ผู้เขียน หัวข้อ: Mercedes W210 E230 ?ลุงที่ยังพอจะเตะปี๊บดัง แต่อย่าหวังว่า ปี๊บจะกระเด็นไปไกล?  (อ่าน 68947 ครั้ง)

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
เมอร์เซเดส E-Class W210 เป็นรถระดับ Mid-size luxury car ใน D-segment ถูกผลิตขึ้นมาแทน รุ่น W124 ระหว่างปี คศ1995-2002

รุ่นที่นำมาทดสอบนั้น เป็นรุ่นปี 1996 ตัวประกอบนอก สีทรายทอง ในรุ่นนี้นั้น ยังใช้ระบบส่งกำลังแบบ ออโต้4 จังหว่ะอัตราทด
ที่หยิบยกมาจาก รุ่นพี่ W124 ซึ่งยังใช้แรงดันน้ามันเกียร์  เป็นตัวควบคุมในการเปลี่ยนเกียร์  ระบบพวงมาลัยแบบก็ยังเป็นไฮโดรลิค คันเร่งแบบสาย

ตั้งแต่ปี 1997 เป็นต้นไป จะได้ เกียร์ ออโตเมติก ห้า จังหว่ะอัตราทด  ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยระบบอิเล็คโทรนิค 
สามารถเปลี่ยนเกียร์ด้วยการ โยกคันเกียร์ ไปทาง ซ้ายหรือขวา เรียกระบบนี้ว่า "Touch Shift" 

ในช่วงอายุของมันนั้น ได้มีการแทนที่เครื่อง หกสูบแถวเรียง วางตามยาว (ซึ่งไม่ค่อยพบเห็นแล้ว ในเครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ ยกเว้น บีเอ็ม)
ด้วยเครื่อง วีหก ในปี 1998  และในปี 2000ได้นำระบบ Common Rail (CDI) มาใช้กับเครื่องยนต์ ดีเซลอีกด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2010, 03:01:14 โดย Lecter the Ripper »

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
W210 นั้นมากับความยาว 4810  มิลลิเมตร  กว้าง1799 มิลลิเมตร  สูง1445 มิลลิเมตร
พร้อมระยะฐานล้อ 2833 มิลลิเมตร
นํ้าหนักรถเปล่า 1450 kg 

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
การตกแต่งนั้น คันนี้มาในแบบ Elegance จะมาพร้อมกับเบาะนั่งสีเบจ และลายไม้วอลนัท ให้ความรู้สึก หรูหรา โปร่ง โล่ง
กว้างขวาง น่านั่ง และเป็นมิตร  วัสดุที่นำมาใช้นั้น เป็นเกรดค่อนข้างดี (ไม่แน่ใจว่าตัวประกอบในประเทศ จะใช้วัสดุเกรดเดียวกันหรือเปล่านะครับ)
เหตุผลง่ายๆคือ ภายในของรถคันนี้  ไม่ได้เก่าไปตามอายุ 14 ปีของมันเลย   เบาะหนังยังคงความนิ่ม รอยแตกลายงามีค่อนข้างน้อย
ลายไม้ยังคงความเงาวับ เหมือนเพิ่งออกรถคันนี้เมื่อ 4-5  ปีที่แล้วเอง  นี่อาจจะเป็นเหตุผลนึงกระมั้ง ที่มีคำกล่าวว่า เมอร์เซดีส นั้น ?อยู่เหนือกาลเวลา?

