ผู้เขียน หัวข้อ: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ  (อ่าน 62931 ครั้ง)

ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« เมื่อ: ตุลาคม 29, 2015, 00:36:32 »
สวัสดีครับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆสมาชิกเว็บบอร์ด Headlightmag ครับ จริงๆแล้วผมชอบติดตามอ่านกระทู้ในเว็บบอร์ดมานานพอสมควรแล้ว แต่เพิ่งสมัครสมาชิกมาได้ไม่นาน ผมจึงอยากแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆสมาชิกในการรีวิวรถครั้งแรกของผมครับ โดยใช้รถของตัวเองที่รับต่อจากมาคุณพ่อ ตอนนี้ผมใช้มา 1 ปีตั้งแต่ผมเรียนปี4 (2557-2558) ยันเรียนจบครับ ซึ่งหลังจากที่คุณพ่อผมยก Camry มาให้ คุณพ่อจึงเปลี่ยนมาใช้ Nissan Teana L33 2.0XL CVT แทน ซึ่งผมจะรีวิวในโอกาสต่อไปครับ





Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 คันนี้ เดิมเป็นรถของคุณพ่อนะครับ โดยก่อนที่คุณพ่อจะซื้อ Camry มา คุณพ่อผมใช้ Saab 900S เครื่อง 2.3L NA ตัวถังแฮชแบ็ค 5 ประตู ปี 95 ใส่ล้อลายใบพัด 3 ก้านขอบ 16 นิ้ว ซึ่งตอนนั้นสภาพรถก็เริ่มจะกลับบ้านเก่าขึ้นไปทันที โดยเฉพาะตัวเกียร์อัตโนมัติที่เริ่มเข้าแล้วรถมันไม่ค่อยขยับ เช่น ขยับ D ไป R แล้วกว่ารถจะขยับก็เกือบ 5-6 วิแล้ว TT ซึ่งคุณพ่อผมก็เช็คราคาเกียร์ลูกนึงก็เป็นแสน โอเวอร์ฮอลทีก็5หมื่น นอกจากนี้แล้วยังเคยไปตายกลางทางเกือบ 2 ครั้ง คุณพ่อจึงอยากขายมันทิ้งไปและรับกับค่าบำรุงรักษาของมันไม่ไหว คุณพ่อผมจึงตัดสินใจขายลงอินเตอร์เน็ต แล้วมีสมาชิก Saab Club (SCOT) คนนึงซื้อไปในราคาประมาณ 2 แสนกว่าบาท



โครงการซื้อรถจึงเริ่มขึ้นช่วงปลายปี 2004 โดยโจทย์ของคุณพ่อในตอนนั้นต้องการรถซีดานขนาดกลางราคาไม่เกิน 1.3 ล้านบาท เครื่องไม่ต้องแรงมาก เน้นใช้งานในเมืองเป็นหลัก และเป็นแบรนด์ยอดนิยมที่มีค่าบำรุงรักษาไม่แพงอย่าง Toyota Nissan และ Honda เท่านั้น ซึ่งตัวเลือกตอนนั้นก็มี Toyota Camry ACV31 2.0E/2.4G Honda Accord G7 2.0E กับ Nissan Teana J31 230JM ซึ่งคุณพ่อไม่เลือกทั้ง Accord กะ Teana เพราะว่ารู้สึกว่าห้องโดยสารของทั้งคู่เล็กเกินไป สู้ Camry ไม่ได้และหน้าตาทั้งคู่ไม่ผ่าน คุณพ่อผมจึงเลือก Camry แต่ยังช่างใจระหว่าง 2.0 E ซึ่งออพชั่นก็โล้นเกินไปและได้เบาะผ้ามาด้วยกับ 2.4 G ซึ่งราคาค่อนข้างจะเกินงบไปหน่อย แต่ต่อมาช่วงกลางปี 2005 โตโยต้าได้เพิ่มรุ่นย่อย 2.0G มาเป็นทางเลือกเพื่อสู้กับ Accord 2.0E คุณพ่อผมจึงตัดสินใจเลือก Camry 2.0G เลย



โดย Camry คันนี้เป็นรถล็อตท้ายๆก่อนที่โตโยต้าจะปรับโฉมเป็น ACV40 ซึ่งรุ่นย่อยและราคาตอนมือ 1 มีดังนี้ครับ
 2.0 E 4AT 1,155,000 บาท, 2.0 G 4AT 1,205,000 บาท, 2.4 G 4AT 1,395,000 บาท, 2.4 Q 4AT 1,515,000 บาท, 2.4 Q (DVD) 4AT 1,555,000 บาท และ 2.4 Q (Navigator) 4AT 1,605,000 บาท มี 5 สีให้เลือก Black Mica, Silver Metallic, Grey Mica (คันที่ใช้รีวิว), Champagne Gold และ Dark Blue Mica

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 01, 2015, 23:30:40 โดย Peach B. »

ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2015, 00:39:16 »
ตารางสเปคและ Option ของ Camry ACV31 ตามนี้ครับ เผื่อใช้อ้างอิงได้ครับ




ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2015, 01:09:06 »
เอาล่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราก็มาพูดถึงตัวรถกันเลยดีกว่า รูปลักษณ์ภายนอกของ Camry คันนี้เป็นรุ่น 2.0 G จะแตกต่างกับ 2.0 E อย่างชัดเจน (เช่น มือจับประตูโครเมี่ยม ไฟตัดหมอก คิ้วโครเมี่ยม) ซึ่งตัว 2.0 G จะมีรูปลักษณ์ภายนอกคล้าย 2.4 G ซึ่งดูหรูหรากว่ารุ่น 2.0 E ตัวรถดูมีขนาดใหญ่ยาว ความสวยงามนั้นผมมองว่ากำลังดี ดูเรียบหรู ไม่ล้ำยุคจนเกินไป ผู้ใหญ่ขับแล้วดูดี เด็กวัยรุ่นขับแล้วดูป๋า Camry มีขนาดมิติตัวรถ ยาว 4825 มม.  กว้าง 1810 มม. สูง 1490 มม. ฐานล้อยาว 2720 มม.รัศมีวงเลี้ยว 5.3 เมตร



ถ้าเทียบกับ Honda Accord G7 ขนาดมิติตัวรถ ยาว 4855 มม.  กว้าง 1821 มม. สูง 1455 มม. ฐานล้อยาว 2740 มม.รัศมีวงเลี้ยว 5.5 เมตร โดย Camry จะสั้นกว่า Accord 30 มม.Camry จะแคบกว่า Accord 11 มม. Camry มีฐานล้อสั้นกว่า Accord 20 มม.แต่ Camry ก็จะสูงกว่า Accord 35 มม.และ Camry มีรัศมีวงเลี้ยวที่แคบกว่า Accord 0.2 เมตร ถ้าเทียบกับ Nissan Teana J31 ขนาดมิติตัวรถ ยาว 4845 มม.  กว้าง 1765 มม. สูง 1475 มม. ฐานล้อยาว 2775 มม.รัศมีวงเลี้ยว 5.3 เมตร โดย Camry จะสั้นกว่า Teana 20 มม. Camry มีฐานล้อสั้นกว่า Teana อยู่ 20 มม.แต่ Camry จะกว้างกว่า Teana 45 มม.  Camry มีความสูงกว่า Teana 15 มม.และรัศมีวงเลี้ยวของ Teana มีขนาดเท่ากับ Camry



สรุปได้ว่าโดยรวม Honda Accord มีขนาดใหญ่ที่สุด รองลงมาเป็น Nissan Teana แต่ Accord กับ Teana ก็ยังเตี้ยกว่า Camry อยู่ดี ถึงแม้ว่า Teana จะมีฐานล้อยาวที่สุด แต่ก็จะแคบที่สุดในบรรดากลุ่มรถ D-Segment ในบ้านเราทั้งหมดในยุคนั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 03, 2015, 10:15:46 โดย Peach B. »

ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2015, 01:19:46 »
มาเริ่มต้นที่โคมไฟหน้าขนาดใหญ่แบบมัลติรีเฟลกเตอร์ หลอดไฟฮาโลเจน พร้อมระบบปรับสูง-ต่ำได้ 6 ระดับ (แบบปรับด้วยมือ) นอกจากนี้ยังสามารถปิดไฟหน้าได้โดยอัตโนมัติ (เผื่อเราดับเครื่องแล้วลืมปิดไฟหน้า) ซึ่งต่างกับ 2.4 Q ที่เป็นแบบโปรเจ็คเตอร์เลนส์พร้อมหลอดไฟแบบ HID พร้อมระบบปรับมุมลำแสงไฟหน้าอัตโนมัติ AFS ปรับสูงต่ำได้อัตโนมัติและสามารถเปิด-ปิดอัตโนมัติได้ด้วย กระจังหน้าเป็นแบบโครเมี่ยมมีทั้งซี่นอนและซี่ตั้งรวมอยู่ด้วยกัน ซึ่งทำให้ตัวรถดูหรูหราขึ้นจากตัวก่อนไมเนอร์เชนจ์ที่เป็นซี่นอนอย่างเดียว ด้านล่างจะมีไฟตัดหมอกมาให้ตั้งแต่รุ่น 2.0 G ขึ้นไป คันนี้จะไม่ได้ติดตั้งเซ็นเซอร์กะระยะมาให้ (มีเฉพาะรุ่น 2.4) ทัศนวิสัยด้านหน้าถือว่าดีมากครับ คนที่ตัวเล็กหรือคนสูงวัยจะชอบ เพราะมันมองเห็นมุมฝากระโปรงหน้า ทำให้กะระยะง่าย



ด้านข้างตัวรถจะมีดีไซน์ที่ดูเรียบง่ายตามแบบธีมการออกแบบของ Toyota ในยุคนั้น มือจับประตูแบบ Grip-type ชุบโครเมี่ยม พร้อมแถบคาดกลางประตูแปะเส้นโครเมียม (ยกเว้น 2.0E ที่มีแถบเป็นสีเดียวกับตัวรถ) ทำให้รถดูหรูหราขึ้น กระจกมองข้างมีขนาดกำลังดี กะระยะง่าย ขนาดกระจกไม่เล็กจนเกินไป กระจกมองข้างเป็นแบบสีเดียวกับรถปรับและพับด้วยไฟฟ้า ยังไม่ติดตั้งไฟเลี้ยวข้างมาให้ ซึ่งไฟเลี้ยวข้างจะอยู่ตรงแก้มข้างของตัวรถ ฝาถังน้ำมันอยู่ด้านซ้ายเหมือนรถญี่ปุ่นทั่วไป  ในรุ่น 2.4 Q ตรงขอบกระจกมองข้างจะมีมุมแบบ wide view เพิ่มมาให้และยังมีสารเคลือบไฮโดรฟิลิกส์เพื่อลดการเกาะของหยดน้ำที่กระจกมองข้างและบานกระจกด้านข้างคู่หน้าด้วย



ล้อแม็กซ์ติดรถลาย 7 ก้านปัดเงาขอบ 16 นิ้วยกมาจาก Toyota Mark II Blit มาพร้อมยางขนาด 215/60 R16 จะติดมาเกือบทุกรุ่นย่อย (ยกเว้นรุ่น 2.4 Q เป็นลาย 11 ก้านปัดเงาขอบ 17 นิ้วยกมาจาก Toyota Crown Athlete S170 มาพร้อมยางขนาด 215/55 R17 ซึ่งล้อลายนี้ Toyota Wish ปี 2005 ก็ได้ใช้ด้วย) ยางที่ติดรถตอนออกจากโชว์รูมเดิมเป็น Bridgestone Turanza ER33 ช่วงที่คุณพ่อใช้รถก็เปลี่ยนยางเป็นพวกตระกูล Turanza ทั้ง GR80 และ GR90 ซึ่งจะให้คุณสมบัติที่นุ่มเงียบและนั่งสบาย แต่ว่าเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมายางบวม ผมเลยเปลี่ยนเป็น Ecopia EP200 แทน เพราะคุณพ่อบอกว่ารถคันนี้ก็เก่ามากแล้ว ใช้ไม่ค่อยบ่อย แล้วถนนแถวธรรมศาสตร์รังสิตที่ผมขับไปเรียนก็ไม่ค่อยดี ทางขรุขระเยอะ โดยเฉพาะเนินหลังเต่ามีเยอะมาก ซึ่งประสิทธิภาพของยาง Bridgestone Ecopia EP200 จะดรอพลงจาก Turanza GR ที่เคยใช้กันมาบ้าง โดยเฉพาะความนุ่มนวล ความเงียบ การเกาะถนนจะหายไปบ้าง แต่สิ่งที่ได้มาก็คือ ดอกยางรีดน้ำได้ดีกว่า ผมขับมั่นใจขึ้นเวลาฝนตก และโครงสร้างยางจะแข็งแรงกว่า ไม่เสียรูปหรือบวมง่ายๆ ขับผ่านถนนทีขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อสบายใจกว่า ซึ่งผมก็เคยลองมาแล้วกับซอยสุขุมวิท 51 ซึ่งใครอาศัยอยู่แถวนั้นก็จะรู้ว่ากำลังซ่อมถนนอยู่ ตอนนั้นผมไม่ทันได้มองป้ายเตือน ผมขับเข้าไปเจอหลุมบ่อตลอดทั้งซอยเลยครับ แบบต้องไปแบบช้าๆมาก แล้วหลุมแต่ล่ะหลุมก็จะทั้งกว้างและลึกมากเลยครับ ดักควายล้มได้ทั้งตัวกันเลยทีเดียว แล้วตอนนั้นฝนก็ตกหนัก น้ำขังตามหลุมด้วย จากฝุ่นได้กลายเป็นโคลนไปเลย แต่ผมก็สามารถขับออกจากซอยได้อย่างปลอดภัย วันรุ่งขึ้นผมจึงเอารถไปให้ที่ร้าน Cockpit ตรวจเช็คสภาพยางให้ ช่างเค้าบอกว่ามีแค่รอยขีดข่วนนิดๆหน่อยๆตรงหน้ายาง แต่ไม่มีอาการอื่นๆ สามารถใช้ได้ปกติ ซึ่งตอนที่ผมใส่ยาง Turanza GR90 แล้วผมไปลุยหลุมลึกแถวลานจอดรถตรงข้ามคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต ผมเข้าไปจอดในลานนั้นอยู่หลายวัน ยางจึงเกิดอาการบวม ผมจึงยอมเชื่อคุณพ่อเปลียนเป็น Ecopia EP200 แทนและผมไม่ไปจอดรถแถวนั้นอีกเลย ผมจึงยอมตื่นเช้าๆเพื่อมาจอดที่ดีๆ ถ้าไปสายก็จะได้จอดตรงนั้น (ตกลงจะเราจะรีวิวรถหรือยางกันละเนี่ย =_=)



