ผู้เขียน หัวข้อ: [Review from Aus] Holden (ZB) Commodore VXR & Calais Tourer  (อ่าน 7070 ครั้ง)

ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
[Review from Aus] Holden (ZB) Commodore VXR & Calais Tourer
« เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2019, 21:46:19 »
สวัสดีครับสมาชิกทุกท่านครับ ผมติดตามheadlightmagมานานแล้วครับ แต่พึ่งสมัครสมาชิก  เลยอยากจะมารีวิวรถได้ทุกท่านได้อ่านครับ


กระทู้รีวิวรถจากสมาชิกเป็นส่วนที่ผมติดตามเป็นประจำ โดยเฉพาะรีวิวรถจากต่างแดน รถที่ไม่มีขายที่ไทย ซึ่งโอกาสจะได้หาอ่านจากคนไทยด้วยกันค่อนข้างยาก เมื่อผมเองได้ไปศึกษาต่อที่ เมลเบิร์น ออสเตรเลีย คนบ้ารถได้ไปอยู่ที่ดินแดนที่มีชื่อเสียงด้านยานยนต์ แบบนี้ก็สนุกสิครับ เลยเป็นที่มาของรีวิวแพ็คคู่ที่ทุกท่านกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้  Hope you guys enjoy!!


เมื่อพูดถึงรถยนต์ออสเตรเลียกับเมืองไทยแล้ว หลายท่านอาจจะพอมีความทรงจำกับแบรนด์เก่าแก่จากออสเตรเลีย อย่างHolden เพราะในอดีต เมืองไทยเคยมีรถแบรนด์นี้ขาย แต่ตัวผมเองก็เกิดไม่ทันด้วยซ้ำ แต่จากการเสิร์ชดู ก็เห็นว่ารุ่นที่เคยขายในไทย ก็มีรุ่นดังๆ เช่น Camira, Torona, Kingswood,Commodore และ Calaisที่เป็น luxury trimของCommodore นอกจากนี้ยังรวมไปถึง Chevrolet Lumina ที่เป็นVYกับVZ Commodore เปลี่ยนโลโก้เป็นโบว์ไทด์ นำเข้าจากออสเตรเลียมาขายที่ไทยเมื่อสิบกว่าปีก่อน

จนกระทั้งในงาน Motor Expo 2013 แบรนด์Holden ก็มีรถรุ่นใหม่มาโชว์ตัวที่เมืองไทยอีกครั้ง โดยเป็น Holden VF Commodore มาจัดแสดงภายใต้ชื่อ Chevrolet SS แต่ไม่ได้วางจำหน่ายเหมือนรุ่นพี่อย่างVZ Commodore ก่อนที่สุดท้าย Chevrolet SSก็ถูกส่งไปขายที่อเมริกา เป็นเพียงภูมิภาคเดียวนอกจากออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ที่ได้ขับเจ้าจิงโจ้รุ่นนี้  แล้วจิงโจ้บ้าพลังที่แปะคำว่า Made in Australia ก็ลาจากสายการผลิตเมื่อปลายปี2017 พร้อมกับปิดตำนานการผลิตรถยนต์ในออสเตรเลียในทันที T^T



ถ้าใครได้มีโอกาสไปออสเตรเลีย จะเห็นHolden Commodoreทั่วทุกมุมเมือง เกือบทุกเจน ทุกตัวถังทั้งซีดาน แวกอน หรือute ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของHolden และเหลือเพียงแค่ภูมิภาคออสเตรเลียที่มีรถแบบนี้ขาย ถ้าใช้คำว่าเป็นรถโหลของที่ออสเตรเลียก็คงไม่ผิดนัก ทั้งรถตำรวจ หน่วยงานของรัฐและเอกชน แท็กซี่ รวมไปถึงขาซิ่ง ที่เล่นรุ่นV8 เสียงคำรามแสบหูยามราตรี

แม้จะยุติการผลิตรถในออสเตรเลียไปแล้ว แต่nameplateระดับตำนานของHolden ไม่ได้จากไปไหน แต่มาในฐานะไส้กรอกเยอรมันแทนที่จะเป็นvegemiteเหมือนในอดีต ขอพาทุกท่านพบกับ Holden Commodore VXR และ Holden Calais Tourer กันเลยครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 06, 2019, 17:37:10 โดย MxBen »

ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden (ZB) Commodore VXR & Calais Tourer
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2019, 22:57:55 »
การมาของ German made Commodore หรือมีรหัสว่า ZBนั้น เปลี่ยนมุมมองของชาวออสซี่ที่ผูกพันกับรถรุ่นนี้มาเป็นเวลานาน แม้แต่ตัวผมเองที่ชอบรถรุ่นนี้มากๆ โดยเฉพาะVF ที่เป็นรุ่นสุดท้ายที่ผลิตที่ออสเตรเลีย เพราะคุณจะหารถซีดานขับหลัง เครื่องV8 เกียร์แมนนวลจากที่ไหนได้อีก ถ้าไม่ใช่ Commodore และคู่แค้นอย่าง Ford Falconที่ชิงเลิกผลิตไปก่อนตั้งแต่ปี2016



