ผู้เขียน หัวข้อ: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!  (อ่าน 12028 ครั้ง)

ออฟไลน์ harvard

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 60
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2019, 20:50:39 »
ใช้รถญี่ปุ่น D-sec มันน่าเบื่อนะครับ เพราะวิ่งเท่าไหร่มันก็ไม่มีทีท่าว่าจะเสียสักที   ;D

ออฟไลน์ Smith686

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,281
    • อีเมล์
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2019, 21:03:38 »
    รถตู้หรือรถเก๋งครับ

ออฟไลน์ nat1532

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 12
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2019, 21:31:57 »
ยืนยันอีกเสียงว่าห่วยจริง ทั้งคุณภาพ งานประกอบ แม้แต่เรื่องพื้นฐานที่เป็นมาตั้งแต่การออกแบบ ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นกับรถยี่ห้อนี้ หรือแม้แต่รถสมัยนี้เลยด้วยซ้ำ!! อย่างเช่นที่ปัดน้ำฝนปัดแล้วกระตุก เอาเข้าศูนย์ไปสามรอบทั้งตั้งทั้งขัดกระจกก็ยังไม่หาย รถกินซ้ายแล้วตั้งศูนย์ไม่ได้ ต้องซื้อน๊อตเพิ่มอีกหลายพัน แถมเอาเข้าศูนย์แต่ละทีคิวยาว เอะอ่ะให้ทิ้งรถไว้ 3วัน 7 วัน มีประกันก็จริง แต่ค่าเสียเวลา ค่าแท๊กซี่ไปรับส่งรถ ใครรับผิดชอบ ผมว่าเมืองไทยที่ยังขายได้เพราะคนยังติดกับยี่ห้อ ขายชื่อเสียงเก่าๆ กิน ยังรอวันที่คนเริ่มรู้เยอะๆ แล้วเลิกซื้อมันซะที

ออฟไลน์ Koong

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 905
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2019, 21:34:54 »
มาแชร์ประสบการณ์
ML250   ออกมาได้จะ 5 ปีแล้ว กำลังจะหมดแพ็คเกจประกัน

ปีแรก ขับลุยฝนตกหนักมากๆ ไฟเครื่องโชว์  เคลมเปลี่ยนระบบไอเสีย

หลังจากนั้น ช่วงปีที่ 2 ต่อเนื่องปีที่ 3 ก็ไฟเครื่องโชว์อีก วิ่งได้แค่ 80 อาการนี้เคลมแล้ว เคลม อีก  รวมๆ  4 รอบ รอบนึงจอดรถเกือบเดือน
ระหว่างปีที่ 2 ถึงปีที่ 5 เจอปัญหาปรับระดับพวงมาลัยไม่ได้ตลอดมา เข้าศูนย์เอาไปแก้ ออกมาไม่เกินสัแดาห์ก็เป็นอีก จนขี้เกียจเอารถเข้าศูนย์ รอรอบถ่ายน้ำมันค่อยเอาเข้าไปแก้ทีเดียว ทนขับแบบปรับพวงมาลัยไม่ได้ตลอดมา
ช่วงปี 2  ใช้รถไปประมาณ 45000  กม.
มีเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน กับผ้าเบรคด้วย (เสียเงินเอง เพราะซื้อแพ็คเกจบำรุงรักษา แค่พวกเปลี่ยนถ่ายของเหลว)

แต่จากปัญหาไฟเครื่องโชว์ เร่งไม่ขึ้น แก้ไม่หายเสียเวลา ทางศูนย์ได้อัพแพ็คเกจบำรุงรักษาให้เป็นตัวสูงสุดเปลี่ยนอะไหล่หรีทุกอย่าง (แต่หลังจากเสียเงินเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนกับผ้าเบรคไปแล้ว)

และเชื่อไหมตอนนี้ใกล้จะ 5 ปีแล้ว วิ่งไป 120000 กม. ใบปัดน้ำฝนมันก็ไม่เสื่อม ผ้าเบรคมันก็ไม่หมด รถวิ่งยวบๆ พยามบอกช่างว่าเช็คให้หน่อย ว่ามีอะไรจะเสื่อมสภาพบ้างไหม จะได้ขอเคลม  ช่างบอกดีหมดทุกอย่าง สรุปแพ็คเกจที่ได้เพิ่มมาไม่เคยได้ใช้อะไรเลย. 
แต่มีชิ้นส่วนที่เสื่อมนะ แต่ศูนย์ไม่รับเคลม เขาบอกเกิดจากการใช้งานก็พวกอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร. พวงมาลัยลอก.  สวิทช์กระจก ปุ่มกดต่างๆ ลอกจนเป็นแต่เนื้อพลาสติกสีขาว  ถ้าไม่ใช่คนขับประจำจะไม่รู้แล้วว่าสวิทช์ต่างๆ เหล่านั้นคือสวิทช์อะไร   

