ผู้เขียน หัวข้อ: ย้ายกระทู้มาครับ ขอแชร์ประสบการร์หลังจากใช้ ยาง MS latitude tour HP  (อ่าน 6379 ครั้ง)

ออฟไลน์ Max_Nut

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 119
    *ย้ายกระทู้มาจากห้อง Discussion*
    ออกตัวก่อนเลยครับ ว่าผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้างกับ ทางบ. มิชลิน แต่อย่างใด
และไม่ได้เงินจากทาง บ. เพื่อการโฆษณา แต่ขอแชร์ประสบการณ์ในฐานะ ผู้ใช้จริง
เนื่องจาก ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนยาง หาข้อมูลอ่านยากมาก เลยมาแชร์ข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์กับท่านอื่นๆครับ


    เริ่มกันเลยครับ ผมใช้รถ อีผุผุ ดีแม็กซ์ 4ประตู เครื่อง2.5 ปี2014 ช่วงล่างเดิมๆ ไม่มีอุปกรณ์เสริมใดๆทั้งสิ้น
ยางที่ติดรถมา เป็น BS dueler 840 HT ขนาด 255/65R17 เลยจะขอเปรียบเทียบกับยางตัวนี้นะครับ
ยางใหม่ เป็น MS latitude tour HP ขนาด 265/60R18 (มีเปลี่ยนล้อแม็กมาด้วยครับ อิอิ)
    หลังจากใช้งานไป 10,000 กม. เลยมาขอรีวิว โดยใช้ความเห็นส่วนตัว ไว้เป็นทางเลือกครับ

เกณฑ์การให้คะแนนคือ 1-10 คะแนน โดยมีหัวข้อดังนี้

1. รูปลักษณ์ภายนอก
BS  ได้ 7  ผมว่าลายดอกยางไม่ค่อยสวย ลายยางค่อนไปทาง AT มากกว่า HT
MS ได้ 8.5 ลายดอกยางถือว่าโอเคสำหรับผม ด้านข้างยางนี่ก็ใช้ได้
 
2. เสียงขณะขับขี่ (ทางลาดยาง/คอนกรีต)
BS  ได้ 8 
MS ได้ 8 เงียบพอกันทั้งคู่ครับ 

3. เสียงขณะเข้าโค้งหรือยูเทิร์น
BS  ได้ 6.5  ดังตั้งแต่รับรถมาเลยครับ โค้งหนักๆได้ยินยางหอนเบาๆหน่อย ยิ่งยูเทิร์นยิ่งดัง บนห้างไม่ต้องพูดถึงกระหึ่มเชียว
MS ได้ 8.5  ยูเทิร์นพอได้ยินเสียงบ้างเล็กน้อย บนห้างก็ดังเหมือนกันแต่ไม่เท่า BS

4. ความหนึบ การเกาะถนน (ถนนแห้ง)
BS  ได้ 7 เวลาเข้าโค้งเหมือนมันไม่เกาะถนน เวลาเข้าโค้งต้องรถความเร็วลง เพราะมีอาการดื้อโค้ง(อันเดอร์)
MS  ได้ 9  หนึบมากครับ ซัดไปเลย เอาอยู่  แต่ติดตรงช่วงล่างอันแสนย้วยของรถเลยใช้ความเร็วได้ไม่มาก เพราะมันจะพาท่านลงข้างทางได้ง่ายมากๆ

5. การรีดน้ำ
BS  ได้ 7.5  เจอแอ่งน้ำมีดึงพวงมาลัยมาบ้างครับ ถ้าแอ่งน้ำใหญ่+ขับมาเร็ว บางครั้งเหมือนจะรีดน้ำไม่ทัน
MS  ได้ 8.5  เจอแอ่งน้ำ ไม่ออกอาการเท่า BS ผมคิดว่าเพราะมีร่องรีดน้ำ 4 ร่อง

6. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน
BS  ได้ 9
MS  ได้ 9 ถึงแม้ว่าหน้ายางจะกว้างกว่า1 เซน แต่อัตราการกินน้ำมันเท่าๆเดิมครับ

