ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไมผมคิดผิด  (อ่าน 5542 ครั้ง)

ออฟไลน์ sukhontha

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,482
ทำไมผมคิดผิด
« เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 07:35:07 »
ผมใช้รถมาก็นานนมกาเล   ความคิดที่ฝังอยู่ในหัวก็คือถ้าเราต้องการให้รถแรงขึ้น  ต้องแลกกับการใช้เชื้อเพลิงมากขึ้น.....

ซึ่งผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านก็คิดแบบเดียวกับผม

    รถผม  เดิม ๆ กล่องเดิม  แรงม้า  220 ม้า  ที่บูสต์  0.7 บาร์   ........

    สองสัปดาห์ที่แล้ว  อยากแรง  ไปเปลี่ยนเฟิร์มแวร์ เป็น 300ม้า  บูสต์ 1.5 บาร์  (แต่ต้องเปลี่ยนท่อเป็น 2.5 นิ้วซึ่งผมไม่เปลี่ยน) เขาประเมินถอยลงมาที่ 270ม้า.....

    การใช้งาน ก็ใช้งานแบบเดิม  วิ่ง100-120 เหมือนเดิม  สภาพหัวเทียนที่ออกมาก็สมบูรณ์ดี  ไม่มีอาการจ่ายบาง

    การใช้เชื้อเพลิงจาก 8-9 กม/ลิตร  ขึ้นมาอยู่ที่ 10 กม/ลิตร    (e85)..............

             แสดงว่าความเชื่อของผมผิด?  และผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านก็คิดผิดเช่นกัน    อยากได้คำตอบว่าเพราะอะไร...

     ขอความรู้อีกครั้ง  ขอบคุณครับ

ออนไลน์ Turin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,953
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 08:55:26 »
รถของผมเดิมๆบูส 0.9 บาร์ 180 ม้าที่ล้อ จูนใหม่เป็น 1.2 บาร์ 220 ม้าที่ล้อ+มาเร็วขึ้นพอควร กินน้ำมันเท่าเดิม เหตุหลักๆผมว่ามาจาก 2 ปัจจัยครับ
1. การจูนจะเป็นการลด safety factor ลง ซึ่งหนึ่งใน safety factor คือน้ำมันหนาๆ โดยเฉพาะช่วง open loop พอปรับส่วนนี้ก็ทำให้กินน้ำมันน้อยลงได้
2. ต่อเนื่องจากข้อ 1 การขับปกติของเรา เดิมๆอาจต้องการบูส 0.7 บาร์ ซึ่งต้องกดคันเร่งลึก เครื่องเข้า open loop โปรแกรมเดิมจ่ายน้ำมันหนาไว้เผื่อ(ตามเงื่อนไขข้อ 1) ... ทีนี้พอเราเพิ่มบูส 0.7 บาร์เท่าเดิม สามารถเรียกมาใช้ได้ที่คันเร่งครึ่งเดียว เครื่องยังอยู่ใน close loop อยู่ การจ่ายน้ำมันจึงจ่ายแต่พอดี (โดยอาศัยข้อใูล feedback จาก o2 sensor)

ปล รถอะไรครับ แรงม้า/อัตราสิ้นเปลือง น่าสนใจมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 17, 2016, 08:58:35 โดย Turin »

ออฟไลน์ ซิ่งเข้าส้วม

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,764
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 09:01:50 »
270 ม้า 10 กม./ลิตร รถผม 160 ม้ากิน 11 กม./ลิตร แต่ม้าต่างกันร้อยตัว สุดยอดเลยครับ

ออฟไลน์ taweek

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 223
    • อีเมล์
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 09:55:47 »
มีคนงาน 100 คน ...อยากให้งานเสร็จเร็วขึ้น ก็เพิ่มประสิทธิภาพของ 100 คน  ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณคน

ปรับแรงดันสูงขึ้น การระเบิดให้พลังงานสูงขึ้น ในเชื้อเพลิงที่เท่ากัน  น่าจะเป็นหลักการนี้

