ผู้เขียน หัวข้อ: First Impression from USA : 2011 Mazda 3 Sport 5 ประตู 2.5 ลิตร AT - รักกันใน 2 ชั่วโมง  (อ่าน 23748 ครั้ง)

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
อย่าเพิ่งสงสัยครับ ว่าทำไมมัน 2.5

ท่านท่านอ่านกันไม่ผิดหรอกครับ เพราะมันคือ Mazda 3 Sport แบบห้าประตู ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร จากโรงงาน ที่หลายหลายคนตั้งตารอ MST ตั้งโรงงานใหม่เพื่อประกอบออกมาขาย แทนที่รุ่นปัจจุบันที่ไมเนอร์เชนจ์กันไปเป็นสิบรอบ  จนตลาดโลกเค้าจะออกรุ่นใหม่กันอีกรอบอยู่แล้ว

วันนี้ ขอเป็นรีิวิวสั้นสั้นให้ได้อ่านพอให้หายอยาก (หรือจะทำให้อยากมากขึ้น?) เพราะมีเวลาขับกันแค่ 2 ชั่วโมง วนวนกันอยู่ในเมืองฟิลาเดลเฟียเท่านั้นล่ะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 19, 2010, 10:08:14 โดย Nuay@Protege »

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
เรื่องแรกที่หลายท่านสงสัย ผมเองก็สงสัย ว่าตกลงมันต่างจากรุ่นเดิมมากมั้ย

ทำไมดูจากรูปแล้วมันก็เหมือนเหมือนเดิม เสา A B C D หน้าตาเดิมเดิม ฝาท้ายคล้ายคล้ายเดิม
อยากจะบอกว่ามันก็คล้ายคล้ายเดิมนั่นแหละครับ เพียงแต่เวลาขับไปเทียบกับรุ่นเดิมแล้ว มันดูอลังการดุดันกว่ามาก

อันนี้ก็นานาจิตตังนะครับ

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
เปิดประตูเข้ามา หน้าปัดเรืองแสงเป็นสีแดงส้มทั้งคัน แปลกตรงที่รุ่นเก่ามันจะสวัสดีเราด้วยการปรากฎคำว่า ?Hello? บนหน้าจอ Multi-information Display แต่รุ่นนี้ไม่พูดไม่จา มันบอกแค่ว่า ?Zoom-Zoom? เออ ซูมก็ซูม เดี๋ยวก็รู้ว่าซูมรึเปล่า

ผมเริ่มจากขั้นตอนปกติของคนทั่วไป โดยการปรับเบาะเข้าตำแหน่งการขับขี่ที่ถูกต้อง เรื่องนี้พูดก็พูดเถอะครับ ว่าตำแหน่งนั่งขับที่ถูกต้องนั้น ไม่ใช่ตำแหน่งนอนขับ ลำตัวส่วนล่างต้องชิบกับพนักพิง คือนั่งเต็มก้น เมื่อเหยียบเบรกสุด (ในกรณีรถเกียร์อัตโนมัติ) หรือเหยียบคลัทช์สุด (ในกรณีรถเกียร์ธรรมดา) ขาจะเกือบตึงอยู่ในตำแหน่งที่งอเล็กน้อย จากนั้นต่อด้วยพนักพิงหลังด้วยการปรับให้ตั้งเกือบตรง ปรับระดับพวงมาลัยให้อยู่ในระดับอก เมื่อเหยียดแขนขวาแล้วข้อมือต้องพาดบนพวงมาลัยพอดี ในระดับระนาบ จากนั้นจึงเริ่มปรับกระจกมองข้าง-มองหลัง แล้วสำรวจทัศนวิสัยรอบคันก่อนออกรถ


ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
ผมเหยียบเบรกจนสุด บิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง On (คันนี้ไม่ใช่รุ่นท้อป เลยยังไม่ใช่ Keyless) ดูไฟและคำแจ้งเตือนต่างต่างบนหน้าปัดดับลงเรียบร้อย จึงบิดสตาร์ทเครื่องปล่อยให้เครื่องเดินเบาสักอึดใจ แล้วจึงดึงคันเกียร์ลงมาตามร่องบันได จนมาอยู่ที่ตำแหน่ง ?D? มองมองไป คันเกียร์มันคุ้นคุ้นเลยนี่หว่า

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
ผมขับมาสด้าสาม 2.5 สีแดงสด ลัดเลาะไปตามถนนในเมืองฟิลาเดลเฟียที่การจราจรเริ่มหนาแน่นเป็นจุดๆ เนื่องจากเป็นช่วงเลิกงาน โดยพยายามอย่างมากที่จะไม่นำความชอบมาสด้าส่วนตัวมาตัดสินว่ารถมันดีกว่าคันอื่นอื่นที่เคยขับมา ดังนั้น ผมจะพยายามพูดอย่างเป็นกลางที่สุด ตรงไปและตรงมา โดยไม่แคร์สื่อ! (เหน็บคุณจิมมี่เขาล่ะ)