จากบรรทัดนี้ ผมขอเรียกเป็นรหัสตัวถังแทนนะครับ เพื่อความสะดวกของตัวผมเอง ฮ่าๆ ZB ถูกนำเข้าสำเร็จรูปทั้งคันจากเยอรมนี โดยเป็นรถ Opel Insignia เปลี่ยนโลโก้และแฮนด์ลิ่งที่ปรับจูนมาสำหรับตลาดออสเตรเลีย ในอดีตนั้น Commodore หลายเจนก็เป็นรถที่BaseมาจากOpel แถมInsigniaรุ่นเก่าเองก็เคยส่งเข้ามาขายโดยแบรนด์Opelเองและเปลี่ยนมาเป็นHolden เมื่อOpel ถอนตัวจากตลาดออสเตรเลียไป เพราะฉะนั้นZBก็น่าจะเรียกได้ว่ามาสานต่อInsigniaโฉมเก่า แต่ดันมาทะลึ่งแปะชื่อรุ่นเป็นCommodoreแทน





การมาของZB ยังปิดตำนานรุ่นฐานล้อยาวอย่าง Caprice และ กระบะUte และที่สำคัญที่ทำให้แฟนพันธุ์แท้รับไม่ได้คือการเปลี่ยนระบบการขับเคลื่อนจากขับเคลื่อนล้อหลังมาเป็นขับเคลื่อนล้อหน้าหรือAWD แล้วแต่รุ่นย่อยและเครื่องยนต์ เครื่องยนต์ขึ้นชื่ออย่าง LS V8 ในรุ่นย่อย SSเดิม รวมถึงเกียร์ธรรมดาก็หายไปเช่นกัน แล้วZBมีอะไรใหม่ อาทิ การกลับมาของเครื่อง4สูบ และครั้งแรกกับเครื่องดีเซล เป็น2.0 turboทั้งคู่ และตัวถังLiftback 5ประตู แทนที่รุ่นซีดาน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 06, 2019, 17:38:16 โดย MxBen »

ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden (ZB) Commodore VXR & Calais Tourer
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2019, 23:21:29 »
การแบ่งเกรดรุ่นย่อยของZB เปลี่ยนไปจากเดิม โดยการใช้ชื่อรุ่นย่อยใหม่หมด เริ่มด้วย

-LT เป็นรุ่นเริ่มต้น มีทั้งเครื่องเบนซิน2.0 กับดีเซล ตัวถังLiftbackและWagonมีเฉพาะขับเคลื่อนล้อหน้า แทนที่ Commodore Evoke

-RS ตัวเริ่มต้นของ Sport trim มีทั้งเบนซิน2.0ขับหน้า ตัวถัง LiftbackและWagon สามารถเลือกออปชั่น V6 3.6 AWDได้ โดยมีเฉพาะตัวถัง Liftback

-RS-V เหมือนRSแต่เพิ่มออปชั่นขึ้นมา และมีเฉพาะเครื่องV6 AWD มีทั้ง2ตัวถัง ทั้ง2รุ่นมาแทนที่ Commodore SV6

-VXR เป็นรุ่นท็อปสุดของSport Trim มีเฉพาะตัวถังLiftbackจับคู่กับ V6 AWDเท่านั้น มาแทนที่ Commodore SS อันเป็นคันที่ผมได้ขับ



ส่วนอีกสายหนึ่งของCommodore คือ Luxury Trim มีชื่อว่าCalais อ่านว่าคาเล่ส์

-Calais มีเฉพาะเบนซินกับดีเซลขับหน้าและตัวถังLiftback

-Calais V มีเฉพาะตัวถังLiftbackกับเครื่อง V6 AWD

แล้วถ้าต้องการCalaisที่เป็นตัวถังWagonล่ะ เสียใจด้วยครับ Holdenไม่มีรุ่นย่อยนี้ แต่กลับไปเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ ให้ชวนเกาหัวยิ่งขึ้น คือ Calais tourer เป็นตัวถังWagon ยกสูง เหมือนAudi Allroad หรือ Subaru Outback มี2รุ่นย่อย

-Calais Tourer เป็นรุ่นที่ผมได้ขับ

-Calais V Tourer

ทั้ง2จับคู่กับเครื่อง V6 AWDเท่านั้น

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 06, 2019, 17:39:16 โดย MxBen »

ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden (ZB) Commodore VXR & Calais Tourer
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2019, 23:33:55 »
รถทั้ง2คันที่ผมได้ขับนั้น เป็นรถเช่าทั้งคู่ โดยเช่าผ่านAppที่ชื่อว่า Maven เป็นCar Sharingของ GM ซึ่งในโอกาสหน้าผมจะขอรีวิวการใช้Appนี้พร้อมทั้งเรื่อง Car Sharing ซึ่งเป็นการเช่ารถแนวใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในหลายๆประเทศ


ผมขอเริ่มรีวิวที่ตัว Calais Tourerก่อน เพราะเป็นรถที่ผมได้เช่าก่อน โดยไปรับรถที่สำนักงาน Holden ที่ตั้งอยู่ที่ 191 Salmon St. Port Melbourne ซึ่งเป็นสถานที่ๆพี่จิมมี่กับทีมงานน่าจะคุ้นเคย เพราะเป็นสำนักงานใหญ่ของHolden การรับรถนั้นง่ายมาก เพียงแค่เดินไปด้านหลังของสำนักงานอันเป็นลานจอดรถ จะมีล็อคที่เป็นของMaven เราแค่ต้องมองหารถที่รถจองไว้ โดยในApp จะบอกชื่อรุ่นรถ สี และทะเบียน

