ผู้เขียน หัวข้อ: ขอความรู้และคำแนะนำเรื่องการเติมลมยาง ล้อร้อน? ล้อเย็น?  (อ่าน 2077 ครั้ง)

ออฟไลน์ mr.sanooksanan

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 13
    • อีเมล์
ปกติผมจะเติมลมยางที่ 34 ทุก 1-2 อาทิตย์ ขับรถไม่เกิน 1 กม. วิ่งในเมืองไม่เกิน 60 กม/ชม บางครั้งมาถึงปั้มน้ำมัน ลมยางก็อยู่ที่ 36-38 บ้าง ทั้งๆที่ผ่านมา 1-2 อาทิตย์แล้ว เคยได้ยินว่าถ้าล้อวิ่งมาสักพัก จะมีความร้อนแล้วความดันในล้อยางจะเพิ่ม

ล้อเย็น: กรณีพึ่งออจากบ้าน จากที่ทำงาน แวะเข้าปั้มน้ำมัน ต้องการลมยางอยู่ที่ 34 ควรปล่อยไว้ที่ 36-38 แบบนั้นหรือ ลดลมยางเหลือ 34 ขอคำแนะนำว่าควรทำยังไงครับ? 

ล้อร้อน: กรณีที่วิ่งต่างจังหวัดเป็น 100 กม. ความเร็วพอสมควร อันนี้ความดันในล้อน่าจะสูงขึ้นแล้ว กว่าปกติพอสมควร กรณีเราแวะเติมน้ำมัน แบบนี้เราควรเติมลม หรือปรับลมยางยังไงไหมครับ?

ออฟไลน์ Stp

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,296
ผมมีตัววัดลมยางจะพบว่า

ช่วงอากาศเย็นๆ หน่อย เช่น ช่วงเช้าเมื่อรถวิ่งมาระยะนึง ลมยางจะ +1 PSI แต่ถ้าเป็นช่วงเที่ยงหรือบ่ายที่อากาศร้อนเมื่อวิ่งไประยะนึงลมยางจะเพิ่มประมาณ +2 PSI

แต่ถ้าเป็นช่วงอากาศหนาวอุณหภูมิออกจากบ้านประมาณ < 20C เมื่อสตาร์ทใช้รถครั้งแรก ลมยางจะต่ำกว่าที่เติมไว้ราวๆ -1 PSI (ปีที่ กทม. หนาวยะเยือกเคยเห็น -3 PSI เลยทีเดียว) แต่รถวิ่งสักครู่ก็กลับมาที่ค่าปกติ

ถ้าจะสรุปแบบส่วนตัวคือ ถ้ารถเพิ่งวิ่งมาแบบเรื่อยๆ เหมือนรถติด ผมจะเติมลมตามค่าที่ตัวเองต้องการ แต่ถ้าวิ่งเร็วมาตลอดตอนเช้าผมจะเติม +1 PSI ส่วนหลังเที่ยงที่อากาศร้อนผมจะ +2 PSI
:D ;D ร่วมรณรงค์รักการอ่านหนังสือ แทนการถามตลอดเวลา ;D :D

ออนไลน์ Symphonic

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 512
ถูกต้องครับเรื่องของอุณหภูมิกับความดันของลมยางตามที่พี่สังเกต
ซึ่งมันก็เป็นไปตามหลักวิชาฟิสิกส์ในเรื่องกฎของกาซ หรือกฎของชาร์ล

ผมอยากแนะนำพี่ว่าถ้าพี่ต้องการรักษาลมยางที่ 34 ปอนด์/ตารางนิ้ว
ก็ขอให้เติมให้ได้ตามนี้ในสภาวะอุณหภูมิปกติ

ส่วนเมื่อรถวิ่งออกไปแล้ว ยางล้อมันร้อนขึ้นทำให้แรงดันลมยางสูงขึ้น
บ้างก็ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละครับ ไม่ต้องไปปล่อยลมออก
เพราะเดี๋ยวตอนล้อเย็นลง ความดันลมยางก็จะกลับมาที่ 34 เหมือนเดิม

