ผู้เขียน หัวข้อ: ได้ข่าวว่า ทาทา(TATA) ออกจากโครงการ Eco car แล้วจริงหรือไม่ครับ  (อ่าน 5206 ครั้ง)

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
วันนี้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ประชาชาติ เขาบอกว่าทาทา ออกจากโครงการเพราะมองว่าไม่คุ้มค่ากับภาษีที่ได้

สรุป คือ ทาทาจะทำรถอะไรกันแน่ แล้วราคาจะไปสู้รถชาวบ้านได้หรือครับ :-\ :( :( :-\

ไม่สนแล้วครับ ถ้าทาทา ไม่ทำeco car ผมก็คงไม่ซื้อรถใดๆของทาทา แน่ๆ เพราะราคาคงไม่ถูกแน่นอน >:( >:( >:(

เอาตังไปซื้อ eco car ญี่ปุ่นดีกว่า ;) :)

*อาจตอบแบบมีอารมณ์นิดๆ แต่ผมรู้ผิดหวังกับค.คิดของค่ายนี้มากๆ*
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 29, 2010, 22:44:00 โดย GreenG »

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,598
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
ผมไม่ทราบครับ
แต่ถ้าออกจริง ไม่แน่ใจว่าจะต้องมีการจ่ายค่าชดเชยอะไรสักอย่างอีกหรือเปล่า?

ออฟไลน์ Pan Paitoonpong

  • Moderator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6,455
  • Long live M/T
ผมไม่แน่ใจว่ามันเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมี 2 ทางในการทำรถที่ราคาถูก
1. ทำรถให้เข้าเงื่อนไข Eco Car
2. ไม่ทำตามเงื่อนไข Eco Car แต่ทำต้นทุนการผลิตรถทั้งคันให้ถูกจริงๆโดยไม่ต้องพึ่งเรื่องภาษี

แต่เข้าใจว่าหาก Tata จะตั้งราคา Nano ไว้เกินเลข 3 โอกาสเกิดในเมืองไทยริบหรี่แน่
เพราะเขยิบอีกแสนเดียว ได้แบรนด์ญี่ปุ่น ซึ่งคนไทยส่วนมากจะยังเชื่อใจแบรนด์ที่ทำตลาดมานาน
มากกว่าที่จะยอมลองของแปลกและใหม่

- Nissan Tiida บ้านๆ/NX Coupe/AE111/190E1.8

ออฟไลน์ Ruksadindan

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 11,566
ก็ไม่ต้องทำเรื่องออก และไม่ต้องผลิตก็คงไม่ต้องเสียค่าโทษมั้งครับ

วันนี้ผมก็เห็นข่าวนี้ในหนังสือพิมพ์ยวดยานครับ

ออฟไลน์ P_Wut

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 866
  • My Sporty Innova
    • อีเมล์
ทำไมถึงคิดว่า TATA ไม่มีวันจะขายรถราคาถูกล่ะครับ ?

ผมว่า ที่ TATA ขอถอนตัว เพราะติดเงื่อนไขยากๆ โหดๆ มากกว่าครับ

- มาตรฐานไอเสีย ยูโร 4
- มาตรฐานความปลอดภัย UNECE
- ผลิต 100,000 คันในปีที่ 5

3 ข้อนี้ ผมว่า ทำไม TATA ไม่แน่ใจ

ในขณะที่ ถ้าไม่ใช้เงื่อนไข ECOCar  ค่ายตัวเองก็ทำรถได้ถูกกว่า ราคารถตลาดๆ อยู่แล้ว  ก็ถอนตัวออกไปดีกว่า

อยากจะผลิตรุ่นไหนขาย เครื่องเท่าไหร่ กำลังผลิตเท่าไหร่ ขายในประเทศเท่าไหร่ ก็แล้วแต่จะสะดวกเลย

อย่าลืมนะว่า ECOCar คันแรก Nissan March ก็ปาไป 3.75 แสนบาทแล้ว

ยังมีช่องว่างเหลืออีกเยอะครับ

ปล. สมมติ TATA NANO ผลิตขายในไทย ราคา 1.8 แสน คุณว่า เค้าจะขายได้มั้ย ?

