ผู้เขียน หัวข้อ: // Toyota ขยายการรับประกัน C-HR เป็น 5 ปี หรือ 150,000 km. แบต Hybrid 10 ปี //  (อ่าน 8397 ครั้ง)

ออฟไลน์ Nonlamer

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,882
ประกันแบต 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง  ???

ออฟไลน์ โบตั๋น

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 175
รับประกัน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง คือ ถ้าเสียเปลีี่ยนใหม่เลยใช่ไหมครับ หรือว่า เขามีวิธีการแบบไหนครับ
ตัว Hybrid น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ
ถ้าเสียบคอมแล้วรถแจ้งว่าแบตเสื่อม (จะขึ้นโค้ด
check hybrid system ) สามารถเคลมได้ครับ เฉพาะแบตนะครับ ถ้าอย่างอื่นเสียอย่างตัวแปลงไฟ หรืออะไรต้องจ่ายเอง

แบบนี้รับประกัน 10 ปี ก็เยี่ยมเลยครับ
ถ้ารวมพ่วงระบบ Hybrid ทั้งหมดไปด้วย เช่น invertor ให้เท่ากับแบตไปด้วยจะยิ่งดีมากเลย เพราะราคาโหดร้ายกว่าแบตสะอีก
จากใจที่ใช้ camry hybrid 2009 เลยนะครับตอนนี้ใช้มาเข้าปีที่ 7 วิ่งมาจะ 2แสนโลรถยังไม่มีปัญหาอะไรมีเคลมแบตไปรอบนึง
ใจจริงผมไม่ค่อยกังวลเรื่องแบต ที่น่ากังวลกว่าคือ inverter กับ ปั้ม abs แค่ราคาสองตัวนี้ราคาแบตดูเด็กๆไปเลย
inverter เริ่มมีร้านรับซ่อมแล้ว ส่วนปั้มอย่างมากก็ของมือสองถอดใส่ครับ
http://community.headlightmag.com/index.php?topic=41265.0 ราคาอะไหล่ที่ว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 12, 2018, 22:05:19 โดย โบตั๋น »

ออฟไลน์ The Mechanics of Emotions

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,058
    • อีเมล์
แบรนด์ใหญ่แถมให้ประกันตัวรถขนาดนี้ น่าสนใจมากเลยครับ แต่ด้วยความที่เป็นโตโยต้าประกันที่แถมมาอาจไม่ได้เคลมเลยก็เป็นได้
Altis คันเก่าก็ไม่เคยเคลมในระยะประกันเลย มันไม่มีอะไรให้เสีย 5555
La Meccanica Delle Emozioni~

ออฟไลน์ รถสีเขียว

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,334
คุ้มมากๆ ครับ

ถ้ารถวิ่งน้อย (ปีละ 2-3 หมื่นโล) ออกตัว 1.8 ล่าง มาใช้น่าจะดี

แต่ถ้ารถวิ่งเยอะ เช่นปีละ 4-5 หมื่นโล ออกตัว 1.8 HB Mid ก็คุ้มครับ เพราะประกัน 5 ปีขับสบายใจยาวๆ

ใช้ 2-3 แสนโลขายทิ้ง ราคาตกช่างมันเพราะเอาจริงๆ ขายเต้นท์ 5 ปีไป ยังไงก็ได้ไม่เกิน ครึ่งครับ

ออฟไลน์ whoami

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,123
    • อีเมล์
ขอรับประกัน ระบบไฮบริดทั้งหมดทั้งปั๊ม ทั้ง inverter  10 ปีไม่จำกัดระยะทางด้วยได้มั้ย

ถ้าพี่โตกล้าทำ ราคารุ่นไฮบริดมือสอง น่าจะไม่ตกหนักเหมือนไฮบริดรุ่นอื่น

ออฟไลน์ gappom

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 167
มุมมองหนึ่งของการขยายระยะเวลารับประกันก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อ
เพราะแม้แต่ hybrid คนยังไม่กล้าใช้ แล้ว EV ที่มีแต่แบตเพียวๆ จะเริ่มเกิดได้อย่างไร
อีกมุมคือ กีดกันคู่แข่ง  ใครจะทำ hybrid/EV แต่รับประกันน้อยกว่า 10 ปี
โต ก็เครมได้ว่ารับประกันนานกว่า ทำมาก่อน น่าเชื่อถือมากกว่าคนที่พึ่งจะเริ่มทำ