พี่ไม่ต้องกลัวว่าเวลาวิ่งยาวๆ ล้อร้อนๆ แรงดันขึ้นไปถึง 37-38 แล้วจะ
ทำให้เกิดอันตราย เพราะการออกแบบนางมันรองรับตรงนี้อยู่แล้วครับ

ในทางตรงข้าม ถ้าพี่ไปปล่อยลมลดแรงดันลง เวลารถวิ่งเร็วๆ แล้วจะทำ
ให้เกิด standind wave ที่แก้มยาง แล้วทำให้ยางระเบิดได้ครับ

ออฟไลน์ johnlee

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,638
    • อีเมล์
ลมยาง สวิงได้ครับ  ไม่ต้องคิดมาก

สิบล้อเติม 140  ขับทั้งวัน อิอิ

ออฟไลน์ tom46

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 713
คิดว่า จขกท มีปัญหาเรื่องลมที่ต้องขับรถมาเติมตามปั๊ม แล้วมันเพิ่มขึ้นจะทำอย่างไร

ลองหาพวกเกจ์วัดลมมาตราฐานหน่อยไว้ใช้ครับ วัดจากบ้านก่อนออกว่ามีเท่าไร ขาดเท่าไร พอไปถึงก็วัดอีกทีแล้วเติมเพิ่มจากที่วัดไว้ไป หรือ ไม่ก็หาที่สูบไฟฟ้า หรือ ที่สูบลมจักรยานแบบที่มีสองหัว เพราะต้องใช้หัวใหญ่สูบ ก็ใช้งานได้เหมือนกันครับ วัดหลังจากที่จอดมาทั้งคืน แล้ววัดจะได้ผลดีสุด

แต่ที่สำคัญคือ ที่วัดลม ของบางยี่ห้อ ไม่ตรงเอาจริงๆก็มีครับ ส่วนของผมใช้ยี่ห้อนี้อยู่ก็โอเคอยู่ครับ


M52TUB24 NA TUNING
STROKER M54B30
SCHRICK CAM 248/248
aa tuning software custom
K&N performance air intake kit
Exhaust systems thailand hand made
Rear exhaust EISENMANN

ออฟไลน์ choomodify

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,261
หาเกจ์วัดดีๆติดรถไว้ครับ ช่วยได้ ส่วนตัวผมลองมาหลายแบบ จบที่อันนี้ครับเป๊ะมาก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2018, 10:27:46 โดย choomodify »

ออฟไลน์ No Trespassing

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,046
    • อีเมล์
ถูกต้องครับเรื่องของอุณหภูมิกับความดันของลมยางตามที่พี่สังเกต
ซึ่งมันก็เป็นไปตามหลักวิชาฟิสิกส์ในเรื่องกฎของกาซ หรือกฎของชาร์ล

ผมอยากแนะนำพี่ว่าถ้าพี่ต้องการรักษาลมยางที่ 34 ปอนด์/ตารางนิ้ว
ก็ขอให้เติมให้ได้ตามนี้ในสภาวะอุณหภูมิปกติ

ส่วนเมื่อรถวิ่งออกไปแล้ว ยางล้อมันร้อนขึ้นทำให้แรงดันลมยางสูงขึ้น
บ้างก็ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละครับ ไม่ต้องไปปล่อยลมออก
เพราะเดี๋ยวตอนล้อเย็นลง ความดันลมยางก็จะกลับมาที่ 34 เหมือนเดิม

พี่ไม่ต้องกลัวว่าเวลาวิ่งยาวๆ ล้อร้อนๆ แรงดันขึ้นไปถึง 37-38 แล้วจะ
ทำให้เกิดอันตราย เพราะการออกแบบนางมันรองรับตรงนี้อยู่แล้วครับ

ในทางตรงข้าม ถ้าพี่ไปปล่อยลมลดแรงดันลง เวลารถวิ่งเร็วๆ แล้วจะทำ
ให้เกิด standind wave ที่แก้มยาง แล้วทำให้ยางระเบิดได้ครับ

+1 เห็นด้วยครับผม
My Vehicle : Boeing 777-212ER
MTOW : 286,540 Kgs.
Powerplant : RR Trent 892-17
If it's not Boeing i'm not going.

