ผู้เขียน หัวข้อ: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"  (อ่าน 30910 ครั้ง)

ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« เมื่อ: ตุลาคม 03, 2016, 23:36:03 »
สวัสดีครับ เพื่อน พี่ๆ สมาชิกทุกๆ ท่าน รวมไปถึงพี่ Admin ด้วยครับ ผม Headman คนเติม...เพิ่มเติมคือ ไปยืมรถเขามา ฮ่าๆๆๆ

เริ่มต้นซะก็ไม่รู้ว่าจะเขียนยังไงต่อแล้วซิเนี่ย รู้สึกตื่นเต้น หลังจากที่ไม่ได้เขียนอะไรแบบนี้มานาน ปกติแล้วก็ตอบกระทู้ปกติ ไม่ได้เขียนกระทู้เป็นของตัวเองแบบนี้มาก็เกือบจะ 2 ปีแล้ว....ครั้งสุดท้ายที่เขียนไว้ก็ กระทู้ My Younger Brother "Citroen" แต่ตอนนี้ กลับๆ ไปค้นๆ ดู ก็กลับหาไม่เจอเสียแล้ว T^T

ถึงแม้ว่ากระทู้มันจะหาย ตกหล่นไป แต่ยังไง ผมก็ยังดีใจที่ได้เขียนออกมา เพื่อให้รู้ว่า เมืองไทยของเรายังมีรถยี่ห้อนี้อยู่นะ...และก็อยู่อย่างมั่งคง มีแฟนๆ ที่รักกันอย่างเหนียวแน่น และก็พร้อมที่จะเปิดรับสมาชิกคนใหม่ๆ เข้ามาเป็นสมาชิกจ่าโทด้วยครับ...แหม่ก็ว่าไปโน่น....ยังไม่ได้เข้าเรื่องเลย....จะว่าไป แถมไปก่อนล่ะกัน 1 รูป....คันนี้ XM ผมเอง ตอนนี้ก้อยู่กันมา 2 ปีแล้ว...มีความสุขและคิดไม่ผิดจริงๆ ครับ ที่คำถามเรื่องซื้อรถคันแรกของผมในวันนั้น แล้วได้มาโพสถาม ว่าจะเอาคันไหนดี.....กลับมาลงเอยที่ XM คันนี้....ผมเลือก XM มาเป็นคู่ใจ ไม่ผิดเลยจริงๆ ครับ




ก่อนจะพูด (บ่นไปมากกว่านี้) ขอกล่าวไว้เบื่องต้นว่า ผมขออนุญาติ ใช้คำพูดสบายๆ แบบภาษาที่ผมพูดเองในรีวิวนี้นะครับ...เอ๊ะ จะเรียกว่า รีวิวก็ไม่ได้ เอาเป็นว่า เป็นการเล่าเรื่องราวที่ค่อนข้างที่จะน่าสนใจของรถคันนึงก็แล้วกันครับ ผมจะพยายามเขียนให้เสร็จเร็วที่สุด กล่าวคือ มีเวลาว่างเมื่อไหร่ ก็จะมาเขียนไว้เลย ฮ๋าๆๆ

อาจจะถามว่า ทำไมไม่เขียนให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยมาลง ผมอยากให้มีการสนทนาโต้ตอบกันในกระทู้ รวมถึงใครที่มีความรู้ดีๆ เกี่ยวกับ "เธอ" คันที่ผมกำลังจะกล่าวถึงนี้ ก็ขอให้แสดงความเห็นออกมาให้เต็มที่เลยนะครับ ฮ๋าๆๆๆ อยากให้กระทู้นี้ มีอารมณ์แบบว่า...มาแชร์ประสบการณ์กัน ว่าใครเคยเจออะไรมาอย่างไร ใครมี Passion Drive (อุ้ย นี่มัน MG นี่หว่า ท่ดๆ) กับ "เธอ" คันนี้บ้าง

พ่อแม่พี่น้องที่มีข้อสงสัย มีคำถาม เรื่องเทคนิค หรือว่าเรื่องใดๆ ก็ตามเกี่ยวกับ เธอ คันนี้ สามารถโพสถามได้เลยนะครับ จะพยายามตอบให้ครบทุกๆ คำถามและข้อสงสัยครับ แน่นอน ผมมือใหม่หัดเขียน อาจจะ ไม่ได้อรรถรส เหมือนกับพี่ๆ มือเก๋า ที่เขียนมานานแล้ว แต่ผมก็หวังไว้อย่างยิ่งว่า พ่อแม่พี่น้องที่เข้ามาอ่านกระทู้นี้ จะได้รู้จักรถที่มีชื่อว่า Citroen ไม่มากก็น้อย และหวังไว้ลึกๆ ที่จะ ปรับทัศนคติ....อุ้ย ขนาดนั้นเลยหรอ ฮ๋าๆๆๆ ขอให้คำว่า เปลี่ยนมุมมองและกันครับ จากที่มอง Citroen เป็นรถที่...แย่ นอนแต่อู่ ไม่เคยกลับบ้าน เสียข้างทางบ่อย ซ่อมแพง....ถ้ามาอ่านกระทู้นี้แล้ว ผมเชื่อว่า คุณคนนั้นจะต้องเปลี่ยนมุมมองไปอย่างแน่นอนครับ ^^ 

เริ่มเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ ผมเขียน รีวิวนี้ไปเรื่อยๆ นะครับ ถือว่าเป็น Exclusive จริงๆ เพราะรถคันนี้ สภาพแบบนี้ หายาก หรือขอใช้คำว่า หาไม่ได้แล้ว...ก็อาจจะได้ครับ รีวิวส่วนใหญ่ จะเน้นไปที่การออกแบบที่ตัวผมเองประทับใจ มีการเสียดสีรถยี่ห้ออื่นเล็กน้อยพอให้เป็นเรื่องสนุกสนาน มีการเปรียบเทียบกับรถที่เป็น Flagship รุ่นใหม่ของค่าย และก็ มี สิ่งที่ผมอยากจะใส่ลงไปนั่นล่ะครับ = = " ก็.....ลองติดตามกันดูนะครับ

อ๋อออ เกือบลืมไปเลย....ขอขอบคุณ พี่เข้าของรถใจดี ที่ให้โอกาสผมได้ถ่ายรูป "เธอ" คันงามแบบ แทบจะทุกมุมมอง ขอบคุณคุณลุง CX สุดหล่อเฟี้ยว!!! ที่สอนและให้คำแนะนำวิธีการใช้ชีวิตกับ Citroen ได้อย่างถูกต้อง ขอบคุณทั้ง 2 ท่านนี้เป็นอย่างสูง และขออนุญาติ ถ่ายทอด Passion ของผม ที่มีต่อ เธอคันนี้ ลงมาเป็นบทความนี้ด้วยครับ

หากพร้อมกันแล้ว เราไป ชม "เธอ" กันดีกว่าครับ

Nouvel "Citroen CX Prestige"



Prestige = Version ที่หรูกว่า ยาวกว่า ของ Citroen Cx ครับ หรูหว่าอย่างไร เดี๋ยวเราไปดูกันต่อในภาพต่อๆ ไปครับ เกือบลืมบอกไปเลย ถึงคันนี้จะเป็น CX แต่ก็เป็น CX ที่มี Antisink ครับ

antisink หรือวาวกันยุบ คืออุปกรณ์ที่ทำให้ Citroen ไม่ยุบตัวลงทันทีเมื่อจอดครับ.....โดยปกติแล้ว ถ้า Antisink ทำงานปกติ รถจะไม่ยุบตัวเลยครับ แต่ที่เห็นว่าตัวรถยุบเล็กน้อย อาจะเป็นว่าีการ Leak ในระบบครับ ^^

ส่วน Citroen ที่จอดแล้วยุบลงไปเลยในทันที อันนั้นคือ Citroen ที่ไม่มี Antisink ครับ

Citroen ที่มีอยู่ในบ้านเรา แบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ ผมขอเรียกด้วยความเข้าใจของผมเลยนะครับ (เราจะ Focus ไปที่ Citroen ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยเท่านั้นนะครับ)

Citroen แบบแรก คือ Citroen ที่ใช้ระบบ คอยสปริง ไม่ได้ใช้ระบบ Hydroneumatic เป็นระบบช่วงล่าง จะมีรุ่น Traction Avant, AX, ZX, C3, C4, C4 Picasso, Evasion, C8, Berlingo, Jumper, DS3, DS4, DS5 ครับ

ส่วน Citroen แบบที่ 2 คือ Citroen ที่มีระบบช่วงล่างเป็น Hydroneumatic ครับ ก็จะมี DS (Flagship), CX (Flahship), XM(Flagship) C6 (Flagship) C5, BX, GS, Xantia ครับ โดยถ้าเป็น DS CX BX และ XM บางคัน ระบบ Hydroneumatic จะเป็นแบบ Mechanic ทั้งหมดครับ กล่างคือ ไม่มีการใช้ "ไฟฟ้า" หรือ เข้ามามีส่วนในการทำงานของระบบช่วงล่างเลยครับ ซึ่งต่างจาก C5 Xantia XM และ C6 ที่ใช้ระบบ Hydractive เข้ามาช่วง กล่าวคือ มีระบบไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องในการทำงานของระบบ Hydroneumatic ครับ

ถ้าเป็น Citroen รุ่นเก่า เช่น DS CX BX Xantia XM  จะมีเสน่ ของ Citroen อยู่ครับ เวลาที่เราหมุนพวงมาลัย จะมีเสียงดัง "แคร่กๆๆๆๆๆๆๆ" เบาๆ ครับ เวลาที่เราเบรคก็จะมีเสียงดัง "ฟีๆๆๆๆๆๆ" แรกๆ ผมก็รู้สึกรำคาญ แต่ไปมาๆ กลับชอบมันเสียอย่างนั้น ^^

Citroen ที่ไม่ใช่ Citroen หรือ Citroen ที่เกือบจะเป็น Citroen คือ C5 และ C6 ครับ ที่กล่าวว่าเกือบจะเป็น "The real Citroen" เพราะว่า ในความคิดผมคือ C5 และ C6 ใช้หม้อลมเบรคแบบรถทั่วๆ ไป ในขณะที่ รุ่นอื่นๆ ที่เป็น Hydroneumatic ใช้ เบรควาว โดยอาศัยแรงดันจากปั๊มไฮดรอลิค 175 บาร์ ในการไปดันให้ผ้าเบรคจับกับจานเบรคในล้อหน้า และล้อหลังใช้น้ำหนังที่ตกลงบนล้อคู่หลัง เป็นแรงดันไฮดรอลิคให้ไปเบรคล้อคู่หลังครับ


ระบบนี้ มีข้อดีที่คนอื่นๆ มองไม่เห็น และไม่มีระบบใดๆ ในโลกนี้เลยก็ว่าได้ (เอ๊ะหรือเปล่า) ที่สามารถมาเทียบเท่าได้ครับ กล่าวคือ รถยนต์ปกติ จะต้องอาศัยการสร้างแรงดันเบรคขึ้นมาในหม้อลมเบรค เพื่อไปเบรคล้อ แต่ทางกลับกัน ถ้าเป็น ระบบเบรคของ Citroen การกดแป้นเบรค คือการปล่อยเอาแรงดัน 175 บาร์ "ที่มีมารออยู่แล้ว" ออกไปหาล้อทั้ง 4 ล้อครับ แน่นอนว่า ระยะกดแป้นเบรคก็ แทบจะเป็น 0 เช่นกัน ฉนั้น ถ้าใครขึ้นมาขับ Citroen ทีใช้เบรคแบบนี้เป็นครั้งแรกแล้วล่ะก็ เบรคหัวทิ่ม ทุกคนครับ ฮ๋าๆๆๆ

อุ้ย!! นอกเรื่องไปเสียนาน กลับมาต่อครับ เรามาชม Prestige คันงามกันต่อดีกว่าครับ ^^



เสา ประตูหลงขนาดใหญ่ เป็นที่อยู่ของสัญลักษณ์ "Prestige" ทั้ง 2 ข้างของตัวรถ เป็นอักษรพิเศษ สีทอง เขียนด้วย ตัวเขียนที่งดงามมาก
เสาประตูนี้ บางครั้งทำหน้าที่เป็นมากกว่าเสา ประตู....หากสังเกตที่ด้านข้างของตัวรถดีๆ และจิตนาการ ให้มีคนเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง พร้อมกับเอาหัวพิงไปกับเสาประตูหลังนี้.......ปิ๊งงงง คนคนนั้นจะหายตัวไปในทันทีครับ หากเรามองตัวรถจากด้านข้าง และมีคนรูปร่างไม่อ้วนมาก นั่งอยู่ที่เบาะหลังพร้อมกับเอนหลังพิงไปกับความสบายของเบาะหลัง เอาหัวพิงเสาประตู Prestige นี้ไปด้วยล่ะก็......

เหมือนหายตัวได้เลยครับ ซึ่ง การออกแบบตรงนี้ ผมว่าน่าสนใจ ต่างจากรถในสมัยใหม่ ที่ทำพื้นที่กระจกมาน้อย แต่ก็ยัง เผยให้เห็นคนในรถได้ง่ายอยู่ดี ถ้าเป็น Prestige คันนี้ นอกจากจะมองไม่เห็นคนที่นั่งอยู่ที่เบาะหลังจากด้านข้างแล้ว ยังมีพื้นที่กระจกมาก สร้างความโปร่งโล่งสบายเวลาโดยสารทางไกล ประกอบกับช่วงล่างแบบ Hydroneumatic อันลือชื่อแล้ว....เบาะแบบ Barcelona Seat แล้วล่ะก็.....ลองดูภาพประกอบไปครับ



เสาประตูอีกด้านนึงครับ มีสัญลักษณ์ Prestige ประดับไว้เหมือนกัน

มาลองเปิดประตูกันดีกว่าครับ เริ่มจาก ประตูหลัง กันก่อนดีไหมครับ = = " ฮ๋าๆๆๆๆ

เชิญครับ



ยินดีต้อนรับ สู้ ห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ครับ......ประตูของรถ Citroen จะเป็นประตูที่เปิดปิดได้ง่าย และมีเอกลักษณ์พิเศษ ถ้าตั้งประตูได้ถูกต้องครับ มือเปิดประตูขนาดใหญ่พอดีมือ เปิดเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร ที่กว้างขวาง แต่ลงไปนั่งแล้วไม่รู้สึกห่างไกลเหมือนรถค่ายกังหันสีฟ้า = = "

กลไลกลอนประตูพิเศษที่ทำให้เปิด ปิดรถได้ง่าย ประตูเด้งตัวเองออกทันทีเมื่อเปิดประตู ไม่ใช่เด้งด้วยระบบไฟฟ้านะครับ แต่มันเด้งออกมาแบบที่พร้อมทีจะให้เราเข้าไปนั่งด้านใน เจ้าประตูเด้งแบบนี้ ใน XM ของผมเองก็เป็นเหมือนกันครับ ต่างจากรถอีกหลายๆ ค่าย ที่เปิดประตูแล้วต้องเอามือดึงออกมาเอง ประตูบานใหญ่ มีน้ำหนักที่กำลังดี ไม่หนักจนเกินไป เสียงเปิดและปิด มีเสียงขบกันของโลหะ ให้พอรู้ว่า ประตูปิดแล้วนะ

ผมว่า เปิดๆ ปิดๆ ประตูรถคันนี้หลายๆ ครั้งเหมือนกันครับ แต่ก็เกรงใจพี่เจ้าของมากๆ เลย ฮ๋าๆๆๆ

อีก 1 ความต่าง ที่ต่างจากรถเกือบจะทุกรุ่นที่มีในท้องตลาด  คือเสาประตูหลัง ตรงที่ประดับสัญลักษณ์ Prestige เป็นเส้นตรงครับ ทำให้ การเข้า ออกรถ Prestige นั่น ง่ายมาก และหากมีคนมาเปิดประตูให้แล้วด้วยล่ะก็ การเข้าและออก Citroen Prestige คันนี้ จะเป็นการเข้าอย่างสะดวกสบาย และออกอย่างสง่างาม

"ไม่จะเป็นที่จะต้อง "ก้มหัว" ให้คนเปิดประตูเลยแม้แต่น้อย!!!!"