ออฟไลน์ HappyCar

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 340
แค่รับประกันแบต 10 ปี ผมว่า ลูกค้าก็ชื่นใจแล้วครับ

ยิ่งรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 km ด้วยอีก ลูกค้าที่ซื้อต้องปลื้มแน่นอน

สุดยอดมากครับ Toyota

เอาใจช่วย รอลุ้นยอดขายอีกทีนึง

ออฟไลน์ Terng

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,464
ตั้งแพงแล้วก็ลดแลกแจกแถมเอา คล้ายๆ Revo นั่นแหละ  :-X

ตอนวีโก้แชมป์จะเลิกขาย ผมได้ส่วนลดตัวตอนเดียวตั้งเกือบแสน ดอกปกติ (ต่ำกว่า 2) ด้วย
คนจะซื้อรถราคานี้ เขาก็ยังคำนวณอยู่ว่า "จ่ายรวมกี่บาทแล้วได้อะไร" ดังนั้นมันก็มีจุดขายได้เยอะ

ผมมองว่ารถรุ่นนี้น่าซื้อมาก โดยเฉพาะไฮบริดทอป เท่ากับคุณได้พริอุสยกสูงใส่เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันที่สูงขึ้น
แต่จ่ายน้อยลงกว่าสมัยก่อน ล้อใหญ่ลุยหลุมซับแรงสะเทือนได้ดี และดีไซน์ล้ำยุคไปอีกหลายปี โดยมีแบรนด์โตโยต้าแปะ

เทคโนโลยีความปลอดภัยมันสูงกว่า Note ขึ้นไปอีกหลายขั้น แต่เชื่อว่าเสียงวิจารณ์ลักษณะก็จะออกมาทรงเดียวกัน
ว่าทำไมเซกเมนต์นี้คันเท่านี้เครื่องหรือตัวเลขอัตราเร่งเท่านี้กล้าขายแพงขนาดนี้ กล้าเอาอะไรมาขายเหรอ?
และสุดท้ายยอดขายก็ไม่ได้น่าเกลียดขนาดแบรนด์/รุ่นรถโดนดิสเครดิตไปมาก ดุจกัน

จุดที่คนจะไม่ซื้อ คงไม่ใช่เพราะดูราคาแพง แต่เพราะคนที่ดูแต่โฆษณา
แล้วประเมินเส้นสายภายในแล้วนึกไปเองว่ามันแคบหรืออึดอัด
ทั้งที่จริงๆ มันนั่งสบายกว่า CX-3/Juke เยอะ

และอีกอย่าง ถ้าจะบอกว่าภายในดูโลว์ ดูพลาสติก C-HR แย่ Civic FB จนถึง FC/FK ก็ไม่ได้ดีกว่าหรอกครับ จริงไหม?
หรือแม้แต่คู่แข่งอย่าง HR-V ที่เอาแจ็สมายกสูงแล้วทำผิวภายในให้ดูพรีเมียม ก็มีจุดให้วิจารณ์จุกจิกเยอะแยะ

ปล. ทั้งบ้านผมมีโตโยต้าคันเดียว ที่เหลือยี่ห้ออื่นหมด จบนะ

ใช่ครับนั่งสบายกว่า CX-3 และ Juke มี legroom กับ Headroom เหลือเยอะกว่าก็จริง ในเบาะแถวหลัง
แต่ประตูหลังที่ออกแบบแล้วทำให้กระจกเล็กลง แล้วเบาะหลังเวลานั่งแล้วรู้สึกต่ำกว่าสันประตู ก็ทำให้รู้สึกอึดอัดเวลานั่งเหมือนกันนะครับ

จริงๆผมชอบภายในชอบคอนโซลมันนะ แต่พวกแผงข้างประตูช่วยบุนุ่นมาให้หน่อยได้ไหมอะ นี้เล่นใช้พลาสติกหมดไม่ไหวอะ
อย่างน้อยเป็นผ้าลื่นๆสีสวยมาก็ยังดี

