ผู้เขียน หัวข้อ: ใช้ City Mc2017 มา 3 เดือน อยากเล่า /แลกเปลี่ยนความคิด การขับขี่แบบ overall ครับ  (อ่าน 4138 ครั้ง)

ออฟไลน์ maximum mew

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 6
สวัสดีครับ ตอนนี้รถคันใหม่ผมใช้รถ City Mc2017 มาได้ 3 เดือน วิ่งไปประมาณ 9,000 โลครับ ก่อนหน้านี้รถที่ผมใช้คือ city 2013 ครับ วิ่งได้ 170k Km. ก็ปลดเอาไปให้พ่อใช้ที่กรุงเทพ พื้นที่ ๆ ผมวิ่งคือโซนภาคเหนือ ทางไฮเวย์ + ทางดอย ทางเขาบ้าง ผมเป็นคนขับค่อนข้างเร็วครับทางไฮเวย์ก็ยืนพื้น 120-140 ทางเขา ทางดอยก็ 80+ สิ่งที่พบกับเจ้า City ใหม่นี้ ยังรู้สึกขาด ๆ เกิน ๆ อยู่บ้างตามที่เจอมาตามนี้ครับ

1. ถ้าใช้ความเร็วไม่สูง สักไม่เกิน 120 จะเป็นรถที่ช่วงล่างนุ่มสบายมากครับ แต่ความนุ่มในความเร็วต่ำก็ยังไม่ถึงขึ้นขับในซอยแล้วเจอลูกกระดกแล้วจะไม่ตึงตัง และถ้าต้องมีบทบู๊เช่นเวลารีบๆ จะรู้สึกช่วงล่างนิ่ม เด้ง มากเกินไป

2. พวงมาลัย เบา และไม่คม  และเหมือนข้อ 1 ครับ คือ ถ้าเข้าโค้งทางบนดอย หรือ โค้งไฮเวย์ ความเร็วไม่สูงมันก็นิ่งดีครับ แต่ถ้าต้องใช้ความเร็วในการเข้าโค้งสักหน่อย จะรู้สึกว่าพวงมาลัยองศาการหักและน้ำหนักที่เบา + ช่วงล่างที่นิ่ม ยวบไปตามแรงเหวี่ยงของโค้ง ทำให้รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเลยครับ

3. เกียร์ CVT บางทีก็ฉลาด ทางลงดอยไฮสปีด ปล่อยไหลรอแต่งเข้าโค้ง เกียร์มีการดึงเอนจิ้นเบรคมาช่วย แต่พอกลับไปแตะคันเร่งกลายเป็นยกเลิกเอนจิ้นแล้วปรับรอบเป็นรอบต่ำสุดของความเร็วขณะนั้นแทน ซึ่งบางทีจะส่งออกโค้งต้องลากขึ้นไปใหม่

3.1 เวลาลงดอยชัน ๆ ความเร็วสัก 40-60 ดึงเกียร์ลงมา  S รอบจะดึงไว้แถว ๆ 3000 รอบ ถ้า L จะ + เพิ่มอีก 500 รอบ
แต่บางดอยชันมากๆ ใข้ความเร็วมากไม่ได่ การใส่ S, L ต่ำกว่าความเร็ว 40 รอบจะมาอยู่แค่ 1,500-2,000 รอบเท่านั้น ทำให้ไม่มีแรงดึงจากเอนจิ้นเบรค และต้องใช้เบรคหนัก

เท่าที่รู้สึกก็มีประมาณนี้ครับ

เพราะ ซิตี้รุ่นเก่าก่อนนี้ของผม ผมขับเดิมๆโดยไม่มีปัญหากับมันเลย

และเคยได้สับเปลี่ยนรถขับอย่างเช่น New Vios ล่าสุด ซึ่งผมว่า Vios ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก ช่วงล่างนุ่ม หนึบ พวงมาลัยผมว่าเป็นมิตรกว่า City ตัวใหม่ อัตราเร่งพอๆกัน แต่ผมว่ากินน้ำมันกว่า City ซึ่ง e20 ใส่ใน New vios ผมขับได้ 12 โลลิตร ในขณะที่ City ได้ 15  โลลิตร ใน Route และพฤติกรรมการขับขี่เหมือนกัน

