       BMW 520d G30 เป็นรถที่หรูหรา มีความสปอร์ต ขับสนุก จุดเด่นอยูที่ช่วงล่างที่ให้แฮนด์ลิ่งดีเยี่ยม การเก็บเสียงทำได้ดี เครื่องยนต์ที่ให้อัตราเร่งที่เพียงพอกับชีวิตประจำวัน และประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ ระบบinfotainment ที่ใช้งานง่าย แต่ก็ยังมีจุดตำหนิตรงที่ขาดออพชั่นที่สำคัญบางอย่างเช่นที่ดันหลังปรับได้ ไม่มีwireless charger สำหรับ display key มาให้ ยางRFT ที่ทำให้เสียความนุ่มนวลไปบ้าง การบริการหลังการขายที่ถือว่าดี ติดอยู่เรื่องเดียว คือ เรื่องส่วนลดที่เยอะแต่ไม่แน่นอน หากจะซื้อควรเช็คราคาจากหลายๆที่ดูก่อนเพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง


....ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบครับ....
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Peet Sayumpoo ที่ สิงหาคม 30, 2018, 01:33:46
ขอบคุณท่าน จขกท มากๆครับ ที่สละเวลาอันมีค่ามาเขียนรีวิวให้อ่าน
ถือเป็นประโยชน์กับชาว hlm อย่างมากครับ

รีวิวละเอียดมากๆเลยครับ สุดยอดจริงๆ จะเม้นตั้งนานละครับ แต่เห็นยังลงไม่จบ
เลยไม่อยากเม้นคั้นกลาง จขกท รีวิวครับ ฮร่าๆ

ปล. Top speed ยังไปได้อีกครับ เห็นฝรั่งทำไว้ได้ 238 km/h แต่คือแบบว่าช้ามาก
เค้าบอกว่า 230-238 นี่ feel like eternity ฮร่าๆ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: headduke ที่ สิงหาคม 30, 2018, 01:53:36
สุดยอดครับคุณหมอ  ขอบคุณสำหรับรีวิวมากๆครับ  ละเอียดครบถ้วนอ่านสนุกจริงๆ  ตามอ่านมาตั้งเเต่ s500e
g30 เคยลองเทสสั้นๆ ชอบมากกว่า f10 เยอะเลยครับทั้งการเก็บเสียง ช่วงล่างที่กระฉับกระเฉงขึ้น  f10 การเก็บเสียงทำได้ไม่ประทับใจเลยครับ ทั้งลมเเละยาง ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น mc primacy 4st เงียบกว่า rft s001 เดิมเยอะ  เเต่เสียงลม ยังดังอยู่  ยิ่งตอนนี้ ขับ 80 ก็มีเสียงฟี้ๆ ที่กระจกหน้าเเล้วครับ ฮ่าๆบ่นซะเยอะเลย


g30น่าจะมีฟังค์ชั่นเตะเท้าเปิดท้าย ด้วยนะครับ f10 ใช้ มาสามปีเพิ่งรู้ว่าเตะเปิดได้
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: flat6 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 03:02:46
ตั้งแต่ E39 ถึงปัจจุบัน มี BMW รุ่นนี้แหละครับที่รักเลย
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: coolpix99 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 06:07:32
รีวิวละเอียด อ่านแล้วเพลินเลยครับ
แนะนำให้ code เอา auto start/stop ออกหรือถ้าคิดว่ายังอาจจะได้ใช้อยู็ก็ให้มันจำค่าล่าสุดดูครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: CJ. ที่ สิงหาคม 30, 2018, 06:44:39
อ่านแล้วอยากได้เลยครับ เรื่องความประหยัดดีมากๆสำหรับรถใช้งาน E220d ก็ทำได้ดีเช่นกัน
เรื่องการขับขี่ที่เคยสัมผัสเล็กน้อย ถูกใจครับ ตอนนี้อยากได้รถ wagon คงต้องไปลอง 5 อีกรอบ

ปกติผมก็ชอบขับรถ และชอบทรง 5 แต่คราวนี้ดันไปจบกับ E220d เพราะสีน้ำตาลแท้ๆเลยครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: DriveOnly ที่ สิงหาคม 30, 2018, 06:48:08
อ่านเพลินเลย ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 07:16:53
ขอบคุณท่าน จขกท มากๆครับ ที่สละเวลาอันมีค่ามาเขียนรีวิวให้อ่าน
ถือเป็นประโยชน์กับชาว hlm อย่างมากครับ

รีวิวละเอียดมากๆเลยครับ สุดยอดจริงๆ จะเม้นตั้งนานละครับ แต่เห็นยังลงไม่จบ
เลยไม่อยากเม้นคั้นกลาง จขกท รีวิวครับ ฮร่าๆ

ปล. Top speed ยังไปได้อีกครับ เห็นฝรั่งทำไว้ได้ 238 km/h แต่คือแบบว่าช้ามาก
เค้าบอกว่า 230-238 นี่ feel like eternity ฮร่าๆ

ขอบคุณเช่นกันครับ
ก่อนทำรีวิวผมลังเลอยู่นานว่าจะทำดีไหมเพราะมีหลายๆสื่อทำไว้ค่อนข้างดี
จนมีอยู่วันหนึ่ง เห็นข้อความของคุณ peet ว่าอยากรู้ฟิลลิ่งช่วงความเร็วสูง
จึงเห็นว่ามันยังมีบางจุดที่คนอื่นอยากรู้ จึงเกิดแรงบรรดาลใจให้ริวิว
เลยรวบรวมข้อมูลส่วนที่ยังไม่มีใครกล่าวถึง รวมๆมาทำเป็นlong term reviewค

สุดยอดครับคุณหมอ  ขอบคุณสำหรับรีวิวมากๆครับ  ละเอียดครบถ้วนอ่านสนุกจริงๆ  ตามอ่านมาตั้งเเต่ s500e
g30 เคยลองเทสสั้นๆ ชอบมากกว่า f10 เยอะเลยครับทั้งการเก็บเสียง ช่วงล่างที่กระฉับกระเฉงขึ้น  f10 การเก็บเสียงทำได้ไม่ประทับใจเลยครับ ทั้งลมเเละยาง ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น mc primacy 4st เงียบกว่า rft s001 เดิมเยอะ  เเต่เสียงลม ยังดังอยู่  ยิ่งตอนนี้ ขับ 80 ก็มีเสียงฟี้ๆ ที่กระจกหน้าเเล้วครับ ฮ่าๆบ่นซะเยอะเลย


g30น่าจะมีฟังค์ชั่นเตะเท้าเปิดท้าย ด้วยนะครับ f10 ใช้ มาสามปีเพิ่งรู้ว่าเตะเปิดได้
รับ

ขอบคุณครับ เปลี่ยนยางไม่ใช่ rft มีข้อเสียอะไรไหมครับ ผมเล็งๆว่าจะเปลี่ยนเหมือนกัน คิดว่าน่าจะนิ่มขึ้นโดยเกาะถนนดีอยู่ เรื่องเสียงลมผมกังวลเหมือนกันครับว่าพอใช้หลายๆปีอาจมีเสียงบ้างไม่เหมือนตอนใหม่ๆครับ

ตั้งแต่ E39 ถึงปัจจุบัน มี BMW รุ่นนี้แหละครับที่รักเลย

เหมือนกันครับ รุ่นนี้ทำให้ผมนึกถึง e39 เลย

รีวิวละเอียด อ่านแล้วเพลินเลยครับ
แนะนำให้ code เอา auto start/stop ออกหรือถ้าคิดว่ายังอาจจะได้ใช้อยู็ก็ให้มันจำค่าล่าสุดดูครับ
อยากcode เหมือนกันครับยังกังวลเรื่องbsi อยู่นิดๆ แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหา ยิ่งถ้าเป็น เวอร์ชั่นใหม่ๆ+ i os ใหม่ๆ นี่ดู google map ผ่านจอ i drive ได้นี่ยิ่งน่าสนใจ
auto start stop ตั้งให้จำค่าล่าสุดนี่ทำอย่างไรครับ

หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 07:20:21
อ่านแล้วอยากได้เลยครับ เรื่องความประหยัดดีมากๆสำหรับรถใช้งาน E220d ก็ทำได้ดีเช่นกัน
เรื่องการขับขี่ที่เคยสัมผัสเล็กน้อย ถูกใจครับ ตอนนี้อยากได้รถ wagon คงต้องไปลอง 5 อีกรอบ

ปกติผมก็ชอบขับรถ และชอบทรง 5 แต่คราวนี้ดันไปจบกับ E220d เพราะสีน้ำตาลแท้ๆเลยครับ

5 wagon น่าสนใจจริงๆครับดีหมด แต่ไม่มีoption ปรับดันหลังเหมือน 520d  ลองไปนั่งดูก่อนถ้าไม่ปวดหลังนี่ มันเป็นรถvan ที่น่าสนใจคันนึงเลย
220d แอบแรงกว่า 520d นิดนึงครับ ถ้ายังมีขายอยู่ผมก็คงลังเลเหมือนกัน

อ่านเพลินเลย ขอบคุณครับ

ขอบคุณเช่นกันครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: NineKlao ที่ สิงหาคม 30, 2018, 07:29:04
ตอบเรือ่งการขายละกันครับ เพราะเคยขายยี่ห้อนี้มาก่อน

BMW TH น่ะตั้งราคาและส่วนสด ต่างๆ ให้เป้นมาตรฐานอยู่แล้วครับ แต่ แต่ ดีลเลอร์บางเจ้า