ออฟไลน์ samaklen

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 339
K ต้อม
Wonder มีเสีย ส่งกลับคืนไปซ่อมจำนวนมากอยู่นะครับ ถ้ายังไม่เสียถือว่าโชคดี
อาการคือ ใช้แล้ว หลุดเป็นชิ้น ๆ ได้ง่าย ๆ
หา Schrader หรือ Vigil น่าจะโอนะ หรือหาเป็นแบบ Digital ของ Michelin เองก็ได้ ร้านยางมี
ข้อมูลนี้ ร้านยางตัวแทน Michelin รายใหญ่แจ้งมาเอง
เบนซ์ W109 มีติดมาพร้อมกับรถจากโรงงาน แถมขีดละ 1 psi อีกต่างหาก
ซึ่งยังไม่เคยเห็นในปัจจุบันเลย

ออฟไลน์ mr_jub

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 187
ซีเรีสมาก ลองติดตั้งเครื่องวัดลมยางอัตโนมัติ TPMS
แล้วจะรู้เยอะกว่านี้คับ  เช่น อุณหภูมิ แรงดัน

ล้อด้านนึงวิ่งผ่านแดด  แรงดันลมเพิ่ม
ล้ออีกด้านอยู่ไกล้ท่อไอเสีย  แรงดันก็เพิ่ม
ล้ออีกด้านอยู่ไกล้เทอร์โบ  แรงดันก็เพิ่ม

ปัจจุบัน ผมปลงแระ  แตกต่าง2-4ปอนด์ ช่างมัน
ไม่ได้เอาไปวิ่งสนาม อย่าซีเรีสคับ
ผิวถนนก็แตกต่างกัน  ก็ทำให้แรงดันเปลี่นแปลงได้เร็ว
ผมขี่แต่รถตัวเมีย

ออฟไลน์ mr.sanooksanan

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 13
    • อีเมล์
ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำของทุกๆท่านครับ เดี๊ยวผมจะลองดูครับ แต่ตอนนี้กำลังมองว่าจะเปลี่ยนรถใหม่ คงหาตัว TPMS มาติดตั้งดูด้วย

ขอบคุณครับ

ออฟไลน์ !Slow-Right

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 420
    • อีเมล์
ผมมีตัววัดลมยางจะพบว่า

ช่วงอากาศเย็นๆ หน่อย เช่น ช่วงเช้าเมื่อรถวิ่งมาระยะนึง ลมยางจะ +1 PSI แต่ถ้าเป็นช่วงเที่ยงหรือบ่ายที่อากาศร้อนเมื่อวิ่งไประยะนึงลมยางจะเพิ่มประมาณ +2 PSI

แต่ถ้าเป็นช่วงอากาศหนาวอุณหภูมิออกจากบ้านประมาณ < 20C เมื่อสตาร์ทใช้รถครั้งแรก ลมยางจะต่ำกว่าที่เติมไว้ราวๆ -1 PSI (ปีที่ กทม. หนาวยะเยือกเคยเห็น -3 PSI เลยทีเดียว) แต่รถวิ่งสักครู่ก็กลับมาที่ค่าปกติ

ถ้าจะสรุปแบบส่วนตัวคือ ถ้ารถเพิ่งวิ่งมาแบบเรื่อยๆ เหมือนรถติด ผมจะเติมลมตามค่าที่ตัวเองต้องการ แต่ถ้าวิ่งเร็วมาตลอดตอนเช้าผมจะเติม +1 PSI ส่วนหลังเที่ยงที่อากาศร้อนผมจะ +2 PSI