หรือแม้กระทั่ง M2 Skyactive 4Doors ซึ่งเจ้านี่ผมว่า ช่วงล่างแข็งแต่เกาะ พวงมาลัยคม แต่ก็มีลิมิตของมันเพราะรู้สึกตัวรถเบาๆ

ยังไงก็ขอเล่าให้ฟังและแลกเปลี่ยนความคิดกับคนที่เคยขับ City Mc2017 ครับ ว่ารู้สึกกันอย่างไรบ้าง

ออฟไลน์ Tyke

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 436
ผมว่าฮอนด้าเซ็ต city มาให้เป็นรถขับในเมืองมากกว่าครับ เลยเจอปัญหาตามที่ท่านเล่ามา

ออฟไลน์ NoBiReacto

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 451
    • อีเมล์
ก่อนหน้ามาใช้mazda2ผมใช้ city sv+2016เหมือนกันครับ
ทุกอย่างตามที่ จขกท.เล่ามาทั้งหมดเลย
จุดเด่นของรุ่นนี้ผมชอบคือความกว้างของภายในห้องโดยสารกับเบาะนั่งซัพพอทขาดีมากใครนั่งก็ชม ช่วงล่างขับในเมืองนี่นิ่มสบายดีจริง
แต่พอเปลี่ยนมาจับmazda2 ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเลย555 เบาะเล็กกระชับ ช่วงล่างบางทีก็นุ่มบางทีก็แข็ง แต่วิ่งเร็วแล้วนิ่งมากก
2016 Honda City 1.5SV+
2018 Mazda 2 1.3 high connect

ออฟไลน์ eaksuchart

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 625
ก่อนหน้ามาใช้mazda2ผมใช้ city sv+2016เหมือนกันครับ
ทุกอย่างตามที่ จขกท.เล่ามาทั้งหมดเลย
จุดเด่นของรุ่นนี้ผมชอบคือความกว้างของภายในห้องโดยสารกับเบาะนั่งซัพพอทขาดีมากใครนั่งก็ชม ช่วงล่างขับในเมืองนี่นิ่มสบายดีจริง
แต่พอเปลี่ยนมาจับmazda2 ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเลย555 เบาะเล็กกระชับ ช่วงล่างบางทีก็นุ่มบางทีก็แข็ง แต่วิ่งเร็วแล้วนิ่งมากก

เสียดายอย่างเดียวมาสด้าที่เราใช้กันอยู่ เบาะหน้าสั้นไปนิดด น่าจะรองรับได้อีกซัก 1-2 เซน จะดีมากๆเลย

ออฟไลน์ rotaryman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,120
ผมว่าฮอนด้าเซ็ต city มาให้เป็นรถขับในเมืองมากกว่าครับ เลยเจอปัญหาตามที่ท่านเล่ามา
ผมเห็นด้วยกับเม้นนี้เลยครับ ขับในเมืองรถติดมุดมันซอกแซกดีมาก เกียร์รอบมาไวเร่งทันใจดี แต่พอขับทางไกลเกิน 120 ทั้งเบาและเด้งไม่มั่นใจอย่างที่ จขก. ว่าทุกอย่างครับ ขับขึ้นเขายังไม่เคยลองเลยไม่มีความเห็นครับ

ออฟไลน์ CHANOM

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 522
ก่อนหน้ามาใช้mazda2ผมใช้ city sv+2016เหมือนกันครับ
ทุกอย่างตามที่ จขกท.เล่ามาทั้งหมดเลย
จุดเด่นของรุ่นนี้ผมชอบคือความกว้างของภายในห้องโดยสารกับเบาะนั่งซัพพอทขาดีมากใครนั่งก็ชม ช่วงล่างขับในเมืองนี่นิ่มสบายดีจริง
แต่พอเปลี่ยนมาจับmazda2 ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเลย555 เบาะเล็กกระชับ ช่วงล่างบางทีก็นุ่มบางทีก็แข็ง แต่วิ่งเร็วแล้วนิ่งมากก

เสียดายอย่างเดียวมาสด้าที่เราใช้กันอยู่ เบาะหน้าสั้นไปนิดด น่าจะรองรับได้อีกซัก 1-2 เซน จะดีมากๆเลย

