ผู้เขียน หัวข้อ: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ  (อ่าน 6620 ครั้ง)

ออฟไลน์ Mp4_007

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 332
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #30 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 22:01:39 »
ไม่ใช่หรอก รถมาทำแท็กซี่มี่ตัเงหลายยี่ห้อหลายรุ่น แต่ที่นิยมสุดคือ altis แค่นั้นเอง   ที่จริงเป็นรถอะไรก็ได้ขอแค่ เครื่อง 1500cc ขึ้นไป  พวก vios city มันเครื่องไม่ถึง 1500cc เลยเอามาทำไม่ได้(ขาดไปนิดเดียว)  แล้วยี่ห้ออื่นไม่เป็นที่นิยมเพราะมันพิสูจน์มาแล้วว่า altis ทนถึกสุด มันจึงนิยมแค่นั้น

ออนไลน์ Symphonic

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 947
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #31 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 22:04:37 »
แล้วอัตราค่าโดยสารจะคิดยังไงดีครับ  ถ้าคิดเท่ากันไม่ว่าจะเป็น eco หรือ C-seg
แล้วเราจะเลือกนั่ง taxi  eco car ทำไมครับ 

แต่ถ้าจะแก้ กม. ให้ใช้ taxi eco car ได้ 
ธุรกิจ taxi จะเลือกใช้รถอะไรล่ะครับ
ถ้าไม่เลือกรถตามความทนทาน และซ่อมบำรุงต่ำ 


ออฟไลน์ Arm

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 928
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #32 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 22:18:21 »
หลายๆเหตุกาณ์ที่ผ่านมา Toyota th มีลับลมคมในกับภาครัฐมาหลายเรื่อง

ภาษี Prius ?
รถคันแรก Vios ?

หลายเรื่อง ไหนจะเรื่องรถตู้อีก ตัวใหม่ที่เปิดตัวก็เหมือนมีคุยกับภาครัฐบางเรื่องที่ไม่มีหลักฐานอีกตามเคย
15' Commuter 3.0 A/T
18' Corolla Altis 1.8 Esport Option
18' Pajero Sport 2.4 GT-Premium Limited Edition

ออฟไลน์ Nonlamer

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,901
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #33 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 22:22:39 »
กำลังคิดอยู่ว่าจะติงดีมั้ย ว่าเน้นคุณมัวแต่เน้นย้ำระหว่าง Altis กับ Ciaz มากเกินไป จนไม่เหมือนการที่จะมาคุยว่าควรเปลี่ยนกําหนดกฎเกณฑ์ประเภทรถขั้นต่ำแบบไหนที่ควรทำเป็นแท็กซี่ได้ เหมือนเอะอะก็ Ciaz กับ Altis ตลอด แต่แก้แล้วก็ขอตอบเลยครับ

1. ในกฏหมายปัจจุบันรถที่เหมาะสมที่สุดในการทำ Taxi คือโตโยต้าอัลติส เพราะทนทาน อะไหล่เยอะที่สุด
2. ซึ่งนั่นเป็นเหมือนข้อผูกมัดกลายๆ ว่าจะทำแท็กซี่ ต้องใช้ Altis ซึ่งราคาหลังจดทะเบียนทุกอย่างแล้วราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท (ถ้าสงสัยว่าทำไมไม่ใช้ยี่ห้ออื่น ก็ต้องกลับไปที่ข้อ 1)
ข้อ 1 และ 2 ไม่เกี่ยวกับกฏหมายบังคับ ไม่มีข้อไหนบอกให้ซื้อรถที่หาอะไหล่ง่ายที่สุด ทนทานที่สุด แต่เป็นสิ่งที่ทางค่ายทำได้ดีและตอบโจทย์มากที่สุดต่างหาก ผู้ประกอบการเลยเลือกที่จะใช้ เหตุผลง่ายๆคือเค้าเลือกที่จะใช้เพราะเหตุผลตรงนี้ ไม่ใช่เพราะบังคับด้วยกฏหมายบังคับให้เลือก ชัดนะครับ ไม่เกี่ยวอะไรกับกฏหมายสักนิด

ถ้าปรับให้ Eco Car ทำเป็นรถ Taxi ได้จริง ผมไม่คิดว่าคนขับจะเลือกรถที่นั่งสบายให้ ก็จะวนไปเน้นเลือกคันที่เข้าข่ายข้อ 1 และ 2 เหมือนเดิม
จริงอยู่ที่ราคารถจะช่วยคนขับให้มีภาระน้อยลง แต่คำถามหลักๆคือเหมาะสมแน่หรือ ด้านความเชื่อมั่นในความปลอดภัย พละกำลังเมื่อบรรทุกเต็มจำนวน ขนาดที่คับแคบ และความทนของเครื่องยนต์เมื่อติดแก๊สและใช้งานหนัก เรื่องพวกนี้ควรถูกพิจารณาให้รอบคอบก่อนลงความเห็น และถ้าแก้ให้ว่านั่งสบายด้วย อะไรคือข้อกำหนดที่ชัดเจน แล้วจะส่งผลต่อการ "เอื้อประโยชน์" ต่อค่ายรถค่ายใดค่ายนึงหรือไม่ (ส่วนตัวคิดว่าไม่ตอบโจทย์)