สรุป ไม่ได้ประทับใจอะไรกับมันมากมาย อย่างที่คิดไว้ตอนแรกทั้งเรื่องการขับขี่ มันก็ดีงามอยู่นะ แต่ก็ไม่ได้เลิศเลอ มีดีแค่นุ่ม แต่ยวบยาบไปหมด.  มาผิดหวังมากกับคุณภาพวัสดุภายในมี่มันไม่ทนทานเอาซะเลย  รวมถึงการแก้ปัญหาของศูนย์ที่แก้ไม่ค่อยจบ      พอแล้วกับคำว่า “ครั้งหนึ่งในชีวิตถ้าพอมีเงินจะต้องซื้อเบนซ์ให้ได้สักคัน”

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 10, 2019, 21:42:39 โดย Koong »

ออฟไลน์ Coat145

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 595
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: มิถุนายน 10, 2019, 22:33:15 »
E350e ออกมาได้ปีกว่าแล้วถึงตอนนี้ ผมโชคดีที่ไม่ได้มีปัญหาอะไรหนักจนถึงขับไม่ได้ ปัญหาแรกที่เจอ ใบปัดน้ำฝนไม่ทำงาน อันนี้เคลมไปเรียบร้อยรอของประมาณ 2 อาทิตย์ ใช้มาเรื่อยๆ ช่วงเมษาที่ผ่านมา กระไฟฟ้าพับไม่ได้ทั้ง2ข้าง อันนี้ก็เคลมไปอีกรอบ รอของ1เดือนเต็มๆ มาล่าสุด เบาะไฟฟ้าข้างคนขับ ปรับสูง-ต่ำไม่ได้ เพิ่งเคลมเสร็จไปช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ถือว่าจุกจิกอยู่นะครับ แต่แค่ไม่ได้เป็นที่เครื่องยนต์ เกียร์ หรือไฟโชว์ โชคดีไปครับ

GLC43 Coupe คันนี้ออกมาเดือนตุลาปีที่แล้ว เช็คระยะทุกอย่างปกติ มีแต่เหมือนว่าพวงมาลัยไม่ค่อยคืน ให้ช่างเช็ค ช่างบอกปกติ ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร แต่ผมว่ามันไม่ปกติแน่ๆ รออาการออกหนักทีเดียว ค่อยไปลุยกับศูนย์

การบริการศูนย์เบนซ์ ผมเฉยๆมาก เอาจริงๆคือผมคิดว่าโตโยต้าแถวบ้านผม ดีกว่ามาก ศูนย์บริการเบนซ์ใกล้สุด ผมต้องไป200 กิโล คือขับเข้า กทม เท่านั้น

อันที่จริง ตั้งแต่ซื้อรถมาใช้ D-Seg มาตลอด ตั้งแต่ ACV30 ACV40 ACV50HV จนซื้อL33 มาอีกคัน ผมว่า D-Segบ้านเราคุณภาพไม่ได้แย่เรยนะครับ ถ้าผมจะบอก L33 2.0XL ที่ผมยังไม่ได้ขายไป เพราะกะเก็บไว้ใช้ยาวๆ ขายไปก็ไม่ได้ราคา ท่านเชื่อผมมั้ยครับ L33 ขับดีกว่า E350e นิดๆด้วยซ้ำ ถ้าไม่นับอัตราเร่ง กับ การเบรค พอเรื่องการทรง L33 ทำดีจริงๆครับ ผมก็งงนะครับ รถคันละ1.3ล้าน กับรถ 3.8ล้าน มันไม่ได้ต่างกันแบบฟ้ากับเหวนะครับ การเก็บเสียงถ้าเทียบช่วงป้ายแดงทั้งคู่ ยังไงL33 ก็กิน มาถึงตอนนี้ L33 5ปี วิ่งไป1.2แสนโล การเก็บเสียงอาจเทียบไม่ได้ แต่ช่วงออกมาใหม่ๆ กินE350e แน่ๆ

ถามว่าอยากขับดาวสามแฉกมานาน พอมีอายุขึ้น  พอมีเงินที่จะซื้อ ถามว่าคิดว่ามันดีอย่างที่เคยฝันไว้เมื่อสัก20ปีก่อนมั้ย ผมว่าไม่นะครับ พอE350e 4-5ปี ผมว่าผมคงไม่น่าจะกลับมาซื้อเบนซ์ที่เป็นเก๋งอีกครับ

ส่วน GLC43 Coupe เป็นรถที่ขับดีกว่าทุกคันในลายเซ็นที่ีผมมีทุกคัน ขับดีกว่า E350e มากๆ จนไม่อยากเชื่อว่า รถ SUV คันสูงๆมันจะขับดีกว่ารถเก๋ง แต่เชื่อผมเถอะ มันขับดีกว่าจริงๆครับ