มีอภิสิทธิ์ ที่สามารถตัดรถจาก TH ได้จำนวนมาก และกดราคาจาก TH ได้มากกว่าเจ้าอื่น (เงินเยอะ)

ส่วนเซลล์ของแต่ละเจ้าจะได้มาจินเท่ากันทุกคน (ย้ำ) ถ้าต้องการขายแบบไม่เข้าเนื้อ หรือต้องการปล่อยรถเพื่อหมุนเงิน

ทำให้ลูกค้าที่ฉลาด ถามเซลล์จากดีลเลอร์เจ้านั้น แต่หลายคน (อย่าให้เซลล์รู้) จับส่วนลดสุดๆได้ตามที่บอก

แต่ลองคิดถึงดีลเลอร์ปกติเจ้าอื่นดูว่าเขาจะอยู่ได้ไหมด้วยน่ะครับ  ;D
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Series7 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 09:20:01
เจ๋งมากครับ ขอบคุณสำหรับรีวิวนะครับ ละเอียดยิบ มีอีกหลายจุดที่ผมไม่รู้เกี่ยวกับรถคันนี้เลย แต่ช็อคอัตราสิ้นเปลืองเหมือนกันครับ ประหยัดมากกกกก ถ้ามีงบเท่านี้ จะไปคันนี้หละครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: NavaneS ที่ สิงหาคม 30, 2018, 09:52:06
ละเอียดยิบเลยครับ.... :-*
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: CHANOM ที่ สิงหาคม 30, 2018, 10:01:15
เราคงไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของ แต่ได้แค่อ่านก็มีความสุขแล้ว
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆนะคะ  :)
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: GizzY ที่ สิงหาคม 30, 2018, 10:15:27
ขอบคุณมากครับ
ผมเพิ่งถอย 320d มา ยังรู้สึกว่าขับดีกว่า civic และ accord g9 มาก
เครื่องสหกรณ์ที่เค้าบ่นๆกัน ผมว่ามันก็ยังทำได้ดีมากในการใช้งานชีวิตประจำวัน ไม่เคยต้องเหยียบเกินครึ่งเลย นอกจากเวลาไปซิ่ง หรือแข่ง ซึ่งอาจยังไม่แรงพอ
แต่ประหยัดสุดๆ 20km/l นี่สบายๆ ไม่ต้องเลี้ยงคันเร่ง
ข้อเสียคือ ออปชั่นน้อยมากจริงๆ กล้องมองหลังยังไม่มี 55
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: coolpix99 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 11:10:40
รีวิวละเอียด อ่านแล้วเพลินเลยครับ
แนะนำให้ code เอา auto start/stop ออกหรือถ้าคิดว่ายังอาจจะได้ใช้อยู็ก็ให้มันจำค่าล่าสุดดูครับ
อยากcode เหมือนกันครับยังกังวลเรื่องbsi อยู่นิดๆ แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหา ยิ่งถ้าเป็น เวอร์ชั่นใหม่ๆ+ i os ใหม่ๆ นี่ดู google map ผ่านจอ i drive ได้นี่ยิ่งน่าสนใจ
auto start stop ตั้งให้จำค่าล่าสุดนี่ทำอย่างไรครับ
[/quote]

ใจเดียวกันครับ ตอนแรกผมก็กังวลกับ BSI แต่พอศึกษาไปถึงเข้าใจว่ามันเป็น feature ที่ BMW ทำมาให้อยู่แล้ว เราไม่ได้ไปเพิ่มเติมอะไรเข้าไป สิ่งที่ทำคือสั่งงานเลือก option ที่มีอยู่ให้ปิดหรือจำค่า auto start/stop ครับ

ใช่เลยครับ ผมมองตาปริบๆสำหรับ BMW ลอตหลังๆที่มีติดตั้ง sim card จากโรงงานเลยได้ใช้ connected drive เต็มฟังชั่นขึ้น

auto start/stop ตอนแรกผม code ผ่าน cable เสียบกับ OBD2 ครับ แต่หลังๆลองใช้ Carly กับ Bimmercode ติดใจกว่าครับเพราะ code ผ่านโทรศัพท์ได้เลย.
 
Carly ต้องซื้อทั้ง OBD2 adapter และ application จากเค้าครับ
ฺBimmercode หาซื้อ OBD2 adapter จากที่อื่นได้ แต่ application ต้องซื้อจากเค้าครับ
 
ลองหาซื้อดูได้ครับราคาทั้งหมดหลักพัน ถ้าอยู่ใกล้ผมทำให้ฟรี :)
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: O_o" ที่ สิงหาคม 30, 2018, 11:25:49
ขอบคุณครับ รีวิวได้ละเอียดมากๆครับ

รูปถ่าย ถ้าใช้กล้องถ่ายรูป จะได้ภาพที่สวยและคมชัดกว่านี้อีกนิด
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Civic_FD ที่ สิงหาคม 30, 2018, 11:50:48
รีวิวเยี่ยมครับผม  เดี๋ยวเปลี่ยนไป 320D ครับ ฮ่าๆ  จริงๆใช้BRZ  ต่อ ตามที่พี่หมอบอกนี่แหละ  ::)
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: oonup ที่ สิงหาคม 30, 2018, 11:51:52
ขอบคุณมากครับสำหรับรีวิวดีๆ แอบมองๆรุ่นนี้ไว้อยู่เหมือนกันครับ  :D
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Sleepy Boy ที่ สิงหาคม 30, 2018, 12:02:24
รีวิวยังกับมืออาชีพ เยี่ยมมากครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: diamond4me ที่ สิงหาคม 30, 2018, 12:03:58
รีวิวดีๆ สุดยอดเลย 
เบาะนั่งขับนานสัก 3 ชม. จะเมื่อย/ปวดหลังไหม?
ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Fly to dream ที่ สิงหาคม 30, 2018, 12:22:39
ผมไม่รู้ทำไมเดี๋ยวนี้ดันไม่ชอบเก๋งเท่าพวก Estate ,HB มากกว่า  แต่ชอบเจ้านี่มั้ยชอบนะ แต่ไปเห็นตัว estate ของตัวนี้มันยิ่งชอบไปใหญ่เลย

ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ  ยังไงซะผมก็ชอบ BMW นั่นแหละ แค่หลังๆดีไซร์มันไม่ค่อยไปไหนเลย
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: 7777777 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 12:23:30
ไม่ทราบว่าเป็นรุ่นย่อยไหนเหรอครับ? ตัวแรกสุดเลยใช่ไหมครับที่ลดกันโครมๆ5-6แสนก่อนหน้านี้?

ขอบคุณสำหรับรีวิวมากๆเลยครับ ทำให้ตัดสินใจได้เลย ตอนแรกเล็ง A4 avant กับ ตัวนี้ไว้นี่แหละ พอจะได้คำตอบแล้วครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Series7 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 13:17:11
ไม่ทราบว่าเป็นรุ่นย่อยไหนเหรอครับ? ตัวแรกสุดเลยใช่ไหมครับที่ลดกันโครมๆ5-6แสนก่อนหน้านี้?

ขอบคุณสำหรับรีวิวมากๆเลยครับ ทำให้ตัดสินใจได้เลย ตอนแรกเล็ง A4 avant กับ ตัวนี้ไว้นี่แหละ พอจะได้คำตอบแล้วครับ
ไป A4ใช่ไหมครับ แฮร่ๆๆๆ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Peet Sayumpoo ที่ สิงหาคม 30, 2018, 13:26:28
ขอบคุณท่าน จขกท มากๆครับ ที่สละเวลาอันมีค่ามาเขียนรีวิวให้อ่าน
ถือเป็นประโยชน์กับชาว hlm อย่างมากครับ

รีวิวละเอียดมากๆเลยครับ สุดยอดจริงๆ จะเม้นตั้งนานละครับ แต่เห็นยังลงไม่จบ
เลยไม่อยากเม้นคั้นกลาง จขกท รีวิวครับ ฮร่าๆ

ปล. Top speed ยังไปได้อีกครับ เห็นฝรั่งทำไว้ได้ 238 km/h แต่คือแบบว่าช้ามาก
เค้าบอกว่า 230-238 นี่ feel like eternity ฮร่าๆ

ขอบคุณเช่นกันครับ
ก่อนทำรีวิวผมลังเลอยู่นานว่าจะทำดีไหมเพราะมีหลายๆสื่อทำไว้ค่อนข้างดี
จนมีอยู่วันหนึ่ง เห็นข้อความของคุณ peet ว่าอยากรู้ฟิลลิ่งช่วงความเร็วสูง
จึงเห็นว่ามันยังมีบางจุดที่คนอื่นอยากรู้ จึงเกิดแรงบรรดาลใจให้ริวิว
เลยรวบรวมข้อมูลส่วนที่ยังไม่มีใครกล่าวถึง รวมๆมาทำเป็นlong term review


ขอบคุณครับ ที่ผมอยากทราบเพราะว่าหลายเจ้าบอกว่าา G30 ช่วงล่างธรรมดา (Luxury/Sport line) มันนุ่มมาก
ไม่แน่นเหมือน BMW ยุคก่อนๆแล้ว พอผมได้ยินแบบนี้ ใจผมจะมีความคิดขึ้นมาทันทีว่ารถนิ่มๆแบบนี้ (เพราะผมยังไม่เคยขับ ก็ไม่รู้ว่าจริงๆมันเป็นยังไง)
แฮนด์ลิ่ง+เสถียรภาพย้านความเร็วมันต้องโหวงๆเหวงๆลอยๆ หรืออัดโค้งไม่ค่อยดีแน่ๆ แต่ได้มาอ่านรีวิวของท่าน ผมคงต้องเปลี่ยนทัศนคติใหม่แล้วละครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: ttcl ที่ สิงหาคม 30, 2018, 13:30:01
ขอบคุณครับคุณ koko86 รีวิวได้ละเอียด อ่านเพลินดีครับ
สอบถามหน่อยครับว่า e39 528i ที่เคยใช้ ล้อขนาดกี่นิ้วครับ

