ผู้เขียน หัวข้อ: Review : REMAP เรียกความแรงด้วยงบเบาๆ All New D-Max 2.5 AT  (อ่าน 33571 ครั้ง)

ออฟไลน์ the kit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 676
Re: Review : REMAP เรียกความแรงด้วยงบเบาๆ All New D-Max 2.5 AT
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2018, 09:45:13 »
มีคนรู้จักกัน และเป็นสมาชิกเวบนี้ด้วย โทรมาคุยกับผมเรื่อง DMAX คันนี้ เพราะ เขาสนใจจะ Remap บ้าง เลยมาขอข้อมูล
เป็นการส่วนตัว แต่เห็นว่าเป็นความรู้เลยเอามาเล่าสู่กันฟัง คำถามๆ ว่า

210 กม/ชม นี่ คือ สุดแล้ว ไม่ไหลเพิ่มขึ้นแล้ว ใช่ไหม
- ไม่ใช่มันยังไหลได้อีก แต่แบบช้าๆ แต่ตัวผมพอแล้ว คือ มันไล่ 520d F10 ไม่ทันหรอก ไม่รู้จะกดต่อไปเพื่ออะไร
   แต่ความเร็วที่มันขึ้นมาก่อน 210 นั้นขึ้นได้ดี เมื่อปิดแอร์ช่วย บอกเลยมันมีผลมาก สำหรับเครื่องรุ่นเก่าแบบนี้

ถามเรื่อง boost ที่ 210 นั้น boost มาเท่าไร ใช่ 22psi เต็มแมค หรือเปล่า
- ไม่รู้ครับ ไม่ได้ดู รู้แค่เพียงว่า ช่วง 180 กว่าๆ นั้นมา 20psi

หวิวไหม โคลงไหม
- แน่นอน ช่วงล่างเดิมๆ ทั้งคัน แถมยังไปยกขึ้นอีก 2" ยกแบบง่ายๆ ไม่ใช่ชุดยกชั้นดีอะไรเลย งบไม่กี่พัน

สภาพหลังอัด และโดยรวม
- ก็ปกติดี น้ำหล่อเย็นก็ไม่พร่อง, ความร้อนตอนอัดสุด ก็อยู่ในระดับปกติ,
  ตอนช่วงอัด ผมดูกระจกหลังควันก็ไม่มี และมาดูที่กันชนและฝาท้าย ก็ไม่มีคราบเขม่า, เสียงเครื่องในรอบเดินเบาก็ยังปกติ

แรงกว่านี้ได้ไหม
- ได้แน่นอน แล้วแต่เจ้าของรถพอใจที่ระดับไหน บอกแล้วว่า รถผมจูน step อนุบาล ขนาดท่อไอเสียและระบบต่างๆ ยัง STD เลย 
   เลือกใน step ที่พอใจเลย แต่บอกเลยว่า ยิ่งแรงมาก โอกาสพังไวก็มาก ยกเว้นจะทำส่วนต่างๆ ให้มันสมดุลไปด้วย

มีอะไรแนะนำเพิ่มเติมไหม
- ถ้าจะ Remap (หรือไม่รี ถ้ารถมี turbo) ควรติดวัด boost ยี่ห้ออะไรก็ได้ ที่มันได้มาตรฐาน และติดมันอยู่แถวๆ เรือนไมล์
  ถ้าจะเน้นเร็ว ยางรถควรเลือกเกรดที่รองรับความเร็วสูงได้ ยางต้องดี ยี่ห้อมาตรฐาน โนเนมราคาถูกๆ ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยดี
  ขนาดที่แนะนำสำหรับรถรุ่นสูง 265/60-18 หรือ 265/50-20 หน้าหลังเท่ากัน ไม่ควรใหญ่กว่านี้ มันจะอืด
  และเมื่อใส่แล้ว ล้อ+ยาง ไม่ควรจะยื่นออกจากแนวโป่งล้อ เพราะมันจะทำให้ต้านลมมาก
  และเอารถเข้าเช็คศูนย์ตามระยะ เปลี่ยนถ่ายตามที่เขากำหนดเสมอ นมค.ที่ศูนย์แนะนำ semi-syn ก็พอ หรือเงินเหลือก็ fully-syn
  แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วนะ

"อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ออฟไลน์ the kit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 676
Re: Review : REMAP เรียกความแรงด้วยงบเบาๆ All New D-Max 2.5 AT
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2018, 11:49:33 »
ไอ้คราวที่แล้ว ลัมโบ กับ กระบะดันราง ดังแปปๆ เพราะมันไม่ชน
แต่คราวนี้ Mclaren720s กับ กระบะคอกแต่งซิ่ง มันดันมี "สะกิด"
เห็นทั้งใน social world และ ในเวบนี้พูดกันมากมาย

ก็บอกแล้ว ในข้างบนว่า
"รถประเภท Supercar ชื่อก็บอกอยู่แล้ว ว่าเหนือกว่า car ธรรมดา
กระบะมันไม่ใช่ car แต่เป็น truck ดันจะไปไล่ Supercar ซะงั้น
ต่อให้กระบะทำเป็นล้าน ก็เป็นได้สูงสุด คือ Supertruck ไม่ได้เป็น Supercar อยู่ดี"

"กระบะ ต่อให้ทำหมดเป็นล้าน แรงได้มากสุดก็ทางตรง ในโค้งเข้าเร็วมากก็ไม่ไหว ต่อให้ใจเกินร้อย แต่รถไปไม่ไหวก็หลุด
สมมุติกระบะแต่งเต็มในทุกๆ อย่าง แต่ถ้าแช่ความเร็วสูงๆ ยาวๆ นานๆ ก็ไม่ไหว เพราะ หลายอย่างมัน overload ตามลักษณะที่มันควรเป็น"