ถ้าจะเทียบความกว้างขวางของห้องโดยสาร W210 ทำคะแนนนำ W211  ด้วยซ้าไป

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
เบาะคู่หน้า ปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบความจำ 3 ตำแหน่ง ปรับได้ละเอียดทุกสิ่งอัน ถ้ามองข้ามความเพี๊ยนๆ มันไปได้ เช่น เลื่อนให้เดินหน้า
ตัวเบาะจะ มีอาการ ?เดินหน้า ๆ กระตุกๆ ถอยหลัง เดินหน้า? บ้างเป็นบางครั้ง ด้วยอายุอานามที่มากแล้วนั่นเอง   

ตำแหน่งที่วางแขนนั้น ทำหน้าที่ของมันได้ครบถ้วนอย่างที่ควรจะเป็น จะมีข้อตำหนิก็คือ มือจับเพื่อปิดประตูนั้น  อยู่ใกล้บานพับประตูมากไปหน่อย
ทำให้ต้องออกแรงมาก ในการปิดประตูแต่ละครั้ง 

พื้นที่เหนือศีรษะ และพื้นที่วางขา มีให้เหลือๆ ทั้งด้านหน้าและหลัง   อาการที่ขาซ้ายของคนขับ  จะถูกเบียดเบียนจากหัวหมู ในBMW
พบได้น้อยกว่าพอควรใน W210 แต่ก็ยังมากกว่าบรรดารถขับหน้าทั้งหลายอยู่ดี

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
ประตูคู่หลังนั้น เข้าออกสะดวกสบาย มีม่านไฟฟ้าที่กระจกหลัง สามารถเลื่อนขึ้นลงได้จากปุ่มบริเวณคอนโซลหน้า 
ต้องกดค้างให้ม่านขึ้น-ลงจนสุด ไม่มีระบบ one-touchมาให้ เหมือนใน W211  และไม่มีม่านกระจกผู้โดยสารตอนหลัง

มีช่องแอร์มินิ สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ช่วยกระจายความเย็นได้นิดหน่อย  ทำหน้าที่เป็น แอร์ใจ(เย็น) มากกว่า เบาะหนานุ่ม รองรับต้นขา 
นั่งสบายมากกว่า W211 เสียอีก

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
พนังพิงศีรษะ สำหรับผู้โดยสารตอนหลังนั้น ใช้ระบบ อัตโนมือเวลายกขึ้น แต่สามารถกดปุ่มที่คอนโซลด้านหน้าเพื่อ เอาลงได้ 
พร้อมกับเสียงกระแทกตึงตัง  เป็นกันทั้ง W210 และ W211  สามารถทำให้พลขับและผู้โดยสารตกใจได้  ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นเลยในรถระดับนี้ 
ดีแท้ที่ W212 ไม่เกิดปัญหานี้แล้ว เพราะใช้พนักพิงเหมือนชาวบ้านเขาซักที

ข้อตำหนิอันใหญ่หลวงอีกข้อ ก็คือ รถอะไรฟระ ไม่มีที่วางแก้วน้าขวดน้า ที่วางได้ดีๆเลย ซักตำแหน่งเดียว ไปศึกษาพี่โต
ที่วางแก้วน้าได้ สิบตำแหน่งต่อคันบ้างนะ (จุดขายเค้าหล่ะ)

ห้องสัมภาระ เปิดโดยดันปุ่มบริเวณ รูกุญแจเข้าไป    มีขนาดใหญ่ยาวมากมาย 

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
แผงมาตรวัด  มีโหงวเฮ้งคุ้นตา พบได้ใน เมอร์เซเดสแถวๆ ยุค 90-00? (ต่ากว่านั้นไม่แน่ใจ เพราะเกิดไม่ทันครับ)

ให้ความชัดเจน อ่านง่าย  และยังอุตส่าห์มี เซ็นเซอร์รับแสง  ปรับความความสว่างของจอแสดงผลขนาดมินิ นาฬิกาดิจิตอล
และอุณภูมิภายนอกรถมาให้ด้วย

จอแสดงผลนั้น ทำอะไรไม่ได้นอกจาก แสดงระยะทริป และ ระยะทางทั้งหมด

เครื่องปรับอากาศ เป็นแบบ ดิจิตอล แยกซ้าย ขวา ของเดิมๆที่ติดรถมานั้น ไม่ค่อยเย็น  สู้รบปรบมือกับแดดหน้าร้อนของบางกอกไทยแลนด์ไม่ค่อยไหว 
ถึงจะมีกระจกกรองแสงสีเขียวติดรถมา ก็มิได้นำพา (รุ่น Avantgard จะให้กระจกกรองแสงสีฟ้า)  หลังจากที่เปลี่ยนคอมแอร์ใหม่ ถึงบรรเทาข้อครหา
?รถยุโรป แอร์ไม่เย็นสู้ เดนโซ่  โตต้าไม่ได้?  (แต่เผลอๆ คอมแอร์ตัวใหม่ ยี่ห้อ เดนโซ่ T-T)