อย่างแรกที่อยากรู้ จากคนที่เคยคลุกคลีในวงการมาสด้าแรงแรง นั่งรถแลนติส โครโนส แอสติน่าตาตี่ ของเพื่อนๆ พี่ๆ ในมาสด้าคลับไทยแลนด์ ที่วางเครื่องยนต์ V6 จากญี่ปุ่น ขนาด 2.5 ลิตร มีม้าซุกอยู่ใต้ฝากระโปรง 200 ตัวจากโรงงาน มาแล้วเกือบสิบคัน อันเป็นความรู้สึกซูม-ซูม ที่หาไม่ได้อีกเลยจากมาสด้ารุ่นใหม่ๆ นั้น ก็อยากรู้ว่า มาสด้า 3 ที่วาง 2.5 มาเหมือนเหมือนกันจะสักแค่ไหน พอเจอทางตรง โล่ง ปลอดมนุษย์ ก็เทคตัวออกจากไฟแดงโดยการกดคันเร่งลงไปเกินครึ่งหนึ่ง ในตำแหน่งเกียร์ D รถไม่รีรออะไรแต่พุ่งออกไปอย่างเนิบเนิบ จนกระทั่งเข็มวัดรอบอยู่แถวแถว 4000 รอบต่อนาที ผมจึงยกคันเร่งให้เข้าเกียร์ 2 แล้วเดินคันเร่งต่ออีกหน่อย รถก็ยังไปอย่างต่อเนื่องแบบเนิบเนิบอีก  ในใจก็คิด มาสด้ามันก็ได้แค่นี้แหละว้า  ด้วยความงุนงงในอัตราเร่งเลยทำให้ขับรถเลยแยกที่ต้องการเลี้ยวที่ถนน 15 ตัดกับ Walnut ไป เลยต้องไปวนมาอีกรอบ คราวนี้ถึงได้คิดว่าท่าทางจะต้องลองใช้ Mode ?M? เพราะตอนแรกรถดูรีรีรอรอ เหมือนเรากดคันเร่งไม่พอ เกียร์เลยงงงงว่าจะคาอยู่เกียร์ 1 หรือ 2 ดี (ต้องเข้าใจว่ารถเช่าหลายมือ(ตีน)นะครับ ระบบเรียนรู้มันก็งงกันบ้าง) 

ได้ทีติดไฟแดงด้านหน้าทางโล่งโล่งอีกรอบ คราวนี้เลยโยกคันเกียร์มาที่ M หน้าปัดโชว์เลข 1 แสดงว่าอยู่เกียร์ 1 สินะ แล้วก็ทำเหมือนเดิม กดคันเร่งเกินครึ่งแล้วแช่อยู่อย่างนั้นส่งตัวรถทะยานออกไป คราวนี้แตกต่างครับ รถพุ่งออกไปแล้วมีกำลังเพิ่มขึ้นตามรอบการทำงานของเครื่องยนต์ จนเข็มพุ่งขึ้นไปเกิน 4,500 รตน.ผมจึงดึงคันเกียร์ลงมาด้านหลังเพื่อเข้าตำแหน่งเกียร์ 2 โดยไม่ได้ยกคันเร่งขึ้น รถมาสด้า 3 สีแดงพุ่งทะยานนำรถคันอื่นอื่นออกจากแยกจราจรที่วุ่นวายด้วยเรี่ยวแรงที่สื่อมาถึงคนขับได้ชัดเจนว่า ยังเหลืออยู่อีก 

ผมเปิดไฟเลี้ยวซ้ายแล้วหันพวงมาลัยเพียงมุมเล็กน้อย เพื่อปักหัวรถจากเลนสามเข้าสู่เลนซ้ายสุด คราวนี้ความรู้สึกเก่าเก่าเริ่มกลับมา นี่แหละมาสด้าที่ผมรู้สึก เครื่องแรงพอได้ พวงมาลัยคมคม ช่วงล่างแน่นแน่น มิน่ามันถึงได้บอกตั้งแต่เปิดประตูว่า Zoom-Zoom เป็นตัวหนังสือสีแดง ผมมารู้ก็ตอนนี้แหละว่ามันเป็นคำเตือนไม่ใช่คำต้อนรับ (ก็สัญลักษณ์สีแดงบนหน้าปัด คือคำเตือน ถูกมั้ย?) ว่าถ้าใจไม่แข็งพอแล้วเดี๋ยวจะตกหลุมรักในความซูมซูมเอาง่ายง่าย

พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ที่ดูหน่วงหน่วงในมาสด้า 3 รุ่นเดิม พร้อมกับเสียงมอเตอร์ช่วยผ่อนแรงที่ดังระงมนั้น ก็กลับเปลี่ยนบุคลิกเป็นคนละแบบ มาสด้า 3 ใหม่มีพวงมาลัยที่เฉียบคมกว่ารุ่นเดิม หน้ารถเลี้ยวและจิกโค้งได้ไวกว่า ให้น้ำหนักกับความรู้สึกเหมือนพวงมาลัยแบบไฮโดรลิกทั่วไป  ที่สำคัญกว่านั้น พวงมาลัยหุ้มด้วยหนังแบบใหม่ ไม่สากมือแต่ไม่ลื่นจับแล้วรู้สึกดีกว่าเดิมครับ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรถเช่าเติมลมยางมาแข็งเกินกำหนด หรือเป็นที่ช่วงล่างกันแน่ เพราะมาสด้า 3 รุ่นใหม่ กระแทกตึงตังกว่ารุ่นเก่าชัดเจน บางทีเกิดอาการดีดกระดอนจากความไม่เรียบของถนนที่ฟิลาเดลเฟีย (แย่กว่าเมืองไทย) อันนี้คงต้องไว้รอดูคันอื่นอื่นด้วย (ถ้ามีโอกาส)  แต่ถ้าเป็นแบบนี้จริงจริง คนน่าจะบ่นกันอุบล่ะครับ มันแข็งจริงจริง เล่นเอาคนชอบรถแข็งแข็งแบบผม สะอึกไปบ้างเหมือนกันถ้ารถโรงงานแข็งแบบนี้ตั้งแต่ออกใหม่

