ผู้เขียน หัวข้อ: Review(แห้ง ไม่ม่รูป) Jazz GD idsi เปรียบมวยกับ CITY MC 2011  (อ่าน 11417 ครั้ง)

ออฟไลน์ mongolias

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,076
Review(แห้ง ไม่ม่รูป) Jazz GD idsi เปรียบมวยกับ CITY MC 2011
« เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2011, 13:42:11 »
สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเปรียบเทียบการใช้งานของรถซิตี้คาร์ 2แบบ แต่ยี่ห้อเดียวกันครับ เผื่อจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่ยังลังเลระหว่างรถ Hatchback กับ  Sedan

คันแรก มุมแดง Honda Jazz GD IDSI 2006 เลขไมล์  206,XXX ก.ม.
คันที่สอง มุมน้ำเงิน Honda City IVTEC 2011  เลขไมล์ 770 ก.ม.

โดยบทความนี้ขออนุญาติใส่แต่เนื้อหานะครับ ส่วนรูปภาพเนื่องจากมีคนถ่ายไปแล้ว และเพิ่งรีวิวไปเมื่อไม่นานนี้เอง
ถ้าไม่เป็นการรบกวน คุณผู้อ่านสามารถดูเทียบได้จาก รีวิว Jazz GD และ CITY MC เลยครับ แทบจะเหมือนกันเลย จะได้ไม่ต้องเสียพื้นที่บน Server (อันที่จริงขี้เกียจถ่ายรูป)

แม้จะเป็นรถต่างยุคสมัยกันบ้าง แต่โดยรวมของ Jazz แล้ว รุ่นใหม่ก็ไม่ได้ฉีกหนีตัวเก่าไปมากสักเท่าไหร่ครับ ดังนั้นผมจึงขอนำมาเปรียบเทียบกัน จากมุมมองของผู้ใช้จริงครับ

ด้านรูปลักษณ์
แน่นอนว่ารถทั้ง 2 คัน จัดได้ว่าเป็นรถคนละแบบกันเลย คันหนึ่งมี  4 ประตู ส่วนอีกคันมี  5 ประตู แล้วแต่คนชอบครับ
แต่ด้วยราคาที่ใกล้เคียงกัน(ราวๆ 5 แสน - 7 แสนบาท) ทำให้หลายคนสองจิตสองใจว่าจะซื้อคันไหนดี ซึ่งส่วนตัวผมอยากให้มองที่ลักษณะการใช้งานเป็นหลักครับ
โดยส่วนตัว ตอนก่อนผมออก Jazz บ้านผมใช้รถ 4 ประตูมาตลอดนะ รถ 5 ประตูแทบจะไม่เคยคิดว่าจะใช้เลยครับ แต่ตอนนั้นตัวเลือกในงบราวๆ 6 แสนบาท ยังมีไม่มากเหมือนตอนนี้ ซึ่งตัวเลือกขณะนั้นมีแค่
1. VIOS ผมชอบการขับขี่ของเจ้านี่นะ แต่ขับแล้วเมื่อยน่องมาก เบาะรองนั่งสั้นไปหน่อย เลยตัดออก
2. Yaris ตัดทิ้งตั้งแต่ เห็นคันจริง ลองไปนั่งเบาะหลังแล้ว ส่ายหัวทันที เพราะด้านหลังมันแคบ ผมนั่งแล้วรู้สึกอึดอัด
3. CITY ZX ที่จริงสนใจเจ้านี่พอสมควร เพราะภายในผมชอบมากกว่า Jazz แต่ผมไม่ชอบดีไซน์ด้านนอกเลย มันไม่ลงตัวจริงๆ
4. Jazz จัดเป็นตัวเลือกที่เข้ามา เพราะชอบพอลล่า เอ๊ย คุณแม่ชอบครับ ลองขับแล้วผมก็ชอบ เลยตกลงเลือกเจ้านี่แหละ

ด้านวัสดุที่ใช้ตกแต่งภายในรถ
Jazz สู้ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง วัสดุสำหรับเจ้า Jazz นั้น พลาสติดไม่ค่อยน่าสัมผัสเท่าไหร่ CITY ดีขึ้นมานิดนึง พื้นผิวสัมผัสไม่ได้เป็นพลาสติกแข็งเหมือน Jazz

ด้านการโดยสาร
ข้อนี้ CITY กินครับ เพราะว่าภายในเบาะนั่งสบายกว่า Jazz
เบาะหน้าผมให้พอๆกัน แต่ด้านหลังเนื่องจาก CITY เบาะจะไม่ตั้งชันเท่า Jazz ทำให้ผู้โดยสารด้านหลังจะสบายกว่า รวมถึงพื้นที่ Leg room ก็มากกว่าด้วยครับ
แต่ สิ่งหนึ่งที่ Jazz ดีกว่าซิตี้มากคือ ความโปร่งของห้องโดยสารครับ พื้นที่ Headroom ของ Jazz นี่ทำให้ภายในรถดูใหญ่มากเลยครับ