นึกว่าเราคิดไปคนเดียวซะอีกค่ะ ว่าเบาะหน้ามันสั้นไปหน่อย อยากให้ยาวกว่านี้นิดนึง
ไม่นานนี้ มีคนไปบ่นในคลับมาเหมือนกัน มีคนมากัดว่า ก่อนซื้อรถไม่ได้ลองนั่งหรอ ด้วยค่ะ  ::)

ปล. ก่อนเราซื้อ Mazda 2 ก็ลังเลกับ Honda City อยู่เหมือนกัน บางทีก็ยังนึกเสียดายเหมือนกันค่ะ ว่าน่าจะซื้อ City ดีกว่า
In My Garage

2007 MB A180 CDI W169
2007 MB C220 CDI W203
2016 MAZDA 2 SKYACTIV-D SEDAN

ออฟไลน์ UpToGu

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 211
เท่าที่เคยขับ city โฉมนี้ อัตราเร่งดีงาม ไม่แพ้เครื่อง1.8 เลย ขับกินลมชมวิว ไม่เกิน120 โอเคครับ ติอย่างเดียวคือระบบเบรค ทำผมเสียวเลย ค่อนข้างไหลและลื่น ถ้าเปลี่ยนผ้าเบรคผมว่าน่าจะดีขึ้นครับ

ออฟไลน์ NoBiReacto

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 451
    • อีเมล์
ก่อนหน้ามาใช้mazda2ผมใช้ city sv+2016เหมือนกันครับ
ทุกอย่างตามที่ จขกท.เล่ามาทั้งหมดเลย
จุดเด่นของรุ่นนี้ผมชอบคือความกว้างของภายในห้องโดยสารกับเบาะนั่งซัพพอทขาดีมากใครนั่งก็ชม ช่วงล่างขับในเมืองนี่นิ่มสบายดีจริง
แต่พอเปลี่ยนมาจับmazda2 ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเลย555 เบาะเล็กกระชับ ช่วงล่างบางทีก็นุ่มบางทีก็แข็ง แต่วิ่งเร็วแล้วนิ่งมากก

เสียดายอย่างเดียวมาสด้าที่เราใช้กันอยู่ เบาะหน้าสั้นไปนิดด น่าจะรองรับได้อีกซัก 1-2 เซน จะดีมากๆเลย

นึกว่าเราคิดไปคนเดียวซะอีกค่ะ ว่าเบาะหน้ามันสั้นไปหน่อย อยากให้ยาวกว่านี้นิดนึง
ไม่นานนี้ มีคนไปบ่นในคลับมาเหมือนกัน มีคนมากัดว่า ก่อนซื้อรถไม่ได้ลองนั่งหรอ ด้วยค่ะ  ::)

ปล. ก่อนเราซื้อ Mazda 2 ก็ลังเลกับ Honda City อยู่เหมือนกัน บางทีก็ยังนึกเสียดายเหมือนกันค่ะ ว่าน่าจะซื้อ City ดีกว่า
เหมือนเบาะรองนั่งจะสั้นกว่าตัวที่แล้วด้วยครับ ตัวปัจจุบันนี่ซัพพอทขาได้ไม่ดีเลย
ปล.ในคลับ บางคนก็เหลือเกินครับ ขนาดรถมีปัญหายังบอกเลยว่าต้องซ่อมต้องอะไรเป็นธรรมดา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 10, 2018, 11:29:19 โดย NoBiReacto »
2016 Honda City 1.5SV+
2018 Mazda 2 1.3 high connect

ออฟไลน์ NoBiReacto

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 451
    • อีเมล์
เท่าที่เคยขับ city โฉมนี้ อัตราเร่งดีงาม ไม่แพ้เครื่อง1.8 เลย ขับกินลมชมวิว ไม่เกิน120 โอเคครับ ติอย่างเดียวคือระบบเบรค ทำผมเสียวเลย ค่อนข้างไหลและลื่น ถ้าเปลี่ยนผ้าเบรคผมว่าน่าจะดีขึ้นครับ
เห็นด้วยเรื่องอัตราเร่งครับ วิ่งดีมาก แต่เบรคนี่เอกลักษณ์แท้ของฮอนด้าเลยครับ555
2016 Honda City 1.5SV+
2018 Mazda 2 1.3 high connect

ออฟไลน์ maximum mew

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 6
ผมว่าฮอนด้าเซ็ต city มาให้เป็นรถขับในเมืองมากกว่าครับ เลยเจอปัญหาตามที่ท่านเล่ามา