คุณภาพรถเบนซ์ สมัยนี้ที่ผมใช้อยู่ ผมว่ารถญี่ปุ่นอย่างแคมรี่ ดีเฟคยังไงก็น้อยกว่าจริงๆครับ ยืนยันนอนยันโดย ผู้ใช้จริงครับ
YARIS1.2 G 2013 ขาว
L33 2.0XL 2014 ดำ
FORTUNER TRD 2.8 4WD WHITE BLACK TOP 2016
Mercedes-Benz E350e Exclusive ดำ 2018
Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé ขาว 2018
FORD RAPTOR 2.0 BI-TURBO 2019

ออฟไลน์ ttcl

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 741
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2019, 00:00:58 »
รถรุ่นอะไรเหรอครับ อย่าบอกนะว่า plugin hybrid

ไม่ใช่ค่ะ GLA200 ธรรมดาๆนี่ล่ะค่ะ ล่าสุดศูนย์โทรมาบอกว่า ช่างเช็คแล้ว ไม่พบอาการผิดปกติเลย แม้แต่ที่ความร้อนขึ้นก็ไม่เจอ!! เอากะเค้าสิ...

สงสัยคราวหลังคงต้องถ่ายคลิปพวกไฟตอนโชว์ละครับ
ตัวผมไม่มีเบนซ์รุ่นใหม่ อ่านแล้วก็เข้าใจครับ ว่าซื้อรถเบนซ์ใหม่ทั้งทีไม่น่ามีปัญหาหลายครั้งอย่างนี้ ได้แต่ให้กำลังใจครับ

ออฟไลน์ Nerdys

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 690
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2019, 05:25:58 »
อ่านกระทู้นี้เหมือนได้เปิดโลกกว้างเลยครับ
นอกจากใน club ที่ผมไม่เคยเข้าไปดู ก็มี headlightmag นี่แหละที่ทำให้คนทั่วไปที่ไม่ได้เข้า facebook ของ club ต่าง ๆ ได้รู้อะไรหลายๆ อย่าง

ออฟไลน์ the kit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 993
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2019, 08:16:08 »
คนไทย น่าจะเป็นเบอร์ต้นๆ ที่บูชา "ดวงดาว" เป็นสรณะ
ใครที่ประสบ/ดูเหมือนจะ/อยากให้คนอื่นมอง ว่าประสบความสำเร็จ "ตราดาว" เป็นคำตอบที่ดี

"ใบพัดฟ้าขาว" แม้จะเป็นคู่แข่งมายาวนาน แต่ถ้าเทียบ "ค่านิยม" ในไทย ก็ยังเป็นรอง
แต่เมื่อเทียบคุณภาพ "ใบพัดฟ้าขาว" ปัจจุบันความทนทานและจุกจิก น้อยกว่าเยอะ!! โดยเฉพาะตัวดีเซล

ใครที่อยากจะหรูและกลัวจุกจิก ยอมเป็นรองนิดหน่อยได้ เลือก "ฟ้าขาว" ดีเซลก็เป็นตัวเลือกที่ดี
ถ้าเลือกใช้กันเยอะ ถึงเวลาที่ "ตราดาว" ควร "สำนึกและปรับปรุง" ให้มันดีตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง
เพื่อกลับไปสู่ "ดวงดาว" อีกครั้ง   
"อยู่กับสิ่งที่มี.. ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน.. และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ออฟไลน์ Krongbun

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,410
    • อีเมล์
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2019, 08:21:50 »
ลดต้นทุนกันดุจริงๆ

ออฟไลน์ NONT4477

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 9,854
  • Let the SKYFALL
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2019, 08:58:29 »
Top Gear's Biggest FAN!!! (IN MY House)
I'm NAC1701  ^ ^

ออฟไลน์ flybigbear

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,385
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2019, 12:37:04 »
สู้ๆๆๆครับ

ออฟไลน์ CookiE

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 764
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2019, 22:12:12 »
ใช้ไปเรื่อยๆ จะชินกับความเฮงซวยของรถครับ ชินจนเซ็ง

เวลาเข้าศูนย์ ช่างจะไม่เคยพบปัญหาจนกว่าจะหมดประกัน

C180 coupe ผม แจ้งเรื่องแอร์กับระบบไฟไปก่อนหมดประกัน

ช่างบอกปกติ พอหมดประกัน คอมพ์แอร์พัง ต้องจ่ายเอง

เรื่องระบบไฟ ก็ยังมีปัญหา

ส่วน E350e ทั้งเกียร์กระตุกแรงเวลาเปลี่ยนเกียร์

เวลาชลอ เกียร์ก็เปลี่ยนลงไม่นิ่มเลย ขับแล้วเกร็งตลอด

พวงมาลัยก็ปรับขึ้นลงไม่ได้ แต่ช่างบอก เช็กไม่เจออาการ

ที่มีเคลมไปจากการใช้งาน 1 ปีครึ่ง ก็คอมพ์แอร์ แบตเตอรี่

โช้คหน้าสองตัว (หักส่วนลด เหลือตัวละ 90,000)

