ผู้เขียน หัวข้อ: Review New Triton Plus 2.4 Mivec "กระบะหน้าจีนที่ขับดีเกินคาด"  (อ่าน 5865 ครั้ง)

ออฟไลน์ NA/marios

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 52
Review: Mitsubishi Triton Plus 2.4 Mivec GLS-Ltd 6MT (Model2016) ?!??

สวัสดีครับ พี่ น้อง และ เพื่อนๆ ทุกท่าน ผมเองเป็นทั้งผู้อ่านผู้ถามมานานหลายปี วันนี้ได้ฤกษ์สักทีกับการรีวิวกระบะคันหนึ่ง ที่คงมีหลายท่านร้อง           ”อี๋……. รถไรกระจังหน้าจี้นจีน , ดีไซด์น่าเกียจจัง , พวงมิราจลดต้นทุนเนอะ , กระบะอะไรดูไม่บึกบึนไม่เมกาเลย(ก็ออกแบบโดยคนญี่ปุ่นปะวะ)
และอีกมากมาย ฯลฯ” เมื่อได้เห็นมัน นั่นเป็นหนึ่งในข้อเสีย (สำหรับบางคน) เท่านั้น

หากทุกท่านพร้อมแล้วก็ขอเริ่ม Review ณ บัดนี้ครับ

รีวิวนี้เกือบจะไม่ได้เกิดขึ้น เนื่องจากเกือบตัดสินใจขายรถ เพราะเหตุผลใดเชิญติมตามต่อได้เลยครับ ...

หมายเหตุ *รูปถ่ายโดยกล้อง Iphone6s และถ่ายจากหลายสถานที่และหลายช่วงเวลาฉะนั้นในแต่ละรูปอาจจะดูขัดๆ , รถผมทำไปพอสมควรอาจจะหาสภาพเดิมๆไม่ค่อยได้ใน Review นี้ , ใน Review นี้ผมจะเน้นความคิดเห็นหลังจากได้ใช้งานมา 17 เดือน กับระยะทาง 28,xxx กิโลเมตร





ออฟไลน์ NA/marios

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 52
Re: Review New Triton Plus 2.4 Mivec "กระบะหน้าจีนที่ขับดีเกินคาด"
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กันยายน 14, 2017, 14:53:43 »
ภายนอก ด้านหน้า

           สำหรับรุ่นใน review นี้จำง่ายๆเป็นรุ่น top ขับ 2 cab ไฟหน้าได้ไฟ Projector พร้อมไฟ DRL ในโคมเดียวกัน ซึ่งถ้าไม่อคติมันก็ดูสวยพอสมควรเลยทีเดียว กระจังหน้าผมเอาไปหุ้มสติกเกอร์ใหม่ค่อยดูดีขึ้นมาหน่อย , ไฟตัดหมอกที่ดูแล้วดีไซด์แปลกๆ อาจเพราะตำแหน่งค่อนมาตรงกลาง , เสาอากาศสั้นติดตั้งในตำแหน่งด้านหน้า , กระจกมองข้างโครเมี่ยม(ในรูปนำไปติดสติกเกอร์เคฟล่า) เช่นเคย หากมองหน้าตรงๆ มันเป็นรถที่ดูดีทีเดียว แต่อาจเพราะสีของโครเมี่ยม + กระจังที่ดูยื่นอยู่แล้ว ส่งเสริมทำให้หน้ารถดูจีนจ๋ายิ่งขึ้นไปอีก แต่พอติดสติกเกอร์แล้วดูดุและดิบขึ้นพอสมควร


