ผู้เขียน หัวข้อ: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก  (อ่าน 6183 ครั้ง)

ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 02:52:15 »
สวัสดีชาว HeadlightMag และผู้ที่เข้ามาอ่านทุกท่านครับ

ผมห่างหายจากเว็บบอร์ดนี้ไปนานมากพอสมควร ส่วนใหญ่มีแต่อ่านรีวิวของพี่จิมมี่และดูรีวิวทางยูทูบ
หลังจากที่เคยทำรีวิวชิ้นแรกด้วยการทดลองขับเจ้า MG3 สมัยที่ออกใหม่ๆ ก็แทบไม่ได้เข้ามาหน้าเว็บบอร์ดอีกเลย
http://community.headlightmag.com/index.php?topic=47382.msg802491

ในวันนี้ผมก็จะมารีวิวเจ้ารถเก่าของบ้าน ที่ได้เอามาใช้ต่อมาจากแม่ นั่นก็คือเจ้า Honda Civic ES 1.7 รุ่น A AT Exclusive II เป็นรุ่นตกแต่งพิเศษ
หลายๆคนเรียกโฉมนี้แบบติดปาก (และผิดๆหน่อย) ว่า Civic Dimension ตัว EXi
(EXi เป็นชื่อเรียกรุ่นย่อยของฮอนด้ายุคเก่าๆ และใช้เรียกมาจนถึง Civic ES รุ่นปี 2001-2002 พอรุ่นปี 2003 ก็เปลี่ยนชื่อเรียกรุ่นย่อยใหม่)

โดยรีวิวนี้จะเขียนจากความรู้สึกและประสบการณ์การใช้งานจริงๆในแบบของผมนะครับ รุ่นนี้เป็นรุ่นนึงที่หารีวิวอ่านค่อนข้างยาก เพราะมีคนทำไว้น้อย ถ้าผมเขียนละเอียดเกินไปหรือรูปเยอะเกิน ต้องขออภัยด้วยครับ



ซึ่งรถคันนี้ก็สิริอายุราว 14 ปีแล้ว ออกรถเมื่อเดือนกันยายน 2548 (2005) ก่อนที่ Civic FD จะเปิดตัวแค่ไม่กี่เดือน
รถคันนี้เป็นรถที่แม่ผมใช้คนเดียว อาจจะมีให้เพื่อนขับให้บ้างบางที ซึ่งแม่ผมเป้นคนที่ "ไม่มีความรู้เรื่องรถเลย"
โดยรุ่นย่อยที่ได้มา แม่ผมโดนเซลหลอกว่าเป็นตัวรองท็อป (ซึ่งถ้านับเฉพาะรุ่น A ที่เป็นเครื่องธรรมดา ก็จะว่าเป็นรุ่นรองตัวที่มีถุงลมว่ารองท็อปก็ได้มั้ง)

ซึ่ง Civic ES มีทั้งหมด 9 รุ่นย่อยดังนี้ (ข้อมูลจากโบรชัวร์นะครับ)

เครื่องธรรมดา ไม่มีระบบ VTEC
-A MT
-A AT <- รถผมอยู่ตรงนี้ แต่ฮอนด้าตกแต่งเพิ่มเพื่อเรียกยอดขาย เลยมีคำว่า Exclusive II ต่อท้าย
-A AT (AS)*

เครื่อง VTEC
-S MT
-S AT
-S AT (AS)*
-E AT (ASL)**

และตัวท็อปสุด
-2.0 i-VTEC (ASL)**

*AS คือรุ่นที่มีถุงลมนิรภัยคู่หน้า ระบบเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ ระบบเบรก ABS, EBD, และ BA
**ASL คือรุ่นที่ได้ของเพิ่มเติมจาก AS คือเบาะหนังจากโรงงาน และไฟตัดหมอกแท้จากโรงงาน

ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 02:55:33 »
เข้าเรื่องตัวรถกันต่อ

ภายนอก

-ด้านหน้ารถก็มีความเปลี่ยนแปลงจากรุ่นปี 2001-2003 ไปโดยสิ้นเชิง จากตาหวานกลายเป็นตาเหยี่ยว
-กระจังหน้ามีขอบโครเมี่ยมรับกับคิ้วโครเมี่ยมที่ฝากระโปรง และฝากระโปรงมีเส้นสายนูนรับกับกระจังหน้า


-ตั้งแต่ผมเอามาใช้เมื่อเดือนมีนาคมปีนี้ ผมเปลี่ยนไฟหน้าใหม่ เพราะของเดิมเหลืองมาก และแตกลายงาเยอะพอสมควร
-จริงๆรุ่น Exclusive II ฮอนด้าแถมไฟตัดหมอกมาให้ แต่มันแตกไปแล้วทั้งคู่ และรถเคยชนหมาจนกันชนแตก
ได้เปลี่ยนกันชนใหม่ เลยไม่ได้หาไฟตัดหมอกมาใส่ครับ


ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 02:59:53 »
-ด้านข้างก็เรียบๆง่ายๆ เส้นสายตรงตั้งแต่ขอบซุ้มล้อหน้าไปจนถึงไฟท้าย
-ขอบกระจกตกแต่งโครเมี่ยมและมีคิ้วกันกระแทกที่ข้างประตูขลิบด้วยแถบโครเมี่ยมตามประสารถฮอนด้ายุคต้นปี 2000
-มือจับเปิดประตูของรุ่น Exclusive II มีฝาครอบโครเมี่ยมแปะมาให้ เป็นอุปกรณ์ตกแต่งแท้ของฮอนด้า
-ไฟเลี้ยวด้านข้างอยู่ที่แก้มข้างทุกรุ่นย่อย



ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 03:06:44 »
-ท้ายรถก็ดูแบนๆหน่อย สวยหรือไม่สวยแล้วแต่คนชอบ แต่ส่วนตัวผมว่าเกือบสวย
-ขอบฝากระโปรงไม่สูงแบบรถ B-segment มีคิ้วโครเมี่ยมเหนือที่ติดป้ายทะเบียน วิธีเปิดฝาท้ายคือไขกุญแจหรือเปิดจากคันโยกในรถเท่านั้น
-รุ่น A มีแค่ตัวอักษรคำว่า Civic แปะที่ใต้ไฟท้ายข้างซ้าย ถ้าตัว VTEC จะมีตัวอักษรคำว่า VTEC LEV แปะที่ฝากระโปรงฝั่งซ้ายใต้ไฟถอยหลัง
-รุ่น Exclusive II มีครอบปลายท่อไอเสียโครเมี่ยมมาให้แบบรุ่น 2.0
-และขอบกันชนข้างล่างซ้าย-ขวาของตัวตาเหยี่ยวจะมีติ่งเพิ่มเข้ามาจากของตัวตาหวาน
 ทำให้ท้ายรถดูเตี้ยติดพื้นมากขึ้นและรับกับสเกิร์ตข้างที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นปี 2003



ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 03:08:32 »
-ล้อของรุ่น EXi 2001-2002 และ A 2003-2005 จะได้ขนาด 14 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 185/70 R14
-แต่ล้อของปี 2001-2002 จะคนละลายกัน
-ส่วนยางขนาดปัจจุบันที่ใส่อยู่คือ 185/65 R14 เพราะไซส์ติดรถหาซื้อยากมาก
ทำให้ยางดูไม่ค่อยเต็มซุ้มล้อ เวลาวิ่งจะเห็นได้ว่าล้อและยางดูเล็กไม่สมกับขนาดรถเลย ผมรอยางชุดนี้หมดอายุถึงจะเปลี่ยนล้อใหม่
-รุ่น EXi และ A จะได้เบรกล้อหน้าเป็นดิสก์ หลังดรัม ถ้าดิสก์ 4 ล้อจะเป็นตัว VTEC ทุกรุ่นปี


ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 03:13:22 »
ภายใน

-รุ่น A ไม่มีถุงลมมาให้นะครับ พวงมาลัยจะหน้าตาโง่ๆแบบนี้ ไม่มีหนังหุ้มแบบตัว VTEC และแดชบอร์ดฝั่งคนนั่งจะเป็นหลุมให้ใส่ของได้
-รุ่น Exclusive II ได้เบาะหนังแถมมาให้ เป็นหนังเทียมทั้งคัน ชิ้นหนังแผงประตูและตัวรองนั่งเจาะรูมาให้
 แต่ด้วยความที่รถอายุเยอะแล้ว เบาะมันก็แตกลาย และขาด
-ที่กรอบวิทยุและคอนโซลกลางได้ลายไม้ เป็นอุปกรณ์ตกแต่งแท้ของฮอนด้า
-ได้วิทยุ MP3 แบบ 6 แผ่นมาให้และมีรีโมทควบคุมเหมือนของตัว VTEC
-อันนี้จะเป็นสภาพเดิมก่อนผมจะเอามาใช้นะครับ ลายไม้ผมแกะออกทีหลัง เพราะรู้สึกมันดูแก่






ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 03:15:23 »
ต่อไปนี้จะเป็นสภาพปัจจุบัน (แต่ไม่สุด)

-กุญแจหน้าตาแบบนี้ครับ มีให้ 3 ดอก แต่มี 1 ดอกที่เป็นโลโก้ H สีทอง นอกนั้นเป็นแบบปั๊มลาย H ส่วนรีโมทนั่นไม่ใช่ของติดรถ


-ประตูคู่หน้าค่อนข้างยาว ช่องทางเข้าก็ไม่กว้างไม่แคบครับ
-ขอบด้านบนก็ไม่มีปัญหาหัวโขกกับคนที่ส่วนสูงไม่เกิน 180 ซม.


-ตัวเบาะหน้าธรรมดาๆ ทรงเบาะดูสบายตาดี
-ที่ข้างเบาะคนขับ มีที่พักแขนแบบพับได้ ใช้งานได้พอดีครับ ผมใช้ตลอด
-เบาะรองนั่งสำหรับผมก็ค่อนข้างสั้นตามประสารถญี่ปุ่น
-ปีกเบาะรองนั่งไม่ค่อยมีเท่าไหร่
-ปีกเบาะรองหลังค่อนข้างรับกับสีข้างได้โอเค
-ไหล่เบาะว่างเปล่า นั่งนานปวดไหล่
-ดันหลังได้โอเคครับ นั่งนานไม่ปวดหลัง
-พนักพิงศีรษะปรับได้ 3 ระดับ ปรับสูงสุด ขอบบนอยู่แค่ระดับหูผมเอง ผมสูงแค่ 172 ซม. ด้วยนะ
-แปลว่าตัวเบาะรองหลังมันเตี้ยไป หรือจริงๆมันอาจจะออกแบบมาเพื่อคนเตี้ยก็ได้ 555
-เพราะแม่ผมสูง 156 ซม. นั่งได้พอดี ไม่ว่าจะปรับพนักพิงศีรษะยังไงก็ตาม



ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 03:17:42 »
-แผงประตูก็ไม่มีอะไรหวือหวาครับ เรียบๆง่ายๆ
-มีบุหนังที่ด้านข้างและที่วางศอกมาให้
-วางศอกได้พอดีๆ
-มีช่องใส่ของด้านล่างที่ค่อนข้างใหญ่อยู่ ไม่ทำช่องสำหรับล็อกขวดน้ำมาให้ แต่ใส่ขวดน้ำ 7 บาทได้สบายๆ 2-3 ขวด
-คันโยกเปิดประตูชุบโครเมี่ยมทุกรุ่นย่อย
-การล็อกประตูจากด้านใน ต้องกดปุ่มที่ด้านบนแผงประตูอย่างเดียวครับ ไม่มีระบบล็อกอัตโนมัติตามความเร็วรถมาให้
-คันนี้ติดกล่องล็อกประตูมาให้จากศูนย์ แต่ไม่ใช่ของแท้ฮอนด้า เหยียบเบรกแล้วประตูจะล็อกทั้ง 4 บาน มีรีโมท มีสัญญาณกันขโมย
 แต่กล่องควบคุมพังไปแล้วตอนที่รถอายุ 10 ปี ปัจจุบันเปลี่ยนกล่องควบคุมใหม่แล้ว แต่ไม่ได้เอาระบบกันขโมยด้วย
 เพราะแพงกว่าและไม่มีโจรขโมยรุ่นนี้กันแล้ว


-แผงควบคุมที่ประตูมีแค่นี้ครับ สวิตช์กระจก 4 บาน และปุ่มตัดการทำงานสวิตช์กระจกบานอื่นๆ
-สวิตช์ฝั่งคนขับจะขึ้น-ลงออโต้ และมีไฟเรืองแสงคำว่า AUTO ให้


ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 03:20:41 »
-ส่วนสวิตช์ควบคุมกระจกมองข้างจะอยู่ที่ใต้ช่องแอร์ ปรับกระจกมองข้างได้ค่อนข้างดี และมีปุ่มพับกระจกให้ทุกรุ่นย่อย
-มีช่องใส่ของเล็กๆน้อยๆที่ใช้งานไม่ค่อยได้ ส่วนใหญ่ผมเอาไว้ใส่ขยะห่อลูกอมและทิชชู่
-ส่วนสวิตช์ไฟตัดหมอกเป็นอุปกรณ์ตกแต่งแท้ของฮอนด้าตามที่กล่าวไว้ด้านบน สวิตช์นี้จะมีแสงไฟที่สัญลักษณ์
 และมีแสงไฟสถานะสีเขียวที่เหนือสัญลักษณ์ บอกให้รู้ว่าคุณเปิดไฟตัดหมอกอยู่
(ถ้าเป็นรุ่นท็อป E AT (ASL) และ 2.0 สวิตช์จะอยู่ที่ก้านไฟเลี้ยว และไฟสถานะการทำงานจะแสดงที่หน้าปัด)