เมื่อถึงเวลาที่booking เปิดAppพร้อมกับต่อบลูทูธเข้ากับตัวรถ ก็สามารถปลดล็อครถได้เลย โดยที่ไม่ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งสะดวกและล้ำมาก แต่ก็ทำให้ผมไม่ได้เห็นหน้าตาของกุญแจรถรวมถึงใช้ฟีเจอร์ที่สำคัญอย่างการเปิดฝาท้ายแบบhand freeได้รวมถึงการกดล็อครถบนที่เปิดประตูหรือการกำแล้วดึงที่เปิดประตูเพื่อปลดล็อค แต่ต้องทำผ่านการกดจากบนมือถือ เพราะแอพได้ออกแบบมาให้มือถือของเรานั้นเปรียบเสมือนกุญแจ ที่ใช้ล็อค ปลดล็อคและสตาร์ท เครื่องยนต์ได้ แต่ดันไม่ออกแบบให้ทำงานครบๆแบบกุญแจตัวจริง

-Exterior

เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นรุ่นย่อยนี้ด้วยตาตัวเอง เพราะหายากมากถึงมากที่สุด ภายนอกนั้นสวยล้ำสมัยมาก เส้นสายของรถนั้นโฉบเฉี่ยวมาก แม้ภาพลักษณ์จะเป็นรุ่นแวก้อนยกสูง แต่ให้อารมณ์สปอร์ตมาเต็ม ภายนอกของCalais กับ Calais V นั้น ต้องเซียนเรื่องเกมส์ Photo huntถึงจะแยกออกได้  ล้อแมกซ์ลายเดียวกัน แต่รุ่นท็อป Calais Vจะได้แบบทูโทนปัดเงา หลังคา Panoramic Sunroof, ไฟหน้าLED และโลโก้รุ่นท้ายรถเท่านั้น แม้จะเป็นรุ่นยกสูงก็ตาม ผมก็ยังรู้สึกว่าก็ยังเตี้ยอยู่ดี อาจจะเป็นเพราะเส้นสายตัวรถ ที่ดูแบนราบไปทั้งคัน ตัวรถนั้นสูงกว่ารุ่นWagonปกติอยู่42 มม. พร้อมติดโป่งและชายล่างพลาสติคสีดำ สร้างภาพลักษณ์ให้ดูเป็นรถลุยยิ่งขึ้น

สีเงินเฉดนี้ มีชื่อเรียกว่า Nitrate Silver กลืนสีของเส้นโครเมี่ยมที่พาดตัวรถ ซึ่งเส้นโครเมี่ยมนี้ลากยาวจากเสาเอไปจรดที่ไฟท้าย เป็นกิมมิคเล็กๆให้รถดูไม่เรียบเกินไป ลายเส้นตัวแอลลากจากมุมล่างของประตูหน้าไปถึงประตูหลัง ส่วนของฝาท้าย ผมกลับรู้สึกว่าเรียบเกินไป แถมยังดูไม่แพงอย่างที่trimอย่าง Calaisควรจะเป็น ซึ่งตัวVFที่พึ่งตกรุ่นไป แม้บั้นท้ายของแวก้อนจะเหมือนกันหมดทุกรุ่นย่อย แต่พอเป็นท้ายของCalaisกลับรู้สึกแพงกว่า ทั้งเรื่องการจัดวางฟอนต์ชื่อรุ่น หรือแถบโครเมี่ยม


ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden (ZB) Commodore VXR & Calais Tourer
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2019, 23:45:54 »
ส่วนของVXRนั้น เช่นเดียวกัน ถ้าไม่ติดตามรายละเอียดรุ่นนี้จริงๆ มองผ่านๆก็บอกยากว่าเป็นรุ่นท็อปสุด เพราะชุดกันชนนั้นเหมือนกับRS/RS-V แต่มีสปอยเลอร์ ส่วนที่ต่างกันที่ล็อแมกซ์ ซึ่งVXRจะได้ล้อ 20นิ้ว 10ก้าน พร้อมเบรก Brembo ไฟหน้าLED ซึ่งHolden เรียกว่า Matrix LED กระจังหน้ามีกล้องหน้า



ด้านหลัง ฝาท้ายมีสปอยเลอร์ ไฟท้ายแบบLED แผงทับทิมแนวตั้งตรงกันชน ปลายท่อไอเสียออกที่ด้านซ้ายขวาของกันชน ปลายท่อไอเสียตรงกันชนก็ไม่ใช่ปลายท่อของจริง ของจริงจะแอบอยู่ข้างหลัง เป็นท่อคู่ ต่างจากVF ที่เป็น4ท่อ ด้านหลังจะต่างจากรุ่นย่อยสายSportอื่นๆ เพียงแค่ล้อโก้ VXR ฝาท้ายเปิดแบบHandfree หรือกดตรงโลโก้Holden ยกเปิดพรวดเดียวพร้อมกระจก เป็นข้อดีอย่างหนึ่งของตัวถัง Liftback เทียบกับVFแล้ว เจ้าSS V8ตัวเก่า ดูดุดันพร้อมหาเรื่องมากกว่า ฟอนต์คำว่าCommodore ดูเรียบๆ ฟอนต์ของVXR เหมือนกับที่ใช้กับรถVauxhall อันเป็นแบรนด์Opel เมื่อนำไปขายที่อังกฤษ