ผมเคยใช้ e39 523i รุ่นแรกสุด ปี 1996 ล้อขอบ 16 ช่วงล่างเดิม ตอนนั้นชอบมาก หนึบแน่นกำลังดี ขับเร็วก็นิ่งและเงียบเหมือนที่คุณ koko86 บอก
แต่หลังจากนั้นไม่เคยได้ใช้ 5 series รุ่นใหม่ๆอีกเลย
ยังสงสัยอยู่ว่า 5 series รุ่นใหม่ๆต่อจากนั้น ยังให้ฟีลลิ่งช่วงล่างแบบ e39 รึเปล่า
หรือแข็งขึ้น หรือนุ่มขึ้นอย่างไร
เคยอ่านรีวิวของคุณ jimmy บอกว่า e60 ช่วงล่างไม่ดีเท่า e39
ความเร็วสูงๆหน้าจะลอยๆ ไม่นิ่งเท่า e39
เท่าที่อ่านดูเหมือน ว่าจะดีขึ้นใน f10 และ g30
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: 7777777 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 13:32:04
ไม่ทราบว่าเป็นรุ่นย่อยไหนเหรอครับ? ตัวแรกสุดเลยใช่ไหมครับที่ลดกันโครมๆ5-6แสนก่อนหน้านี้?

ขอบคุณสำหรับรีวิวมากๆเลยครับ ทำให้ตัดสินใจได้เลย ตอนแรกเล็ง A4 avant กับ ตัวนี้ไว้นี่แหละ พอจะได้คำตอบแล้วครับ
ไป A4ใช่ไหมครับ แฮร่ๆๆๆ

เอาจริงๆนะครับ ไม่เคยขับaudiตัวใหม่ๆเลย ผมกับเพื่อนๆ(ให้นั่งหลัง)ไปลองแล้ว พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

ช่วงล่างมันไม่แน่นเหมือนรถยุโรปครับ มันไม่เหมือน benz / bmw อาจจะเป็นเพราะแม็ก19ด้วยหรือเปล่านี่ก็ไม่แน่ใจครับ

ความสบายของที่นั่งทั้งข้างหน้าและหลัง ก็สู้bmwไม่ได้ครับ

แต่เรื่องอัตราเร่ง การเก็บเสียงในห้องนี่กินbmwสบายๆเลยครับ ตอนนี้ก็ยังรอเชิงไปก่อน รักพี่เสียดายน้องมากตอนนี้ครับ

หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Peet Sayumpoo ที่ สิงหาคม 30, 2018, 13:57:48
ไม่ทราบว่าเป็นรุ่นย่อยไหนเหรอครับ? ตัวแรกสุดเลยใช่ไหมครับที่ลดกันโครมๆ5-6แสนก่อนหน้านี้?

ขอบคุณสำหรับรีวิวมากๆเลยครับ ทำให้ตัดสินใจได้เลย ตอนแรกเล็ง A4 avant กับ ตัวนี้ไว้นี่แหละ พอจะได้คำตอบแล้วครับ
ไป A4ใช่ไหมครับ แฮร่ๆๆๆ

เอาจริงๆนะครับ ไม่เคยขับaudiตัวใหม่ๆเลย ผมกับเพื่อนๆ(ให้นั่งหลัง)ไปลองแล้ว พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

ช่วงล่างมันไม่แน่นเหมือนรถยุโรปครับ มันไม่เหมือน benz / bmw อาจจะเป็นเพราะแม็ก19ด้วยหรือเปล่านี่ก็ไม่แน่ใจครับ

ความสบายของที่นั่งทั้งข้างหน้าและหลัง ก็สู้bmwไม่ได้ครับ

แต่เรื่องอัตราเร่ง การเก็บเสียงในห้องนี่กินbmwสบายๆเลยครับ ตอนนี้ก็ยังรอเชิงไปก่อน รักพี่เสียดายน้องมากตอนนี้ครับ

Audi มันเป็นรถมาจากประเทศเดียวกับ Benz BMW น่ะครับ 5555+
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: mongolias ที่ สิงหาคม 30, 2018, 14:18:28
ขอบคุณครับ ละเอียดมากครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Alcatraz ที่ สิงหาคม 30, 2018, 14:30:39
ถามเล่นๆนะครับ

ระหว่าง 86 กับ 520d ใครเร็วกว่ากันครับ ถามเจ้าของน่าจะได้เรื่องมากที่สุด กับเครื่องที่หลายๆคนว่ามันอืดทั้งคู่

ถ้าให้ผมเดาจากที่เคยขับมาแบบไม่ใช่เจ้าของ ผมว่าพอๆกันไม่มีใครหนีใคร
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 14:38:31
ตอบเรือ่งการขายละกันครับ เพราะเคยขายยี่ห้อนี้มาก่อน

BMW TH น่ะตั้งราคาและส่วนสด ต่างๆ ให้เป้นมาตรฐานอยู่แล้วครับ แต่ แต่ ดีลเลอร์บางเจ้า

มีอภิสิทธิ์ ที่สามารถตัดรถจาก TH ได้จำนวนมาก และกดราคาจาก TH ได้มากกว่าเจ้าอื่น (เงินเยอะ)

ส่วนเซลล์ของแต่ละเจ้าจะได้มาจินเท่ากันทุกคน (ย้ำ) ถ้าต้องการขายแบบไม่เข้าเนื้อ หรือต้องการปล่อยรถเพื่อหมุนเงิน

ทำให้ลูกค้าที่ฉลาด ถามเซลล์จากดีลเลอร์เจ้านั้น แต่หลายคน (อย่าให้เซลล์รู้) จับส่วนลดสุดๆได้ตามที่บอก

แต่ลองคิดถึงดีลเลอร์ปกติเจ้าอื่นดูว่าเขาจะอยู่ได้ไหมด้วยน่ะครับ  ;D

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
รถเค้าดีจริงๆ แต่คาใจเรื่องนี้เรื่องเดียว ถ้าบริษัทแม่มีนโยาบายคุมส่วนลดไม่ให้มากเกินไป หรือใกล้เคียงกันมากๆก็น่าจะดี อันนี้ต่างกันเป็นแสนมันปวดใจจริงๆครับ

เราคงไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของ แต่ได้แค่อ่านก็มีความสุขแล้ว
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆนะคะ  :)
ขอบคุณเช่นกันครับ

ขอบคุณมากครับ
ผมเพิ่งถอย 320d มา ยังรู้สึกว่าขับดีกว่า civic และ accord g9 มาก
เครื่องสหกรณ์ที่เค้าบ่นๆกัน ผมว่ามันก็ยังทำได้ดีมากในการใช้งานชีวิตประจำวัน ไม่เคยต้องเหยียบเกินครึ่งเลย นอกจากเวลาไปซิ่ง หรือแข่ง ซึ่งอาจยังไม่แรงพอ
แต่ประหยัดสุดๆ 20km/l นี่สบายๆ ไม่ต้องเลี้ยงคันเร่ง
ข้อเสียคือ ออปชั่นน้อยมากจริงๆ กล้องมองหลังยังไม่มี 55
ถูกต้องเลยครับ ถ้าไม่ได้แข่งกับใคร แป๊ปๆ 160 แล้วครับ แถมช่วงล่างนี่ใช้แล้วฟิน
รีวิวละเอียด อ่านแล้วเพลินเลยครับ
แนะนำให้ code เอา auto start/stop ออกหรือถ้าคิดว่ายังอาจจะได้ใช้อยู็ก็ให้มันจำค่าล่าสุดดูครับ
อยากcode เหมือนกันครับยังกังวลเรื่องbsi อยู่นิดๆ แต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหา ยิ่งถ้าเป็น เวอร์ชั่นใหม่ๆ+ i os ใหม่ๆ นี่ดู google map ผ่านจอ i drive ได้นี่ยิ่งน่าสนใจ
auto start stop ตั้งให้จำค่าล่าสุดนี่ทำอย่างไรครับ

ใจเดียวกันครับ ตอนแรกผมก็กังวลกับ BSI แต่พอศึกษาไปถึงเข้าใจว่ามันเป็น feature ที่ BMW ทำมาให้อยู่แล้ว เราไม่ได้ไปเพิ่มเติมอะไรเข้าไป สิ่งที่ทำคือสั่งงานเลือก option ที่มีอยู่ให้ปิดหรือจำค่า auto start/stop ครับ

ใช่เลยครับ ผมมองตาปริบๆสำหรับ BMW ลอตหลังๆที่มีติดตั้ง sim card จากโรงงานเลยได้ใช้ connected drive เต็มฟังชั่นขึ้น

auto start/stop ตอนแรกผม code ผ่าน cable เสียบกับ OBD2 ครับ แต่หลังๆลองใช้ Carly กับ Bimmercode ติดใจกว่าครับเพราะ code ผ่านโทรศัพท์ได้เลย.
 