-ภาพรวมของแดชบอร์ดเป็นแบบนี้ครับ (ณ วันที่ถ่าย)
-พวงมาลัยผมซื้อของรุ่น 2.0 ที่มีคนปล่อยขายในเฟซบุ๊ก เป็นสีดำหุ้มหนัง ตรงด้านข้างเป็นหนังเจาะรู
 และเปลี่ยนฝาครอบคอพวงมาลัยเป็นสีดำให้เข้ากัน


-วิทยุก็เปลี่ยนใหม่นานแล้วตั้งแต่ก่อนเอามาใช้ เพราะของเดิมไม่อ่านแผ่นแล้ว
-คุณภาพเสียงของลำโพงติดรถก็พอฟังได้ เบสมี ไม่บวม แต่เสียงกลางหาย เสียงแหลมก็อู้อี้ไม่ใส
-จะเปลี่ยนลำโพงใหม่ก็ดูจะสูญเงินเปล่า เพราะเสียงยางเข้ารถเยอะ โดยเฉพาะจากซุ้มล้อหลัง
-ส่วนรอยแตกนั่น น้องผมเป็นคนทำ เด็ก ป.1 ไม่พอใจที่แม่ลดเสียงเพลง เลยมือหนักทุบวิทยุ กรอบเลยมีรอยแตก
-แอร์เป็นแบบมือหมุน ปรับพัดลมได้ละเอียด น่าจะ 10 ระดับ ไม่ได้เป็นระบบอัตโนมัติและมีฮีตเตอร์แบบตัว VTEC
-มือหมุนปรับทางออกลมมีไล่ฝ้ากระจกหน้าให้ ใต้วิทยุมีปุ่ม A/C ปุ่มไล่ฝ้ากระจกหลัง และปุ่มหมุนเวียนอากาศในรถ
-ปุ่มไฟฉุกเฉินอยู่ตรงกลางระหว่างช่องแอร์ ในมุมคนขับมันค่อนข้างไกลมือไปหน่อย


ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 03:22:37 »
-ถัดลงมาเป็นคอนโซลกลาง ก็เรียบๆ ไม่หวือหวาอีกเช่นเคย
-มีฝาปิดที่วางแก้วน้ำ
-คันเกียร์หน้าตาเชยๆ หัวยูรีเทนสีดำ แป้นสีเทา
-หลุมใส่ของจุกจิก
-หลุมยาวๆนั่น จุดประสงค์การออกแบบน่าจะเอาไว้ใส่กล่องแผ่น CD
-และมีเบรกมือหน้าตาเชยๆ ปลายเป็นโครเมี่ยมที่หลุดลอกจนเห็นเนื้อพลาสติกแล้ว


-มีที่จุดบุหรี่และถาดใส่ขี้บุหรี่ตามประสารถยุคเก่า
-ช่องวางแก้วน้ำนี้มีลูกเล่นนิดนึงตรงที่มีปุ่มกดให้ที่คั่นกลางระหว่างสองแก้วพับลงมาได้ หรือจะพับเก็บขึ้นแล้วใส่ของอย่างอื่นในช่องก็ได้
-แต่วางขวดน้ำ 7 บาทแล้วหลวมมากเด้อ ขวดใหญ่กว่านี้ก็ใส่ไม่ได้ครับ ได้แค่แก้วเท่านั้น
-ช่องสี่เหลี่ยมยาวๆเล็กๆข้างฝสปิดที่วางแก้ว มันคือช่องใส่บัตรครับ บัตรจอดรถ หรือบัตรอะไรก็แล้วแต่


-ส่วนเวลาวางของนั้น พูดตรงๆว่าใช้งานอะไรไม่ค่อยได้เท่าไหร่
-โทรศัพท์ก็ต้องใส่หลุมยาว ซึ่งไม่สะดวกเวลาหยิบ และชอบไหลหน้า-หลังตามการเร่งและการเบรก
-หลุมสี่เหลี่ยมตรงกลางใส่กระเป๋าตังค์ผมได้พอดีเป๊ะ แต่ไม่สะดวกเวลาจับเบรกมือเลย เพราะกระเป๋าตังค์ผมค่อนข้างหนา


-สีตรงหัวเกียร์คุณภาพไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หลุดง่ายมากจนเห็นเนื้อพลาสติกสีดำ และคราบเหลืองๆก็เช็ดไม่ออก
-จริงๆตัวอักษรบอกตำแหน่งเกียร์เป็น P R N D D3 2 นะครับ
-แต่ผมเปลี่ยนแผ่นบอกตำแหน่งเกียร์ เพราะเปลี่ยนหน้าปัดใหม่เป็นของญี่ปุ่น เลยต้องให้มันเข้ากันหน่อย อิอิ
-เวลาเปิดไฟ แสงมันก็จะสีส้มๆหน่อยตามสีของหลอดไส้ขั้ว T5


ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 03:25:41 »
-มองขึ้นไปบนเพดานจะเป็นแผ่นบังแดดพร้อมกระจกทั้ง 2 ข้าง จริงๆมีฝาปิดกระจกด้วย แต่ขาล็อกมันหักไปแล้ว
-กระจกมองหลัง Jazz GD และ City ZX ก็ใช้ตัวนี้ ต่างกันแค่ของ Civic ES ไม่มียางค้ำระหว่างก้านกับกระจก
-ตรงกลางมีไฟอ่านแผนที่ให้ กดแยกได้ 2 ฝั่ง
-ส่วนไฟกลางเก๋งก็หน้าตาแบบนี้ครับ อะไหล่สหกรณ์ต่างกันแค่สี ใช้ในหลายๆรุ่นของฮอนด้า
-เพดานดูหมองๆตามอายุรถครับ มันเป็นวัสดุกระดาษ ทำความสะอาดก็ไม่ค่อยดีขึ้น




-ย้อนลงมาที่มุมคนขับ หน้าปัดเดิมของรุ่น A จะหน้าตาแบบนี้ครับ ไม่เรืองแสงใดๆ


-ปัจจุบันผมเปลี่ยนเป็นหน้าปัดเรืองแสงสีฟ้า 180 km/h ของตัวญี่ปุ่น (ของไทยจะเป็น 240 km/h)
-เลขติดหน้าปัดอยู่ที่สี่หมื่นกว่าโล แปลว่าเลขบันทึกที่หน้าปัด ไม่ได้บันทึกที่ ECU
-ก้านปุ่มกดดูได้แค่ Trip A และ B กดค้างเพื่อรีเซ็ตเลข และหมุนเพื่อปรับความสว่างของหน้าปัดได้



-สิ่งถัดไปที่ผมเปลี่ยนคือก้านปัดน้ำฝน เปลี่ยนให้เป็นแบบตั้งเวลาได้เหมือนตัว VTEC ซึ่งก็มีประโยชน์พอสมควรเวลาฝนตกไม่แรง


ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 03:29:24 »
-มองลงไปที่พื้นรถฝั่งคนขับ มีที่พักเท้าซ้ายให้ แป้นเบรกใหญ่ๆ คันเร่งที่อยู่พอดีกับขาขวาของคน และที่ดึงเปิดฝากระโปรงหน้า
-การเก็บงานก็ค่อนข้างเรียบร้อยครับ หลังแปนเบรกมีที่ครอบแกนพวงมาลัยให้