ออฟไลน์ toffyearn

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 415
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 12:26:25 »
สงสัยม้าวิ่งชนกันเองน่ะคับ ^^"

ออฟไลน์ PunTam

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 424
    • อีเมล์
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 13:01:08 »
ถ้าส่วนผสมลงตัว การใช้เชื้อเพลิงก็พอดี ไม่กินมากจนรู้สึกน่ากลัวครับ บางครั้งเข้าใจถูกครับ แต่ถ้าจ่ายเชื้อเพลิงหนามากๆ นอกจากเปลืองและเผาไหม้ไม่สมบูรณ์แล้ว ยังทำให้ HC ในเชื้อเพลิงสามารถจับกับอากาศน้อยลงครับ ดังนั้น การจ่ายเพิ่มถูกครับ แต่ถ้าจะให้สมบูรณ์คือ ต้องทำให้เชื้อเพลิงที่จ่ายนั้นเป็นละอองมาที่สุด เพื่อให้การเผาไหม้สมบูรณ์และได้กำลังงานเพิ่มขึ้นครับ ถูกผิดขออภัยครับ

ออฟไลน์ Pan Paitoonpong

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,410
  • Long live M/T
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 13:46:42 »
ง่ายๆครับ

รถผมสมัยกล่อง Unichip ให้เพื่อนจูนแบบขอรีบเอารถไปใช้ กินน้ำมัน 8-9 โลลิตร
ต่อมาเอาใส่ F-Con S แล้วบอกว่าเอาไปจูนไปลองไปทดสอบให้เต็มที่ มันเอารถผมไป 2 เดือน
แต่พอกลับมาเสร็จ ถ้าเติม E10 เหมือนกันผมได้ 12 โลลิตร

แต่แรงม้าผมเพิ่มนะ เดิม 140 ตอนนี้ผมได้ 148 ที่ล้อ ฮาร์ดแวร์ทุกอย่างผมเหมือนเดิม บูสท์ก็เท่าเดิม

มันอยู่ที่การจูนน้ำมันด้วยส่วนหนึ่ง..น้ำมันหนาเกินนอกจากไม่แรงแล้วยังกินน้ำมันมากกว่าด้วยครับ
และอีกอย่างนึงคือเราไม่ได้เรียกม้าตรงนั้นมาใช้ตลอดนี่ครับ ผมจะทำรถผมให้มีม้า 170 ตัว 200 ตัวก็ได้
แต่ถ้าผมใช้ฮาร์ดแวร์เดิมทุกอย่าง และผมไม่ได้ไปจูนอะไรที่ช่วงคันเร่งน้อยหรือ close loop รถผมก็
แรงขึ้นโดยกินน้ำมันเท่าเดิมได้..ไม่แปลกครับ

ถ้าฮาร์ดแวร์เหมือนกันทุกอย่าง และวิ่งด้วยความเร็วคงที่ เครื่องก็ใช้พลังและน้ำมันในการสร้างแรงขับเคลื่อนเท่ากันครับ
มันจะไปต่างกันตอนที่เรากดหนักๆบ่อยๆ เรากระทืบเครื่อง 150 ม้านาน 1 ชั่วโมงกับกระทืบเครื่อง 200 ม้านาน 1 ชั่วโมง
อย่างหลังก็จะใช้น้ำมันมากกว่า..ต้องกดหนักและบ่อยๆนะ..ถ้ากดเพื่อแซง รถม้าเยอะบางทีมันแซงจบในเวลาที่เร็วกว่า
หารไปหารมาน้ำมันที่ผลาญไปออกมาเท่ากัน