Carly ต้องซื้อทั้ง OBD2 adapter และ application จากเค้าครับ
ฺBimmercode หาซื้อ OBD2 adapter จากที่อื่นได้ แต่ application ต้องซื้อจากเค้าครับ
 
ลองหาซื้อดูได้ครับราคาทั้งหมดหลักพัน ถ้าอยู่ใกล้ผมทำให้ฟรี :)
[/quote]

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ Carly กับ Bimmercode เดี๋ยวผมจะลองหาดูครับ

ขอบคุณครับ รีวิวได้ละเอียดมากๆครับ

รูปถ่าย ถ้าใช้กล้องถ่ายรูป จะได้ภาพที่สวยและคมชัดกว่านี้อีกนิด

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ รูปที่ถ่ายกับวังใช้ slrดันisoเอา คุณภาพคนละเรื่องเลย แต่หมดแรงไปถ่ายใหม่ซะก่อน และขอบคุณที่เอารูปรถใหม่ๆมาให้ดูในwebbord ตลอด ครับ แอบตามอยู่ครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 14:45:38
รีวิวเยี่ยมครับผม  เดี๋ยวเปลี่ยนไป 320D ครับ ฮ่าๆ  จริงๆใช้BRZ  ต่อ ตามที่พี่หมอบอกนี่แหละ  ::)

ถ้่าซิ่งสุดๆ  brz ยังขับมันส์กว่าครับ จากใจเลย 55555 แต่ถ้าไปกันทั้งบ้านก็ต้องg30 นี่แหละครับ
รีวิวยังกับมืออาชีพ เยี่ยมมากครับ
ขอบคุณครับ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักทดสอบรถนี่แหละครับ 55555

รีวิวดีๆ สุดยอดเลย 
เบาะนั่งขับนานสัก 3 ชม. จะเมื่อย/ปวดหลังไหม?
ขอบคุณครับ

สำหรับผมปวดครับ บอกได้เลย ผมถึงเซ็งกับเรื่องที่ไม่มีที่ปรับดันหลังนี่แหละครับ
แต่หลังแต่ละคนไม่เหมือนกัน ลองไปนั่งดูก่อนครับ

ผมไม่รู้ทำไมเดี๋ยวนี้ดันไม่ชอบเก๋งเท่าพวก Estate ,HB มากกว่า  แต่ชอบเจ้านี่มั้ยชอบนะ แต่ไปเห็นตัว estate ของตัวนี้มันยิ่งชอบไปใหญ่เลย

ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ  ยังไงซะผมก็ชอบ BMW นั่นแหละ แค่หลังๆดีไซร์มันไม่ค่อยไปไหนเลย
จริงครับ เรื่องหน้าตาผมว่าเบนซ์สวยกว่านิดนึง
ไม่ทราบว่าเป็นรุ่นย่อยไหนเหรอครับ? ตัวแรกสุดเลยใช่ไหมครับที่ลดกันโครมๆ5-6แสนก่อนหน้านี้?

ขอบคุณสำหรับรีวิวมากๆเลยครับ ทำให้ตัดสินใจได้เลย ตอนแรกเล็ง A4 avant กับ ตัวนี้ไว้นี่แหละ พอจะได้คำตอบแล้วครับ

ใช่เลยครับ รุ่น ผู้บริหารหวังยอดหมื่นคัน ลด แลก แจก แถม ทุกอย่าง
a4 ก็ดีนะครับ ถ้าชอบแนวสปอร์ต มีเพื่อนใช้อยุ่บอกขับสนุกมาก

หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: atcharin ที่ สิงหาคม 30, 2018, 14:50:31
โหมด EcoPro น่าจะปิดระบบ auto start/stop ได้นะครับ และ speed limit warning ก็ปรับได้เช่นกันครับ แต่ความประหยัดก็น่าจะลดลงตามไปด้วย (ของผมรุ่น 530i ครับ)

แต่รบกวนสอบถามนิดนึงได้มั้ยครับว่า เก๊ะเก็บเหรียญอยู่ตรงไหนหรอครับ ผมพยายามหาแล้วไม่มีอ่ะครับ และก็ช่วยแนะนำคลับของรุ่นนี้หน่อยได้มั้ยครับว่าคุยกันที่ไหนครับ ผมลอง ๆ หาดูใน google แต่หาไม่เจอเลย

ขอบคุณมากครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 14:57:17
ขอบคุณครับคุณ koko86 รีวิวได้ละเอียด อ่านเพลินดีครับ
สอบถามหน่อยครับว่า e39 528i ที่เคยใช้ ล้อขนาดกี่นิ้วครับ

ผมเคยใช้ e39 523i รุ่นแรกสุด ปี 1996 ล้อขอบ 16 ช่วงล่างเดิม ตอนนั้นชอบมาก หนึบแน่นกำลังดี ขับเร็วก็นิ่งและเงียบเหมือนที่คุณ koko86 บอก
แต่หลังจากนั้นไม่เคยได้ใช้ 5 series รุ่นใหม่ๆอีกเลย
ยังสงสัยอยู่ว่า 5 series รุ่นใหม่ๆต่อจากนั้น ยังให้ฟีลลิ่งช่วงล่างแบบ e39 รึเปล่า
หรือแข็งขึ้น หรือนุ่มขึ้นอย่างไร
เคยอ่านรีวิวของคุณ jimmy บอกว่า e60 ช่วงล่างไม่ดีเท่า e39
ความเร็วสูงๆหน้าจะลอยๆ ไม่นิ่งเท่า e39
เท่าที่อ่านดูเหมือน ว่าจะดีขึ้นใน f10 และ g30

ผมว่าe39นุ่มกว่าหน่อยครับ โดยเฉพาะการเก็บรายละเอียด หลุมบ่อต่างๆ g30 จะส่งเข้ามาเยอะกว่า ผมคิดว่าถ้าเปลี่ยนเป็นยางธรรมดานี่น่าจะดีขึ้นอีกเยอะเลย
แต่เรื่องฟิลลิ่งช่วงล่างของคันนี้ ผมนึกไม่ออกว่าจะมีคันไหนใกล้เคียงไปกว่าe39แล้วครับ
นุ่ม แน่น แต่ไม่โคลง เกิน160ยังมั่นใจ มันทำให้คิดถึงมันจริงๆ
ส่วนที่ต่างอีกเรื่องก็อาจเป็นพวงมาลัยที่e39หนักกว่าเยอะ เลยมั่นใจกว่าตอนความเร็วสูงๆครับ

รูปที่แนบมาเป็นe39ที่เคยมี แต่เป็นสีดำ ล้อลายนี้เลยครับ ผมจำขนาดไม่ได้ จำได้แต่ว่าขับโคตรดี
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: ttcl ที่ สิงหาคม 30, 2018, 15:31:27
ผมว่าe39นุ่มกว่าหน่อยครับ โดยเฉพาะการเก็บรายละเอียด หลุมบ่อต่างๆ g30 จะส่งเข้ามาเยอะกว่า ผมคิดว่าถ้าเปลี่ยนเป็นยางธรรมดานี่น่าจะดีขึ้นอีกเยอะเลย
แต่เรื่องฟิลลิ่งช่วงล่างของคันนี้ ผมนึกไม่ออกว่าจะมีคันไหนใกล้เคียงไปกว่าe39แล้วครับ
นุ่ม แน่น แต่ไม่โคลง เกิน160ยังมั่นใจ มันทำให้คิดถึงมันจริงๆ
ส่วนที่ต่างอีกเรื่องก็อาจเป็นพวงมาลัยที่e39หนักกว่าเยอะ เลยมั่นใจกว่าตอนความเร็วสูงๆครับ

รูปที่แนบมาเป็นe39ที่เคยมี แต่เป็นสีดำ ล้อลายนี้เลยครับ ผมจำขนาดไม่ได้ จำได้แต่ว่าขับโคตรดี

ขอบคุณครับ ล้อลายเดียวกันเลย ถ้าลายนี้ขอบ 16 ครับ ขับดีจริงๆ
เห็นบอกว่าขับพระราม3 สุขุมวิท กับตอนทดสอบอัตราสิ้นเปลือง เติมน้ำมันที่ปั๊มเชลล์ตรงข้ามเซ็นทรัลพระรามสาม ปั๊มนี้ติดกับคอนโดผมเลย วันหลังถ้าเห็น GT86 สีเงินแถวนี้ คงจะสันนิษฐานว่าเป็นรถคุณ koko86  :)
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 20:06:44
โหมด EcoPro น่าจะปิดระบบ auto start/stop ได้นะครับ และ speed limit warning ก็ปรับได้เช่นกันครับ แต่ความประหยัดก็น่าจะลดลงตามไปด้วย (ของผมรุ่น 530i ครับ)

แต่รบกวนสอบถามนิดนึงได้มั้ยครับว่า เก๊ะเก็บเหรียญอยู่ตรงไหนหรอครับ ผมพยายามหาแล้วไม่มีอ่ะครับ และก็ช่วยแนะนำคลับของรุ่นนี้หน่อยได้มั้ยครับว่าคุยกันที่ไหนครับ ผมลอง ๆ หาดูใน google แต่หาไม่เจอเลย

ขอบคุณมากครับ

ต้องขอบคุณ คุณ atcharin มากๆ เลยครับ ผมไปทดสอบใหม่และได้แก้ไขในข้อความแล้วครับ เรื่องstart stop และ เรื่องspeed warning
ถ้าอยากเข้ากลุ่ม ให้ทักในเฟซบุคกลุ่มชื่อนี้เลยครับ https://m.facebook.com/groups/806045289570855 เดี๋ยวจะมีadminมารับเข้าไปอยู่ในกลุ่มไลน์
ส่วนเก๊ะ เก็บของอยู่ตรงนี้ตามรูปครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 20:15:10
ผมว่าe39นุ่มกว่าหน่อยครับ โดยเฉพาะการเก็บรายละเอียด หลุมบ่อต่างๆ g30 จะส่งเข้ามาเยอะกว่า ผมคิดว่าถ้าเปลี่ยนเป็นยางธรรมดานี่น่าจะดีขึ้นอีกเยอะเลย
แต่เรื่องฟิลลิ่งช่วงล่างของคันนี้ ผมนึกไม่ออกว่าจะมีคันไหนใกล้เคียงไปกว่าe39แล้วครับ
นุ่ม แน่น แต่ไม่โคลง เกิน160ยังมั่นใจ มันทำให้คิดถึงมันจริงๆ
ส่วนที่ต่างอีกเรื่องก็อาจเป็นพวงมาลัยที่e39หนักกว่าเยอะ เลยมั่นใจกว่าตอนความเร็วสูงๆครับ