ตัวเก่าผม ถึงช่วงล่าวจะแข็ง ตึงตัง แต่ความเร็วสูงไว้ใจได้ พวงมาลัยน้ำหนักดีมาก เข้าโค้งควบคุมได้ดีกว่าตัวนี้เยอะครับ 555

ก่อนหน้ามาใช้mazda2ผมใช้ city sv+2016เหมือนกันครับ
ทุกอย่างตามที่ จขกท.เล่ามาทั้งหมดเลย
จุดเด่นของรุ่นนี้ผมชอบคือความกว้างของภายในห้องโดยสารกับเบาะนั่งซัพพอทขาดีมากใครนั่งก็ชม ช่วงล่างขับในเมืองนี่นิ่มสบายดีจริง
แต่พอเปลี่ยนมาจับmazda2 ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเลย555 เบาะเล็กกระชับ ช่วงล่างบางทีก็นุ่มบางทีก็แข็ง แต่วิ่งเร็วแล้วนิ่งมากก


ถ้าเทียบกับ M2 ช่วงล่างแข็ง หนึบ มั่นใจ พวงมาลัยน้ำหนักดี คม แต่ผมว่า ตัวรถก็ยังเบา ๆ อยู่ครับ และช่วงล่างทำดีเกินกำลังเครื่องยนต์ไปพอสมควร

ผมว่าฮอนด้าเซ็ต city มาให้เป็นรถขับในเมืองมากกว่าครับ เลยเจอปัญหาตามที่ท่านเล่ามา
ผมเห็นด้วยกับเม้นนี้เลยครับ ขับในเมืองรถติดมุดมันซอกแซกดีมาก เกียร์รอบมาไวเร่งทันใจดี แต่พอขับทางไกลเกิน 120 ทั้งเบาและเด้งไม่มั่นใจอย่างที่ จขก. ว่าทุกอย่างครับ ขับขึ้นเขายังไม่เคยลองเลยไม่มีความเห็นครับ

สงสัยต้องพึ่งการโมช่วงล่างละครับ อาจจะพึ่งสตรัส

ก่อนหน้ามาใช้mazda2ผมใช้ city sv+2016เหมือนกันครับ
ทุกอย่างตามที่ จขกท.เล่ามาทั้งหมดเลย
จุดเด่นของรุ่นนี้ผมชอบคือความกว้างของภายในห้องโดยสารกับเบาะนั่งซัพพอทขาดีมากใครนั่งก็ชม ช่วงล่างขับในเมืองนี่นิ่มสบายดีจริง
แต่พอเปลี่ยนมาจับmazda2 ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมดเลย555 เบาะเล็กกระชับ ช่วงล่างบางทีก็นุ่มบางทีก็แข็ง แต่วิ่งเร็วแล้วนิ่งมากก

เสียดายอย่างเดียวมาสด้าที่เราใช้กันอยู่ เบาะหน้าสั้นไปนิดด น่าจะรองรับได้อีกซัก 1-2 เซน จะดีมากๆเลย

นึกว่าเราคิดไปคนเดียวซะอีกค่ะ ว่าเบาะหน้ามันสั้นไปหน่อย อยากให้ยาวกว่านี้นิดนึง
ไม่นานนี้ มีคนไปบ่นในคลับมาเหมือนกัน มีคนมากัดว่า ก่อนซื้อรถไม่ได้ลองนั่งหรอ ด้วยค่ะ  ::)

ปล. ก่อนเราซื้อ Mazda 2 ก็ลังเลกับ Honda City อยู่เหมือนกัน บางทีก็ยังนึกเสียดายเหมือนกันค่ะ ว่าน่าจะซื้อ City ดีกว่า

ได้ลองขับมาสด้า 2 มาระยะนึง มันแคบ ไม่เหมาะกับผมเลยครับ เลยคิดว่า ถ้าเครื่องไม่แรง ช่วงล่างไม่ดี พอแก้ได้ แต่รถแคบแก้ไม่ได้ครับ 55

เท่าที่เคยขับ city โฉมนี้ อัตราเร่งดีงาม ไม่แพ้เครื่อง1.8 เลย ขับกินลมชมวิว ไม่เกิน120 โอเคครับ ติอย่างเดียวคือระบบเบรค ทำผมเสียวเลย ค่อนข้างไหลและลื่น ถ้าเปลี่ยนผ้าเบรคผมว่าน่าจะดีขึ้นครับ