ขยายความคำว่า Supercar มันจะเป็น "SUPER" ได้
มันไม่ใช่แรงแค่เครื่อง แต่มันรวมถึงทุกอย่าง ที่มันแพง เพราะ มันมีเหตุให้ต้องแพง
คือ รถมันต้องสุดในทุกๆ ด้าน สำหรับ technology ในยุคนั้นๆ สมัยนั้นๆ
ทั้งอัตราเร่ง, การยึดเกาะถนนทั้งตรงและโค้ง, ความปลอดภัยทั้ง pre-safe + post-safe, ระยะเบรค
นี่ไม่รวมถึงรูปโฉมต่างๆ ที่ super aerodynamic นะ

คนที่จะเป็นเจ้าของ Supercar ได้ ก็ต้องเป็น Superman!!!
พูดจริงๆ ต้องเป็น Superman เพราะไม่ว่าจะซื้อสด ซื้อผ่อน คนธรรมดาก็ไม่สามารถทำได้ง่ายนัก
ถึงแม้เงินนั้นมาจากธุรกิจสีเทาหรือสีดำ ก็ต้องยอมรับในการโกงหรือจะด้วยเล่ห์กลอันใดสำหรับบางคน บางธุรกิจที่หามาได้เช่นกัน

ส่วนคนที่หาเงินได้โดยบริสุทธิ์มาซื้อก็มี แต่ส่วนใหญมักไม่ใช่รุ่นบุกเบิก มักเป็น Gen ที่สบายแล้ว (ลูกหลาน Superman ที่อยู่บนโลก)
 
Supercar ทั้งระบบเบรคและช่วงล่าง ล้อและยาง รวมถึงระบบช่วยเหลือและการทรงตัวต่างๆ คัดมาอย่างดีเลิศ
ระบบเบรค ก็เป็น Superbrake เท่าที่ดูมาคร่าวๆ 200-0 ไม่กี่วิ ระยะทาง ร้อยกว่าเมตรต้นๆ!!!
ล้อและยาง หน้ากว้าง นน.เบา ยี่ห้อดีเยี่ยม บางทีอาจจะเป็นรุ่นพิเศษ spec เหนือมาตรฐาน
Spec ทุกอย่างถูกควบคุมด้วยวิศวกรและคำนวนอย่างละเอียดถึงความเหมาะสมในทุกๆ ด้านโดยไม่เกี่ยงราคา

กลับมาที่กระบะเชิงพาณิชย์ ทุกอย่างถูกควบคุมด้วยต้นทุนและราคาขาย (แต่ก็ค่อนข้างแพงนะ)
กระบะรุ่นยกสูง ยางติดรถส่วนใหญ่จะใช้ 265/60-18 265/50-20
กระบะเตี้ย ยางติดรถส่วนใหญ่ 205/70 หรือใหญ่กว่านี้นิดหน่อย (ไม่ได้ดู spec)
กระบะแต่ง หน้า 235, 245 /40 หลัง 265, 275 /40, 35 -18 แล้วแต่นิยม ยางจีน หรืออะไรก็ได้ เป็นยี่ห้อที่ไม่มาตรฐาน
ที่รถจากโรงานไม่เลือกใช้  แต่ถ้าคนมีตังค์ก็ใช้ของดีเว่อร์ๆ นะ
กระบะคอกแต่ง หน้า 225, 235 /40, 45 - 17, 18 แล้วแต่นิยม ยางจีน หรืออะไรก็ได้ เป็นยี่ห้อที่ไม่มาตรฐานที่รถจากโรงานไม่เลือกใช้
แต่หลังนี่ มักจะเป็น กะทะเหล็กขอบ 15 ยางมิชลิน XCD 205/70 หรือ 225/70 นะ

ระยะเบรคติดรถ อยู่ในระดับปลอดภัย ถ้าวิ่งตามกฎหมาย หรือเกินไปแค่พอสมควร แต่ต้องไม่เบรคถี่และ ต่อเนื่องนะ
ระบบช่วยเหลือ การทรงตัว ช่วยเพิ่มแรงดันเบรค ฯลฯ ตามยี่ห้อ ตามรุ่น ส่วนใหญมีในรุ่น Top และยกสูง รุ่นเตี้ยมักไม่ค่อยมี!!!
ระยะทางในการเบรคไม่ต้องพูดถึง ใช้เวลาเยอะ และระยะทางยาว

ตามคลิป 720s เขาก็มาเร็ว แต่ความเร็วน่าจะแค่ ร้อยกว่าๆ ไม่น่าเกิน 130 เมื่อเห็นข้างหน้ารถติดจึงเบรค
เดาใจเขาดู เขาคงอยากจะหักออกซ้าย แต่ MB ที่ตามมาโยกออกมาก่อน และอาจจะด้วยที่ไม่ชินรถ หรือไม่ค่อยได้ใช้
และในบางครั้ง รถ sport หรือ Supercar ในหลายรุ่น ทัศนวิสัยด้านข้าง หรือด้านหลังค่อนข้างแย่นะ เลยต้องติดอยู่อย่างนั้น

ไม่ใช่ MB อ่านไลน์เก่งนะ แต่อาจจะเป็นเพราะ มี ปสก.มาพอควร และอาจจะเป็นเพราะ ใช้คันนี้ทุกวันเลย กะง่าย

ส่วนกระบะดำ ขับมาเร็วและไม่ได้คำนึงถึงศักยภาพในรถตัวเองเลย เน้นแค่อย่างเดียว "มันทุกเม็ด" เพราะ "จัยมันรัก"
เห็นว่าเขาเบรคแล้วล่ะ กูก็เบรค กระทืบจนยางชั้นดีเท่าที่ตนเองมีความสามารถซื้อได้หน้าขวาแทบระเบิด!!
ระบบล้อก็ล็อคไปเรียบร้อยทั้งคัน เหลือแต่ความสามารถจากยางชั้นดีเท่าที่ตนเองมีความสามารถซื้อได้ สไลด์เข้าไปจนสะกิด 720s
นี่ยังโชคดีที่ มันไม่หมุน หรือขวางทั้งลำนะ ไม่งั้น "มันทุกเม็ด" มากกว่านี้อีก