แล้วถ้ายิ่งset ให้มันตอบสนองแบบ Prius คือเน้นประหยัดมากๆนี้ ผมไม่ชอบเลยอะ แต่ถ้า Set เหมือน Camry ให้เหมาะกับรูปทรงที่เป็น Sport
นี้จะเยี่ยมมากๆเลย

ผมไม่รู้ว่าปกติขับรถอะไรถึงบอกว่าเซ็ทแบบเน้นประหยัดๆเหมือนพรีอุสแล้วจะไม่มันนะครับ แต่คอนเฟิมว่า ผมขับพรีอุสอยู่ก็รู้สึกว่ารถมันช่วงล่างดี พวงมาลัยดี อัตราเร่งชอบมากๆเวลามอเตอร์มันถีบส่งให้ กระบะถ้าไม่ดันรางนี่ไปรอแซงตอนหลัง 160 อย่างเดียวครับ (เพราะจะความเร็วขึ้นช้ามากๆแล้ว จนไปล็อกที่แถวๆ 180-185) ส่วนตัวที่เคยขับๆมา ที่คิดว่าขับแล้วไวกว่าพรีอุสก็คงเป็นพวก D-segment 2.4/2.5/HV ขึ้นไป กับพวก C-Seg รุ่นใหม่ๆตัวแรงๆนั่นแหละครับ คหสต. นะครับ
=====================
รถที่ใช้เป็นประจำ
2009 Toyota Corolla Altis 1.6G
2011 Toyota Prius TRD
=====================

ออฟไลน์ Poj

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 334
สรุป

พี่โตไม่ค่อยอยากขาย เครื่่องยนต์ธรรมดา เลยตั้งราคาซะแพงเวอร์

แต่อยากให้คนหันกลับมาใช้ ไฮบริด เพราะลงทุนด้านนี้ไปเยอะ เลยกดราคาซะต่ำ

ถ้าตั้งราคาตัวเริ่มต้นไม่เกิน 9 แสน น่าจะขายได้

เลิกเถอะครับ ตั้งราคา มาแพงๆ แล้วบวกค่าประกันตัวรถเพิ่มเป็น 5 ปี ค่าเข้าศูนย์ 11 ครั้ง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 13, 2018, 02:51:48 โดย Poj »

ออฟไลน์ TORA

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 108
ตั้งแพงแล้วก็ลดแลกแจกแถมเอา คล้ายๆ Revo นั่นแหละ  :-X

ตอนวีโก้แชมป์จะเลิกขาย ผมได้ส่วนลดตัวตอนเดียวตั้งเกือบแสน ดอกปกติ (ต่ำกว่า 2) ด้วย
คนจะซื้อรถราคานี้ เขาก็ยังคำนวณอยู่ว่า "จ่ายรวมกี่บาทแล้วได้อะไร" ดังนั้นมันก็มีจุดขายได้เยอะ

ผมมองว่ารถรุ่นนี้น่าซื้อมาก โดยเฉพาะไฮบริดทอป เท่ากับคุณได้พริอุสยกสูงใส่เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันที่สูงขึ้น
แต่จ่ายน้อยลงกว่าสมัยก่อน ล้อใหญ่ลุยหลุมซับแรงสะเทือนได้ดี และดีไซน์ล้ำยุคไปอีกหลายปี โดยมีแบรนด์โตโยต้าแปะ

เทคโนโลยีความปลอดภัยมันสูงกว่า Note ขึ้นไปอีกหลายขั้น แต่เชื่อว่าเสียงวิจารณ์ลักษณะก็จะออกมาทรงเดียวกัน
ว่าทำไมเซกเมนต์นี้คันเท่านี้เครื่องหรือตัวเลขอัตราเร่งเท่านี้กล้าขายแพงขนาดนี้ กล้าเอาอะไรมาขายเหรอ?
และสุดท้ายยอดขายก็ไม่ได้น่าเกลียดขนาดแบรนด์/รุ่นรถโดนดิสเครดิตไปมาก ดุจกัน