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
พอช่วงรถติดถึงได้มีโอกาสสำรวจภายในกันสักที รถคันนี้เป็นรุ่น 2.5 Sport แบบไม่ใช่ตัวท้อป แอร์จึงยังเป็นแบบมือหมุนอยู่ ซึ่งหน้าตาก็เหมือนมาสด้า 3 แบบ 1.6 ลิตรรุ่นแรกแรกในบ้านเรานั่นแหละ  ยังไงก็ตาม รถคันนี้มีของเล่นกระจุกกระจิกเยอะแยะ ไล่ไปตั้งแต่ระบบรักษาเสถียรภาพการทรงตัว DSC พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันที่มีทั้ง Cruise Control, ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง, ปุ่มควบคุมจอ Multi-Information Display, ปุ่มควบคุมโทรศัพท์, ระบบสั่งงานด้วยเสียง (ซึ่งอันนี้ดีมาก เพราะระบบเรียนรู้คำได้ถูกต้องเกือบ 100%) แล้วก็ของนู่นนี่อีกนิดหน่อย  อ้อ รุ่นนี้มีปุ่มสั่งปลดล็อค/ล็อครถมากับเค้าซะที รอมาสิบปีตั้งแต่โปรทีเจแล้ว


ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
อันนี้เป็นรูปหน้าจอ Multi-Information Display ครับ
ส่วนหน้าจอทางด้านขวา เป็นที่แสดงข้อมูลวันและเวลา เครื่องเสียง และแอร์ดิจิตอล รวมทั้งระบบสั่งงานด้วยเสียง

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
ต่อครับ

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
การออกแบบภายในรถดูเหมือนอึดอัด แต่นั่งไม่อึดอัด ผมรู้สึกค่อนข้างผ่อนคลายกับการออกแบบภายในแบบนี้ที่ไม่ได้ล้ำไปจนเกินเหตุ แต่ก็ไม่ได้โล่งแบบ Minimalism จนรู้สึกโหวงเหวง พลาสติกใช้เกรดธรรมดาที่ผมว่าห่วยไปหน่อยนะ อย่างนึงที่ต้องเอาขึ้นมาพูดคือทัศนวิสัยด้านหลังเวลาถอยรถเข้าช่องจอดนั้น ดีกว่ารุ่นเดิมแบบผมยังหาเหตุผลไม่เจอ เพราะหน้าตาเสา D และกระจกฝาท้ายก็เหมือนเหมือนกัน อาจจะเป็นที่ตำแหน่งการนั่งขับที่ดีขึ้นก็เป็นได้

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
ต่อครับ

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
ตอนก่อนจะจองรถ ผมลังเลอยู่นานระหว่าง Volvo S40 2.4 สีแดงสด กับ Mazda 3 2.5 สีแดงสด
แต่ก็ตัดสินใจได้ว่า ลองมาสด้าดูละกัน ไหนไหนก็เป็นความชอบส่วนตัว แล้วก็กำลังจะเข้าเมืองไทย น่าจะมีประโยชน์เยอะกว่า
อีกอย่าง ผมก็มีมาสด้า 323 Protege กับมาสด้า 3 2.0 ตัวปัจจุบันอยู่ที่บ้าน เลยอยากทราบความแตกต่างว่า มันจะสักแค่ไหน เพราะรุ่นนี้จะว่าไปแล้ว คือการนำแพลตฟอร์มจากรุ่นเดิมมาพัฒนาต่อยอดให้ดีมากขึ้น

แต่ผมไม่นึกเลยว่าเพียง 2 ชั่วโมง จะทำให้ผมประทับใจกับรถคันนี้ได้มากขนาดนี้ การตอบสนองและความรู้สึกต่างๆ ที่ตัวรถสื่อสารขึ้นมาถึงคนขับมันชัดเจนและบอกได้ถึงความสนุกสนานในตัวมัน เป็นความรู้สึกแบบมาสด้าแท้แท้ที่ทำให้การขับขี่สนุกมากขึ้นกว่าปกติ คำว่า Zoom-Zoom นั้นเป็นเรื่องจริงและก็ดีขึ้นกว่าเดิมมากอีกด้วย แล้วมันก็มาถึงจุดที่ว่าผมไม่อยากแม้แต่จะขับกลับไปคืนเลยแม้แต่นิดเดียว

ผมยังไม่อยากคืนรถจริงจริงนะครับ 2 ชั่วโมงมันสั้นไป

แต่ถ้าพี่อุทัย ณ MST มาอ่าน ขอจองสีแดง 2.5 ลิตรตัวท้อปไว้ล่วงหน้าคันนึงได้มั้ย นี่ผมไม่ได้ลำเอียงนะ แต่อยากได้จริงจริง

จบครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 19, 2010, 10:47:01 โดย Nuay@Protege »

ออฟไลน์ ยอร์ช

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 31
    • อีเมล์
แดงได้ใจมากครับ  ;D ;D

ออฟไลน์ best

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
แฟนมาสด้าเมือนกันครับ :D

ถึงคันที่เคยใช้มันจะไม่แรง แล้วก็แอร์ไม่ค่อยเย็น

แต่ช่วงล่างแล้วก็ความคมของพวงมาลัยนี่ยังประทับใจไม่หายจริงๆ

ตอนนี้ที่บ้านขายคันนั้นไปนานแล้ว แต่ก็ยังคิดถึงอยู่ มีโอกาสเมื่อไหร่ คงต้องกลับไปขับมาสด้าอีกแน่ๆครับ ;D


