ผู้เขียน หัวข้อ: มินิ รีวิว -->Toyota Alphard โฉมแรก ตัว Top V6 รถครอบครัวที่น่าลอง  (อ่าน 57845 ครั้ง)

ออฟไลน์ accord

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
  • CLS 250d AMG :)
สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว HLM

วันนี้ว่างครับ   ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยนำเอาเจ้า Toyota Alphard  โฉมเก่า โฉมแรก   มามินิ รีวิว เล็กๆ น้อยๆ ให้เพื่อนๆ ชาว HLM ได้ชมกัน

จะว่าไปแล้วรถรุ่นนี้หาดูรีวิว ยากเหลือเกินสำหรับโฉมเก่า   เพราะส่วนใหญ่ที่นำมารีวิวกัน ก็จะเป็นตัวโฉมปัจจุบันตั้งแต่ ปี 2008 ขึ้นไปทั้งสิ้น


สำหรับ Toyota Alphard โฉมแรกนั้น  ได้เริ่มเปิดตัวครั้งแรกประมาณ ปี 2002 - 2007   ช่วงในระหว่าง ปี 2006 - 2007 จะเป็นตัว minor change ปรับเปลี่ยนนิดๆหน่อยๆ ให้สวยขึ้นกว่าเดิม

ส่วนรถที่จะนำมาให้เพื่อนๆ ชาว HLM ได้ชมมินิ รีวิวกันคร่าวๆนั้น  จะเป็นรุ่นปี 2004 ซึ่งจะยังคงเป็นโฉมแรกอยู่


มาว่ากันที่เครื่องยนต์หลักๆ ของ Alphard โฉมแรกกันเลยดีกว่า   จะมีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น และจะมีตัวพิเศษที่เป็นในส่วนของเครื่องยนต์ HYBRID เครื่อง 2.4 อีกด้วย


1. เครื่องยนต์ 2400cc รหัส 2AZ-FE แรงม้าประมาณ 160 ตัว  เครื่องตัวเดียวกับ camry ปี 2003  

2. เครื่องยนต์ 3000cc รหัส 1MZ-FE แรงม้าประมาณ 220 ตัว  เครื่องตัวเดียวกับ lexus rx300

Alphard โฉมแรกจะมีให้เลือกด้วยกัน 2 เครื่องยนต์    ส่วนในโฉมปัจจุบันนั้น จะไม่มีเครื่อง 3.0 แต่อย่างใด   ซึ่งจะมีเครื่องยนต์ตัว 3.5 เข้ามาแทน และตัว 2.4 ตามลำดับ


อัตราการบริโภคน้ำมัน   เราลองมาดูกันคร่าวๆ สำหรับตัว 3.0 จะกินสักแค่ไหน

เมื่อก่อนเติม แก๊สโซฮอล 91  วิ่งในเมืองเฉลี่ยได้ประมาณ 6-8 โลลิตร   แต่ถ้าวิ่งนอกเมืองจะเฉลี่ยได้ประมาณ 8-10 โลลิตร  

(ตอนนี้ผมเติม e85 แทนแล้วครับ)  เห็นอัตราการบริโภคน้ำมันแล้วหนาวเลยใช่ไหมครับ ^^ สำหรับเครื่อง V6

แต่ถ้าท่านใดอยากประหยัดให้ได้มากกว่านี้    ก็คงต้องติดแก๊ส LPG แล้วล่ะครับ รับรองช่วยท่านได้แน่นอน  


มาต่อในส่วนของเรื่องอัตราเร่งสำหรับเครื่อง V6 ตัวนี้ นั้นถือว่าใช้ได้ดีเลยทีเดียว   กดเป็นมา เร่งแซงทันใจแบบรถเก๋ง   แต่ว่าน้ำมันก็ซดแรงตามรถเช่นกัน อิอิ  
ขับขี่ที่ความเร็วประมาณ 115-120 วัดรอบเครื่องยนต์จะอยู่ที่ประมาณ 2800-3000 รอบ