-ถัดมาเป็นที่เปิดฝาถังน้ำมันและฝาท้าย
-กดลงไปจะเปิดฝาถังน้ำมัน
-ดึงขึ้นจะเปิดฝาท้าย
-ส่วนฝาพลาสติกที่ดูไม่ค่อยแนบสนิทนั่น มันแค่ฝาครอบบังสกรูยึดคันโยกเฉยๆครับ ดูไม่แนบสนิทกันตั้งแต่แรกแล้ว
-ตุ่มแดงๆใต้เบาะ เป็นก้านยึดพรมและยางปูพื้นไม่ให้ไหลครับ เป็นของติดรถที่อยู่ในลิ้นชักฝั่งคนนั่งให้เราติดตั้งเอง มี 2 ชิ้น


-ต่อมาเป็นที่ปรับความสูง-ต่ำของเข็มขัดนิรภัยครับ หน้าตาแบบนี้ใช้ในหลายรุ่นของฮอนด้า


-มาต่อกันที่ด้านหลังบ้าง ซึ่งก็ไม่มีอะไรพิเศษครับ
-ประตูเปิดได้ค่อนข้างเยอะ แต่รูปทรงประตูที่รับกับซุ้มล้อจะทำให้ลำบากเวลาเปิดในที่แคบหน่อย
-แผงประตูไม่มีช่องใส่ของใดๆมาให้
-เลื่อนกระจกลงจนสุดราง เหลือกระจกไม่เยอะมาก


-บรรยากาศภายในก็ดูสบายตา
-รุ่นนี้ในโบรชัวร์ชูจุดเด่นที่พื้นห้องโดยเรียบเสมอกันหมด
-มีศาสดาแบบพับได้ให้ห้อยโหน
-เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ไม่มีตุ่มกันหัวเข็มขัดเลื่อนเกินให้
-ตรงกลางเป็นเข็มขัดแบบรัดเอว
-ตัวเบาะรองนั่งนุ่มครับ แต่สั้นมาก
-ปีกเบาะรองนั่งมีนิดเดียวและเตี้ยมากด้วย ผมต้องนั่งชันเข่า แม่ผมก็ค่อนข้างจะชันเข่า
-ตัวรองหลังเกือบจะรับหลังได้ดี ไม่รองรับไหล่เหมือนเบาะหน้า
-ปีกเบาะรองหลังจะเยอะไปไหน วางแขนไม่สบายเพราะเจ้านี่มันเบียดศอกนี่แหละ
-พนักพิงศีรษะปรับได้ 2 ระดับ แต่แข็งมากกกกกกกกก



-มีที่วางแขนตรงกลางแบบพับเก็บได้ พร้อมที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง วางได้จริง วางขวดน้ำ 7 บาทก็ได้


-พื้นที่วางขา สำหรับผมที่สูง 172 ซม. ก็โอเค ไม่มาก ไม่น้อย "แต่ชันเข่า"
-พื้นที่ศีรษะเวลานั่งหลังชิดเบาะ เหลือ 1 นิ้วแนวนอนครับ
-ส่วนติ่งที่ห้อยลงมาจากเบาะหน้า มันคือที่ห้อยถุงครับ อุปกรณ์เสริมจากห้างเทสโก้


-ตรงคอนโซลกลางมีที่เขี่ยบุหรี่ให้คนนั่งหลังครับ แต่ไม่เคยใช้ได้ จะใช้ยัดทิชชู่ใช้แล้วก็ยังยาก สรุปคือไม่มีประโยชน์สำหรับคนไม่สูบบุหรี่
-และสีที่ใช้พ่น ก็หลุดง่ายจนเห็นเนื้อพลาสติกสีดำ


ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 03:32:47 »
-มาดูท้ายรถกันต่อ
-ฝาท้ายเปิดได้กว้างดีครับ ไม่มีปัญหากับความกว้างของช่อง
-มองขึ้นไปที่ด้านในของฝาท้าย โล่งๆ ไม่มีอะไรปิดให้ดูเรียบร้อย


-เดิมทีพื้นรองมันค่อนข้างตื้นครับ ใส่ของได้ไม่เยอะ แค่ของไปทำบุญที่วัดก็กินไปเกือบครึ่งนึงแล้ว


-เลยมาค้นพบว่าที่มันตื้น เพราะหน้ายางอะไหล่มันกว้าง และมีโฟมรองให้เสมอกับยางอะไหล่ เลยกินที่ด้านบน
-ผมก็เลยเอายางอะไหล่และโฟมออก เลยได้พื้นที่เพิ่มมาพอสมควร
-แต่ถึงกระนั้น ผมว่าท้ายรถมันก็ยังค่อนข้างเล็กอยู่ดี แต่ก็เข้าใจแหละว่าช่วงล่าง Double Wish Bone มันกินพื้นที่



-มองไปที่ด้านบนก็ตามรูปครับ มีไฟส่องสว่าง ลำโพง สายไฟ กลไกขายึดฝาท้าย ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรนะ


-ยกแผ่นรองขึ้นมาก็เจอหลุมใหญ่ๆสำหรับยางอะไหล่ และที่เก็บของได้อีกหน่อย
 ผมก็เอาไว้เก็บเครื่องมือไว้ใช้ยามฉุกเฉินในกล่อง ขวดน้ำ และเครื่องดุดฝุ่น ส่วนแม่แรงอยู่ถัดมาจากกล่อง
-ยางอะไหล่ผมซื้อแบบบางมาใส่แทน ความสูงมันพอดีกับพื้นเหล็กตัวถังของรถเลย (แต่ควรซื้อยางวงใหญ่กว่านี้นะ)
-ส่วนคราบฝุ่นที่ด้านซ้ายมันมาจากช่องระบายแรงดันอากาศตอนปิดประตูรถครับ


ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 06:41:53 »
ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน เพิ่งสั่งฝาถุงลมฝั่งคนนั่งใส่ ในราคาแค่ 800 บาท รู้สึกรถดูลงตัวขึ้นเยอะ




เครื่องยนต์

Civic ES มีเครื่องยนต์ 3 แบบ ได้แก่ D17Z1 SOHC, D17A VTEC SOHC, และ K20A i-VTEC DOHC

ซึ่งรถของผมใช้เครื่องยนต์รหัส D17Z1 แบบ Single Over Head Camshaft ไม่มีระบบแปรผันวาล์ว VTEC


รายละเอียดทางเทคนิคคร่าวๆคือ
-4 สูบ 16 วาล์ว
-ความจุ 1,668 cc (ไม่ใกล้เคียง 1,700 cc ด้วยซ้ำ)
-อัตราส่วนกำลังอัด 9.5:1 (ของ VTEC 9.9:1)
-120 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที (ของ VTEC 130 ที่ 6,300)
-แรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที (ของ VTEC 155 ที่ 4,800)
-เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด แบบ Torque Converter พร้อมระบบ Grade Logic Control และ Direct Control