กลับมาที่รถต่อ ด้านท้ายไฟท้ายจะมีไฟเบรกเป็นหลอด LED ส่วนไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟถอย ยังคงเป็นหลอดธรรมดาอยู่ นอกจากนี้ Camry เวอร์ชั่นบ้านเรายังมีติ่งไฟด้านท้ายเพิ่มมาด้วย ซึ่งจะมีไฟตัดหมอกหลังเพิ่มขึ้นมา ซึ่งช่วยให้รถด้านหลังเห็นรถเราชัดมากขึ้นตอนฝนตกหนักและหมอกลงจัด แต่ถ้าช่วงเวลาปกติอย่าไปเปิดนะ มันจะไปแยงตารถคันหลังได้ นอกจากนี้มีคิ้วฝากระโปรงท้าย (ยกเว้น 2.0E) ตรงเหนือกรอบป้ายทะเบียนทำให้รถดูหรูขึ้น กระจกบานหลังจะมีเสาอากาศฝังกระจกและลวดไล่ฝ้าด้านหลัง ด้านล่างตรงกระจกหลังจะมีไฟเบรกดวงที่สามเป็นหลอดธรรมดาด้วย ตรงกันชนท้ายรถรุ่น 2.4 ติดตั้งเซ็นเซอร์กะระยะมาให้ 4 จุดด้วยรวมด้านหน้าด้วยจะเป็น 6 จุด (ยกเว้นรุ่น 2.0 ไม่ได้ติดตั้งมาให้ แต่ผมเอาไปติดตั้งเซ็นเซอร์กะระยะเพิ่มเอง 2 จุดตรงมุมกันชนท้าย เพื่อความปลอดภัยในการถอยจอด) กระจกด้านหลังมีขนาดใหญ่ ทัศนวิสัยด้านหลังให้ความรู้สึกโปร่งสบาย เสา C มีขนาดกำลังดี กะระยะมองถอยหลังหรือเปลี่ยนเลนได้ง่าย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 03, 2015, 20:21:42 โดย Peach B. »

ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2015, 01:39:36 »
การเปิดประตูรถนั้นใช้ระบบกุญแจรีโมทแบบธรรมดาหน้าตาสหกรณ์จาก Toyota เพราะ Vios Yaris Corolla Altis Hilux Vigo หรือแม้กระทั่งรถสปอร์ตอย่าง 86 ก็ใช้กุญแจหน้าตาแบบนี้ โดยกุญแจมีสวิตช์รีโมท สั่งล็อก – ปลด ล็อกบานประตูมาให้ในตัว มีปุ่ม Panic Alarm ไว้ไล่ขโมย มีระบบเปลี่ยนรหัสกันขโมย Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมยมาให้ นอกจากนี้กดปุ่มปลดล็อกค้างไว้ประมาณ 3-4 วินาทีก็สามารถปลดล็อกเปิดฝากระโปรงท้ายได้ด้วย ส่วนรุ่น 2.0E จะเป็นแบบกุญแจธรรมดาไม่มีรีโมทและระบบกันขโมยมาให้ วิธีการสตาร์ทรถก็แค่บิดทางด้านขวาสุดแล้วปล่อยเหมือนรถยนต์ทั่วไป รูเสียบกุญแจจะอยู่ทางด้านขวาตรงคอพวงมาลัย



การเข้า-ออกจากเบาะคู่หน้าถือว่าสบายกำลังดี ไม่ลำบาก  มือจับประตูชุบโครเมี่ยมทุกรุ่น (ยกเว้นรุ่น 2.0E เป็นแบบเรซิ่นตกแต่งที่วางแขนบานประตูด้วยผ้า) ประตูด้านหน้าเปิดได้กว้างพอสมควร ที่วางแขนเป็นหนังบุนุ่มและประดับด้วยลายไม้สามารถวางได้สบายๆจริง ไม่ได้เอียงแบบ Corolla Altis โฉมที่แล้วที่เป็นรถคันที่สองของบ้าน ซึ่งออกแบบที่วางแขนโดยไม่ดูหลักสรีรศาสตร์ของมนุษย์เลย ด้านล่างมีช่องใส่หนังสือใส่ที่บังแดดและแฟ้มซองสมุดได้สบายๆ อย่างไรก็ตาม สังเกตดีๆ จะเห็นว่าที่บริเวณกรอบประตูด้านล่าง จะมีแผ่นสครัพเพลท สีเงินๆ พร้อมตัวอักษร “Camry” ติดมาให้จากโรงงานด้วย



เบาะนั่งเป็นหนังสีเบจมีให้ทุกรุ่น (ยกเว้น 2.0 E เป็นเบาะผ้ากำมะหยี่) วัสดุหนังให้สัมผัสที่ดี รักษาง่าย เบาะนั่งด้านหน้าฝั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง ส่วนฝั่งคนนั่งจะเป็นแบบปรับด้วยมือ 4 ทิศทาง (ในขณะที่รุ่น 2.4 จะปรับไฟฟ้าทั้ง 2 ฝั่ง ส่วน 2.0 E ปรับด้วยมือทั้ง 2 ฝั่ง)เบาะนั่งตำแหน่งคนขับค่อนข้างสูง เหมาะกับคนสูงวัยและผู้หญิงตัวเล็ก ทำให้มองถนนได้ชัดขึ้น การนั่งก็ถือว่าสบาย แต่ขับเร็วๆเล่นบทบู๊ไม่ค่อยสนุก ซึ่งเบาะรองนั่ง Camry สั้นไปหน่อย ยังรองรับต้นขาได้ไม่ดีนัก ส่วนพนักพิงหลังก็พอนั่งได้ แต่ถ้าขับนานติดต่อกัน 3-4 ชม. อาจจะรู้สึกเมื่อยหลังได้ ต้องมีการขยับตัวกันนิด หมอนรองศรีษะนุ่มสบายกำลังดี ไม่รู้สึกดันหัวแต่อย่างใด  เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าเป็นแบบ Pretension & Load Limiter ดึงกลับอัตโนมัติ




การเข้าออกจากประตูคู่หลังทำได้ดี บานประตูเปิดกางออกได้กว้าง กระจกหน้าต่างไฟฟ้าคู่หลัง เลื่อนลงมาได้ถึงสุดขอบ ด้านล่างมีช่องใส่หนังสือ นอกจากนี้ตรงที่วางแขนจะมีช่องเขี่ยบุหรี่พร้อมฝาปิดมาให้ด้วย ซึ่งช่องเขี่ยบุหรี่สามารถดึงออกไปล้างทำความสะอาดได้ด้วย ช่องใส่หนังสือด้านหลังของพนักพิงเบาะคู่หน้ามีมาให้ทั้ง 2 ฝั่ง และตรงกลางยังมีช่องแอร์หลังตกแต่งลายไม้มาให้ด้วย (ยกเว้น 2.0 E ไม่ได้ตกแต่งลายไม้มาให้) แต่ช่องแอร์ด้านหลังไม่ค่อยเย็นมากนัก ปล่อยลมออกมานิดเดียว ต่างกับ MG6 ที่ปล่อยลมออกมาหนาวเย็นสะใจ



เบาะนั่งด้านหลัง ยังไม่ถึงกับสบายนัก นั่งนานๆอาจจะรู้สึกเมื่อยบ้าง ส่วนรองขายังสั้นไปนิด พื้นที่เลกรูมกำลังดี ไม่สั้นจนขาติดเบาะและไม่ยาวจนถึงขั้นเหยียดแข้งเหยียดขาได้  พื้นที่เฮดรูมเหลือเยอะมาก คนตัวสูงนั่งได้สบาย ซึ่งต่างกับ Teana J31 อย่างชัดเจน หัวที่แทบจะติดเพดานกันเลยทีเดียว หมอนรองศรีษะนุ่มสบายกำลังดี ไม่รู้สึกดันหัวแต่อย่างใด  ปรับยกขึ้นมาได้ ที่วางแขนตรงกลาง พร้อมที่วางแก้วมีฝาปิดแบบลายไม้ ออกแบบใช้งานง่าย วางแขนได้สบายดี เข็มขัดนิรภัยเบาะหลังเป็นแบบ ELR 3 จุดครบทุกตำแหน่ง แต่มีเรื่องน่าเสียดายตรงที่เบาะนั่งด้านหลังไม่สามารถพับได้และไม่มีช่องทะลุไปห้องเก็บสัมภาระด้านหลังด้วย ตรงใกล้ๆกระจกหลังจะมีม่านบังแดดดึงขึ้นลงด้วยมือ ยกเว้นรุ่น 2.4 Q จะเป็นแบบไฟฟ้า