ส่วนความเร็วที่เคยทำได้ ก็ตามเข็มไมล์นั่นแหละครับ


มาดูต่อในส่วนของช่วงล่างกันบ้าง   รุ่น Top 3.0 นั้นจะเป็นโช็คอัพแบบไฟฟ้า สามารถปรับความนุ่มนวล แบบ comfort หรือแข็ง แบบ sport ก็ได้ และจะเลือกแบบ standard ก็ได้อีกเช่นกัน  การขับขี่บนท้องถนนถือว่าเกาะถนน   นิ่มนวลใช้ได้ดีเลยทีเดียว   อาจจะมีโยนบ้างโดยเฉพาะด้านหลัง แต่ก็ยังพอรับไหว


ส่วนในของ option นั้น ถือว่าค่อนข้างเยอะมากๆครับ   แต่ละรุ่นจะแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะตัว 2.4 กับ 3.0

ต่อไปเราจะมาดูในรายละเอียดคร่าวๆเกี่ยวกับตัวรถ  Toyota Alphard โฉมแรก ตัว Top เครื่อง V6 3,000cc กันดีกว่า   เอาแบบทั้งภายนอกและภายใน   ว่ามีอะไรกันบ้าง


เริ่มกันจากภายนอก

ด้านหน้าของตัวรถ   จะเห็นกระจังหน้าขนาดใหญ่เด่นสง่าด้วย  สัญลักษณ์ LOGO Alphard   รูปงู หรือเปล่าไม่แน่ใจ แหะๆ

มาต่อกันที่ไฟหน้า ซ้ายขวามีขนาดใหญ่เช่นกัน ไฟหน้าแยกส่วน ไฟหรี่ ไฟต่ำ ไฟสูง ไฟเลี้ยว

ด้านกันชนหน้า ถ้าเป็นตัว 3.0 ไฟตัดหมอกกันชนหน้าจะยกขึ้นสูง เป็นทรงนอนยาว   แต่ถ้าเป็นตัว 2.4 ไฟตัดหมอกจะเป็นแบบทรงกลมอยู่ด้านล่างกันชน






  
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 27, 2014, 18:29:58 โดย accord »

ออฟไลน์ accord

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
  • CLS 250d AMG :)
มาดูด้านข้างของตัวรถกันครับ

มือจับประตูนั้นเป็นแบบโครเมียม   แต่ถ้าเป็นตัว 2.4 มือจับประตูจะเป็นสีเดียวกับตัวรถ

ล้อแม๊กซ์ ขอบ 16 นิ้ว ลาย 7 ก้าน เดิมๆคู่ตัวจากโรงงาน ยางใหญ่ขับนิ่ม นั่งสบายตลอดการเดินทาง


ส่วนด้านหลัง

ไฟท้ายของรถจะเป็นแบบ ขาวแดง  ส่วนไฟขาวๆก้อนๆที่อยู่ระหว่างป้ายทะเบียนรถนั้นคือ ไฟถอยหลัง   ด้านบนมีสปอยเลอร์บนหลังคาพร้อมไฟเบรค และมีกระจกมองยื่นลงมาใช้สำหรับมองหลังเวลาถอยจอดเข้าซอง ดูว่าใกล้ชนแล้วยังน๊าา





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 27, 2014, 18:38:09 โดย accord »

ออฟไลน์ accord

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
  • CLS 250d AMG :)
มาดูในส่วนของภายในห้องโดยสารกันบ้างครับ   ว่ามีอะไรน่าสนใจไม๊

เริ่มจากหน้าปัดเรือนไมล์ กันก่อนเลยดีกว่า จะเห็นไฟนั้นขึ้นโชว์เตือนก่อน start รถทุกครั้ง   เรือนไมล์นั้นเรียบง่ายไม่หวือหวา   ไมล์ 180 จากญี่ปุ่น วัดรอบที่ 8000 ตำแหน่งเกียร์มีไฟแสดงบอกชัดเจน  มีเข็มความร้อน และเข็มน้ำมันบอกชัดเจนเช่นกัน ดูตามรูปได้เลยครับ