จริงครับ เรื่องแรงเครื่องนี่ไหลๆเลย เผลอแปปเดียว 140 ไม่รู้ตัว มารู้ตัวตอนช่วงล่างมันเอาไม่อยู่แล้ว

เท่าที่เคยขับ city โฉมนี้ อัตราเร่งดีงาม ไม่แพ้เครื่อง1.8 เลย ขับกินลมชมวิว ไม่เกิน120 โอเคครับ ติอย่างเดียวคือระบบเบรค ทำผมเสียวเลย ค่อนข้างไหลและลื่น ถ้าเปลี่ยนผ้าเบรคผมว่าน่าจะดีขึ้นครับ
เห็นด้วยเรื่องอัตราเร่งครับ วิ่งดีมาก แต่เบรคนี่เอกลักษณ์แท้ของฮอนด้าเลยครับ555

ผ้าเบรคฮอนด้า ก็คือผ้าเบรคฮอนด้า 555

ออฟไลน์ Nerdys

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 567
อาการของเกียร์ CVT ตอนขึ้นเขาเป็นไงบ้างครับ
เคยนั่ง Almera พอขึ้นเขาขนาดที่ไม่ได้ชันอะไรมาก รถจะวิ่งช้าลงเรื่อยๆ รอบตกลงเรื่อยๆ จนต้องเปลี่ยนไปที่ L จึงจะไปต่อได้
สงสัยว่าเกียร์ CVT ในรถคันอื่นอาการเป็นอย่างไร เกียร์ทดรอบให้เลยไหม หรือต้องเลื่อนมาที่ L หรือ S
หรือขึ้นอยู่กับกำลังเครื่องยนต์ด้วย เช่นถ้าเป็น Teana 2.5 หรือ City 1.5 นี่ต้องเปลี่ยนเกียร์ไป L ตอนขึ้นเขาหรือเปล่า

ออฟไลน์ maximum mew

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 6
อาการของเกียร์ CVT ตอนขึ้นเขาเป็นไงบ้างครับ
เคยนั่ง Almera พอขึ้นเขาขนาดที่ไม่ได้ชันอะไรมาก รถจะวิ่งช้าลงเรื่อยๆ รอบตกลงเรื่อยๆ จนต้องเปลี่ยนไปที่ L จึงจะไปต่อได้
สงสัยว่าเกียร์ CVT ในรถคันอื่นอาการเป็นอย่างไร เกียร์ทดรอบให้เลยไหม หรือต้องเลื่อนมาที่ L หรือ S
หรือขึ้นอยู่กับกำลังเครื่องยนต์ด้วย เช่นถ้าเป็น Teana 2.5 หรือ City 1.5 นี่ต้องเปลี่ยนเกียร์ไป L ตอนขึ้นเขาหรือเปล่า

สบายมากครับ การใข้คันเร่งของ ซิตี้ ถ้าค่อยๆเหยียย รอบจะค่อยๆลากตามอารมณ์ CVT แต่ถ้ากระแทกคันเร่ง มันจะคลิ๊กดาวห์ฉับไวปกติครับ เวลาขึ้นเขา ขึ้นดอยไม่ว่าจะชันแค่ไหน อินทนนท์ ผาตั้ง อ่างขาง ฯลฯ ผมใช้ D อย่างเดียวขึ้นสบายๆ ใช้เท้าคุมรอบกับอาการเกียร์เอา แต่ผมมีปัญหากับการลงดอยชันๆที่ใช้ความเร็วไม่ได้มากกว่า ถ้าใส่ S หรือ L ความเร็วต่ำกว่า 40 เอนจิ้นเบรคมันไม่ค่อยดึง ครับ

ออฟไลน์ Left lane driver

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 60
รวมๆผมคิดก็ตามนั้นครับ
ถ้าขับในเมืองหรือความเร็วไม่เกิน 80-90 ช่วงล่างมันนิ่มกำลังดีเลย แต่ถ้าวิ่งเร็วเกิน 110 ก็รู้สึกว่าหวิวๆแล้ว
เมื่อวานผมก็พึ่งไปซัดเข้าโค้งบนทางด่วนความเร็วประมาณ 160 รู้สึกได้ว่ามันยวบยาบมาก เด้งขึ้นเด้งลงตอนเวลาที่เจอรอยต่อของทางด่วน
การโคลงตัวของรถก็ค่อนข้างเยอะ แต่จริงๆมันก็พอเอาอยู่
แล้วอาการไถลมันเป็นแบบค่อยๆไปซะมากกว่า ไม่ได้ไถลพรวดไปทีเดียว