จุดที่คนจะไม่ซื้อ คงไม่ใช่เพราะดูราคาแพง แต่เพราะคนที่ดูแต่โฆษณา
แล้วประเมินเส้นสายภายในแล้วนึกไปเองว่ามันแคบหรืออึดอัด
ทั้งที่จริงๆ มันนั่งสบายกว่า CX-3/Juke เยอะ

และอีกอย่าง ถ้าจะบอกว่าภายในดูโลว์ ดูพลาสติก C-HR แย่ Civic FB จนถึง FC/FK ก็ไม่ได้ดีกว่าหรอกครับ จริงไหม?
หรือแม้แต่คู่แข่งอย่าง HR-V ที่เอาแจ็สมายกสูงแล้วทำผิวภายในให้ดูพรีเมียม ก็มีจุดให้วิจารณ์จุกจิกเยอะแยะ

ปล. ทั้งบ้านผมมีโตโยต้าคันเดียว ที่เหลือยี่ห้ออื่นหมด จบนะ

ใช่ครับนั่งสบายกว่า CX-3 และ Juke มี legroom กับ Headroom เหลือเยอะกว่าก็จริง ในเบาะแถวหลัง
แต่ประตูหลังที่ออกแบบแล้วทำให้กระจกเล็กลง แล้วเบาะหลังเวลานั่งแล้วรู้สึกต่ำกว่าสันประตู ก็ทำให้รู้สึกอึดอัดเวลานั่งเหมือนกันนะครับ

จริงๆผมชอบภายในชอบคอนโซลมันนะ แต่พวกแผงข้างประตูช่วยบุนุ่นมาให้หน่อยได้ไหมอะ นี้เล่นใช้พลาสติกหมดไม่ไหวอะ
อย่างน้อยเป็นผ้าลื่นๆสีสวยมาก็ยังดี

แล้วถ้ายิ่งset ให้มันตอบสนองแบบ Prius คือเน้นประหยัดมากๆนี้ ผมไม่ชอบเลยอะ แต่ถ้า Set เหมือน Camry ให้เหมาะกับรูปทรงที่เป็น Sport
นี้จะเยี่ยมมากๆเลย

ผมไม่รู้ว่าปกติขับรถอะไรถึงบอกว่าเซ็ทแบบเน้นประหยัดๆเหมือนพรีอุสแล้วจะไม่มันนะครับ แต่คอนเฟิมว่า ผมขับพรีอุสอยู่ก็รู้สึกว่ารถมันช่วงล่างดี พวงมาลัยดี อัตราเร่งชอบมากๆเวลามอเตอร์มันถีบส่งให้ กระบะถ้าไม่ดันรางนี่ไปรอแซงตอนหลัง 160 อย่างเดียวครับ (เพราะจะความเร็วขึ้นช้ามากๆแล้ว จนไปล็อกที่แถวๆ 180-185) ส่วนตัวที่เคยขับๆมา ที่คิดว่าขับแล้วไวกว่าพรีอุสก็คงเป็นพวก D-segment 2.4/2.5/HV ขึ้นไป กับพวก C-Seg รุ่นใหม่ๆตัวแรงๆนั่นแหละครับ คหสต. นะครับ
คือปกติจะขับ mazda3 ตัวปัจจุบันกับ CRV G4 2.4อยู่ครับ แต่จะขับ prius กับ Camry HV ของพี่อยู่บ่อยๆครับ เลยรู้สึกถึงความแตกต่างค่อนข้างเยอะเวลาเปลี่ยนกลับมาขับรถตัวเอง
คือprius นี้รู้สึกต้องกดคันเร่งลึก ถ้าไฟเหลือเยอะมอเตอร์ก็ถีบแรงอยู่ครับ บ้างที่ต้องรอเครื่อง start ขึ้นมาก่อนถึงจะเริ่มพุ่ง คือมันรู้สึกไม่ค่อยเป็นธรรมชาติล่ะครับ พอกลับมาขับรถตัวเองที่ไร ช่วงแรกๆจะเผลอเหยียบคันเร่งลึกทุกที เพราะติดมาจาก prius แล้วมันก็จะพุ่งๆเลยไงครับ ผมเลยรู้สึกว่า prius จะset มาเน้นประหยัด ถ้าเทียบกับ camry hv ที่เหยียบคันเร่งแล้วรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่า และก็ระบบพร้อมที่จะลุยตลอด แต่ prius มันจะรู้สึกหน่วงๆกว่าอะครับ