ภายนอก ข้างตัวรถ

                มือจับประตูโครเมี่ยมพร้อม Keyless ปลดและล็อครถง่ายๆ เพียงพกกุญแจไว้ในรัศมี กดปุ่มสีดำที่มือจับกระตูจะปลดล็อคให้ทันที พร้อมกระจกมองข้างก็จะเปิด , ปิด อัตโนมัติ ดูดีทีเดียว , กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวในตัวขนาดกำลังดีมองผ่านๆ คาดว่าน่าจะเล็กกว่าของ T6 พอสมควร , เส้นสายโดยรวมจะแตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด (รุ่นปลัด) เนื่องจากในรุ่นใหม่นั้นตัวถังด้านล่างบริเวณห้องโดยสารไม่โค้งมลมากนัก ถือว่าออกแบบมาได้ลงตัวเลยทีเดียว , หากมองเลยห้องโดยสารมาบริเวณกระบะหลังจะพบเส้นสายที่โค้งมลแล้วลาดลงก่อนจะถึงบริเวณกันฝุ่นบริเวณล้อหลัง (ถอดออก) อาจด้วยเหตุผลที่ Triton เป็นกระบะที่มีดีไซด์โค้งไปแทบจะทุกส่วนเลยทำให้มันดู “ไม่บึกบึน , ไม่เมกา” ก็เป็นได้


ภายในรถ

          สำหรับคันนี้เป็นรุ่น Top อุปกรณ์ที่ได้มาถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีพอสมควร (ณ ตอนที่ซื้อ) พวงมาลัยได้ PJS แล้ว มาพร้อม Multifunction ตัวปรับเสียงใช้งานยากเนื่องจากวัสดุเป็นก้านโยกขึ้น-ลง ไม่ใช่แบบกด ขนาดวงค่อนข้างใหญ่จับถนัดมือ ,  ชุดแอร์ยกมาจาก mirage วัสดุ piano black ที่เป็นรอยง่ายค้อดๆ แอร์เย็นเร็วสะใจ (เย็นกว่า Vios 2014 อย่างเห็นได้ชัด คหสต.) , ด้านบนจะพบชุดเครื่องเสียงปั้มแบรนด์ Mitsu ใช้งานง่าย ลูกเล่นไม่ค่อยมี , ปุ่ม Push Start อยู่บริเวณขวามือของชุดมาตรวัด การ start รถก็แสนง่ายดายเพียงเหยียบคลัชสุดเท้าจากนั้นกดปุ่ม ก็พร้อมไปได้เลย , มาตรวัดที่แสนจะธรรมดาดูค่าง่ายดายไม่ต้องมีอะไรเยอะแยะเอาเท่าที่จำเป็นแต่พอเพียง ดูอุณหภูมิภายนอก , Trip a,b , Avg น้ำมันแบบ Real Time , ระยะทางที่สามารถวิ่งได้จนกว่าน้ำมันหมด หากดูคร่าวๆ ก็ถือว่ามี function ไม่ด้อยกว่าค่ายอื่นมากมายเท่าไหร่นัก แต่อาจจะด้วยดีไซด์ของชุดมาตรวัดโดยรวมที่ดูเห่ย(แต่มองเลขง่ายไม่หลอกตา)ประกอบกับไม่มีลูกเล่นนักจึงทำมาตรวัดของรถรุ่นนี้ดูธรรมดาเกินไป


ออฟไลน์ NA/marios

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 52
Re: Review New Triton Plus 2.4 Mivec "กระบะหน้าจีนที่ขับดีเกินคาด"
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กันยายน 14, 2017, 15:49:09 »