ดูๆแล้วตัวเลขไม่ค่อยต่างจากเครื่อง D17A VTEC ใช่ไหมล่ะครับ ซึ่งสมรรถนะจริงๆต่างกันที่อัตราสิ้นเปลืองและกำลังหลัง 140 km/h นู่น
ซึ่งเจ้า D17A มันเป็น VTEC-E ที่ทำมาเน้นประหยัดน้ำมันเป็นหลัก ไม่ได้เน้นแรง แต่ก็พอจะแรงได้
ถ้ากระเดื่องวาล์ว VTEC ยังไม่ถึงรอบการทำงาน วาล์วจะเปิดแค่ 8 ตัวครับ ก็คือทำงานแค่ครึ่งเดียวนั่นเอง
ทำให้ D17A ได้อัตราสิ้นเปลืองดีกว่าและไอเสียน้อยกว่า D17Z1 ที่วาล์วทำงานหมดทุกตัวครับ

แต่ช่วงรอบต้น D17Z1 จะแรงดีกว่านะ แต่จะไปแผ่วๆตอนปลายนั่นแหละ

การขับขี่

ด้วยความที่รถมันก็วิ่งมาเกือบ 290,000 กม. แล้ว ความฟิตมันก็ลดลงไป อุปกรณ์รอบๆเครื่องก็กินแรงเพิ่มขึ้น ผมก็จะบอกเล่าสมรรถนะตามสภาพนะครับ

อัตราเร่ง ไม่เคยจับเวลาจริงๆจังๆนะครับ
- 0-100 ก็อยู่ที่ประมาณ 12 วินาที
- 80-120 ก็ 10 วินาทีอยู่
ซึ่งผมก็ถือว่าไม่ขี้เหร่นะ สำหรับคนขับรถใช้งานทั่วไปก็สบายๆ แต่ขาซิ่งคงต้องยับยั้งชั่งใจหน่อย รถมันเก่าแล้ว
แต่โดยรวมก็เป็นเครื่องที่ตอบสนองได้ดีเลยแหละ เป็นธรรมชาติ ไม่มีความรู้สึกของระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วย
เพราะคันเร่งของรุ่นนี้เป็นแบบสายเคเบิลครับ เราเหยียบคันเร่งเท่าไหร่ มันก็เปิดเท่านั้นทันทีเลย ถ้าเป็นรถคันเร่งไฟฟ้าก็มีดีเลย์กันอ่ะเนอะ

ขับขี่ในเมือง
-ความเร็วต่ำ รำคาญเกียร์ครับ ช่วง 1-2 มีอาการเย่อนิดๆ ยิ่งเวลาคอมแอร์ทำงานจะรู้สึกได้ว่าเครื่องสั่นแรงขึ้น
-ขับในซอยที่ต้องเบรกให้เนินหลังเต่า แล้วเหยียบคันเร่งต่อ จะรู้สึกได้เลยว่าตัดต่อกำลังได้ไม่ต่อเนื่อง มีหายบ้าง มีเกินบ้าง
-ขับในซอยที่เร่งได้ต่อเนื่อง แต่เร็วไม่ได้ จะมีอาการอื้อๆ ค้างรอบไม่ยอมขึ้นเกียร์ 3 ให้ เหมือนอยากให้เราเหยียบคันเร่งลึกกว่าเดิม
-ความเร็วปานกลาง 60-90 km/h ไม่มีอะไรน่ารำคาญครับ สมูทดี เพราะช่วงเกียร์ 3-4 ตัดต่อกำลังต่อเนื่องดี

ขับนอกเมือง บนทางหลวงต่างจังหวัด
-อัตราเร่งออกตัวไฟแดงหายห่วง สูสึ B-segment รุ่นใหม่ๆ
-เกียร์ไม่กระตุก ไม่สะอึก แต่เกียร์ 1 ขึ้น 2 รอบจะตกลงมาเยอะหน่อย แล้วกำลังจะไหลมาเทมาครับ
-สำหรับเครื่องตัวนี้จะขับสนุกช่วง 70-140 km/h ครับ
-แต่พอเกิน 140 D17Z1 จะออกอาการตื้อๆแล้ว ยังไปได้ต่ออีกจนถึง 185 แต่ต้องปล่อยไหลนะ คิกดาวน์ก็ไม่ได้ช่วยให้ไปไวขึ้น
 เพราะไม่มีระบบแปรผันวาล์วให้เปิดนานขึ้นมาช่วย กลายเป็นเปิดไวปิดไว ลูกสูบได้อากาศไม่เพียงพอที่จะไปต่อ


ช่วงล่าง

ด้านหน้าเป็นแบบ Toe Control Link Strut


ด้านหลังเป็นแบบ Reactive Double Wish Bone


ก็คืออิสระทั้ง 4 ล้อนั่นแหละ แต่ความพิเศษมันอยู่ที่รุ่น A "ไม่มีเหล็กกันโคลง" ทั้งหน้าและหลัง
ซึ่งก่อนหน้านี้ EXi มีเหล็กกันโคลงหน้ามาให้ แต่พอเป็นรุ่น 2003 เป็นต้นมาตัดออกในรุ่น A
แล้วเอาเหล็กกันโคลงใส่ให้ทั้งหน้าและหลังในตัว VTEC "ทุกรุ่นย่อย" แทน
แต่โช๊คหน้าของปี 2004-2005 แกนจะใหญ่ขึ้นกว่าเดิม หนืดกว่าเดิม ก็อาจจะพอทดแทนกันได้
โช๊คหลังเหมือนจะเปลี่ยนสปริงให้เล็กลง อ่อนลง อาการเด้งน้อยลงกว่ารุ่นปีแรกๆ

พล่ามยาว มาเข้าเรื่องฟีลลิ่งการขับขี่ดีกว่า

ขับในเมือง
-หลายๆคนเคยบอกว่า Civic ES รุ่นแรกๆ ขับแล้วตึงตัง กระด้าง กระเด้งกระดอน
-ซึ่งนั่นก็จริงส่วนนึง เพราะรุ่นปี 2001-2002 เหล็กกันโคลงหน้าใหญ่กว่า 2003-2005 ตึงตังกว่าก็ไม่แปลก
-แต่รุ่นที่ไม่มีกันโคลงล่ะเป็นไง สำหรับผม ด้านหน้าก็ไม่ตึงตังนะ แต่ก็ไม่ได้นุ่ม ยุบตัวคลายตัวได้กำลังดี ไม่มีคนบ่น
-ส่วนข้างหลังก็ตามที่หลายๆคนว่านั่นแหละครับ เด้งดึ๋ง ขับช้าๆขึ้นเนินหลังเต่าก็เด้ง จั๊มคอสะพานอย่างกับท้ายรถลอยจากถนน
-เคยมีคนทำรีวิวไว้ว่านั่งเบาะหลัง คาดเข็มขัด แล้วเข็มขัดล็อกบ่อย เป็นเรื่องจริงครับ