เสา ประตูหลังของ CX ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น CX20 รุ่นถูก ยัน CX Prestige GTI Turbo II เป็นเสาแบบตรงทุกรุ่นครับ

เสาของ คุณปู่ DS ก็เป็นเหมือนกัน แต่แอบแซบ นิดๆ ที่เป็นกระจกแบบ Frame Less ด้วยนี่ซิ แหม่....


เอาไปอีก 1 รูป เผื่อใครๆ ยังไม่เห็นภาพ


จาก DS เป็น CX มีฝรั่งเขาชอบพูดไว้ว่า CX = The replacement of the legendary DS คำนี้ผมว่า....เป็นจริงได้อยู่นะครับ

แต่ทว่า พอมาเป็น Flagship คันที่ 3 อย่าง XM แล้ว หลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไปครับ เช่น ประตูจอมโอหังนั่น ก็ไม่มีแล้ว กลับกลายมาเป็นประตูที่มีเสาประตูที่ไม่ตรงแทน...ทำให้ผู้โดยสารตอนหลัง ถ้าหากมีคนเปิดประตูให้ จะต้องก้มหัวให้คนเปิดประตูนิดๆ ครับ


สังเกตตรงขอบประตูด้านหลัง ที่เป็นแบบนี้ เพราะ XM คือ Flagship รุ่นเดียวของ Citroen ที่มีการ Share Platform กับ Peugeot 605 ครับ....น่าเสียดายมาก เพราะพวก Peugeot ไม่เข้าใจตรงจุดๆ นี้ เลยทำให้การออกแบบ XM ออกมาเป็นแบบที่เห็น ดูแล้ว..ถึงจะสวยก็จริง แต่มันก็...อืมมม...ไม่ค่อยจะได้ซักเท่าไหร่น่ะครับ


เรื่องตำแหน่งเสา และการออกแบบประตูของ XM นั่น บ้างก็ว่า เป้นเงื่อนไขทางด้านความปลอดภัยในกรณีรถโดนชนด้านข้าง แต่ผมไม่ค่อยอย่างจะเชื่อเรื่องนี้เท่าไหร่....เพราะว่าถ้า มันไม่ปลอดภัยจริงๆ ทำไม C6 Flagship รุ่นล่าสุด ถึงสามารถออกแบบบานประตูให้มีเสาร์ประตูที่ตรง ได้เหมือนกับ CX หรือ DS ล่ะครับ....งืมมม มันเป็นความไม่ลงรอยกันของ Peugeot กับ Citroen หรือเปล่านะ?

ภายของ C6 กับประตูที่มีเสาตรง และ มาพร้อมกับกระจกแบบ Frame less เหมือนกับปู่ DS เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว เป๊ะ!!!! Back in time ยังไงไหมครับ ><




เป็นอย่างไรกันบ้างครับ...วันนี้ ขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ...แล้วจะมาเขียนต่อให้จบนะครับ ถ้าถูกใจหรือมีคำถามอย่างไร ก็โพสไว้ได้เลยนะครับ ><

ปิดท้ายโพสแรกไปด้วย ภาพนี้ล่ะกันครับ แล้วเราจะมาไล่กันทีล่ะตัวเลย...ว่ามีความเป็นมาอย่างไรครับ  8) 8)





เรารักจ่าโท :))))

ออฟไลน์ หนึ่ง บ้ารถ

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 269
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2016, 23:53:57 »

สุดยอดครับ เรียกว่าเป็นงานศิลป์เคลื่อนที่ก็ว่าได้

ผมล่ะชอบจริงๆ เลย รีวิวรถเก่าๆ แบบนี้

พออ่านกระทู้จบ ต้องรีบกดไปดูในกูเกิ้ลและยูทูปต่อทันทีเลย

ออฟไลน์ recycleman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,523
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2016, 00:44:01 »
ซีตรองทรงท้ายลาดทั้ง cx และ xm นี่เป็นรถอมตะที่อยู่ในใจผมเสมอ ชอบมาแต่สมัยเด็กๆ

มันเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีกับงานศิลป์ได้อย่างลงตัวที่สุดชิ้นหนึ่งของโลกรถยนต์

เคยอยากลองซื้อมาเก็บไว้ แต่ด้วยความรู้ในด้านเทคนิคเฉพาะผมก็แค่ระดับไก่กาหมาวัด เลยขอชื่นชมด้วยสายตามิอาจครอบครองได้ครับ


ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2016, 18:21:49 »

สุดยอดครับ เรียกว่าเป็นงานศิลป์เคลื่อนที่ก็ว่าได้

ผมล่ะชอบจริงๆ เลย รีวิวรถเก่าๆ แบบนี้

พออ่านกระทู้จบ ต้องรีบกดไปดูในกูเกิ้ลและยูทูปต่อทันทีเลย

ขอบคุณคุณหนึ่งมากๆ เลยครับ ที่เข้ามาพูดคุยกัน งานศิลป์เคลื่อนที่ ก็จริงๆ นั่นล่ะครับ ผมมีความรู้สึกว่า รถยนต์ในสมัยก่อน ให้ความรู้สึกว่า

It made just for you มากๆ ครับ รถยนต์ในปัจจุบัน แม้จะเป็นรถยนต์ที่อยู่ในเกรด Premium ก็ตาม มีค่าความเป็น Mass Production มากๆ เลยครับ

อีกอย่างคือ การโดยสารรถในปัจจุบัน คนเราใช้รถเพื่อเป็นพาหนะจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งมากกว่าครับ ผมสังเกตได้จากการที่รถสมัยใหม่ มีไม่ค่อยให้ความรู้สึกว่าอยากจะนั่งอยู่บนรถนานๆ ครับ และเดี๋ยวนี้ อะไรๆ ก็ Sport ไปหมด...มีแต่รถยนต์ ที่ออกแบบมา ก็ทำดีไซน์ให้เป็น Sport ไปเสียหมดเลย...ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ทั้งๆ ที่ผมว่า การทำรถให้มัน Comfort นี่ แลดูจะดีกว่าเสียอีก ว่าไหมครับ? เห็นได้ชัดจากพวกรถระดับ C หรือ D segment ทั้งหลายครับ ไม่ว่าจะ ยุโรบหรือญี่ปุ่นก็ตาม...ดูแล้ว เราต้องการรถสปอร์ต จริงๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ ^^
เรารักจ่าโท :))))

ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2016, 18:29:22 »
ซีตรองทรงท้ายลาดทั้ง cx และ xm นี่เป็นรถอมตะที่อยู่ในใจผมเสมอ ชอบมาแต่สมัยเด็กๆ

มันเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีกับงานศิลป์ได้อย่างลงตัวที่สุดชิ้นหนึ่งของโลกรถยนต์

เคยอยากลองซื้อมาเก็บไว้ แต่ด้วยความรู้ในด้านเทคนิคเฉพาะผมก็แค่ระดับไก่กาหมาวัด เลยขอชื่นชมด้วยสายตามิอาจครอบครองได้ครับ

ความรู้เราสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ครับ ที่สำคัญ ตั้งแต่ที่ผมผ่านรถมาก็หลายยี่ห้อนะครับ รถ Citroen นี่ เป็นรถยนต์ยี่ห้อเดียวเลย ที่ช่างไ่หลอก แต่ขอค่าแรงแพง อะไหล่แท้ ก็คือแท้ เทียมก็คือเทียมครับ และช่างจะแนะนำให้เราสามารถซ่อมรถตัวเองได้อีกด้วยครับ เวลาพารถไปซ่อมที่อู่ ก็จะมีการพบปะ แชรืประสบการณ์การใช้งานกันแบบที่ "ไม่มี" ยี่ห้อไหนให้ได้แน่นอนครับ

ยิ่งไปกว่านั้น ผมขอเทียบกับตัวเอง คือผมยังเป็นนักศึกษา และใช้ XM เป็นรถค่อนข้างจะในชีวิตประจำวัน เป็นคนคันแรกเลยครับ ผมว่า เขาก็ไม่ได้ดูแลยากอะไรนะครับ ที่มันดูยาก อาจเป็นเพราะว่า เรายังไม่เข้าใจเขาจริงๆ และลองผิดลองถูกไปเรื่อย ไปให้ช่างที่ไม่ใช่ Specialist มาซ่อมรถบ้าง อะไหล่ที่เสื่อมแล้วไม่ยอมเปลี่ยนบ้าง กลัวแพงบ้าง.....อะไรต่ออะไรอีกหลายๆ อย่างครับ มันเลย...พาลให้รถเราอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ เวลาขับไปไหนมาไหนก็เสียไปเรื่อย...แล้วเราก็โทษกันว่า รถซ่อมไม่จบ มีแต่พัง เสียแต่เงิน......ส่วนใหญ่ที่ผมเจอคนด่า Citroen เพราะว่าแบบนี้ทั้งนั้นครับ ฮ๋าๆๆๆ

ถ้าคิดว่าถึงเวลา และ พร้อมที่จะเปิดรับเขาเข้ามาแล้ว ผมยินดีให้คำแนะนำครับ ผมอยากให้มี Citroen วิ่งบนถนนเยอะๆ ครับ

ขอบคุณที่เข้ามาพูดคุยกันครับ คืนนี้ จะมาต่อเท่าที่พอจะเขียนออกมาได้นะครับ ขอบคุณมากๆ เลยครับ....อ๋อ แถมๆ ให้ 1 รูปครับ

เรารักจ่าโท :))))

ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2016, 19:32:24 »
มาต่อกันครับ ครั้งก่อนนี้ เรายังคุยกันอยู่ที่ ประตูของรถอยู่เลย คราวนี้ เราจะเข้าไปข้างในกันแล้วนะครับ ท่านผู้โดยสาร...เตรียมตัวนะครับ.......^^

แน่นอนว่า การโดรสาร CX Prestige นั่น นั่งหลังจะสบายกว่านั่งหน้าค่อนข้างมาก และฟิน พอๆ กับการขับเองเลยครับ เหตุนั้นก็เพราะ เบาะนั่งของ CX เป็นแบบ Barcelona Seat ขนาดใหญ่เหมาะสมกับทั้งสรีระของทั้งคนไทยและยุโรบ ถึงเบาะจะปรับไม่ได้เหมือน Premium Executive Car ในยุคปัจจะบัน แต่เชื่อได้เลยครับ...สบายแบบฟินๆ แน่นอน.....


เหมือนว่าผมจะถ่ายรูปภายในของคันนี้มาไม่หมด แต่รวมๆ แล้ว...ก็ประมาณนี้ครับ องศา การตั้งชันของเบาะกับลังดี ผนวกกับระยะ วางขาที่กว้าง จนสามารถลงไปนั่งเล่นบนพื้นรถก็ยังได้เลยครับ บาร์ไม้สักนั่น เป็นของ After Market หามาติดเพิ่มนะครับ แต่ที่วางเท้ารูป 3 เหลี่ยมที่วางอยู่ที่พื้น เป็นอุปกรณ์ติดรถมาอยู่แล้วครับ



สำคัญไปยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด คือมุมของของ ผู้โดรสารตอนหลังของ prestige คันนี้ จะแตกต่างจากรถนั่งคันอื่นๆ ค่อนข้างมาก...เพราะว่าที่นั่งด้านหลังของเขานั่นเป็น Theater Seat ที่ค่อนข้างสูงกว่าที่นั่งด้านหน้ามากพอสมควร ทำให้เรามองเห็นรถรอบคันได้ ไม่อึดอัดครับ กระจกข้างที่บานใหญ่ เปิดด้วยไฟฟ้า สามารถเปิดลงจนสุดก็ได้โดยไม่เหลือขอบกระจกไว้ การเปิดกระจกทำได้โดยมีสวิสต์ด้านบนครับ ที่อยู่ใกล้กับ ที่จุดบหรี่นั่นล่ะครับ

ตรงนี้ผมแปลกใจเอาเสียมากๆ เหมือนกัน รถ ฝรั่งเศษในสมัยนั้น  "ไม่มีที่วางแก้ว" แม้แต่ที่เดียวครับ แต่กลับกัน มันดันมี "ที่จุดบุหรี่" มาให้ครบทุกตำแหน่งที่นั่งเลยครับ แถมยังมีที่เขี่ยบุหรี่มาให้อีกเสียด้วย OoO อะไรจะขนาดนั้น ใครหลงไหลการสูบบุหรี่ คงจะชอบกันไม่ใช่น้อยเลยล่ะครับ ฮ๋าๆๆ

การเปิด ประตูของ Citroen CX ในทุกรุ่น...ต่างจากรถยนต์ทั่วๆ ไปแบบ....ผมขอให้คำว่าแปลกก็แล้วกันครับ โดยเฉพาะการเปิดจากด้านใน....หลังจากที่ปลดล๊อคแล้ว เราก็เอามือ สอดเข้าไปในมือดึงประตู แล้วก็ "ยิงปืน" เพื่อเปิดประตูครับ.....ฟังไม่ผิดครับ ยิงปิดเลย เพราะกลไลในการเปิดประตู ถูกออกแบบมาให้ใช้นิ้วสอดเข้าไปข้างในแล้วเหนี่ยวไก ลักษณะเดียวกันกับการเหนี่ยวไกปืนเลยครับ



ภาพด้านล่างนี้ น่าจะทำให้เห็นภาพได้ชัดเขนยิ่งขึ้นครับ เป็นการเปิดกระตูที่....แม่งเทพ ครับ ขอให้คำนี้เลย ฮ๋าๆๆๆ



ต่อกันที่ สิ่งที่รถในยุคสมัยนั้นต้องมี คือ Over head console ครับ ซึ่งก็ไม่พลาด Prestige คันนี้ มีมาให้ครบ และทำให้ความรู้สึกเวลาเข้าไปนั่งในรถ หรูขึ้นไปอีกระดับครับ



ที่นั่งด้านหลังของ CX ในทุกรุ่น ไม่จำเป็นต้องมีแอร์หลังครับ เพราะว่า พัดลมแอร์ตอนหน้าสามารถพ่นลมเย็นไปถึงผู้โดยสารตอนหลังได้อย่างสบายๆ เลยครับ พูดกันง่ายๆ ว่า เย็นกันทั้งคันอย่างแน่นอน ต่างจาก XM ที่ต้องมีแอร์ที่ผู้โดยสารตอนหลังครับ

เรื่องของการ Design ของที่นั่งผู้โดยสารตอนหลัง นอกเหนือไปจากความสบายแล้ว ก็ยังมี ความเป็น Engineering เสริมอยู่อีกเล็กน้อยด้วยครับ แต่เพียงแค่ว่า เราไม่เคยสังเกตตรงจุดนี้กันเลยหรือเปล่า....รีวิว ของรถหลายๆ คัน ก็ไม่ค่อนเห็นความสำคัญของจุดๆ นี้เลย....และผู้ซื้อเองก็ไม่ได้สังเกตอีกด้วยครับ ฮ๋าๆๆ

ผมขอตั้งคำถามสั้นๆ ก็แล้วกันครับ คำถามของผมคือ...ปัจจุบันนี้...เรานั่งรถ เรานั่งบนอะไรกันอยู่ครับ?.....นั่นแน่ ก็ต้องนั่งบนเบาะถูกไหมครับ ใช่เลยล่ะ แต่ทว่า เบาะที่เรานั่งอยู่นั้น.....มันวางอยู่บนอะไรล่ะครับ...อืมม...อันนี้น่าคิด....