เครื่องยนต์ อัตราเร่ง

                   หากท่านใดที่ติดตามข่าวสาร + Review กระบะในช่วง 5 ปี หลังมา จะสังเกตุได้ว่าเครื่องยนต์ของค่าย Mitsu นั้นสมรรถนะค่อนข้างอยู่ในลำดับต้นของกลุ่มเสมอๆ และ อาการรอรอบอันคุ้นเคยก็ยังอยู่ครบ สำหรับเครื่องยนต์ Gen นี้ รหัส4n15 ก็ยังมีอาการรอรอบอยู่ชัดเจน ทำให้การขับขี่ในการใช้งานจริงจะ รู้สึกว่าหากต้องเร่งแซงโดยไม่ลดเกียร์ มันจะเป็นรถที่ไม่มีอะไรเลยยย ช้า+เนือย+เหนื่อย แต่พอเข็มวัดรอบตวัดเกิน 2,000 ขึ้นไป (บูสติด) แรงบิดอันน่าพอใจก็พารถกระโจนออกไปได้ดีพอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อควบกับเกียร์ 6 จังหวะที่ระยะการเข้าเกียร์ค่อนข้างชิด + แป้นคลัชที่มีน้ำหนักกำลังดี ทำให้รถคันนี้เป็นรถที่ขับสนุก หากคุณพยายามเลี้ยงรอบให้เกิน 2,xxx เสมอ

อัตราเร่ง 0-100 km/h ของรถผมมีดังนี้ *จับเวลา 3 ครั้งจากนั้น Avg*
Standard = 10.3x
Super4 Boost 25 ปอนด์ = 8.3x


80 - 120 km/h ไม่เคยจับเลยครับแหะๆ

   โดยส่วนตัวค่อนข้างพอใจแล้วกับอัตราเร่งดังกล่าว การขับขี่ตามถนนชานเมือง ค่อนข้างชิว หากต้องการแซง ก็เพียงเลี้ยงครัชสักหน่อย พร้อมกระทืบคันเร่งรถก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงยางฟรีทิ้งทุกต้นเกียร์ จนกระทั่งเกียร์ 3 (ยางเกาหลีคุณภาพบ้านๆ) อัตราเร่งมาเร็ว และ แรงดึงในรูปแบบเครื่องยนต์ดีเซลกระบะดิบๆ อ่า…….ฟิน (ความชอบส่วนตัว)


น้ำหนักพวงมาลัย , เบรค ,  ครัช+เกียร์
   
            หากท่านใดเคยใช้ชีวิตอยู่กับกระบะรุ่นอื่น หรือ เก๋งพวงมาลัยหนักๆเช่น FD หากได้ลองขับ Triton โฉมนี้จะรับรู้ทันทีว่า “พวงมาลัยเบามาก” มันเบาจริงๆ ในบางครั้งหากใช้ความเร็วเดินทาง 120 – 140 km/h จะจับความรู้สึกได้ชัดเจนว่าต้อง concentrate พอสมควร โดยส่วนตัวเวลาขับรถติดในเมืองมันก็สบายดีอยู่ แต่หากขับรถพวงมาลัยมีน้ำหนักมาตลอดอาจต้องปรับตัวพอสมควร

เบรค
            เป็นอีกสิ่งที่น่าชื่นชม น้ำหนักและระยะถือว่าถูกจริตกับผม หากต้องการเบรคเท่าไหร่กดไปเท่านั้นรถจะหน่วงความเร็วให้ตามความต้องการ
   

ครัช
              แป้นครัชน้ำหนักเบาแต่ระยะเหยียบสุดลึกพอสมควร จับอาการระยะเหยียบสุดมากกว่า Dmax 3.0 I-Dteq (คหสต) แต่จุดตัดต่อกำลังจะอยู่ในช่วงเหยียบลงไป 20 – 70% เท่านั้น เพราะฉะนั้นหากเป็นคนขับที่ชอบเหยียบคลัชสุดเท้าสำหรับรถคันนี้จะค่อนข้างเมื่อยครับ อาจต้องปรับตัวพอสมควร , ส่วนระยะเข้าเกียร์เป็นอีกส่วนที่ผมชอบมากคือ ระยะเข้าเกียร์สั้น Shift feeling ดีหนักแน่น , ขนาดหัวเกียร์กำลังดีจับกระชับถนัดมือ


อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

          ไม่ได้จับแบบเป็นจริงเป็นจังนัก เอาเป็นว่าวิ่งแถบชานเมือง , ในตัวเมืองสาทร สีลม พระราม4 ดินแดง รวมๆกันเจอทั้งรถติด , โล่ง , เร่งแซงรถบรรทุก อัตราสิ้นเปลืองได้ประมาณ  9.1 – 11.x กิโลเมตรต่อลิตร ไม่มากและไม่น้อยไปกว่านี้ ส่วนตัวรับได้ครับกับอัตราสิ้นเปลืองประมาณนี้ ส่วนข้อมูลในคลับวิ่งทางไกลบางท่านทำได้ 13 – 14 กิโลเมตรต่อลิตรก็มี (ไม่นับคนที่เอาค่าจากมาตรวัดมาโชว์ เพราะค่าพวกนี้เชื่อถือไม่ค่อยได้ครับ)

ช่วงล่าง

           ช่วงล่างก็ถือว่าพอใช้ได้ครับ อาจเนื่องด้วยเป็นรถ cab ท้ายรถจึงสูงกว่ารุ่น 4 ประตู ทำให้เวลาวิ่งรถเปล่าค่อนข้างเด้งจนน่าลำคาญพอสมควร ด้วยความติดนิสัยชอบรถโหลด จึงซนเอาไปดัดแหนบอีก 2 นิ้ว ใส่กับโช๊คเดิม ใช้ได้แค่ไม่กี่เดือนทนไม่ไหว อะไรที่มันต่างจาก STD มากๆ วิ่ง “หมาไม่….” เลยทีเดียว , เลยไปคบกับโช๊ค Profender Monoblock กระบอกเงิน ราคาหมื่นกลาง 4 ต้น ตรงรุ่นพร้อมโหลดหน้าอีก 1.5 นิ้ว คราวนี้ “จบ” เลย อาการดิ้น ดุ๊กดิ๊กๆ หายไปแถมเพิ่มความมั่นใจเวลาโค้งแรงๆ หรือ หักพวงมาลัยกระทันหันได้เป็นอย่างดี (รู้งี้เปลี่ยนเป็นอย่างแรกก็ดีไม่ต้องโดน ผบ. บ่น)

หากอ่านมาจนถึงตรงนี้อาจคิดว่าผมก็คงมีความสุขดี จนกระทั่ง…….   

                  วันหนึ่งเมื่อเดือนธันวาคม 2559 ผมขับอยู่ถนนกาญจนาภิเษกบริเวณแถวเมกะบางนา ด้วยอากาศที่ร้อน และกระบะตู้ทึบที่คิดจะเปลี่ยนเลนก็เปลี่ยน เบียดกรูอยู่นั่น จึงทำให้อารมณ์พลุ่งพล่าน ลดเกียร์จาก 5 ลงมา 3 พร้อมเบิ้ล ปล่อยคลัช และ กระทืบคันเร่งเต็มกำลัง ทันใดนั้น !!!!!.............   มีเสียงดังปั้ก , บรื้นนนนนน (เสียงเร่งเครื่องตอนเกียร์ว่าง)  พร้อมกับเกียร์ที่เด้งสู้มือจากตำแหน่ง 3  มาเป็นตำแหน่งว่าง Shocked ! จากนั้นก็พยายามประคองกลับบ้านโดยมีอาการเกียร์ 3   หลุดตลอดทาง จึงได้นัดกับศูนย์บริการย่าน พระ… 3 เข้าไปเพื่อซ่อมแซม > อะไหล่ไม่มีรอไหล่ 1 เดือน > นำรถเข้าซ่อมหลังจากนั้น 1 เดือน (บูชยางเกียร์ 3 หรืออะไรสักอย่าง) > ด้วยความหลอนก็พยายามขับแบบปกติเปลี่ยนเกียร์ไม่เกิน 2,500 รอบอาการเกียร์หลุดก็ไม่มาหลอกหลอนอีก …….                                   
                    จนกระทั่ง เคสคล้ายๆเดิม แต่คราวนี้เป็นเถนน ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี โจทย์รอบนี้เป็น all new ปั้ก….บรื้นนนนน เหมือนเดิม แต่คราวนี้เกียร์ 3 ยัดไม่เข้า หรือ ยัดเข้าเสร็จเด้งกลับตลอดเวลา (อาการหนักกว่ารอบที่แล้ว) > ศูนย์เดิมแจ้งรออะไหล่ 3 เดือน หือ?? > เลยติดต่อไปศูนย์ ราม…แหง แทน > ช่างแจ้งให้ทิ้งรถไว้ซ่อมรอบนี้จะต้องผ่าเกียร์เพื่อเปลี่ยนชิ้นส่วนภายใน  “ห้ะ ใช้มาเพิ่งจะปีนี่ต้องผ่าเกียร์แล้วหลอฟ่ะ” ตอนนั้นยอมรับว่าหงุดหงิดอย่างแรงและไม่รับการซ่อมแบบนี้ต้องเปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่ให้เท่านั้น > ช่างรับทราบและจะแจ้ง Mitsu Motor ให้ เวลาล่วงเลยผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ เรื่องไม่คืบหน้า > ด้วยความที่ผมโชคดีมี ผบ. เป็นผู้รักความยุติธรรมจึงโทรเข้า Mitsu Motor พร้อมใช้กำลังภายใน >> ในที่สุดเกียร์ลูกใหม่ก็ส่งมาที่ศูนย์พร้อมเปลี่ยนเรียบร้อย > หลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาเรื่องเกียร์ 3 หลุดอีกเลย อ่าาาา ฟินนน .......