ต่อมาเรื่อง Grab ต้องแยกระหว่างรถ กับการบริการออกจากกันก่อน ส่วนตัวมีความเห็นว่า Grab สร้างบรรทัดฐานบริการที่ดีขึ้นมา ทางภาครัฐควรจะมีการบริหารจัดการที่ดีแบบนี้ตั้งนานแล้วไม่ใช่ปล่อยจนเละขนาดนี้
ส่วนราคาค่าบริการควรแยกตามประเภทรถยนต์ไปเลย ตามแบบ Grab ไม่ใช่ว่าเอารถราคาแพงกว่าเท่าตัวมาให้บริการได้ราคาเท่าเดิม กลายเป็นแบกรับภาระโดยไม่เกิดประโยชน์ กลายเป็นว่ามีรถแบบเดียวในการบริการ แทนที่จะมีหลากหลาย และค่าบริการก็ควรจะสมเหตุสมผล เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพสามารถรักษามาตรฐานการบริการได้

อีกเรื่องคือจำนวนรถ Taxi ครับ ถ้ามากเกินไป ในขณะที่ผู้ใช้บริการเท่าเดิมหรือลดลง รายได้ต่อหัวก็ลด ไม่ต่างจาก Supply ล้นตลาด ถ้าปัญหามาจากตรงนี้ควรปล่อยให้กลไกตลาดจัดการเอาเอง

ออฟไลน์ TeslaX

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 651
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #34 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 22:25:10 »
เอื้อมั้ย มันก็คงมี ผู้บริหารคนเก่าก็เป็นคนในรัฐบาลปัจจุบันนี้แหละ

ออฟไลน์ lorenzo

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 545
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #35 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 22:39:17 »
ciez แรงน้อยไปมั้ยคับ ผู้โดยสาร 4 คน สัมภาระเตมท้ายรถ เจอเคสนี้สักช่วงเวลาเดินทางรถจะติดขนาดไหน

ถ้า 1.5 vios jazz city อันนี้สมเหตุผล

ออฟไลน์ มะหมู อู๊ดๆ

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 123
    • อีเมล์
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #36 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 23:02:54 »
ผมไม่เข้าใจที่คุณ ซิ่งเข้าส้วมบอกว่า “แก้กฎหมายมาล็อคมากกว่าเดิม’’ น่ะครับ  ช่วยขยายความทีได้ไหมครับ

ออฟไลน์ ซิ่งเข้าส้วม

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,974
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #37 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 23:19:59 »
ผมไม่เข้าใจที่คุณ ซิ่งเข้าส้วมบอกว่า “แก้กฎหมายมาล็อคมากกว่าเดิม’’ น่ะครับ  ช่วยขยายความทีได้ไหมครับ
ไม่ใช่หรอก รถมาทำแท็กซี่มี่ตัเงหลายยี่ห้อหลายรุ่น แต่ที่นิยมสุดคือ altis แค่นั้นเอง   ที่จริงเป็นรถอะไรก็ได้ขอแค่ เครื่อง 1500cc ขึ้นไป  พวก vios city มันเครื่องไม่ถึง 1500cc เลยเอามาทำไม่ได้(ขาดไปนิดเดียว)  แล้วยี่ห้ออื่นไม่เป็นที่นิยมเพราะมันพิสูจน์มาแล้วว่า altis ทนถึกสุด มันจึงนิยมแค่นั้น

ข้อกฏหมายใหม่ เอาขนาดเครื่องยนต์ออกไปครับ แต่กำหนดที่กำลังและขนาดแทน คือต้องเป็นรถขนาด C segment Sedan ขึ้นไปเท่านั้น เพราะ Hatchback ความยาวไม่พอ

"เป็นรถที่มีประตูไม่น้อยกว่าสี่ประตู ซึ่งมีความกว้างไม่น้อยกว่าหนึ่งเมตรเจ็ดสิบห้าเซนติเมตร
แต่ไม่เกินสองเมตรห้าสิบเซนติเมตร มีความยาวไม่น้อยกว่าสี่เมตรห้าสิบเซนติเมตร แต่ไม่เกินหกเมตร
และมีความสูงไม่เกินสองเมตร"

แถมให้เรื่องกำลังเครื่องยนต์

ในกรณีเป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อน ต้องมีกำลังของเครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า
แปดสิบกิโลวัตต์
(๒) ในกรณีเป็นรถที่ใช้ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ต้องมีกำลังรวมกัน
ไม่น้อยกว่าแปดสิบกิโลวัตต์
(๓) ในกรณีเป็นรถที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อน ต้องมีกำลังพิกัดของมอเตอร์ไฟฟ้า
ไม่น้อยกว่าสิบห้ากิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่าเก้าสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง


อ้างอิง : http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/081/9.PDF

กำลังคิดอยู่ว่าจะติงดีมั้ย ว่าเน้นคุณมัวแต่เน้นย้ำระหว่าง Altis กับ Ciaz มากเกินไป จนไม่เหมือนการที่จะมาคุยว่าควรเปลี่ยนกําหนดกฎเกณฑ์ประเภทรถขั้นต่ำแบบไหนที่ควรทำเป็นแท็กซี่ได้ เหมือนเอะอะก็ Ciaz กับ Altis ตลอด แต่แก้แล้วก็ขอตอบเลยครับ