เบาะของรถยนต์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะค่ายญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นสมัยเก่าหรือใหม่......เรานั่งกันบน "ล้อ" หลังของตัวรถเลยครับ...หากใครยังไม่เห็นภาพ....เราลองมาวิเคราะห์กันสั้นๆ พอเป็นพิธีกันดีกว่าครับ
 



เริ่มกันที่ Lexus LS460 คันยาว คันนี้.....ก็ยังเอาส่วนของ เบาะ ไปวางอยู่ใกล้ส่วนที่เป็นล้อ อยู่ดี หรือพูดง่ายๆ ตูดเรา เวลานั่ง ก็แทบจะติดล้อไปเลย....ซุ้มล้อ กับก้นของเรา...ติดกันแน่ๆ = = "

เท่านั้นยังไม่พอ


BMW 7 Series นี่ก็เป็นเหมือนกันครับ คือ ตัวเบาะนั่งของคนนั่งหลัง วางอยู่ใกล้ๆ กันส่วนที่เป็นระบบกันสะเถือนหลัง หรือว่า วางอยู่ใกล้กับ คานหลัง จนแทบจะวางอยู่บนคานหลังเอาเสียแล้ว



เจ้านี้ไม่ต้องพูดถึงเลย Toyota Camry ผมเคยนั่งหลังของ Camry นะครับ มันกระเด้งค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับรถที่ไม่มีระบบ Hydraulic อย่าง Citroen C5 Series 2 ที่ไปลองขับที่ญี่ปุ่นมา คันนั้นเป็ฯโฉมช่วงล่างคอยสปริง....อืมม...อาจจะเป็นที่ลักษณะของช่วงล่างหลังที่ไม่เหมือนกัน แต่ก็.....เบาะนั่งของ Camry ก็วางอยู่บนคานหลัง...เช่นกันครับ

ซึ่งมันต่างจาก Citroen ที่เป็น Flagship แบบ...ชัดเจนเกินไป จนไม่กล้าที่จะเอามาพูดกันตรงๆ ฮ๋าๆๆๆ

รถนั่งของ Citroen ที่รุ่น โดยเฉพาะ Citroen ที่ยังเป็น Citroen แท้ๆ ไม่ใช่มาร่วมทุนกับ PSA แบบนี้.....

"ผู้โดยสารตอนหลัง นั่งบน Platform ของรถ ไม่ได้นั่งบนคานหลัง เหมือนรถยนต์ยี่ห้ออื่นๆ ครับ" หากยังไม่เห็นภาพ...มาดูกันต่อเลย แต่ก่อนหน้านั่น นั่งบน Platform ของรถ มีข้อดีที่ ความสบาย ไม่สะเทือนมากเท่านั่งบนคาน เวลาขึ้นลงรถสะดวกกว่า ขี้โคลนไม่มีมาโดนขาเราเวลาลงจากรถ เพราะว่าส่วนที่เป็นล้อ อยู่ยื่นออกไปทางด้านหลังรถค่อนข้างมาก ระยะ Over hang หลังรถ สั้นนั่นเอง.....

Citroen C6 ที่วางล้อไว้หลังเบาะนั่ง ค่อนข้างไกล แต่อาจจะไม่ชัดเจนมากนัก


สังเกตที่การวางล้อหลัง อยู่ห่างออกมาจากห้องโดยสาร ต่างจากรถยนต์นั่งทั่วๆ ไปยี่ห้ออื่นมาก!!!



หรือแม้กระทั้ง XM ของผมเอง ที่จำต้องมีโครงประตูที่ไม่เหมือนกับ Flagship ของ Citroen รุ่นอื่นๆ ก็ยังมีการวางล้อยื่นออกไปข้างหลัง ไม่เข้ามาเกี่ยวกับห้องโดยสารดังภาพครับ


คันนี้ เป็นของเพื่อนที่ขับ XM ด้วยกัน อยู่ที่ Holland ครับ เห็นว่าภาพเบาะหลังมันชัดดีครับ...จะได้เห็นภาพได้ชัดยิ่งขึ้น ว่าเรา นั่ง Citroen บน Platform ไม่ได้ดังบน คานหลัง หรือช่วงล่าง หรือนั่งบนล้อครับ ฮ๋าๆๆ



และแน่นอนครับ prestige คันนี้ก็เช่นกัน เรานั่งบน Platform ของ Prestige ไม่ได้นั่งบนล้อ เช่นเดียวกันครับ





ว่าข้อดีกันมาเยอะแล้ว ก็มาถึงข้อเสียกันบ้างครับ สำหรับ C6 และ CX นั่น การที่มีล้ออยู่บริเวณหลังเบาะหลัง....ทำให้ซึ้มล้อกินพื้นที่เก็บของท้ายรถไปค่อนข้างมาก ถ้าจะพา CX ไปตีกอล์ฟ แน่นอนว่ากระเป๋ากอล์ฟ ใส่ลงไปในท้ายของ CX ไม่ได้แน่ๆ ครับ ต่างจาก XM mี่มีท้ายเป็น Life Back ทำให้มีพื้นที่เหลือเยอะมากครับ....




 
เรารักจ่าโท :))))

ออฟไลน์ jumpon77

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,206
    • อีเมล์
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2016, 20:16:44 »
ผมในฐานะคนที่กลายเปนแฟนคลับของรถCitroenไปเรียบร้อยแล้วบอกได้คำเดียวว่าหลังจากอ่านบทความเรีองนี้แล้วบอกได้คำเดียวว่า......ถ้าคุณไม่เคยลองขับหรีอนั้งบอกได้เลยว่าพลาดเลยละครับผมเองทั้งขับเองและนั้งบอกได้เลยว่าคุณจะไม่มองรถยีห้อไหนอีกเลยทั้งชีวิตครับ :) :) :)
http://facebook.com/jumpon.hiranyanon
https://twitter.com/jumpon77     คุยได้นะครับ.
 Corolla Altis 1.6 E my2008 LIMO my 2003 Isuzu D-MAX Spark my2003

ออฟไลน์ รถสีเขียว

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,832
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2016, 20:41:56 »
Citroen XM เป็นรถยนต์ในความทรงจำในวัยเด็กของผม (ที่อาจไม่ดีนัก) เพราะมันเสียบ่อยมาก 555

แต่ส่วนนึงก็เพราะว่าพ่อผมเข้าแต่ศูนย์และในยุคนั้น internet ยังไม่แพร่หลาย การจะรวมคนที่ใช้ยังไม่มี

ผมจำได้เลยว่าเจ้านี้ทำให้ผมเข้ามาศึกษาเรื่องรถ

เป็นรถยนต์คันแรกที่ผมได้หัดขับตอน อายุ 13

ผมยังนับถือครับ XM เป็นรถที่ช่วงล่างดีจริงๆ หลังจากขายนางไปผมไม่เคยเจอรถคันไหนที่ช่วงล่างดีเท่าอีกเลย (ในสายนุ่มนะ)

ขอบคุณน้อง กล้วย Headman มากครับ สำหรับรีวิว

ปล...น้อง Jumpon77 พี่รอนั่งรถน้องนะคับ 555

ออฟไลน์ jumpon77

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,206
    • อีเมล์
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2016, 21:05:32 »
Citroen XM เป็นรถยนต์ในความทรงจำในวัยเด็กของผม (ที่อาจไม่ดีนัก) เพราะมันเสียบ่อยมาก 555

แต่ส่วนนึงก็เพราะว่าพ่อผมเข้าแต่ศูนย์และในยุคนั้น internet ยังไม่แพร่หลาย การจะรวมคนที่ใช้ยังไม่มี

ผมจำได้เลยว่าเจ้านี้ทำให้ผมเข้ามาศึกษาเรื่องรถ

เป็นรถยนต์คันแรกที่ผมได้หัดขับตอน อายุ 13

ผมยังนับถือครับ XM เป็นรถที่ช่วงล่างดีจริงๆ หลังจากขายนางไปผมไม่เคยเจอรถคันไหนที่ช่วงล่างดีเท่าอีกเลย (ในสายนุ่มนะ)

ขอบคุณน้อง กล้วย Headman มากครับ สำหรับรีวิว

ปล...น้อง Jumpon77 พี่รอนั่งรถน้องนะคับ 555
ครับบบบพีจี
http://facebook.com/jumpon.hiranyanon
https://twitter.com/jumpon77     คุยได้นะครับ.
 Corolla Altis 1.6 E my2008 LIMO my 2003 Isuzu D-MAX Spark my2003

ออฟไลน์ mairuna

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 143
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2016, 08:35:45 »
ผมเพิ่งรู้ว่าระบบเกียร์มันไม่เหมือนกันนะเนี่ย ไม่ค่อยได้ศึกษาซีตรองเลย
รุ่นพี่ใช้อยู่ เห็นราคาค่าซ่อมช่วงล่าง ผมถอยมาเลย แต่นุ่มนิ่มดีมาก ชอบจริงๆ
ขอบคุณที่รีวิวครับ  :D :D :D
ดริฟทุกโค้ง กระจายทุกชิ้น = . ='

ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2016, 15:51:29 »
ผมเพิ่งรู้ว่าระบบเกียร์มันไม่เหมือนกันนะเนี่ย ไม่ค่อยได้ศึกษาซีตรองเลย
รุ่นพี่ใช้อยู่ เห็นราคาค่าซ่อมช่วงล่าง ผมถอยมาเลย แต่นุ่มนิ่มดีมาก ชอบจริงๆ
ขอบคุณที่รีวิวครับ  :D :D :D

ราคาซ่อมช่วงล่างไม่แพงอย่างที่คิดนะครับ ^^ แลดูจะถูกเสียด้วยครับ ขอบคุณที่มาติดตามครับ คืนนี้จะมาเขียนต่อไปเรื่อยๆ ครับ ยังเลหืออีกพอสมควรครับ ^^
เรารักจ่าโท :))))

ออฟไลน์ นักสร้างภาพ

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 97
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2016, 21:54:20 »
แหม อยากอ่าน เป็นกำลังใจให้ครับ ช้อบชอบ

ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2016, 23:36:19 »
สวัสดีครับ คุณนักสร้างภาพ ขอบคุณที่มาให้กำลังใจกันครับ...งานเขียนนี้อาจจะ ไม่ได้สวยหรือดีมากเท่าไหร่ แต่ผมจะพยายามทำให้มีความรู้สึก ราวกับว่า เราได้นั่งอยู่บน Prestige คันงามนี้ไปพร้อมๆ กันนะครับ

มาต่อกันครับ คราวก่อน เราว่ากันที่ ภายในของ Prestige ไปแล้ว วันนี้ เรามาพูดกันต่อ เรื่อง ภายใน ในส่วนที่เป็น Dash board กันบ้างนะครับ ^^ เริ่มกันเลยครับ



หากเรามอง Prestiges คันนี้ ที่มุมด้านข้าง...เส้นสายของตัวรถจะดูราบเรียบ ไม่มีโป่งล้อเหมือนรถเยอรมัน ไม่ดูใหญ่ ดูเรียบแต่หรู มีความเป็น Aerodymic มาก ขอบประตู ปิดสนิท เรียบไปกับตัวรถ มือเปิดประตูที่ขนาดไม่ใหญ่เกินไป ดูแข็งแรง

ว่ากันที่ Aerodynamic กันซักครู่ ส่วนตัวเอง ผมคิดว่า Citroen เป็นรถที่ "ไม่มีกำลัง" กล่าวคือ ไม่แรงเลย.....ไม่แรงจริงๆ ครับ แต่เป็นรถที่อาศัยความลื่นไหลทางอากาศ และช่วงล่างที่ลดแรงเสียดทานระหว่างพื้นถนนกับตัวรถ....ตัวรถไม่ต้านลม...ตัวรถมีการออกแบบเรื่องการไหลเวียนอากาศได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ Citroen วิ่งได้เร็ว และ "ใช้กำลังน้อย" กว่ารถอื่นๆ เวลาทำความเร็วสูงครับ

เรื่อง Aerodymic นั่น Citroen แทบจะเป็นเจ้าแรกๆ ของโลกเลยก็ว่าได้ ที่นำเอาระบบนี้มาใช้ในการออกแบบรถยนต์ครับ สังเกตได้จาก

DS เป็นต้น ที่มีใต้ท้องที่แบนราบ และตัวรถที่ออกแบบทรงลู่ลมสุดๆ หลังคาทำจาก Composite Material และมีฐานล้อหน้าที่กว้างกว่าฐานล้อหลัง (รถ Citroen ล้อหน้า กว้างกว่าล้อหลังเสียเป็นส่วนใหญ่ครับ)



ลองมาดูใต้ท้องกันครับ Aerodynamic ที่แท้จริง มันต้องแบบนี้ครับ



ด้วยเหตุนี้ เลยทำให้ Citroen แทบจะทุกคัน สามารถทำความเร็วสูงได้ไม่ยากเย็น และเป็นรถที่มีความมั่นคงมากที่ความเร็วสูง แต่การใต่ความเร็ว อาจจะไม่หวืดหวา แลดูจะช้าไปซักหน่อย แต่ก็ไม่ได้ช้าจะถึงขั้นอืดครับ ผมได้มีโอกาสขับ CX ทั้งที่เป็นตัวถัง 20 และ Prestige มายาวๆ พอสมควร ที่ความเร็วมากกว่า 100 กม ชม การที่จะเพิ่มความเร็วขึ้นไปนั่น ไม่ใช่เรื่องยากเลย แตะคันเร่งไม่มาก ตัวรถก็แหวกอากาศขึ้นไปสู่ความเร็ว 140-150 ได้อย่างสบายๆ ถ้าเป็นเกียร์ธรรมดาด้วยล่ะก็....สนุกครับ

เราจะกลับมาว่ากันที่เรื่องของการขับขี่อีกครั้งนึง ในช่วงท้ายของ รีวิวนะครับ มาต่อกันที่ติดค้างกันไว้จากครั้งก่อนดีกว่า...ภายใน ของผู้โดยสารด้านหน้าครับ

ถ้าเราส่อง Prestige คันนี้จากข้างนอกล่ะก็....จะเห็นความงามแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แบบนี้ครับ แหม่ คิดแล้ว ก็อิจฉาเด็กขายพวงมาลัยสมัยก่อนนะครับ ฮ๋าๆๆ



หากมองจากฝั่งคนขับ...ก็น่าจะประมาณนี้ครับ



นั่นแน่ๆ เริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมล่ะครับ จากซ้ายไปขวาดีกว่านะครับ ยังไง กระทุ้นี้ก็จะยาวไปจนจบ ภายใน ของ Prestige คันนี้แน่นอนครับ

จากมุมของผู้โดยสารด้านหน้าซ้าย สิ่งที่ผมชอบมากๆ เลย ก็คือ Dash board ที่เป็น Dash board ทรงเตี้ย ทำให้ตัวรถที่กว้างอยู่แล้ว ดูกว้างกว่าเดิมเข้าไปอีก และมีทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่หรือแม้กระทั้งการโดยสาร Dash board ทรงเตี้ยแบบนี้ เริ่มหายากในรถยุคปัจจุบัน....ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่า Dashboard ทรงสูง มันมีอะไรดีนักหนา ทำไมชอบทำกันจัง ทั้งสูง ทั้งยื่นออกมา ดูแล้ว เหมือนเราลงไปนั่งอยู่ในหลุมยังไงก็ไม่รู้...แต่ไม่ใช่กับ Prestige คันนี้แน่นอนครับ



เสา A ที่บาง ประกอบกับกระจกบังลมหน้าแบบ Panoramic ครับ ทำให้ การมองเห็นโดยรอบคันนี้ ยอดเยี่ยมเลยก็ว่าได้ ข้างหลังรถก็มองรอบคันได้ชัด เพราะเป็นเบาะแบบ Theater seat ครับ ส่วนคนนั่งหน้า รวมถึงคนขับ ก็มีทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นไปอีก เท่านั้นยังไม่พอ การออกแบบให้ใบปัดน้ำฝนมีแค่อันเดียว แต่สามารถปัดได้ทั่วทั้งบานกระจก..ยิ่งทำให้เพิ่มความแปลกไปอีกเท่า!!!!!