แบบนี้เป๊ะเลยครับ

ผมแนะนำ จขกท ก่อนเข้าบ้านเติมลมมาแข็งๆเลยสัก 40 แล้วจอดข้ามคืน แล้วเอาที่วัดลมยางวัดก่อนออกจากบ้านในขณะยางเย็น ปล่อยลมยางให้เหลือตามค่าที่ต้องการครับ ค่าลมยางดูตอนยางเย็นเป็นหลักครับ

ผมใช้ TPMS (จีน) ที่บอกทั้งความดันลมยางและอุณหภูมิ พบว่าช่วงที่ยางร้อนที่สุดคือช่วงบ่ายๆ แดดจัดๆ ที่รถติดๆเคลื่อนช้าๆครับ อุณหภูมิตำแหน่งคนขับขึ้นไปถึง 50-52 องศาหลายครั้ง จนพอหลุดจากช่วงรถติด ขับ 120 หรือ 150 อุณหภูมิก็ไม่เกิน 42 ครับ ซึ่งโดยปกติตำแหน่งคนขับจะร้อนกว่าล้อหลังประมาณ 2-4 องศาในตอนยางอุ่น แต่จะอุณหภูมิเท่ากันเป๊ะในตอนที่ยางเย็นๆตอนกำลังออกจากบ้านครับ
Altis 2014-Up to the present times.

ออฟไลน์ seeker

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 725
ผมจะวัดลมยางที่บ้านก่อนขับออกไปไหนครับ

แต่อาศัยรู้สึกยางแบนๆ ก็จะเติมเผื่อไปก่อน ตื่นเช้ามาค่อยวัด ลมเยอะก็ปล่อยออกให้ได้ที่เราต้องการ

ออฟไลน์ koko86

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,035
    • อีเมล์
เรื่องลมยางหลายๆท่านคงตอบไปแล้ว

แต่จะมาเล่าประสบการณ์ ว่าเคยเติมลม ตอนขับต่างจังหวัด เพราะคิดว่าพวงมาลัยสั่นจากลมยางไม่เท่ากัน เติมไป2-3ปอนด์ ปรากฏว่า ขับไป140สักพักยางแตก

เลยคิดว่า เติมลมยางก่อนเดินทางไกลทุกครั้งแล้วไม่จำเป็นต้องเช็ค

แต่ถ้าจะเช็ค แล้วมันเยอะเกินไปมากๆให้ปล่อยอย่างเดียว ไม่ควรเติม หรือถ้าจำเป็นต้องเติมให้ขับช้าๆครับ

ออฟไลน์ Tien.W

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,380
    • อีเมล์
K ต้อม
Wonder มีเสีย ส่งกลับคืนไปซ่อมจำนวนมากอยู่นะครับ ถ้ายังไม่เสียถือว่าโชคดี
อาการคือ ใช้แล้ว หลุดเป็นชิ้น ๆ ได้ง่าย ๆ
หา Schrader หรือ Vigil น่าจะโอนะ หรือหาเป็นแบบ Digital ของ Michelin เองก็ได้ ร้านยางมี
ข้อมูลนี้ ร้านยางตัวแทน Michelin รายใหญ่แจ้งมาเอง
เบนซ์ W109 มีติดมาพร้อมกับรถจากโรงงาน แถมขีดละ 1 psi อีกต่างหาก
ซึ่งยังไม่เคยเห็นในปัจจุบันเลย

ของผม เพิ่งพังไป แต่ก็ใช้มา 20 กว่าปีครับ เคยตกเบาๆ แค่ไม่เกิน 10 ซ.ม. ก็หลุดเป็นชิ้น แต่จับประกอบคืน ติดกาวตราช้างเอา ... ใช้มาจนหลังๆวัดทีไร ลม drain ออกทุกที ทีแรกก็โทษจุ๊บยางมันห่วย ร้านเอาจุ๊บห่วยๆมาใส่ให้แน่ จนหลังๆใส่จุ๊บเหล็กก็ยังเป็น พอดูดีๆ ยางรองด้านในเกจ์มันขาดและเปื่อย พอเสียบกับจุ๊บมันก็เบี้ยว ลมเลย drain ทิ้ง

เอาง่ายสุด ลองดูใน FB ครับ ของ มิชลิน เอาแบบตัวล่างสุด 299 บาท เป็นไฟฉายในตัว วัดง่าย ใช้ดี พกพาสะดวกครับ

..............