สรุปข้อดี , ข้อเสียกันแบบตรงไปตรงมากันบ้างง

ข้อดี

-   เบาะคู่หน้าอันดีงามมม ขนาดเบาะใหญ่ , ปีกเบาะ , ความยาวเบาะพอเหมาะ นั่นทำให้การขับขี่รถคันนี้เป็นอะไรที่มีความสุข + สบายสุดๆ
-   เครื่องยนต์ อัตราเร่งเดิมๆว่าเหลือแล้ว แต่พอพ่วงกล่องเข้าไป ยิ่งแซ่บขึ้นไปอีก “ทันใจ” เป็นคำแทนสำหรับ
   เครื่องยนต์ + เกียร์ ของรถรุ่นนี้ (กรณีที่ไม่เจอเกียร์หลุด) คหสต. นะครับ
-   Position การนั่ง + การใช้งานปุ่มกดต่างๆในรถออกแบบได้ดี สามารถเอื้อมไปกด,ปรับ ได้อย่างพอดี
         …… คิดไม่ออกแล้ว

ข้อเสีย

-   ดีไซด์ภายนอกที่ไม่ค่อยลงตัวดูไม่บึกบึน , ไม่ถึก , ไม่เมากา ฯลฯ
-   มิติรถที่น่าจะเล็กที่สุดในกลุ่มกระบะ Pick Up ที่มีขายในไทย
-   กล้องมองหลังในบางครั้งชอบเกิดอาการค้างไม่ขึ้นจอเอาดื้อๆ ต้องเข้าเกียร์ว่างและเกียร์ถอยใหม่ถึงจะขึ้น , เวลาฝนตกบ่อยครั้งที่น้ำฝุ่น+ลม ที่ดีดขึ้นมาจากพื้นชอบโดนกล้องมองหลังทำให้ภาพมัวเสมอ
-   ดีไซด์ภายในที่ดูธรรมดาไม่โดดเด่น , ชุดมาตรวัดที่ไม่หวือหวาบ้านๆแบบพอเพียง
-   การแก้ไขปัญหาจากศูนย์บริการ + Motor ล่าช้าพอสมควร
-   Deflect จาก โรงงานมากมาย อาทิเช่น เกียร์หลุด , แหนบดัง , กระบะหลังเป็นสนิม , อินเตอร์รั่ว , พวงมาลัยคลอน (รถผมผลิตต้นปี 16 เจอเพียงอาการเดียวคือเกียร์หลุด)