ที่ปัดน้ำฝนของ CX นั่น ถ้าเป็นรถรุ่นพวงมาลัยขวา จุดหยุดของที่ปัดน้ำฝน จะอยู่ท้ายด้านซ้าย ถ้าเป็นรุ่นพวงมาลัยซ้าย จุดหยุดของที่ปัดน้ำฝนจะอยู่ทางด้านขวา เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้ขับขี่ครับ.....ผมชอบ Citroen ก็ตรงนี้ล่ะครับ มีการใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราอาจจะมองไม่เห็นได้ในรถรุ่นใหม่ๆ



Dash board ของคุณปู่ DS ก็มีลักษณะเตี้ยเหมือนกัน CX ก็เป็นแบบนี้เช่นกันครับ ภายในของ DSนั่น เห็นจากด้านนอก ก็เห็นได้ว่าเป็นรถที่แบน เตี้ย กว่ารถหรู่รุ่นอื่นๆ ในสมัยเดียวกัน แต่พอเข้าไปนั่งด้านใน กลับให้ความรู้สึกกว้าง สบายกว่ารถยี่ห้ออื่นๆ ได้ค่อนข้างชัดเจนมากๆ เลยครับ

ส่วน Dash board ของ Citroen รุ่นใหม่ๆ เช่น XM หรือ Xantia ก็ยังคงความเป็นรถที่มี Dash board เตี้ย และสั้นอยู่เหมือนกับ CX และ DS ครับ....


Dashboard ของ XM Phase 1 มีความเป็นเหลี่ยม คลอยตามไปกับการออกแบบรถทรงเหลี่ยม และเป็นทรงเตี้ย ไม่ยื่นออกมามากเหมือนกับ BMW 5 series หรือ Mercedes ในสมัยนั้น ถ้าไม่ติดว่า Dashboard ของ XM phase 1 นี้แตกง่ายล่ะก็ ผมได้มาเป้นเข้าของแล้วล่ะครับ ค่าตัวแค่ 6-7 หมื่นเท่านั้นเอง ฮ๋าๆๆๆ



กลับกันกับ Dashboard ของ XM ที่เป็น Phase 2 ที่มีความโค้ง ขัดกับการออกแบบของ XM mี่เป็นเหลี่ยมทั้งคัน Dashboard ของ XM Phase 2 นี่ สูงกว่า Phase 1 ชัดเจน ครับ และ ดูสุงไปหน่อยเสียด้วยซ้ำ....แต่ก็ไม่ได้สูงมากจนทำให้รู้สึกอึดอัดเหมือนกับ Toyota รุ่นใหม่ๆ ครับ และก็ไม่ยื่นออกมาเหมือนกับพวก Honda อีกด้วยครับ

ในภาพคือตัวผมเอง ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่หลังพวงมาลัยของ XM ครับ XM ผมไม่เคยงอแงเหมือนใครเขาว่าไว้ ซ่อมก็ไม่แพง ซ่อมเองก็ได้ แถมยังเป็นรถที่เข้าโค้งได้เร็วกว่าใคร ช่วงล่างก็เดิมๆ เลย.....ผมมีความสุขมากๆ ครับ



Dashboard ของ XM Phase 2 ที่ทันสมัย แต่ดูสูงไปเสียหน่อย และไม่ค่อยเข้ากับตัวรถ

มาว่ากันต่อที่ภายในของ Prestige  การเข้าออกประตูบานหน้าของ Prestige นั่น เป็นไปอย่างง่ายดาย ประตูบานหน้าเปิดออกกว้าง และแข็งแรง Dashboard ที่เตี้ยและสั้น เบาะแบบ Barcelona Seat ขนาดใหญ่ และหนานุ่ม (เบาะ Prestige คันนี้ ทำขึ้นใหม่โดย Specialist ในเมืองไทย เย็บแบบเดินด้ายสวยงาม เย็บด้วยมือยันกระดุมที่ประดับอยู่บนเบาะ....Hand Made สุดๆ ครับ) นอกเหนือไปกว่านั้นแล้ว เสา A ที่มีขนาดบ่งและเล็กมาก ทำให้เพิ่มความกว้างของประตูได้อีก โอกาสที่หัวจะเคาะกางประตูของ Prestige นั่น แทบจะเป็น 0 เลยก็ว่าได้ครับ

ยิ่งไปกว่านั้น ความพิเศษของระบบ ช่วงล่าง Hydroneumatic ที่สามารถบังคับ ปรับสูงต่ำได้...กรณี ผู้สูงอายุ กำลังจะขึ้นมาบน Prestige เราสามารถยกระดับรถให้ไปอยู่ในตำแหน่ง Intermediate high ได้ เท่านั้นล่ะครับ แค่เดินมา หันตูดเข้าหารถ ย่อนตูดลงบนเบาะ เอาขาเข้าไป...ก็เป็นที่เรียบร้อยเลยครับ....Option นี้ ไม่มีในรถคันอื่นๆ แน่นอน...เพราะถ้าเป็น MPV หรือ PPV ก็ต้องปืนขึ้นรถ.....เป็น People carrier ก็ต้องก้าวขึ้น เป็น Premiun Sedan ก็ต้องระวังชนหัว.....ฮ๋าๆๆๆๆ



Over head Console ด้านหน้าครับ



มาว่ากันที่ตำแหน่งคนขับกันบ้างครับ ถ้าเป็นฝั่งคนขับ การเข้าออก Prestige คันนี้ ที่ผมประสบมากับตัวเลยคือ พี่เจ้าของรถสูงประมาณ 175 แต่ตัวผมเองสูง 183 ซึ่ง....เบาะนั่งของ Prestige ถูกปรับไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับพี่คนขับครับ ทำให้ ครั้งแรกที่ผมเข้าไป ติดครับ...ขาผมติด พวงมาลัยก้านเดียวของ Prestige เข้าเต็มๆ เลยครับ...แต่หลังจากที่เข้าไปนั่งแล้ว ปรับเบาะนิดหน่อย ก็สามารถเข้าออกได้อย่างสบายแล้วครับ แต่ก็ยังมีเข่าชนพวงมาลัยบ้างนิดหน่อยครับ ตรงนี้เป็นเพราะ พวงมาลัยของ CX นั่น ไม่ธรรมดา!!! และอีกอย่างคือ มันไม่สามารถปรับยืดเข้าออก ขึ้นลงได้ครับ พูดง่ายๆ คือเป็น Fixed Steering wheel ไปเลยครับ



วันนี้ ผมขอจบกระทู้นี้ไว้เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ อาจจะดูห่วนๆ ไปหน่อย แต่ฟ้าฝนเหมือนจะไม่เป็นใจให้เขียนต่อครับ ฮ๋าๆๆๆ ไว้พรุ่งนี้จะมาต่อนะครับ เหมือนเดิมครับ พี่ๆ ท่านไหนมีข้อสงสัย โพสถามไว้ได้เลยนะครับ ขอบคุณทุกๆ ท่านที่ติดตาครับผม >< แหม่ มีคนเข้ามาอ่านเกือบ 1000 คน ซึ้งใจจริงๆ ครับ ^^









เรารักจ่าโท :))))

ออฟไลน์ jumpon77

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,206
    • อีเมล์
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2016, 20:31:35 »
เพิ่มเติมจากน้องกล้วยนะครับผมเองได้ลองขับCXแล้วแรกๆๆก็ไม่สนใจเจ้าCXเท่าไรแต่พอลองขับจริงๆๆพวงมาลัยเนียหละคือสุดยอดมันมุนกลับมาในทางตรงขนาดลองขับแค่ไม่กีเมตรนะครับ
http://facebook.com/jumpon.hiranyanon
https://twitter.com/jumpon77     คุยได้นะครับ.
 Corolla Altis 1.6 E my2008 LIMO my 2003 Isuzu D-MAX Spark my2003

ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2016, 22:05:05 »
ขอบคุณพี่จุมพล ที่เข้ามาส่งเสียงกันครับ มาต่อกันเลยครับ....คราวก่อนนี้ ฝนตก ก็เลยติดค้างกันไว้ที่ ภายในยังไม่จบเลยครับ...มาต่อกันเลยครับผม



พวงมาลัยของ CX ทุกรุ่นเป็นแบบก้านเดียวเหมือนกันครับ ระบบพวงมาลัยเป็น พวงมาลัยแบบ Diravi ครับ กล่าวคือ เป็นพวงมาลัยแบบ Hydraulic power assist steering ครับ แต่มันมีความพิเศษที่เข้าระบบ Diravi นี่ล่ะครับ ผมขอแยกเป็นข้อๆ ย่อยๆ ออกมา  เทยบกับพวงมาลัย Power steering Assist แบบปกติที่มีใช้ในรถทั่วไป เพื่อความเข้าใจง่าย ส่วนรายละเอียดทางเทคนิคเชิงลึกแล้ว อาจจะไม่ได้ลงลึกมากนะครับ ^^

พวงมาลัย Diravi นั่น สามารถคืนตรงได้เอง อัตโนมัติครับ ไม่ว่าจะเป็นตอนจอดหรือตอนรถวิ่ง พวงมาลัยจะหมุนกลับมาอยู่ที่ตำแหน่ง ตรงกลาง ทุกครั้งเสมอไปครับ

พวงมาลัย Diravi มีอาการการ "กวน" พวงมาลัยน้อยกว่าพวงมาลัยแบบอื่นๆ ชัดเจนค่อนข้างมาก...พูดง่ายๆ คือ พวงมาลัยมันจะไม่สะบัดรุนแรงใส่มือผู้ที่ถือมันอยู่ครับ อาการสะบัดของพวงมาลัย ไ่ว่าถนนจะเป็นเช่นไร พวงมาลัย Diravi นี่ ก็ยังคงตั้งตรง ให้ความมั่นใจแบบเป็นธรรมชาติได้อยู่ครับ ไม่ใช่ตรงถือๆ แบบพวงมาลัยไฟฟ้า และก็ไม่ได้กวนมือแบบพวงมาลัย Power แบบปกติครับ

พวงมาลัย Diravi มีระบบผ่อนแรงและปรับเปลี่ยนอัตราทดตามความเร็วของรถ....ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ....CX คันที่พวงมาลัย สมบูรณ์นั้น สามารถใช้ "นิ้วก้อย" หมุนพวงมาลัยได้ แบบสบายๆ ชิวๆ เลยครับ ง่ายกว่าใช้นิ้วก้อยหมุนพวงมาลัยไฟฟ้าของตระกูล Honda เสียอีก...

ความพิเศษอีกอย่าง คือ พวงมาลัย Diravi มีอัตราทดแปรผันไปตามความเร็วรถครับ พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นการทำงานคล้ายๆ กับระบบ Servo Tronic ของ BMW ครับ แต่ฉลาดกว่าตรงที่มันไม่มีไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องเลย ทุกอย่าง เป็น Mechanic หมดครับ

มี คลิปสั้นๆ มาประกอบการทำงานของระบบ Diravi ครับ ดูแค่นี้ก็ร้องอ๋อแน่นอน ><

แกนพวงมาลัย Diravi เลยมีลักษณะแปลกๆ และด้วยเหตุนี้เอง ที่พวงมาลัย Diravi สามารถตีกลับได้เอง.....เลยมีการออกแบบก้านไฟเลี้ยว อุปกรณ์ เปิดไฟต่างๆ อยู่ในตำแหน่งที่ ผิดปกติรถทั่วไป แต่ใช้งานง่ายครับ



เวลานั่งหลังพวงมาลัยของ CX จะเป็นแบบนี้ครับ...นอกจากมีความพิเศษแล้ว ผมว่ามันยังแฝงไปด้วย ความพยายามทางวิศวกรรมใยสมัยนั้นด้วยครับ รถ Prestige คันนี้ เป็นรถที่สร้างขึ้นมาในช่วงที่ เทคโนโลยรทางยานยนต์ กำลังอยู่ในช่วง พัฒนาไปข้างหน้าอย่างเต็มที่ โดยที่ยังไม่มีระบบ อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเกี่ยวข้องครับ

เรามาเริ่มกันที่ หน้าอีกของ CX กันเลยดีกว่าครับ ไฟเลี้ยว และระบบอัดน้ำฝน หร้อมแตร 2 เสียง ทางด้านซ้ายครับ แตร "เดิมๆ" ของ Prestige คันนี้มี 2 เสียงครับ เขาเรียกว่า แตรแบบ Town and country กล่าวคือ จะมี 2 เสียง เสียงนึง เป็นเสียง ปี๊นๆ เบาๆ ครับ อีกเสียง เป็นเสียงแจรลมที่ดังกว่า ใช้ในการเดินทางไกลครับ แตก่อนนี้ พวก ตรวจสภาพรถยนต์ของบอกว่า รถเก๋งติดแตรลมผิดกฏหมาย...ก็มีแต่ CX นี่ล่ะ ที่ให้แตรลมมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเลยครับ



ตัวควบคุม ไฟเลี้ยว และ ปัดน้ำฝนรวมถึงแตร ทางด้านซ้ายครับ การนำเอาปุ่ม สวิสต์ต่างๆ เข้าไปรวมกันในอุปกรณ์ชิ้นนี้ ในสมัยนั่น ไม่ง่ายเลยครับ



ลักษณะการใช้งานไฟเลี้ยวครับ เราจะต้องเอานิ่วยื่นออกมาจากพวงมาลัยไป แตะที่ปุ่มเปิด ไฟเลี้ยวครับ ไฟเลี้ยวของ CX ไม่คืนเหมือนกับรถทั่วๆ ไปที่จะเด้งคืนกลับเองเมื่อพวงมาลัยตีกลับครับ ที่เป็นแบบนั้น เพราะว่า ระบบพวงมาลัยแบบ Diravi ครับ ถ้าตีกลับล่ะก็ คงตีกันสนุกแน่ๆ เลย...