ส่วนน้ำหนักพวงมาลัยเบาหวิวจริง แต่มันมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า Vios
โดยเฉพาะการคืนพวงมาลัยผมว่าทำได้ดีเลย ไม่ต้องใช้มือช่วยดึงกลับเหมือน Vios
ตอนขับในเมืองแล้วต้องเปลี่ยนเลนไปมา พวงมาลัยคล่องกำลังดี แต่ตอนขับเร็วๆอยากให้มันมีน้ำหนักมากกว่านี้ ตึงมือกว่านี้

เครื่องยนต์และอัตราเร่งทำได้ดีกว่าที่คิด มันดีจนเกินตัวรถเครื่องยนต์ 1500 ไปแล้ว
CVT อาจจะมีหน่วงนิดๆตอนออกตัว แต่พอผ่านช่วงแรกไปมันไหลได้เรื่อยๆ แปบๆเกิน120ได้สบายๆ
แต่ที่ผมเจอคือที่ความเร็วต่ำประมาณ 20-40 เกียร์ชอบมีอาการกระตุก (อาการเป็นตอน 36,XXX km)
แต่เปลี่ยนน้ำเกียร์ไปตอน 40,000 km อาการก็ดีขึ้น

และที่ชอบอีกอย่างคือเบาะนั่งสบายดี ฟองน้ำนุ่มนิ่มรู้สึกเหมือนนั่งโซฟาที่บ้าน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 10, 2018, 16:01:22 โดย Left lane driver »

ออฟไลน์ kiwiwi

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,341
เรื่องเกียร์รุ่นเดิม ก่อนเปลี่ยนมาเป็น cvt
ยอมรับเลยว่ามันฉลาดมากๆ

ผมใช้เกียร์ลูกนั้นมาในรถ 3 คัน
ทั้ง city jazz และ freed

เวลาอยู่ในเขาใหญ่ มันทำงานได้ดี แบบไม่ต้องโฆษณาว่าเกียร์ข้าฉลาดอย่างนู้นอย่างนี้เลย (ตอนนั้น ใช้ space wagon ไปด้วย โฆษณาหนักน่าดู แต่ความเป็นจริงคือ โง่สุดๆ)

ส่วน cvt ใหม่มานี้ ผมยังไม่เคยเห็นมันใช้เอนจิ้นเบรคแบบหนักๆเลย แต่ก็คงทำแหละ แต่ไม่รู้สึกนะครับ เพราะใช้เบรคไม่เยอะ แต่ก็อาจจะเป็นเพราะรถผมหนักกว่าของคุณหลายร้อยโลด้วย

ออฟไลน์ ToRToNGPaT

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,350
ผมใช้ Jazz GK เป็น CVT ตัวเดียวกัน เรื่องพวงมาลัย ผมรู้สึกคล้ายๆกันนะครับ มันเบาไปนิดนึง เวลาขับเร็วๆ แต่เวลาขับในเมือง มันก็คล่องดีนะ ตอนผมขับไปทำงานแถวๆคลองถม เลี้ยวเข้าตรอกซอกซอยได้ง่ายดี เบาดีเหมือนกันครับ

ส่วนช่วงล่าง Jazz แข็งกว่า City พอสมควร กระด้างกว่าพอสมควร แรงสะเทือนมาเต็มเวลาเจอกลุมแล้วเบรคไม่ทัน  แต่แลกกับพอขับเร็วๆ แล้วมันก็โอเคนะ มั่นใจพอสมควรเลย 140 ผมว่ามันเฟิร์มโอเคกว่า. HRV อยู่นิดนึง คันนั้น มันยวบยาบไป