อย่าง Tiida ผมสมัยไม่มีโบ มันประหยัดน่ารักในสายตาผม แต่เวลาซัดแบบรีบๆจะลงมาต่ำกว่า 10 กิโลลิตรได้โดยง่าย
แต่พอลงโบไป ม้าเพิ่มมากว่า 50 ตัว สมัยก่อนอยาก 80-120 ใน 9 วิผมต้องลาก 2 ยันเรดไลน์แล้วกดจมต่อ 3
พอมีโบ ผมใช้เกียร์ 3 และกดคันเร่งครึ่งเดียวก็ทำ 80-120 ได้ 9 วิ ดังนั้นการผลาญน้ำมันเลยไม่ต่างกันมากนัก


- //'92 NX Coupe B13//08' Tiida E20


Twitter: @PanPaitoonpong

ออฟไลน์ sukhontha

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,482
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 13:54:01 »
ง่ายๆครับ

รถผมสมัยกล่อง Unichip ให้เพื่อนจูนแบบขอรีบเอารถไปใช้ กินน้ำมัน 8-9 โลลิตร
ต่อมาเอาใส่ F-Con S แล้วบอกว่าเอาไปจูนไปลองไปทดสอบให้เต็มที่ มันเอารถผมไป 2 เดือน
แต่พอกลับมาเสร็จ ถ้าเติม E10 เหมือนกันผมได้ 12 โลลิตร

แต่แรงม้าผมเพิ่มนะ เดิม 140 ตอนนี้ผมได้ 148 ที่ล้อ ฮาร์ดแวร์ทุกอย่างผมเหมือนเดิม บูสท์ก็เท่าเดิม

มันอยู่ที่การจูนน้ำมันด้วยส่วนหนึ่ง..น้ำมันหนาเกินนอกจากไม่แรงแล้วยังกินน้ำมันมากกว่าด้วยครับ
และอีกอย่างนึงคือเราไม่ได้เรียกม้าตรงนั้นมาใช้ตลอดนี่ครับ ผมจะทำรถผมให้มีม้า 170 ตัว 200 ตัวก็ได้
แต่ถ้าผมใช้ฮาร์ดแวร์เดิมทุกอย่าง และผมไม่ได้ไปจูนอะไรที่ช่วงคันเร่งน้อยหรือ close loop รถผมก็
แรงขึ้นโดยกินน้ำมันเท่าเดิมได้..ไม่แปลกครับ

ถ้าฮาร์ดแวร์เหมือนกันทุกอย่าง และวิ่งด้วยความเร็วคงที่ เครื่องก็ใช้พลังและน้ำมันในการสร้างแรงขับเคลื่อนเท่ากันครับ
มันจะไปต่างกันตอนที่เรากดหนักๆบ่อยๆ เรากระทืบเครื่อง 150 ม้านาน 1 ชั่วโมงกับกระทืบเครื่อง 200 ม้านาน 1 ชั่วโมง
อย่างหลังก็จะใช้น้ำมันมากกว่า..ต้องกดหนักและบ่อยๆนะ..ถ้ากดเพื่อแซง รถม้าเยอะบางทีมันแซงจบในเวลาที่เร็วกว่า
หารไปหารมาน้ำมันที่ผลาญไปออกมาเท่ากัน

อย่าง Tiida ผมสมัยไม่มีโบ มันประหยัดน่ารักในสายตาผม แต่เวลาซัดแบบรีบๆจะลงมาต่ำกว่า 10 กิโลลิตรได้โดยง่าย
แต่พอลงโบไป ม้าเพิ่มมากว่า 50 ตัว สมัยก่อนอยาก 80-120 ใน 9 วิผมต้องลาก 2 ยันเรดไลน์แล้วกดจมต่อ 3
พอมีโบ ผมใช้เกียร์ 3 และกดคันเร่งครึ่งเดียวก็ทำ 80-120 ได้ 9 วิ ดังนั้นการผลาญน้ำมันเลยไม่ต่างกันมากนัก