ตัวรถเป็นสีเงินเข้ม มีชื่อว่า Cosmic Grey มีเส้นโครเมี่ยมลากยาวจากกระจกมองข้างไปถึงเสาซี เส้นโครเมี่ยมนี่หักเป็นรูปตัวD เสาอากาศแบบครีบฉลาม ภาพลักษณ์ของรุ่นVXR ดูรู้ว่าเป็นสายซิ่งแน่นอน เทียบกับรุ่นย่อยอื่น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 06, 2019, 17:45:01 โดย MxBen »

ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden (ZB) Commodore VXR & Calais Tourer
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2019, 15:13:28 »
-Interior

ภายในของtourerไม่ต่างจากรุ่นย่อยอื่นๆของ Commodore โดยใช้โทนสีดำ ทุกชิ้นส่วนดูดำทะมึนไปหมด ซึ่งก็เข้าใจว่าเป็นรถสายลุย ซึ่งจะต่างจากVF Calaisที่จะได้ภายในสีเบจ ไล่จากแผงประตูฝั่งคนขับ แผงประตูบุบนุ่ม มีทริมเป็นลายกราฟฟิคสีดำเงา มือเปิดประตูเป็นสีเงินพร้อมปุ่มล็อค ที่ท้าวแขนตรงแผงประตู มีปุ่มปรับและพับกระจก กระจก4บานเลื่อนขี้นลงแบบวันทัช ช่องเก็บของและที่วางขวดน้ำ พร้อมปุ่มเปิดฝาท้าย

ใต้ช่องแอร์ฝั่งคนขับเป็นที่เปิดไฟหน้าเปิดอัตโนมัติ ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง ปุ่มปรับองศาสูงต่ำของไฟหน้า ในกรณที่บรรทุกแล้วหน้ารถเชิดขึ้น (ซึ่งน่าจะเป็นแบบออโต้เลย เพราะจัดเป็นทริมสายหรูขนาดนี้) และปุ่มปรับความสว่างของหน้าปัด ก้านไฟเลี้ยวอยู่ด้านขวามือ (ซึ่งดีมาก รถจากยุโรปหลายรุ่นที่ขายที่ออส ก็ไม่ยอมลงทุนเปลี่ยนฝั่งมาให้) ฝั่งซ้ายเป็นที่ปัดน้ำฝน ตั้งอัตโนมัติรวมถึงหน่วงเวลาได้ พวงมาลัยแบบ เอ่อ มองเผินๆอาจคิดว่าเป็น3ก้าน แต่ก้านล่างนั้นมีรูตรงกลาง ทำให้ดูเป็น4ก้านได้เช่นกัน พวงมาลัยหุ่มหนังพร้อมเดินตะเข็บด้วย สัมผัสกระชับมือดีมาก ปรับสูงต่ำ ใกล้ไกลได้ ฝั่งขวาเป็นปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและจอตรงหน้าปัด ฝั่งซ้ายเป็นครุยส์ คอนโทรล บลูทูธและเซตระบบ pre-collisionและspeed limiter



หน้าปัดเป็นวงกลม2อันใหญ่ ฝั่งขวาเป็นมาตราวัดความเร็ว ฟอนต์ตัวเลขโค้งตามกรอบ ทำให้ดูยาก ให้ความเร็วมาถึง270 ซึ่งก็คงไม่มีปัญญาได้เหยียบเกิน110 เพราะกฎหมายเรื่องความเร็วที่ออส จัดว่าเข้มงวดอันดับต้นๆของโลก ตรงกลางเป็นหน้าจอสำหรับดูค่าต่างๆของตัวรถ ซึ่งยิบย่อยมาก ด้านบนเป็นมาตราวัดหม้อน้ำและน้ำมันเชื้อเพลง ด้านซ้ายเป็นมาตราวัดรอบ เรดไลน์เริ่มที่6500รอบจนสุดที่8000 สุดท้าย ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์แอบอยู่หลังก้านปัดน้ำฝน

คอนโซลเอียงเข้าหาผู้ขับขี่ มีหน้าจอสีแบบทัชสกรีน 8นิ้ว รองรับapple car playและandroid auto พร้อมระบบนำทาง ซึ่งใช้งานง่ายและสะดวกมาก แต่ก็แอบโง่ในการหาสถานที่บางที่ ถัดลงมาเป็นปุ่มเปิดปิด traction control ปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และไฟฉุกเฉิน ถัดลงมาอีก เป็นปุ่มเครื่องปรับอากาศแบบdual zone รวมถึงอุ่นเบาะ