1. ในกฏหมายปัจจุบันรถที่เหมาะสมที่สุดในการทำ Taxi คือโตโยต้าอัลติส เพราะทนทาน อะไหล่เยอะที่สุด
2. ซึ่งนั่นเป็นเหมือนข้อผูกมัดกลายๆ ว่าจะทำแท็กซี่ ต้องใช้ Altis ซึ่งราคาหลังจดทะเบียนทุกอย่างแล้วราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท (ถ้าสงสัยว่าทำไมไม่ใช้ยี่ห้ออื่น ก็ต้องกลับไปที่ข้อ 1)
ข้อ 1 และ 2 ไม่เกี่ยวกับกฏหมายบังคับ ไม่มีข้อไหนบอกให้ซื้อรถที่หาอะไหล่ง่ายที่สุด ทนทานที่สุด แต่เป็นสิ่งที่ทางค่ายทำได้ดีและตอบโจทย์มากที่สุดต่างหาก ผู้ประกอบการเลยเลือกที่จะใช้ เหตุผลง่ายๆคือเค้าเลือกที่จะใช้เพราะเหตุผลตรงนี้ ไม่ใช่เพราะบังคับด้วยกฏหมายบังคับให้เลือก ชัดนะครับ ไม่เกี่ยวอะไรกับกฏหมายสักนิด

ถ้าปรับให้ Eco Car ทำเป็นรถ Taxi ได้จริง ผมไม่คิดว่าคนขับจะเลือกรถที่นั่งสบายให้ ก็จะวนไปเน้นเลือกคันที่เข้าข่ายข้อ 1 และ 2 เหมือนเดิม
จริงอยู่ที่ราคารถจะช่วยคนขับให้มีภาระน้อยลง แต่คำถามหลักๆคือเหมาะสมแน่หรือ ด้านความเชื่อมั่นในความปลอดภัย พละกำลังเมื่อบรรทุกเต็มจำนวน ขนาดที่คับแคบ และความทนของเครื่องยนต์เมื่อติดแก๊สและใช้งานหนัก เรื่องพวกนี้ควรถูกพิจารณาให้รอบคอบก่อนลงความเห็น และถ้าแก้ให้ว่านั่งสบายด้วย อะไรคือข้อกำหนดที่ชัดเจน แล้วจะส่งผลต่อการ "เอื้อประโยชน์" ต่อค่ายรถค่ายใดค่ายนึงหรือไม่ (ส่วนตัวคิดว่าไม่ตอบโจทย์)

ต่อมาเรื่อง Grab ต้องแยกระหว่างรถ กับการบริการออกจากกันก่อน ส่วนตัวมีความเห็นว่า Grab สร้างบรรทัดฐานบริการที่ดีขึ้นมา ทางภาครัฐควรจะมีการบริหารจัดการที่ดีแบบนี้ตั้งนานแล้วไม่ใช่ปล่อยจนเละขนาดนี้
ส่วนราคาค่าบริการควรแยกตามประเภทรถยนต์ไปเลย ตามแบบ Grab ไม่ใช่ว่าเอารถราคาแพงกว่าเท่าตัวมาให้บริการได้ราคาเท่าเดิม กลายเป็นแบกรับภาระโดยไม่เกิดประโยชน์ กลายเป็นว่ามีรถแบบเดียวในการบริการ แทนที่จะมีหลากหลาย และค่าบริการก็ควรจะสมเหตุสมผล เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพสามารถรักษามาตรฐานการบริการได้

อีกเรื่องคือจำนวนรถ Taxi ครับ ถ้ามากเกินไป ในขณะที่ผู้ใช้บริการเท่าเดิมหรือลดลง รายได้ต่อหัวก็ลด ไม่ต่างจาก Supply ล้นตลาด ถ้าปัญหามาจากตรงนี้ควรปล่อยให้กลไกตลาดจัดการเอาเอง

เข้าใจตามที่คุณกล่าวมาทุกประการครับ

ผมแค่มีความคิดว่า รัฐควรให้อิสระในการเลือกรถของผู้ประกอบการมากกว่านี้ ถ้าใช้แล้วมันไม่เหมาะสม มันพัง มันวิ่งไม่ออก มันหาอะไหล่ไม่ได้ สุดท้ายตลาดก็จะตอบด้วยตัวของมันเองว่ารุ่นไหนได้ไปต่อ

แต่ตอนนี้คือกำหนดขนาดมา ให้มีกำลังเครื่องระดับ Sub compact และตัวถังขนาด Csegment ในปัจจุบัน เน้นว่าในปัจจุบันด้วยนะครับ คือถ้า Tiida ออกมาตอนนี้เอามาทำแท็กซี่ไม่ได้แล้วนะครับ เล็กไป

มันเลยเกิดคำถามว่า ทำไมเมื่อก่อนรถขนาดเท่านี้ใช้เป็นแท็กซี่ได้ ระบบความปลอดภัยก็ไม่ค่อยมี ทำไมยังเอามาทำแท็กซี่ได้ อยู่ๆ ออกกฏหมายใหม่มา รถขนาดที่เคยใช้เป็นแท็กซี่ได้ ใช้ไม่ได้แล้วราวกับจะตัดขาว่าไม่อยากให้เอา Eco car และ Sub compact มาเป็นแท็กซี่