พวงมาลัย ที่เห็นนี่คุ้นๆใช่ไม๊ครับ   เพราะมันเหมือน camry 2003 เลย   มีปุ่มปรับเครื่องเสียงทางด้านซ้ายของพวงมาลัย   (ถ้าเป็นรถปี 2006 - 2007 ตัว minor ลายไม้ภายในห้องโดยสารจะอ่อนกว่านี้นิดนึง และมีระบบ cruise control ติดมาให้ด้วย)


มาดูต่อกันที่แผงควบคุม ตรงกลางกันบ้าง

หัวเกียร์นั้นเป็นแบบขั้นบันได   ระบบจอแสดงผลของแอร์จะเป็นแบบดิจิตอล ซึ่งสามารถที่จะปรับแอร์แยกหน้า หลัง อิสระ ของใครของมันได้   พูดง่ายๆก็คือ มีตู้แอร์ด้านหน้า กับตู้แอร์ด้านหลังครับ    อุณภูมิความเย็นของแอร์ ด้านหน้าและหลังขึ้นอยู่กับการปรับของเรา   สามารถเลือกเองได้

ปุ่มไล่ฝ้าหน้า หลัง   ปุ่ม sonar เป็นแบบ sensor รอบคันหน้าและหลัง จากโรงงาน

มีปุ่มไฟฉุกเฉินอยู่ด้านขวา   ส่วนด้านซ้ายเป็นสัญญาณไฟเตือนคนนั่งด้านหน้า ถ้านั่งแล้วไม่รัดเข็ดขัดนิรภัย   จะมีไฟกระพริบเตือน

อ้อ...ภายในถ้าเป็นเครื่อง 3.0 จะเป็นลายไม้รอบคันครับ   แต่ถ้าเป็นเครื่องตัว 2.4 จะเป็นสีออกเทาๆ ไม่ใช่ลายไม้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 27, 2014, 18:58:38 โดย accord »

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
รอชมครับ :D

ออฟไลน์ accord

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
  • CLS 250d AMG :)
มาต่อกันครับแหะๆ   ขออภัยด้วยครับ นั่งรีวิว ไปด้วยดูหนังไปด้วย   ทำให้ไม่ปะติดปะต่อ  แหะๆ ต่อๆ เลยครับ

ปุ่มในรถมีอะไรให้กดเล่นอีกน๊าา   ไปดูกัน

มาเริ่มที่ฝั่งขวาใกล้พวงมาลัย

ปุ่มจ่ายไฟ ac 100v   ปุ่มประตูเปิด ปิด เลื่อนไฟฟ้า ทั้ง 2 ข้าง   ปุ่ม room ตัวนี้สั่งเปิด ปิด ไฟตามมุมเสาที่นั่งผู้โดยสาร ยามค่ำคืนสะดวกในการเดินทางที่ไม่มืดจนเกินไป   ด้านบนเป็นปุ่มพับกระจก ปรับมุมต่างๆ   และที่อยู่ติดๆกันเป็นช่องที่เสียบบัตร   บ้านเราใช้ไม่ได้ครับไม่รองรับ   ใช้ได้เฉพาะที่ญี่ปุ่น   ถ้าผมเดาไม่ผิดน่าจะเป็นที่เสียบบัตรดูข้อมูลประวัติการเช็คระยะซึ่งเป็นแบบ smart card   hi tech จังญี่ปุ่น


มาถึงฝั่งซ้ายใกล้พวงมาลัย

ปุ่มปรับ mode โช็คอัพไฟฟ้า   ปุ่ม TRC OFF   ปุ่ม PWR DOOR OFF สั่งปิดระบบไฟฟ้าทั้งคัน   ปุ่มเปิด ปิด ฝาท้ายขึ้นลงไฟฟ้า


มาถึงฝั่งตรงกลางระหว่างเบาะคนขับกับเบาะคนนั่งหน้า

เบาะอุ่น ซ้าย ขวา (บ้านเรา ไม่จำเป็นเลย ไม่มีหิมะตก)   ถัดมาเป็นปุ่มสั่ง เปิด ปิด ม่านแม่เหล็กรอบคัน   และสุดท้ายคือ ปุ่มเปิด ปิด ซันรูฟ