ส่วนเรื่องเกียร์นั้น รถผมเป็นตัว SV ไม่มีเกียร์ L ใช้ Paddle Shift แทน ยังไม่เคยเอาขึ้น-ลง ทางชันมากๆ ก็เลยยังไม่ได้ลองใช้ Engine Brake สักเท่าไหร่ ถ้าต้องลงจริงๆ คงเข้า S แล้วใช้ Paddle Shift 1-2 ไปหละครับ น่าจะเอาอยู่นะ  แต่ถ้าเร่งแซง ไม่ต้อง S หละ แค่ ตบ Shift Down 1-2 ที ก็เอาอยู่ครับ สำหรับผมนะครับ ไม่กล้าใช้บ่อย กลัวเกียร์พัง
My Car = My Friend

2017 Honda HR-V 1.8 E Limited CVT Ruse Black Metallic (น้องช่อม่วง)
2016 Honda Jazz 1.5 SV CVT Attract Yellow Pearl (เจ้าถุงทอง)

ออฟไลน์ maximum mew

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 6
รวมๆผมคิดก็ตามนั้นครับ
ถ้าขับในเมืองหรือความเร็วไม่เกิน 80-90 ช่วงล่างมันนิ่มกำลังดีเลย แต่ถ้าวิ่งเร็วเกิน 110 ก็รู้สึกว่าหวิวๆแล้ว
เมื่อวานผมก็พึ่งไปซัดเข้าโค้งบนทางด่วนความเร็วประมาณ 160 รู้สึกได้ว่ามันยวบยาบมาก เด้งขึ้นเด้งลงตอนเวลาที่เจอรอยต่อของทางด่วน
การโคลงตัวของรถก็ค่อนข้างเยอะ แต่จริงๆมันก็พอเอาอยู่
แล้วอาการไถลมันเป็นแบบค่อยๆไปซะมากกว่า ไม่ได้ไถลพรวดไปทีเดียว

ส่วนน้ำหนักพวงมาลัยเบาหวิวจริง แต่มันมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า Vios
โดยเฉพาะการคืนพวงมาลัยผมว่าทำได้ดีเลย ไม่ต้องใช้มือช่วยดึงกลับเหมือน Vios
ตอนขับในเมืองแล้วต้องเปลี่ยนเลนไปมา พวงมาลัยคล่องกำลังดี แต่ตอนขับเร็วๆอยากให้มันมีน้ำหนักมากกว่านี้ ตึงมือกว่านี้

เครื่องยนต์และอัตราเร่งทำได้ดีกว่าที่คิด มันดีจนเกินตัวรถเครื่องยนต์ 1500 ไปแล้ว
CVT อาจจะมีหน่วงนิดๆตอนออกตัว แต่พอผ่านช่วงแรกไปมันไหลได้เรื่อยๆ แปบๆเกิน120ได้สบายๆ
แต่ที่ผมเจอคือที่ความเร็วต่ำประมาณ 20-40 เกียร์ชอบมีอาการกระตุก (อาการเป็นตอน 36,XXX km)
แต่เปลี่ยนน้ำเกียร์ไปตอน 40,000 km อาการก็ดีขึ้น

และที่ชอบอีกอย่างคือเบาะนั่งสบายดี ฟองน้ำนุ่มนิ่มรู้สึกเหมือนนั่งโซฟาที่บ้าน

ความรู้สึกตรงกับผมเกือบ 90% เลยครับ พูดเรื่องเกียร์กระตุกมาผมก็เป็นครับ ค่อนข้างแรงด้วย บางครั้งมีเสียงกึกๆตามแรงกระตุก ว่าตอนเข้าไปเช็คหมื่นโล ว่าจะให้ช่างลองเช็คดูครับ

เรื่องเกียร์รุ่นเดิม ก่อนเปลี่ยนมาเป็น cvt
ยอมรับเลยว่ามันฉลาดมากๆ

ผมใช้เกียร์ลูกนั้นมาในรถ 3 คัน
ทั้ง city jazz และ freed

เวลาอยู่ในเขาใหญ่ มันทำงานได้ดี แบบไม่ต้องโฆษณาว่าเกียร์ข้าฉลาดอย่างนู้นอย่างนี้เลย (ตอนนั้น ใช้ space wagon ไปด้วย โฆษณาหนักน่าดู แต่ความเป็นจริงคือ โง่สุดๆ)

ส่วน cvt ใหม่มานี้ ผมยังไม่เคยเห็นมันใช้เอนจิ้นเบรคแบบหนักๆเลย แต่ก็คงทำแหละ แต่ไม่รู้สึกนะครับ เพราะใช้เบรคไม่เยอะ แต่ก็อาจจะเป็นเพราะรถผมหนักกว่าของคุณหลายร้อยโลด้วย