คอนโซลกลาง ใต้ชุดควบคุมเครื่องปรับอากาศมีที่วางแก้ว2ใบ ช่องชาร์จไฟและจุดบุหรี่ พร้อมฝาปิดแบบเลื่อน ตกแต่งด้วยสีดำเงา ถัดมาเป็นปุ่มสำหรับเปิดปิดเซนเซอร์ช่วยจอด (Parking assist) ปุ่มเปิดปิดการดับเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Auto Start-stop) และปุ่มSport mode โดยเว้นช่องซ้ายสุดเป็นปุ่มเปล่าๆ เพื่ออออ ทำเหมือนรถรุ่นล่างๆไปได้ คันเกียร์หุ้มหนัง manual mode โยกไปทางซ้าย เพิ่มเกียร์ด้วยดันขึ้น ลดโดยดันลง ไม่มีแพดเดิ้ลชิฟท์ให้ อยากได้ ต้องซื้อรุ่น Calais Vแทน ฐานเกียร์แต่งเป็นสีเงิน และด้านซ้ายเป็นตำแหน่งของเบรคมือไฟฟ้า ถัดลงมาเป็นช่องใส่ของหรือวางขวดน้ำก็ได้พร้อมฝาปิด สุดท้ายที่ท้าวแขนและกล่องใส่ของ มีที่วางโทรศัพท์สำหรับwireless chargingและช่องเสียบUSB

ข้ามมาดูเบาะหลังกันบ้าง มีช่องแอร์ให้2ช่องและที่เสียบUSBอีก2จุด ตัวเบาะมีจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX ที่เก็บสัมภาระด้านหลังใหญ่มากๆพร้อมฝาปิดแบบเลื่อน แถมยังมีปุ่มสำหรับพับเบาะหลังจากตรงที่เก็บสัมภาระด้านหลัง ทำให้สะดวกมากๆ ฝาท้ายมีปุ่มสำหรับปิดอัตโนมัติ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 06, 2019, 15:18:24 โดย MxBen »

ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden (ZB) Commodore VXR & Calais Tourer
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2019, 16:22:20 »
เจ้าVXR ผมขอข้ามรายละเอียดในบางจุด ซึ่งมีเหมือนในCalais แผงควบคุมตรงประตูเหมือนกัน เพียงแต่จะมีไฟledซ่อนอยู่ ซึ่งพอเปิดไฟหน้า ทริมนี้จะสว่างขึ้นมาด้วย เพิ่มลดความสว่างได้ ถ้าลดความสว่าง ความสว่างของหน้าปัทม์ก็จะลดลงไปด้วย ส่วนของแผงปุ่มเปิดไฟหน้านั้น จะไม่มีปุ่มสำหรับไฟตัดหมอกหน้าและปุ่มปรับระดับองศาไฟหน้ามาให้ เพราะปุ่มไฟตัดหมอก โดนย้ายไปอยู่ที่ก้านไฟเลี้ยว และไฟหน้ายังปรับองศาได้อัตโนมัติ



พวงมาลัยหน้าตาเหมือนกันก็จริง แต่VXRจะปาดด้านล่างให้เรียบ และหุ้มหนังคนละแบบกัน เป็นแบบเจาะรู เพื่อสร้างgrip ให้จับกระชับมือยิ่งขึ้น มีแป้นแพดเดิ้ลชิฟท์มาให้ หน้าปัดเป็นวงกลมสองวง อยู่ชิดมุมซ้ายและขวา วงขวาเป็นวัดอุณหภูมิหม้อน้ำ น้ำมัน และแบตเตอร์รี่ ฝั่งซ้ายเป็นมาตราวัดรอบ เรดไลน์เริ่มที่6500สุดที่8000รอบ และมาตราวัดอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง ตรงกลางเป็นวัดความเร็วเป็นตัวเลข แสดงผลผ่านหน้าจอขนาด8นิ้ว ต้องขออภัยที่ส่วนนี้ ผมไม่ได้ถ่ายรูปมา เพราะตรงหน้าจอนี้ จะเปลี่ยนแพทเทิร์นไป ตามโหมดที่เราเลือก ซึ่งถ้าเลือกโหมดVXR จะขึ้นโชว์อีกแบบหนึ่ง



ถัดขึ้นไปตรงกระจก จะเป็นHead up display ปุ่มควบคุมแอบอยู่หลังก้านไฟเลี้ยว กดเลือกดูข้อมูลที่เราต้องการ ปรับความสว่าง และเลื่อนขึ้นลงได้ ตามระดับสายตาของผู้ขับขี่ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องละสายตา ลงมาดูหน้าปัทม์ได้ เพราะสามารถแสดงผลได้เหมือนกัน ทั้งความเร็ว navigator แต่ไม่ยักมีปุ่มเปิดปิดให้ ผมเลยเลือกเลื่อนลงไปล่างสุด ก็จะมองไม่เห็นแล้วครับ ฮ่าๆ และอื่นๆ หน้าจอสามารถดูภาพจากด้านหน้าได้ รวมถึงมองแบบ360องศา ช่วนให้การจอดรถเป็นเรื่องง่าย มาดูที่คันเกียร์กันต่อ หัวเกียร์มีคำว่าVXR และปุ่มด้านซ้ายที่เป็นปุ่มเปล่าๆในCalais เป็นปุ่มสำหรับกดเปิดปิดโหมดVXR ซึ่งผมได้มีโอกาสลองใช้ แต่ขอไปอธิบายเพิ่มตรงส่วนของPerformanceครับ แผงบังแดดมีกระจกพร้อมไฟทั้งฝั่งผู้ขับและผู้โดยสาร ตรงกลางเป็นปุ่มควบคุมการเปิดปิดซันรูฟ และไฟอ่านแผนที่