คือรถขนาด B segment อย่าง Vios ผมไม่เอามาเทียบ ไม่ใช่ว่ามันไม่ดี แต่ส่วนตัวผมก็เคยใช้ รู้ว่ามันเล็ก Yaris นี่ยิ่งเล็กเลย เอามาทำเป็นแท็กซี่นี่ดูแล้วไม่สมเหตุสมผล เลยไม่ได้เอามาใช้ยกตัวอย่าง คันที่พอนั่งได้ อัตราเร่งโอเคในเกียร์ธรรมดา คือไม่ได้ต่างจากรถ 1.5 มากนักก็มี Ciaz ที่พอมองเห็นเลยเอามายกตัวอย่างน่ะครับ

เท่าที่อ่านเหมือนคนจะเข้าใจว่าผมมาโจมตีโตโยต้าเลยโดนอัดซะยับเลย

แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ผมแค่อยากผลักดันในแง่ให้อิสระทางการประกอบการมากกว่านี้ เพื่อแก้ปัญหาทั้งในเรื่องของแท็กซี่ แกร็บและมลภาวะครับ

ผมไม่เข้าใจที่คุณ ซิ่งเข้าส้วมบอกว่า “แก้กฎหมายมาล็อคมากกว่าเดิม’’ น่ะครับ  ช่วยขยายความทีได้ไหมครับ

ตามที่บอกด้านบนเลยครับ จากตอนแรกกำหนดที่ขนาดเครื่องยนต์เกิน 1500 cc กลายเป็นกำหนดให้มีกำลังมากกว่า eco car และขนาดต้องเป็น Csegment sedan ขึ้นไปเท่านั้น

มันตลกตรงที่ว่าข้อกฏหมายนี้ออกมาหลังจาก Suzuki ได้เรียกร้องให้เอาเรื่องความจุกระบอกสูบออก กลายเป็นออกกฏหมายมา เอาความจุกระบอกสูบออกจริง แต่เอาเรื่องกำลังเครื่องยนต์กับขนาดตัวถังมาบล็อคแทน เหมือนตลกร้ายอะครับ

ออฟไลน์ Ultravistra

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 50
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #38 เมื่อ: สิงหาคม 24, 2019, 23:42:52 »
กฏหมายก็ไม่ได้เปลี่ยนมานานแล้วนะครับ ยี่ห้อไหนอยากขายให้taxi ก็ดีไซร์มาให้ตรงตามกฏหมายก็ขายได้แล้ว มันจะไปกีดกันอะไรแบรนด์อื่น แบรนด์อื่นทำ c segment ออกมาตรงสเปกที่ใช้ทำtaxi ก็วิ่งเป็นtaxi ได้ ไม่ได้เกี่ยวว่า ต้องเป็นtoyota เท่านั้น ถึงจะเป็นtaxi ได้

ออฟไลน์ Nonlamer

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,901
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #39 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2019, 01:34:54 »
เข้าใจตามที่คุณกล่าวมาทุกประการครับ

ผมแค่มีความคิดว่า รัฐควรให้อิสระในการเลือกรถของผู้ประกอบการมากกว่านี้ ถ้าใช้แล้วมันไม่เหมาะสม มันพัง มันวิ่งไม่ออก มันหาอะไหล่ไม่ได้ สุดท้ายตลาดก็จะตอบด้วยตัวของมันเองว่ารุ่นไหนได้ไปต่อ

จากอดีตในบรรดารถทั้งหมดที่สามารถนำมาจดทะเบียนเป็น Taxi ได้  Altis คือคำตอบสุดท้ายของตลาดครับ ไม่ใช่บังเอิญหรือเพราะกฏหมายมาช่วยครับ
ส่วนตัวผมคิดว่ารัฐให้อิสระในระดับนึงแล้ว แต่ควรมีแบ่งเกรดของรถที่จะนำมาทำเป็น Taxi และควรจะคิดค่าบริการต่างกัน แยกให้ชัดเจน มากกว่าจะมาลดแบบที่คุณบอก เพราะมันก็แค่เปลี่ยนจาก Altis ไปเป็นรุ่นใดรุ่นนึงที่ต้นทุนโดยรวมต่ำสุด ปัญหาน้อยสุด กำไรเยอะสุด สรุปก็ผูกขาดเหมือนเดิม มีรุ่นเดียววิ่งเป็น Taxi เหมือนเดิม และสุดท้ายก็จะมีคนมาถามหาทางเลือก ซ้ำรอยเดิมต่อไปวนๆไม่จบ

ผมเคยมีโอกาสนั่ง Tiida ที่เป็น Taxi ครับ ถามเจ้าของว่าทำไมเลือกคันนี้ ลุงแกตอบว่า 'เพราะมันถูก แต่ถ้าย้อนกลับไปได้จะเพิ่มเงินไปซื้อ Altis' ซึ่งส่วนตัวผมตอนนั้นใช้ Tiida เหมือนกัน (ซึ่งที่ผมซื้อเพราะมันถูกครับ ได้รถภายในกว้างๆในราคาไม่แพง เหตุผลเดียวกันเลย  :-[) เลยได้แต่ยิ้มแห้งๆ และไม่ถามเพิ่มเติมต่อ ส่วนตัวเดาว่าเพราะติดแก๊สแล้วไม่ทนแต่ก็ไม่ชัวร์ว่าใช่สาเหตุนี้มั้ย หรือค่าดูแลรักษาแพงกว่า หรือหลายๆอย่างรวมๆกัน  :-\