ระบบความปลอดภัยครบครัน  airbag 8 ลูก abs  vsc   trc เป็นอุปกรณ์พื้นฐานทุกรุ่นของ Alphard
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 27, 2014, 19:06:16 โดย accord »

ออฟไลน์ accord

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
  • CLS 250d AMG :)
เบาะหนัง หน้า หลัง ถ้าของแท้จากโรงงานจะต้องมี LOGO ปั๊มมาให้ครับ   รู้สึกตัว 2.4 จะไม่มีเบาะหนัง

จอดูหนังฟังเพลง  สามารถพับเก็บได้   ถ้าอยากได้ใหญ่กว่านี้ สามารถเปลี่ยนได้ครับเดี๋ยวนี้ราคาไม่แพงแล้วด้วย

ปุ่มปรับ เปิด ปิด แอร์ กดเองเลยครับสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง   ถ้าบอกคนหน้าให้กดแล้วไม่ได้ยิน ^^   มีปุ่มเปิด ปิด ซันรูฟ ให้กดเล่นอีก   เด็กๆชอบกันจัง

ปลั๊กเสียบไฟ 2 ช่อง   ช๊าตไฟไม่ต้องแย่งกัน ^^

เบาะแถว 2 นั่งสบาย พักแขน ซ้ายขวา เวลาเมื่อย แถมยังมีที่พักเท้า สามารถเลื่อนเก็บใต้เบาะนั่งได้   มีเฉพาะรุ่น 3.0 เท่านั้น   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 27, 2014, 19:12:45 โดย accord »

ออฟไลน์ accord

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
  • CLS 250d AMG :)
มาดูการปรับเบาะ เเบบนอน สบายๆ   เอาขาเหยียดนอน   ปรับได้ค่อนข้างหลากหลาย หน้า หลัง   ดูคร่าวๆและกันครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 27, 2014, 19:21:43 โดย accord »

ออฟไลน์ accord

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
  • CLS 250d AMG :)
หรือวันไหนๆอยากขนของเยอะ ไปเที่ยว shoping  มีกระเป๋าหลายใบ   ลองปรับแบบนี้ดูก็ได้ครับ มีพื้นที่ให้ขนของได้เยอะซะใจแน่นอน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 27, 2014, 19:23:02 โดย accord »

ออฟไลน์ Elextons

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 178
ขอบคุณมากครับ โปรเจคต่อไปของที่บ้านผม  :)
2007 Honda Civic FD 1.8E AT/AS
2014 BMW F30 320i

ออฟไลน์ View

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,866
  • -SIXFLOOR-
    • อีเมล์
ขอบคุณมากครับสำหรับรีวิว

ออฟไลน์ accord

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
  • CLS 250d AMG :)
ขอเพิ่มอีกสักนิ๊ดครับ   ขนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 3 ใบ + รถเข็นเด็กคันใหญ่ 2 ที่นั่ง   ขนได้สบายครับ

ผู้โดยสารนั่งเต็มทุกเบาะ   ปรับเบาะขึ้นหน้า เพื่อพื้นที่วางกระเป็าเดินทาง ^^


ส่วนหน้าตาเครื่องยนต์   ของ Alphard V6 ตัว 3.0 นั้น จะใช้เครื่องตัวเดียวกับ LEXUS RX300  

 ;D ;D ;D   ขอบคุณครับ   ผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยด้วย    ;D ;D ;D
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 27, 2014, 19:28:35 โดย accord »

ออฟไลน์ P233

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 145
น่าใช้มากครับ แต่ก็ซดน้ำมันน่าดู

ออฟไลน์ mairuna

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 143
ชอบจังหวะพับเบาะมาก  :o :o :o :o
ดริฟทุกโค้ง กระจายทุกชิ้น = . ='

ออฟไลน์ Mighty-X

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,016
น่าจัดมือ 2 ซักคัน ;)

ออฟไลน์ diow_1991

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 918
    • อีเมล์
เป็นรถครอบครัวที่น่าใช้คันหนึ่งเลย ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ

ออฟไลน์ luxifer

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 241
    • mcshop (Mc Jeans official online store)
Re: มินิ รีวิว -->Toyota Alphard โฉมแรก ตัว Top V6 รถครอบครัวที่น่าลอง
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2014, 13:03:58 »
-ขอบคุณมากครับ กำลังมองหามือสองอยู่พอดี แต่ยังชั่งใจระหว่างตัวนี้หรือจะเพิ่มเงินไปเล่นตัวปัจจุบันดี เพราะหากเล่นตัวนี้ก็ห่วงเรื่องอะไหล่ตัวถังเนื่องจาก TMT ไม่ได้นำเข้ามาขายเอง อยากให้แชร์เรื่องการบำรุงรักษาเพิ่มเติม รวมถึงค่าประกันชั้น 1 ด้วยยิ่งดีครับ หากไม่สะดวกจะตอบหลังไมค์ก็ได้ครับ
Everyday Lifestyle

ออฟไลน์ Auto

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,482
Re: มินิ รีวิว -->Toyota Alphard โฉมแรก ตัว Top V6 รถครอบครัวที่น่าลอง
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2014, 17:07:32 »
อัตราการบริโภคน้ำมัน   เราลองมาดูกันคร่าวๆ สำหรับตัว 3.0 จะกินสักแค่ไหน
เมื่อก่อนเติม แก๊สโซฮอล 91  วิ่งในเมืองเฉลี่ยได้ประมาณ 6-8 โลลิตร   แต่ถ้าวิ่งนอกเมืองจะเฉลี่ยได้ประมาณ 8-10 โลลิตร  (ตอนนี้ผมเติม e85 แทนแล้วครับ)  เห็นอัตราการบริโภคน้ำมันแล้วหนาวเลยใช่ไหมครับ ^^ สำหรับเครื่อง V6


*********************************
แสดงว่าผมมีสิทธิ์ขับ Alphard  ได้เหมือนกันนะ    ผมใช้  Fortuner  2.7 เบนซิน 4 สูบ  วิ่งในเมืองตอนนี้ 4.8-5.7  km/l  นอกเมืองได้  7-8 km/l      กินดุกว่า จขกท อีกน่ะ
ขขอถามหน่อยครับ  เห็นบอกว่าเปลี่ยนมาเติม   E85  ได้ทำอะไรกับรถมั่งครับ    แล้วอัตราบริโภคเป็นยังไง

ออฟไลน์ Slipknot`

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 21,487
  • *** HLM.COM ***
Re: มินิ รีวิว -->Toyota Alphard โฉมแรก ตัว Top V6 รถครอบครัวที่น่าลอง
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 07, 2014, 01:33:38 »
ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ accord

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
  • CLS 250d AMG :)
Re: มินิ รีวิว -->Toyota Alphard โฉมแรก ตัว Top V6 รถครอบครัวที่น่าลอง
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 11, 2014, 11:22:36 »
-ขอบคุณมากครับ กำลังมองหามือสองอยู่พอดี แต่ยังชั่งใจระหว่างตัวนี้หรือจะเพิ่มเงินไปเล่นตัวปัจจุบันดี เพราะหากเล่นตัวนี้ก็ห่วงเรื่องอะไหล่ตัวถังเนื่องจาก TMT ไม่ได้นำเข้ามาขายเอง อยากให้แชร์เรื่องการบำรุงรักษาเพิ่มเติม รวมถึงค่าประกันชั้น 1 ด้วยยิ่งดีครับ หากไม่สะดวกจะตอบหลังไมค์ก็ได้ครับ
เรื่องอะหลั่ยไม่ต้องห่วงครับ   เยอะแยะตามเซียงกง โดยเฉพาะเครื่องยนต์ทั้งตัว 2.4 และ 3.0 สามารถแชร์ใช้กับ camry และ lexus rx300 ได้สบาย

การบำรุงรักษา ถือว่าไม่แพงมาก   พอรับได้ ของเหลวก็ใช้น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ทั่วไป  ตาม spec รุ่นรถ toyota ที่จำหน่ายบ้านเราเลยครับ   แต่ป.1  มีแน่นอน 2 หมื่น up