ผมก็เลยบอกว่าอยากให้ CHR มัน set ให้เหมือน Camry อะครับ เพราะภายนอกมันดู sport

ออฟไลน์ flybigbear

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 638
ตั้งแพงแล้วก็ลดแลกแจกแถมเอา คล้ายๆ Revo นั่นแหละ  :-X

ตอนวีโก้แชมป์จะเลิกขาย ผมได้ส่วนลดตัวตอนเดียวตั้งเกือบแสน ดอกปกติ (ต่ำกว่า 2) ด้วย
คนจะซื้อรถราคานี้ เขาก็ยังคำนวณอยู่ว่า "จ่ายรวมกี่บาทแล้วได้อะไร" ดังนั้นมันก็มีจุดขายได้เยอะ

ผมมองว่ารถรุ่นนี้น่าซื้อมาก โดยเฉพาะไฮบริดทอป เท่ากับคุณได้พริอุสยกสูงใส่เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันที่สูงขึ้น
แต่จ่ายน้อยลงกว่าสมัยก่อน ล้อใหญ่ลุยหลุมซับแรงสะเทือนได้ดี และดีไซน์ล้ำยุคไปอีกหลายปี โดยมีแบรนด์โตโยต้าแปะ

เทคโนโลยีความปลอดภัยมันสูงกว่า Note ขึ้นไปอีกหลายขั้น แต่เชื่อว่าเสียงวิจารณ์ลักษณะก็จะออกมาทรงเดียวกัน
ว่าทำไมเซกเมนต์นี้คันเท่านี้เครื่องหรือตัวเลขอัตราเร่งเท่านี้กล้าขายแพงขนาดนี้ กล้าเอาอะไรมาขายเหรอ?
และสุดท้ายยอดขายก็ไม่ได้น่าเกลียดขนาดแบรนด์/รุ่นรถโดนดิสเครดิตไปมาก ดุจกัน

จุดที่คนจะไม่ซื้อ คงไม่ใช่เพราะดูราคาแพง แต่เพราะคนที่ดูแต่โฆษณา
แล้วประเมินเส้นสายภายในแล้วนึกไปเองว่ามันแคบหรืออึดอัด
ทั้งที่จริงๆ มันนั่งสบายกว่า CX-3/Juke เยอะ

และอีกอย่าง ถ้าจะบอกว่าภายในดูโลว์ ดูพลาสติก C-HR แย่ Civic FB จนถึง FC/FK ก็ไม่ได้ดีกว่าหรอกครับ จริงไหม?
หรือแม้แต่คู่แข่งอย่าง HR-V ที่เอาแจ็สมายกสูงแล้วทำผิวภายในให้ดูพรีเมียม ก็มีจุดให้วิจารณ์จุกจิกเยอะแยะ

ปล. ทั้งบ้านผมมีโตโยต้าคันเดียว ที่เหลือยี่ห้ออื่นหมด จบนะ

ใช่ครับนั่งสบายกว่า CX-3 และ Juke มี legroom กับ Headroom เหลือเยอะกว่าก็จริง ในเบาะแถวหลัง
แต่ประตูหลังที่ออกแบบแล้วทำให้กระจกเล็กลง แล้วเบาะหลังเวลานั่งแล้วรู้สึกต่ำกว่าสันประตู ก็ทำให้รู้สึกอึดอัดเวลานั่งเหมือนกันนะครับ

จริงๆผมชอบภายในชอบคอนโซลมันนะ แต่พวกแผงข้างประตูช่วยบุนุ่นมาให้หน่อยได้ไหมอะ นี้เล่นใช้พลาสติกหมดไม่ไหวอะ
อย่างน้อยเป็นผ้าลื่นๆสีสวยมาก็ยังดี

แล้วถ้ายิ่งset ให้มันตอบสนองแบบ Prius คือเน้นประหยัดมากๆนี้ ผมไม่ชอบเลยอะ แต่ถ้า Set เหมือน Camry ให้เหมาะกับรูปทรงที่เป็น Sport
นี้จะเยี่ยมมากๆเลย