รูปที่แนบมาเป็นe39ที่เคยมี แต่เป็นสีดำ ล้อลายนี้เลยครับ ผมจำขนาดไม่ได้ จำได้แต่ว่าขับโคตรดี

ขอบคุณครับ ล้อลายเดียวกันเลย ถ้าลายนี้ขอบ 16 ครับ ขับดีจริงๆ
เห็นบอกว่าขับพระราม3 สุขุมวิท กับตอนทดสอบอัตราสิ้นเปลือง เติมน้ำมันที่ปั๊มเชลล์ตรงข้ามเซ็นทรัลพระรามสาม ปั๊มนี้ติดกับคอนโดผมเลย วันหลังถ้าเห็น GT86 สีเงินแถวนี้ คงจะสันนิษฐานว่าเป็นรถคุณ koko86  :)

บ้านเราใกล้กันจริงๆครับ คันนี้ถ้าเทียบความรู้สึกกับe39 เหมือนได้เจอแฟนเก่าที่แยกจากเราไปพักนึงครับ มันคล้ายๆ แต่แข็งกระด้างขึ้นอีกหน่อย
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 20:20:53
ถามเล่นๆนะครับ

ระหว่าง 86 กับ 520d ใครเร็วกว่ากันครับ ถามเจ้าของน่าจะได้เรื่องมากที่สุด กับเครื่องที่หลายๆคนว่ามันอืดทั้งคู่

ถ้าให้ผมเดาจากที่เคยขับมาแบบไม่ใช่เจ้าของ ผมว่าพอๆกันไม่มีใครหนีใคร

จริงๆโดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบขับรถแรงๆ บนถนนเมืองไทยมากซักเท่าไหร่ครับ จากที่เคยใช้ s500e มันแรงก็จริง แต่ช่วงความเร็วสูงๆจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ มันมีที่ให้แก้ไขความผิดพลาดได้น้อยมาก ส่วนนึงผมมีครอบครัวแล้วและผมก็มีรถ86สำหรับเวลาอยากซิ่ง ซึ่งก็ได้ระบายความอัดอั้นในสนามจนพอแล้ว นี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่เลือก 520 d

ตอบคำถามคุณ alcatraz นะครับ
สองคันนี้เร็วพอๆกัน แต่ถูกใช้งานคนละจุดประสงค์กันเลย 520d ไว้พาครอบครัวไปเที่ยว ขับไปทำงานชิลๆ ซิ่งได้บ้างแต่คงไปแข่งกับใครลำบาก ส่วน86 นี่เอาไว้หวดทำเวลาในสนามกับเพื่อนๆ ในกลุ่มครับ

ทีนี้ใครเร็วกว่าขึ้นกับว่าขับที่ไหน?

......ถ้าบนถนนอาจจะกินกันไม่ลง 520d ออกตัวดีกว่าเพราะแรงตั้งแต่ต้น แต่ 86 ช่วงชนred line ก็แรงพอๆกันคนขับต้องใช้เกียร์ให้เป็น เลี้ยงรอบให้ดี
......ถ้าเจอบนภูเขา 86 น่าจะหาจังหวะแซงตอนออกจากโค้งได้ แต่เหนื่อยหน่อย
......ถ้าเจอในสนามแข่ง 520 โดนแซงตั้งแต่โค้งแรกแล้ว หรือรถบ้านที่ว่าแรงๆ มาขับในสนามด้วยกันเวลาตามออกจากโค้ง บางครั้งผมต้องยกคันเร่งรอให้คันหน้าอันเดอร์จนเสร็จเสียก่อนและหลายครั้งมันทำเวลาได้ดีกว่ารถที่แรงกว่าเพราะมันทำความเร็วในโค้งได้สูงกว่า  จากในคลิป เข้าโค้งแบบนี้ ในสนามแบบนี้ เป็นทางถนัดของ86 มันเลยครับ

https://youtu.be/XpmE91-aANA
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Slipknot` ที่ สิงหาคม 30, 2018, 21:48:21
เทียบE39กับG30ให้หน่อยครับว่าเป็นยังไงบ้าง
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: DriveOnly ที่ สิงหาคม 30, 2018, 22:07:36
อ่านกระทู้นี้เลยสนใจ 530e luxury เลยเข้าไปตามลายแทงที่ให้มา เห็นส่วนลดที่แต่ละคนได้มา บอกตามตรงไม่กล้าซื้อเลยครับมีตั้งแต่ 3 แสน ยัน 6 แสน แต่ละที่มันแตกต่างกันเกินไปกลัวซื้อไปแล้วเจ็บใจทีหล้ง และในเว็ป bmwth ก็มี 530e highline โผล่ขึ้นมาอีก ไม่รู้ว่าจะมาแทน luxury หรือปล่าว งงกับการตลาดของ bmwth จริงๆ  :'(
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: SM. ที่ สิงหาคม 30, 2018, 22:08:36
เขียนได้ดีมากเลยครับ อ่านเพลินเลย
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: gobank01 ที่ สิงหาคม 30, 2018, 22:33:16

สุดยอดรีวิวเลยครับ อยากได้รีวิวแบบนี้แหละครับ

ผมรู้สึกว่าคุณหมอชอบรถแรงๆ ระดับนึง

ทำไมถึงไม่เลือก 530i หรอครับ อันนี้แอบสงสัยครับ

แล้วท้ายรถ ถ้าเดินทางไป ตจว ใส่กระเป๋าเดินทาง 2 ใบ + รถเข็นลูก ไหวไหมครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: LED` ที่ สิงหาคม 30, 2018, 22:51:10
ขอบคุณมากครับ ช่วงนี้ที่บ้านผมก็กำลังดูๆ G30 ไว้เหมือนกัน
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: chat_eg3d ที่ สิงหาคม 30, 2018, 22:52:52
อ่านเพลินไปเลยครับ  ที่บ้านก็ใช้อยู่ครับ G30 ขับนิ่ม ขับสบาย ออฟชั่นไม่ต้องเยอะมากพื้นๆ ดี จะได้ไม่มีอะไรเสียให้กวนใจ
ใช้น้อย แต่ใช้เกือบทุกวัน  เติมเต็มถังวิ่งได้พันกว่าโล รถใหญ่แต่ประหยัดกว่าอีโค่คาร์  ทำให้อยากขับอยากใช้ครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Peet Sayumpoo ที่ สิงหาคม 30, 2018, 22:57:01
เทียบE39กับG30ให้หน่อยครับว่าเป็นยังไงบ้าง

ตามนี้ครับ

การขับขี่และช่วงล่าง ยาง เบรก
   จุดเด่นที่สำคัญของรถคันนี้คือเรื่องนี้แหละครับ เมื่อขับทั่วไปในเมือง ผ่านรอยต่อต่างๆ มีความนุ่มนวลอยู่พอสมควร แต่เมื่อเทียบกับ BMW e39 ที่เคยใช้มาก่อน รู้สึกว่า “การเก็บรายละเอียด” ยังสู้ไม่ได้ ทั้งนี้อาจเกิดจาก ยางrun flat ที่แก้มแข็งขึ้น และ ล้อขอบ18 ที่ใหญ่ขึ้น ตามยุค ตามสมัย ถ้าพูดถึงเรื่องความนิ่มนวลอาจไม่ได้นิ่มนวลสุดๆ เมื่อเทียบกับ S500e แต่มีความเป็นธรรมชาติมากกว่า คือ ผ่านอะไรก็รู้สึกอย่างงั้น ไม่หลอกๆเหมือนรถที่ใช้ช่วงล่างถุงลม
   ล้อ18 ที่ติดรถมาอาจดูไม่ได้สวยเต็มเท่าไหร่ แต่เหมาะอย่างยิ่งกับถนนเมืองไทย จากการใช้งานจริงเคยตกหลุมที่มองไม่เห็นตอนกลางคืนครั้งนึง คิดในใจว่าถ้าเป็น w222 ล้อ20 นิ้วคงคดไปแล้วแน่ๆ แต่ล้อขนาดนี้มียางที่หนาจึงไม่มีอาการคดใดๆให้เห็น และยังนิ่มนวลพอสมควรด้วย