 
  ขอบคุณครับ  ฟังหลาย ๆ ท่าอธิบายก็พอจะเข้าใจครับ

รถของผมเดิมๆบูส 0.9 บาร์ 180 ม้าที่ล้อ จูนใหม่เป็น 1.2 บาร์ 220 ม้าที่ล้อ+มาเร็วขึ้นพอควร กินน้ำมันเท่าเดิม เหตุหลักๆผมว่ามาจาก 2 ปัจจัยครับ
1. การจูนจะเป็นการลด safety factor ลง ซึ่งหนึ่งใน safety factor คือน้ำมันหนาๆ โดยเฉพาะช่วง open loop พอปรับส่วนนี้ก็ทำให้กินน้ำมันน้อยลงได้
2. ต่อเนื่องจากข้อ 1 การขับปกติของเรา เดิมๆอาจต้องการบูส 0.7 บาร์ ซึ่งต้องกดคันเร่งลึก เครื่องเข้า open loop โปรแกรมเดิมจ่ายน้ำมันหนาไว้เผื่อ(ตามเงื่อนไขข้อ 1) ... ทีนี้พอเราเพิ่มบูส 0.7 บาร์เท่าเดิม สามารถเรียกมาใช้ได้ที่คันเร่งครึ่งเดียว เครื่องยังอยู่ใน close loop อยู่ การจ่ายน้ำมันจึงจ่ายแต่พอดี (โดยอาศัยข้อใูล feedback จาก o2 sensor)

ปล รถอะไรครับ แรงม้า/อัตราสิ้นเปลือง น่าสนใจมาก

เป็นคำอธิบายที่ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้นอีกครับ

270 ม้า 10 กม./ลิตร รถผม 160 ม้ากิน 11 กม./ลิตร แต่ม้าต่างกันร้อยตัว สุดยอดเลยครับ

saab 95  2.3 T   เปลี่ยนเฟิร์มแวร์จาก เสตรจ 1  เป็น  3  ใช้เวลาปรับประมาณ 15 นาที  ค่าเสียหาย ไม่กี่ตังค์..

สงสัยม้าวิ่งชนกันเองน่ะคับ ^^"

ไม่น่าจะชนกันเองนะครับ  ผมลองวัดจาก 100-160 (ทดลอง) ใช้เวลาราว  5 -6 วิ ที่รอบประมาณ ไม่เกินห้าพันรอบ...

มีคนงาน 100 คน ...อยากให้งานเสร็จเร็วขึ้น ก็เพิ่มประสิทธิภาพของ 100 คน  ไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณคน

ปรับแรงดันสูงขึ้น การระเบิดให้พลังงานสูงขึ้น ในเชื้อเพลิงที่เท่ากัน  น่าจะเป็นหลักการนี้


  เปรียบเทียบเข้าใจง่ายดีครับ

ถ้าส่วนผสมลงตัว การใช้เชื้อเพลิงก็พอดี ไม่กินมากจนรู้สึกน่ากลัวครับ บางครั้งเข้าใจถูกครับ แต่ถ้าจ่ายเชื้อเพลิงหนามากๆ นอกจากเปลืองและเผาไหม้ไม่สมบูรณ์แล้ว ยังทำให้ HC ในเชื้อเพลิงสามารถจับกับอากาศน้อยลงครับ ดังนั้น การจ่ายเพิ่มถูกครับ แต่ถ้าจะให้สมบูรณ์คือ ต้องทำให้เชื้อเพลิงที่จ่ายนั้นเป็นละอองมาที่สุด เพื่อให้การเผาไหม้สมบูรณ์และได้กำลังงานเพิ่มขึ้นครับ ถูกผิดขออภัยครับ

   บางครั้งผมก็เข้าใจเช่นนั้น  กระดานแมป ของ เฟิร์มแวร์คงจะต่างกัน 

   ตอนนี้คงต้องทำความเข้าใจในแต่ละเรื่องให้มากขึ้น  ผมคิดว่าตัวเองรู้มากพอควรแล้ว  แต่จริง ๆ แล้วยังโง่อยู่  แถมรู้มายังผิด ๆอีก