จริงมากครับ เกียร์ AT5 Speed ลูกนั้น ไม่เคยคุยโฆษณาอะไรเลย แต่การทำงานฉลาดมาก  บางทีขึ้นเนินรถเริ่มช้าลงเรายังไม่ทันเพิ่มคันเร่ง เกียร์มันเชนให้รถมีกำลังเพื่อขึ้นเนินได้อย่างมีแรง หรือเวลา เหยียบบู๊ๆ เกียร์มีการค้างรอบไว้ให้เผื่อเล่นต่อ และการเปลี่ยนเกียร์ก็นุ่มนวลไม่รู้สึกสะดุดมากมาย

แต่ CVT คอนเสป earth dreams นี้ ผมว่าทำตัวเหมือนฉลาด แต่ก็ยังไม่ฉลาด 5555

ผมใช้ Jazz GK เป็น CVT ตัวเดียวกัน เรื่องพวงมาลัย ผมรู้สึกคล้ายๆกันนะครับ มันเบาไปนิดนึง เวลาขับเร็วๆ แต่เวลาขับในเมือง มันก็คล่องดีนะ ตอนผมขับไปทำงานแถวๆคลองถม เลี้ยวเข้าตรอกซอกซอยได้ง่ายดี เบาดีเหมือนกันครับ

ส่วนช่วงล่าง Jazz แข็งกว่า City พอสมควร กระด้างกว่าพอสมควร แรงสะเทือนมาเต็มเวลาเจอกลุมแล้วเบรคไม่ทัน  แต่แลกกับพอขับเร็วๆ แล้วมันก็โอเคนะ มั่นใจพอสมควรเลย 140 ผมว่ามันเฟิร์มโอเคกว่า. HRV อยู่นิดนึง คันนั้น มันยวบยาบไป

ส่วนเรื่องเกียร์นั้น รถผมเป็นตัว SV ไม่มีเกียร์ L ใช้ Paddle Shift แทน ยังไม่เคยเอาขึ้น-ลง ทางชันมากๆ ก็เลยยังไม่ได้ลองใช้ Engine Brake สักเท่าไหร่ ถ้าต้องลงจริงๆ คงเข้า S แล้วใช้ Paddle Shift 1-2 ไปหละครับ น่าจะเอาอยู่นะ  แต่ถ้าเร่งแซง ไม่ต้อง S หละ แค่ ตบ Shift Down 1-2 ที ก็เอาอยู่ครับ สำหรับผมนะครับ ไม่กล้าใช้บ่อย กลัวเกียร์พัง

ฮอนด้าเจนนี้พยายามทำให้นุ่ม ในระดับคนใช้งานทั่วไปจริงๆครับ

ออฟไลน์ I_AM_IM

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 128
ผมใช้jazz mt ตอนแรกอยากได้ออโต้ แต่คันเดิมเกียร์ธรรมดา กลับขึ้นเขาลงเขาลำบากขับภาคเหนือก็เลยตัดสินใจเอาmt นะแต่ในเมืองก็พอเหยียบคลัชไหว แต่อัตราเร่งแซงรถบรรทุกในเขาหายห่วงเกียร์3แปบเดียว120 ลงเขาแทบไม่ไม่ได้ใช้เบรคใช้engine เบรคอย่างเดียว ตอนแรกก็มอง city s cvt ไว้แต่มันไม่มีมือจับด้านหลังจะไว้แขวนเสื้อ ติดเองก็ไม่ได้เลยมาjazz แทนครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 10, 2018, 22:48:58 โดย I_AM_IM »

ออฟไลน์ yumenowinds

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 218
    • อีเมล์
CVT ขึ้นเขาเก่งครับ แต่ลงเขานี่โคตรห่วย

เอนจิ้นเบรคนี่แทบจะไม่มีเลย ต่อให้ใช้ S หรือ Paddle Shift ช่วยดึง ก็ไม่ได้ช่วยอะไร

แต่ช่วงยืนพื้นความเร็วสูงนี่นิ่งจริงครับ รอบเครื่องต่ำมาก โคตรประหยัด คนที่วิ่งทางไกลบ่อยๆน่าจะแฮปปี้