เรื่องเติมลม ... เกจ์ร้านไทร์พลัสแถวบ้าน มันจะขี้โม้ไป 4 ปอนด์ครับ

จากบ้านผม ไปร้านประมาณ 5 กม. ยางยังไม่ร้อน (ขับ 60)  ไปถึงร้าน ผมก็กดไปก่อนเลย 40 ปอนด์ ทั้ง 4 ล้อ แล้วขับกลับบ้าน พอเช้ารุ่งขึ้น ก่อนแดดออก ก็ค่อยมาวัด มันจะเหลือราวๆ 36 ปอนด์

ถ้าช่วงไหน จอดรถไม่ค่อยได้ใช้ ผมก็คา 36 ปอนด์นี่แหละ อยู่ได้เป็นเดือน แล้วจะใช้เมื่อไหร่ ผมก็ปล่อยอีกที เหลือ 34 ปอนด์ กำลังดีครับ

ออฟไลน์ samaklen

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 339
ผมแก้ปัญหาแบบนี้เมื่อหลายปีก่อน
โดยการซื้อปั๊มลมถังเล็ก สมัยก่อนถูกพอควร
แล้วเดินแป๊ปแบบร้านยาง ใช้งานจนทุกวันนี้
สะดวกกว่ามาก ใช้เป่าไล่น้ำหลังล้างรถ เป่ากรอง ฯลฯ
ถ้าบ้านหรือโรงรถพอมีบริเวณ แนะนำเลยครับ

ออฟไลน์ U9WS

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 569
  • slower is better
ผมใช้วิธีเติม 38-40 ไว้ก่อน
กลับบ้านจอดคือนึ่งแล้วค่อยวัดปล่อยให้ได้ที่ต้องการอีกที

แต่คนรอบข้างที่คุยๆกันเค้าเติมเท่าไหร่ก็เติมเท่านั้นเลย  หลายคนไม่รู้เรื่องแรงดันเพิ่มเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นด้วยซ้ำ พอบอกเค้าก็มักบอกว่าชั่งมันเถอะไม่ได้มองว่าจำเป็นขนาดนั้น
ส่วนใหญ่เลยกลายเป็นว่าได้ลมอ่อนโดยไม่รู้ตัว อย่างเติมตอนบ่ายรถวิ่งมาที่พอดีคู่มือ 33 พอกลับบ้านผ่านนึ่งคืนวัดตอนเย็น-ค่ำบางทีเหลือ 28-29
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2018, 23:31:31 โดย U9WS »

ออฟไลน์ tom46

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 713
K ต้อม
Wonder มีเสีย ส่งกลับคืนไปซ่อมจำนวนมากอยู่นะครับ ถ้ายังไม่เสียถือว่าโชคดี
อาการคือ ใช้แล้ว หลุดเป็นชิ้น ๆ ได้ง่าย ๆ
หา Schrader หรือ Vigil น่าจะโอนะ หรือหาเป็นแบบ Digital ของ Michelin เองก็ได้ ร้านยางมี
ข้อมูลนี้ ร้านยางตัวแทน Michelin รายใหญ่แจ้งมาเอง
เบนซ์ W109 มีติดมาพร้อมกับรถจากโรงงาน แถมขีดละ 1 psi อีกต่างหาก
ซึ่งยังไม่เคยเห็นในปัจจุบันเลย