7.การสึกหรอของยาง
BS  ได้ 9  ทนมากๆ ขนาดใช้ไป 4ปี 80,000 กม. ดอกยางยัง เหลือๆ (ทรีดเเวร์ 300) 
MS  ได้ 8 ดูจากการสึกหรอจากใช้งานแล้วน่าจะไม่ทนเท่า BS น่าจะต้องเปลี่ยนเมื่อถึง 3 ปี (แต่ทรีดแวร์ 440 แทนที่จะทนกว่า)


8.การเบรค
BS  ได้ 7  เสียเปรียบเรื่องหน้ายางที่น้อยกว่า 1 เซน แต่ด้วยตัวยางนั้นถึงหน้าตัดเท่ากันคงสู้ MS ไม่ได้
MS  ได้ 8.5 จับได้ว่าระยะเบรคมันสั้นกว่าเดิม อาจเป็นเพราะหน้ายางที่กว้างกว่า ลักษณะยางเหนียวนุ่มกว่า

9. ราคา
BS 255/65/17 ประมาณ 5500 บ./เส้น
MS 265/60/18 ประมาณ 6300 บ./เส้น

ข้อเสีย
ยางทั้งสองยี่ห้อ หินก้อนเล็กๆ ติดที่ร่องยางเยอะมาก ต้องคอยแกะออกบ่อยๆ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังตัดสินใจเปลี่ยนยางอยู่ครับ
หากท่านสมาชิก ท่านใดมีความถามหรือข้อสเนอแนะ ลองแสดงความคิดเห็นได้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 12, 2018, 14:58:22 โดย Max_Nut »

ออนไลน์ bingoman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,386
ขอบคุณครับ  เคยเล็งๆ ไว้เหมือนกันกับ Latitude Tour HP นี่  แต่ดูแล้วดอกยางออกจะบ้านๆ ไปนิด  ชอบ Bridgestone Sport HP มากกว่า

ออฟไลน์ madcat

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 26
ขอบคุณมากสำหรับรีวิวครับ ผมเองก็ใช้ยางรุ่นนี้อยู่เหมือนกัน แต่เป็นขนาด215/65/16 ใช้กับวีโก้เบนซิน ตัวเตี้ยครับ

ตามความเห็นผมหลังจากใช้มา2รอบ(ยางติดรถ-->tour hp-->tour hp) พอจะได้ข้อสรุปเรื่องการใช้งานว่า
 - ในช่วงแรกๆเป็นยางที่เกาะถนนดี เบรคมั่นใจมากขึ้น แต่ก็ย้วยหน่อย(เนื้อยางเกาะถนนดี แต่มันนิ่มเลยย้วยไปด้วย)
    เพราะงั้นควรสูบลมให้แข็งขึ้นซัก2ปอนด์จะช่วยเรื่องทรงตัวได้บ้าง แต่ความนิ่มก็ลดลง
-  หลัง 40k km.ดอกยางก็ยังอยู่ดี แต่เนื้อยางเริ่มแข็งล่ะ
-  ที่ 60k km. ดอกยางก็ยังลึกดี แต่...ด้วยความที่เนื้อยางมันแข็งขึ้น หน้ายางมันเลยมีรอยฉีกขาดเล็กๆกระจายอยู่ทั่ว
   และสามารถทำล้อฟรีได้บ่อยขึ้น ฟังดูเหมือนรถจะแรง แต่ความจริงคือยางมันเริ่มเกาะถนนได้ไม่ดีแล้วต่างหาก
-  ตอนนี้ผมหายางรุ่นนี้ ขนาดนี้ไม่ได้แล้ว ดูท่าเปลี่ยนยางคราวนี้คงต้องไป primacy suvซะแล้วมั้ง
-  ที่ผมว่าเนื้อยางมันแข็งขึ้น ถ้าเทียบกับDunlop LT37ตอน90k, BS 611 ตอน90k, BS 840 ตอน70-80k เนื้อยางมันก็ยังนิ่มในแบบของมัน ไม่ได้เปลี่ยนไปจนแข็งขึ้นขนาดนี้เลย