สวิสต์ควบคุมทางด้านขวา ก็เป็นแบบเดียวกับทางด้านซ้ายครับ เอาไว้ควบคุมไฟหน้า ไฟสูง ไฟต่ำ และไฟ Pass ครับ

โดยรวมๆ แล้ว ถ้าขึ้น Prestige ครั้งแรงนี้ แค่จะสตาร์ดเครื่องยนต์ ยังลำบากเลยครับ ฮ๋าๆๆๆ เพราะเราต้องเอามือซ้ายสิดมือผ่านพวงมาลัยก้านเดียวเข้าไปข้างหลัง แล้วบิดกุญแต สตาร์ดครับ พวงมาลัยก้านเดียวนี้ นอกจากจะมีข้อดีที่ แปลก แล้ว ยัง เป็นพวงมาลัยที่ไม่บดบังความสามารถในการมองเห็นหน้าปัดหรือ ไฟเตือนต่างๆ ด้วยครับ ทัศนวิสัยในการมองเห็นสัญญาณเตือนต่างๆ นั้น.......ชัดเจนทุกมุมมอง ไม่ว่าจะหมุนพวงมาลัยเลี้ยวไปทางไหน ก็ยังคงเห็นได้ชัด ไม่มีอะไรมาบังตาเหมือนพวงมาลัย 2-3-4 ก้านครับ

วันนี้อาจจะ มาตอบน้อยหน่อยนะครับ >< วันพรุ่งนี้ เดี๋ยวเรามาต่อกัยเรื่อง แผงควบคุมระบบปรับอากาศกันครับ แล้วก็ ต่อด้วย รายละเอียดภายในจนจบครับ ที่จริงแล้ว ผมเขียนไว้เกือบจะหมดแล้วล่ะครับ แต่ยังหารูปที่อธิบายได้แบบชัดๆ มาไม่ครบครับ ฮ๋าๆๆๆ

ขอบคุณพี่ๆ ทุกท่านที่ติดตามครับ ><
เรารักจ่าโท :))))

ออฟไลน์ ps000000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7,153
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2016, 22:52:28 »
อ่านแล้วเคลิ้ม สำหรับวัย สี่สิบกว่า อย่างผม  :-* :-* :-* :-* :-*

ออฟไลน์ นักสร้างภาพ

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 97
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2016, 10:11:19 »
ขอบคุณอีกครั้ง ผมอยากลองขับ ลองเป็นเจ้าของบ้าง แต่อยู่ ตจว เป็นห่วงเรื่องการซ่อมแซม แต่ถ้าผมอยากได้เบอร์โทรของคุณเผื่อไว้คุยเรื่องรถซีตรอง จะติดต่อได้วิธีไหนครับ

ออฟไลน์ moo36

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 110
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2016, 11:18:43 »
เข้ามาอ่านแล้ว นึกถึง BX สมัยขับตอนเป็นนักศึกษาเลยครับ .... เคยพยายามตามหา BX อยู่ช่วงหนึ่ง แต่ไม่มีสภาพดีๆหลงเหลืออยู่เลย

ซีตรองยุคนี้ ทำยังไงก็คงกลับไปเหมือนสมัยก่อนไม่ได้อีกแล้ว น่าเสียดายจริงๆครับ
2016 Volvo XC90 T8
2015 Volvo XC60 D4
2009 Toyota Estima Hybrid
2008 Volvo S80 D5 (sold)
2002 911 C4S M/T (just sold ... still missing)
1993 Bmw E36

ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2016, 17:31:28 »
อ่านแล้วเคลิ้ม สำหรับวัย สี่สิบกว่า อย่างผม  :-* :-* :-* :-* :-*

โอ้โห้ บอกอายุกันเลยครับ >< ผู้เชียนเรียนอยู่ ปี 3 มหาลัยชื่อดังย่านฝั่งธน ครับ ฮ๋าๆๆๆ

ขอบคุณที่เข้ามาติดตามครับ คืนนี้มาต่อกันนะครับ พอดีติดโปรเจคเล็กน้อย เลยไม่ได้มาเขียนต่อครับ ^^

มีคำถามตรงไหน หรือสงสัยอย่างไร ถามไว้ได้เลยนะค๊าบบบ
เรารักจ่าโท :))))

ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2016, 17:40:11 »
ขอบคุณอีกครั้ง ผมอยากลองขับ ลองเป็นเจ้าของบ้าง แต่อยู่ ตจว เป็นห่วงเรื่องการซ่อมแซม แต่ถ้าผมอยากได้เบอร์โทรของคุณเผื่อไว้คุยเรื่องรถซีตรอง จะติดต่อได้วิธีไหนครับ

ต่างจังหวัดไม่ใช่ปัญหาครับ จะบอกว่า Citroen เป็นรถที่ เครื่องเกียร์ ระบบต่างๆ ทนมากครับ....ทนสุดๆ เลย แต่ที่มันเสีย มันเป็นไปตามอายุของรถที่มากขึ้นครับ ถ้าดูแลถูกทาง ถูกวิธีล่ะก็ Citroen ไม่เคยพาท่านไปตายที่ไหนแน่นอนครับ

เคยมีวลีเด็ดๆ อยู่คำนึงที่ผมชอบ.....Citroen ไม่เคยตาย มันแค่นอนพักเฉยๆ ครับ

Prestige คันนี้ ไม่ใช่รถที่ออกจากห้างมาแล้วรักษาสภาพนะครับ เป็นรถที่ผ่านการ Fully Restoration โดย คุณลุงสุดเฟี้ยวผู้เชี่ยวชาญ และผมขอให้คุณลุงคนนี้เป็นมือ 1 ไม่มี 2 เกี่ยวกับการซ่อม และดูแลรถยนต์ Citroen เลยครับ

มูลค่าของรถคันนี้ ผมอาจจะพูดเต็มปากไม่ได้ แต่อะไหล่ทุกชิ้นที่เอามาประกอบ การทำสี ปะ แต่ง ทำภายใน ทุกๆ ส่วน ทำมาจากใจของช่าง ทำมาจากความพยายามของคนหลายๆ ฝ่ายช่วยกัน พี่เจ้าของก็ใจที่จะทำ คุณลุงช่างก็เก่ง และทุ่มเท ช่างสี ช่างทำภายใน คุณภาพงานมันเลยออกมาดีอย่างที่เห็นครับ พูดง่ายๆ คันนี้ ถ้าติดป้ายแดง ก็ขายบนห้างได้เลยครับ คำว่าอะไหล่แท้ทุกชิ้นนี้ แท้กระทั้ง คลิปหนีบท่อไฮดรอลิคใต้ท้อง ก็ใหม่หมดครับ ท่อไอเสียเดิม เดิมหมดจริงๆ ครับ

สำหรับการติดต่อผม..ไปตามที่ Facebook ได้เลยครับ Headman Tri Ng ยินดีที่ได้รู้จักครับ มีอะไร คุยกันครับ ไม่ได้อยากขายของหรือเชียร์ แต่อยากให้มี Citroen วิ่งบนถนนบ้านเราเยอะๆ Citroen คือรถที่เหมาะกับสภาพถนนบ้านเรามากที่สุดครับ....เหมาะที่สุดอย่างไร มาติดตามกันต่อนะครับ ^^
เรารักจ่าโท :))))

ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2016, 19:14:13 »
เข้ามาอ่านแล้ว นึกถึง BX สมัยขับตอนเป็นนักศึกษาเลยครับ .... เคยพยายามตามหา BX อยู่ช่วงหนึ่ง แต่ไม่มีสภาพดีๆหลงเหลืออยู่เลย

ซีตรองยุคนี้ ทำยังไงก็คงกลับไปเหมือนสมัยก่อนไม่ได้อีกแล้ว น่าเสียดายจริงๆครับ

เรามาย้อมอดีตแบบสั้นๆ ของความเก่งของช่างยนตรกิจ และผู้บริหารกันซักหน่อยครับ ผมไม่เชื่อ ว่า Citroen จะหลับมาเป็นแบบเดิมไม่ได้.....มันกลับมา ได้ แต่ต้องเป็นไปรูปแบบที่ต่างออกไปจากสมัยก่อน กล่าวคือ ในยุค ที่ Citroen เป็น Citroen จริงๆ ไม่ใช่ PSA สมัยนั้น Innovative คือ Innovative จริงๆ ครับ แต่พอมาเป็น PSA แล้ว

Peugeot ตัวร้าย ได้มาเอาเทคโนโลยีหลายๆ อย่างที่ Citroen สร้างขึ้นมา มาทำให้เป็น 405 ที่เกาะถนน มาทำโน่นนี ให้เกินเป็นอะไรอีกหลายๆ คันมา....และ Peugeot ก็ได้พยายามที่จะ ฆ่า Citroen ลงไปครับ...สังเกตตอนนี้ให้ดีๆ ครับ รถที่แปะ Brand Citroen นั้น แทบจะไม่เหลือแล้ว มีแต่ DS ครับ DS นี่ เป็น DS Automobile นะครับ....ไม่ใช่ Citroen DS แบบที่เราเคยเข้าใจ....ฉนั้น มันเป็นไปไม่ได้จริงๆ ครับ ที่จะกลับไปเป็น Innovative เหมือนเดิม...

ความ "ฉิบหาย" ของ PSA คือการสร้าง XM ออกมาครับ...ขออนุญาติใช้คำหยาบ แต่ XM คือความซวยที่โคตรของโคตรซวย เลยครับ X์M ใช้งบในการพัฒนาสูงมาก แต่เมื่อเทียบกับยอดขายหลักแสนคันเท่านั้น.....อืมมม......น่าคิดนะครับ...

อีกหนึ่งความ ฉิบหายที่เห็นได้ชัดเลย คือการเปิดตัว C6 ในปี 2006 ครับ....ที่จริงแล้ว C6 ด้วยเทคโนโลยีของมัน ควรจะเปิดตัวตั้งแต่ปี 2000 ต่อจาก XM เลยทันที เพื่อกอบกู้สถานการณ์อันย่ำแย่ของบริษัท แต่ก็ไม่ครับ...เว้นระยะนานเกือบ 5 ปี ที่ไม่มี Citroen รุ่นใหญ่ขายในตลาดโลก...พอปล่อยออกมา ก็เป็นอย่างที่เห็นครับ C6 ขายได้ เพราะว่าเทคโนโลยีของมัน ถึงแม้ว่าจะผ่านไป 5 ปีแล้ว ก็ยังทันสมัยอยู่...แต่ลองนึกภาพกลับกันครับ ถ้า C6 ขายตั้งแต่ปี 2000 ล่ะก็...ผมว่า....BMW Series 5 มีขายไม่ได้กันบ้างล่ะครับ

ส่วนเรื่อง Citroen ในบ้านเรา....เรื่องของยนตรกิจ ที่ไม่ได้ดี แต่ก็ไม่ได้แย่เหมือนที่พูดๆ กันไว้ มันจะเป็นอย่างไร ขอผมได้ข้อมูลมามากกว่านี้ก่อน จะมาเล่าสู่กันฟังครับ

BX ไม่ใช่รถที่ซ่อมยาก เป็นรถคันเล็กที่เปรียว ถ้าอยากได้อู่ดีๆ ทำ BX แบบจบๆ เดิมๆ ออกห้างล่ะก็ หลังไมค์มาได้ครับ...พูดตรงๆ ว่า โค้งขึ้นด่วนบูรพาวิถี ผมเห็น BX 16 RS เข้าที่ความเร็ว 130 มาแล้วครับ...รถรุ่นใหม่ๆ ยากที่จะมีรุ่นใดเทียบเท่าได้ครับ.....
เรารักจ่าโท :))))

ออฟไลน์ Asklepios

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 83
    • อีเมล์
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2016, 21:53:08 »
ขออนุญาตมองต่างครับ

ถ้า Peugeot พยายามจะฆ่า Citroen จริง ทำไมในช่วงแรกตั้งแต่ซื้อมาถึงได้วาง Brand position ให้สูงกว่ารถตัวเอง (ไม่นับการ Re-brand ที่พึงเกิดขึ้นเมื่อปี 2015-2016)

ส่วนเรื่องการ sharing technology มันเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ ถ้าจะถาม ผมกลับอยากถามว่าทำไม Citroen ถึงได้ปล่อยให้สภาพทางการเงินย่ำแย่จน Peugeot ต้องเข้ามาเพิ่มทุนให้มากกว่า

ช่วงล่าง Torsion bar ผมไม่มีข้อมูลขอไม่ฟันธงแต่ครั้งแรกมันปรากฎในปี 1981 กับ 305 SW ถ้าเทียบกับ Timeline ตอน Develop stage ในช่วงปี 1974-1975 ก็มีความเป็นไปได้ที่ engineer ของทั้ง 2 company จะมาร่วมกันพัฒนา แต่คำถามคือมันจะ merge กันได้เร็วขนาดนั้นเลยหรือเปล่า

C6 ถามว่ามาช้าเกินไปหรือไม่ ถ้าเป็นผมก็อาจจะตอบว่าไม่ เพราะผมเห็นแล้วว่ากระแสรถใหญ่มันสาละวันเตี้ยลงทุกวัน ถ้ายังไม่จำเป็นเลื่อนได้ก็เลื่อนไปก่อน เพราะมันไม่ใช่รถที่ทาง PSA เน้นยอดขายอะไรขนาดนั้น สู้เอาเงินไปลงพวก C2/C3/C4 หรือพวก Picasso ที่น่าจะทำเงินได้มากกว่า

ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2016, 23:07:10 »
ขออนุญาตมองต่างครับ

ถ้า Peugeot พยายามจะฆ่า Citroen จริง ทำไมในช่วงแรกตั้งแต่ซื้อมาถึงได้วาง Brand position ให้สูงกว่ารถตัวเอง (ไม่นับการ Re-brand ที่พึงเกิดขึ้นเมื่อปี 2015-2016)

ส่วนเรื่องการ sharing technology มันเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ ถ้าจะถาม ผมกลับอยากถามว่าทำไม Citroen ถึงได้ปล่อยให้สภาพทางการเงินย่ำแย่จน Peugeot ต้องเข้ามาเพิ่มทุนให้มากกว่า

ช่วงล่าง Torsion bar ผมไม่มีข้อมูลขอไม่ฟันธงแต่ครั้งแรกมันปรากฎในปี 1981 กับ 305 SW ถ้าเทียบกับ Timeline ตอน Develop stage ในช่วงปี 1974-1975 ก็มีความเป็นไปได้ที่ engineer ของทั้ง 2 company จะมาร่วมกันพัฒนา แต่คำถามคือมันจะ merge กันได้เร็วขนาดนั้นเลยหรือเปล่า

C6 ถามว่ามาช้าเกินไปหรือไม่ ถ้าเป็นผมก็อาจจะตอบว่าไม่ เพราะผมเห็นแล้วว่ากระแสรถใหญ่มันสาละวันเตี้ยลงทุกวัน ถ้ายังไม่จำเป็นเลื่อนได้ก็เลื่อนไปก่อน เพราะมันไม่ใช่รถที่ทาง PSA เน้นยอดขายอะไรขนาดนั้น สู้เอาเงินไปลงพวก C2/C3/C4 หรือพวก Picasso ที่น่าจะทำเงินได้มากกว่า

สมัยที่เป็น 1974 เป็นช่วงที่ CX กำลังออกสู่ตลาดครับ ซึ่งตอนนั้น เป็นยุคที่ Citroen ยังคงเป็น Citroen อยู่ครับ การแชร์ แทคโนโลยี ยังไม่มีแน่นอนครับ เพราะช่วงล่างแบบคานบิดที่ว่านั่น มีมาในรถ Peugeot 405 จะเห็นได้ชัดที่สุดครับ ซึ่งก็เป็นปี 198X ขึ้นมาแล้วครับ ตรงจุดนี้ผมมองว่า Sharing หรือเปล่า ยังไม่รู้นะครับ

ส่วนเรื่องของ C6 นั่น เป็นความ ถ้ามองว่าเป็น Flagship ก็ควรจะออกมาอยู่นะครับ เพราะตอนนั้น หลังจากที่ 605 ลงไป 607 ก็มาต่อพอดี เท่ากับว่า ทาง Peugeot นั่นมี Flagship ของตัวเองขายอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ Citroen ไม่มีครับ.....ตรงนี้น่าเสียดายมากๆ เพราะความ Innovative ของ C6 ในวันนั้นเมื่อปี 2001 เทียบกับความ Innovative ของมันในปี 2006 นั่น.....ถึงเทคโนโลยร จะเหมือนกัน แต่ความเจ๋ง วาว ต่างกันครับ...ทำให้ C6 ค่อนข้างจะดับไป เมื่อต้องเปิดตัวในปี 2006 ครับ ^^

ขอบคุณพี่ๆ ที่เข้ามาตอบมากๆ เลยนะค๊าบบ จะได้เป็นสีสรรค์กันไป ส่วนตัวแล้ว ผมเอง ไม่ใช่เกลียด Peugeot ตัวร้ายแต่อย่างไร แต่ไม่ชอบ ที่หลังจากควบรวมทุนกันแล้ว ตัดเทคโนโลยี ตัดความสามารถทางด้านการ Design ออกไป สังเกตจาก XM เทียบ 605 เป็นหลัก จะเห็น ถึงจะใช้ Platform เดียวกันแต่ความพยายามที่จะคิดต่างของ เบอร์โตเน ก็ยังพยายามทำให้ XM ออกมา ต่างจาก 605 แบบ...ไม่มีเค้าโครงเดิม.....มันเหมือนเป็นการบอกกลายๆ ว่า ฉันไม่ต้องการออกแบบอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของ PSA ครับ