ขอบคุณมากครับพี่ เดี๋ยวจะลองไปหาดูบ้างครับ


M52TUB24 NA TUNING
STROKER M54B30
SCHRICK CAM 248/248
aa tuning software custom
K&N performance air intake kit
Exhaust systems thailand hand made
Rear exhaust EISENMANN

ออนไลน์ Symphonic

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 512
เห็นหลายคนบอกเอารถไปเติมลมที่ร้านหรือปั๊มแล้วมีปัญหาเรื่องอุณหภูมิที่ทำให้ได้แรงดัน
ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ

อยากบอกว่าผมมีที่สูบลมแบบเหยียบติดท้ายรถ (คล้ายๆ สูบยางจักรยานแต่เป็นแบบใช้
เท้าเหยียบ) พร้อมกับตัววัดลมยางอีกอัน ใช้เติมลมยางเองตอนวันหยุด วันสบาย
ก็ตัดปัญหาเรื่องต้องเติมลมยางตอนล้อร้อนๆ ไปได้เลยครับ อีกอย่าง เหมือนเป็นอุปาทาน
ที่ว่า เวลาที่เราเตรียมพร้อม มีเครื่องมือ มีอุปกรณ์พร้อม แล้วจะไม่ค่อยได้ใช้เพราะรถ
ไม่ค่อยมีปัญหาเลย ในทางกลับกัน ถ้าขาดอะไรไปสักอย่าง เดี๋ยวมักได้เรื่องอะครับ

ออฟไลน์ kiwiwi

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,292
ลองไนโตรเจนดูสิครับ ^^

มาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง

สมัยที่มีไนโตรเจนใหม่ๆ ผมก็เห่อนะครับ แต่พออ่านมากๆ เหมือนกับตัวเองโง่เลย(ตอนนั้นใช้รถคันเดียว)​

ก็เลิกเติมไปประมาณ 10ปีได้(ปัจจุบันมีรถ4คัน) จนเมื่อประมาณ2ปีที่แล้ว มีรถคันนึงต้องเปลี่ยนยาง เพื่อนผมก็โทรมาชวนไปบีควิกเปิดใหม่ มีโปรลด 50% ก็ไปจับฉลากกับเค้า ได้ยางมา1ชุด แบตอีกลูก ผ้าเบรคของอีกคัน

Highlight น่าจะอยู่ตรงที่ ความเชื่อในลมไนโตรเจนของผมหมดไปนาน และลมชุดใหม่เป็นไนโตรเจนเพียวๆ

ผลคือ ตามที่เค้าโฆษณาเลยครับ ไม่ต้องเติมลมบ่อย และรักษาอุณหภูมิ​ล้อได้ดีมากๆ เอ๊ะ แล้วทำไมสมัยก่อนไม่เป็นแบบนั้นหว่า...

ผมเริ่มทดลองเองทีละคันๆครับ มีสี่คัน ก็ สี่ปัจจัยคือ
ระหว่าง
ลมไนโตรเจนเพียวๆ 1 คัน
อีก 2 คัน เป็นการแว๊กส์ ศัพท์บ้าบอคอแตกอะไรของเค้า แค่เอาลมเดิมออกและใส่ลมใหม่เข้าแบบไม่ถอดล้อ
ส่วนคันสุดท้ายคือ ไม่ใส่ลมไนโตรเจนเลย

ทั้งสี่คันนี้ วิ่งพอๆกันครับใน 1 เดือน ผลคือ คันที่เติมไนโตรเจนเพียวๆ ลมหายไป 2 ps ใน 1 เดือน

ส่วน 2 คัน ที่เติมแบบไม่ถอดล้อ จะหาย 2 ps ทุก 2-3week โดยประมาณ

ส่วนคันสุดท้าย ก็นั่นแหละครับ เติมลมทุกอาทิตย์เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...