ผมไม่รู้ว่าปกติขับรถอะไรถึงบอกว่าเซ็ทแบบเน้นประหยัดๆเหมือนพรีอุสแล้วจะไม่มันนะครับ แต่คอนเฟิมว่า ผมขับพรีอุสอยู่ก็รู้สึกว่ารถมันช่วงล่างดี พวงมาลัยดี อัตราเร่งชอบมากๆเวลามอเตอร์มันถีบส่งให้ กระบะถ้าไม่ดันรางนี่ไปรอแซงตอนหลัง 160 อย่างเดียวครับ (เพราะจะความเร็วขึ้นช้ามากๆแล้ว จนไปล็อกที่แถวๆ 180-185) ส่วนตัวที่เคยขับๆมา ที่คิดว่าขับแล้วไวกว่าพรีอุสก็คงเป็นพวก D-segment 2.4/2.5/HV ขึ้นไป กับพวก C-Seg รุ่นใหม่ๆตัวแรงๆนั่นแหละครับ คหสต. นะครับ
คือปกติจะขับ mazda3 ตัวปัจจุบันกับ CRV G4 2.4อยู่ครับ แต่จะขับ prius กับ Camry HV ของพี่อยู่บ่อยๆครับ เลยรู้สึกถึงความแตกต่างค่อนข้างเยอะเวลาเปลี่ยนกลับมาขับรถตัวเอง
คือprius นี้รู้สึกต้องกดคันเร่งลึก ถ้าไฟเหลือเยอะมอเตอร์ก็ถีบแรงอยู่ครับ บ้างที่ต้องรอเครื่อง start ขึ้นมาก่อนถึงจะเริ่มพุ่ง คือมันรู้สึกไม่ค่อยเป็นธรรมชาติล่ะครับ พอกลับมาขับรถตัวเองที่ไร ช่วงแรกๆจะเผลอเหยียบคันเร่งลึกทุกที เพราะติดมาจาก prius แล้วมันก็จะพุ่งๆเลยไงครับ ผมเลยรู้สึกว่า prius จะset มาเน้นประหยัด ถ้าเทียบกับ camry hv ที่เหยียบคันเร่งแล้วรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่า และก็ระบบพร้อมที่จะลุยตลอด แต่ prius มันจะรู้สึกหน่วงๆกว่าอะครับ

ผมก็เลยบอกว่าอยากให้ CHR มัน set ให้เหมือน Camry อะครับ เพราะภายนอกมันดู sport

ใช่ครับ

รถประเภทไฮบริด ถูกเซ็ตมาให้ประหยัดที่สุด การที่เราจะเหยียบแล้วพุ่ง อย่าได้คิด (นอกจากจะใช้ Power Mode) ผมก็ติดเวลาเหยียบคันเร่งเหมือนคุณเวลามาขับรถคันอื่นๆรวมถึงรถบรรทุกส่งของ

ออฟไลน์ แมวดราม่า

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,049
  • แมวบ้า(ขับ)รถ
พริอุสมันเป็นไฮบริดเครื่องเล็กกว่าคัมรี่ครับ

มันไม่ได้เน้นประหยัดซะทีเดียวหรอก มันคือรถล้ำๆ แรงเท่า C Seg (สมัยนั้น) แถมจิบกว่า Eco (ทางไกล 25 กม./ลิตร สบายๆ) เน้นขายเทรนด์สิ่งแวดล้อมกับนำสมัย สร้างภาพลักษณ์เขียวๆ ตัวทอปออพชั่นมีฟีเจอร์ล้ำๆๆ  ไรงี้

มาตกม้าตายตรงคนกลัวราคาอะไหล่ไฮบริดไม่พอ อะไหล่บอดี้บางส่วนก็แพงซะ บางชิ้นหลักหมื่น ไฟหน้าฝาท้ายเท่าไหร่ และอีกเรื่องคือเรื่อง "ลุยน้ำ" ที่ไม่เอ๊าไม่เาเลยจริงๆ