ด้านที่เก็บของ
ข้อนี้ ต่างรุ่นต่างมีข้อดีที่ไม่มีใครยอมใครครับ
Jazz แม้จะเป็นรถที่สั้นกว่าถึงครึ่งเมตร แต่ด้วยการที่คุณสามารถพับเบาะได้หลากหลายรูปแบบ รวมถึงยังมีที่เก็บของจุกจิกเยอะแยะ ทำให้รถเล็กรุ่นนี้จุของได้มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอกเยอะครับ
CITY แม้จะพับเบาะไม่ได้เหมือน Jazz แต่กระโปรงหลัง มีพื้นที่มากครับ ผมเคยเลียนแบบคุณจิมมี่ไปนอนในนั้น ก็นอนได้จริงๆครับ (เล่นเอาแฟนขำก๊ากเลย)

ด้านการเก็บเสียง
ทั้ง CITY และ Jazz เสียงลมจะเริ่มเข้ามาเมื่อคุณวิ่งแถวๆ 80 ก.ม.++ แต่เท่าที่หูผมลองฟังนี่ ดูเหมือนซิตี้จะเก็บเสียงดีกว่านิดหน่อย
แต่แหม ข้อนี้อยากจะบอกว่าห่วยพอกันได้ไหม 5555 ฮอนด้าเก็บเสียงไม่ค่อยดีอยู่แล้ว

ด้านเครื่องเสียง
CITY ชนะครับ ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่รู้สึกว่าเสียงจาก CITY จะใสมากกว่า Jazz ครับ

ด้านอุปกรณ์ภายใน
เนื่องจากเป็นรถคนละ Gen กัน ดังนั้น ภายในการตบแต่ง CITY ทำได้ดีกว่า Jazz ครับ ทั้งทันสมัยกว่า และสวยงามกว่าครับ
(โดยส่วนตัวผมชอบไมล์ของ CITY ครับ ตอนกลางคืนสวยดี) 

ด้านการขับขี่
Jazz จะได้เปรียบเวลาวิ่งในเมือง ด้วยความที่หน้าสั้น ท้ายกุด ทำให้การขับขี่ในเมือง ทำได้สบายๆ มุดหรือกลับรถในที่แคบๆได้ค่อนข้างง่าย
CITY จะได้เปรียบเวลาวิ่งทางไกล ด้วยความที่รถลู่ลม ทำให้การขับทางไกล จะเหนื่อยน้อยกว่า Jazz นิดหน่อย + การซับแสงสะเทือนจากถนนได้ดีกว่า
สำหรับพวงมาลัย ผมชอบ Jazz มากกว่า ดูเหมือนว่าจะคมกว่า CITY นิดๆ และด้วยขนาดของพวงมาลัยที่กำลังดีกับมือผม ทำให้ผมรู้สึกว่ากำแล้วกระชับกว่า CITY ครับ

ด้านระบบเบรค
Jazz เป็นรถที่กะจังหวะเวลาเบรคยากพอสมควร ถ้ากดเบาๆเหมือนจะไม่อยู่ แต่พอกดหนักจะกลายเป็นหัวทิ่ม
CITY เซตแป้นเบรคมาค่อนข้างลึก เหยียบเบรคแล้วรู้สึกเหมือนจะไม่ค่อยอยู่ ผมมักจะต้องกดเบรคลงไปเพิ่มอีกเสมอ แต่มันก็อยู่นะ อันนี้ดีอย่างที่ไม่หัวทิ่มเท่า Jazz

ด้านเครื่องยนต์
ผมชอบ Jazz มากกว่าแฮะ ช่วงออกตัวดูเหมือนว่า Jazz จะขึ้นได้ไวกว่า CITY แต่พอเลย 60 ไปแล้ว CITY จะขึ้นไวกว่า และหลังจากนั้น CITY ดีกว่าครับ
โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นที่การทดเกียร์เพื่อเน้นความประหยัดของฮอนด้า ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า CITY ช่วงออกตัวมันอืดๆ

ด้านระบบส่งกำลัง
ทั้ง 2 รุ่น เกียร์แตกต่างกัน Jazz เป็นเกียร์ CVT 7 speed ส่วน CITY เป็นเกียร์ Auto 5 speed
ผมขับ Jazz มา 5 ปี แน่นอนครับ ชอบ Jazz มากกว่า เพราะจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ราบรื่นดี ส่วน CITY จะมีกระตุกเล็กน้อย ให้เสียอารมณ์เล่น

ด้านห้องเครื่อง
CITY ห้องเครื่องใหญ่มาก ทำให้เวลาจะเช็คอะไรสักอย่าง สามารถมองเห็นได้ง่ายกว่า Jazz เยอะ (ยกตัวอย่างเช่น กระบอกน้ำสำรอง)
ข้อนี้ ผมว่า CITY นี่เหมือนออกแบบห้องเครื่องมาให้คนขับคิดว่า "ในเมื่อตีนต้นเอ็งเหยียบไม่ค่อยไป ขอยัด K20A แทนละกันวุ้ย"