กระบะดำ คุณยังโชคดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ที่มาเจอ Superman ที่เป็นเจ้าของ Supercar ที่ใจดีเช่นนี้
เรื่องจึงจบง่ายและสวย
แต่อาจจะมีภาคต่อ สำหรับกระบะดำกับบริษัทประกันภัย อันนี้เนื้อเรื่อง เดาไม่ยากและน่าจะถูกใจคนดู

คนขับรถ "นิยมแรง" + "ปากเก่ง" เกินแรงรถ + เกินความสามารถทางครอบครัวไปมากพวกนี้ คุณต้องระวังตัว
เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของหรือครอบครัวของ Supercar เหล่านั้น จะเป็นคนประเภทไหน เย็น หรือ ร้อน?? ธรรมดา หรือ อิทธิพล?? ฯลฯ
เพราะถ้าไปเจอ คนหรือครอบครัวที่ครบเครื่อง บู้ล้างผลาญ เรื่องหน้าฉากอาจจะจบอีกแบบ
แต่ผ่านไปซักพัก อาจจะจบอีกแบบ อาจจะตายเพราะอุบัติเหตุ ที่มีเหตุอุบัติขึ้นก็เป็นได้!!

ทางที่ดี ขับตามดูสวยๆ ห่างๆ ดีกว่า เพราะ นิดหน่อยก็เป็นแสน เบาหน่อยก็เป็นล้าน หนักๆ ไม่ต้องคุย!!

อย่าอิน Fast&furious มาก
"รถอะไรไม่สำคัญ มันสำคัญว่าใครขับ" จริงส่วนหนึ่ง ไม่จริงอีกหลายส่วน
ประโยคนี้ "ได้ใจ" คอรถเก่า รถใหม่บ้าน รถใหม่ไม่แรง รถกระบะ รถคอก รถแต่ง ฯลฯ เยอะ และน่าจะ พาไปตาย มาหลายศพ
ในหนัง คือ การแสดง  แสดงผิด แสดงใหม่ได้อีก
แต่ในชีวิตจริง มันจะทำได้ไหม

ก่อนจาก กลับมาที่ DMAX ที่รีวิว
ไหนๆ ก็พูดถึงเรื่องเบรคแล้ว
DMAX หัวจรวดปี 2012 ที่ผมใช้นี่ ถ้าไม่มีรถในรุ่นๆ ปีเดียวกันมาเปรียบเทียบ ผมก็ว่ามัน ใช้ได้อยู่นะ
แต่พอมี New PJS 2015 โฉมปัจจุบัน มาเปรียบเทียบ ต้องยอมรับว่า มันเหมือนรถคนละยุคกันจริงๆ

DMAX เบรคจะทื่อๆ แข็งๆ ไม่คม  เบรคเหมือนจะไม่อยู่ แต่ก็อยู่นะ คือ ให้ความรู้สึกเบรคไม่มั่นใจซักเท่าไรนัก
แต่ตั้งแต่ใช้มา ก็ยังไม่เคยมีครั้งไหน ที่มี ปห.นะ ไม่ว่าจะเจอฝนหนัก หรือ บรรทุกหนักมากก็ตาม ยังเอาอยู่
เพียงแต่ถ้ามีตัวมาเปรียบเทียบก็ให้ความรู้สึกไม่มั่นใจเท่า New PJS เท่านั้นเอง

แต่ส่วนเบรคที่ไม่ค่อยดีเลย คือ เบรคที่ติดรถมากับ Vigo 3.0 4x4 DBC Top 2005 อันนี้เบรคลื่นง่ายมาก
วิธีแก้เปลี่ยนผ้าเบรคดีๆ ซักชุด อาการที่ว่าก็หายครับ

รถแรงมากแค่ไหน เบรคต้องแรงกว่า  :D

"อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ออฟไลน์ sizemy29

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
  • "ถ้าใจไม่หยุด ก็หาที่สุดไม่เจอ"
Re: Review : REMAP เรียกความแรงด้วยงบเบาๆ All New D-Max 2.5 AT
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2018, 09:51:46 »
สนใจเรื่อง remap กับ อ.ว. บอย ขอทราบที่อยู่หรือ website ได้มั้ยครับ

ขอบคุณครับ
1998 - Nissan NV
2005 - Toyota Collora 3 ห่วง
2007 - Honda Jazz iDSL
2009 - Mitsubishi Triton Plus 4 Door

ออฟไลน์ the kit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 676
Re: Review : REMAP เรียกความแรงด้วยงบเบาๆ All New D-Max 2.5 AT
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2018, 09:05:37 »
สนใจเรื่อง remap กับ อ.ว. บอย ขอทราบที่อยู่หรือ website ได้มั้ยครับ

ขอบคุณครับ

เข้าไปใน FB ค้นหาชื่อ วรพล สิงห์เขียวพงษ์ แล้ว msg คุยได้เลยครับ

ยินดีครับ
"อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ออฟไลน์ sizemy29

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
  • "ถ้าใจไม่หยุด ก็หาที่สุดไม่เจอ"
Re: Review : REMAP เรียกความแรงด้วยงบเบาๆ All New D-Max 2.5 AT
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2018, 15:13:02 »
สนใจเรื่อง remap กับ อ.ว. บอย ขอทราบที่อยู่หรือ website ได้มั้ยครับ

ขอบคุณครับ

เข้าไปใน FB ค้นหาชื่อ วรพล สิงห์เขียวพงษ์ แล้ว msg คุยได้เลยครับ

ยินดีครับ

ขอบคุณมากครับ
 ::)
1998 - Nissan NV
2005 - Toyota Collora 3 ห่วง
2007 - Honda Jazz iDSL
2009 - Mitsubishi Triton Plus 4 Door

ออฟไลน์ the kit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 676
Re: Review : REMAP เรียกความแรงด้วยงบเบาๆ All New D-Max 2.5 AT
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2018, 11:05:23 »
มีคนถามมาว่า ก่อน Remap ควรเตรียมตัวยังไงบ้างครับ