 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 03, 2015, 20:34:36 โดย Peach B. »

ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2015, 01:44:09 »
ฝากระโปรงหลังยกขึ้นมาตั้งแบบแข็งมาเลย ไม่มีช็อกอัพคอยค้ำยันให้ยกตัวขึ้นนุ่มๆ แต่อย่างใด แต่ก็ยังดีที่มีฉนวนปิดบังสายไฟแผ่นเหล็กฝากระโปรงมาให้เพื่อความเรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีถุงตะข่ายเอาไว้ใส่สัมภาระขนาดเล็กด้วย นอกจากนี้ทั้ง 2 ฝั่งยังมีตะขอเอาไว้เกี่ยวถุงที่มีขนาดไม่เกิน 2 กก.ด้วย และด้านซ้ายยังมีหลุมกล่องพลาสติกเล็กๆเอาไว้เก็บของเปียกได้ด้วย



พื้นที่ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังถือว่าใหญ่มาก ความจุที่ Toyota ระบุเอาไว้คือ 535 ลิตร จากการคาดการณ์คิดว่าน่าจะใหญ่พอใส่ถุงกอล์ฟได้ 4-5 ใบกันเลยทีเดียว หรือจะเอาถังแก็ส LPG หรือ NGV มาใส่พร้อมกับสัมภาระอีกจำนวนนึง นอกจากนี้ยังมีไฟส่องสว่างที่ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังด้วย เมื่อยกพื้นห้องเก็บของด้านหลังขึ้นมา จะพบว่ามีเครื่องมือประจำรถ แม่แรง และยางอะไหล่ขนาดเดียวกันกับยางติดรถทั้ง 4 ล้อมาให้ เพียงแต่เป็นกระทะล้อเหล็กสีเงิน


ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2015, 01:47:47 »
มาดูแผงหน้าปัด และการตกแต่งภายในกันบ้างดีกว่า ไม่ว่ารุ่นไหนก็ตามจะตกแต่งด้วยสีเทาอ่อนตัดกับสีเบจ ดูสวยงามสะอาดตา การจัดเรียงปุ่มทำออกมาได้ดี กดใช้งานง่าย เวลาขับรถคลำหาปุ่มไม่ยาก คอนโซลกลางตกแต่งด้วยลายไม้ Walnut สีเข้ม (ยกเว้น 2.0E ที่ไม่ได้ประดับลายไม้มาให้) มีไฟอ่านแผนที่พร้อมที่เก็บแว่นกันแดดมาให้ แผงบังแดดมีกระจกแต่งหน้า พร้อมฝาเลื่อน เปิด-ปิด ได้ ทั้งฝั่งซ้าย – ขวา (แต่รุ่น 2.4 จะมีไฟส่องแต่งหน้ามาให้เพิ่มทั้งฝั่งซ้ายและขวา) กระจกมองหลังเป็นแบบปรับกลางวัน-กลางคืนแบบธรรมดา ไม่มีระบบปรับลดแสงมาให้เหมือน 2.4 Q แต่มีอยู่เรื่องนึง คือเรื่องของวัสดุภายใน รุ่นนี้ให้สัมผัสที่ดีมาก คล้ายๆกับ Lexus ES300 XV30 เลยทีเดียว ซึ่งผมมาเทียบกับ Camry รุ่นใหม่ๆแล้ว ผมรู้สึกว่ารุ่นใหม่ๆเรื่องวัสดุยังสู้ไม่ได้ ทั้ง ACV40 จะมีปัญหาเรื่องคอนโซลเหนียว รุ่น AVV50 ยังให้สัมผัสที่ไม่ดีเท่าและเริ่มห่างไกลจาก Lexus ES300h ตัวล่าสุดมากขึ้นไปทุกที ถึงแม้ว่า Camry รุ่น AVV50 จะมีตะเข็บหนังกับบุนุ่มตรงคอนโซลก็ตาม



พวงมาลัยเป็น 4 ก้านหุ้มหนัง ไม่ได้ประดับลายไม้มาให้เหมือนรุ่น 2.4 Q แต่ยังดีที่มีปุ่ม Multi-Functionมาให้ แต่รุ่น 2.0 E มาเป็นพวงมาลัยตกแต่งยูรีเธนแบบโล้นๆจากรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์มาเลย โดยปุ่มด้านซ้ายเป็นปุ่มปรับเครื่องเสียง ส่วนด้านขวาเป็นปุ่มปรับจอ Multi Information Display พวงมาลัยมีขนาดกำลังดี จับถนัดมือ แต่ปรับได้แค่สูง-ต่ำเท่านั้น ก้านด้านซ้ายจะเป็นก้านปัดน้ำฝน โดยระบบปัดน้ำฝันจะเป็นแบบปรับหน่วงเวลา (ถ้าแบบอัตโนมัติต้องเป็นรุ่น 2.4 Q เท่านั้น) ก้านด้านขวาเป็นก้านไฟเลี้ยว เปิดปิดไฟหน้า ตรงด้านซ้ายหลังพวงมาลัยเป็นที่ปรับความสว่างของมาตรวัด ส่วนปุ่มด้านขวาในรุ่น 2.0 E 2.0 G และ 2.4G เป็นปุ่มปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำ 6 ระดับ ส่วนใน 2.4 Q จะเป็นปุ่มเปิดปิดระบบปรับมุมลำแสงไฟหน้า อัตโนมัติ AFS (เค้าชอบมีมุกเรียกกันว่าไฟหน้านักเรียนทุนแลกเปลี่ยน AFS)และทุกรุ่นจะมีปุ่มเปิดปิดไฟตัดหมอกหลัง



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 01, 2015, 23:36:27 โดย Peach B. »

ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2015, 02:10:08 »
แผงควบคุมตรงประตูด้านคนขับ มีปุ่ม Central Lock สวิตช์ปรับกระจกมองข้าง โดยปรับด้วยไฟฟ้าและพับเก็บด้วยไฟฟ้า กระจกหน้าต่างไฟฟ้า Power Windows ทุกบาน เป็นแบบ Auto เลื่อนขึ้นลงเฉพาะด้านคนขับ และยังมีระบบ Jam Protection ดีดกลับเมื่อมีสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ (ต่างกับรุ่น 2.4 Q ที่เป็นแบบ All Auto เลื่อนขึ้นลงได้ทุกบาน โดยกดหรือดึงงัดสวิชต์ขึ้นเพียงครั้งเดียว) นอกจากนี้ยังมีปุ่มล็อกสวิตช์กระจกไฟฟ้ามาให้ด้วย



ชุดมาตรวัด ของ Camry ACV31 จะมีให้เลือก 2 แบบคือแบบธรรมดาไม่เรืองแสง เหมือนที่เห็นอยู่ในรูป (เฉพาะ 2.0 G และ 2.0 E) ฟอนต์เป็นสีขาว เข็มเป็นสีแดง ผมว่าเป็นมาตรวัดที่อ่านง่าย สบายตาในยามค่ำคืน ด้านล่างจะเป็น Trip Metre ตั้งได้ทั้งแบบธรรมดาและแบบ Trip A Trip B ส่วนรุ่น 2.4 จะเป็นมาตรวัดแบบเรืองแสง Optiron เปลี่ยนสีได้ 3สี ฟ้าอะความารีนบลู เขียวเอเมอรัลกรีน และเหลืองอำพัน