ด้านความทนทาน
ในข้อนี้ คงชี้ไปที่ Jazz อย่างเดียว เพราะ CITY ยังใหม่อยู่
สำหรับผม ใครที่ว่าเกียร์  CVT ไม่ทน ผมเฉยๆนะ ก็ผมใช้ไปแล้ว 2.06 แสนก.ม. แล้ว
เกียร์ยังปกติอยู่เลย
เพียงแต่ ผมถ่ายน้ำมันเกียร์ทุก 20000 ก.ม. และไม่คิกดาวน์บ่อยๆ เท่านี้เองครับ
ในส่วนอื่น ด้านเครื่องยนต์ไม่เคยซ่อมอะไรเลย ยกเว้นติดแก๊ส
ส่วนอะไหล่อื่นที่เปลี่ยนนอกจากเช็คระยะก็มี
แบตเตอรี่ 3 ลูก
ผ้าเบรค 3 ชุด
จานเบรคหน้า 2 ชุด
ลูกปืนล้อหลัง 1 ข้าง
ยางรองเบ้าโช้คหน้า 1 คู่
ยางรองแท่นเครื่อง(ตรงใต้แบตเตอรี่) 1 ชิ้น
โช้คอัพหลัง 1 คู่
ส่วน CITY ยังไม่เคยทำอะไรเลย แม้แต่เช็คระยะครั้งแรก 5555

ด้านความประหยัด
ทั้ง  2 คัน มีสิ่งที่แปลกอยู่อย่างคือ
Jazz จะประหยัดกว่าเวลาวิ่งในเมือง ผมทำได้แถวๆ 12 ก.ม./ลิตร แต่ CITY จะต่ำกว่านั้นนิดหน่อย
อันนี้คงต้องรออักสักพัก เพราะว่า CITY เพิ่งจะวิ่งได้แค่ราวๆ 7 ร้อยกว่าก.ม. เท่านั้น คิดว่าเข้าที่เข้าทางแล้วน่าจะประหยัดมากกว่านี้อีกสักหน่อย
แต่ถ้าทางไกล CITY ประหยัดกว่าครับ วัดคร่าวๆ วิ่ง 110 เท่ากัน CITY ได้ราวๆ 16 ก.ม./ลิตร ส่วน Jazz ได้ 15 ก.ม./ลิตร
แต่ถ้าวัดกันที่ตัวเงิน ณ ขณะนี้ Jazz ประหยัดกว่า เพราะเอาไปติด LPG แล้ว(เฉลี่ยก.ม. ละ 0.9-1บาท) 555

ด้านความคุ้มค่า
ข้อนี้ CITY ชนะครับ เพราะว่าได้ส่วนลด รถคันแรก 555555

ด้านการบริการของเซลส์
Jazz ผมซื้อที่วอง พญาไท เซลส์ก็พอใช้ได้ครับ แต่ไม่ค่อยชอบผู้ใหญ่ในนั้น ที่พอจะออกรถ ขอเก็บค่าโน่น ค่านี่เพิ่ม
CITY ผมซื้อที่เทพารักษ์ เซลส์ + หัวหน้าเซลส์ดีมาก ให้ข้อมูล รวมถึงติดตามทั้งตอนก่อนและหลังซื้อรถได้ดีมาก (คิดว่าถ้าจะออกรถอีก คงได้ใช้บริการที่นี่แน่ๆ)

สุดท้าย ถ้าถามว่าผมชอบคันไหนมากกว่ากัน
ตัวผมเองก็ยังตอบไม่ถูกเหมือนกัน เอาเป็นว่า ถ้าให้ผมขับเองคนเดียว ผมเลือก Jazz ครับ เพราะผมชอบความคล่องตัว และความโปร่งของห้องโดยสาร
แต่ถ้า ต้องเดินทางไกล และมีผู้โดยสาร ผมเลือก CITY ครับ เพราะขับแล้วผ่อนคลายกว่า Jazz ครับ
แต่ชีวิตประจำวันผม ต้องเดินทางวันละราวๆ 100 ก.ม. Jazz LPG เลยเป็นภาหนะคู่กายผมต่อไป  จะยึด CITY มาก็เกรงว่าจะไม่มีเงินเติมน้ำมัน 555 

ขอขอบคุณภรรยาผม ที่ให้ผมยึดรถมาขับเล่นๆ จนเกิดแรงบันดาลใจพิมพ์บทความเปรียบเทียบนี้ขึ้น
(เห็นปกติคุณจิมมี่มักจะมีขอบคุณผู้ที่ช่วยประสานงานด้านการยืมรถ ผมเลยขอบคุณบ้าง เอิ๊ก เอิก)