- Step ที่ต้องการทำ
นึกไปเลยว่าเรา ต้องการแรงแค่ไหน
"แรงมากไม่ทน  ทนมากก็ไม่แรง" เอาทนกลางๆ แต่แรงพอสมควรก็น่าจะดี แล้วแต่บุคคลครับ
เมื่อทำตามนั้นแล้วเราจะพอใจไหม คิดให้ดี คิดให้รอบด้าน
จะเอา เบิ้ลตัด สับโดด รอบเครื่องกระเส่า ควันไม่ควัน คุยไปเลย

- โทรคุย ไลน์คุย ฯลฯ
คุยเรื่อง step ที่ต้องการทำ และ option ต่างๆ ถามราคา ให้เรียบร้อย ให้โดนใจ

- เลือกผู้จูน
ที่ไหนดี ที่ไหนแจ๋ว Google ช่วยได้ในระดับหนึ่ง จากนั้นต้องคิดเอาเอง ถ้ามีอาการกล่องหลับ จะรับผิดชอบยังไง คุยด้วย

- ถ้ารถมี Turbo จะให้ดีควรติดวัด Boost ไปก่อน
ส่วนเกจ์วัดอย่างอื่นแล้วแต่ความอยากส่วนบุคคล!!

อย่างที่เคยบอกไปในข้างบนแล้ว

ที่แนะให้ติดวัดบูสถ์เพิ่ม เพราะ ถ้า Remap มาแล้ว โดยมาก boost จะสูงขึ้น ส่วนจะสูงขึ้นเท่าไร ก็ตามที่ผู้จูนเห็นว่าเหมาะสมกับ Step ที่ทำ
เช่น รถผมเดิมๆ ก่อน Remap boost สูงสุดอยู่ที่ 19psi  แต่พอ Remap แล้ว boost สูงสุดอยู่ที่ 22psi ตามที่เกจ์วัดบูสถ์ได้แสดง

ต่อไปไม่ว่าจะอัดแค่ไหน boost ก็ไม่ควรจะมากไปกว่า 22psi ถ้ามากกว่านี้ ควรจะต้องเอารถเข้าตรวจเช็คหาสาเหตุว่าเพราะอะไร
อาการที่ว่านี้ เขาเรียกว่า "บูสถ์ไหล"
เมื่อบูสถ์ไหลรถก็จะแรงขึ้น!! แต่อีกไม่นานนัก ความชิบหายก็จะมาเยือน เพราะ boost เพิ่มขึ้น แต่น้ำมันไม่เพิ่มตาม!!

การติดเกจ์วัดบูสถ์จึงเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบ เพราะมันจะทำให้เรารู้อาการที่ว่า เหมือนกับเกจ์วัดความร้อนที่รถมี
ตำแหน่งที่ติดตั้ง ควรอยู่ในตำแหน่งที่เราไม่ต้องละสายตาจากถนนมานัก คือ อยู่แถวๆ เรือนไมล์นั้นแหละ

การติดเป็นพืด ที่กระจกหน้าด้านซ้าย ฝั่งคนนั่งแบบที่เห็นนิยมติดกัน
อันนั้น จะสร้างความเร้าใจให้กับคนนั่งเป็นอย่างมาก แต่ไม่ได้เกิดประโยชน์กับคนขับซักเท่าไร รู้ตัวอีกทีก็คงพังไปแล้ว

ที่สำคัญ เกจ์วัดบูสถ์ที่จะติดนั้น ต้องเลือกของดี ยี่ห้อที่มันไว้ใจได้ อย่า เน้น แต่ถูก หรือก็อปเกรด AAA เปลี่ยนสีได้
แต่แท้ไม่แท้ก็ไม่เป็นไร ขอแต่ว่าให้มันวัดได้แม่นยำและต้องไม่รั่วด้วย!!

- จูนเสร็จแล้วต้องลอง
เจ้าของต้องลองขับเองด้วย ว่ามันถูกจริตไหม ลด-เพิ่ม ยังไงคุยกับคนจูนดู
ลองตอนแรก อย่า! เพิ่งห้าว!! ใช่มันรถชินมือ  แต่มันจะผิดจากเดิมไปพอสมควรนะ
วัด boost ที่บอกให้ติดมา ดูด้วยว่ามัน มากขึ้นเท่าไร  มากไปก็น่ากลัวพังเร็ว

นอกนั้นก็เหลือใช้งานจริงแล้ว ดูเรื่องความร้อน และอื่นๆ ด้วยว่ามันปกติไหม

Enjoy krub!!
"อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ออฟไลน์ the kit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 676
Re: Review : REMAP เรียกความแรงด้วยงบเบาๆ All New D-Max 2.5 AT
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: กันยายน 25, 2018, 12:28:59 »
Remap มาได้ 1ปีนิดๆ
เพิ่งวิ่งไป 2 หมื่น กม. ตอนนี้ที่เรือนไมล์แจ้ง 7 หมื่น กม.แล้ว เลยนำไปเช็คตามระยะ

ตอนเช็คระยะ ผมให้เพื่อน เป็นเจ้าของหมู่บ้านจัดสรร (เจ้าของ Dmax1.9 ที่มาแลกล้อกันกับผม) มารับ ไปหา "ฆ่าเวลา"
พอดีมันเพิ่งถอย สุดยอดกระบะมา....
ใช่แล้ว เดาไม่ผิด Ford Raptor

ไปลองนั่งมา เออ... ผมว่ามันไม่ถึงกับที่เขา "อวย" กันเท่าไรนักนะ
ทางดำ ลาดยางและ คอ-นก-รีต ไม่ได้รู้สึกว่าต่างจาก Ford ตัว Wildtrack เท่าไรนัก
และไม่ได้ดีกว่า Dmax ของผม แบบเยอะมากมาย แต่ก็รู้สึกได้ว่าดีกว่าจริงๆ
งงไหม คือ Feel ดีกว่า Dmax ของผม แต่ไม่ถึงกับร้อง Wow สำหรับทางเรียบ (Raptor วิ่งความเร็วไม่เกิน 140)