สรุป
เป็นยางที่ดี รีดน้ำดี เกาะถนนดีสำหรับHighway(แต่ถ้าจะไปให้ถึงStar คงต้องเปิดDeep Purpleไปด้วย)
แต่ควรเปลี่ยนยางหลัง40k-60k km.ครับ ยิ่งเกินจากนี้ความปลอดภัยมันก็ยิ่งลดลงไปเรื่อยๆ

ออฟไลน์ Max_Nut

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 119
ขอบคุณครับ  เคยเล็งๆ ไว้เหมือนกันกับ Latitude Tour HP นี่  แต่ดูแล้วดอกยางออกจะบ้านๆ ไปนิด  ชอบ Bridgestone Sport HP มากกว่า

รุ่นนั้นราคาโหดมากกครับ เกือบซื้อของรุ่นเดียวกับผมได้ 2 เส้นเลย

ออฟไลน์ Max_Nut

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 119
ขอบคุณมากสำหรับรีวิวครับ ผมเองก็ใช้ยางรุ่นนี้อยู่เหมือนกัน แต่เป็นขนาด215/65/16 ใช้กับวีโก้เบนซิน ตัวเตี้ยครับ

ตามความเห็นผมหลังจากใช้มา2รอบ(ยางติดรถ-->tour hp-->tour hp) พอจะได้ข้อสรุปเรื่องการใช้งานว่า
 - ในช่วงแรกๆเป็นยางที่เกาะถนนดี เบรคมั่นใจมากขึ้น แต่ก็ย้วยหน่อย(เนื้อยางเกาะถนนดี แต่มันนิ่มเลยย้วยไปด้วย)
    เพราะงั้นควรสูบลมให้แข็งขึ้นซัก2ปอนด์จะช่วยเรื่องทรงตัวได้บ้าง แต่ความนิ่มก็ลดลง
-  หลัง 40k km.ดอกยางก็ยังอยู่ดี แต่เนื้อยางเริ่มแข็งล่ะ
-  ที่ 60k km. ดอกยางก็ยังลึกดี แต่...ด้วยความที่เนื้อยางมันแข็งขึ้น หน้ายางมันเลยมีรอยฉีกขาดเล็กๆกระจายอยู่ทั่ว
   และสามารถทำล้อฟรีได้บ่อยขึ้น ฟังดูเหมือนรถจะแรง แต่ความจริงคือยางมันเริ่มเกาะถนนได้ไม่ดีแล้วต่างหาก
-  ตอนนี้ผมหายางรุ่นนี้ ขนาดนี้ไม่ได้แล้ว ดูท่าเปลี่ยนยางคราวนี้คงต้องไป primacy suvซะแล้วมั้ง
-  ที่ผมว่าเนื้อยางมันแข็งขึ้น ถ้าเทียบกับDunlop LT37ตอน90k, BS 611 ตอน90k, BS 840 ตอน70-80k เนื้อยางมันก็ยังนิ่มในแบบของมัน ไม่ได้เปลี่ยนไปจนแข็งขึ้นขนาดนี้เลย

สรุป
เป็นยางที่ดี รีดน้ำดี เกาะถนนดีสำหรับHighway(แต่ถ้าจะไปให้ถึงStar คงต้องเปิดDeep Purpleไปด้วย)
แต่ควรเปลี่ยนยางหลัง40k-60k km.ครับ ยิ่งเกินจากนี้ความปลอดภัยมันก็ยิ่งลดลงไปเรื่อยๆ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ ผมก็ลืมใส่เรื่องเบรคเข้าไปเลย
ส่วนเรื่องการการเติมลมผมเห็นด้วยมากครับ  แก้มยางมันย้วยมาก จากเดิมที่ 33 PSI เป็น 35 PSI ทั้งหน้าและหลัง  (ไม่บรรทุก) พอลดอาการโคลงได้บ้าง

ออฟไลน์ U9WS

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 519
  • slower is better
Latitude Tour HP​ ค่า treadwear ของยางเท่าไหร่ครับ

ออฟไลน์ Max_Nut

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 119
Latitude Tour HP​ ค่า treadwear ของยางเท่าไหร่ครับ

ค่า treadwear 440 traction A temperature A ครับ