คอนโซลกลางด้านบนจะมีจอแสดงผลข้อมูลแบบ Multi Information Display (2.0 E ไม่ได้ติดตั้งจอมาให้) ประกอบด้วย
-นาฬิกาและอุณหภูมิภายนอก
-อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันแบบ Real Time
- อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันแบบเฉลี่ย
-ระยะทางที่วิ่งได้จากน้ำมันที่เหลือภายในถัง
-ความเร็วเฉลี่ย
-ระยะเวลาที่ขับขี่
โดยด้านซ้ายของจอจะมีจอแสดงการทำงานของเซ็นเซอร์กะระยะช่วยจอด (มีเฉพาะรุ่น 2.4)




ชุดเครื่องเสียงของ Camry ทุกรุ่น จะเป็นแบบ วิทยุ AM/FM เล่นแผ่น CD / MP3 ได้ 6 แผ่น ซึ่งรถสมัยใหม่หา CD  6 แผ่นได้ยากมาก ยังไม่มีช่องเสียบ AUX และ USB มาให้ ติดตั้งลำโพง 6 ชิ้น พร้อมระบบ Circle Surround (ยกเว้น 2.0 E เป็น CD 1 แผ่น เล่นไฟล์ MP3 ไม่ได้ ติดตั้ง 4 ลำโพง) คุณภาพเสียงจากที่ฟังเพลงหลายๆแนวมาก็รู้สึกว่ากลางๆไม่ถึงกับดีมากนัก ยิ่งถ้าใช้โหมด Surround คุณภาพเสียงก็ดีขึ้นมาเพียงนิดเดียวเท่านั้น ส่วนจอ DVD และระบบนำทางเป็นอุปกรณ์เสริม



เครื่องปรับอากาศแบบ Digital มีโหมด Auto ไม่แยกซ้าย-ขวา ปุ่มใช้งานง่ายมาก ระบบไม่ซับซ้อน นอกจากนี้ยังมีฮีตเตอร์ด้วยนะ โดยหากอุณหภูมิภายนอกต่ำกว่าอุณหภูมิที่ตั้งไว้ ระบบจะเป่าลมอุ่นออกมาให้ ซึ่งตอนเอามาใช้ใหม่ๆ ตอนขับอยู่งงว่า ทำไมแอร์ช่องกลางไม่มีลมเย็นๆออกมา ยิ่งช่องแอร์ด้านซ้ายขวาก็ไม่มีลมออกมา ผมก็เลยข้าใจผิดนึกว่าแอร์เสีย แต่สักพักพอมีกระแสข่าวเกี่ยวกับ Toyota กั๊กฮีตเตอร์ในแอร์ Digital ในรถรุ่นเล็กกับรถ IMV  ผมเลยโล่งใจว่าที่แท้ Toyota ก็มีฮีตเตอร์ให้กับ Camry นี่เอง นอกจากนี้การติดตั้งไฟฉุกเฉินให้อยู่ใกล้มือคนขับนั้นเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ทำให้คลำหากดปุ่มได้อย่างรวดเร็วเวลาเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเช่น เบรกกะทันหันหรือตอนแย่งที่จอดรถกันในห้าง ด้านซ้ายกลมๆเป็นไฟสถานะระบบสัญญาณกันขโมย ซึ่งติดตั้งให้ทุกรุ่นยกเว้น 2.0 E (รุ่นนี้ช่างน่าสงสารยิ่งนัก Option แทบจะโล้นเท่า Corolla Altis 1.8 E  แล้วนะ)



ด้านล่างในรุ่น 2.4 Q จะมีปุ่มให้ 3 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่ม TRC off ปุ่มกลาง ไว้ควบคุมม่านบังแดดหลังไฟฟ้า และปุ่มสุดท้ายเป็นปุ่มควบคุมระบบ ECT กดแล้วระบบจะเปลี่ยนเกียร์ให้ที่รอบสูงขึ้น ซึ่งรุ่นอื่นๆจะมีแค่ปุ่ม ECT เท่านั้น



ใต้ปุ่มจะมีกล่องเก็บของตรงคอนโซลกลาง ขยับลงมาหน่อยจะเป็นที่จุดบุหรี่และที่เขี่ยบุหรี่ ด้านข้างคันเกียร์จะเป็นที่วางของกระกระจุ๊กกระจิ๊กพวกเศษเหรียญ ถัดลงมาจากเป็นที่วางแก้ว วางได้ทั้งขวดน้ำ แก้วน้ำอัดลม แก้วกาแฟร้อนๆ ฯลฯ เสียดายคันนี้มีที่วางแก้ววางขวดน้ำน้อยไปหน่อย เวลาเดินทางกันหลายคนค่อนข้างลำบากพอสมควร




ระหว่างเบาะคู่หน้ามีกล่องเก็บของ 2 ชั้นขนาดใหญ่ ฝาปิดหุ้มหนังใช้วางแขนได้  แต่เลื่อนหน้า-หลังไม่ได้  การเปิดฝานั้นแค่ใช้นิ้วกดปลดล็อคแล้วดึงขึ้นเบาๆ ฝาปิดจะยกตัวขึ้นเอง ด้านในนั้นบุสักหลาดให้ทั้ง 2 ชั้น ชั้นล่างมีขนาดใหญ่มากพร้อมช่องต่อปลั๊กไฟสำรอง





กล่องเก็บของด้านผู้โดยสารด้านหน้านั้นฝาปิดสามารถล็อคได้ มีระบบหน่วงให้ฝาปิดปล่อยตัวลงมาช้าๆ (Air Damped) ภายในขนาดใหญ่ จุของได้เยอะพอสมควร แต่ที่น่าชื่นชมคือภายในบุด้วยสักหลาดทั้งหมด ลดเสียงกระทบกันของสิ่งของภายในได้เป็นอย่างดี



ลองสังเกตตรงคอนโซลกลางนะครับ รถคันนี้จะมีแต่ที่เก็บของไม่มีเบรกมือ ถ้าใครถามถึงเบรกมือ ก็หาไม่ยากครับ Camry ตั้งแต่รุ่นนี้เป็นต้นไปได้ย้ายเบรกมือไปอยู่ที่แป้นเท้าด้านซ้าย (ใช้เท้าซ้ายเหยียบ) วิธีใช้เบรกมือนั้นง่ายมากๆ (เขียนไว้เผื่อคนที่ซื้อ Camry รุ่นนี้มือ 2 มาจะได้เข้าใจการใช้เบรกมือ) ถ้าจะใช้เบรกมือก็เหยียบไปให้ลึกจนรู้สึกว่ากลไกมันล็อค พอล็อคแล้วเราก็ถอยเท้าออกมาจากแป้น แต่ถ้าอยากจะปลดเบรกมือก็เหยียบให้ลึกจนรู้สึกว่ากลไกมันปลดล็อค พอมันปลดล็อคเราก็ถอยเท้าออกจากแป้นมาได้เลย


ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2015, 02:17:24 »
มาต่อกันที่ด้านการขับขี่กันบ้าง เครื่องยนต์ของรุ่น 2.0 G และ 2.0 E จะวางเครื่องยนต์ รหัส 1AZ-FE บล็อก 4 สูบแถวเรียงวางขวาง DOHC 16 วาล์ว 1,998 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก 86.0 x 86.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 9.8 : 1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอีเล็กโทรนิคส์ EFI พร้อมระบบแปรผันวาล์ว VVT-I กำลังสูงสุด 106 กิโลวัตต์ (144 แรงม้า PS) ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 190 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที เครื่องยนต์รุ่นนี้เติมได้แค่เบนซินและแก๊สโซฮอลล์ 91 และ 95 เท่านั้น
ส่วนรุ่น 2.4 G และ 2.4 Q จะวางเครื่องยนต์ รหัส 2AZ-FE บล็อก 4 สูบแถวเรียงวางขวาง DOHC 16 วาล์ว 2,362 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก 88.5 x 96.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 9.6 : 1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอีเล็กโทรนิคส์ EFI พร้อมระบบแปรผันวาล์ว VVT-I กำลังสูงสุด 112 กิโลวัตต์ (152 แรงม้า PS) ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 218 นิวตันเมตร ที่ 3,800 – 4,200 รอบ/นาที เครื่องยนต์รุ่นนี้เติมได้แค่เบนซินและแก๊สโซฮอลล์ 91 และ 95 เท่านั้น