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
เครื่องเสียงติดรถนั้น เป็นของ โซนี่ เล่นซีดีได้ หกแผ่น โดยกล่องเก็บซีดีจะอยู่ท้ายรถ  มีตัวควบคุมวิทยุ เป็นมินิรีโมทมีสาย
เพื่อลดการละสายตาจากถนน แต่อิงอยู่บนพื้นฐานว่า ต้องใช้รีโมทตัวนี้คล่องนะ  ซึ่งตลอดเวลา14 ปี ผมไม่เห็นใครในบ้านทำได้เลย 
 สิ่งนี้น่าจะเป็นความพยายามแรกๆ ก่อนจะมีระบบ มัลติฟังก์ชั่นที่พวงมาลัย


ถ้าถามผมว่าเสียงดีไหม ?เอ่อ  เอาเป็นว่าเสียงดังออกมาจากลำโพงเวลาเปิด  และไม่มีเสียงแปลกๆ ออกมาตอนที่ปิดอยู่ ผมก็ดีใจมากแล้วล่ะ 

ปุ่มแถวบนสุดของคอนโซล เรียงจากซ้ายไปขวา มีการทำงานดังนี้
ปุ่มฉีดล้างไฟหน้า  ปุ่มพับพนักพิงด้านหลัง ปุ่มไฟฉุกเฉิน และ ปุ่มล็อกประตู

ถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสาร คู่หน้า ด้านข้าง รวม  4 ใบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2010, 14:02:10 โดย Lecter the Ripper »

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
รายละเอียดทางวิศวกรรม และการทดลองขับ

เครื่องยนต์บล็อก M111.970  สี่สูปแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว 2295 cc multipoint injection
148 hp @ 5500 rpm  max torque 220 nm @3800 rpm
เรดไลน์ เริ่มที่  6200 rpm
ระยะช่วงชัก 90*88.4 มิลลิเมตร  อัตราส่วนกำลังอัด 10.4
อัตราทดเพืองท้าย 3.67
รัศมีวงเลี้ยว  5.65 เมตร

ระบบพวงมาลัย Rack and Pinion พร้อมระบบช่วยผ่อนแรง
ความจุถังน้ามัน 65 ลิตร  ใช้น้ามันเครื่อง 5.8 ลิตร
น้าหนักรถเปล่า 1450 kg  อัตราส่วนกำลัง 102.07  แรงม้าต่อตัน  , 64.35 แรงม้าต่อลิตร (ประมาณครึ่งนึงของอัตราส่วน ของ F458 Italia แฮะ) 
หรือม้าStuttgart หนึ่งตัว แบกน้าหนัก 9.80 kg
ค่า Cd = 0.29

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
ระบบช่วงล่าง
Front Independent double wishbone with coil springs, gas-pressurized shock absorbers and stabilizer bar.
Rear 5-arm multilink with coil spring, gas-pressurized shock absorbers and stabilizer bar.
มากับล้อ 15 นิ้ว และยาง 205/65 R15 ซึ่งในขณะนี้ได้ใส่ GR-80 อยู่


ความเร็วสูงสุด แต่ละเกียร์ อ้างอิงจากคู่มือประจำรถ
1st  55     km/hr      @ 6200 rpm
2nd  103   km/hr     @ 6200 rpm
3rd  168    km/hr     @ 6200 rpm
4th  212     km/hr       -


แต่จากการทดลองจริง ได้ผลดังนี้
1st 50      km/hr        @5100 rpm
2nd 90      km/hr       @5100 rpm
3rd 160     km/hr       @5700 rpm
4th 215     km/hr          -