ข้อแนะนำ ควรดูงบของท่านว่าอยู่ประมาณเท่าไหร่   ถ้า 1.3-1.5 ล้าน   เล่นตัวโฉมปัจจุบันไปเลยครับ  

แต่ถ้าต่ำกว่า 1 ล้าน  เล่นโฉม minor change ปี 06-07 ก็ ok ครับ   ปรับปรุงสวยงาม ไฟน้ารมดำ+โปรเจ็คเตอร์   ไฟท้ายขาวแดงมีขีด   กันชนหน้าหลังมีลิ้นข้างในตัวกันชน

มีสำรองกันเผื่อค่าซ่อมบำรุงไว้ สักแสน 2 แสน ด้วยครับ   อุ่นใจ  เช่นเปลี่ยนยาง ของเหลวทั้งหมด สายพาน นู๋น นี่ นั่น

อ้อ...ถ้า HYBRID ห่างได้ห่างนะครับ สำหรับมือ 2 เจอ jackpot ขึ้นมา 3 แสนไม่น่าอยู่ แค่แบตกับ อินเวอเตอร์ จุกเลยครับ

หารถแบบที่นำเข้าแบบจดทะเบียนถูกต้อง นำเข้าแบบ 32   อุ่นใจ สบายใจกว่ารถจดประกอบ   ถ้าเล่มทะเบียนเดิมได้ยิ่งดี  ไม่มีการแจ้งชำรุด   ส่วนที่เหลือก็ดูสภาพรถมือ 2 ทั่วไป
อัตราการบริโภคน้ำมัน   เราลองมาดูกันคร่าวๆ สำหรับตัว 3.0 จะกินสักแค่ไหน
เมื่อก่อนเติม แก๊สโซฮอล 91  วิ่งในเมืองเฉลี่ยได้ประมาณ 6-8 โลลิตร   แต่ถ้าวิ่งนอกเมืองจะเฉลี่ยได้ประมาณ 8-10 โลลิตร  (ตอนนี้ผมเติม e85 แทนแล้วครับ)  เห็นอัตราการบริโภคน้ำมันแล้วหนาวเลยใช่ไหมครับ ^^ สำหรับเครื่อง V6


*********************************
แสดงว่าผมมีสิทธิ์ขับ Alphard  ได้เหมือนกันนะ    ผมใช้  Fortuner  2.7 เบนซิน 4 สูบ  วิ่งในเมืองตอนนี้ 4.8-5.7  km/l  นอกเมืองได้  7-8 km/l      กินดุกว่า จขกท อีกน่ะ
ขขอถามหน่อยครับ  เห็นบอกว่าเปลี่ยนมาเติม   E85  ได้ทำอะไรกับรถมั่งครับ    แล้วอัตราบริโภคเป็นยังไง

แหะๆ...ผมลืมบอกไป  ผมอยู่ ตจว.น่ะครับ   ตัวเลขวิ่งในเมืองอาจดูไม่ค่อยกินเพราะรถไม่ค่อยติดเหมือน กทม.   ถ้าวิ่งใน กทม.อาจจะได้ตัวเลขประมาณ Fortuner ท่าน ^^

เติม E85 วิ่งในเมืองเฉลี่ยได้ประมาณ 5-7 โลลิตร   แต่ถ้าวิ่งนอกเมืองจะเฉลี่ยได้ประมาณ 6-8 โลลิตร   รู็สึกมันระเหยไว กว่า 91 ครับ   แต่เติมน้ำมันเต็มถังประหยัดไปเป็นพัน

ถ้าอยากประหยัดกว่านี้ต้องดม LPG ละครับ ประหยัดแน่นอน   แต่กลัวเครื่องโทรมไว   อายุเริ่มมากแล้วด้วย
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 11, 2014, 11:32:00 โดย accord »