ฆ่าตัวตายไปหลายจุด แต่เทคโนโลยีจุดเด่นมันยังมี เพราะเอาจริงๆ บริษัทยุ่นที่ออกเครื่องบล็อกใหม่แท้ๆ ในยุคนี้ยังแทบไม่มีเลย โตฯ ก็เอาของเก่ามาหากินบ้าง

่ซึ่งผมว่า C-HR แก้ตรงนี้ไปแล้ว 3 ใน 4 ยกเว้นเรื่องราคาอะไหล่ไฮบริด เขาไม่ได้แก้ แค่มันจะต้องถูกลงตามกลไกตลาด

ใส่ 1.8 Atkinson กำลังรวมประมาณนี้ กับมอเตอร์ไฮบริดพ่วงมันก็ได้ราวๆ นี้แหละ จะให้พุ่งปรู๊ดปร๊าดแบบพวกที่ใส่มอเตอร์แล้วกำลังรวมเฉียดๆ 200 ม้า หรือพวกที่เอามาพ่วงแนวๆ IMA ก็น่าจะยากอยู่ครับ
Dare to Drama! | Original Nissan X-Trail Club Thailand: http://www.facebook.com/groups/180634121979355/

ออฟไลน์ the kit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 627
การขยายการรับประกันเป็นเรื่องดีกับผู้บริโภค อันนี้เห็นด้วย เผื่อบางทีอีกหลายยี่ห้อจะทำตาม ซึ่งจะดีมากต่อผู้บริโภคในไทย

เรื่องแบตไฮบริดรับประกัน 10 ปีนี่ดีมาก
แต่ผู้เป็นเจ้าของต้องระวังให้มาก อย่า!! ไปดัดแปลง ปรับเปลี่ยนอะไรที่ไม่ใช่ทาง TMT รับประกัน ไม่งั้น TMT ใช้เป็นข้ออ้างได้แน่
ถ้าทำได้ดังที่ว่า คุณน่าจะใช้รถคันนี้ ได้สบายใจในระยะรับประกันแน่นอน
"อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ออฟไลน์ ชายโอ๊ต

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 926
ถ้าอัดมาขนาดนี้แล้วยังแป๊กนี่ เหอๆ
"ศัตรูแห่งความก้าวหน้า คือเวลาที่เสียไป"

ออฟไลน์ cadherin

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 380
ฟรีค่าแรง​ 11​ ระยะ

ถ้าฟรีค่าแรง​ อะไหล่​ 5 ปี​ แจ้งเกิดแน่ครับ

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 14,699
ราคาบวกเผื่อไปก่อนแล้วป่าวครับ

ออฟไลน์ Boyja

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 410
ขอรับประกัน ระบบไฮบริดทั้งหมดทั้งปั๊ม ทั้ง inverter  10 ปีไม่จำกัดระยะทางด้วยได้มั้ย

ถ้าพี่โตกล้าทำ ราคารุ่นไฮบริดมือสอง น่าจะไม่ตกหนักเหมือนไฮบริดรุ่นอื่น

เห็นด้วยครับ ถ้านอกจากแบตแล้วเคลมระบบอื่นๆ ให้ด้วย จะมีผลต่อราคามือ 2 มาก ทุกวันนี้ราคารุ่นพี่สาละวันเตี้ยลงเรื่อยๆ  :-\

ออฟไลน์ kasuya

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 197
    • อีเมล์
รุ่น HB ไม่น่าสนอย่างแรง เพราะได้มีการนำอะไหล์สองชิ้นที่มีปัญหาในการใช้งานไปสักพักและราคาแพงมากเป็นมรดกสืบทอดจากพรีอูสและแคมรี่HB รุ่นแรก ติดมาด้วยมา ในแคมรี่HB เค้าสู้กันจนได้ประกันเพิ่มเป็น 10 ปี พรีอูสไม่สู้กันเลยต้องจำใจซ่อมหรือไม่ก็ขายรถทิ้งไป
แต่ C-HR ประกันรถ 5 ปีหรือ 150000 กิโล บอกได้เลยหมดประกับปุ๊บท่านต้องเตรียมเงินไม่ต่ำกว่าแสนกลางๆไว้ซ่อมรถด้วยละ บางคนวิ่งแค่ 3 ปีก็เกิน 150000 กิโลแล้ว