ออฟไลน์ Dark Overlord

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,808
  • Hail to the darkside
ทำไมถึงคิดว่า TATA ไม่มีวันจะขายรถราคาถูกล่ะครับ ?

ผมว่า ที่ TATA ขอถอนตัว เพราะติดเงื่อนไขยากๆ โหดๆ มากกว่าครับ

- มาตรฐานไอเสีย ยูโร 4
- มาตรฐานความปลอดภัย UNECE
- ผลิต 100,000 คันในปีที่ 5

3 ข้อนี้ ผมว่า ทำไม TATA ไม่แน่ใจ

ในขณะที่ ถ้าไม่ใช้เงื่อนไข ECOCar  ค่ายตัวเองก็ทำรถได้ถูกกว่า ราคารถตลาดๆ อยู่แล้ว  ก็ถอนตัวออกไปดีกว่า

อยากจะผลิตรุ่นไหนขาย เครื่องเท่าไหร่ กำลังผลิตเท่าไหร่ ขายในประเทศเท่าไหร่ ก็แล้วแต่จะสะดวกเลย

อย่าลืมนะว่า ECOCar คันแรก Nissan March ก็ปาไป 3.75 แสนบาทแล้ว

ยังมีช่องว่างเหลืออีกเยอะครับ

ปล. สมมติ TATA NANO ผลิตขายในไทย ราคา 1.8 แสน คุณว่า เค้าจะขายได้มั้ย ?

เห็นด้วยครับ แต่คิดว่าราคาน่าจะ 2 แสนกลางๆ มากกว่านะครับ เพราะขนาดรถกอล์ฟขับในหมู่บ้าน ยังราคาตั้ง 3 แสนเลย
ถ้า Tata จะขาย ไม่ว่าต้นทุนจะ 8 หมื่น หรือ 2 แสน ผมว่าเค้าน่าจะเปิดตัวที่ 2.5 แสน - 3 แสน เนื่องจากยังไม่มีรถที่ราคาถูก
กว่านั้นเป็นคู่แข่ง และฟันกำไรได้สุดๆ ครับ ฉะนั้น ถอดตัวจาก อีโคคาร์ เป็นอะไรที่ เป็นประโยชน์ต่อ ทาทา มากมายเลยทีเดียว

ออฟไลน์ Valkilrey

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 646
    • อีเมล์
ไม่ว่าจะถอนตัวหรือไม่ ผมว่า Tata ก็มีทางไปต่อครับ แต่อยากให้ยืนยันข่าวนี้ที ว่าจริง 100% ไหม

ออฟไลน์ i-din

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 458
ผมว่า น่าจะเป็นเงื่อนไขผลิต 100,000 คันในปีที่ 5 มากกว่า ส่วนมาตรฐานความปลอดภัยและมาตรฐานไอเสีย ผมว่า TATA NANO Europa น่าจะผ่านอยู่แล้วนะคับ

ออฟไลน์ k.seng

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
  • C230 AV V6 2.5
    • อีเมล์
TATA จะวางตลาดให้ Nano แตกต่างออกมาจาก Ecocar
เพื่อให้พ้นข้อกำหนดต่างๆ
ส่วนเรื่องราคา 2.2 แสน สำหรับรุ่นกระจกไฟฟ้า central lock Air-cont

ออฟไลน์ P_Wut

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 866
  • My Sporty Innova
    • อีเมล์
เห็นด้วยครับ แต่คิดว่าราคาน่าจะ 2 แสนกลางๆ มากกว่านะครับ เพราะขนาดรถกอล์ฟขับในหมู่บ้าน ยังราคาตั้ง 3 แสนเลย
ถ้า Tata จะขาย ไม่ว่าต้นทุนจะ 8 หมื่น หรือ 2 แสน ผมว่าเค้าน่าจะเปิดตัวที่ 2.5 แสน - 3 แสน เนื่องจากยังไม่มีรถที่ราคาถูก
กว่านั้นเป็นคู่แข่ง และฟันกำไรได้สุดๆ ครับ ฉะนั้น ถอดตัวจาก อีโคคาร์ เป็นอะไรที่ เป็นประโยชน์ต่อ ทาทา มากมายเลยทีเดียว