แต่ตอนนี้คือกำหนดขนาดมา ให้มีกำลังเครื่องระดับ Sub compact และตัวถังขนาด Csegment ในปัจจุบัน เน้นว่าในปัจจุบันด้วยนะครับ คือถ้า Tiida ออกมาตอนนี้เอามาทำแท็กซี่ไม่ได้แล้วนะครับ เล็กไป

มันเลยเกิดคำถามว่า ทำไมเมื่อก่อนรถขนาดเท่านี้ใช้เป็นแท็กซี่ได้ ระบบความปลอดภัยก็ไม่ค่อยมี ทำไมยังเอามาทำแท็กซี่ได้ อยู่ๆ ออกกฏหมายใหม่มา รถขนาดที่เคยใช้เป็นแท็กซี่ได้ ใช้ไม่ได้แล้วราวกับจะตัดขาว่าไม่อยากให้เอา Eco car และ Sub compact มาเป็นแท็กซี่

เทคโนโลยีความปลอดภัยจากอดีตจนถึงปัจจุบันต่างกัน และมีการพัฒนาให้ดีขึ้นอยู่ตลอด การแก้กฏเพื่อปรับตามยุคสมัยก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าควรเกิดขึ้นบ่อยๆครับเพื่อยกระดับความปลอดภัยของตัวรถที่จะนำมาเป็น Taxi ใหม่ๆ ซึ่งเรื่องความปลอดภัยนี้เพิ่งมาตื่นตัวไม่กี่ปีหลังนี่เอง ถ้าจะส่งผลให้รถที่เมื่อก่อนเคยนำมาทำเป็น Taxi ได้ แล้วตอนนี้ไม่ได้ ผมก็โอเคนะ ควรจะเป็นอย่างนั้นสิในความเห็นผม

เท่าที่อ่านเหมือนคนจะเข้าใจว่าผมมาโจมตีโตโยต้าเลยโดนอัดซะยับเลย

แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ผมแค่อยากผลักดันในแง่ให้อิสระทางการประกอบการมากกว่านี้ เพื่อแก้ปัญหาทั้งในเรื่องของแท็กซี่ แกร็บและมลภาวะครับ

แก้ไขได้ด้วยการสื่อสารที่ดี ลดการใส่อารมณ์ กลั่นกรองการเขียน และทบทวนก่อนโพสครับ ค่อยๆปรับดูนะครับ เอาใจช่วยตรงนี้  ;)
ส่วนใหญ่ไม่ได้อัดเพราะโจมตีโตโยต้าหรอกครับ อัดเพราะเหตุผลฟังไม่ขึ้นมากกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 25, 2019, 01:36:49 โดย Nonlamer »

ออนไลน์ r0u0g0e0k

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 603
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #40 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2019, 03:09:50 »
ผมว่าไม่เอื้อนะครับ ผมคนโดยสาร จ่ายตังก็อยากนั่งรถที่ดีที่สุด ยิ่งเเทกซี่เพิ่งปรับขึ้นราคาโดยสารไปอีก  ยิ่งเเพง

 ก็ควรได้นั่งรถที่สมกับค่าโดยสารที่จ่าย ถ้าจ่ายราคาเท่ากัน ให้เลือกโบก ciaz กับ altis ผม เลือก altis เเน่ๆ

หรือถ้าใช้อีโค่คาร์มาทำ ต้นทุนถูกกกว่าเกือบครึ่ง เเล้วจะเก็บค่าโดยสารราคาถูกกว่าเกือบครึ่ง ได้รึปล่าว   อัลติสค่ารถ   200 บาท  อีโคคาร์เก็บเเค่ 120 บาทไหวไหม 

 เพราะถ้าราคาเท่ากัน  หรือ ถ้าส่วนต่างไม่มากพอจะดึงดูดใจ ยังไงคนก็เลือกโบกรถที่ดีกว่า

เเล้วรถที่เข้าข่ายก็ไม่ได้มีเเค่ โตโยต้า มีอีกหลายยี่ห้อหลายรุ่น ที่เอามาทำได้ เเต่ตัวรถ ความน่าเชื่อถือความทนทาน ราคาการดูเเลรักษา มันสู้โตโยต้าไม่ได้เอง ตลาดรวมถึงไม่เลือกมาทำกัน

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 25, 2019, 03:13:25 โดย r0u0g0e0k »

ออฟไลน์ kiwiwi

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,751
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #41 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2019, 07:39:47 »
ผมว่าไม่ได้เอื้อนะ
อยู่ที่คนเลือกใช้มากกว่า

ผมจำได้แม่นเลย ตอนอีแลนต้าเทล๊อตสุดท้าย ประกัน 10 ปี มีแท๊กซี่ลองเสี่ยงไม่กี่คันเอง

อย่าลืมนะ ราคาอัลติสแพงกว่าคนอื่นอีก
คนอื่นเวลาโละนี่ถูกกว่าเยอะ

1.เจ้าของอู่ต้องเลือกรถที่มีอะไหล่เทียมเยอะ ข้อนี้น่าจะเหลือโตต้ากับนิสสัน

2.อะไหล่ต้องทนทาน ข้อนี้ก็ตัดไปได้ยี่ห้อนึงแล้ว

3.หลังจากปลดระวาง อัลติสไปต่อได้ แต่คันอื่นๆ ขายเป็นเศษเหล็กกันเลยทีเดียว

ไล่ๆกันตั้งแต่อดีต ที่ผมจำความได้ ก็มีแดวู, ฮุนได อีแลนตร้า, เชฟ อ๊อพตร้า และครูซ ส่วนนิสสัน ยุคนั้นยังมีซันนี่ที่พอถูไถๆไปกับแลนเซอร์