**************************************

กลับมาที่การรักษาอุณหภูมิ
มาดูที่คันเดียวกันดีกว่าครับ เพราะถ้าเอาอีก 3 คันมาเทียบ ทั้งนน.รถ และ ความเร็วในการเดินทาง มันจะทำให้ปัจจัยไม่น่าเชื่อถือ

ตอนผมเปลี่ยนยางใหม่ ผมได้ยางยี่ห้อเดิม รุ่นเดิม ขนาดเท่าเดิมมาครับ ตัวแปรน่าจะเพี้ยนน้อยลง...

ผมเดินทางไปชุมพรทุกเดือนครับ เดือนละครั้ง ทุกครั้งที่ไป ผมจะเดินทางประมาณ 3 ชม. แล้วพักครับ จุดพักคือปััมปตท. เดิมๆเลยตัวเมืองประจวบไปหน่อย

ปล.เดินทางกลางวัน ผมจะสนใจลมยางครับ แต่ถ้าเดินทางกลางคืน ผมไม่สนใจเลย เติมครั้งเดียวพอ

ก่อนหน้าที่จะใช้ไนโตรเจน
ผมจะเช็คลมให้อยู่ที่ 33  4 ล้อทุกครั้ง (ไม่มีกฏตายตัวนะครับ)​แค่เป็นความแข็งที่ผมขับสบายสุดๆสำหระบรถคันนี้

พอถึงปั๊มที่ว่า ก็จะปล่อยลมออก จากที่เพิ่มขึ้นเป็น 36 ปอนด์ให้เหลือ 34 ทำแบบนี้ทุกครั้งเพราะ พอเลยจากตรงนี้ไป ถนนมันจะไม่ค่อยดีแล้ว(จริงๆ ไม่ต้องทำก็ได้นะครับ)

แต่ปัจจุบันถนนดีแล้วนะครับ แต่ผมก็ยังติดนิสัยเดิมๆ และพอมาเป็นไนโตรเจนเพียวๆ สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ลมยางเพิ่มขึ้นมาแค่ 1-1.5 ปอนด์เท่านั้น!!!

สบายเลยคราวนี้ ตรวจแบบนี้บ่อยๆ มันไม่เพิ่มเยอะ หลังๆก็ไม่ค่อยได้วัดแล้ว

ตอนนี้กะว่าจะเอาอีก 3 คันไปใส่บ้าง แต่บีควิกไม่มีนโยบายถอดล้อให้ลูกค้านะครับ จะทำก็ต่อเมื่อจำเป็น

อ้าว!!!!! งั้นที่เอ็งบอกว่า ถอดสลับฟรี 4 ปีนี่ ก็ขี้โม้สิ... ใช่ครับ การสลับเค้าคือ ไม่มีการถอดยางออกจากล้อ และถ้าใส่ยาง rotation ก็สลับหน้าหลังไป 4-5 ครั้งนั่นแหละ    >:( >:( >:( >:( >:(




ออฟไลน์ Dozeda

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 71
ถูกต้องครับเรื่องของอุณหภูมิกับความดันของลมยางตามที่พี่สังเกต
ซึ่งมันก็เป็นไปตามหลักวิชาฟิสิกส์ในเรื่องกฎของกาซ หรือกฎของชาร์ล

ผมอยากแนะนำพี่ว่าถ้าพี่ต้องการรักษาลมยางที่ 34 ปอนด์/ตารางนิ้ว
ก็ขอให้เติมให้ได้ตามนี้ในสภาวะอุณหภูมิปกติ

ส่วนเมื่อรถวิ่งออกไปแล้ว ยางล้อมันร้อนขึ้นทำให้แรงดันลมยางสูงขึ้น
บ้างก็ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละครับ ไม่ต้องไปปล่อยลมออก
เพราะเดี๋ยวตอนล้อเย็นลง ความดันลมยางก็จะกลับมาที่ 34 เหมือนเดิม

พี่ไม่ต้องกลัวว่าเวลาวิ่งยาวๆ ล้อร้อนๆ แรงดันขึ้นไปถึง 37-38 แล้วจะ
ทำให้เกิดอันตราย เพราะการออกแบบนางมันรองรับตรงนี้อยู่แล้วครับ