ขับนอกเมือง ใช้ความเร็ว
-หน้ารถแอบย้วยนิดๆ โคลงเคลงอ่ะแน่นอน เพราะไม่มีเหล็กกันโคลง
-เข้าโค้งด้วยความเร็วคือสิ่งที่ควรเลี่ยงสำหรับรุ่นนี้
-การขับปาดซ้ายปาดขวาก็ควรเลี่ยงเช่นกัน เพราะโคลงเคลงได้ค่อนข้างน่ากลัว
-ขับบนบูรพาวิถี เจอลมตีข้างรถก็น่ากลัว โคลงอะไรเบอร์นั้น
-ส่วนท้ายรถย้วยมากมายครับ ขับช้าเด้ง ขับเร็วย้วย ไม่ต้องถามหาความมั่นคงจากท้ายรถเลย
-แต่ถามคนนั่งหลัง เขาก็บอกขับเร็วแล้วนั่งสบายกว่าในเมืองนะ มันนุ่มๆดี (เสียงจากเพื่อนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรถ)
-ส่วนการเกาะถนนก็ไม่ขี้เหร่ แต่อย่าไว้ใจมันมาก ต้องเน้นที่ยางเป็นหลักครับ

เบรก

-ระยะเหยียบของแป้นก็กลางๆ ไม่ตื้น ไม่ลึกครับ ขับครั้งแรกปรับตัวแป๊บเดียว
-ถือว่าไว้ใจได้นะ ถึงรถผมจะไม่มี ABS EBD BA มาช่วย แต่ไม่เคยจิ้มท้ายใครสักครั้ง
-ล้อล็อกบ่อยไหม ไม่บ่อยเลย ต้องเหยียบสุดจริงๆเท่านั้นถึงจะล็อก น่าจะด้วยความที่ด้านหน้าหนักพอสมควรด้วยครับ ล้อเลยล็อกยาก
-ขับมาเร็วๆเอาอยู่ไหม ถ้าผมขับก็เอาอยู่นะ แต่ถ้าคนอื่นไม่แน่ใจ เพราะหลายคนกลัวการเบรกหัวทิ่ม อาจจะเอาไม่อยู่
-รวมๆก็ไม่มีอะไรให้ติ ตอบสนองเป็นธรรมชาติดี เหยียบเท่าไหร่ ชลอให้เท่านั้น

พวงมาลัย

Civic ES ใช้แบบ Rack and Pinion ปรับน้ำหนักด้วยพาวเวอร์น้ำมันครับ

-ตอบสนองเป็นธรรมชาติ
-หนืดมือทุกช่วงความเร็ว แต่ไว หมุนนิดนึงล้อก็ไปแล้ว งงไหม
-ยิ่งขับเร็ว ยิ่งไวมากกกกกกกกกกกก แต่ยังหนืดมือ
-มีแรงต้านมือพอสมควรเวลาถอยเข้าซอง ผู้หญิงมีบ่นนิดหน่อย
-รอบการหมุนไม่ถึง 2 รอบ กลับรถสบายๆ และพวงมาลัยหมุนคืนให้เอง
-หมุนสุดจะมีเสียงวื้อออออ ไม่แน่ใจว่าเสียงของปั๊มพาวเวอร์หรือเพลาขับ
-คนขี้ตกใจไม่ควรขับรุ่นนี้ เพราะเคยสอนแฟนขับรถ ตกใจมอเตอร์ไซค์ หักพวงมาลัยเยอะจนผมเหวอ เกือบสอยฟุตบาท

เสียง

-เสียงยางได้ยินชัดที่ซุ้มล้อหลังตั้งแต่ความเร็ว 60 ขึ้นไป
-เหยียบหิน เหยียบน้ำ ได้ยินที่ซุ้มล้อหลังทุกเม็ด
-เสียงหยาดฝนกระทบหลังคาดังอยู่แล้ว ตามประสารถฮอนด้า
-เสียงลมจะเริ่มชัดตอนขับประมาณ 110 และชอบดังที่ประตูหน้าฝั่งซ้ายมากกว่า
-ตัวตาเหยี่ยวปรับปรุงยางกันเสียงลมประตูคู่หน้าให้ดีกว่าตาหวาน เสียงลมเลยเบากว่า
-เสียงเครื่อง ได้ยินตลอดเวลา เดินเบาจะได้ยินชัดก็ตอนคอมแอร์ทำงาน
-เสียงช่วงล่าง มีเสียงกุกๆบ้างจากยางรองเบ้าโช๊คหน้า มีเสียงถึกถักเป็นปกติเวลาเหยียบฝาท่อที่ไม่เรียบ
-ไม่มีเสียงจากพวกพลาสติกในรถ
-แต่มีเสียงจากสเกิร์ตข้างแก๊กๆ เวลาขับเร็วเกิน 110 แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนกิ๊บล็อกใหม่ เพราะของเดิมแตกแล้ว

อัตราสิ้นเปลือง

-ขับในเมืองต้องใช้คำว่า "แดก" ครับ เฉลี่ยแบบไม่เป๊ะ 7-8 กม./ลิตร ถ้าได้ 10 คือโคตรเก่ง
-ขับทางไกลคนละเรื่อง ทำไมประหยัดจังหว่า แต่ก็ไม่เท่า Eco car หรอกครับ เฉลี่ยก็ 14-17 กม./ลิตร แล้วแต่เท้า
-ถังจุ 45 ลิตร วิ่งได้เกือบ 700 กิโลเมตร นอกเมืองนะ ถ้าในเมืองได้เกือบ 400 กิโลเมตร
-ยุคที่น้ำมันแพง รุ่นนี้คนเอาไปติดแก๊สกันเยอะเลย เพราะขับในเมืองเปลืองจริงๆ

เรื่องสุดท้าย

การบำรุงรักษา

-น้ำมันเครื่องแล้วแต่งบที่มีตอนนั้น
-น้ำมันเกียร์ใช้ของฮอนด้าเท่านั้นเด้อ เปลี่ยนอันอื่นมาเกียร์เอ๋อนะจ๊ะ
-ทุกอย่างควรเปลี่ยนตามระยะที่คู่มือบอก เหมือนมีระเบิดเวลา
-อะไรที่คู่มือไม่ได้บอก ต้องหมั่นสังเกตอาการและรอยรั่ว เจอปุ๊บต้องเปลี่ยนทันที
 เช่น ซีลปั๊มพาวเวอร์ มอเตอร์พัดลมหม้อน้ำ ซีลฝาครอบวาล์ว
-อาการเสียยอดฮิตคือ เซ็นเซอร์ TDC ช่วงเลยแสนกลางไปจะเสียแล้วทำให้เครื่องดับกลางอากาศ
-เครื่อง D17 เป็นโรคแพ้ความร้อน เกินแสนโลต้องหมั่นเช็คหม้อน้ำว่าน้ำหายไหม น้ำดันรึเปล่า มีฟองอากาศไหม
-ปีกผีเสื้อและมอเตอร์เดินเบามีเขม่าเกาะแล้วชอบทำให้เดินเบาดับ ต้องหมั่นสังเกตอาการ แล้วถอดมาล้าง
-บูชช่วงล่างหน้าหมดอายุไว แสนห้ากิโลก็ขาดแล้ว ยางรองเบ้าโช๊คก็เช่นกัน
-ยางแท่นเครื่องตัวหลังหม้อน้ำกับหิ้วเกียร์ขาดไล่เลี่ยกัน เดินเบารถสั่นแรง
-ปลั๊กไฟต่างๆในห้องเครื่อง รอบนอกกรอบไวมาก แต่ข้างในไม่แตกเป็นเสี่ยงๆครับ
-ส่วนระบบไฟฟ้าไม่มีปัญหาอะไรเลยจ้า