เบาะเป็นทรงบัคเก็ตซีท แปะโลโก้VXR หุ่มหนังมีเป็นรู เสียดายที่ผมไม่ได้ขับเดินทางไกล เลยให้ข้อมูลไม่ได้ว่าการนั่งนานสบายมากน้อยเพียงใด ตัวเบาะมีสัมผัสที่ดี ปีกข้างล็อคตัวให้อยู่กับเบาะ แต่ไม่สบายเท่าที่ควร เพราะที่พิงศรีษะเป็นชิ้นเดียวกับเบาะ และดันหัวนิดๆ แต่ผมกลับรู้สึกชอบเบาะแบบนี้ และคิดว่าเหมาะสมแล้วกับรถSport trimแบบนี้ เบาะปรับไฟฟ้า8ทิศทาง และตั้งเมมโมรี่ได้พร้อมฟังค์ชั่นการนวด ซึ่งผมไม่ได้ลองใช้ เช่นเดียวกับฝั่งผู้โดยสาร ลำโพงจากBose แต่จะมีข้อติตรงเรื่องเก๊ะใส่ของฝั่งผู้โดยสาร ที่พอลองเปิดปิดแล้ว ฝาปิดกลับปิดไม่สนิทดี ไม่แน่ใจเพราะเป็นคนเช่าคนก่อนๆหรือเป็นตั้งแต่โรงงาน

 

เบาะหลังมีพื้นที่Legroomเยอะกว่าที่คิด แต่เบาะคู่หน้ามีขนาดใหญ่โตมาก ทำให้รู้สึกอึดอัด Headroom มีไม่มากนัก เพราะหลังคาลาดลงมามาก แต่ผมเฉยๆ เพราะแค่ลองนั่งตอนรถจอดเท่านั้น มีช่องแอร์ และช่องเสียบUSB แถมยังสามารถอุ่นเบาะได้ด้วย



มาดูท้ายรถบ้าง เทียบกับVFแล้ว เจ้าSS V8ตัวเก่า ดูดุดันพร้อมหาเรื่องมากกว่าVXR ฟอนต์คำว่าCommodore ดูเรียบๆ โลโก้Holden เป็นที่กดเปิดฝาท้าย ฟอนต์ของVXR เหมือนกับที่ใช้กับรถVauxhall อันเป็นแบรนด์Opel เมื่อนำไปขายที่อังกฤษ ปลายท่อไอเสียตรงกันชนก็ไม่ใช่ปลายท่อของจริง ของจริงจะแอบอยู่ข้างหลัง เป็นท่อคู่ ต่างจากVF ที่เป็น4ท่อ


ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden (ZB) Commodore VXR & Calais Tourer
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2019, 16:45:30 »
-Performance

เครื่องยนต์บล็อคใหม่มีรหัสว่า LGX 3.6L V6 Direct Injection ไม่มีระบบอัดอากาศใดๆทั้งสิ้น ให้กำลังสูงสุด 315แรงม้าที่6800รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด381นต.มที่5200รอบต่อนาที ระบบสงกำลังมีเพียงแบบเดียวคือ อัตโนมัติ9จังหวะ ส่งกำลังลงทั้งสี่ล้อ AWD เป็นเครื่องสหกรณ์ของ GM เพราะประจำการอยู่ในรถหลายรุ่น เช่น Chevy Camaro, GMC/Holden Arcadia และคู่แฝดของZB อย่าง Buick Regal

รายละเอียดทางเทคนิคต่างๆ รวมถึงอัตราเร่ง อัตราสิ้นเปลือง ผมแนะนำท่านสมาชิกเข้าไปดูที่เวปHolden หรือ Youtube เพราะผมไม่มีโอกาสได้ทดลองจริงๆจังๆ



สิ่งหนึ่งที่ผมประทับใจในเรื่องการขับขี่คือ เจ้าTourerเป็นรถที่มีกำลังมากสุดที่ผมเคยขับมาก เพราะฉะนั้นถ้าวัดจากความรู้สึกของตัวผมเองที่ใช้Suzuki Swift 1.2 MTที่เมืองไทย เจ้าแวนสายลุยคันนี้ แรงถึงใจผมมากๆ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องการจำกัดความเร็ว แต่การตอบสนองทุกครั้งที่กดคันเร่งนั้น แรงเกินหน้าเกินตารถแวก้อนทั่วไปแน่นอน ไม่นับพวกตระกูลAMGนะครับ เสียงV6นั้น แหบเสน่ห์ แต่ทำให้โสตประสาทของผม กระหายที่จะเติมคันเร่งแบบหนักๆตลอด