ในทางตรงข้าม ถ้าพี่ไปปล่อยลมลดแรงดันลง เวลารถวิ่งเร็วๆ แล้วจะทำ
ให้เกิด standind wave ที่แก้มยาง แล้วทำให้ยางระเบิดได้ครับ

แล้วแรงดันที่เหมาะสมกับรถคันนั้นๆควรจะยึดจากจุดไหนครับ ที่ป้ายข้างประตูหรือความรู้สึกของคนขับ

ออฟไลน์ Freekick042

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 790
ของผมเติมไนโตรเจนมาจากร้านยาง วันก่อนรู้สึกยวบๆจะเติมเพิ่ม34 พอเสียบเครื่องเติมมันวัด38 งงเลย
เมื่อก่อนเติมแต่ลมธรรมดาขัยไปต่างจังหวัดยังไม่เคยขึ้นเกิน33 เห็นว่าไนโตรเจนไม่ร้อนไม่เพิ่มแรงดันตกลงยังไง หรือเครื่องเติมปั้มเสีย

ออนไลน์ Symphonic

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 512
ถูกต้องครับเรื่องของอุณหภูมิกับความดันของลมยางตามที่พี่สังเกต
ซึ่งมันก็เป็นไปตามหลักวิชาฟิสิกส์ในเรื่องกฎของกาซ หรือกฎของชาร์ล

ผมอยากแนะนำพี่ว่าถ้าพี่ต้องการรักษาลมยางที่ 34 ปอนด์/ตารางนิ้ว
ก็ขอให้เติมให้ได้ตามนี้ในสภาวะอุณหภูมิปกติ

ส่วนเมื่อรถวิ่งออกไปแล้ว ยางล้อมันร้อนขึ้นทำให้แรงดันลมยางสูงขึ้น
บ้างก็ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละครับ ไม่ต้องไปปล่อยลมออก
เพราะเดี๋ยวตอนล้อเย็นลง ความดันลมยางก็จะกลับมาที่ 34 เหมือนเดิม

พี่ไม่ต้องกลัวว่าเวลาวิ่งยาวๆ ล้อร้อนๆ แรงดันขึ้นไปถึง 37-38 แล้วจะ
ทำให้เกิดอันตราย เพราะการออกแบบนางมันรองรับตรงนี้อยู่แล้วครับ

ในทางตรงข้าม ถ้าพี่ไปปล่อยลมลดแรงดันลง เวลารถวิ่งเร็วๆ แล้วจะทำ
ให้เกิด standind wave ที่แก้มยาง แล้วทำให้ยางระเบิดได้ครับ

แล้วแรงดันที่เหมาะสมกับรถคันนั้นๆควรจะยึดจากจุดไหนครับ ที่ป้ายข้างประตูหรือความรู้สึกของคนขับ

เอาความคิดผมนะ

ผมคิดว่าใช้ความรู้สึกของคนขับครับ  แต่จะใช้ข้อมูลจากป้ายข้างประตูจะใช้เป็น guideline เบื้องต้น
เพราะป้ายข้างประตูที่แปะไว้นั้น เป็นค่าลมยางที่ผู้ผลิตรถแนะนำว่าเหมาะสมแบบกลาง ๆ ระหว่างสมรรถนะ
ความนุ่นนวล น้ำหนักบรรทุก และการสึกหรอของช่วงล่างรถ 

แถมในทางปฏิบัติ ยางแต่ละรุ่น แต่ละชนาด แต่ละยี่ห้อ ก็มีรูปร่างและโครงสร้างไม่เหมือนกัน
ต่อให้เป็นยางต่างยี่ห้อแต่ขนาดเดียวกันเป๊ะ ๆ บางยี่ห้อแก้มนิ่ม บางยี่ห้อแก้มแข็ง  นี่ยังไม่นับสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่เหมือนกันอีกครับ