   ขอบคุณทุกความเห็นครับ

ปล.  ผมทดสอบวิ่งหกร้อยกว่ากม.เติมเต็มจากวังน้อย ไปถึง อ.พิมาย วิ่ง ๆจอด ๆ แถว ๆ นั้นเล็กน้อย  กลับมาเติม แถววังน้อย แต่คนละปั๊ม...อุณหภูมิเครื่องยนต์ ไม่เกิน 90 องศา ตลอดการเดินทาง

ออฟไลน์ Odeng

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 53
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 15:06:55 »
   ลักษณะนี้คงต้องดูที่กราฟแรงม้ากับกราฟแรงบิดครับ  เพราะแรงม้ากับแรงบิดที่เราคุยๆ กันอยู่  มันเป็นแค่แรงม้ากับแรงบิดสูงสุดเท่านั้นครับ  ซึ่งไม่ได้อยู่ในช่วงที่เราใช้งานบ่อยๆ

   อย่างกรณีของคุณ sukhontha สมมติว่าต้องการแรงม้าที่ 150 แรงม้า ถึงจะพอดีกับลักษณะการขับขี่ในช่วง 100-120 km/hr  ทีนี้พอไปไล่กับกราฟแรงม้าตอนก่อนเปลี่ยน firmware มันจะต้องใช้รอบเครื่องที่ 3000  แต่พอเปลี่ยน firmware แล้ว แรงม้าโดยรวมมันเพิ่มขึ้น จากที่เคยต้องใช้รอบเครื่องที่ 3000 อาจจะเหลือแค่ 2500 เท่านั้น มันก็ได้ 150 แรงม้าตามเดิมแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะประหยัดขึ้นได้ครับ 

   แล้วยิ่งถ้าเป็นอย่างที่พี่แพนบอกไว้  กำลังเพิ่มขึ้นจนทำให้เราไม่ต้องลากเกียร์นาน หรือใช้เกียร์สูงขึ้นได้อีก มันก็ยิ่งเห็นผลครับ

promt

  • บุคคลทั่วไป
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 15:15:08 »
การปรับจูน หรือการทำ contour ให้ผลที่ดีขึ้น

ออฟไลน์ luzifur

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 113
    • อีเมล์
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 16:44:57 »
   ลักษณะนี้คงต้องดูที่กราฟแรงม้ากับกราฟแรงบิดครับ  เพราะแรงม้ากับแรงบิดที่เราคุยๆ กันอยู่  มันเป็นแค่แรงม้ากับแรงบิดสูงสุดเท่านั้นครับ  ซึ่งไม่ได้อยู่ในช่วงที่เราใช้งานบ่อยๆ

   อย่างกรณีของคุณ sukhontha สมมติว่าต้องการแรงม้าที่ 150 แรงม้า ถึงจะพอดีกับลักษณะการขับขี่ในช่วง 100-120 km/hr  ทีนี้พอไปไล่กับกราฟแรงม้าตอนก่อนเปลี่ยน firmware มันจะต้องใช้รอบเครื่องที่ 3000  แต่พอเปลี่ยน firmware แล้ว แรงม้าโดยรวมมันเพิ่มขึ้น จากที่เคยต้องใช้รอบเครื่องที่ 3000 อาจจะเหลือแค่ 2500 เท่านั้น มันก็ได้ 150 แรงม้าตามเดิมแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะประหยัดขึ้นได้ครับ 

   แล้วยิ่งถ้าเป็นอย่างที่พี่แพนบอกไว้  กำลังเพิ่มขึ้นจนทำให้เราไม่ต้องลากเกียร์นาน หรือใช้เกียร์สูงขึ้นได้อีก มันก็ยิ่งเห็นผลครับ