แต่พอเป็นทางลูกรัง มีลอนต่อเนื่อง มีหลุมเล็กน้อยบ้าง
เออ อันนี้ยอมรับว่า Dmax ของผม ไม่สามารถเทียบได้เลย แม้แต่น้อย มันซับแรงได้ดีมาก
ช่วงล่างแบบวิ่งรูดในทางวิบากหน่อยๆ นี้ ต้องยกให้เขาเลยจริงๆ

แต่ในด้านกำลังเครื่องยนต์ ผมรู้สึกโดยรวมว่า "ไม่แรง" แต่ก็ไม่ได้จับเวลาหรืออะไรมานะ
ใช้ความรู้สึกล้วนๆ ซึ่งจริงๆ แล้วมันอาจจะแรงก็ได้ เพราะ รถมันค่อนข้างนิ่ง

โดยรวมแล้ว แต่ชอบครับ 1.7ล้าน โดยส่วนตัวผมว่ามันก็ดี แต่ราคาสูงไปนิด เฉพาะช็อคอัพก็ "แสน" แล้ว
อาจจะแพงเพราะภาษี ที่ช่วงล่างหลังเป็นสปริง อีกก็เป็นได้

หา "ฆ่าเวลา" กันเสร็จ ก็กลับมาส่งผมที่ศูนย์ Isuzu
กลับมารับ Dmax แก่ๆ คันเดิมกลับบ้าน หมดค่าเช็คระยะไป พันห้ากว่าๆ
สภาพโดยรวม ทุกอย่างปกติดี ไม่มีเขม่าควันดำ แต่อย่างใด ทุกอย่างยังเหมือนรถ STD จากโรงงาน
(ที่ศูนย์ยังไม่รู้ว่า รถผมไป Remap มา)

แต่ช่างบอกว่าช็อคอัพด้านหลังไม่ค่อยดีเท่าไรแล้วนะ คราวหน้ามา ควรเปลี่ยน!!

ผมนึกในใจ เดี๋ยวไปถอย Fox เลยดีกว่า 555

แต่เดี๋ยวถามช็อคอัพของแท้ที่ศูนย์ดูดีกว่า ว่าเท่าไร
ช่าง : 6500 ครับ
ผม : เฉพาะคู่หลังใช่ไหม?
ช่าง : ไม่ครับ ทั้ง 4ต้น รอบคัน รวมค่าแรงใส่แล้ว
ช่าง : หน้าคู่ละ 3000 หลังคู่ละ 2000 ค่าแรงใส่รวม vat ประมาณ 1500 ยังไม่หักส่วนลดครับ
ผม : อูยยยย  ครับ

ผมคิดในใจ คราวหน้ามาซื้อช็อคอัพศูนย์เหอะ 6500 จบทั้งคัน
อย่า! ไปเอามันเลย Fox เฉพาะช็อคอัพ Fox สี่ต้น ก็ซื้อช็อคเดิมใส่ Dmax ได้ 20คัน!!!
ยอมเด้งหน่อย ไม่หนึบเท่า แต่นี่มัน feel original truck นะ

สมชื่อจริงๆ Shock Up!!!
"อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ออฟไลน์ YAmodels

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 997
Re: Review : REMAP เรียกความแรงด้วยงบเบาๆ All New D-Max 2.5 AT
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2018, 13:10:50 »
อ่านทุกตัวอักษรครับ  :-*
รออัพเดทในอนาคตครับ

ออฟไลน์ the kit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 676
Re: Review : REMAP เรียกความแรงด้วยงบเบาๆ All New D-Max 2.5 AT
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: ตุลาคม 20, 2018, 12:37:13 »
แหม รู้สึกดีจริงๆ ที่มีคนอ่านและคอยติดตาม

จริงๆ จะมา "เล่าให้ฟัง" ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่ต้องจัดการงานให้เข้าที่ก่อน

เมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผม, ครอบครัว และพ้องเพื่อน 12 คน ได้ไปสนุกที่ Japan ทริป Osaka-Tokyu
ไปกันเองรึ?  ไม่เด็ดขาด ผมไม่เก่งกาจขนาดนั้น  ไปกับทัวร์ดีที่สุด จะถูกแพงไม่ว่า ขอให้สบายไม่ลำบาก เป็นใช้ได้
ทัวร์ที่กลุ่มผมไปร่วมรวมกับคนอื่นที่มีมากันเป็นคู่ เป็นกลุ่มเขาบ้าง รวมแล้วประมาณ 34 คน

ญี่ปุ่น ขึ้นชื่อว่า สะอาดและเป็นระเบียบ การขับขี่รถมีวินัยมาก
ครั้งนี้ที่ผมไป รถประจำทริปนี้ คือ Hino ขนาดประมาณ 40 ที่นั่ง รุ่นอะไรไม่รู้ สภาพค่อนข้างใหม่ มีพลขับชื่อ ฮาเซกาว่า

แต่พลขับผมนี่ "ไม่ธรรมดา" ผมสังเกตุตั้งแต่วันแรกที่มาถึง (ผม, ครอบครัว และพ้องเพื่อน นั่งแถวหน้าสุด)
คือ ออกจากสนามบินคันไซ พลขับผม เห็นไฟเขียว มาเหลือง ซักระยะ แทนที่จะเบรค แต่กลับส่งคันเร่งต่อเลย ในช่วงไฟแดง
เอ๊ะ อาการอย่างนี้มันคุ้นๆ กับ Thailand เลยนะ สงสัยจะเห็นเป็นไฟสีชมพู ยังไม่แดงเต็มตัว!!!  ???

รถที่นู่น ส่วนใหญ่จะเป็นรถขนาดเล็ก 660cc. รถขนาดกลาง-ใหญ่ มีแต่ก็ไม่เยอะมาก
ถนนของเขาตามเขตเมืองและชานเมือง จะเป็นแบบทันสมัย Size S Slim Fit
ส่วนถนนระหว่างเมือง motorway ทางด่วน ก็ยังคงทันสมัยแต่ Size M Slim Fit เช่นเดิม
มีไหล่ทางด้านซ้าย ไว้เพื่อฉุกเฉิน ไม่มีรถคันไหนใช้เลนนี้ แม้รถติดมากเพียงใดก็ตาม คือ ชะโงกดูก็เห็นว่ามันโล่ง เท่าที่ตาจะมองเห็น!!!
สู้ Thailand ไม่ได้ ฉุกเฉินตลอด มีทางว่างให้วิ่ง ไฉนเลยเจ้าจะไม่ไป!!??