เครื่องยนต์ทั้ง 2 รุ่นถ่ายทอดแรงบิดสู่ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ผ่านทาง เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ แบบมี Torque Converter ควบคุมด้วยกล่องสมองกลแบบ Super ECT และ Hill Sensing Control ดีไซน์ของคันเกียร์ดูโบราณเหมือนเกียร์รถ Toyota ยุค 90 แต่ยังดีที่ตกแต่งด้วยหุ้มหนัง และมีตกแต่งเพิ่มด้วยลายไม้ในรุ่น 2.4 Q  ส่วนรุ่น 2.0 E จะเป็นแบบยูรีเธนธรรมดา บนหัวเกียร์มีปุ่มอยู่ 2 ปุ่ม คือปุ่มปลดล็อค และ O/D off เพื่อตัดการทำงานของเกียร์ 4 คล้ายๆเป็น D3 และยังติดตั้งปุ่ม Shift Lock เพื่อเลื่อนคันเกียร์ตอนรถดับเครื่อง
อัตราทดเกียร์ มีดังนี้
เกียร์ 1 : 3.943 เกียร์ 2 : 2.197 เกียร์ 3 : 1.413 เกียร์ 4 : 1.020 เกียร์ถอยหลัง : 3.145
อัตราทดเฟืองท้ายเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร  3.120
อัตราทดเฟืองท้ายเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร 2.740
จากการที่ได้ขับมารู้สึกว่า สมรรถนะการใช้งานในเมืองถือว่าเพียงพอ ถ้าขับชิวๆไม่ได้ไปเร่งแซงหรือขับมุดไปมา ก็ยังพอได้คันเร่งก็เซตมากลางๆตามน้ำหนักเท้าของเรา อัตราเร่งช่วงต้นพอกดคันเร่งน้อยๆยังรู้สึกเนือยๆหน่อย แต่ถ้าออกตัวกดคันเร่งลึกๆมันก็จะรู้สึกพุ่งเร็วขึ้นมาหน่อย แต่ไม่ถึงกับจิ๊ดจ๊าด พอช่วงความเร็วกลางๆถึงปลายๆประมาณ 60-120 กม./ชม. ก็ยังพอพึ่งพาได้ เหยียบคันเร่งก็จะไหลไปได้เรื่อยๆ การเร่งแซงไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจ การที่ใช้เครื่อง 2.0 ลิตรลากตัวถังน้ำหนักเกือบ 1.5 ตันเป็นอะไรทีลำบากมากๆ อย่างเช่นเวลาแซงในช่วงคับขันบนถนน 2 เลนเป็นอะไรที่ต้องลุ้นเอาพอสมควร แต่ถ้าบนทางด่วนการเร่งแซงก็ยังพอไหว้วานได้ ส่วนเกียร์ถึงแม้ว่ามีจำนวนจังหวะน้อย แต่ก็ถือว่าเปลี่ยนนุ่มนวลและทันใจ อัตราสิ้นเปลืองเท่าที่ดูจากจอ MID ทำได้ประมาณ 9-11 กม./ลิตรชึ้นอยู่กับการใช้งาน ข้อควรสังเกตอย่างนึงคือเวลารถติดเครื่องจะมีอาการสั่นๆอยู่บ้างซึ่งเป็นปัญหา Defect ประจำรุ่น ซึ่งศูนย์ก็แก้ให้เราไม่ได้ เจ้าของรถต้องทำใจกันต่อไป เรื่องอัตราเร่ง 0 – 100 และความเร็วสูงสุดไม่ได้ทดลองมาให้นะครับ เพราะเนื่องจากว่าไม่มีสถานที่และเวลาที่เอื้ออำนวยในการทดลองนะครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 30, 2016, 22:26:17 โดย Peach B. »

ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2015, 02:18:43 »


การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารถือว่าทำออกมาได้ดี เสียงดังจากภายนอกเข้ามาเล็ดรอดได้น้อยมาก เสียงจากการปะทะลมไม่ค่อยมี แต่ถ้าความเร็วเกิน 130 กม./ชม.จะเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เวลาเปิดเพลงหรือคุยกันต้องคอยเพิ่มเสียงกันเลยทีเดียว  ระบบช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบ อิสระสตรัทดูอัลลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างรถคันนี้นุ่มนวลชวนฝันมากๆ ขับในเมืองเป็นไรที่สบายมากๆ ซับแรงสะเทือนได้ดี ผ่านหลุมบ่อ เนินหลังเต่า รอยต่อทางด่วน สบายๆไม่ค่อยสะเทือน แต่พอให้มาเล่นบทโหดปุ๊บ คงไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ขับช่วงความเร็วสูงทางตรงยังพอไหว แต่พอเข้าโค้งแล้วไม่ค่อยมั่นใจ มีอาการโคลง นิ่มย้วย โดยเฉพาะบนทางด่วนอาการออกชัดมาก ส่วนพวงมาลัยเป็นแบบแร็คแอนด์พีเนียน มีเพาเวอร์ช่วย พวงมาลัยค่อนข้างเบา เลี้ยวคล่องตัวเวลาขับในเมืองและถอยจอด แต่บนความเร็วสูงกลับไม่ปรับน้ำหนักให้หนืดขึ้น ยังคงเบาต่อไป เวลาเข้าโค้งทีต้องใช้สมาธิและจับพวงมาลัยให้แน่น ใต้ท้องรถค่อนข้างสูงจึงทำให้เห็นท่อไอเสียห้อยลงมา ระบบเบรกเป็นแบบดิสก์เบรก 4 ล้อ แป้นเบรกนุ่มนวล ต้องเหยียบลงไปราวๆซัก 20% ถึงจะเห็นประสิทธิภาพของมัน ระยะเบรกถือว่าพอใช้ได้ ทันต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมี ระบบABS ทำงานได้ดี มี EBD และ BA ส่วนรุ่น 2.4 Q จะมีระบบ VSC และ TRC เพิ่มเข้ามาให้ด้วย ถุงลมนิรภัยมีให้เฉพาะแค่คู่หน้าเท่านั้น ยกเว้น 2.4 Q จะติดตั้งถุงลมนิรภัยด้านข้างเพิ่มมาให้
สิ่งที่ควรระวังในการใช้รถ Camry ACV31 คือเรื่องโช้คอัพ ระวังการยกรถลอยนานๆ โดยทิ้งให้ล้อห้อยลงมา โช้คอัพตายเอาง่ายๆ อย่างเช่นเคยเอารถไปเปลี่ยนยาง แล้วช่างเค้ายกขึ้นแม่แรงแล้วปล่อยล้อห้อยไว้นานๆ โช๊ค 4 ล้อตายหมดเลย ขับบ้านทีสะเทือนกันเลยทีเดียว ต้องเปลี่ยนโช๊คใหม่ทั้ง 4 ต้นกันเลยทีเดียว ถ้าจำเป็นต้องปล่อยล้อห้อยไว้เวลาขึ้นแม่แรง ควรจะหาอะไรมาหนุนโช๊คไว้หน่อย


ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2015, 02:29:49 »
สรุปหลังจากที่ได้ใช้มาตั้งแต่ป้ายแดงจนถึงปัจจุบัน