   การเกาะถนน  การขับขี่ทั่วๆไป เช่น โค้ง ทางด่วนที่ขึ้นจากพระโขนงมุ่งหน้าไปรามอินทรา Toyota 86 ขับได้ประมาณ 80 ส่วนคันนี้ ขับเข้าไปได้ 70 กม./ชม  กว่าโดยไม่ออกอาการอะไรเลย
         บ่อยครั้งเช่น โค้งลงทางด่วน พระรามหก จากทางที่มุ่งหน้าแจ้งวัฒนะขับลงไปได้ถึง 70 กม./ชม หรือโค้งขึ้นทางด่วนจากพระรามหกข้ามคลองประปาขึ้นเพื่อไปดาวคะนอง ก็สามารถแซงคันอื่นๆในโค้งได้อย่างมั่นใจ จุดที่ประทับใจอีกเรื่องคือ ความรู้สึกเวลาเข้าโค้ง แทบไม่มีอาการโคลงจากการถ่ายน้ำหนักเลยและในขณะเดียวกันช่วงล่างก็ไม่ได้แข็งจนเกินไป
      ช่วงความเร็วสูง มากกว่า 160 กม./ชม ที่เป็นจุดที่วัดความมั่นใจของช่วงล่างได้เป็นอย่างดี ยังให้ความมั่นใจได้อยู่ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักพวงมาลัยที่ตึงมือพอดีๆ และช่วงล่างที่ยังเอาอยู่ กับสถานการณ์แบบนี้ไม่มีอาการเซส่ายไปตามแรงลม หรือความรู้สึกลอยๆ หวิวๆ
   แม้กระทั่งการทดสอบหาความเร็วสูงสุด ช่วงทางด่วนอุดรรัถยา เนื่องจากลักษณะทางด่วน เป็นทางราบยาวๆที่ขั้นไว้ด้วยสะพาน ดังนั้นจึงต้องลงสะพานมาด้วยความเร็ว และเมื่อถึงความเร็วสูงสุดแล้วก็ต้องรีบเบรกเพื่อไม่ให้รถลอยระหว่างขึ้นไปอีกสะพาน  ตรงจุดนี้จากความเร็วสูงสุดที่ทำได้คือ 231 กม./ชม ก็ยังสามารถจับพวงมาลัยมือเดียวสักพักแล้วถ่ายรูปเก็บไว้ หลังจากนั้นกดเบรกเต็มที่ เพื่อขึ้นอีกสะพานช่วงล่างก็สามารถรับมือกับรอยต่อสะพานที่ความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ 
   โดยสรุป ผมประทับใจกับช่วงล่างรถคันนี้มาก คือ มันสามารถส่งผ่าน DNA ของ BMW จากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างน่าประทับใจ มีทั้งความนิ่มนวลและเกาะถนนแบบเป็นธรรมชาติ ทั้งๆที่สองอย่างนี้ไม่น่าจะไปด้วยกันได้  นี่น่าจะเป็นมาตรฐานที่ดีของ รถในsegment sport luxury car ถ้าคุณชอบเล่นโค้ง หรือ ชอบการทรงตัวที่ดีใจช่วงความเร็วสูง การเซ็ทช่วงล่างแบบนี้คือคำตอบ  หากเทียบกับบรรดารถที่เคยขับมาฟิลลิ่งของรถคันนี้จะใกล้เคียงกับ BMW e39 มากที่สุดครับ ความรู้สึกจะคล้ายๆกับเจอแฟนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน แต่ g30 จะแข็งกว่าหน่อยน่าจะเป็นพราะใช้ยางrun flat

   เบรก ถึงแม้จะให้เบรกหน้ามาแค่สองพอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำหนัก การหน่วงตามแรงกด หรือแม้กระทั่งช่วงลดความเร็วจากความเร็ว230 จนมาถึง 120กม./ชม ก็ยังให้ความมั่นใจได้ดี ไม่มีอาการเฟด หรือ เอาไม่อยู่ให้เห็น เทียบความรู้สึกกับตัว S500e พูดตรงๆว่าที่ความเร็วสูง G30 กับให้ความมั่นใจเรื่องเบรกได้มากกว่า

   ยาง ยางที่ใช้ เป็น piralli centurino ให้ความไว้ใจได้เรื่องการเข้าโค้ง และการเบรก ตั้งแต่ขับมาบนถนนยังไม่เคยทำมันร้องเลยสักครั้ง เกาะถนนดีจริงๆ เมื่อขับกลางฝน ต้องรีดเจอแอ่งน้ำที่ความเร็ว 110 กม/ชม ก็ไม่มีอาการเหินใดๆ ให้เห็น

   พวงมาลัย ให้การสื่อสารที่ดี คือ เวลาขับจน understeer(รายละเอียดในpart driving on limit) น้ำหนักก็จะเบาลงเล็กน้อย เมื่อผ่านรอยต่อ หลุมบ่อบนถนนต่างๆ ก็รายงานรายละเอียดต่างๆให้พอเป็นพิธี ไม่เก็บทุกเม็ดเหมือน 86 ซึ่งก็ถือเป็น ครรลอง ตามรถsport luxury
   หากจะมีข้อติ ก็คือ พวงมาลัยในโหมด มาตรฐาน อาจจะมีน้ำหนักเบาไปหน่อยไม่ว่าเป็นตอนขับในเมืองหรือเดินทางไกล ซึ่งในโหมดมาตรฐานนั้น ไม่สามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้ แต่ในโหมดอื่น เช่น โหมด สปอร์ตหรือ eco pro สามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้ แต่ก็มีปัญหาคือ ต้องกดเปลี่ยนโหมดทุกครั้งหลังจากที่สตาร์ทเครื่องและ หน้าจอแสดงผลของโหมดสปอร์ตก็ดูยากไม่เหมือนโหมดมาตรฐาน ดังนั้นหากแก้ไขให้โหมดมาตรฐานสามารถปรับน้ำหนักพวงมาลัยได้จะดีมากๆ

   เกียร์ เมื่อเทียบกับเกียร์เบนซ์ที่ต้องเข้าตรงก้านพวงมาลัย เกียร์ของBMW เข้าได้สะดวกกว่าเยอะคือ คันเกียร์อยู่ในตำแหน่งเดียวกับรถทั่วๆไป การเข้าเกียร์จะเป็นลักษณะจอยสติ๊ก มีปุ่มP อยู่ตรงด้านหลัง และมีสวิตช์ปลดล็อคปุ่ม P  อยู่ด้านข้าง เวลาเปลี่ยนจากเกียร์ D มา P จึงทำได้ง่าย แค่เพียงกดปุ่มPก็เสร็จแล้ว หรือหากจะเปลี่ยนจาก P มา D ก็สามารถทำได้ง่ายๆเพียงกดปุ่มปลดล็อคค้างไว้และเข้าเกียร์D ได้เลย
     การใช้งานเกียร์ลูกนี้ สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างนุ่มนวล ไม่มีการกระตุกใดๆทั้งสิ้น แต่ยังรู้สึกถึงการเปลี่ยนเกียร์อยู่ เมื่อขับเรื่อยๆในเมืองเกียร์จะเปลี่ยนเร็ว รอบเครื่องจะไม่เกิน 1800-2000 รอบ  นอกจากนี้เมื่อเวลารถติดๆ ยังมีโหมด auto hold brake เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเหยียบเบรก และดึงเบรกมือบ่อยๆด้วย
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 31, 2018, 06:56:33
เทียบE39กับG30ให้หน่อยครับว่าเป็นยังไงบ้าง

ตามที่คุณ peet ได้cap มาครับ สรุปคือ มันคล้ายมากๆครับ ต่างกันตรงเรื่อง
     -ความคล่องตัวคือ e39 มันเล็กกว่า ฐานล้อแคบกว่า ด้านหน้า  ด้านหลังแคบกว่า ผมว่า e39 ตอนนี้มิติมันใกล้ๆ f30 ไปซะแล้ว
     -ช่วงล่าง คล้ายๆกันมาก คล้ายe39 มันคือฟิลลิ่งเดียวกันเลย เหมือนเจอแฟนเก่า ที่ลีลาเร่าร้อน แต่อย่างที่บอกว่าแข็งกว่าหน่อย ถ้าเปลี่ยนจาก run flat เป็นยางธรรมดาผมว่าจะคล้ายกันกว่านี้อีก ถ้าเทียบกับคันอื่น ในบ้าน อย่างw211 หรือ 86  มันก็ไม่เหมือน มันเหมือน e39 เท่านั้น (86 กระชับไป w211 แข็งแต่ย้วย) ที่สำคัญ เวลา e39 สมัยก่อนผมเคย เอาไปดริฟต์เล่นในมหาลัย จนโดนคนด่า  คิดว่า G30 ก็น่าจะทำอย่างงั้นได้เช่นกัน แต่ปัจุบันเลิกนิสันห่ามๆแบบนั้นไปแล้ว
     - แรงเครื่องยนต์ เวลาดึงแรงพอๆกัน แต่ e39 มีเสน่ห์กว่า ตรง เป็นเครื่องยนต์หกสูบ แรงจะมาหลังสี่พันรอบ และ เสียงหวานมากๆ ในขณะที่ g30 เป็นเบนซินดึงตั้งแต่ 1000 รอบ ใช้ง่ายก็จริง แต่เสียง หรือบุคลิคไม่มีเสน่ห์แบบ na เบนซินครับ มีความสั่น และ สาก เดินไม่เรียบ ของดีเซลตลอด และเสียง ที่ก็ตามที่ได้ยินแหละครับ
     - เบรก มันฟิลลิ่งคล้ายกันทุกอย่าง แต่เกิน 160 g30 มั่นใจกว่าครับ อาจเป็นเทคโนโลยีของยางด้วย
     - ความสวยงาม อันนี้โดยส่วนตัว e 39 กินขาดครับ ผมจำได้ว่า สมัยได้มาใหม่ๆ มีคนมองตามเหลียวหลังกันหลายคน แต่ ขับg30 มัน ไม่มีอะไรแบบนั้น มัน  conservative ไปหน่อย
     - เรื่องความหรูหรา เทียบตามยุคตามสมัย ผมว่าพอๆกัน ครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 31, 2018, 07:12:58
อ่านกระทู้นี้เลยสนใจ 530e luxury เลยเข้าไปตามลายแทงที่ให้มา เห็นส่วนลดที่แต่ละคนได้มา บอกตามตรงไม่กล้าซื้อเลยครับมีตั้งแต่ 3 แสน ยัน 6 แสน แต่ละที่มันแตกต่างกันเกินไปกลัวซื้อไปแล้วเจ็บใจทีหล้ง และในเว็ป bmwth ก็มี 530e highline โผล่ขึ้นมาอีก ไม่รู้ว่าจะมาแทน luxury หรือปล่าว งงกับการตลาดของ bmwth จริงๆ  :'(