ด้วยความไม่สมบูรณ์ของตัวเกียร์ ที่วิ่งมา 170,000 km และผ่านการ โอเวอร์ฮอล มาถึง สอง ครั้ง
ระบบ ECU ได้สั่งตัด รอบที่ 5100rpm แทนที่จะเป็น 6200 rpm เพื่อป้องกันความเสียหายกับเกียร์  ทำให้ผลที่ออกมา
เพี๊ยนไปจาก คู่มือติดรถนิดหน่อย ผมเชื่อว่า ถ้าเกียร์มีความสมบูรณ์   ผลการทดลองน่าจะตรงกับ คู่มือติดรถ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2010, 03:26:11 โดย Lecter the Ripper »

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
การทดสอบอัตราเร่งในครั้งนี้ ได้ยืมมือ พี่ Jimmy มาเป็นพลขับ และผมเป็นคนจับเวลา ทำการทดลองในยามค่าคืน
เพื่อความสะดวกและ ปลอดภัย  ผม น้าหนัก 70 kg รวมกับพี่ Jimmy 90 kg เป็น 160 kg
เติมโซฮอล 95 ไม่ทราบปั้ม เปิดแอร์    ผลที่ได้ ออกมาดังนี้

อัตราเร่ง 0-100 km/hr
ครั้งที่ 1    12.86   วินาที
ครั้งที่ 2    13.31   วินาที
ครั้งที่ 3    13.12   วินาที
ครั้งที่ 4    12.80   วินาที

เฉลี่ย           13.02   วินาที



อัตราเร่งแซง 80-120 km/hr  (เกียร์ 3 only)
ครั้งที่ 1    10.84   วินาที
ครั้งที่ 2    10.38   วินาที
ครั้งที่ 3    10.56   วินาที
ครั้งที่ 4    10.80   วินาที

เฉลี่ย          10.65   วินาที


อืมมมมมม  เห็นตัวเลขการทดลองแบบนี้ ผมแอบแปลกใจนิดๆเหมือนกัน ว่ามันออกมาดีกว่าที่ผมคาดไว้แฮะ

ถ้าเกียร์มีความสมบูรณ์ 0-100 จะจบที่เกียร์สอง ไม่ต้องตัดรอบไปยังเกียร์สาม แบบในครั้งนี้
และ 80-120 ก็จะใช้ เกียร์ สอง และ เกียร์สาม  ไม่ใช่เกียร์สาม เกียร์เดียว เช่นนี้

ผมเชื่อว่า เราจะได้เห็นตัวเลขที่น้อยลง  1-2 วินาทีเลยทีเดียว ถ้าเกียร์มีความสมบูรณ์

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
บุคลิกของช่วงล่างนั้น อยู่ค่อนไปทางนุ่มนวล   แต่แรงสะเทือนจากหลุมยังส่งผ่านตัวถังเข้ามาพอสมควร
สัมผัสอาการ เด้งขึ้นเด้งลงตามพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบที่ความเร็วต่าได้  ระบบช่วงล่างควรจะดูดซับแรงสะเทือนจากหลุมบ่อได้มากกว่านี้
ซึ่งเรื่องนี้ รถญี่ปุ่นหลายๆคันที่อายุอานามน้อยกว่า แต่ใช้ระบบช่วงล่างด้อยกว่า ยังสามารถทำได้ดีกว่านี้เลย


อาการของรถในโค้งนั้น  ให้ความรู้สึกว่ามีน้าหนักพอสมควร  ไม่ได้ปราดเปรียว เลี้ยวซ้ายขวา แบบใน E60 รถจะออกอาการ oversteer
หรือท้ายปัด ในโค้งแคบ ตามธรรมชาติส่วนใหญ่ของรถขับหลัง
ในโค้งกว้าง ความเร็วสูง เมื่อถึงลิมิต รถจะเริ่มออกอาการ understeer หรือ หน้าดื้อก่อน แต่สามารถเปลี่ยนจาก
Understeer เป็น oversteer ได้ในทันทีที่ล้อคู่หน้าหาแรงยึดเกาะเจอ 