แต่เจ้าแลนเซอร์ตอนปลดระวางคือ ตัวถังเยินมากๆ ไม่รู้เอาเหล็กเกรดไหนมาทำ แต่เครื่องยังดีอยู่เลย

ปัจจุบัน ทนๆถึกๆ แทบไม่มีใครทำเลย อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่โตต้ายังครองใจรถสาธารณะ...

อย่าว่าแต่รถเล็กเลย ขนาด h1 พยายามแข่งด้วย ตัวถูกสุด ซึ่งถูกกว่า คอมมิวเตอร์ ยังไม่รอดเลยครับ
ขนาดรถโรงเรียนของลูกชายผม เมื่อต้องเอา h1 มาใช้วิ่งเยอะหน่อย ยังยอมแพ้เลย จากเดิมที่คันนี้เป็นรถของเจ้าของโรงเรียน พอเอามาวิ่งเป็นรถรับส่ง สู้ค่า m/a ไม่ไหวเลย สุดท้ายไปออก คอมมิวเตอร์ส่งเด็กแทน

ผมถามจขกท.กลับดีกว่า ถ้าวันนี้ให้เลือกซิลฟี่ กับ อัลติส ทำแท๊กซี่ให้เช่าซัก 20 คัน คุณจะเลือกอะไร

ผมถึงบอกไงครับว่าไม่อยากให้ล็อคสเป็ค Taxi ไว้ที่ c segment เพราะมันมีตัวเลือกเดียว คันอื่นมันทนสู้ Altis ไม่ได้

แต่ถ้ากลับกัน ปลดล็อคตามที่ผมบอกได้ ผมเลือก Ciaz ครับ เพราะราคาถูกกว่าครึ่งๆ ยิ่งรุ่นเกียร์ธรรมดายิ่งถูก

ตีง่ายๆ Altis 20 คัน ผมซื้อ Ciaz เกียร์ธรรมดาได้ 40 คัน ถ้าตั้งราคาเท่าเดิม กำไรจ่อวันผมก็จะเพิ่มขึ้น 2 เท่า

แต่ไหนๆ ซื้อรถมาถูกแล้ว ผมจะตั้งราคาค่าเช่าถูกกว่าเจ้าอื่น 30% ตัดราคากันหน้าด้านๆ เลย เพราะผมเชื่อว่า แท็กซี่หาเช้ากินค่ำ เขาคงไม่เน้นแรงครับ

แล้วผ่านไป 5 ปี ดูว่าถ้าคนมีตัวเลือกที่ถูกกว่ากันครึ่งนึง จะยังเลือก Altis มั่ย

ผมอยากให้คุณเลือกโดยใช้พื้นฐานเดียวกันนะครับ

เอาเป็นว่าคุณต้องการเลือก ciaz งั้นผมก็ใช้พื้นฐานเดียวกับ ciaz โดยที่อีกคเนเป็น yaris sedan แล้วกัน

คุณจะเลือก ciaz อยู่อีกหรือเปล่าครับ
คุณจะแบก m/a ที่สูงกว่าคู่แข่งจริงๆเหรอ

ออฟไลน์ Odd_yim

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 121
    • อีเมล์
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #42 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2019, 09:27:52 »
กม. ใหม่นี่ต่อให้ Susuki เอา K15B มาลง ก็ยังจะไม่ผ่านนะครับเนี่ย ยิ่งมากำหนดความยาว ความกว้างอีก คงมีแต่พวก C-Segment ละครับที่จะเป็น Taxi ได้ Minivan ใหญ่สุดอย่าง Xpander ยังไม่ผ่านเลย ประเด็นที่ จขกท สื่อ คือ กม. Taxi เอื้อให้ Altis หรือไม่ ผมมองว่าไม่นะครับ เพราะบรรดา C-Segment ก็ผ่านเกณฑ์เกือบทุกรุ่น แต่ที่นิยม Altis กันเพราะที่ผ่านมา Altis ขายดีในญี่ปุ่นครับ ทำให้มีอะไหล่เซียงกงเยอะ ซ่อมได้เร็ว เครื่องทนแก๊สได้ดี ถ้าต้องรออะไหล่เป็นอาทิตย์นี่เสียหายรายได้เยอะอยู่นะครับ

ออนไลน์ FF

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,066
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #43 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2019, 09:34:06 »
ผมเห็นด้วยเรื่องกฎหมายไม่อัพเดตนะครับ เพราะรถรุ่นใหม่ๆ B-seg, Eco car ได้พัฒนาให้ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะมากแล้ว