ผมขอความรู้นะครับ รอบเครื่องยนตร์นี่ ไม่ได้แปรผัน ตามอัตราทดเกียร์อย่างเดียวหรอครับ หรือ มีสิ่งอื่นมาข้องเกี่ยวด้วยครับ เช่น แรงม้า แรงบิดสูงสุด หรือท่อไอเสีย อันนี้พูดถึงความเร็วคงที่นะครับ

เช่น

ก่อนจูนกล่อง วิ่ง 110 รอบ 2000

หลังจูนกล่อง วิ่ง 110 รอบ ก็ควรจะเป็น 2000 หรือไม่ครับ

ขอบคุณครับ


ออฟไลน์

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,793
  • ขับขี่ปลอดภัย
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 16:56:25 »
ชิ้นส่วนกลไกเดิมจูนกล่องแล้ว ประหยัดขึ้นก็แสดงว่า ช่วงใช้งานทั่วไปที่ใช้ประจำ จูนการจ่ายน้ำมันองศาจุดระเบิดได้ดีขึ้นรึเปล่าครับ

มีรถบางยี่ห้อจูนมากินน้ำมันตลอดย่าน เร่งไม่ดีเลย แต่ไอเสียดีสุดครับ พอไปขายประเทศอื่น จูนดีกว่าแต่ไอเสียแย่ลงก็มีครับ

ข้อความที่ผมเขียน ก็แค่ความเห็นความรู้"ส่วนตัว"ของผม จะผิดจะถูกอย่างไรก็ต้องใช้วิจารณญาณกันเองนะครับ

สงสัยอะไรกรุณาถามในบอร์ด ตอบได้จะตอบให้ครับ

ออฟไลน์ sukhontha

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,482
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 18:04:37 »
   ลักษณะนี้คงต้องดูที่กราฟแรงม้ากับกราฟแรงบิดครับ  เพราะแรงม้ากับแรงบิดที่เราคุยๆ กันอยู่  มันเป็นแค่แรงม้ากับแรงบิดสูงสุดเท่านั้นครับ  ซึ่งไม่ได้อยู่ในช่วงที่เราใช้งานบ่อยๆ

   อย่างกรณีของคุณ sukhontha สมมติว่าต้องการแรงม้าที่ 150 แรงม้า ถึงจะพอดีกับลักษณะการขับขี่ในช่วง 100-120 km/hr  ทีนี้พอไปไล่กับกราฟแรงม้าตอนก่อนเปลี่ยน firmware มันจะต้องใช้รอบเครื่องที่ 3000  แต่พอเปลี่ยน firmware แล้ว แรงม้าโดยรวมมันเพิ่มขึ้น จากที่เคยต้องใช้รอบเครื่องที่ 3000 อาจจะเหลือแค่ 2500 เท่านั้น มันก็ได้ 150 แรงม้าตามเดิมแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะประหยัดขึ้นได้ครับ 

   แล้วยิ่งถ้าเป็นอย่างที่พี่แพนบอกไว้  กำลังเพิ่มขึ้นจนทำให้เราไม่ต้องลากเกียร์นาน หรือใช้เกียร์สูงขึ้นได้อีก มันก็ยิ่งเห็นผลครับ

ผมขอความรู้นะครับ รอบเครื่องยนตร์นี่ ไม่ได้แปรผัน ตามอัตราทดเกียร์อย่างเดียวหรอครับ หรือ มีสิ่งอื่นมาข้องเกี่ยวด้วยครับ เช่น แรงม้า แรงบิดสูงสุด หรือท่อไอเสีย อันนี้พูดถึงความเร็วคงที่นะครับ

เช่น

ก่อนจูนกล่อง วิ่ง 110 รอบ 2000

หลังจูนกล่อง วิ่ง 110 รอบ ก็ควรจะเป็น 2000 หรือไม่ครับ

ขอบคุณครับ

ของผม  เกียร์ ออโต้  รอบเท่าเดิมเดินทางพันแปด-สองพันสองร้อยรอบ  ทั้งก่อนจูน แหละหลังจูน.....