อาการเสียการทรงตัวแบบหลังนั้น น่ากลัว และ อันตรายมากกกกกกกกกกกก   ก.ไก่หมดโลก ถ้าหลุดแล้ว คือหลุดเลย 
แก้อาการยาก และไม่เป็นมิตรกับผู้ขับเลย (ก็เค้าไม่ได้ออกแบบรถมาให้ขับแบบนี้นี่นา)  คุณไม่สามารถ ทำให้รถท้ายปัด
แล้วหมุนพวงมาลัยแก้อาการสนุกๆ อย่างใน มาสด้า 3 แน่นอน


อย่าเข้าใจผิดว่ารถไม่เกาะโค้งนะครับ รถน่ะ มันเกาะโค้งใช้ได้  แต่เมื่อเกินลิมิตแล้วค่อนข้างอันตรายกว่าพวกขับหน้าครับ

คำแนะนำที่ผมจะให้ได้คือ อย่าใส่โค้งแรงๆละกัน

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
การเก็บเสียง ทำได้ค่อนข้างดี ที่ 140 km/hr ยังสามารถพูดคุยอย่างปกติ  และที่topspeed 215 km/hr บน บูรพาวิถี 
ก็ไม่ได้หนวกหูมากมายอะไร เรียกได้ว่า การเก็บเสียง ชนะรถยุ่นรุ่นใหม่ๆ ในเซกเม้นเดียวกันหลายคัน
จะมีก็เสียงเครื่องยนต์ ที่เล็ดลอดเข้ามาให้ได้ยิน ถ้าคุณใช้รอบสูงๆ

เสียงเครื่องยนต์นั้น มาแบบดื้อๆ เนือยๆ ไม่มีชีวิตชีวา สักแต่ว่ามีเสียง ละกัน

เกียร์อัตโนมัตินั้น อาการกระตุก ยังพานพบได้ ในเกียร์ 1=>2  ทั้งเวลาขับ ปกติ และ คิกดาวน์
ส่วน เกียร์ 2=>3 จะพบอาการกระตุก ก็เมื่อคุณใช้รอบสูงๆ ก็เทคโนโลยีมันหลายปีแล้วเนอะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2010, 04:46:56 โดย Lecter the Ripper »

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
พวงมาลัยนั้น วงใหญ่  หนักที่ความเร็วต่า แต่เบาหวิวที่ความเร็วสูง ระยะฟรีมากมาย และตอบสนองไม่เป็นเส้นตรง T-T
อันเป็นลักษณะส่วนใหญ่ของพวงมาลัย แย่ๆของ เมอร์เซเดส  ที่คุณสามารถพบได้

ในโค้งบางโค้ง ผมจะต้อง ขยับพวงมาลัย ซ้ายๆ ขวาๆ เพื่อปรับรถให้อยู่ในเลน ไม่สามารถหักพวกพวงมาลัยทีเดียว
แล้วเข้าโค้งเนียนๆ อย่างต่อเนื่องได้
 
ตัวรถจะเซ็ตออกมาในแนว ครูซซิ่ง เดินทางไกล เรื่อยๆ ใจเย็นๆ  ความเร็วคงที่มากกว่า
ซึ่งถ้ามองในกรณีนั้น รถคันนี้ก็ทำออกมาได้ดี เรียกว่า ไม่ค่อยมีอะไรจะติละกัน

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
ระบบห้ามล้อ เป็นดิสเบรกสี่ล้อ พร้อม ABS 2วงจรไขว้ 
ทำงานได้ดีเมื่อเทียบกับอายุของมัน เบรคได้ดีกว่า ฟอร์จูนเนอร์ก่อนปรับโฉม และ แคมรี่ไฟยาวปี 2000 แน่นอน   
อาการหน้าทิ่ม เกิดขึ้นน้อย แต่เอบีเอส เข้ามาทำงานเร็วไป   ABS ยังเป็นเวอร์ชั่นเก่า สัมผัสอาการการลื่นไถลของยางได้พอสมควร
(พร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าด)   ซึ่งถ้าเทียบกับรถรุ่นใหม่ๆ เช่น วิช  มาสด้า3 W211 E90 E60 รถใหม่ๆนั้นทำได้ดีกว่าพอควร