Toyota Camry ACV31 2.0 G คันนี้เป็น Toyota คันแรกของบ้านผมเลยก็ว่าได้ (เดิมใช้ Honda เป็นส่วนใหญ่) Camry คันนี้เป็นรถที่ผมรู้สึกประทับใจ ตั้งแต่คุณพ่อมารับผมที่หน้าโรงเรียน หลังจากที่คุณพ่อไปรับรถทีโชว์รูมมา ตอนก่อนที่คุณพ่อจะซื้อผมก็เป็นคนช่วยเลือกเทียบสเปคแต่ละคันด้วย (ชอบศึกษารถมาตั้งแต่เด็ก) ผมก็เห็นว่าในกลุ่มเดียวกันก็ถือว่าโอเคที่สุด แต่ถ้าตอนนั้นมีรถให้ทดลองขับ คุณพ่ออาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ ซึ่งพอมาตอนนี้ผมกับคุณพ่อก็ยังคอยคอยดูแลรักษามัน คอยเช็คระยะและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนดมาตลอด ตอนนี้เครื่องก็อย่างฟิตปั๋ง เครื่องยังเร่งได้ดี  กำลังไม่มีตก ช่วงล่าง เบรก ก็เพิ่งทำใหม่ได้ไม่นาน ก็ยังพอไว้วางใจได้ รถคันนี้เท่าที่ใช้มาก็ตามสไตล์ Toyota คือ ทนไม้ทนมือ ไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิกเท่าไหร่ ถ้าได้เปลี่ยนอะไหล่สิ้นเปลืองและชิ้นส่วนตามอายุของมัน ซึ่งต่างจาก Honda หลายๆรุ่นคันเก่าที่เคยซื้อมา (มี Civic EF, Accord CB ตาเพชร และ Civic ES) ที่พอเก่าไปตามอายุปัญหาก็จะตามมา เช่นหลังคารั่ว สนิมกินบ้าง และที่เจอบ่อยที่สุดคือเรื่องของช่วงล่าง นอกจากนี้ค่าบำรุงรักษาก็ถูกกว่า Saab คันเก่าพอสมควร ประหยัดไปได้เยอะ ตอนนี้รถก็อายุ 10 ปีแล้ว จริงๆก็ใกล้ถึงเวลาที่จะเปลี่ยนรถได้แล้ว แต่ผมก็ยังอยากเก็บไว้จนกว่าจะหาอะไหล่ตัวถังไม่ค่อยได้ จึงค่อยเปลี่ยนรถคันใหม่ เพื่อผมจะได้เรียนรู้การดูแลรักษารถให้ดีและใช้อย่างระมัดระวัง อีกอย่างนึงที่ผมแปลกใจคือ ผมกลับไม่ค่อยเห็นรุ่น 2.0 G บนถนนมากนัก ส่วนใหญ่จะเห็น 2.4 Q ไม่ก็ 2.0 E ไปเลย แต่มองในแง่ดีคือรถเราก็ไม่เหมือนใคร แต่ผมก็พอทราบเหตุผลก็คือ ตอนนั้น Camry ACV31 ก็เริ่มเข้าสู่ปลายอายุตลาดแล้ว Toyota แทบไม่มีการโฆษณา Camry รุ่น 2.0 G ในโฉมนี้เลย ซึ่งผมเคยเห็นแค่โฆษณาในนิตยสารและ Print-Ad ในโชว์รูมเท่านั้น คนจึงไม่ค่อยรับรู้ว่า Toyota ได้เพิ่มรุ่นย่อย 2.0 G มาแล้วนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 01, 2015, 23:28:52 โดย Peach B. »

ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2015, 02:33:17 »
ข้อดีของรถคันนี้ มีดังนี้ครับ
-รูปลักษณ์ภายนอกที่ขับแล้วดูดี โดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่ขับแล้วดูป๋า นอกจากนี้เวลาอยู่บนท้องถนน เท่าที่ผมสังเกตระหว่างผมขับ Camry กับ Corolla Altis เพื่อนร่วมทางบนท้องถนนจะรู้สึกเกรงใจ Camry มากกว่า
- ภายในใช้วัสดุคุณภาพสูงใกล้เคียง Lexus ES300 XV30 รู้สึกว่าเป็นรถที่ Toyota ในยุคนั้นตั้งใจทำมากกว่ายุคนี้ ซึ่งเอาแต่จะลดต้นทุนและกั๊กออพชั่น ขายราคาแพงๆ เก็บกำไรไว้เยอะๆ พอสู้คู่แข่งไม่ได้ก็ค่อยเปลี่ยนแผน ซึ่งเป็นแนวทางในการทำธุรกิจขององค์กรที่แสวงหากำไรอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรไหนจะต้องการกำไรมากหรือน้อย
- อุปกรณ์ความสบายครบถ้วนใกล้เคียงรถหรูในยุคนั้น เช่น เบาะปรับไฟฟ้า พวงมาลัย Multi-Function แอร์ดิจิตอล ลายไม้ วิทยุ CD 6 แผ่น ฯลฯ
- สมรรถนะการใช้งานในเมืองทำได้ดี คล่องตัว นุ่มนวล เงียบ
- ทัศนวิสัยดี เบาะสูงทำให้การกะระยะเป็นเรื่องที่ง่าย นั่งสบาย แอร์เย็น เพลงเพราะ ผ่อนคลายตอนรถติดมากกว่าขับรถเล็ก
- ทนไม้ทนมือมาก ปัญหาจุกจิกมีน้อย ศูนย์เยอะ ค่าซ่อมไม่แพง อะไหล่หาง่ายตามสไตล์ Toyota
ส่วนข้อเสีย
- เบาะยังต้องปรับปรุงให้เข้ากับสรีระคนให้มากกว่านี้ เพื่อความสบายในการเดินทางไกล
- แฮนด์ลิ่งยังไม่ค่อยดี เล่นบทบู๊ไม่ค่อยสนุก แต่ถ้าจำเป็นต้องเล่น ก็พอมีลุ้นอยู่บ้าง
- ท่อไอเสียห้อยทำให้รถดูไม่สวย
- ออพชั่นและการตกแต่งส่วนใหญ่จะไปกองอยู่รุ่น 2.4 Q เยอะไปหน่อย โดยเฉพาะระบบความปลอดภัยและความสะดวกสบาย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2015, 02:43:06 โดย Peach B. »

ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ตุลาคม 29, 2015, 02:34:46 »
ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันจนจบครับ

Camry 2.5 G Esport AVV50 VS Camry 2.0 G ACV31

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 29, 2015, 02:42:22 โดย Peach B. »

ออฟไลน์ F&O

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,750
  • เส้นขอบฟ้า
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ตุลาคม 30, 2015, 12:13:21 »
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ ผมว่าเส้นสายตัวนี้สวยดีครับ ดูไม่เก่ามันดูกลืนไปกับรถรุ่นใหม่ๆได้ดี

ออฟไลน์ moo

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 139
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2015, 08:52:24 »
ทำรีวิวออกมาได้ละเอียดดีมากเลยครับ อ่านง่าย

แต่รถยังดูดีอยู่เลยนะนิ :D

ออฟไลน์ kris-lack

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,763
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2015, 15:25:17 »
พี่ที่ทำงานใช้อยู่ แกเอาไปติดแก๊ส รุสึกตอนน้ำมันแพง ใกล้ใกล ไปรถแกตลอด ไม่เคยงอแงเลยนะ

ออฟไลน์ รถสีเขียว

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,849
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2015, 15:46:56 »
Camry รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ผมชอบมากที่สุดครับ

มันยังอยู่ในยุคที่ ภายในสีเบส ลายไม้ วัสดุก็ดี รถสูงมาก เข้าออกง่าย

โดยรวมผมกลับชอบมันมากกว่าตัวปัจจุบันเสียอีก

เสียดายตรงเติม E20 ไม่ได้แค่นั้นครับ :D

อยากให้ Toyota เอาความดีของรุ่นนี้มาใส่ในรถรุ่นใหม่ๆ ด้วยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 31, 2015, 15:52:19 โดย c5 hdi »