^^ ถึงจะขึ้นชื่อว่า Flagship ก็จริง แต่ก็มีแค่เมืองไทยเราเท่านั้น (คิดว่านะครับ) เทียบ C6 กับ Series 7 หรือ S class ทั้งๆ ที่จริงแล้ว มันไม่ใช่ครับ  C6 ควยจะเทียบแต่ Series 5 เท่านั้น ฉนั้น ถึงมันขายในปี 2001 เปิดราคามาพอๆ กับ Series 5 หรืออาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำ ผมก็คิดว่า ด้วยความเป็นตัวเองของ Citroen จะสามารถขาดได้เยอะกว่านี้น่ะครับ ^^ น่าเสียดายที่บ้านเรา เปิดราคามาระดับ 6 ล้าน...บอกตรงๆ ว่า ตอนนั้น....ไม่สู้ครับ...ผ่านไป 4 ปี.....เหลือ 2 ล้านปลายๆ....แต่มันก็สายไปเสียแล้วครับ

Timeline ของซีวิต Flagship Citroen มันช่างน่าสงสารเสียจริงๆ พูดแล้วสงสารครับ มาต่อที่ Prestige คันงามของเราต่อดีกว่าครับ.....:)
เรารักจ่าโท :))))

ออฟไลน์ Asklepios

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 83
    • อีเมล์
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2016, 22:37:45 »
ขออนุญาตมองต่างครับ

ถ้า Peugeot พยายามจะฆ่า Citroen จริง ทำไมในช่วงแรกตั้งแต่ซื้อมาถึงได้วาง Brand position ให้สูงกว่ารถตัวเอง (ไม่นับการ Re-brand ที่พึงเกิดขึ้นเมื่อปี 2015-2016)

ส่วนเรื่องการ sharing technology มันเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ ถ้าจะถาม ผมกลับอยากถามว่าทำไม Citroen ถึงได้ปล่อยให้สภาพทางการเงินย่ำแย่จน Peugeot ต้องเข้ามาเพิ่มทุนให้มากกว่า

ช่วงล่าง Torsion bar ผมไม่มีข้อมูลขอไม่ฟันธงแต่ครั้งแรกมันปรากฎในปี 1981 กับ 305 SW ถ้าเทียบกับ Timeline ตอน Develop stage ในช่วงปี 1974-1975 ก็มีความเป็นไปได้ที่ engineer ของทั้ง 2 company จะมาร่วมกันพัฒนา แต่คำถามคือมันจะ merge กันได้เร็วขนาดนั้นเลยหรือเปล่า

C6 ถามว่ามาช้าเกินไปหรือไม่ ถ้าเป็นผมก็อาจจะตอบว่าไม่ เพราะผมเห็นแล้วว่ากระแสรถใหญ่มันสาละวันเตี้ยลงทุกวัน ถ้ายังไม่จำเป็นเลื่อนได้ก็เลื่อนไปก่อน เพราะมันไม่ใช่รถที่ทาง PSA เน้นยอดขายอะไรขนาดนั้น สู้เอาเงินไปลงพวก C2/C3/C4 หรือพวก Picasso ที่น่าจะทำเงินได้มากกว่า

สมัยที่เป็น 1974 เป็นช่วงที่ CX กำลังออกสู่ตลาดครับ ซึ่งตอนนั้น เป็นยุคที่ Citroen ยังคงเป็น Citroen อยู่ครับ การแชร์ แทคโนโลยี ยังไม่มีแน่นอนครับ เพราะช่วงล่างแบบคานบิดที่ว่านั่น มีมาในรถ Peugeot 405 จะเห็นได้ชัดที่สุดครับ ซึ่งก็เป็นปี 198X ขึ้นมาแล้วครับ ตรงจุดนี้ผมมองว่า Sharing หรือเปล่า ยังไม่รู้นะครับ

ส่วนเรื่องของ C6 นั่น เป็นความ ถ้ามองว่าเป็น Flagship ก็ควรจะออกมาอยู่นะครับ เพราะตอนนั้น หลังจากที่ 605 ลงไป 607 ก็มาต่อพอดี เท่ากับว่า ทาง Peugeot นั่นมี Flagship ของตัวเองขายอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ Citroen ไม่มีครับ.....ตรงนี้น่าเสียดายมากๆ เพราะความ Innovative ของ C6 ในวันนั้นเมื่อปี 2001 เทียบกับความ Innovative ของมันในปี 2006 นั่น.....ถึงเทคโนโลยร จะเหมือนกัน แต่ความเจ๋ง วาว ต่างกันครับ...ทำให้ C6 ค่อนข้างจะดับไป เมื่อต้องเปิดตัวในปี 2006 ครับ ^^

ขอบคุณพี่ๆ ที่เข้ามาตอบมากๆ เลยนะค๊าบบ จะได้เป็นสีสรรค์กันไป ส่วนตัวแล้ว ผมเอง ไม่ใช่เกลียด Peugeot ตัวร้ายแต่อย่างไร แต่ไม่ชอบ ที่หลังจากควบรวมทุนกันแล้ว ตัดเทคโนโลยี ตัดความสามารถทางด้านการ Design ออกไป สังเกตจาก XM เทียบ 605 เป็นหลัก จะเห็น ถึงจะใช้ Platform เดียวกันแต่ความพยายามที่จะคิดต่างของ เบอร์โตเน ก็ยังพยายามทำให้ XM ออกมา ต่างจาก 605 แบบ...ไม่มีเค้าโครงเดิม.....มันเหมือนเป็นการบอกกลายๆ ว่า ฉันไม่ต้องการออกแบบอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของ PSA ครับ

^^ ถึงจะขึ้นชื่อว่า Flagship ก็จริง แต่ก็มีแค่เมืองไทยเราเท่านั้น (คิดว่านะครับ) เทียบ C6 กับ Series 7 หรือ S class ทั้งๆ ที่จริงแล้ว มันไม่ใช่ครับ  C6 ควยจะเทียบแต่ Series 5 เท่านั้น ฉนั้น ถึงมันขายในปี 2001 เปิดราคามาพอๆ กับ Series 5 หรืออาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำ ผมก็คิดว่า ด้วยความเป็นตัวเองของ Citroen จะสามารถขาดได้เยอะกว่านี้น่ะครับ ^^ น่าเสียดายที่บ้านเรา เปิดราคามาระดับ 6 ล้าน...บอกตรงๆ ว่า ตอนนั้น....ไม่สู้ครับ...ผ่านไป 4 ปี.....เหลือ 2 ล้านปลายๆ....แต่มันก็สายไปเสียแล้วครับ

Timeline ของซีวิต Flagship Citroen มันช่างน่าสงสารเสียจริงๆ พูดแล้วสงสารครับ มาต่อที่ Prestige คันงามของเราต่อดีกว่าครับ.....:)

ผมลองไปหาข้อมูลก็มีความเป็นไปได้ว่าช่วงล่าง Torsion bar น่าจะมาจากทาง Citroen จริงๆเพราะ GS ที่ออกขายตั้งแต่ 1970 ก็มีช่วงล่างลักษณะนี้ใช้แล้วเพียงแต่ใช้เป็น Hydro pneumatic แทน Shock absorber แต่ยังคงใช้เป็น Beam เหมือน 305SW น่าจะมาจากการ Design ของ Citroen ที่ต้องการให้ Passenger area อยู่ภายในส่วนของ Monocoque ตามที่คุณว่าไว้ครับ

 ส่วนของ 205 ที่มาใช้ Torsion bar แทนคงเป็น High level อีกขั้นที่มาพัฒนาร่วมกันอีกที เพราะทาง Citroen ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ Spring

 เรื่อง Design มันเป็นเรื่องปกติที่ต้องบางส่วนออกเพื่อให้ควบคุมต้นทุนและมีกำไรมากพอที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ครับ รถ France ยุคทศวรรษ 60-80 นี่จะเห็นว่าแหวกการออกแบบเกือบหมด Renault นี่ยิ่งกว่า Citroen อีก แต่พอมาดูปัจจุบันมันต้องควบคุมต้นทุนก็ต้องแชร์ part กันไปเพื่อให้มีกำไรล่ะครับ ถ้าอยากให้มี Design ที่โดดเด่น ใช้ part ร่วมกันไม่ได้ คุณก็ต้องมีวิธีลดต้นทุนที่เหนือกว่าชาวบ้านเค้า

เอาตามจริง 607/C6 มันยังไม่ถึง Series 5 ด้วยครับ มันก้ำกึ่งระหว่าง Series 3 กับ 5 อารมณ์ประมาณ Skoda Superb ล่ะครับ


ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: ตุลาคม 12, 2016, 22:19:40 »
ห่างหายไปเสียหลายวัน วันนี้ขอมาต่อนะครับ ต้องบอกก่อนว่า ช่วงนี้ เจ้าของกระทู้ ติดธุระเล็กน้อยๆ เลยยังไม่ได้เขียนคืนหน้าไปมากครับ และ อยากจะให้เห็นภาพทุกอย่างชัดๆ ฉนั้น เลยขอเข้ามาเขียนไปเรื่อยๆ แบบนี้ดีกว่าครับ


ความพิเศษอีกอย่างของการขับขี่ CX ก็คือ เข็มไมล์ แบบลูกกลิ้งครับ...พร้อม เส้นพิเศษ ที่จะทำให้เห็นตัวอักษรบนลูกกลิ้งชัดขึ้นครับ....

ไฟเตือนสี เหลืองทางด้านซ้านบน...เป็นตัวเตือนเบรคมือครับ ส่วนไฟเตือนที่เหลือก็เหมือนๆ กับรถทั่วๆ ไปในสมัยนั้นครับ ที่จะมีพิเศษกว่าก็คือ ไฟ Stop ครับ

Stop นี่ นอกจาก จะเตือนความผิดปกติของระบบจ่ายน้ำมัน ส่วนผสมอากาศ ของตัวเครื่องแล้ว ยังเป็นตัวเตือนความผิดปกติของ ระบบไฮดรอลิคด้วยครับ.....ถ้า Stop ขึ้น ก็คือ ต้อง Stop จริงๆ ครับ หากฟื้นต่อขับไปล่ะก็ ไม่ดีแน่ๆ ครับ



หน้าปัดของ Citroen ต้องเป็นอุปกรณ์จาก Jaeger เท่านั้นครับ ความคลาสคิค ของมันอยู่ที่ตรงนี้ล่ะครับ.....เข็มวัดรอบ อยู่ทางด้านซ้าย  วัดความเร็วอยู่ทางด้านขวาครับ

ทางซ้ายสุดเป็นนาฬิกา ทางขวาสุด เป็นมาตรวัดระดับน้ำมันเครื่องครับ รถฝรั่งเศษส่วนใหญ่มีมาตรวัดระดับน้ำมันเครืองมาให้ตลอดครับ ผมขอให้ชื่อมันว่า "เข็มตก" ที่เรียกว่าเข็มตก เป็นเพราะ มันจะทำงานเฉพาะตอนที่เราสตาร์ดเครื่องใหม่ๆ ครับ หลังจากนั้นไม่นาน มันก็จะตกลงไปครับ ตอนที่รถวิ่ง มันไม่ทำงานครับ

ความดีของพวงมาลัยก้านเดียว นอกจากจะสามารถจับได้ถนัดมือแล้ว ยังสามารถมองเห็นสัญญาณเตือนต่างๆ ได้ชัดเจนอีกด้วยครับ....

เอ๊ะ...ผมลืมอะไรไปหรือเปล่า ฮ๋าๆๆๆ เหมือนจะใช้นะครับ รถคันนี้ เป็นเกียร์อัตโนมัติ......ไฟแสดงตำแหน่งเกียร์ของ Prestige คันนี้....ขอบอกว่า ควรมาเห็นเองด้วนตา จะรู้ว่า นักออกแบบมีความตั้งใจที่จะทำให้ไฟบอกตำแหน่งเกียร์ เปรียบเสมือนเพชร ที่ส่องประกายอยู่บนหน้าปัดครับ......ลองมาดูกันครับ

ตำแหน่ง P


ภายนี้จะเห็นตำแหน่ง ของเข็มวัดระดับน้ำมัน ทางขวาค่อนข้างชัด และยังเห็น มาตรวัดระดับน้ำมันเครื่องอีกด้วยครับ บางครั้ง การซึมซับเอาความเป็น Prestige และความตั้งใจในการพยายามท้าทายเทคโนโลยี ในสมัยนั้นของทั้งวิศวกรและนักออกแบบแล้ว มันก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ครับ

ระบบหน้าปัดพวงนี้ ถึงแม้ว่าจะซ่อมยาก ถึงยากมากเลยก็ตาม แต่มว่า ถ้าซ่อมโดยคนที่รู้จริง และถูกวิถี มันจะอยู่กับเราไปอีก 40-50 ปีเลยก็ว่าได้ครับ เพราะกลไลทุกอย่างเป็น Mechanic ทั้งหมด ทำให้มันมีความทนมากๆ และเสื่อมช้ากว่าแบบดิจิตัลยุคใหม่ครับ

ตำแหน่ง R


ตำแหน่ง N


ตำแหน่ง A (Automatic)


ตำแหน่ง Low gear selection 2 และ 1 ครับ




แถมให้อีกรูปครับ ชัดๆ ไปเลยย



เนื่องจากว่า วันที่ผมได้ไป เห็นตัว Prestige คันนี้ ได้นั่งถกเถียงเรื่องราวต่างๆ กับคุณลุงสุดเฟี้ยว ที่เป็นเหมือนกับ CEO ที่สร้างรถคันนี้ขึ้นมาอยู่นานพอสมควร.....นั่งจนเย็น เลยมีโอกาส ได้ถ่ายรูป Prestige คันงามนี้ ในช่วงกลางคือมาเล็กน้อยครับ



อย่างที่ว่ากันไว้ครับ....ที่นั่งด้านหลังขง Prestige คือสถานที่พิเศษจริงๆ ครับ ถึงแม่ว่าควาเห็นของผม ในเรื่องเบาะนั่ง มันอาจจะไม่ได้นั่งสบายเท่า XM แต่ถ้าเป็นในภาพรวมล่ะก็ XM ก๋เทียบ บรรยากาศโดยรวมของ Prestige ไม่ได้เหมือนกันครับ



ถ้าสังเกตดีๆ หลายคนอาจเกิดคำถามขึ้นมาบ้างแล้ว ว่า รถคันนี้ มีระบบปรับอากาศ แต่ไม่มีสวิตส์ ควบคุมอย่างนั้นหรือ? ฮ๋าๆๆๆ มันอยู่ตรงนี้ครับ ทั้งก้านควบคุม พัดลม อุณหภูมิอยู่ตรงนี้หมดเลยครับ อ๋อ มีเปิดปิด AC ด้วยนะครับ และเบรคมืออยู่ติดทางด้านคนนั่งครับ ส่วนก้านขวาๆ ที่อยู่ถัดจากเบรคมือไปนั่น คือตัวควบคุมระดับความสูงของตัวรถครับ Ride High Selector ครับ สามารถปรับได้ 4 ระดับ

จากล่างไปหาบน คือ Low Service, Normal Ride, Intermediate High, High service

ตามชื่อเลยครับ Low Service ตัวรถจะถูกกดลงต่ำที่สุด ต่ำจนหมาไม่สามารถเข้าไปนอนได้ มีไว้เพื่อนซ่อมระบบไฮดรอลิค เป็น Work shop use ครับ หรือมีไว้ถ่ายรูปส่วนๆ ครับ ที่ระดับนี้  Suspension จะไม่ทำงานเลย กล่าวคือ ไม่มีโช๊คเลย นั่นแปลว่า ระดับนี้ ไม่สามารถเคลื่อนทีได้ครับ หรือหากจำเป็นต้องเคลื่อนที่ ก็ต้องเคลื่อนอย่างระมัดระวังที่สุด