เอ้อ...ผมว่า ราคา 1.8 แสนสำหรับ NANO นี่ก็แพงมากแล้วนะ
ถ้ามันขยับไปเป็น 2.5 - 3 แสน ผมว่า จะไม่มีคนซื้อเอาน่ะสิ

อีกอย่าง ผมสมมติว่า มันผลิตในประเทศไทยด้วยครับ ราคาไม่น่าจะแพงมากนัก
โดย 1.8 แสนนี้ รวม Option พื้นฐาน เช่น แอร์ วิทยุ กระจกมองข้างด้านซ้าย ฯลฯ แล้ว

ออฟไลน์ Jump

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 721
100000 คันเห็นว่าหยวนๆ กันไปแล้วนิ

แต่ความปลอดภัย ทำยากหน่อยนะ nano
LIKE A BOSS!!


ออฟไลน์ ChaLaLa

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 29
ถึงว่า ไปดูงาน Motor Show ปีนี้ ไม่มี TATA

ออฟไลน์ traveller

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 266
แขกอินเดีย นี่ ฉลาดล้ำลึก นะครับ
มหาราชาอินเดีย ก็ นิยม อาศัยใน ประเทศอาหรับร่ำรวย และ ยุโรป สวยๆ
แต่ บริหารกิจการในอินเดีย ผ่าน ผจก ครับ

ทาทา ประเทศไทย ก็ เหมือน เป็น จุด หยั่ง เท้า ใน อาเซียน
อีกไม่นาน FTA ระหว่าง อาเซียน-อินเดีย ก็ จะตกลงกันได้
ประเทศอาเซียน เป็น ฝ่าย ง้อ อินเดีย ให้ ทำข้อตกลง FTA นะครับ

แน่นอนว่า ข้อเสนอ ของอินเดีย ต่อชาติอาเซียน ต้องพ่วง ความต้องการของ ทาทา อินเดีย เข้าไปใน FTA 1000%
และ ข้อเสนอนั้น คงจะเป็น ทำนองว่า รถยนต์จากอินเดีย สามารถ เข้ามาขายใน ชาติอาเซียนได้ โดย ไม่เสียภาษีนำเข้า

ถ้า FTA อาเซียน-อินเดีย ผ่าน
รถ ทาทา คันเล็ก เช่น นาโน อินดิโก ก็ จะ บุก ไทย ด้วย ราคาขาย พอพอ กับ ที่ขายใน อินเดีย ได้สบายๆ

ประวัติศาสตร์ กำลังจะย้อนรอย ครับ
ดินแดน สุวรรณภูมิ แห่งนี้ มี นครปฐม เป็น ศูนย์การ การค้า ระหว่าง อินเดีย กับ จีน มา หลายพันปีแล้ว
อีกไม่กี่ปี
ไทย ก็ จะกลายเป็น ศูนย์กลาง ขายรถ จาก อินเดีย และ จีน

ทาทา ประเทศไทย ถอนตัวจาก อีโค คาร์ ของไทย อาจจะจริง
เพราะ ทาทา เล็ง นำรถ เข้าทั้งคัน จากอินเดีย ผ่าน FTA ครับ
ไม่ต้องทำตาม กฎ 100,000 คัน ด้วย

นิสสัน ไทย ก็ งานเข้าซิครับ
ถ้า ทำรถ March ได้ดี ก็ จะ รวยเละ จากการ ขายรถ ส่งไป อินเดีย ไม่เสีย ภาษี
แต่ ถ้า ทำรถ ไม่ดีกว่า อินดิโก จากทาทา
ตลาด March ในไทย ก็ จะ  หลุดมือ ไปหา อินดิโก เบนซิน ดีเซล จาก ทาทา อินเดีย
ยังไม่นับ เจ้าพ่อ มารูติ ซูซุกิ อินเดีย ที่ ขายรถได้อันดับ 1 เหนือ ทาทา อินเดีย