ใช่ครับ ผมเองก็ไม่เข้าใจ สินค้าน่ะมันดี แต่การตลาดทำให้ลูกค้าหนีกันหมด ลองสังเกตูนะครับว่าช่วงหลังๆ มีคนตั้งกระทู้ BMW เยอะมากๆ ว่าส่วนลดเท่าไหร่ ในขณะที่รถญี่ปุ่นไม่มีอะไรแบบนี้เลย แสดงถึงความกังวลของลูกค้าก่อนซื้อมากๆครับ
เขียนได้ดีมากเลยครับ อ่านเพลินเลย
ขอบคุณครับ ผมว่าคนสนใจรุ่นนี้เยอะ น่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ครับ เพราะเขียนไว้ทั้งข้อดี ข้อเสีย ทุกอย่าง


สุดยอดรีวิวเลยครับ อยากได้รีวิวแบบนี้แหละครับ

ผมรู้สึกว่าคุณหมอชอบรถแรงๆ ระดับนึง

ทำไมถึงไม่เลือก 530i หรอครับ อันนี้แอบสงสัยครับ

แล้วท้ายรถ ถ้าเดินทางไป ตจว ใส่กระเป๋าเดินทาง 2 ใบ + รถเข็นลูก ไหวไหมครับ

530i อันที่จริงก็อยากได้ครับ คือชอบเลย แต่แพง และ ตอนที่ตัดสินใจจะซื้อมันไม่มีขายซะแล้ว มีแต่ 530e ทีนี้ง่ายเลย เพราะอยู่คอนโดชาร์จแบตไม่ได้ เลย เอา 520d โลดเลย สิ่งเดียวที่อยากได้จาก 530e คือเบาะครับ 520d ผมนั่งนานๆ แล้วปวดหลัง
 แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ 520 d ประหยัดกว่าเยอะ ในเมืองวิ่ง 12-14 โล  ลิตร ในขณะที่ 530i ที่คนในคลับขับในเมือง ประมาณ 7 โล ลิตร ครับ ถ้าย้อนเวลกลับไปได้ช่วงมี 530i ก็คงคิดหนัก กับ 520 d เพราะซื้อมาตั้งใจเป็นรถครอบครัว ไม่กะซิ่ง ติดแค่เรื่องเบาะอย่างเดียว ถูกกว่าเกือบล้าน
ส่วนเรื่องที่เก็บของ กระเป๋าสองใบ บวกรถเข็นผมว่าเหลือเฟือครับ มีที่เหลือเผื่อแฟนช๊อบของด้วยครับ 55555


หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ สิงหาคม 31, 2018, 07:15:41
ขอบคุณมากครับ ช่วงนี้ที่บ้านผมก็กำลังดูๆ G30 ไว้เหมือนกัน

รถดีจริงๆ ค่อยๆหาส่วนลดดีๆ แล้วใช้คุ้มเลย ครับ

อ่านเพลินไปเลยครับ  ที่บ้านก็ใช้อยู่ครับ G30 ขับนิ่ม ขับสบาย ออฟชั่นไม่ต้องเยอะมากพื้นๆ ดี จะได้ไม่มีอะไรเสียให้กวนใจ
ใช้น้อย แต่ใช้เกือบทุกวัน  เติมเต็มถังวิ่งได้พันกว่าโล รถใหญ่แต่ประหยัดกว่าอีโค่คาร์  ทำให้อยากขับอยากใช้ครับ

เห็นด้วยตามนี้เลยครับ โคตรประหยัด ใช้นานๆ ออพชั่นพื้นๆ ไม่มีอะไรให้เสียดีกว่า
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบ ระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: น้ำเขียว ที่ สิงหาคม 31, 2018, 11:59:10
อ่านเพลินจริงๆครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบ ระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Jaew ที่ สิงหาคม 31, 2018, 13:55:28
กำลังจะออก 520D M Sport ครับห่วงอย่างเดียวคือยางหลัง 275 จะสะเทือนมากหรือเปล่า ถ้าเราว่างตรงกันอาจจะให้หมอลองขับดู E39 ก็เคยใช้มา15ปีขายไปแล้วครับ ติอย่างเดียวเวลาคลานในเมืองจะเร่งแซงต้องคิ้กดาวส่งเสียงรอบจัดดังเกินไปเปลี่ยนเป็น X1 e84 2.0D ปรู๊ดปร๊าดมากมุดสนุกแต่เก็บเสียงสู้ 320d ไม่ได้นั่งสะเทือนน้องๆMini Countryman คราวนี้เลยเปลี่ยนเป็น G30 520D M Sport ครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบ ระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Peet Sayumpoo ที่ สิงหาคม 31, 2018, 14:21:33
กำลังจะออก 520D M Sport ครับห่วงอย่างเดียวคือยางหลัง 275 จะสะเทือนมากหรือเปล่า ถ้าเราว่างตรงกันอาจจะให้หมอลองขับดู E39 ก็เคยใช้มา15ปีขายไปแล้วครับ ติอย่างเดียวเวลาคลานในเมืองจะเร่งแซงต้องคิ้กดาวส่งเสียงรอบจัดดังเกินไปเปลี่ยนเป็น X1 e84 2.0D ปรู๊ดปร๊าดมากมุดสนุกแต่เก็บเสียงสู้ 320d ไม่ได้นั่งสะเทือนน้องๆMini Countryman คราวนี้เลยเปลี่ยนเป็น G30 520D M Sport ครับ

ยังขอบ 18" เหมือนกันอยู่ ผมว่าไม่น่าจะมีผลเรื่องความเทือนมากนะครับ(เดา) แต่เสียงยางบดถนนมามากกว่า 245 แน่ครับ
โดยเฉพาะยางเดิมที่เป็นรันแฟลตทั้งคู่ แล้วก็อาจมีเรื่องอัตราเร่งช่วงความเร็วสูงกับอัตราสิ้นเปลือง ที่จะด้อยลงจาก
Luxury/Sport ที่ใช้ยางหลัง 245 ไปบ้างเล็กน้อยครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบ ระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: brownie ที่ สิงหาคม 31, 2018, 15:41:02
กำลังจะออก 520D M Sport ครับห่วงอย่างเดียวคือยางหลัง 275 จะสะเทือนมากหรือเปล่า ถ้าเราว่างตรงกันอาจจะให้หมอลองขับดู E39 ก็เคยใช้มา15ปีขายไปแล้วครับ ติอย่างเดียวเวลาคลานในเมืองจะเร่งแซงต้องคิ้กดาวส่งเสียงรอบจัดดังเกินไปเปลี่ยนเป็น X1 e84 2.0D ปรู๊ดปร๊าดมากมุดสนุกแต่เก็บเสียงสู้ 320d ไม่ได้นั่งสะเทือนน้องๆMini Countryman คราวนี้เลยเปลี่ยนเป็น G30 520D M Sport ครับ



คุณจิมมีเคยพูดไว้ในรายการตอนทดสอบ 520d (ช่วงล่างธรรมดา)และ 530i M sport (ช่วงล่าง M sport)
ไว้ว่า BMW เช็ตช่วงล่างรถG30 ตัวนี้ให้ออกมาได้เหมือนเป็นรถคนล่ะรุ่นกันเลย

ส่วน 520d M sport ตัวนี้ได้ช่วงล่าง M sport  (คอนเฟริมจากการเช็ค vincode ของคนในคลับ)

ช่วงล่าง M Sport จะแข็งกว่าช่วงล่างปกติชัดเจน

เมื่อรวมกับยางติดรถที่เป็นยางรันแฟตแล้ว จะรู้สึกค่อนข้างกระด้าง

ซึ่งตรงนี้แล้วแต่ความชอบ หากรับไม่ได้สามารถเป็นเป็นยางธรรมดาเองได้ภายหลัง

ซึ่งสำหรับผมแล้วบอกได้เลยว่า หลังจากเปลี่ยนยางแล้วในเรื่องของความนุ่มนวลให้ความรู้สึกเหมือนรถคนล่ะคันเลยทีเดียว

ตอนนี้แฮปปี้มากๆกับช่วงล่าง M sport + ยาง non-run flat

หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบ ระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Peet Sayumpoo ที่ สิงหาคม 31, 2018, 16:03:22
กำลังจะออก 520D M Sport ครับห่วงอย่างเดียวคือยางหลัง 275 จะสะเทือนมากหรือเปล่า ถ้าเราว่างตรงกันอาจจะให้หมอลองขับดู E39 ก็เคยใช้มา15ปีขายไปแล้วครับ ติอย่างเดียวเวลาคลานในเมืองจะเร่งแซงต้องคิ้กดาวส่งเสียงรอบจัดดังเกินไปเปลี่ยนเป็น X1 e84 2.0D ปรู๊ดปร๊าดมากมุดสนุกแต่เก็บเสียงสู้ 320d ไม่ได้นั่งสะเทือนน้องๆMini Countryman คราวนี้เลยเปลี่ยนเป็น G30 520D M Sport ครับ



คุณจิมมีเคยพูดไว้ในรายการตอนทดสอบ 520d (ช่วงล่างธรรมดา)และ 530i M sport (ช่วงล่าง M sport)
ไว้ว่า BMW เช็ตช่วงล่างรถG30 ตัวนี้ให้ออกมาได้เหมือนเป็นรถคนล่ะรุ่นกันเลย

ส่วน 520d M sport ตัวนี้ได้ช่วงล่าง M sport  (คอนเฟริมจากการเช็ค vincode ของคนในคลับ)

ช่วงล่าง M Sport จะแข็งกว่าช่วงล่างปกติชัดเจน

เมื่อรวมกับยางติดรถที่เป็นยางรันแฟตแล้ว จะรู้สึกค่อนข้างกระด้าง

ซึ่งตรงนี้แล้วแต่ความชอบ หากรับไม่ได้สามารถเป็นเป็นยางธรรมดาเองได้ภายหลัง

ซึ่งสำหรับผมแล้วบอกได้เลยว่า หลังจากเปลี่ยนยางแล้วในเรื่องของความนุ่มนวลให้ความรู้สึกเหมือนรถคนล่ะคันเลยทีเดียว

ตอนนี้แฮปปี้มากๆกับช่วงล่าง M sport + ยาง non-run flat


อ่าว ตกลงว่า 520d M ได้ช่วงล่าง M หรือครับ?