บทสรุป

Civic ES เป็นเจเนอเรชั่นนึงที่ไม่โดดเด่นด้านสมรรถนะแบบ EG EK หรือรุ่นถัดไปอย่าง FD แต่เป็นรถที่คุ้มค่าคุ้มราคากว่าคู่แข่งในยุคนั้นครับ
ด้วยดีไซน์ที่อยู่ได้นาน ภายในผสมความคลาสสิคกับสมัยใหม่ (ในยุคนนั้น) ได้ดี เพื่อนหลายคนบอกมันก็ดูเก่านะ แต่มันสวย ไม่ดูโบราณ
เรื่องเด่นสุดของ Civic ในตอนนี้ก็คงมีแค่ไม่กี่เรื่องคือ ซ่อมง่าย (แต่ต้องอู่ฮอนด้าเท่านั้นนะ) ไม่จุกจิก อะไหล่ถูก อะไหล่เซียงเยอะ อะไหล่มือสองนำเข้าเพียบ
ส่วนเรื่องสมรรถนะอย่าไปพูดถึง จะแรงก็ไม่ จะเกาะถนนก็ไม่ จะนั่งสบายก็ไม่

แต่ถึงอย่างงั้นก็เถอะ คันนี้ก็เป็นรถที่สร้างความทรงจำดีๆหลายอย่างให้กับคนที่บ้าน ทั้งคนในครอบครัว ทั้งเพื่อนฝูง ทั้งหมา ถ้าคิดจะขายก็ขายไม่ลง
เรามีความผูกพันกับรถคันนี้ ยิ่งเป็นผมที่ได้นั่งตั้งแต่อยู่ ป.4 ยิ่งผูกพันกว่าผู้ใหญ่ อีกอย่างถ้าขายตอนนี้ได้เงินแค่ราวๆ 1 แสนบาทเท่านั้น
เอาไปดาวน์คันใหม่ก็ต้องเป็นหนี้อีกหลายปี สู้จ่ายเงินซ่อมเดือนเว้นเดือนดีกว่า เสริมเติมแต่งเข้าไปเรื่อยๆตามงบที่มี
ถึงในบ้านจะมีรถอีก 2 คัน แต่ก็เป็นรถคันใหญ่กว่าทั้งคู่ ก็ยังรู้สึกชอบขับคันนี้มากกว่า คล่องตัวดี ถึงจะเก่า แต่ถือว่าเก๋านะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 30, 2019, 10:33:57 โดย Wongsakorn »

ออนไลน์ lexus

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,462
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2019, 12:17:14 »
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ
รีวิวดีมาก เปลี่ยนเบาะเปลี่ยนหน้าปัดท์แล้วรถดูน่าขับขึ้นเยอะเลย

ออฟไลน์ best

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 442
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2019, 15:43:17 »
หุ้มเบาะที่ไหนครับ ดูดีเลย พอจะแจ้งราคาได้มั้ยครับ
There is nothing either good or bad but thinking makes it so

ออฟไลน์ eaksuchart

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 671
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2019, 15:57:16 »
รุ่นเดียวกันเป๊ะเลยครับ ออกช่วงเวลาไล่ๆกันด้วย FD จะออกเดือนหน้าเซลล์ให้รอ แต่ผมกลับชอบรุ่นนี้มากกว่า
73x,000 ลดไป 60,000 เหลือ 670,000 ราคาดีด้วย ไม่รอช้าเลย สมัยนี้ได้แค่ B-Seg รองท๊อป

เป็นที่ไม่มีปัญหาใดๆ ระหว่างใช้งาน(มีล้างลิ้นปีกผีเสื้อรอบนึง รอบแกว่งๆ)

ขายเพราะจ่ายค่าเทอมไปเรียนต่อ เสียดายไม่หาย

รักรุ่นนี้มากเหมือนกัน คิดถึงสัมผัสต่างๆ บรรยากาศภายใน ที่สมัยนี้หารถวัสดุแบบนี้ในราคานี้ยากมากๆ
นี่ก็ส่องมือสองมาใช้อีกครั้ง รอเจอสภาพเนียบๆก่อนครับ

ออฟไลน์ Mr.Joe

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 303
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2019, 03:16:33 »
เคยนั่งรุ่นนี้ของญาติสนิทบ่อยๆครับ
ประทับใจภายในมาก นั่งแล้วรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก วัสดุคุณภาพดีกว่ารถใน segment เดียวกัน แต่จุดอ่อนก็มีเรื่องช่วงล่างหลังเด้งอย่างที่ว่าจริงๆ
รีวิวได้ดี ขอบคุณมากๆครับ

ออฟไลน์ renew

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 340
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2019, 11:44:22 »
ที่บ้านมีอยู่คัน 2004 ซื้อมา 830,000 ใช้ใด้สองเดือน ราคาน้ำมันสูง ยอดขายตก สรรพสามิตร่วมมือผู้ผลิต

ลดราคา 50,000 บาท หน้าชาเลยทีเดียว 555

    เรื่องการใช้งานทน ไม่จุกจิก สวยสุดในรุ่น เจ็ดหมื่นโล จับติดแก็ส ตอนนี้ สองแสนหก มีน้ำหายบ้าง แต่อาจมาจากเคยฮีต

ด้วยส่วนหนึ่ง ช่วงล่างไม่ดีเท่า EK แต่พอใจ ท้ายไม่ค่อยเด้งแล้วนะเทียบกะตัวเเรก 2001

ออฟไลน์ CHANOM

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 733
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: สิงหาคม 18, 2019, 10:34:07 »
ที่บ้านเคยมีรุ่นนี้อยู่เหมือนกันค่ะ แต่เป็นสีทอง น่าซื้อมาไล่เลี่ยกับของคุณ Wongsakorn เลย
จำได้ว่านั่งสบาย แต่ช่วงล่างก็เด้งใช่ได้ตามที่คุณว่าเลยค่ะ

คันของที่บ้านเรา โดนชนท้ายบนโทลเวย์ไปตั้งแต่อายุ 2 ขวบแล้ว
โดยคู่กรณีชนเราในความเร็ว 80+ ในขณะที่เราจอดนิ่ง ตอนนั้นก็ซ่อมอยู่ประมาณ 4 เดือนเลยค่ะ

ซ่อมเสร็จแล้ว คุณลุงขอซื้อไปใช้ต่อ ทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ค่ะ เพียงแต่สภาพไม่ได้สวยเท่าของคุณเลย