ออฟไลน์ luxifer

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 241
    • mcshop (Mc Jeans official online store)
Re: มินิ รีวิว -->Toyota Alphard โฉมแรก ตัว Top V6 รถครอบครัวที่น่าลอง
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2014, 17:25:06 »
-ขอบคุณมากครับ กำลังมองหามือสองอยู่พอดี แต่ยังชั่งใจระหว่างตัวนี้หรือจะเพิ่มเงินไปเล่นตัวปัจจุบันดี เพราะหากเล่นตัวนี้ก็ห่วงเรื่องอะไหล่ตัวถังเนื่องจาก TMT ไม่ได้นำเข้ามาขายเอง อยากให้แชร์เรื่องการบำรุงรักษาเพิ่มเติม รวมถึงค่าประกันชั้น 1 ด้วยยิ่งดีครับ หากไม่สะดวกจะตอบหลังไมค์ก็ได้ครับ
เรื่องอะหลั่ยไม่ต้องห่วงครับ   เยอะแยะตามเซียงกง โดยเฉพาะเครื่องยนต์ทั้งตัว 2.4 และ 3.0 สามารถแชร์ใช้กับ camry และ lexus rx300 ได้สบาย

การบำรุงรักษา ถือว่าไม่แพงมาก   พอรับได้ ของเหลวก็ใช้น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ทั่วไป  ตาม spec รุ่นรถ toyota ที่จำหน่ายบ้านเราเลยครับ   แต่ป.1  มีแน่นอน 2 หมื่น up

ข้อแนะนำ ควรดูงบของท่านว่าอยู่ประมาณเท่าไหร่   ถ้า 1.3-1.5 ล้าน   เล่นตัวโฉมปัจจุบันไปเลยครับ  

แต่ถ้าต่ำกว่า 1 ล้าน  เล่นโฉม minor change ปี 06-07 ก็ ok ครับ   ปรับปรุงสวยงาม ไฟน้ารมดำ+โปรเจ็คเตอร์   ไฟท้ายขาวแดงมีขีด   กันชนหน้าหลังมีลิ้นข้างในตัวกันชน

มีสำรองกันเผื่อค่าซ่อมบำรุงไว้ สักแสน 2 แสน ด้วยครับ   อุ่นใจ  เช่นเปลี่ยนยาง ของเหลวทั้งหมด สายพาน นู๋น นี่ นั่น

อ้อ...ถ้า HYBRID ห่างได้ห่างนะครับ สำหรับมือ 2 เจอ jackpot ขึ้นมา 3 แสนไม่น่าอยู่ แค่แบตกับ อินเวอเตอร์ จุกเลยครับ

หารถแบบที่นำเข้าแบบจดทะเบียนถูกต้อง นำเข้าแบบ 32   อุ่นใจ สบายใจกว่ารถจดประกอบ   ถ้าเล่มทะเบียนเดิมได้ยิ่งดี  ไม่มีการแจ้งชำรุด   ส่วนที่เหลือก็ดูสภาพรถมือ 2 ทั่วไป
อัตราการบริโภคน้ำมัน   เราลองมาดูกันคร่าวๆ สำหรับตัว 3.0 จะกินสักแค่ไหน
เมื่อก่อนเติม แก๊สโซฮอล 91  วิ่งในเมืองเฉลี่ยได้ประมาณ 6-8 โลลิตร   แต่ถ้าวิ่งนอกเมืองจะเฉลี่ยได้ประมาณ 8-10 โลลิตร  (ตอนนี้ผมเติม e85 แทนแล้วครับ)  เห็นอัตราการบริโภคน้ำมันแล้วหนาวเลยใช่ไหมครับ ^^ สำหรับเครื่อง V6


*********************************
แสดงว่าผมมีสิทธิ์ขับ Alphard  ได้เหมือนกันนะ    ผมใช้  Fortuner  2.7 เบนซิน 4 สูบ  วิ่งในเมืองตอนนี้ 4.8-5.7  km/l  นอกเมืองได้  7-8 km/l      กินดุกว่า จขกท อีกน่ะ
ขขอถามหน่อยครับ  เห็นบอกว่าเปลี่ยนมาเติม   E85  ได้ทำอะไรกับรถมั่งครับ    แล้วอัตราบริโภคเป็นยังไง