ส่วน ทาทา นาโน นั้น
ถ้า มีแอร์เย็นฉ่ำ และ แก้ปัญหาอื่นๆ ได้หมด
ขายในไทย สัก สองแสน บาทต่อคัน
ทาทา ก็ จะ กลายเป็น ผู้ขายรถเก๋ง ได้มาก อันดับ 1 ในไทย ทันที ที่ขายรถปีแรก

เหมือน นิสสัน มาร์ช ใน วันนี้ไงครับ
ดัน ยอดขายนิสสัน ใกล้ จะแซง โตโยต้า ได้แล้ว นะ
ถ้า ทำตลาดดีดี แบบ มาสด้า
มีหวัง นิสสัน ได้ขึ้น อันดับ 1 เก๋ง ไทย ใน ปีหน้า ด้วย ครับ

ผม คาดว่า หลัง FTA อาเซียน-อินเดีย
รถอินเดีย ทั้ง มารูติ ซูซูกิ และ ทาทา จะ เกลื่อน เมืองไทย แน่นอนครับ

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,598
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
ผมไม่ห่วงเรื่องคุณภาพการทำรถของ นิสสัน ครับ เมื่อเทียบกับ ทาทา

แต่ที่น่าห่วงมากกว่าคือ พัฒนาการของ ทาทา

ถ้าตอนนี้ มุ่งสร้างชื่อไปก่อน เป็นหลัก ก็ย่อมจะไปได้ดีกว่านี้

ทาทา นาโน นั้น ถ้า 2.2 แสนบาท ผมว่า เหนื่อยมากๆ
และมันไม่มีทางจะกดราคาให้ต่ำเหลือแค่ 1.5 แสนบาทได้

ตลาดอินเดีย นิสสัน คงจะไม่ส่งมาร์ชเข้าไปขายแน่ๆ เพราะมีโรงงานผลิตเองอยู่ที่นั่นแล้ว

ทาทา อินดิโก หรือ อินดิกา นั้น เมื่อดูคันจริงแล้ว แม้ว่าจะยอมรับได้ สวย น่าใช้
แต่ ค่าตัวของรุ่นกลางๆ จะต้องต่ำกว่า 3.5 แสนบาท สถานเดียว ตัวถูกสุด เปิดราคาได้ที่ 3.3 แสนบาท
แต่ตัวท็อป ต้องไม่เกิน 4.2 แสนบาท ไม่เช่นนั้น ก็ ดับสนิท

GreenG

  • บุคคลทั่วไป
ผมไม่ห่วงเรื่องคุณภาพการทำรถของ นิสสัน ครับ เมื่อเทียบกับ ทาทา

แต่ที่น่าห่วงมากกว่าคือ พัฒนาการของ ทาทา

ถ้าตอนนี้ มุ่งสร้างชื่อไปก่อน เป็นหลัก ก็ย่อมจะไปได้ดีกว่านี้

ทาทา นาโน นั้น ถ้า 2.2 แสนบาท ผมว่า เหนื่อยมากๆ
และมันไม่มีทางจะกดราคาให้ต่ำเหลือแค่ 1.5 แสนบาทได้

ตลาดอินเดีย นิสสัน คงจะไม่ส่งมาร์ชเข้าไปขายแน่ๆ เพราะมีโรงงานผลิตเองอยู่ที่นั่นแล้ว

ทาทา อินดิโก หรือ อินดิกา นั้น เมื่อดูคันจริงแล้ว แม้ว่าจะยอมรับได้ สวย น่าใช้
แต่ ค่าตัวของรุ่นกลางๆ จะต้องต่ำกว่า 3.5 แสนบาท สถานเดียว ตัวถูกสุด เปิดราคาได้ที่ 3.3 แสนบาท
แต่ตัวท็อป ต้องไม่เกิน 4.2 แสนบาท ไม่เช่นนั้น ก็ ดับสนิท


เห็นด้วยมิฉะนั้นผมจะไปซื้อเจ้าตลาดญี่ปุ่นครับ

ขอบคุณทุกค.เห็นคับ