ออฟไลน์ มะหมู อู๊ดๆ

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 123
    • อีเมล์
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #44 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2019, 09:57:29 »
ผมว่าคำถามของคุณ ซิ่งเข้าส้วม ถ้าถามว่า “คุณคิดว่ากฎหมาย ควรจำกัดให้ Taxi ใช้รถตั้งแต่ C-seg ขึ้นไปหรือไม่ “  แล้วยกCiaz ที ขนาดใกล้เคียง C-seg แต่กำลังเครื่องไม่ได้ เข้ามาเป็นตัวเปรียบเทียบ แล้วเล่าความคิดเห็นตัวเองลงไป กระทู้จะดู Soft กว่านี้นะครับ หลายคนที่เข้ามาอ่านหัวกระทู้เลยพุ่งเป้าไปที่คุณกำลังโจมตี Altis มากกว่า

ในมุมมองของผม เอื้อ Altis ไหม ผมว่ามันไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น แต่ผมเห็นด้วยกับคุณ ซิ่งเข้าส้วมนะ ที่Taxi ไม่ควรจะต้องเริ่มจาก รถราคาเฉียดล้าน (เคยอ่านเจอว่าจาก Altis ราคา8แสน เอาไปทำแท็กซี่ เบ็ดเสร็จต้องจ่ายราคาเฉียดล้านเลย)

ลองคิดดูนะครับ มนุษย์เงินเดือนหลายคนยังขับ eco car รึ b seg อยู่เลย ทั้งๆที่รายได้คนพวกนี้สูงกว่าคนขับแท็กซี่สะอีก ลองคิดดูคนซื้อ Altis มักถูกมองว่าซื้อรถ Taxi แต่กลับคนซื้อ Vios ไม่เคยมีใครว่า ว้ายย ซื้อรถต่ำกว่าTaxi ภาพลักษณ์กับราคา มันดูสวนทางกัน

ในความเข้าใจของผม คุณซิ่งเข้าส้วม ให้ความสำคัญกับขนาดของรถ มากกว่ากำลังเครื่อง แต่สำหรับผม ผมว่ามันไม่ค่อยสำคัญทั้ง2อย่าง รถที่เล็กลงมาหน่อยอย่าง b seg งี้มันก็ไม่ได้ดูแย่ถ้าเอามาทำเป็นแท็กซี่นะครับ มันก็แค่แคบลงมาอีกนิด แต่คุณก็แค่โดยสารรถคันนี่เพียงชั่วคราว คงไม่มีใครมานั่งคิดมากขนาดนั้น

อ่อแล้วเรื่องราคาค่าโดยสาร ผมว่าไม่เห็นจำเป็รที่รถเล็กลง ต้องให้ค่าโดยสารถูกลงเลยนี่ครับ ถ้าคุณบอกว่าเห้ย ถ้างั้นฉันจะรอ Altis รถเล็กกว่าฉันไม่ขึ้น เพราะมันไม่แฟร์กับฉัน แต่การที่คุณรอมันทำให้คุณเสียเวลาเพิ่มอีก แถมไม่รุ้ว่ารถจะมาเมื่อไรอีก ในความเป็นจริงช่วงเร่งรีบ หรือฝนคกคุณไม่มานั่งเลือกรถขนาดนั้นหรอกครับ รึคุณต่อแถวหน้าห้าง พอถึงคิวคุณก็ต้องขึ้นคุณไม่มารอขอเปลี่ยนคันหรอกครับ

สุดท้ายนี้ก็ต้องถามกลับว่า การเปลี่ยนให้ B seg หรือ Eco car มาเป็น Taxi คุณหวังให้ใครได้ประโยชน์มากขึ้น สำหรับผม ผมคิดว่าผมอยากให้คนขับแท็กซี่ สามารถมีรถเป็นของตัวเองได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปเช่ารถกับอู่แท็กซี่ เพื่อมาขับและวัดดวงว่าวันนั้น จะได้ลูกค้าไหม จะได้รายได้พอใช้รึป่าวน่ะครับ

ออนไลน์ r0u0g0e0k

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 603
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #45 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2019, 12:18:48 »
ผมว่าคำถามของคุณ ซิ่งเข้าส้วม ถ้าถามว่า “คุณคิดว่ากฎหมาย ควรจำกัดให้ Taxi ใช้รถตั้งแต่ C-seg ขึ้นไปหรือไม่ “  แล้วยกCiaz ที ขนาดใกล้เคียง C-seg แต่กำลังเครื่องไม่ได้ เข้ามาเป็นตัวเปรียบเทียบ แล้วเล่าความคิดเห็นตัวเองลงไป กระทู้จะดู Soft กว่านี้นะครับ หลายคนที่เข้ามาอ่านหัวกระทู้เลยพุ่งเป้าไปที่คุณกำลังโจมตี Altis มากกว่า

ในมุมมองของผม เอื้อ Altis ไหม ผมว่ามันไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น แต่ผมเห็นด้วยกับคุณ ซิ่งเข้าส้วมนะ ที่Taxi ไม่ควรจะต้องเริ่มจาก รถราคาเฉียดล้าน (เคยอ่านเจอว่าจาก Altis ราคา8แสน เอาไปทำแท็กซี่ เบ็ดเสร็จต้องจ่ายราคาเฉียดล้านเลย)

ลองคิดดูนะครับ มนุษย์เงินเดือนหลายคนยังขับ eco car รึ b seg อยู่เลย ทั้งๆที่รายได้คนพวกนี้สูงกว่าคนขับแท็กซี่สะอีก ลองคิดดูคนซื้อ Altis มักถูกมองว่าซื้อรถ Taxi แต่กลับคนซื้อ Vios ไม่เคยมีใครว่า ว้ายย ซื้อรถต่ำกว่าTaxi ภาพลักษณ์กับราคา มันดูสวนทางกัน