ปล.พี่เนยช่วยรีวิวน้องสองสั้นๆ เทียบมาสด้ารุ่นเก่าๆ ให้ฟังหน่อยสิครับ อยากรู้ว่าขับแล้วรู้สึกเป็นไงบ้าง
There is nothing either good or bad but thinking makes it so

ออนไลน์ Nut_K

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,040
ขอบคุณครับพี่

ปีหน้าถ้ามีโอกาสก็จะทำ review จาก USA มาให้ชมกัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 19, 2010, 19:48:43 โดย integra »

ออฟไลน์ Best_Vorakit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 681
    • Cars and Motion: A Blog about Cars and Travel
    • อีเมล์
ขอบคุณสำหรับ First Impression ครับ

บทความสั้นกระชับ แล้วก็มีเนื้อหาครบถ้วนดีครับ

ออฟไลน์ saaak

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 79
ขอบคุณครับ ออฟชั่นเยอะจริงๆ

ออฟไลน์ name_mm

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,404
  • I'm............................
ขอบคุณมากคับ เริ่มหลงรักซะแล้วสิ
เมื่อไหร่โรงงานจะเสร็จซักทีน้ออออออ
Mitsubishi Space Wagon 08 !!User'Review Click here!!
& Mazda 2 Skyactiv 16 & Daihatsu Mira 93
& Honda Click-i 11 & Yamaha Mio 125 12

ออฟไลน์ boykung

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,176
  • ตอนเด็กๆ โคตรอยากเป็นจีบันเลย
ยากที่จะได้เห็น 2.5ในเมืองไทย
Hyundai Grand Starex 2012
Kia Rio 2013
Volvo XC60 D4 Hybrid with Engine Oil 2013
Mercedes Benz S300Hybrid AMG 2014
BMW 420D Coupe M Sport 2016

ออฟไลน์ m35025

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 55
โดนอย่างแรงเลยกร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบ  !!!!

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
แฟนมาสด้าเมือนกันครับ :D

ถึงคันที่เคยใช้มันจะไม่แรง แล้วก็แอร์ไม่ค่อยเย็น

แต่ช่วงล่างแล้วก็ความคมของพวงมาลัยนี่ยังประทับใจไม่หายจริงๆ

ตอนนี้ที่บ้านขายคันนั้นไปนานแล้ว แต่ก็ยังคิดถึงอยู่ มีโอกาสเมื่อไหร่ คงต้องกลับไปขับมาสด้าอีกแน่ๆครับ ;D


ปล.พี่เนยช่วยรีวิวน้องสองสั้นๆ เทียบมาสด้ารุ่นเก่าๆ ให้ฟังหน่อยสิครับ อยากรู้ว่าขับแล้วรู้สึกเป็นไงบ้าง

ขออภัยที่กลับมาตอบให้ช้ามากครับ ช่วงนี้เริ่มยุ่งมากขึ้นแล้วจริงๆ

ถ้าจะเทียบกับ มาสด้าสอง ต้องบอกก่อนว่า เราคงต้องพูดกันที่ Feeling หรือความรู้สึกในการขับขี่เท่านั้น เพราะถ้าพูดถึงเรื่องความแรงแล้ว ผมรู้สึกว่านับวันมาสด้ามีแต่จะลดน้อยถอยลง โดยเฉพาะรถที่ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5-1.6 ลิตรเนี่ยล่ะครับ

ออกตัวก่อนว่า เป็นคนชื่นชอบมาสด้าเพราะใช้มาก็หลายคันอยู่ไล่ไปตั้งแต่
323 GL Hatchback 1978 (อันนี้ตามภาษามาสด้า มันเป็นรุ่นก่อนหน้า 323XG รถขับหน้าคันแรกๆ ที่ขายในเมืองไทย) เครื่อง 1.3 ลิตร คาร์บูเรเตอร์ กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ต้องบอกว่าคันนี้ได้ขับกันตั้งแต่อายุไม่ถึง 15 ผิดกฎหมายแบบไม่มีข้อแก้ตัวล่ะครับ
323 XG, 626 GLX, 626 Cronos สามคันนี้ไม่เคยใช้แบบเป็นเจ้าของ เพียงแต่ญาติญาติใช้ เลยได้วนเวียนมาให้ขับอยู่บ้างเป็นบางครั้ง
323 Protege MY2002 1.6 ลิตร ปัจจุบันกลายเป็น 2.0 ลิตร เกียร์ธรรมดาอัตราทด(เกือบจะ)ชิดไปแล้ว
Mazda 3 MY2005 1.6 ลิตร ของอดีตคนเคยรัก
Mazda 3 MY2009 2.0 ลิตร S-VT

นอกนั้นก็ได้นั่งได้ขับของพี่พี่เพื่อนเพื่อนในมาสด้าคลับไทยแลนด์ (MCT) บ้างพอเป็นกระสัย

ผมอยากจะเปรียบเทียบมาสด้าสองกับ 323 Protege 1.6 และ Mazda 3 1.6
เหตุเพราะเครื่องยนต์ขนาดเท่าเท่ากัน และถ้ากางสเปคดู บุคลิกจะคล้ายกันมาก โดยเฉพาะ 323 Protege ที่ใช้เครื่องยนต์ ZM-DE ในขณะที่น้องสองใช้ MZR 1.5 ซึ่งดูเผินเผิน เหมือนเอา ZL-DE มาแต่งหน้าทาปากเสริมแรงกันใหม่มากกว่า