ประกอบกับเส้นทางที่ผมเลือกขับนั้น เป็นทริปไปYarra Range เป็นเส้นทางที่ลัดเลาะไปตามป่า มีโค้งอันตรายเยอะมาก ลิมิตที่ป้ายบอกคือ60กม/ชม.นั้น หลายโค้งเจ้าTourer สามารถพาผมไปได้ที่ความเร็วสูงกว่านั้น ยิ่งบางช่วงที่ผมเลือกSport Modeและชิฟท์เกียร์เอง ลากรอบฟังเสียงหวานๆของเครื่องLGX ยิ่งสร้างความสนุกในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี แต่ก็แลกมากับน้ำมันที่ลดฮวบเหมือนถังน้ำมันรั่ว และเล่นเอาผมเกือบเอาตัวไม่รอดจากป่า เพราะน้ำมันเล่นลงมาถึงขีดแดง ไฟเตือนขึ้น เป็นความสำเพร่าของผมเอง ที่ไม่ยอมเติมน้ำมันให้เต็มถังตั้งแต่ในเมือง

ขากลับผมเลือกกลับฟรีเวย์พร้อมกับเซตความเร็วด้วยครุยส์ คอนโทรล ซึ่งเป็นแบบธรรมดา ไม่ใช่adaptive เช่นเดิมครับ อยากได้จัดเต็ม ต้อง Calais V ช่วงล่างเซตมาให้เดินทางบนฟรีเวย์สบายๆ พลังกำลังจากเครื่อง V6นั้น เหลือเฟือครับ เรื่องเบรกนั้น เซตมากำลังดี แตะนิดเดียวก็ลดความเร็วตามที่ต้องการ ต่างจาก Trailblazer ที่ผมเคยเช่า รายนั้น ขืนเหยียบแบบเดียวกัน จะพาเอาแหกโค้งแบบที่ผมเกือบเจอมาแล้ว



ข้ามมาที่ฝากของVXRบ้าง เครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนเหมือนกันเป๊ะๆ ต่างกันที่ช่วงล่างเท่านั้น ซึ่งเซทมาแข็ง พอเจอรอยต่อบนถนน สะเทือนจนรู้สึกได้ แต่แลกมากับการทรงตัวและการเกาะถนนที่ดีมากๆ ผมมั่นใจกล้าใส่ทุกโค้งเลย ระบบเบรคBrembo มั่นใจได้ สัมผัสเบรกดี แตะเบาะๆก็หยุดตามใจต้องการ แป้นเหยียบแบบสปอร์ต เสียดายที่ไม่ใช่แบบOrgan type น่าจะทำให้สบายขึ้นเวลาขับทางไกล ผมลองใช้โหมดVXR เรียนตามตรง ผมไม่สามารถแยกความต่างกับแบบปกติได้เลย ที่ต่างไปคือตรงหน้าปัทม์จะเป็นสีแดงและเปลี่ยนจอตรงกลางให้เป็นมาตราวัดความเร็วแบบรถทั่วไป เสียงจากท่อดุดันขึ้น


ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden (ZB) Commodore VXR & Calais Tourer
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2019, 17:16:28 »
-Safety

ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของรถรุ่นนี้ก็ว่าได้ครับ ไล่ดูข้อมูลส่วนนี้จากในเวป ทำเอาผมตาลาย เพราะเทียบกับรถที่ขับที่ไทยแล้ว Swiftของผม ดูเป็นโลงศพติดล้อไปเลย ซึ่งระบบความปลอดภัยนั้น มันสร้างความอุ่นใจในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี ยิ่งกับรถที่มีพลังกำลังเยอะอย่างเจ้าCalaisกับVXRด้วยแล้ว Holdenไม่ยอมให้น้อยหน้าคู่แข่งแน่นอน

ตัวรถผ่านมาตรฐานการชนจาก Ancap 5ดาว

ถุงลม6ใบ: คู่หน้า ด้านข้างและม่านนิรภัย

เบรค ABS/EBD/BA

ระบบเตือนการชน ถ้าข้างหน้ามีรถเบรกกะทันหัน โดยส่งสัญญาณเตือนที่กระจกหน้าพร้อมเสียงเตือน (Forward Collision Alert with Head-Up Warning)

ระบบเตือนรถออกนอกเลน (Lane Keep Assist)

ระบบเบรกอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ Autonomous Emergency Braking (AEB low speed) ส่วนรุ่นVXR/Calais V ได้แบบทุกช่วงความเร็ว

ระบบเตือนคนเดินถนน Pedestrian Detection

ระบบเตือนมุมอับสายตา ตรงกระจกมองข้าง Side Blind Zone Alert

ระบบเตือนรถที่ผ่านด้านหลัง เวลาเราถอยรถออกจากช่อง Rear Cross Traffic Alert

เซนเซอร์กะระยะหน้า-หลัง Front Park Assist Rear Park Assist

กล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Rear view camera รุ่นVXR/Calais Vได้กล้อง 360องศา

ระบบช่วยออกตัวจากทางลาดชัน  Hill Start Assist

ระบบควบคุมการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC)

*VXRได้ Adaptive Cruise Control ส่วนCalais Tourer ได้แบบปกติ ต้องเป็น Calais V ถึงจะได้เหมือนVXR