การขับรถบนนทางด่วนเขา ต่อให้ถนนโล่ง ผมก็เห็นเขาก็วิ่งแค่ 80-100 (หน่วยเป็น กม. ไม่ใช่ ไมล์ นะ ;D )
ขนาดรถตัวแรงๆ MB GLS63AMG, P Cayenne Turbo, L Aventador ก็เห็นวิ่งอยู่ประมาณ 100 ไม่เร็วกว่านี้ แซงเสร็จก็วิ่งชิดซ้าย
เป็นพี่ไทย........

ตอนอยู่ที่นู่น สิ่งที่ไม่เห็นเลย คือ "รถปลาหมึก"
รถที่นู่นไม่มีควันดำ และไม่มีท่อไอเสียที่เสียงดัง 
เสียงท่อที่ได้ยินมา  ดังที่สุดในทริปนี้ คือ เสียงท่อแต่งจาก HD แต่ก็ส่วนน้อย  HDส่วนมากก็ท่อเดิมติดรถทั้งนั้น

รถกระบะที่นู่น เขาจะเป็นกระบะตอนเดียวคันเล็ก คล้ายพวก Suzuki carry แต่โดยมากมักจะเป็นยี่ห้อ Daihutsu ซะมากกว่า
จะมาเป็น DMAX, Revo ล้อยื่น คอกใหญ่ล้นตัวถัง ควันดำ เสียงดัง ไฟไอติม ไม่ติดป้าย มันทุกเม็ด จัยมันรัก รถไม่ซิ่งวิ่งแช่ขวา เป็นไม่มี

ทริปนี้ ตารางเที่ยวค่อนข้างแน่น เวลาต้องกระชับ แต่คนในกลุ่มทัวร์ที่กลุ่มผมไปร่วมนี้
บางคนมีความเป็น "ไทยแท้" ที่นัดเวลาอะไร มักแสดงให้รู้ว่าเป็น "ไท" มันก็เลย ทำให้ทุกอย่างคลาดเคลื่อน

ทริปนี้ไกด์ก็ดี, พลขับก็ดี โดยเฉพาะพลขับนี่ แกกลัวลูกทัวร์ได้เที่ยวไม่ครบ (ทั้งๆ ที่จริงแกก็ไม่เดือดร้อนอะไรนะ ยังไงก็ได้ค่าจ้างครบอยู่แล้ว)
พลขับฮาเซกาว่านี่ แกจะขับฝ่าไฟ "ชมพู" บ่อยมากๆ ขับซิ่งแต่มีลิมิต พาไปทางลัด เข้าซอกซอย เพื่อเอาเวลากลับมาคืน
(อันนี้ไกด์อธิบายให้ฟังนะ คือ แกว่าทริปนี้ คนไม่รักษาเวลากัน แต่แกก็อยากจะให้เห็นสิ่งสวยงามที่สำคัญของญี่ปุ่นได้ครบๆ เลยต้อง
over limit มาหน่อย  :D )

จบทริปนี้โดยรวมก็ประทับใจ และสนุกกันมาก เพราะไปกับครอบครัวและเพื่อนที่โคตรสนิท จะทำอะไรมันก็ไปในทิศทางเดียวกันหมด
คือ เอาไงเอากัน, กินไงกินกัน, ถูกแพงไม่ใช่ ปห. เพราะมัน "กากี่นั้ง"


กลับจากญี่ปุ่น คืนสู่นิวาสสถาน
พี่เมียอยากลองขับ รถ Remap ดูบ้างว่ามันเป็นไง ขอเอาไปใช้ซักสัปดาห์นะ
โดยเอา Triton 2.4 4Drs. 5AT โฉมปัจจุบัน มาสลับให้ใช้ และบอกว่า ลองขับ ลองกดดูให้หน่อยนะว่ามันเป็นไง มาเล่าให้ฟังบ้าง

เอามาจอดได้เกือบสัปดาห์ เมื่อวานเพิ่งว่างได้เอาไปใช้
ในใจก็คิดว่า มันก็คงคล้ายกับ PJS ตัวปัจจุบันที่ผมมีอยู่นั้นแหละ ต่างกันนิดหน่อยที่เกียร์
ในเมื่อพี่เมียอยากรู้สมรรถนะ ก็ไปลองให้รู้ซะเลย

ข้อจำกัด
- รถ Mitsubishi Triton Plus 2.4 4Drs. 5AT เดิมๆ ทั้งคัน ไม่มีอะไรแต่งเติม วิ่งมาประมาณ 25,000 กม.
- ยาง BS 245/65-17 สัปดาห์ 4216 เติมลม 34psi
- CASIO G-Shock จับเวลา กดจับพร้อม kickdown
- ผู้ทดสอบ 2 คน นน.ประมาณ 155 กก.
- อุณหภูมิภายนอก 35c
- แอร์เปิด auto ที่ 25c

0-100 ใช้ 10.6 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
80-120 ใช้ 7.4 วิ  (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
100-120 ใช้ 4.9 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
120-140 ใช้ 5.0 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
(ทดสอบ 3 ครั้ง หาค่า AVG)

รถ DMAX Hi-Lander 2.5 4Drs. 5AT REMAP Step อนุบาล Boost สูงสุดที่ 22PSI
0-100 ใช้ 10.2 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
80-120 ใช้ 6.6 วิ  (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
100-120 ใช้ 3.7 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
120-140 ใช้ 5.1 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
(ทดสอบ 3 ครั้ง หาค่า AVG)

เมื่อเอา Triton เดิมๆ เทียบกับ Dmax Remap ตัวเลขก็ยังถือว่าใกล้เคียงกัน
แต่ถ้าเป็นตัวเลข ตอนรถเดิมๆ นี่มันรถคนละยุคเลยนะ เอาไปดู