ถ้าว่ากันเรื่องขับสนุกในพิกัดเดียวกัน 323 Protege นี่แหละครับที่มันส์ที่สุด มันไม่ใช่รถแรงอะไร ลำพัง 107 แรงม้ากับเกียร์อัตโนมัติแบบเดินหน้า 4 จังหวะยุคเก่า แปะโหมด Hold (จะพูดไปก็เหมือนโหมด Manual แหล่ะ) คงพาน้ำหนักตัวตันกว่าไปได้ไม่ไวเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ทำให้สนุกมากคือ "แน่น ดิบ คม" แบบใครไม่เข้าใจก็พากันบ่นว่ารถโช้คพังกันตั้งแต่ป้ายแดง เพราะโปรทีเจเองนั้น (อ่านกันให้ถูกนะจ๊ะ หลายคนอ่าน โปรเทคเต้ โปรทีค โปตูเก้ เอากันให้มั่วไปหมด..อันนี้อ่านแบบตรงตัวภาษาอังกฤษ) ยังใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบ TTL อันขึ้นชื่อของมาสด้าอยู่ที่ล้อหลังจะปรับมุมเลี้ยวประมาณ 1 องศาตามความเร็วขณะเข้าโค้ง เมื่อรวมกับช่วงล่างที่ตั้งใจเกิดมาแข็งและแน่นจากโรงงาน ทำให้นักทดสอบรถหลายท่านล้มเลิกความพยายามในการบีบเค้นให้ยางคู่หลังส่งเสียงร้องด้วยการสาดเข้าโค้งอย่างรุนแรงไปเกือบทุกสำนัก

หลายคนที่ซื้อโปรทีเจมาวิ่งทางตรง ขับเนิบเนิบ มักคิดว่ามันเป็นรถตลาดที่ไม่ได้พิเศษอะไรเลย  แต่เมื่อไหร่ที่พามันเข้าโค้งหรือวิ่งมุดไปตามการจราจรแล้ว จะเข้าใจมากขึ้นว่ามันเป็นรถที่มั่นคงและเลี้ยวได้อย่างคล่องแคล่ว (อย่าไปทำกันโดยพละการในเมืองนะ มันไม่ดี)   เอาง่ายง่ายว่ามันสามารถโยนเปลี่ยนเลนจากซ้ายสุดไปขวาสุด แล้วโยนกลับมาซ้ายสุดอีกรอบได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยที่ตัวรถไม่ได้ให้ความรู้สึกวูบวาบ เอียง หรือร่อนจนควบคุมไม่ได้เลย พวงมาลัยเป็นจุดเด่นอีกอย่างของรถรุ่นนี้ อัตราทดชิดหมุนนิดเดียวก็เลี้ยวได้เยอะ น้ำหนักค่อนข้างหนักทำให้มันแน่นและมั่นคงตลอดเวลา ถึงได้บอกไว้ว่ามันแน่นและคม

โปรทีเจเองเป็นรถครูชั้นดีสำหรับคนอย่างผม เพราะมันสื่อสารทุกสัมผัสของถนนขึ้นมาที่พวงมาลัยและส่งตรงถึงมือคนขับ ผมถึงบอกว่ามันดิบ ผมสามารถลองเล่นพิเรนทร์โดยการดึงเบรกมือเพื่อจงใจให้ท้ายรถกวาดหลุดออกไป แล้วแต่งให้รถกลับมาอยู่ในการควบคุมง่ายๆ ด้วยการแต่งมุมพวงมาลัยเพียงเล็กน้อย หรือจะโยนรถทั้งคันเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเกินจนหน้ารถบานออกไป แล้วยกคันเร่งแต่งพวงมาลัยให้กลับมาอยู่ในการควบคุมก็ตาม อันนี้ไม่ได้ทำกันเกินลิมิตนะครับ ทำเพื่อเรียนรู้ที่ความเร็วไม่ได้สูงมากนัก

เครื่องของโปรทีเจให้การตอบสนองแบบคุยกันรู้เรื่อง กดเป็นมา (ตามอัตภาพของมัน) ทำให้เราเหมือนสื่อสารกับรถอยู่ตลอดเวลา มันทำให้ขับสนุกขึ้นอีกเยอะครับ

พอขยับมาขับมาสด้า 3 แรงม้าลดลงเหลือ 105 แรงบิดขี้เกียจดูเพราะคงเข้าตำราเดิมว่า พยายามให้แรงบิดมาเร็วขึ้นที่รอบต่ำลง อยากให้ขับในเมืองได้สนุกขึ้น แต่ปรากฎว่าด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มจากเก่าไปมาก มาสด้า 3 1.6 กลับเป็นรถที่ไม่มีเรี่ยวแรง สั่งไม่ได้ เร่งไม่ไป จนต้องเลิกหวังจะเค้นหาความแรงจากกำลังของเครื่องยนต์ สิ่งที่เปลี่ยนไปอีกคือช่วงล่างที่เหมือนคนโตขึ้น มันยังดิบแต่มันเก็บอาการกว่าเดิมเยอะ ทำให้ขับทางไกลไม่เหนื่่อยและยังคงความสนุกจากความแน่นของช่วงล่าง และความคมของพวงมาลัยที่มีให้เหมือนเดิม เพียงแต่ความดิบมันหายไปเท่านั้น  เราจะเล่นพิเรนทร์กับมาสด้าสามไม่ได้ง่ายนัก เพราะรถมันใหญ่และหนัก รวมทั้งมันสื่อสารกับเราได้ไม่ชัดเจนเหมือนเก่า เครื่องยนต์กำลังน้อยลงเลยไม่มีแรงส่งตัวรถออกจากโค้งหรือสถานการณ์ที่เสียการทรงตัว แต่สำหรับคนที่ใช้รถใช้ถนนกันทั่วไปแล้ว มาสด้าสามมักจะเป็นเพื่อนในการเดินทางที่ดีกว่าโปรทีเจ เพราะห้องโดยสารใหญ่กว่า รถเงียบกว่า ช่วงล่างเก็บอาการสั่นสะเทือนแถมไม่โคลงเคลง รวมๆ แล้ว เวลาขับยาวๆ มาสด้าสามสนุกกว่าโปรทีเจก็ตรงนี้แหละครับ