ชิ้นส่วนกลไกเดิมจูนกล่องแล้ว ประหยัดขึ้นก็แสดงว่า ช่วงใช้งานทั่วไปที่ใช้ประจำ จูนการจ่ายน้ำมันองศาจุดระเบิดได้ดีขึ้นรึเปล่าครับ

มีรถบางยี่ห้อจูนมากินน้ำมันตลอดย่าน เร่งไม่ดีเลย แต่ไอเสียดีสุดครับ พอไปขายประเทศอื่น จูนดีกว่าแต่ไอเสียแย่ลงก็มีครับ



อาจเป็นไปได้ครับ  ว่าแมปฯจูนบางลงเล็กน้อย  แต่กำลังดี ไม่เผื่อบาง

ออฟไลน์ JDM

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 217
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มกราคม 17, 2016, 19:10:23 »
ถ้าแรงม้าขึ้น dyno ได้เยอะขึ้นจริง 50แรงม้า
ยังไงก็ต้องกินน้ำมันมากขึ้น ถ้าได้ใช้แรงม้าที่มี (ขับซิ่ง full throttle)
แต่ถ้าขับเรื่อยๆ ปกติ ก็อาจจะวัดอัตราการกินน้ำมันได้ใกล้เคียงเดิมครับ
W201 W211 W204 UCF10 C126

ออฟไลน์ Lancer

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 367
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มกราคม 18, 2016, 11:16:10 »
ลองขับเร็วๆสิครับ ลากรอบยาวๆ รับรอง กินกว่าเดิมแน่นอน

ออฟไลน์ mark2015

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 338
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มกราคม 18, 2016, 13:22:36 »
ถ้าจูนดี รีแมปดี เปลี่ยนกล่องดี ดีขึ้นประหยัดแรง

เลยสงสัยว่า วิศวกร เค้าคำนวนมาไม่ดีหรือเป็นการเว้นช่องให้โม้เพิ่มได้ครับ

แล้วเวลาจูนทำไมหมดประกันอ่ะ ในเมื่อดีขึ้น
" เงินทองของนอกกาย ไม่ตายก็หาจนตาย "

ออนไลน์ Turin

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,953
Re: ทำไมผมคิดผิด
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มกราคม 19, 2016, 06:01:18 »
ถ้าจูนดี รีแมปดี เปลี่ยนกล่องดี ดีขึ้นประหยัดแรง

เลยสงสัยว่า วิศวกร เค้าคำนวนมาไม่ดีหรือเป็นการเว้นช่องให้โม้เพิ่มได้ครับ

แล้วเวลาจูนทำไมหมดประกันอ่ะ ในเมื่อดีขึ้น
หลักๆก็ safety factor ลดครับ .... วิศวกรคำนวณ"เผื่อ"ไว้หลายอย่าง (คุณภาพน้ำมัน ความเสื่อมอุปกรณ์ ฯลฯ) ยกตัวอย่างบ้านละกันครับ ปกติวิศวกรจะคำนวณ safety factor ไว้ที่ 3 เท่า แปลว่าบ้านออกแบบเกินความจำเป็นไว้ 3 เท่า เผื่อช่างทำไม่ดี/พื้นที่จริงไม่เหมือนที่คิดไว้/extreme condition ... ถามว่าสามารถสร้างย้านถูกกว่า เบากว่า ที่วิศวกรออกแบบไว้ได้ไหม ได้ครับ แต่ safety factor จะลดลง

อีกอย่างคือตารางที่สามารถจูนได้มีเป็นร้อยๆตาราง ไม่มีใครรู้ว่าคนจูนไปยุ่งกับตารางไหนบ้าง แล้วตารางนั้นมีผลกระทบต่ออความเสียหายหรือไม่ .... การให้ขาดประกันจึงชัดเจนสุดครับ ไม่ต้องตรวจสอบให้วุ่นวาย แตะปุ๊บ ประกันขาดปั๊บ ตรงไปตรงมา