แป้นเบรกแบบสาย ตอบสนองเป็นเส้นตรงดี ให้น้าหนักและความรู้สึก ดีกว่า รถใหม่ๆที่ใช้ระบบเบรกไฟฟ้าหลายรุ่น



คันเร่งก็ยังเป็นคันเร่งแบบสาย ค่อนข้างหนัก  ตำแหน่งคิกดาวเซ็ตไว้ลึก บวกกับเกียร์ของW124 จากยุค 90?
 ทำให้ต้องใช้ความเคยชินพอสมควรในการขับ  ไม่งั้นจะออกตัวไม่ไป เร่งไม่ออก  คิ้กดาวน์ไม่ติด

พรมวางเท้าของ W210 นั้น ไม่มีตัวล็อก ยิ่งถ้าบวกกับ ผ้ายางกันเปื้อนแล้ว สามารถก่อให้เกิดอาการ คันเร่งค้างยอดฮิต
ทำผมขนหัวลุกขณะคิกดาวนน์มาแล้ว น่าแปลกใจที่รถรุ่นนี้ ไม่โดนรีคอล กับเค้าบ้าง  พวกเมกันทำตาเล็กตาใหญ่ป่าวเนี่ย O_o อิอิอิ

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
การทดสอบการชน ตามมาตระฐาน Euro NCAP ให้ผลไว้ 4 ดวง 
เรียกได้ว่า ถ้าคุณขับชนหน้าตรง 120-0 km/hr ใน 0.3 วินาที โดยเอากำแพงทางด่วนเป็นที่หยุดละก็
คุณแทบจะไม่มีรอยฟกช้าดำเขียวอะไรเลย ซึ่งเรื่องนี้ ได้มีผู้ยืนยันผลการทดลองไว้แล้ว !!!

คงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า โครงสร้างตัวถัง และระบบดูดซับแรงกระแทกนั้น ยอดเยี่ยมแค่ไหน
ตามรายงานของ  Euro NCAP เรื่องที่ต้องปรับปรุงก็คงจะเป็นเรื่อง แป้นเบรกที่ ขยับถอยลงมามากเกินไป จนสามารถทำอันตรายกับเท้าผู้ขับได้

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่อยู่ด้วยกันมา จากราคาตอนซื้ออยู่ที่ 3 ล้านบาท  มาถึงตอนนี้ ราคาขาย ณ เวป one2car
อยู่ที่ 8 แสนบาท บวกลบ  มูลค่าเฉลี่ยหายไป 160,000 บาทต่อปี ถ้ามองระยะยาว ก็ไม่ได้หายไปมากมายเท่าไร
ส่วนค่าบำรุงรักษา อยู่ที่ 3-5 หมื่นต่อปี เป็นเรื่องปกติ อันนี้ต้องทำใจ

มีอาการงอแงบ้าง อะไรบ้าง  เช่น เกียร์เจ๊ง เพราะลูกปืนแตกและหลุดเข้าไป ตอนอายุ 10 ขวบ 90,000 km ราคาเบิกห้าง 3 แสนบาท
เลยลากไปซ่อมอู่นอก ที่ 4 หมื่นบาทแทน  แต่อู่ดันไม่เก่ง ซ่อมไม่จบ สี่ปีที่ผ่านมา เกียร์เลยมีอาการ ออดๆแอดๆ มีเรื่องให้เสียตังค์อยู่เรื่อย
จนเมื่อเร็วๆนี้ 14ปี 160,000 โล ต้องทำการ รื้อเกียร์อีกรอบหนึ่ง โชคดีที่คราวนี้ ซ่อมแล้วจบ