ก่อน REMAP (ล้อแท้ขอบ 16x8 off10 กับยาง BF A/T 265/70-16 ปลายปี2011)
0-100 ใช้ 15.01 วิ (VBOX Race Logic)
100-120 ใช้ 5.9 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
120-140 ใช้ 13.0 วิ  (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)

ช่วงล่าง รวมถึง handling  Triton ดีกว่า Dmax เยอะพอควร
แต่ยัง "ติ" นิดๆ ว่า เหมือนหน้าเบาไปหน่อย เบากว่า PJS พอควร แต่ความคมของพวงมาลัยเหมือนขับรถเก๋ง ขนาด Civic, Altis เลย
วิธีแก้ง่ายๆ เปลี่ยนยางใหญ่ขึ้นนิดเป็น 265/65-17 หรือไปเอาชุดล้อที่ใส่ใน PJS 265/60-18 มาใส่แทน อาการนี้น่าจะหาย

ตอนออกตัว 0-100 มันจะรอรอบหน่อย พอรอบเครื่องมาเกิน พันปลายนี่เรี่ยวแรงจะมาอย่างต่อเนื่อง
ถ้าอยากออกตัวให้เร็วกว่านี้ เท้าซ้ายเหยียบเบรคไว้ เท้าขวาเลี้ยงรอบไว้ซัก "สองพัน" แล้วปล่อยเบรค น่าจะได้มาอีก "เกือบวิ"
แต่นี่เป็นการทดสอบแบบตามจริง ไม่ใช่แข่ง Quarter Mile และนี่มันรถส่วนตัวด้วย เลยไม่ทำ  เดี๋ยวจะอยู่ไม่ยาว!!!

สรุป Triton ดีมากนะ สมรรถนะดีกว่า DMAX คันของผมในทุกๆ ด้าน
ถ้าเอาขับขี่สบาย สมรรถนะเลิศและไว้ใจได้ ไม่ต้องขับไปลุ้นไป เลือกไป Triton ได้เลย
แต่ถ้าสมรรถนะพอควร ไว้ใจได้แน่นอน เจอฝนตกจะไม่พาลงเล่นน้ำได้ง่ายๆ มองถึง ยี่ห้อ และราคาขายต่อ Dmax ก็ไม่ผิดหวัง
ศูนย์บริการตาม ตจว. แบบที่ผมอยู่ Isu ไม่ได้เหนือกว่า Mitsu นะ บริการดีพอๆ กัน กินกันไม่ลง

หวังว่าคงจะเป็นที่พึงพอใจ สำหรับผู้ที่ติดตามรออ่านนะ
ครั้งหน้ามีอะไรดีๆ จะมา "เล่าสู่กันฟัง" เพิ่มเติมครับ
"อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ออฟไลน์ the kit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 676
Re: Review : REMAP เรียกความแรงด้วยงบเบาๆ All New D-Max 2.5 AT
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2018, 14:05:44 »
เย็นเมื่อวานไปกินแชร์มา
ก่อนกินเจ้าของหมู่บ้านได้นัดล่วงหน้าว่าให้มาก่อนเวลาซักหน่อย
จะได้ไปลองรถคันล่าสุดของเขา Ford Raptor !!

เข้าทางเลย อยากลองขับอยู่เหมือนกัน แต่ไม่อยากไปลองที่ศูนย์ เพราะ "เกรงใจ" น้องเซลล์
คือ ไปลองได้ก็ไม่ซื้ออยู่แล้ว!! (รถผมยังดีอยู่ ยังไม่อยากจะเสียเงินอีก)

แต่ในเมื่อเพื่อนมันชวนให้ลอง  ก็ต้องไปลองดูซิว่ามันจะดีจริง แรงจริงแบบที่เขา "อวย" กันไหม
เขาให้ผมขับเอง และบอกว่าใส่เลย ไม่ต้องเกรงใจ ที่มันนั่งอยู่ข้างๆ พังมาจะได้เคลมเลยยย!!

จัดไปครับ

ทางเรียบรถนิ่งดีมาก เมื่อเทียบกับ Dmax คันของผม
ผมรู้สึกได้เลยว่า Raptor เหนือกว่าเยอะ และยังนิ่งกว่า Triton ที่ผมได้ลองขับล่าสุดอีกด้วย

ลองทางวิบากกันบ้าง หลุมทั่วไปไม่ลึก แบบรถทั่วไปวิ่งได้ ไม่ใช่ "ปลักควาย"
อันนี้ Raptor ยิ่งแสดงความเหนือชั้นเข้าไปอีก มันเหนือกว่า Dmax ช็อคอัพ 4ต้นทั้งคัน 6500 บาทไปเยอะ  :-[
เหมือนรถคนละยุค เหมือนขับเก๋งชั้นดี กับรถกระบะเลย
ส่วนกับ Triton ไม่สามารถบอกได้ เพราะ คันนั้นผมไม่ได้ขับทางวิบากเลย ลองแค่ทางเรียบอย่างเดียว
แต่เข้าใจเองว่าไม่เหนือกว่า Raptor เป็นแน่แท้

ต้องยอมรับในเรื่องช่วงล่างและการ set handling ของ Raptor จริงๆ ว่ามัน "ยอดเยี่ยม" จริงๆ  8)

คือ ช่วงล่างและ handling มันดีจริง และยิ่งโดดเด่นสำหรับทางวิบาก
ช็อคอัพดีเลิศ วิ่งรูดทางวิบากได้ดี เก็บรายละเอียดได้เยี่ยม
แต่ไม่ได้หมายความว่า วิ่งรูดหลุมต่างๆ บ่อยๆ เร็วๆ แล้วช็อคอัพ, ลูกปืน, ลูกหมาก รวมไปถึงจุดยึดต่างๆ ไม่เสียเร็วนะ
ยิ่งมันเก็บอาการรูดได้ดี ทำให้เราวิ่งได้เร็วขึ้น ช่วงล่างอื่นๆ ก็พังเร็วขึ้นเช่นกัน