แหะๆ...ผมลืมบอกไป  ผมอยู่ ตจว.น่ะครับ   ตัวเลขวิ่งในเมืองอาจดูไม่ค่อยกินเพราะรถไม่ค่อยติดเหมือน กทม.   ถ้าวิ่งใน กทม.อาจจะได้ตัวเลขประมาณ Fortuner ท่าน ^^

เติม E85 วิ่งในเมืองเฉลี่ยได้ประมาณ 5-7 โลลิตร   แต่ถ้าวิ่งนอกเมืองจะเฉลี่ยได้ประมาณ 6-8 โลลิตร   รู็สึกมันระเหยไว กว่า 91 ครับ   แต่เติมน้ำมันเต็มถังประหยัดไปเป็นพัน

ถ้าอยากประหยัดกว่านี้ต้องดม LPG ละครับ ประหยัดแน่นอน   แต่กลัวเครื่องโทรมไว   อายุเริ่มมากแล้วด้วย
 

ขอบคุณมากครับ ไว้มีโอกาสได้ซื้ออาจจะรบกวนขอความรู้เพิ่มเติมนะครับ
Everyday Lifestyle

ออฟไลน์ natty ib-cm

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 666
น่าใช้จัง ตังไม่พอ อิอิ...

ออฟไลน์ Pun

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 4
ผมเคยแอบเอารถบริษัทไปใช้เป็นตัว 3.0 top (คนมองตลอดทางเพราะตอนนั้นรถเพิ่งเข้ามาในไทยเป็นคันแรกๆ ยิ่งตอนเปิดปิดประตูแบบสไลด์ไฟฟ้า คนงี้มองกันใหญ่ ) ลองขับไปเที่ยวน่าน ไปกลับเจอค่าน้ำมันไป หมื่นนิดๆ  ขับดีมากๆ ช่วงล่างนุ่มหนึบ ไม่ยวบย้วย นั่งสบายมากๆ แม่บ้านผมอยากได้ แต่คงไม่ไหว ราคา 4 ล้านกว่า(ได้บ้านหลังนึงเลย)

ออฟไลน์ SULFURICGUN

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
3.0 รุ่นนี้เปลี่ยนไฟหน้าและกันชนหน้าของ 2.4 MC ได้หรือไม่ครับ เห็นว่าสวยดี

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 19,321
ชอบทุกอย่าง ยกเว้น ลายไม้

ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆครับ

ออฟไลน์ SULFURICGUN

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
ชอบทุกอย่าง ยกเว้น ลายไม้

ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆครับ

ลายไม้ของตัว 2.4 ก็สวยดีนะครับ ออกแนว sport ดี

ออฟไลน์ accord

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
  • CLS 250d AMG :)
3.0 รุ่นนี้เปลี่ยนไฟหน้าและกันชนหน้าของ 2.4 MC ได้หรือไม่ครับ เห็นว่าสวยดี
สามารถทำได้ครับ   alphard ตัว 2.4 กับ 3.0 แปลงเป็น MC ได้หมดครับ

เว้นแต่ ตัว hybrid 2.4 ใส่ด้วยกันไม่ได้

ออฟไลน์ SULFURICGUN

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
3.0 รุ่นนี้เปลี่ยนไฟหน้าและกันชนหน้าของ 2.4 MC ได้หรือไม่ครับ เห็นว่าสวยดี
สามารถทำได้ครับ   alphard ตัว 2.4 กับ 3.0 แปลงเป็น MC ได้หมดครับ

เว้นแต่ ตัว hybrid 2.4 ใส่ด้วยกันไม่ได้

ขอบคุณครับ
พอดีมีตัว 3.0V เช่นเดียวกัน แต่กระจังหน้าเริ่มถลอก ไฟหน้าเริ่มเหลือง เลยมอง ๆ ไว้ถ้า ใส่กระจังหน้า ไฟหน้า กันชนหน้า ของตัว 2.4 MC จะดีไหม เพราะว่ามันดูโฉบเฉียวกว่าตัว 3.0 MC พอสมควร
ท่านอื่นมีความเห็นอย่างไรบ้างครับ