นอกนั้น ก็จะเป็นอาการพวก ออกซิเจนเซนเซอร์เสีย ปั้มติ๊ก โช๊ค 

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
ถามว่าจุกจิกไหม ก็มีพอสมควร ตามอายุ เรียกได้ว่า เข้าอู่เยอะที่สุดในบ้านก็แล้วกัน
ถ้าเทียบกับแคมรี่ไฟยาว อายุ 10 ปีที่บ้านอีกคันนึง ก็ จะต่างกันราว ฟ้ากับเหว
รายนั้น ใช้มา 223,000 km เปลี่ยนโช้คไปชุดนึง จิปาถะอีกเล็กน้อย นอกนั้น แทบจะเรียกได้ว่า
เปลี่ยนน้ามันเครื่อง แล้วขับอย่างเดียวเลยจริงๆ   แทบไม่มีอะไรเสียเลย  เกียร์นั้น ใช้จนผ้าคลัชในระบบลุ่ย น้ามันเกียร์ ดำแล้วดำอีก
เกียร์ก็ไม่เจ๊งซะที    ทนถึกสมคำร่าลือเค้าจริงๆแหละ


แต่ในขณะเดียวกันโครงสร้างตัวถังของ W210 ก็ยังนิ้งแม้จะอายุอานามมากกว่า ในขณะที่ แคมรี่ เริ่มมีอาการออดๆแอดๆ ของตัวถังบ้างแล้ว

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
สรุป

?ลุงที่ยังพอจะเตะปี๊บดัง แต่อย่าหวังว่า ปี๊บจะกระเด็นไปไกล?  บุคลิครถคันนี้   อารมณ์ การขับขี่เป็นไปตามหัวข้อที่จั่วไว้ 
แม้อัตราเร่งจะดูเหมือนอืด (ซึ่งมันก็อืดจริงๆนั่นแหละ) แต่พอมาดูดีๆ เฮ้ยยยย   มันเร็วกว่า มาสด้า 2 เกียร์ออโต้ นิดหน่อยแฮะ !!!
เป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจให้ผมพอสมควร ขนาดเกียร์ไม่สมบูรณ์นะนี่  ถ้ามันอืดกว่านี้อีกหน่อยละก็ ผมคงเรียกมันว่า คุณปู่ แทนคุณลุง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2010, 14:06:14 โดย Lecter the Ripper »

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
บุคลิกของรถ เน้นไปทางแนว ครูซซิ่ง ชั้นดี มีโครงสร้างตัวถัง และ ระบบ post-safe, วัสดุภายใน ที่ยอดเยี่ยม
และความกว้างของห้องโดยสารที่มากกว่ารุ่นลูก ของมันซะอีก แต่ควรจะซับแรงสะเทือนในความเร็วต่ามากกว่านี้

พวงมาลัย ก็ต้องการการปรับปรุงโดยลดระยะฟรี เพิ่มน้าหนักในความเร็วสูง และทำให้ตอบสนองเป็นเส้นตรงมากกว่านี้ 
ถ้าคุณจะหาซื้อมือสองไว้ซักคัน ก็ควรจะมองไปยัง รุ่นที่ใช้เกียร์ไฟฟ้า 5 จังหว่ะแล้วเท่านั้น

ถึงมันจะงอแงพอควร  ถึงผมจะด่ามันในหลายๆเรื่อง  ถึงค่าซ่อมมันจะมหาโหด ถึงแม้ดีไซน์จะขาดๆเกินๆ แต่ คนในบ้านก็ยังรักมัน รวมทั้งผมด้วย 
ถ้าเปรียบเทียบกับเด็กเพิ่งเกิด  14 ปี ก็คงอยู่มัธยมปีที่สาม เป็นวัยรุ่นแล้ว   นับเป็นเวลานานพอควรแฮะ  พอจะขายคุณลุงคันนี้ออกไปจากบ้าน
ผมก็ใจแป้วๆยังไงไม่รู้  แบบว่าต่อไปจะไม่มีมันแล้วหรอ คันใหม่ที่จะมาแทนที่มัน จะทําหน้าที่ได้ดีแบบมันหรอ  จนจุดท้าย
ที่บ้านมีมติ ว่าจะเก็บมันไว้ต่อไป  เท่านั้นแหละ ผมถึงค่อยกลับมารู้สึกปกติเหมือนเดิม