แต่รถกระบะช่วงล่างแบบรถกระบะ  เราก็ไม่กล้ารูดเร็ว เพราะ มันจะสะเทือนมาก จึงต้องช้า ก็ทำให้ช่วงล่างไม่กลับบ้านเร็วก่อนวัยอันควร

มาถึงสิ่งที่ทุกท่านน่าจะอยากรู้ คือ เรื่องความเร็ว
ข้อจำกัด
- รถ Ford Raptor เดิมๆ ทั้งคัน ไม่มีอะไรแต่งเติม วิ่งมาประมาณ 3,000 กม.
- ยาง BF285/70 R17 เติมลม 34psi
- CASIO G-Shock จับเวลา กดจับพร้อม kickdown
- ผู้ทดสอบ 2 คน นน.ประมาณ 160 กก.
- อุณหภูมิภายนอก 28c
- แอร์เปิด auto ที่ 25c

0-100 ใช้ 10.6 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
80-120 ใช้ 7.5 วิ  (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
(ทดสอบ 2 ครั้ง หาค่า AVG)

การขึ้น ช่วง 80-160 ทำได้ดีขึ้นค่อนข้างเร็ว
ตอน 160 ยังคิดว่ามันน่าจะไปได้อีกเยอะ (ใจคิดว่าน่าจะถึงช่วง 190 กว่านะ)
แต่พอ 160 กว่าขึ้นไป ไหงเข็มความเร็วกลับไม่ค่อยเดิน คือ ขึ้นช้าๆ แต่ตัวรถยังนิ่งดีมาก
รถเดิมๆ ไปได้สุดแค่ที่ 170 กม./ชม. ตามไมล์ติดรถ ที่กล้าทดสอบ เพราะรถมันนิ่งค่อนข้างมาก
ตอน 170 มันน่าจะไปได้อีกนิดๆ นะ (ไม่น่าเกิน 175) แต่พอแล้วเพราะ รถยังใหม่มาก และยังไงมันก็ไม่น่ามากไปกว่านี้เยอะ
ปล.ไม่ได้จับ 100-120 และ 120-140 มานะ เพราะเวลาไม่พอแล้ว
แต่เข้าใจว่า น่าจะ "เกาะกลุ่ม" แต่ไม่น่าดีกว่า Triton 2.4 ที่ผมเพิ่งลองมา

เอาเวลาของ Mitsubishi Triton Plus 2.4 4Drs. 5AT เดิมๆ ทั้งคัน ไม่มีอะไรแต่งเติม วิ่งมาประมาณ 25,000 กม. ไปเทียบกันดู
0-100 ใช้ 10.6 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
80-120 ใช้ 7.4 วิ  (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
100-120 ใช้ 4.9 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
120-140 ใช้ 5.0 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
(ทดสอบ 3 ครั้ง หาค่า AVG)
ตีนปลายไม่ได้ลองมานะ แต่เข้าใจว่าไม่ต่ำกว่า 180

รถ DMAX Hi-Lander 2.5 4Drs. 5AT REMAP Step อนุบาล Boost สูงสุดที่ 22PSI
0-100 ใช้ 10.2 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
80-120 ใช้ 6.6 วิ  (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
100-120 ใช้ 3.7 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
120-140 ใช้ 5.1 วิ (Casio จับเวลาเอง ความเร็วตามไมล์ติดรถ)
(ทดสอบ 3 ครั้ง หาค่า AVG)
ตีนปลายประมาณ 210 เพราะได้ปลดข้อจำกัดหลายอย่างออก แต่จะเป็นอะไรบ้าง "ไม่รู้ครับ" เพราะไม่ใช่ผู้จูน

สรุป
Raptor เทียบกับ Dmax คันที่ผมใช้ (ไม่เทียบกับรุ่นใหม่ หรือรุ่นอื่น เพราะ ผมไม่เคยใช้ ไม่เคยขับ)
- มาจะ "ขยี้" ให้ฟัง
ทางเรียบ Raptor นิ่งกว่า ทุกช่วงความเร็ว รู้สึกมั่นใจกว่า
ถ้าวิ่งความเร็วแบบคนปกติ คือประมาณ 120 Dmax ก็ใช้ได้

ทางวิบาก Raptor กินเช็ด ในทุกช่วงความเร็ว
คือ Raptor เหมือนรถเก๋งชั้นดี  Dmax ก็เป็นรถกระบะธรรมดาทั่วไป

ภายนอก-ภายใน option ต่างๆ Raptor กินขาด

แต่สิ่งเดียวที่ Raptor ณ ตอนนี้ ไม่สามารถเหนือกว่า Dmax ได้ คือ ความ "ไว้ใจได้"
เมื่อใช้ Dmax เชื่อใจ มั่นใจได้ว่า มันจะไม่พาไปกินข้าวลิง หรือ ต้องขึ้น "ยานแม่" ค่อนข้างแน่

เรื่อง "0" ไม่รู้ เพราะยังไม่เคยมี Ford
แต่เข้าใจว่า Isuzu น่าจะเหนือกว่า

ถ้าถามผมว่า Ford Raptor 1.7ล. น่าซื้อไหม?
- น่าซื้อ ถ้าเงินไม่ใช่ ปห. รถเดิมๆ ออกมาหล่อเลยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
ยิ่งถ้าทางแถวบ้านไม่ดี มันทำให้นั่งสบายขึ้น "เนียนตูด" กว่ารถกระบะเชิงพาณิชย์ที่มีขายในไทย ณ ตอนนี้ทุกรุ่น
กำลังเครื่องเพียงพอต่อการใช้งานสำหรับคนปกติ มันไม่ได้แรงเว่อร์แบบที่ใครคิดกัน แต่ช่วงล่างดีเว่อร์ตามที่คุย
 
Raptor เป็นรถที่ดี แทบไม่มีข้อติอะไร นอกจากราคากับความไว้ใจได้
ถ้า Ford TH ดูแลลูกค้าดีๆ เคลมเร็ว เคลมง่าย พยายามแก้และลด ปห. ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ดี
เชื่อว่าผู้บริโภคจะมองเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ครับ
"อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"