Normal High คือความสูงปกติ โดยปกติแล้ว เราจะจอด Citroen ไว้ที่ความสูงนี้ครับ และจะไม่ได้ยุ่งกับระบบควบคุมความสูงบ่อยๆ ครับ เราใช้ Normal Ride high นี้ ทุกๆ ย่านความเร็วครับ ตัวรถจะนุ่มนิ่มตามสไตล์ Citroen และ ระบบ Self leveling จะทำงานโดยอัตโนมัติครับ

Self Leveling นี้ จะไม่ยอมให้ ความสูงของรถเปลี่ยนแปลงครับ กล่าวคือ ไม่ว่าบรรทุกมาหนักแต่นั้น ท้ายรถก็จะมีความสูงเทาเดิมครับ ท้ายไม่ห้อยเหมือนกับรถที่ใช้ช่วงล่างแบบสปริงครับ

มาต่อกันที่ระดับ Intermediate High คือระดับ กึ่งสูง ที่สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กม ชม ครับ ระยะชักของ Suspension ในระยะนี้ จะมีน้อยกว่า Normal Ride High ครับ ต้องระวังให้มากๆ เวลาใช้ครับ ถ้า Citroen เขาหนีน้ำท่วม ก็ต้องที่ระดับนี้ล่ะครับ  ;D ;D

และระดับสุดท้าย คือ High Service ตามชื่อเช่นเดิมครับ ระดับนี้ มีไว้เปลี่ยนยาง....รถซีตรอง สามารถทำตัวเองให้เป็นแม่แรงได้โดยไม่ต้องเอาแม่แรงไปยกรถเลยแม้แต่น้อย มากไปหว่านั้น ยังสามารถวิ่ง 3 ล้อได้ด้วยอีกครับ มากไปกว่านั้น ระดับนี้ ยังมีไว้ใช่วัดระดับของน้ำมันไฮดรอลิค ในระบบ ว่ามีเพียงพอหรือเปล่าอีกด้วยครับ ระดับนี้ ไม่สามารถขับรถได้ หรือหากมีความจำเป็น ก็ต้องกระทำที่ความเร็วต่ำมากๆ และใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุดครับ



คันเกียร์รูปหัวงู เวลาจะเปลี่ยนเกียร์ ต้องเอามือล้วงเข้าไปที่ปากงูครับ ^^

 

เรารักจ่าโท :))))

ออฟไลน์ Headman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,150
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2016, 21:27:59 »
ขออนุญาตมองต่างครับ

ถ้า Peugeot พยายามจะฆ่า Citroen จริง ทำไมในช่วงแรกตั้งแต่ซื้อมาถึงได้วาง Brand position ให้สูงกว่ารถตัวเอง (ไม่นับการ Re-brand ที่พึงเกิดขึ้นเมื่อปี 2015-2016)

ส่วนเรื่องการ sharing technology มันเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจ ถ้าจะถาม ผมกลับอยากถามว่าทำไม Citroen ถึงได้ปล่อยให้สภาพทางการเงินย่ำแย่จน Peugeot ต้องเข้ามาเพิ่มทุนให้มากกว่า

ช่วงล่าง Torsion bar ผมไม่มีข้อมูลขอไม่ฟันธงแต่ครั้งแรกมันปรากฎในปี 1981 กับ 305 SW ถ้าเทียบกับ Timeline ตอน Develop stage ในช่วงปี 1974-1975 ก็มีความเป็นไปได้ที่ engineer ของทั้ง 2 company จะมาร่วมกันพัฒนา แต่คำถามคือมันจะ merge กันได้เร็วขนาดนั้นเลยหรือเปล่า

C6 ถามว่ามาช้าเกินไปหรือไม่ ถ้าเป็นผมก็อาจจะตอบว่าไม่ เพราะผมเห็นแล้วว่ากระแสรถใหญ่มันสาละวันเตี้ยลงทุกวัน ถ้ายังไม่จำเป็นเลื่อนได้ก็เลื่อนไปก่อน เพราะมันไม่ใช่รถที่ทาง PSA เน้นยอดขายอะไรขนาดนั้น สู้เอาเงินไปลงพวก C2/C3/C4 หรือพวก Picasso ที่น่าจะทำเงินได้มากกว่า

สมัยที่เป็น 1974 เป็นช่วงที่ CX กำลังออกสู่ตลาดครับ ซึ่งตอนนั้น เป็นยุคที่ Citroen ยังคงเป็น Citroen อยู่ครับ การแชร์ แทคโนโลยี ยังไม่มีแน่นอนครับ เพราะช่วงล่างแบบคานบิดที่ว่านั่น มีมาในรถ Peugeot 405 จะเห็นได้ชัดที่สุดครับ ซึ่งก็เป็นปี 198X ขึ้นมาแล้วครับ ตรงจุดนี้ผมมองว่า Sharing หรือเปล่า ยังไม่รู้นะครับ

ส่วนเรื่องของ C6 นั่น เป็นความ ถ้ามองว่าเป็น Flagship ก็ควรจะออกมาอยู่นะครับ เพราะตอนนั้น หลังจากที่ 605 ลงไป 607 ก็มาต่อพอดี เท่ากับว่า ทาง Peugeot นั่นมี Flagship ของตัวเองขายอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่ Citroen ไม่มีครับ.....ตรงนี้น่าเสียดายมากๆ เพราะความ Innovative ของ C6 ในวันนั้นเมื่อปี 2001 เทียบกับความ Innovative ของมันในปี 2006 นั่น.....ถึงเทคโนโลยร จะเหมือนกัน แต่ความเจ๋ง วาว ต่างกันครับ...ทำให้ C6 ค่อนข้างจะดับไป เมื่อต้องเปิดตัวในปี 2006 ครับ ^^

ขอบคุณพี่ๆ ที่เข้ามาตอบมากๆ เลยนะค๊าบบ จะได้เป็นสีสรรค์กันไป ส่วนตัวแล้ว ผมเอง ไม่ใช่เกลียด Peugeot ตัวร้ายแต่อย่างไร แต่ไม่ชอบ ที่หลังจากควบรวมทุนกันแล้ว ตัดเทคโนโลยี ตัดความสามารถทางด้านการ Design ออกไป สังเกตจาก XM เทียบ 605 เป็นหลัก จะเห็น ถึงจะใช้ Platform เดียวกันแต่ความพยายามที่จะคิดต่างของ เบอร์โตเน ก็ยังพยายามทำให้ XM ออกมา ต่างจาก 605 แบบ...ไม่มีเค้าโครงเดิม.....มันเหมือนเป็นการบอกกลายๆ ว่า ฉันไม่ต้องการออกแบบอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของ PSA ครับ

^^ ถึงจะขึ้นชื่อว่า Flagship ก็จริง แต่ก็มีแค่เมืองไทยเราเท่านั้น (คิดว่านะครับ) เทียบ C6 กับ Series 7 หรือ S class ทั้งๆ ที่จริงแล้ว มันไม่ใช่ครับ  C6 ควยจะเทียบแต่ Series 5 เท่านั้น ฉนั้น ถึงมันขายในปี 2001 เปิดราคามาพอๆ กับ Series 5 หรืออาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำ ผมก็คิดว่า ด้วยความเป็นตัวเองของ Citroen จะสามารถขาดได้เยอะกว่านี้น่ะครับ ^^ น่าเสียดายที่บ้านเรา เปิดราคามาระดับ 6 ล้าน...บอกตรงๆ ว่า ตอนนั้น....ไม่สู้ครับ...ผ่านไป 4 ปี.....เหลือ 2 ล้านปลายๆ....แต่มันก็สายไปเสียแล้วครับ

Timeline ของซีวิต Flagship Citroen มันช่างน่าสงสารเสียจริงๆ พูดแล้วสงสารครับ มาต่อที่ Prestige คันงามของเราต่อดีกว่าครับ.....:)

ผมลองไปหาข้อมูลก็มีความเป็นไปได้ว่าช่วงล่าง Torsion bar น่าจะมาจากทาง Citroen จริงๆเพราะ GS ที่ออกขายตั้งแต่ 1970 ก็มีช่วงล่างลักษณะนี้ใช้แล้วเพียงแต่ใช้เป็น Hydro pneumatic แทน Shock absorber แต่ยังคงใช้เป็น Beam เหมือน 305SW น่าจะมาจากการ Design ของ Citroen ที่ต้องการให้ Passenger area อยู่ภายในส่วนของ Monocoque ตามที่คุณว่าไว้ครับ

ขอตอบทีล่ะประเด็นเลยนะครับ เพราะเหมือนกับว่า คุณจะมีความสนใจใน Citroen พอสมควรครับ....ถ้ารูปแบบคานบิดนี้ มันมีมาก่อนปี 70 อีกนะครับ ลองกลับไปทำการบ้านมาใหม่ดีๆ แล้วเรามาว่ากันอีกทีดีกว่าครับ ว่าพื้นฐานของรถคานบิด มันคืออะไรกันแน่ มากไปกว่านั้น การใช้ ส่วนการออกแบบให้มีตุ้มนั้น แท้จริงระบบ คาดบิดที่ว่ามานี้ ออกแบบพิเศษ เพื่อมารองรับ หรือเรียกอีกอย่างว่า Specific Design for Citroen เท่านั้นครับ Peugeot ควรจะใช้คำว่า Share หรือเปล่า มาว่ากันต่อครับ ขอให้พี่ๆ ที่เข้ามาอ่าน วิเคราะห์และพิจารณาไปช้าๆ พร้อมๆ กันนะครับ หากมีข้อสงสัย สามารถถามได้เลยครับโผ้มมม

 ส่วนของ 205 ที่มาใช้ Torsion bar แทนคงเป็น High level อีกขั้นที่มาพัฒนาร่วมกันอีกที เพราะทาง Citroen ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ Spring

ถ้าบอกว่า Citroen ไม่มีรถสปริงที่ดีล่ะ ตามประสบการณ์ส่วนตัว และเรื่องเล่าปากต่อปาก ของ ผู้ใช้จริงนะครับ รถสปริง ที่แจ่มๆ ก็มี ZX แล้วก็ C4 นะครับ อาจจะดูใหม่ไปซักหน่อย แต่ก็ ไม่ได้พัฒนาร่วมกันเลยแม้แต่น้อยครับ....ถ้าเราใช้ Citroen เพราะความเป็น Innovative ของตัวรถล่ะก็ ต้องเป็น CX หรืออะไรก็ได้ ที่เป็น Citroen แท้ๆ ครับ ไม่ใช่ Citroen เทียมแท้ แบบ XM Xantia ครับ....ดั่งคำที่คุณลุงสุดเฟี้ยว เลยพูดไว้ว่า

"macpherson strut มันจะมาสู่ ปีกนกคู่ได้อย่างไร" macpherson strut มันคือ Peugeot ครับ เป็นที่มาของ Front Strut mounted top ที่เป็นปัญหากันอยู่ทุกวันนี้ครับ หรือเรียกว่า ยางหัวโช๊คนั่นเองครับ.....Citroen แท้ๆ อย่าง CX เป็น macpherson strut ครับ ส่วนันต่างอย่างไร...ต้องลองครับ...หรือ จะมีข้อความที่เขียนเกี่ยวกับ ประสบการณ์การขับ CX20 สภาพ เกือบสมบูรณ์ และ ประสบการณ์การนั่ง Prestige คันนี้ ตามมาอีกครับ

 เรื่อง Design มันเป็นเรื่องปกติที่ต้องบางส่วนออกเพื่อให้ควบคุมต้นทุนและมีกำไรมากพอที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ครับ รถ France ยุคทศวรรษ 60-80 นี่จะเห็นว่าแหวกการออกแบบเกือบหมด Renault นี่ยิ่งกว่า Citroen อีก แต่พอมาดูปัจจุบันมันต้องควบคุมต้นทุนก็ต้องแชร์ part กันไปเพื่อให้มีกำไรล่ะครับ ถ้าอยากให้มี Design ที่โดดเด่น ใช้ part ร่วมกันไม่ได้ คุณก็ต้องมีวิธีลดต้นทุนที่เหนือกว่าชาวบ้านเค้า

ลดต้นทุน เหมือนชาวบ้านเขา ลดต้นทุนหรือไม่...ผมคงจะตอบว่าไม่ครับ Citroen ไม่ใช่บริษัทรถยนต์ที่ใช้การลดต้นทุนครับ ทุกอย่างที่ Citroen สร้าง มันต้องมีที่มา การลดต้นทุก เกิดขึ้นในบริษัทรถ Citroen มีก็จริง แต่มันไม่ใช่ แบบที่คุณกำลังเข้าใจอยู่...การลดต้นทุกของ Citroen ที่การสร้างอะไรที่ ชาญฉลาดออกมา เพื่อให้ทุนมันลดลง ไม่ใช่การลดต้นทุกแบบ Mass Production ที่พบเจอกันในรถ ธรรมดาทั่วไปครับ ไม่ว่าจะเป็น Traction Avant ที่เป็นรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้าคันแรกที่ออกจากโรงงาน ลดต้นทุนด้วยการ ลดจำนวนชิ้นส่วนระบบขับเคลื่อนลงครับ หรือว่าจะเป็น การสร้าง Citroen DS ที่โครงสร้างของตัวรถ สามารถถอดประกอบเองได้หมด ต่างจากรถในยุคเดียวกันครับ ประแจตัวเดียว ขัดน๊อตได้เกือบทั้งคัน แบบนี้ คือการลดต้นทุกที่ดีครับ

การใช้ Composite Material ในการสร้าง DS ก็เช่นกัน แต่มันกลับส่งผลให้ DS เป็นรถที่มี CG ต่ำมาก...แบบนี้ซิครับ ถึวจะเรียกว่า ลดต้นมุนในแบบ Citroen ครับ...หรือดังที่คุณได้กล่าวมาแล้ว ว่าลดต้นทุน ที่เหนือกว่าชาวบ้านเขา...ผมขอใช้คำว่า......ฉลาดกว่าชาวบ้านเขาดีกว่าครับ ลองย้อนถามตัวเองดูครับ ว่าทุกวันนี้ มีพาหนะไว้เพื่อพาจากจุด A ไป จุด B หรือเปล่า ถ้าใช้ Citroen ไม่ใช่รถของคุณครับ และไม่ควรที่จะเป็นรถของคุณเด็ดขาด....ถ้าคิดแค่นั้น คุณก็วื้อรถที่มีค่าความเป็น Mass Production ต่อไปดีแล้วครับ ^^

 Share part กัน แหม่ ผมอ่านคำนี้แล้วก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้เลยจริงๆ.........คุณทราบหรือไม่ครับ ว่า 605 กับ XM เป็นรถที่ แชร์ Platform กัน เกือบทั้งคัน?.....มีส่วนไหนของ XM กับ 605 ที่สามารถใช้ด้วยกันได้บ้างครับ? ถ้าจะลดต้นทุกกันจริงๆ มันควรจะเป็นแบบ Honda ไหมครับ เครื่อง L15 วางกันตั้งแต่ Jazz ยัน BRV แถมยังเป็นการลดต้นทุนแบบ ไม่มีศิลปะเสียอีก ว่าไหมครับ


ว่ากันที่การเสียดุลการค้าของ Citroen ครับ Citroen ที่เสียดุลไป และต้องให้ Peugeot มาซื้อหุ้นไป ก็เป็นเพราะว่า การพัฒนาเครื่อง Bi rotor วางใน Citroen GS แล้วไม่ประสบความสำเร็จ.....การสร้าง Citroen SM ออกมา โดยหวังที่จะขายใน อเมริกา แต่ท้ายที่สุดก็ไม่สามารถขายได้ เพราะข้อจำกัดทางด้านตัวถังในสมัยนั้น......พันธมิตรของ Citroen มี 3 ตัวใหญ่ๆ คือ Michelin, Total และอีกเจ้านึง ซึ่งผมไม่มั่นใจ.....เมื่อ 3 เจ้าใหญ่ๆ นี้ ขายหุ้นหมด....Citroen จะไปอยู่กับใครล่ะครับ ก็ต้องให้ Peugeot มาซื้อหุ้นไป...แล้วท้ายที่สุด สมองก็ไหลไปอยู่ที่ Peugeot นั่นล่ะครับ....อืมม ผมอาจจะเล่าเรื่องมากไปกว่านี้ไม่ได้ เพราะผมก็ไม่ได้ย้อนเวลาไปเกิดในยุคที่มันเจริญรุ่งเรืองได้ครับ....แต่คร่าวๆ มันก็ประมาณนี้นั่นล่ะครับ


เอาตามจริง 607/C6 มันยังไม่ถึง Series 5 ด้วยครับ มันก้ำกึ่งระหว่าง Series 3 กับ 5 อารมณ์ประมาณ Skoda Superb ล่ะครับ

ถ้าพูดถึงขนาดของรถ ใช่ครับ มันคือประมาณนั้นเลยล่ะ แต่ถ้าพูดว่า C6 คือ Flagship แล้วล่ะก็ มันก็ควรจะเทียบกับ Flagship ของอีกค่ายใช่ไหมครับ?