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
นี่เป็นรีวิวรถฉบับเต็ม ครั้งแรกของผม อาจจะมีข้อผิดพลาดบ้าง ถ้าใครอ่านจบแล้ว รบกวนคอมเม้น ขอความเห็น ติชมหน่อยนึง
เพื่อเป็นหนทางในการพัฒนารีวิวของผม ในครั้งต่อๆไปนะครับ

ขอบคุณที่ติดตาม Lecter the Ripper

ออฟไลน์ Lecter the Ripper

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 199
สุดท้ายนี้ ถ้าใครเป็นเเฟนพันธุ์เเท้เวปนี้

คงทราบดีว่าใครเป็นคนถ่ายภาพเหล่านี้

ขอขอบคุณตากล้อง ที่สละเวลามาถ่ายภาพให้นะครับ

จบเเล้วครับบบบ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2010, 03:41:55 โดย Lecter the Ripper »

ออฟไลน์ relaxearn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
    • อีเมล์
ยังไม่อ่าน แต่แวะมาเจิมก่อนคงไม่ว่ากันนะครับ
คอมเมนท์จะตามมากระทู้หลังน้า  :D :D

ออฟไลน์ sirisak_ac118

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,579
    • อีเมล์
เป็นรีวิวที่เยี่ยมจริงๆครับ กระชัดรัดกุมไม่ยาวเกินไปไม่สั้นเกินไป ชอบๆ

ชอบทั้งรีวิวชอบทั้งรถ รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ดูยังไงก็สวยและยังเป็นE-Classที่ดูใหญ่ที่สุด W211ของผมยังดูเล็กกว่า แล้วท่านแม่ที่นั่งด้านหลังก็ว่าเช่นนั้น ;D

ออฟไลน์ Akeem-CLII

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 479
  • ทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน
benz คือ benz ดูหรู มีฐานะตลอดกาล
I will buy Volvo some day.

ออฟไลน์ J!MMY

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 15,581
    • www.headlightmag.com
    • อีเมล์
สำนวนของ นิค พัฒนาขึ้นจากเดิมชัดเจนนะ
เป็นเรื่องน่ายินดี

ขอบคุณมากๆ สำหรับ ความพยายามในการเขียนรีวิวครั้งนี้ออกมาครับผม

ออฟไลน์ CRO

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 843
สั้นกระชับได้ใจความ ดูจากภาพแล้วรถยังสภาพดีมากอยู่เลยนะครับ คงดูแลกันเป็นอย่างดี ( ถ้าล้างๆเชิดๆห้องเครื่องหน่อยนะแจ๋วเลยครับ :D )

ออฟไลน์ best

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 439
รีวิวดีมากครับ :D

รถก็ยังมีสภาพดีมากด้วย
There is nothing either good or bad but thinking makes it so

ออฟไลน์ Impress_za

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 553
  • I Love HLM
    • อีเมล์
รถสวยมากครับ
อมตะ จริงๆรุ่นนี้
ขอบคุณสำหรับรีวิวนะครับ
ดีใจด้วยนะครับ
ที่ทางครอบครัวตัดสินใจเก็บไว้ใช้ต่อ
สถาพยังน่าใช้อยู่เลย
Toyota Corolla Altis ESport option '17
Honda city 1.5 V '15
Toyota soluna 1.5G m/t '02
Toyota Corolla Altis 1.6G '09 "Sold"
Toyota hilux mighty-x '95 "sold"

ออฟไลน์ Nioka

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,033
คิดว่าคงเป็นคนรักรถมากนะครับ อายุขนาดนี้แล้ว ยังดูแลได้เหมือนใหม่เลยอะ