                สรุปหากถามความคิดของผมกับรถคันนี้ ราคา ณ ตอนซื้อ 719,000 บาท หักส่วนลดเงินดาวน์ 50,000 บาท จะเท่ากับผมได้ซื้อรถคันนี้มาในราคา 669,000 บาท เท่านั้น !! ถือว่าราคาถูกพอสมควร ได้ทั้งกล้องหลัง , Keyless , ฯลฯ นอกจากราคาที่น่าสนใจแล้ว , ประสบการณ์การขับขี่ที่ได้รับก็น่าประทับใจถึงแม้พวงมาลัยจะเบาโหว่งไป , ประสบการณ์ขับเข้าลานจอดรถวัยรุ่นมองตามเสมอ(รถไรว่ะ) , ประสบการณ์เคลม Deflect ครั้งแรกกับ Motor ที่เกือบทำให้ต้องขายรถคันนี้ไปเพราะความเบื่อกับปัญหาที่ซ่อมไม่จบ ซึ่งหากผู้อ่านต้องการกระบะสักคันเพื่อใช้งาน , ท่องเที่ยว , ขนของ ฯลฯ หากไม่อคติจนเกินไปสำหรับ Triton ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยครับ
สำหรับผมคงใช้เจ้านี่ไปอีกต่ำๆก็ 7-8 ปี หรือจนกว่าจะซ่อมไม่ได้ เพราะมันก็ยังสร้างความสุขให้ผมทุกครั้งที่ได้ขับ......

ขอบคุณที่อ่านมาจนจบ
หากมีข้อติ – ชม หรือสงสัยอย่างไรสามารถโพสลงกระทู้นี้ได้เลย
ขอบคุณ HLM ที่ทำ Review รถออกมาอย่างตรงไปตรงมาเพื่อผู้บริโภค และ เพื่อนสมาชิกที่คอยตอบข้อสงสัยของผม
จนได้รถที่แม้ ไม่ถูกใจที่สุดแต่ถูก”จริต”กับผมที่สุด

ขอบคุณครับ……..


ออฟไลน์ koko86

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 551
    • อีเมล์
Re: Review New Triton Plus 2.4 Mivec "กระบะหน้าจีนที่ขับดีเกินคาด"
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กันยายน 15, 2017, 07:14:40 »

ชอบอ่านuser review เพราะมันมีทั้งข้อดี ข้อเสีย และเรื่องของlong term use เข้ามาด้วยเลยทำให้อ่านสนุกครับ

ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ

ออฟไลน์ EKA

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 204
Re: Review New Triton Plus 2.4 Mivec "กระบะหน้าจีนที่ขับดีเกินคาด"
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กันยายน 15, 2017, 09:54:38 »
เคยใช้ Triton 2.5 เครื่อง 4D56 เทอร์โบ ไม่แปรผัน ก็มีอาการเดียวกัน คือต้องรอบ 2000 ขึ้นไปถึงจะมีแรง

สงสัยจะเป็นคาแรคเตอร์ของ มิตซูฯ ไปซะแล้ว

ออฟไลน์ lufy

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 230
    • อีเมล์
Re: Review New Triton Plus 2.4 Mivec "กระบะหน้าจีนที่ขับดีเกินคาด"
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กันยายน 15, 2017, 10:59:40 »
ขอบคุณสำหรับการรีวิวครับ ไทรทันตัวนี้เห็นหน้าตาแล้วไม่อยากจะสานสัมพันธ์ด้วยเลยครับ พยายามดูให้สวยผ่านมาหลายปีเห็นบ่อยๆอาจจะสวยขึ้นแต่มันไม่ไหวเลย

ปกติชอบงานออกเเบบของมิชซูนะครับ อย่างเก๋งแลนเซอร์ อีโว ปาเจโร่ แต่ถ้ามีตัวเลือกอื่นในตลาด ไทรทันเป็นตัวท้ายๆเลยที่มอง