ตอนแรกบอกไม่ได้ ตอนนี้มีคนดูในใบบอกว่ามีเขียนว่าช่วงล่าง M แต่จริงๆเขียนผิด ไม่ใช่ช่วงล่าง M
ดูในกระทู้ของคุณหมูก็ไม่มีว่าได้ช่วงล่าง M ตอนนี้ผมงงหมดละครับ 555

สงสัยต้องก้มดูโช๊คกับกันโคลงแล้วละ จะได้ชัวร์ๆ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบ ระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: brownie ที่ สิงหาคม 31, 2018, 16:47:59
กำลังจะออก 520D M Sport ครับห่วงอย่างเดียวคือยางหลัง 275 จะสะเทือนมากหรือเปล่า ถ้าเราว่างตรงกันอาจจะให้หมอลองขับดู E39 ก็เคยใช้มา15ปีขายไปแล้วครับ ติอย่างเดียวเวลาคลานในเมืองจะเร่งแซงต้องคิ้กดาวส่งเสียงรอบจัดดังเกินไปเปลี่ยนเป็น X1 e84 2.0D ปรู๊ดปร๊าดมากมุดสนุกแต่เก็บเสียงสู้ 320d ไม่ได้นั่งสะเทือนน้องๆMini Countryman คราวนี้เลยเปลี่ยนเป็น G30 520D M Sport ครับ



คุณจิมมีเคยพูดไว้ในรายการตอนทดสอบ 520d (ช่วงล่างธรรมดา)และ 530i M sport (ช่วงล่าง M sport)
ไว้ว่า BMW เช็ตช่วงล่างรถG30 ตัวนี้ให้ออกมาได้เหมือนเป็นรถคนล่ะรุ่นกันเลย

ส่วน 520d M sport ตัวนี้ได้ช่วงล่าง M sport  (คอนเฟริมจากการเช็ค vincode ของคนในคลับ)

ช่วงล่าง M Sport จะแข็งกว่าช่วงล่างปกติชัดเจน

เมื่อรวมกับยางติดรถที่เป็นยางรันแฟตแล้ว จะรู้สึกค่อนข้างกระด้าง

ซึ่งตรงนี้แล้วแต่ความชอบ หากรับไม่ได้สามารถเป็นเป็นยางธรรมดาเองได้ภายหลัง

ซึ่งสำหรับผมแล้วบอกได้เลยว่า หลังจากเปลี่ยนยางแล้วในเรื่องของความนุ่มนวลให้ความรู้สึกเหมือนรถคนล่ะคันเลยทีเดียว

ตอนนี้แฮปปี้มากๆกับช่วงล่าง M sport + ยาง non-run flat


อ่าว ตกลงว่า 520d M ได้ช่วงล่าง M หรือครับ?

ตอนแรกบอกไม่ได้ ตอนนี้มีคนดูในใบบอกว่ามีเขียนว่าช่วงล่าง M แต่จริงๆเขียนผิด ไม่ใช่ช่วงล่าง M
ดูในกระทู้ของคุณหมูก็ไม่มีว่าได้ช่วงล่าง M ตอนนี้ผมงงหมดละครับ 555

สงสัยต้องก้มดูโช๊คกับกันโคลงแล้วละ จะได้ชัวร์ๆ

เค้าเอาเลขตัวถังมาเช็คที่นี่ครับ www.bmwvin.com
ซึ่งผมลองของผมแล้วoption ตรงทุกอย่างครับ
หัวข้อ: Re: Long term test BMW 520d G30 ทดสอบ ระยะยาว 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Peet Sayumpoo ที่ สิงหาคม 31, 2018, 16:49:40
กำลังจะออก 520D M Sport ครับห่วงอย่างเดียวคือยางหลัง 275 จะสะเทือนมากหรือเปล่า ถ้าเราว่างตรงกันอาจจะให้หมอลองขับดู E39 ก็เคยใช้มา15ปีขายไปแล้วครับ ติอย่างเดียวเวลาคลานในเมืองจะเร่งแซงต้องคิ้กดาวส่งเสียงรอบจัดดังเกินไปเปลี่ยนเป็น X1 e84 2.0D ปรู๊ดปร๊าดมากมุดสนุกแต่เก็บเสียงสู้ 320d ไม่ได้นั่งสะเทือนน้องๆMini Countryman คราวนี้เลยเปลี่ยนเป็น G30 520D M Sport ครับ



คุณจิมมีเคยพูดไว้ในรายการตอนทดสอบ 520d (ช่วงล่างธรรมดา)และ 530i M sport (ช่วงล่าง M sport)
ไว้ว่า BMW เช็ตช่วงล่างรถG30 ตัวนี้ให้ออกมาได้เหมือนเป็นรถคนล่ะรุ่นกันเลย

ส่วน 520d M sport ตัวนี้ได้ช่วงล่าง M sport  (คอนเฟริมจากการเช็ค vincode ของคนในคลับ)

ช่วงล่าง M Sport จะแข็งกว่าช่วงล่างปกติชัดเจน

เมื่อรวมกับยางติดรถที่เป็นยางรันแฟตแล้ว จะรู้สึกค่อนข้างกระด้าง

ซึ่งตรงนี้แล้วแต่ความชอบ หากรับไม่ได้สามารถเป็นเป็นยางธรรมดาเองได้ภายหลัง

ซึ่งสำหรับผมแล้วบอกได้เลยว่า หลังจากเปลี่ยนยางแล้วในเรื่องของความนุ่มนวลให้ความรู้สึกเหมือนรถคนล่ะคันเลยทีเดียว

ตอนนี้แฮปปี้มากๆกับช่วงล่าง M sport + ยาง non-run flat


อ่าว ตกลงว่า 520d M ได้ช่วงล่าง M หรือครับ?

ตอนแรกบอกไม่ได้ ตอนนี้มีคนดูในใบบอกว่ามีเขียนว่าช่วงล่าง M แต่จริงๆเขียนผิด ไม่ใช่ช่วงล่าง M
ดูในกระทู้ของคุณหมูก็ไม่มีว่าได้ช่วงล่าง M ตอนนี้ผมงงหมดละครับ 555

สงสัยต้องก้มดูโช๊คกับกันโคลงแล้วละ จะได้ชัวร์ๆ

เค้าเอาเลขตัวถังมาเช็คที่นี่ครับ www.bmwvin.com
ซึ่งผมลองของผมแล้วoption ตรงทุกอย่างครับ

ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: Review BMW 520d G30 ทดสอบ bmw 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: BeTRN ที่ กันยายน 01, 2018, 13:52:49
เขียนได้ดีมากครับ อ่านเพลินเลย ขอบคุณมากๆนะครับคุณหมอ  ::)
หัวข้อ: Re: Review BMW 520d G30 ทดสอบ bmw 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: JAY26 ที่ กันยายน 01, 2018, 17:49:29
เขียนได้ละเอียดมากครับ ขอบคุณสำหรับรีวิวครับผม
หัวข้อ: Re: Review BMW 520d G30 ทดสอบ bmw 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: Nat_spn ที่ กันยายน 02, 2018, 06:29:46
ท่านที่เคยใช้ F10 อยู่ มีเยาะดันหลังไหมครับ
แล้วเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 8 ทิศทางหรือเปล่า
หัวข้อ: Re: Review BMW 520d G30 ทดสอบ bmw 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ กันยายน 02, 2018, 15:53:20
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน review BMW 520d G30 ครับ :)
หัวข้อ: Re: Review BMW 520d G30 ทดสอบ bmw 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: koko86 ที่ กันยายน 02, 2018, 16:50:23
เขียนได้ดีมากครับ อ่านเพลินเลย ขอบคุณมากๆนะครับคุณหมอ  ::)

เขียนได้ละเอียดมากครับ ขอบคุณสำหรับรีวิวครับผม

ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านเช่นกันครับ
หัวข้อ: Re: Review BMW 520d G30 ทดสอบ bmw 520d G30
เริ่มหัวข้อโดย: O-ver-Late-Driver ที่ ธันวาคม 24, 2019, 10:20:46
อ่านดูแล้วได้ข้อมูลดีมากๆครับ สงสัยช่วงล่างรุ่นM sport แตกต่างจากรุ่น อื่นๆบ้างครับ

ขอบคุณ สำหรับข้อมูลครับ