วาล์วกักลมหัวโช้คหลังขวารั่ว

เฟืองท้ายซึม เพลาหลังน้ำมันซึม

อ้อ ลืมไปอีก ออกรถวันแรก ไฟเครื่องขึ้นตอนเซลล์อธิบายรถอยู่นี่ละครับ

เซลล์หน้าเจื่อนเลยเชียว

ถ้าจ่ายเงินเอง ยี่ห้อนี้ไม่ได้แอ้มผมหรอก จะขอข้ามไปลอง เล็กสั้นดูบ้าง

แต่พอผู้ใหญ่จ่าย ก็ต้องตามใจท่าน

แบรนด์นี้แข็งในไทยจริงๆ ขนาดรถปัญหาจุกจิกตลอด คันต่อไปยังจะซื้อยี่ห้อนี้อีกเลยครับ

ขอเพิ่มเติมนะครับ ล่าสุด เมื่อวาน (หลังออกจากศูนย์ไม่ถึง 7 วัน) จอวิทยุดับครับ เดชะบุญ สตาร์ทรถใหม่ ติดเองได้

ส่วนอีกคัน c200 แอร์ไม่ค่อยเย็นตั้งแต่ออกรถจนขายรถ และมีปัญหาอื่นๆ อีกประปราย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 11, 2019, 23:24:57 โดย CookiE »

ออฟไลน์ @PPs

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 82
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: มิถุนายน 12, 2019, 15:22:01 »
ไม่ไหวจะเคลียร์ รถ 2ปีครึ่ง วิ่ง48,xxx โล เข้าศูนย์ไปแล้ว 4 รอบตั้งแต่ต้นปี ไฟเครื่องยนต์โชว์ 3 รอบ แต่ละรอบเอาออกมาวิ่งได้ 2อาทิตย์ ไฟขึ้นใหม่ ล่าสุด ไฟความร้อนขึ้นขณะรถวิ่งออกจากบ้านไม่ถึง5นาที เรียกยานแม่มารับเข้าศูนย์ ไม่รู้ครั้งนี้จะนานอีกแค่ไหน

นี่ขนาดรถยังไม่หมด Warranty วิ่งก็ไม่ถือว่าเยอะมาก ทำไมถึงงอแงง่ายแบบนี้ ศูนย์เองก็บริการดี แต่ก็แก้ตามอาการที่เจอได้แค่นั้น...

ที่เค้าว่า คุณภาพของ MB ช่วงหลังนี่สวนทางกับราคา สงสัยจะจริงซะแล้ว อยากจะขายทิ้งเพราะไม่รู้เอาออกมาขับแล้วจะเจออะไรอีก

โทรไปบ่นที่สนญ.ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมกลับไปด่าศูนย์อีกว่าไม่ติดต่อลูกค้า (เ_ิงนั่นล่ะที่รับปากจะโทรกลับแต่หายหัวไปเลย) ใครเคยโวยวายกะสนญ.แล้วได้ผลรบกวนช่วยชี้แนะด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้า

บอกศูนย์ให้ขอ Warranty เพิ่มอีก 2 ปีจากสนญ.เลยครับ เขามีฟอร์มวิธีการอยู่ครับ

ออฟไลน์ CarameLon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,967
Re: เหนื่อยใจกับปัญหาคุณภาพรถของ Mercedes Benz!!!
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: มิถุนายน 14, 2019, 10:51:23 »
ใช้c350eอยุ่สามหมื่นกว่าโล ยังไม่เจออะไรกวนใจครับ
คิดว่าคนที่เจอปัญหาดีเฟกตัวรถจริง มีน้อยและส่วนใหญ่พวกนี้เสียงดัง
ทำให้รู้สึกว่าปัญหารถมันมีเยอะๆ
แต่ที่เคืองคือหลายเคส User error เองแล้วไปเหมารวมว่าเป็นดีเฟกรถ

มันก็จะดูเยอะๆหน่อย
TOYOTA WISH SPORT 2.0>>>CRV-2.4L 4WD GEN3>>>TOYOTA Camry 2.4 2010>>>BMW 520 ตาเหยี่ยว>>>BMW X3 2011 >>>BMW 520D 2010 >>>BMW 525D ก่อน LCI >>>BMW 116i M-sport >>>BMW X1 2.0 S-drive 2016 >>>Mercedes GLA200 >>>Mercedes C Class C350e