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ ^^
In My Garage

2007 MB A180 CDI W169
2007 MB C220 CDI W203
2019 Honda HR-V EL

ออฟไลน์ Wongsakorn

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 20
Re: 14 Years HONDA CIVIC ES 1.7 2005 จากรถแม่ สู่รถลูก
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2019, 10:12:50 »
ขอบคุณสำหรับรีวิวครับ
รีวิวดีมาก เปลี่ยนเบาะเปลี่ยนหน้าปัดท์แล้วรถดูน่าขับขึ้นเยอะเลย

ดูดีขึ้นเยอะมากจริงๆครับ หนังเบาะเดิมผ่านสมรภูมิมาเยอะจนเยินหมดแล้ว นั่งแล้วแข็งด้วย เปลี่ยนแล้วนุ่มเลย
หน้าปัดก็ทำอารมณ์การขับมันเปลี่ยนไปเยอะเลย ทำให้เราอยากมองบ่อยๆ แสงสีฟ้าทำให้ผ่อนคลายสายตาได้ด้วย

หุ้มเบาะที่ไหนครับ ดูดีเลย พอจะแจ้งราคาได้มั้ยครับ

เปลี่ยนหนังเบาะที่ร้าน Chase ซอยร่มเกล้า 54 ครับ เจ้าของร้านเขาโพสต์ในกลุ่มขายของ Civic ES ผมเลยติดต่อไป
เบาะหนังแท้ครึ่งนึงกับหนังเทียมครึ่งนึง 12,500 บาท รวมแผงประตูครับ

รุ่นเดียวกันเป๊ะเลยครับ ออกช่วงเวลาไล่ๆกันด้วย FD จะออกเดือนหน้าเซลล์ให้รอ แต่ผมกลับชอบรุ่นนี้มากกว่า
73x,000 ลดไป 60,000 เหลือ 670,000 ราคาดีด้วย ไม่รอช้าเลย สมัยนี้ได้แค่ B-Seg รองท๊อป

เป็นที่ไม่มีปัญหาใดๆ ระหว่างใช้งาน(มีล้างลิ้นปีกผีเสื้อรอบนึง รอบแกว่งๆ)

ขายเพราะจ่ายค่าเทอมไปเรียนต่อ เสียดายไม่หาย

รักรุ่นนี้มากเหมือนกัน คิดถึงสัมผัสต่างๆ บรรยากาศภายใน ที่สมัยนี้หารถวัสดุแบบนี้ในราคานี้ยากมากๆ
นี่ก็ส่องมือสองมาใช้อีกครั้ง รอเจอสภาพเนียบๆก่อนครับ

ไม่ค่อยจิกจุกจริงครับ ถ้าซ่อมเป็นก็คือจบปัญหาไปเลย
ห้องโดยสารผมว่าวัสดุดีพอสมควรเลย ทุกชิ้นสีไม่หลุดลอก ไม่เพี้ยนเลย
หลายรุ่นที่เป็นสีเบจจะชอบเพี้ยนจากการสัมผัสเป็นสีส้ม เสียงกร๊อบแกร๊บก็ไม่ค่อยเจอ

เคยนั่งรุ่นนี้ของญาติสนิทบ่อยๆครับ
ประทับใจภายในมาก นั่งแล้วรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก วัสดุคุณภาพดีกว่ารถใน segment เดียวกัน แต่จุดอ่อนก็มีเรื่องช่วงล่างหลังเด้งอย่างที่ว่าจริงๆ
รีวิวได้ดี ขอบคุณมากๆครับ

ดีไซน์เรียบง่ายผสมความโมเดิร์นในยุคนั้น บวกกับโทนสี ทำให้รู้สึกผ่อนคลายจริงครับ

ที่บ้านมีอยู่คัน 2004 ซื้อมา 830,000 ใช้ใด้สองเดือน ราคาน้ำมันสูง ยอดขายตก สรรพสามิตร่วมมือผู้ผลิต

ลดราคา 50,000 บาท หน้าชาเลยทีเดียว 555

    เรื่องการใช้งานทน ไม่จุกจิก สวยสุดในรุ่น เจ็ดหมื่นโล จับติดแก็ส ตอนนี้ สองแสนหก มีน้ำหายบ้าง แต่อาจมาจากเคยฮีต

ด้วยส่วนหนึ่ง ช่วงล่างไม่ดีเท่า EK แต่พอใจ ท้ายไม่ค่อยเด้งแล้วนะเทียบกะตัวเเรก 2001

แม่ผมก็ได้ส่วนลดพอสมควร ไม่แน่ใจว่าส่วนลดสรรพสามิตรหรือโละสต็อก
แต่เรื่องน้ำหายนี่แทบจะเป็นเรื่องปกติเลยครับ ในกลุ่มคนที่ใช้ก็เป็นกันเยอะ ต้องเปลี่ยนระบบหม้อน้ำยกชุดกับปะเก็นฝาสูบถึงจะหาย (ตามอายุมันอ่ะเนอะ)
ด้านหลังเด้งน้อยลงจากปี 2001 แบบรู้สึกได้ แต่เทียบกับหลายๆรุ่นก็ยังเด้งกว่าชาวบ้านเขาอยู่ดี 555 ชัดที่สุดก็ตอนจั๊มคอสะพานนี่แหละครับ

ที่บ้านเคยมีรุ่นนี้อยู่เหมือนกันค่ะ แต่เป็นสีทอง น่าซื้อมาไล่เลี่ยกับของคุณ Wongsakorn เลย
จำได้ว่านั่งสบาย แต่ช่วงล่างก็เด้งใช่ได้ตามที่คุณว่าเลยค่ะ

คันของที่บ้านเรา โดนชนท้ายบนโทลเวย์ไปตั้งแต่อายุ 2 ขวบแล้ว
โดยคู่กรณีชนเราในความเร็ว 80+ ในขณะที่เราจอดนิ่ง ตอนนั้นก็ซ่อมอยู่ประมาณ 4 เดือนเลยค่ะ

ซ่อมเสร็จแล้ว คุณลุงขอซื้อไปใช้ต่อ ทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ค่ะ เพียงแต่สภาพไม่ได้สวยเท่าของคุณเลย

ขอบคุณสำหรับรีวิวนะคะ ^^

สภาพนี้เคยทำสีทั้งคันมาแล้วครับ รถจอดตากแดดทุกวัน มีหรือที่สีจะไม่ด้าน ด้านชัดเจนก็ฝากระโปรงกับหลังคาครับ ประตูก็มีแต่รอยขูดกิ่งไม้
ทำสีมาแล้วก็เหมอืนจะได้แล็กเกอร์ไม่ค่อยดี เจอขี้นกแล้วล้างออกนี่ด่างเป็นจุดๆเลยครับ ฝากระโปรงหน้าก็มีพองๆบ้างแล้วครับ
ส่วนภายในมีแต่พวงมาลัยเดิมที่สภาพหลุดลอกกับสีหัวเกียร์ที่จางไปแล้ว นอกนั้นแม่ผมไม่ค่อยได้สัมผัส เลยทำความสะอาดหน่อยก็ดูดีแล้ว