ผมกลับมาที่ มาสด้าสอง หลังจากนอกเรื่องไปนาน ต้องบอกก่อนว่าที่ได้ขับจริงจัง เป็นตัว 5 ประตูเกียร์ธรรมดารุ่นต่ำสุดเท่านั้นนะครับ 8 ปีผ่านไปจากโปรทีเจ 1.6 ผมเหมือนกลับมาเจอเพื่อนเก่าในร่างใหม่อีกครั้ง เพราะออพชันของรถที่มีมาให้มันเหมือนเหมือนเคย พวงมาลัยเส้นรอบวงขนาดเต็มมือ เกียร์อัตโนมัติมีโหมด Hold กลับมาให้อีก ปุ่มปรับแอร์ต่างๆ ตำแหน่งเหมือนกับในโปรทีเจแทบจะไม่ผิดเพี้ยน วิทยุแบบ CD 1 แผ่น จังหวะเกียร์และรอบเครื่องต่างต่างๆ เหมือนกันกับมาสด้ารุ่นก่อนๆ อย่างชนิดที่รู้ว่ามันเป็นตระกูลเดียวกันแน่นอน ที่สำคัญมันเป็นรถที่กลับมาส่งความรู้สึกต่างๆ ขึ้นมาที่พวงมาลัยได้ชัดเจนอีกครั้ง เลยทำให้ความดิบของตัวรถกลับเข้ามาสร้างความสนุกในการขับขี่กันได้อีก ผมไม่สงสัยเลยว่า มาสด้าสอง มี DNA มาสด้าอยู่เต็มตัว

แต่ด้วยความที่มากับแรงม้าอันน้อยนิด มาสด้าสองไม่สามารถไปต่อกรกับชาวบ้านเค้าได้มากนัก เกียร์ธรรมดายังพอจะซ่ากับใครเค้าได้ เกียร์ 1-2 ทดมาจัดและชิด ขนาดที่ว่าปั่นล้อคู่หน้าพร้อมยางจากโรงงานได้ตั้งแต่ออกตัวยันขีดแดง เกียร์สองยังส่งอัตราเร่งไปได้อย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่ทันถึง 100 กม./ชม. ก็ต้องสับเข้าเกียร์ 3 ที่เริ่มแผ่วกันตั้งแต่ช่วงรอบกลางๆ  จุดเด่นของมันจริงๆ แล้วก็หนีไม่พ้นช่วงล่างที่ให้ฟีลลิ่งแน่นและคมเหมือนเคย ขาดแต่เพียงว่าพวงมาลัยมันเบาไปนิด มันยังเป็นรถที่มุดซ้ายโผล่ขวาได้ดีกว่าวิ่งทางตรงที่น่าเบื่อนิดหน่อย มันยังเป็นรถที่ยอมให้เราทำอะไรผิดพลาดได้สารพัดแต่ก็แก้กลับมาให้อยู่กะร่องกะรอยได้ไม่ยากเย็นอะไร แต่ว่าเวลาวิ่งที่ความเร็วระดับ 150 ไปแล้วมันไม่ได้แน่นและมั่นคงอย่างโปรทีเจ คือต้องบอกว่าโปรทีเจกับมาสด้าสาม ให้ความรู้สึกว่ารถหนักพวงมาลัยหนักมากวิ่งตรงและมั่นคง ในขณะที่มาสด้าสองจะรู้สึกเบากว่าและพวงมาลัยมีระยะฟรีมากกว่า  แต่จะไปว่ามันไม่ดีก็คงไม่ใช่ เพราะกลุ่มเป้าหมายของรถเป็นวัยรุ่นนักศึกษา กลุ่มผู้หญิงทำงาน รวมถึงรถใช้ในเมือง ซึ่งพวงมาลัยที่เบากว่าเดิมเป็นจุดขายของมัน เนื่องจากเราต้องหมุนพวงมาลัยกันบ่อยขึ้นเวลาอยู่ในเมืองใช่มั้ยล่ะ

อีกอย่างที่ผมบอกว่า น้องสอง มี DNA ของมาสด้าอยู่เต็มตัวก็เพราะว่า มันออกมาแล้วดูเป็นมวยรองของตลาดอย่างชัดเจน ถึงแม้ทีมการตลาดนำโดยพี่ตามแห่งมาสด้าคลับไทยแลนด์ จะสร้างสีสรรแล้วดึงบุคลิกของรถออกมาได้ชัดเจนจนน่าประทับใจก็ตาม มันเป็นรถที่ดูสวย โฉบเฉี่ยวเข้าตา แต่คุณงามความดีของมันเราจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อเอามันออกไปขับ แล้วก็ต้องขับให้ถึงลิมิตอีกต่างหาก  ต่างจากรถที่ประหยัดน้ำมัน ท้ายกว้าง เบาะพับได้หลายแบบ หรือมีปุ่ม +/- บนพวงมาลัยที่เข้าไปนั่งก็ตื่นตาตื่นใจกันแล้ว  รวมทั้ง...มันก็ไม่ได้ประหยัดน้ำมันอย่างโดดเด่น เช่นเคยของมาสด้าอีกแล้ว