607 ส่วนตัวนั้นผมไม่รู้ ว่ามันเป็น Flagship หรือเปล่า แต่ถ้า C6 ล่ะใช่ครับ Superb นี่ ควรจะเทียบกับ C5 จะดีกว่าไหมครับ สมน้ำสมเนื้อกันหน่อย C6 แลดูจะสูงไป ห่างต้องลดตัวลงมาเทียบกับรถในระดับ Superb ครับ ผมว่า เทียบเขาไว้ที่ 5 series ล่ะดีแล้วครับ ขนาด TOPGEAR ยังเอา C6 ไปเทียบกับ 5 series เลย จริงหรือเปล่าครับ?

ท้ายที่สุด คือ Creative Technology นั่นเป็นจริง ไม่ใช่คำโฆษณา ยังมีอีกหลายจุดของ Prestige คันนี้ ที่เป็น Creative Technology ครับ....เรามาว่ากันไปทีล่ะจุดดีกว่าครับ ส่วนเรื่องประวัติ Citroen ผมจะหามาเขียนเพิ่มเรื่อยๆ นะครับ...ยังไงก็ ติดตามกันต่อไปครับ


เรารักจ่าโท :))))

ออฟไลน์ tennessee

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 79
    • อีเมล์
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: ตุลาคม 15, 2016, 11:54:32 »
ขออนุญาติเข้ามาแสดงความเห็นด้วยครับผมเป็นคนนึงที่สนใจและชอบcitroen มันก็เป็นรถที่ดีใช้ได้ระดับนึงทีเดียว จุดเด่นจริงๆของตัวรถถ้าพูดถึงcitroenคนจะจดจำกันถึงช่วงล่างเท่าที่สัมผัสมา รูปแบบช่วงล่างจริงๆไม่ได้มีความพิเศษหรือซับซ้อน ส่วนใหญ่เป็นแมคเพอร์สันสตรัทและสวิงอาร์มในล้อหลัง ในรุ่นใหม่ๆเช่น c6 และ c5 ตัวเชนจ์ ซึ่งด้านหน้าเป็นปีกนกและหลังเป็นมัลติลิ้งค์แล้ว ซึ่งรูปแบบช่วงล่างจะเหมือนกันทุกประการกับตระกูล peugeot 407 แตกต่างกันตรงยัดสปริงหรือตุ้ม แต่ผมกลับมองว่า ช่วงล่างในแบบ ดับเบิ้ลวิชโบนใน 407 ในแบบสปริง กลับทำได้ดีกว่าช่วงล่างแบบเดียวกันที่อยู่ในซีตรอง c6  ซึ่งเป็นแบบตุ้มมารองรับ คือดีทุกสภาวะ นุ่ม และหนึบ และมนๆกลมๆกว่าเมื่อเจอทางที่เป็นหุม เป็นสัน เป็นขอบ หรือขึ้นลูดระนาดแรงๆหรือคอสะพานแรงๆช่วงล่างซีตรองเมื่อเกินลีมิตจะสู้ช่วงล่างแบบสปริงไม่ได้ คือจะมีอาการดีดและอาการยันจนกระแทก...ซีตรองได้ระบบกันสะเทือนที่มีความพิเศษตรงที่เป็นระบบตุ้ม จึงได้ความพิเศษที่เหนือรถบางค่ายในสมัยนั้นตรงที่นุ่มแต่ยังมีความแน่นนิ่ง แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกหนึบหนับในแบบช่วงล่างสปริง และนุ่มนิ่มในแบบช่วงล่างถุงลม กล่าวคือช่วงล่างนุ่มแต่ไม่นิ่ม แพ้บางรูปแบบของถนน คือนุ่มเวลาขึ้นลูกระนาด แต่ระบบตุ้มจะแพ้พวกสัน พวกขอบ หรือหลุม จะติดกระด้างกว่าและแพ้รถที่เซตช่วงล่างนิ่มๆแบบสปริงและระบบถุงลม ภาพรวมถ้าพูดถึงซีตรองซึ่งจุดเด่นคือความนิ่มของมัน ผมให้3.5ดาวครับ แต่ถ้าไม่มีหลุมหรือสันนี่ผมให้4ดาวครับ

ออฟไลน์ Kaomao

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 39
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2016, 02:23:19 »
ขออนุญาติเข้ามาแสดงความเห็นด้วยครับผมเป็นคนนึงที่สนใจและชอบcitroen มันก็เป็นรถที่ดีใช้ได้ระดับนึงทีเดียว จุดเด่นจริงๆของตัวรถถ้าพูดถึงcitroenคนจะจดจำกันถึงช่วงล่างเท่าที่สัมผัสมา รูปแบบช่วงล่างจริงๆไม่ได้มีความพิเศษหรือซับซ้อน ส่วนใหญ่เป็นแมคเพอร์สันสตรัทและสวิงอาร์มในล้อหลัง ในรุ่นใหม่ๆเช่น c6 และ c5 ตัวเชนจ์ ซึ่งด้านหน้าเป็นปีกนกและหลังเป็นมัลติลิ้งค์แล้ว ซึ่งรูปแบบช่วงล่างจะเหมือนกันทุกประการกับตระกูล peugeot 407 แตกต่างกันตรงยัดสปริงหรือตุ้ม แต่ผมกลับมองว่า ช่วงล่างในแบบ ดับเบิ้ลวิชโบนใน 407 ในแบบสปริง กลับทำได้ดีกว่าช่วงล่างแบบเดียวกันที่อยู่ในซีตรอง c6  ซึ่งเป็นแบบตุ้มมารองรับ คือดีทุกสภาวะ นุ่ม และหนึบ และมนๆกลมๆกว่าเมื่อเจอทางที่เป็นหุม เป็นสัน เป็นขอบ หรือขึ้นลูดระนาดแรงๆหรือคอสะพานแรงๆช่วงล่างซีตรองเมื่อเกินลีมิตจะสู้ช่วงล่างแบบสปริงไม่ได้ คือจะมีอาการดีดและอาการยันจนกระแทก...ซีตรองได้ระบบกันสะเทือนที่มีความพิเศษตรงที่เป็นระบบตุ้ม จึงได้ความพิเศษที่เหนือรถบางค่ายในสมัยนั้นตรงที่นุ่มแต่ยังมีความแน่นนิ่ง แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกหนึบหนับในแบบช่วงล่างสปริง และนุ่มนิ่มในแบบช่วงล่างถุงลม กล่าวคือช่วงล่างนุ่มแต่ไม่นิ่ม แพ้บางรูปแบบของถนน คือนุ่มเวลาขึ้นลูกระนาด แต่ระบบตุ้มจะแพ้พวกสัน พวกขอบ หรือหลุม จะติดกระด้างกว่าและแพ้รถที่เซตช่วงล่างนิ่มๆแบบสปริงและระบบถุงลม ภาพรวมถ้าพูดถึงซีตรองซึ่งจุดเด่นคือความนิ่มของมัน ผมให้3.5ดาวครับ แต่ถ้าไม่มีหลุมหรือสันนี่ผมให้4ดาวครับ

แล้วระบบ hydraulic balance ใน BMW 7 E38 กับ.Merc S Class w140 และ พวก เบนซแวน หล่ะครับ พี่มีความเห็นอย่างไรครับ ?

ออฟไลน์ V221

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,803
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2016, 07:47:31 »
ขออนุญาติเข้ามาแสดงความเห็นด้วยครับผมเป็นคนนึงที่สนใจและชอบcitroen มันก็เป็นรถที่ดีใช้ได้ระดับนึงทีเดียว จุดเด่นจริงๆของตัวรถถ้าพูดถึงcitroenคนจะจดจำกันถึงช่วงล่างเท่าที่สัมผัสมา รูปแบบช่วงล่างจริงๆไม่ได้มีความพิเศษหรือซับซ้อน ส่วนใหญ่เป็นแมคเพอร์สันสตรัทและสวิงอาร์มในล้อหลัง ในรุ่นใหม่ๆเช่น c6 และ c5 ตัวเชนจ์ ซึ่งด้านหน้าเป็นปีกนกและหลังเป็นมัลติลิ้งค์แล้ว ซึ่งรูปแบบช่วงล่างจะเหมือนกันทุกประการกับตระกูล peugeot 407 แตกต่างกันตรงยัดสปริงหรือตุ้ม แต่ผมกลับมองว่า ช่วงล่างในแบบ ดับเบิ้ลวิชโบนใน 407 ในแบบสปริง กลับทำได้ดีกว่าช่วงล่างแบบเดียวกันที่อยู่ในซีตรอง c6  ซึ่งเป็นแบบตุ้มมารองรับ คือดีทุกสภาวะ นุ่ม และหนึบ และมนๆกลมๆกว่าเมื่อเจอทางที่เป็นหุม เป็นสัน เป็นขอบ หรือขึ้นลูดระนาดแรงๆหรือคอสะพานแรงๆช่วงล่างซีตรองเมื่อเกินลีมิตจะสู้ช่วงล่างแบบสปริงไม่ได้ คือจะมีอาการดีดและอาการยันจนกระแทก...ซีตรองได้ระบบกันสะเทือนที่มีความพิเศษตรงที่เป็นระบบตุ้ม จึงได้ความพิเศษที่เหนือรถบางค่ายในสมัยนั้นตรงที่นุ่มแต่ยังมีความแน่นนิ่ง แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกหนึบหนับในแบบช่วงล่างสปริง และนุ่มนิ่มในแบบช่วงล่างถุงลม กล่าวคือช่วงล่างนุ่มแต่ไม่นิ่ม แพ้บางรูปแบบของถนน คือนุ่มเวลาขึ้นลูกระนาด แต่ระบบตุ้มจะแพ้พวกสัน พวกขอบ หรือหลุม จะติดกระด้างกว่าและแพ้รถที่เซตช่วงล่างนิ่มๆแบบสปริงและระบบถุงลม ภาพรวมถ้าพูดถึงซีตรองซึ่งจุดเด่นคือความนิ่มของมัน ผมให้3.5ดาวครับ แต่ถ้าไม่มีหลุมหรือสันนี่ผมให้4ดาวครับ

แล้วระบบ hydraulic balance ใน BMW 7 E38 กับ.Merc S Class w140 และ พวก เบนซแวน หล่ะครับ พี่มีความเห็นอย่างไรครับ ?
W140 คล้ายๆ Citroen คือมีปั๊มไฮโดรลิคและตุ้ม Nitrogen ครับ การปรับระดับจะมีขาวัดระดับความสูงอยู่ด้านหลัง โช้คหลังเป็นกระบอกไฮโดรลิค ไม่เหมือนรุ่นปกติครับ

ออฟไลน์ Kaomao

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 39
Re: Exclusive First Impression "Nouvel" "Citroen CX prestige"
« ตอบกลับ #29 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2016, 23:38:13 »
ขออนุญาติเข้ามาแสดงความเห็นด้วยครับผมเป็นคนนึงที่สนใจและชอบcitroen มันก็เป็นรถที่ดีใช้ได้ระดับนึงทีเดียว จุดเด่นจริงๆของตัวรถถ้าพูดถึงcitroenคนจะจดจำกันถึงช่วงล่างเท่าที่สัมผัสมา รูปแบบช่วงล่างจริงๆไม่ได้มีความพิเศษหรือซับซ้อน ส่วนใหญ่เป็นแมคเพอร์สันสตรัทและสวิงอาร์มในล้อหลัง ในรุ่นใหม่ๆเช่น c6 และ c5 ตัวเชนจ์ ซึ่งด้านหน้าเป็นปีกนกและหลังเป็นมัลติลิ้งค์แล้ว ซึ่งรูปแบบช่วงล่างจะเหมือนกันทุกประการกับตระกูล peugeot 407 แตกต่างกันตรงยัดสปริงหรือตุ้ม แต่ผมกลับมองว่า ช่วงล่างในแบบ ดับเบิ้ลวิชโบนใน 407 ในแบบสปริง กลับทำได้ดีกว่าช่วงล่างแบบเดียวกันที่อยู่ในซีตรอง c6  ซึ่งเป็นแบบตุ้มมารองรับ คือดีทุกสภาวะ นุ่ม และหนึบ และมนๆกลมๆกว่าเมื่อเจอทางที่เป็นหุม เป็นสัน เป็นขอบ หรือขึ้นลูดระนาดแรงๆหรือคอสะพานแรงๆช่วงล่างซีตรองเมื่อเกินลีมิตจะสู้ช่วงล่างแบบสปริงไม่ได้ คือจะมีอาการดีดและอาการยันจนกระแทก...ซีตรองได้ระบบกันสะเทือนที่มีความพิเศษตรงที่เป็นระบบตุ้ม จึงได้ความพิเศษที่เหนือรถบางค่ายในสมัยนั้นตรงที่นุ่มแต่ยังมีความแน่นนิ่ง แต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกหนึบหนับในแบบช่วงล่างสปริง และนุ่มนิ่มในแบบช่วงล่างถุงลม กล่าวคือช่วงล่างนุ่มแต่ไม่นิ่ม แพ้บางรูปแบบของถนน คือนุ่มเวลาขึ้นลูกระนาด แต่ระบบตุ้มจะแพ้พวกสัน พวกขอบ หรือหลุม จะติดกระด้างกว่าและแพ้รถที่เซตช่วงล่างนิ่มๆแบบสปริงและระบบถุงลม ภาพรวมถ้าพูดถึงซีตรองซึ่งจุดเด่นคือความนิ่มของมัน ผมให้3.5ดาวครับ แต่ถ้าไม่มีหลุมหรือสันนี่ผมให้4ดาวครับ

แล้วระบบ hydraulic balance ใน BMW 7 E38 กับ.Merc S Class w140 และ พวก เบนซแวน หล่ะครับ พี่มีความเห็นอย่างไรครับ ?
W140 คล้ายๆ Citroen คือมีปั๊มไฮโดรลิคและตุ้ม Nitrogen ครับ การปรับระดับจะมีขาวัดระดับความสูงอยู่ด้านหลัง โช้คหลังเป็นกระบอกไฮโดรลิค ไม่เหมือนรุ่นปกติครับ

ของ w140 ก็ยกสูงต่ำได้แบบ ซีตรองหรือครับ?