ออฟไลน์ ๒ มาตรฐาน..อิอิ

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 188
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2015, 15:49:21 »
ผมคนนึงที่ชอบรุ่นนี่ ทุกวันนี้ยังดูสวย ขอบคุณสำหรับรีวิวดี ๆ ครับ

ออฟไลน์ NONT4477

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9,844
  • Let the SKYFALL
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2015, 00:21:38 »
วัสดุภายในของรุ่นนี้ ดีที่สุดในบรรดา Camry แล้วครับ
บางชิ้นดีกว่า ES300 คู่แฝดซะอีก
Top Gear's Biggest FAN!!! (IN MY House)
I'm NAC1701  ^ ^

ออฟไลน์ tarahlm

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 920
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2015, 08:56:01 »
ขอบคุณมากครับ


ค้นหาข้อมูลรายละอียดได้ครบดี มีเปรียบเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกันเห็นภาพชัดเจน

เขียนได้ดีเหมือนมืออาชีพตามนิตยสารรถ เยี่ยมครับ

ออฟไลน์ yourturle

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,062
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2015, 11:01:51 »
รอรีวิว ตัว esport สีขาวด้วย ::)

ชอบภายในตัวนี้ ดูหรูสุดตามยุค
เด่นสุดที่ชอบ กระโปรงแบบรวมกระจัง เท่าที่โตต้ามีคัมรีมารุ่นนี้ รุ่นแรก
One Day.

ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: พฤศจิกายน 02, 2015, 13:53:52 »
ขอบคุณสำหรับทุก Comment นะครับ ช่วงนี้อยู่ว่างๆก็เลยเอามาเขียนดูอ่ะครับ

รอรีวิว ตัว esport สีขาวด้วย ::)

Esport คันนั้นไม่ใช่ของผมครับ ผมไปจอดคู่เค้า แล้วถ่ายรูปมาเล่นๆเฉยๆครับ แต่ผมก็เคยลองขับสั้นๆที่งาน Big Motorsale ที่ผ่านมา ผมรู้สึกว่าช่วงล่างมันแข็งตึงตังไปหน่อย เครื่องแรงดี วัสดุเกรดไม่ค่อยโอเท่าไหร่ เหมือนเน้นใช้งานมากกว่าความหรูหรา ออพชั่นก็ขาดๆเกินๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 02, 2015, 14:31:04 โดย Peach B. »

promt

  • บุคคลทั่วไป
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2015, 00:53:22 »
ขอบคุณสำหรับรีวิว

ข้อเสียเพิ่มอีกข้อของรุ่นนี้ คือขับเร็วๆ ท้ายย้วยและเบาหวิวครับ

คันนี้ไมล์เท่าไหร่ครับ

ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2015, 23:45:46 »
คันนี้ไมล์เท่าไหร่ครับ

ล่าสุดเพิ่งวิ่งไป 145300 กม.แล้วครับ ช่วงนี้วิ่งน้อยแล้วครับ วันละไม่เกิน20กม. 2-3วันเอามาใช้ทีนึง ส่วนใหญ่ใช้ Corolla Altis กับ Teana L33 มากกว่าครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2015, 15:38:30 โดย Peach B. »

ออฟไลน์ Slipknot`

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 21,470
  • *** HLM.COM ***
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: ธันวาคม 04, 2015, 21:21:40 »
ขอบคุณครับ
 ;D ;D ;D

ออฟไลน์ suntaroza

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 9
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: มกราคม 30, 2016, 21:39:50 »
เพิ่มเติมนิดนึงนะครับ
ทางโตโยต้าได้มีการ recall side airbag สำหรับรุ่น 2.4 นะครับ ผมไม่แน่ใจว่ารถรุ่นโทเดลไหน พอดีเพิ่งได้จดหมายจากโตโยต้า รถปี 2004 นะครับ

จากบทความนะครับ
-ลิ้นชักเก็บของ มีไฟส่องสว่าง และล๊อกได้ด้วยกุญแจรถ
-มีไฟส่องที่เขี่ยบุหรี่ด้านหน้า
-มีไฟส่องเท้าด้านคนขับ จะดับเมื่อเลื่อนตำแหน่งเกียร์ออกจาก p
-รุ่น 2.4 จะให้ยางละไหล่เป็นลาย11ก้านแบบเดียวกันกับรถเลย รถรุ่นหลังๆยังไม่ใจถึงพอจะใส่ให้
-ถ้าม่านหลังไฟฟ้าอยู่ในตำแหน่งขึ้นอยู่ เวลาเข้าเกียร์ถอยหลัง ม่านจะลงให้เอง
-ยางแท่นเครื่องล๊อดใหม่ไม่แน่ใจว่าแก้ไขรึยัง แต่เพิ่งเปลี่ยนมา รู้สึกนึ่ง ไม่มีอาการสั่นเลย
-เบาะด้านคนขับมีดันหลัง และพนักพิงปรับดันศีรษะได้ทั้งสองฝั่ง
-พักหลังผมมักเจอปัญหาเกี่ยวกับระบบ afs บางทีไฟโชว์เอง

อยากบอกเล่าอีกนิด สดๆร้อนๆวันนี้เอง บิดสตารทรถ กุญแจรีโมทหัก ระวังกันด้วยครับ

ออฟไลน์ caso

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2016, 15:26:03 »
สุดยอดคัฟ goldenslot

ออฟไลน์ Noom_pp

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 10
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: มีนาคม 03, 2016, 12:50:10 »
สุดติ่งครับผม   :-* :-* :-* :-* :-* 

ออฟไลน์ Peach B.

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: เมษายน 02, 2016, 21:42:22 »
เพิ่มเติมนิดนึงนะครับ
ทางโตโยต้าได้มีการ recall side airbag สำหรับรุ่น 2.4 นะครับ ผมไม่แน่ใจว่ารถรุ่นโทเดลไหน พอดีเพิ่งได้จดหมายจากโตโยต้า รถปี 2004 นะครับ

จากบทความนะครับ
-ลิ้นชักเก็บของ มีไฟส่องสว่าง และล๊อกได้ด้วยกุญแจรถ
-มีไฟส่องที่เขี่ยบุหรี่ด้านหน้า
-มีไฟส่องเท้าด้านคนขับ จะดับเมื่อเลื่อนตำแหน่งเกียร์ออกจาก p
-รุ่น 2.4 จะให้ยางละไหล่เป็นลาย11ก้านแบบเดียวกันกับรถเลย รถรุ่นหลังๆยังไม่ใจถึงพอจะใส่ให้
-ถ้าม่านหลังไฟฟ้าอยู่ในตำแหน่งขึ้นอยู่ เวลาเข้าเกียร์ถอยหลัง ม่านจะลงให้เอง
-ยางแท่นเครื่องล๊อดใหม่ไม่แน่ใจว่าแก้ไขรึยัง แต่เพิ่งเปลี่ยนมา รู้สึกนึ่ง ไม่มีอาการสั่นเลย
-เบาะด้านคนขับมีดันหลัง และพนักพิงปรับดันศีรษะได้ทั้งสองฝั่ง
-พักหลังผมมักเจอปัญหาเกี่ยวกับระบบ afs บางทีไฟโชว์เอง

อยากบอกเล่าอีกนิด สดๆร้อนๆวันนี้เอง บิดสตารทรถ กุญแจรีโมทหัก ระวังกันด้วยครับ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากๆครับบ :D :D

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 19,067
Re: Full User Review Toyota Camry (ACV31) 2.0G 4AT MY2005 อ่านกันยาวๆ
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: เมษายน 03, 2016, 07:59:22 »
เป็นรถที่นั่งสบายมากๆคันนึงเลยครับ