แต่ถ้าจะให้ผมเทียบประสบการณ์ที่ได้กับมาสด้าแรงแรง ล่อตั้งแต่ Lantis, Astina ตาตี่, Cronos ที่ทั้งหมดทั้งปวงวางเครื่อง V6 2500 200 แรงม้า กับช่วงล่างที่มองไปมีแต่แท่งเขียวๆ แดงๆ พร้อมคำว่า Mazdaspeed เต็มไปซะทุกที่ ต้องบอกว่าฟีลลิ่งที่ได้มันไม่ได้ต่างกันเวลาขับในเมืองอะครับ มันเป็นรถที่แน่นๆ หนึบๆ แข็งๆ คมๆ เหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่เวลาวิ่งความเร็วสูงๆ หรือเราซัดมันเต็มๆ  รถมาสด้าพวกนี้เร่งไปแบบไม่ต้องรอ แล้วก็พุ่งหายไปจนรถหลายคันเป็นจุดเล็กๆ ในกระจกส่องหลัง หรือไปสอนมวย Accord 3.0 กันได้แบบฟัดกันหัวขวิด (รถปี 1995 กับ 2005 นะจ๊ะ) เจ้ารถพวกนี้มันแสดงความบ้าพลังและเกาะหนึบกับถนนเป็นตุ๊กแกวิ่งเร็วได้มากกว่ามาสด้าใหม่ๆ ที่ขายในเมืองไทยแบบคนละเรื่อง ไม่ว่าเราจะวิ่งบนบูรพาวิถีที่ความเร็ว 180 แล้วโยกเปลี่ยนเลนไปมา มันก็ยังนิ่งสนิท หน้ารถจิกโค้งและเลี้ยวไปไวเหมือนความคิด ไม่ได้มีอาการดีดดิ้นหรือดื้อไม่อยากจะเลี้ยวเลย กระโดดคอสะพาน วิ่งผ่านรอยต่อถนน หรือแม้กระทั่งโค้งบางวัวที่เวบบางแห่งเอาไปพูดกันซะเป็นตำนาน รถพวกนี้วิ่งผ่านกันที่ความเร็ว 235 แบบไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรเท่าไหร่ เพียงแต่่ว่ามันแข็งจนขับแล้วจุก กับมันกินน้ำมันระดับ 4 กม./ลิตร หรือ 1 ถัง 55 ลิตรวิ่งได้ 200 กว่ากม. เวลาซัดเต็มๆ เท่านั้นเอง

ยังไงก็ตาม รถเหล่านั้น รวมถึงโปรทีเจ 2.0 ของผม เป็นนิยามคำว่า "มาสด้า" ในใจผม
ผมรู้สึกว่า เรื่องความดิบกับความแรงมันหายไปตามแต่ละ Generation จะรักษาไว้ก็แต่ความแน่นและคมของพวงมาลัยและช่วงล่าง
ผมถึงเสียดายทุกครั้ง ที่มาสด้าใหม่ใหม่มันไม่แรงเท่าเดิม เพราะประโคมคำว่าขับสนุกกันโครมโครม

แล้วทำไมเหยียบคันเร่งจมมิดลงไป รถมันไม่เร่งแบบซูม-ซูมล่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 25, 2010, 08:42:01 โดย Nuay@Protege »

ออฟไลน์ best

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
ขอบคุณพี่เนยมากๆเลยครับ  จุใจเลยที่เดียว :D

รุ่นที่ผมเคยขับก็ 323 ซีดานก่อนโปรทีเจ แล้วก็ แลนติส 1.8 ครับ

คัน 323 นั้น เคยขับเลี้ยวขวาบนถนนแคบๆ ในชนบท มือช้ายกำลังเปลียนเกียร์อยู่

อยู่ดีๆมีเด็กขับมอเตอร์ไซค์พุ่งออกมาจากในบ้าน คิดดูสิครับเรากำลังเลี้ยวขวาอยู่

ต้องใช้มือเดียวหักออกซ้ายเพื่อหลบ แล้วรีบหักกลับเข้าขวาอีก ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้นครับ

รถนิ่ง ตอบสนองได้เป็นอย่างดี ไม่ออกอาการใดๆ ทั้งสิ้น พวงมาลัยให้การตอบสนองที่เร็วและคมมากๆ


ทุกคนในรถชมว่าเราสติดี ชมว่าเราเก่ง

แต่เรานี่รู้อยู่แก่ใจเลยว่าถ้าไม่ได้เอารถคันนี้มา หรือไม่ได้พวงมาลัยที่คมขนาดนี้ ไม่รอดแน่ๆ คงชนแน่นอน

เหตุการณ์นี้ประทับใจจริงๆครับ ลื่มไม่ลงจริงๆ ทำให้หลงรักพวงมาลัยและช่วงล่างของมาสด้าตลอดมา


ส่วนเรื่องเครื่องทั้งสองคันที่ผมเคยใช้มันก็ไม่แรงเท่าไหร่อยู่แล้ว

แต่มีบุคลิกที่เหมือนกันคือตอนรอบต่ำมันเหมือนจะไม่ค่อยมีแรง แต่ช่วงกลางและสูงมันจะสดชื่นขึ้นทันตาเห็น