ออฟไลน์ Shiro

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 117
    • อีเมล์
Re: Review New Triton Plus 2.4 Mivec "กระบะหน้าจีนที่ขับดีเกินคาด"
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กันยายน 15, 2017, 12:59:24 »
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆครับผม พอแต่งในจุดที่เป็นโครเมียม เป็นสีดำ
ดูสวยขึ้นเยอะเลยครับ+กับแม็กสีเงิน ชอบครับ

ออฟไลน์ ps000000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7,394
Re: Review New Triton Plus 2.4 Mivec "กระบะหน้าจีนที่ขับดีเกินคาด"
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กันยายน 15, 2017, 13:43:55 »
ชัดเจนมากครับ

ออฟไลน์ punn

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 555
  • may the force lead your way ...
Re: Review New Triton Plus 2.4 Mivec "กระบะหน้าจีนที่ขับดีเกินคาด"
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กันยายน 15, 2017, 15:28:04 »
นอกจากเจ้าตลาดทั้ง 2 แล้ว ถ้าเน้นใช้งานผมก็เห็นคนเลือกไทรทันนี่หละ  ;D

มีอะไรดีๆซ่อนอยู่พอสมควร
เป็นคนโลกปกติธรรมดา :)
ไม่โลกสวย และไม่โลกมืด อยู่กับความเป็นจริงและพลังงานบวก ..

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 12,097
Re: Review New Triton Plus 2.4 Mivec "กระบะหน้าจีนที่ขับดีเกินคาด"
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กันยายน 15, 2017, 15:56:42 »
ถ้าไม่ติดที่หน้าตา ผมว่ามันน่าสนใจเลยล่ะ

ออฟไลน์ Tien.W

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 609
    • อีเมล์
Re: Review New Triton Plus 2.4 Mivec "กระบะหน้าจีนที่ขับดีเกินคาด"
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กันยายน 16, 2017, 21:45:57 »
ผมชอบ Triton ในแง่ของการบังคับควบคุม ที่ฟิลลิ่ง คล้ายเก๋งในค่ายเค้ามาก ทั้งน้ำหนักพวงมาลัย / แป้นเบรค / แป้นคันเร่ง ตลอดจนท่านั่ง คือ ขับแล้วเหมือนขับเก๋ง รวมถึง เบาะที่ผมว่า มันนั่งสบายกว่าเจ้าตลาดแยะ แม้จะวางตำแหน่งต่ำสักหน่อยก็ตาม

แต่ข้อเสียก็ อย่าง จขกท. ว่าแหละ คือ ศูนย์บริการ ล่ะครับ

ออฟไลน์ natty ib-cm

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 397
Re: Review New Triton Plus 2.4 Mivec "กระบะหน้าจีนที่ขับดีเกินคาด"
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กันยายน 16, 2017, 22:00:36 »
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ

ออฟไลน์ i-dine

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 45
Re: Review New Triton Plus 2.4 Mivec "กระบะหน้าจีนที่ขับดีเกินคาด"
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2017, 07:06:52 »
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ

ส่วนตัวก็มีกระบะไตรตันแคป2.5ยกสูงใช้อยู่คันหนึ่ง  ซึ่งซื้อช่วงเทกระจาดเพราะตัวใหม่เข้ามาพอดี  ซึ่งรวมส่วนลดเหลือแค่5แสน เห็นว่าถูกดีเลยซื้อมาใช้ 

แรกๆไม่รู้เรื่องเรื่องอะไร ขับไปก็งงๆนิดอะไรเนี้ย รถอะไรกว่าโบจะมารอบต้อง 2000 พอปรับตัวได้แล้ว  ก็ถือว่าโออยู่ครับ ใช้ได้ๆ จอดไว้ไหนก็สะบายใจ ยิ่งบ้านใกล้ชายแดนอยู่ 555+