กระจกมองหลังและมองข้างตัดแสงอัตโนมัติ

ซึ่งทุกระบบผมเปิดตลอดการเดินทาง มีเพียงแค่auto start-stopที่ปิดเวลาอยู่ในเมือง เพราะสร้างความรำคาญทุกครั้งที่หยุดรถ แม้กระทั้งการหยุดรอออกจากแยก

ออฟไลน์ MxBen

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden (ZB) Commodore VXR & Calais Tourer
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2019, 17:29:56 »
สุดท้ายแล้ว Calais Tourer คันนี้สร้างความประทับใจมาก ยิ่งเป็นทริปที่เส้นทางสวยได้รถที่ขับดี อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีต่างๆมากมาย ค่าเช่า96$ พร้อมกับDiscount Code ลดไปอีก50% เหลือ48$ พร้อมน้ำมัน1ถังเต็มๆแบบจุกๆ แถมผมยังแอบเติมน้ำมัน 98Ron เพราะอยากดึงสมรรถนะของรถออกมาให้เต็มที่ ส่วนราคารถที่ขายจริงๆนั้น ผมลองเสิร์ชจากรหัสไปรษณีย์หรือ Postcode จากที่อยู่ของผม ราคาอยู่ที่ 48,557$* เท่ากับ 1,044,270บาท ส่วนVXRอยู่ที่ 61,488$* หรือเท่ากับ 1,322,365บาท ป้าดดดดด ราคานี้ ได้รถระดับนี้ นึกแล้วก็อิจฉาคนออสซี่จริงๆ

*อัตราแลกเปลี่ยนของวันที่ 06/07/2019

การจะมองหาข้อด้อยของรถ2คันนี้กับเวลาเพียงแค่24ชม. อาจจะทำให้ผมยังไม่พบเจอสิ่งใดที่ไม่ประทับใจ จะมีเพียงแค่อัตราสิ้นเปลืองที่ดุเดือด เพราะกินตามแรงตีน กับการขาดออปชั่นบางตัวของCalais ซึ่งไปกองอยู่ที่ตัวท็อปนั้น เรื่องเดียวที่ผมเสียดายก็คงจะเป็น รถรุ่นนี้ไม่มีโอกาสได้มาขายที่เมืองไทย ไม่ว่าจะมาในแบรนด์Holden/Opel หรือ แม้แต่Chevrolet เองก็ตาม



ส่วนเจ้าVXRนั้น ผมคงไม่มีข้อติอะไร เพราะที่รถคันนี้เป็นอยู่ก็ดีมากแล้ว สมกับที่เป็น Top of the line คนที่ติก็คงจะมีเพียงคนออสซี่ที่รักและผูกพันกับCommodore ในอดีตมากกว่า แต่สิ่งที่ผมเสียดายก็คงจะเป็นการที่Holden เลือกวางเครื่องV6 AWDในหลายรุ่นย่อย ทำให้ความพิเศษของVXRมันลดน้อยลงไป ต่างจากในอดีตที่ใครอยากได้ตัวแรงสุด ต้องเล่นตัวSSเท่านั้น ด้วยการเปลี่ยนแปลงหลายๆสิ่ง สะท้อนออกมาให้เห็นว่าCommodore รุ่นนี้ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่Holdenหวัง ยิ่งรุ่นย่อยทั้งสองคันที่ผมได้ขับ เป็นรุ่นย่อยที่หาได้ยากมากบนท้องถนน ส่วนมากที่เจอจะเป็นRSหรือRS-V ซึ่งก็เพียงพอแล้วสำหรับคนที่อยากได้V6 แต่จากการตามข่าว คาดว่าZB จะเป็นตัวถังที่มีอายุการตลาดสั้นที่สุด เนืองจากตัวรถผลิตโดยOpel ซึ่งปัจจุบัน GMได้ขายไปให้กลุ่ม PSAแล้ว หลังหมดสัญญา ต้องมาติดตามว่าGM จะทำอย่างไรกับรถระดับตำนานคันนี้ ลึกๆผมเองก็ยังอยากเห็นCommodoreแบบในอดีตกลับมาอีกครั้ง

ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ครับ ครั้งหน้าผมจะมารีวิวรถรุ่นอื่นๆของHolden และรุ่นอื่นจากยี่ห้ออื่นๆ ที่ไม่มีขายที่เมืองไทย ขอบคุณและสวัสดีครับ


ออฟไลน์ OXYGEN2

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,921
    • เครื่องปั่น
    • อีเมล์
Re: [Review from Aus] Holden (ZB) Commodore VXR & Calais Tourer
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2019, 01:04:08 »
อ่านเพลินเลยครับ มาเล่าบ่อยๆ นะครับ
2013 - Subaru Legacy 2.5GT
2016 - Subaru Forester 2.0i-P
2017 - Mercedes-Benz C300 Cabriolet
2017 - Volvo S90 D4
2019 - Toyota Alphard 2.5SC

My website~ :) ;) :D 8)

ออฟไลน์ K.Dhol

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 34
Re: [Review from Aus] Holden (ZB) Commodore VXR & Calais Tourer
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2019, 21:37:08 »
บรรยายได้ดีจริงๆ
ยังกะมืออาชีพเลยครับ