เวลาลากรอบ เวลาเชนเกียร์เพื่อจะแซงนี้ เมื่อมันมารวมกับช่วงล่าง เกียร์ และพวงมาลัยที่คมแล้ว มันสุดๆ


จะว่าไปเรื่องเกียร์นี่อยากรู้อยู่เหมือนกันครับว่าเกียร์ธรรมดาของมาสด้าปัจจุบันยังใช้ระบบคานอยู่หรือเปล่า


ตอนนี้ที่บ้านผมไม่มีมาสด้าซักคันเลยครับ ที่ผ่านมาหลายๆอย่างมันไม่ลงตัว แต่ตอนนี้กำลังหลงรักน้องสองอยู่

แล้วต้องเป็นเกียร์ธรรมดาเท่านั้นด้วย แต่เมื่อไหร่จะได้ขับก็ไม่รู้ครับ อิๆ ;D



There is nothing either good or bad but thinking makes it so

ออฟไลน์ The Coup Channel

  • The coup
  • Hero Member
  • ***
  • กระทู้: 1,506
    • อีเมล์
พี่เนยตอบยาวมากกกกกกกก 555 อ่านตาแฉะแต่ประโยชน์คับจอ(คอม)

จากความเห็นส่วนตัว หลังจากได้ขับ 2 ของเพื่อนๆมาเยอะมาก (ฮา)
ยังไงก็ยังรู้สึกชอบ 2 อ่ะพี่ ชอบความคมของพวงมาลัยเหมือนกัน
เพียงแต่อัตราเร่งมันไม่ค่อยซูมจริงๆอะ แต่อย่างอื่นนี่ได้ใจไปเต็มๆ

อยากให้ 2 แรงกว่านี้ ชอบเสียงติดเครื่องยนต์อะ ทั้ง 2 ทั้ง 3 เลย เพราะมั่กๆ

ออฟไลน์ tokyo

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 632
รู้สึกเหมือนได้เจอศิษย์พี่ในวงการมาสด้าเลยอิอิ

เพราะแม่ผมก็ชอบมาสด้าเหมือนกัน ด้วยเหตุผลที่ว่าโค้งแล้วแน่นกว่าชาวบ้าน
เลยทำให้10กว่าปีที่ผ่านมามีมาสด้าจอดในบ้านมาตลอด
ตั้งแต่ 323ก่อนโปรทีเจ้  โปรทีเจ้  3 

เห็นพี่เล่าว่าเอารถ v6 2500 ไปเล่นกับแอคคอด3000ได้นี่
ผมยิ่งอยากให้เครื่อง1.6อืดๆของ3 มันพังเร็วๆจริง
จะได้ขอแปลงร่างเป็นmpsกับเขาบ้าง  ;D
07 mazda 3

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
เครื่อง MPS ในไทยไม่รู้มีใครเอาเข้าไปรึยัง
แต่เห็นคนทำ 2.3 เกียร์ธรรมดา เทอร์โบ กันหลายคนแล้วนี่

ออฟไลน์ tokyo

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 632
2.3 เกียร์ธรรดาเทอร์โบ  กับเครื่อง mps ไม่เหมือนกันเหรอครับ

แต่เท่าที่ผมรู้ คือมันเป็น 2.3เทอร์โบ 6mt อะครับ เท่าที่รู้ก็4คันแระ
07 mazda 3

ออฟไลน์ raulowen

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 465
สำหรับผม ดูแปลกดี  เอาน่า ถ้าได้เจอบ่อยคงจะชินเอง ;)

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
พอดียังไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ น่ะครับ
เคยเห็นแต่คันที่เอา 2.3 ไปเซ็ทเทอร์โบ

ออฟไลน์ nicsjerry

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 496
    • อีเมล์
Zoom Zoom  คอนเซปนี้ ที่ผมชอบบบ

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
เห็นมีบางท่านถามถึง เลยเอารูปมาฝากเพิ่มครับ

หลังจากขับเจ้าสีแดงคันนั้นมา ก็ไม่ได้มีโอกาสเวียนวนกลับไปสัมผัสอีกเลย
เวลาจองรถทีไร ก็มักจะไปได้ 4 ประตู เครื่อง 2.0 สีเทานี่มาแทน ออพชันพวกจอ Multi Information Display หายไปหน่อย
แต่โดยรวมรวมแล้วยังมีความสุขที่ได้ขับอยู่ครับ อ้อ ช่วงล่างขอคอนเฟิร์มว่าตึงตังกว่ารุ่นเก่าแน่นอน มากขึ้นสัก 30-40% เลย

ดูรูปกันไปก่อนแล้วกันนะครับ อดใจรอ เดี๋ยวก็มาแล้วล่ะ (มั้ง)
เป็นรูปตอนออกไปชอปปิ้งนอกเมือง ช่วงวัน Thanksgiving เลยเป็นรูปถ่ายตอนกลางคืนทั้งหมด
ก็สวยไปอีกแบบนะ..บรรยากาศการขับขี่ในรถ แสงไฟจากหน้าปัด รื่นรมย์ดีครับ

ปล. ได้กล้องตัวใหม่มา คราวนี้ภาพคมชัดกว่าเดิมมาก จากของเก่าที่เป็นกล้อง Blackberry Torch 9800

ออฟไลน์ LimitedEdition

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,410
รูป(ต่อ)