ในความเข้าใจของผม คุณซิ่งเข้าส้วม ให้ความสำคัญกับขนาดของรถ มากกว่ากำลังเครื่อง แต่สำหรับผม ผมว่ามันไม่ค่อยสำคัญทั้ง2อย่าง รถที่เล็กลงมาหน่อยอย่าง b seg งี้มันก็ไม่ได้ดูแย่ถ้าเอามาทำเป็นแท็กซี่นะครับ มันก็แค่แคบลงมาอีกนิด แต่คุณก็แค่โดยสารรถคันนี่เพียงชั่วคราว คงไม่มีใครมานั่งคิดมากขนาดนั้น

อ่อแล้วเรื่องราคาค่าโดยสาร ผมว่าไม่เห็นจำเป็รที่รถเล็กลง ต้องให้ค่าโดยสารถูกลงเลยนี่ครับ ถ้าคุณบอกว่าเห้ย ถ้างั้นฉันจะรอ Altis รถเล็กกว่าฉันไม่ขึ้น เพราะมันไม่แฟร์กับฉัน แต่การที่คุณรอมันทำให้คุณเสียเวลาเพิ่มอีก แถมไม่รุ้ว่ารถจะมาเมื่อไรอีก ในความเป็นจริงช่วงเร่งรีบ หรือฝนคกคุณไม่มานั่งเลือกรถขนาดนั้นหรอกครับ รึคุณต่อแถวหน้าห้าง พอถึงคิวคุณก็ต้องขึ้นคุณไม่มารอขอเปลี่ยนคันหรอกครับ

สุดท้ายนี้ก็ต้องถามกลับว่า การเปลี่ยนให้ B seg หรือ Eco car มาเป็น Taxi คุณหวังให้ใครได้ประโยชน์มากขึ้น สำหรับผม ผมคิดว่าผมอยากให้คนขับแท็กซี่ สามารถมีรถเป็นของตัวเองได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องไปเช่ารถกับอู่แท็กซี่ เพื่อมาขับและวัดดวงว่าวันนั้น จะได้ลูกค้าไหม จะได้รายได้พอใช้รึป่าวน่ะครับ

ถ้าโดยสว่นตัว เป็นผม  ผม รอได้ครับ เเท็กซี่เเข่งขันสูงเดี้ยวก็มีคันไหม่มารอรับ

ในมุมบางคนอาจรอไม่ได้  ก็ไม่ได้เเปลว่าคนอื่นจะรอไม่ได้ด้วย    ตรงนี่ผมว่าไม่ควรสรุปเเทน

โชคดีด้วยมั้งเเถวบ้านผม เเทกซี่ขับรับคนกันให้ขวั้ก  เเถวนี้ เเทกซี่เยอะกว่าคนขึ้น เเถมมีเเอพให้กดเรียกอีก เดินลงรถไฟฟ้ามา มีจอดรอไห้เลือกเพียบ จิ้มเลยอยากจะขึ้นคันไหน 

 ถ้าดึกมากรถน้อยก็ค่อยกดเเอพเอา

ยิ่งกลับกับเพื่อนหลายคน กดเเอพเลือกรถไหญ่ หารกันเเล้วถูกกว่า นั่งสบายกว่าเข้าไปอีก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 25, 2019, 12:29:52 โดย r0u0g0e0k »

ออฟไลน์ No Trespassing

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,505
    • อีเมล์
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #46 เมื่อ: สิงหาคม 25, 2019, 21:31:47 »
ไม่เกี่ยวกับ Altis หรอกครับ

กฏหมายผมว่าถูกแล้ว ที่ออกกฏให้เครื่องยนต์ต้องมีความจุของกระบอกสูบรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,500 ซีซี
เพราะอย่าลืมว่ารถต้องวิ่งใช้งานทั่วไป เผื่อการบรรทุกและขนส่งผู้โดยสาร

ถ้าคุณย้อนกลับไปดูยุค 90 รถทุกยี่ห้อก็วิ่งกันเกลื่อนเมือง ทั้ง 323/B13/Lancer/AE100
แต่คนสุดท้ายที่อยู่บนเวทีคือใคร

ตามกฏกระทรวง
https://www.dlt.go.th/th/vehicle-registration/view.php?_did=46

ไม่ได้ระบุความกว้างของตัวรถ เพราะขนาด Aveo 1.6 ซึ่งเป็น B-Seg ก็สามารถเอามาเป็นแท็กซี่ได้ (ในอดีต)

แต่ปัจจุบันไม่มีใครเอาเครื่องยนต์ 1.6 ลิตรมาใส่ จะมีก็แต่ C-Seg 1.8 หรือไม่ก็ B-Seg 1.5 หรือ Eco 1.2 ไปเลย
ยกเว้นแต่ Altis ที่มี 1.6 เท่านั้น ซึ่งก็พอเหมาะกับการทำแท็กซี่พอดี

แล้วถามต่อว่ามีกฏหมายอะไรหรือเปล่า ที่ห้ามค่ายรถเอาเครื่อง 1.6 มาลง ก็ไม่มี
แล้วทำไมค่ายรถถึงไม่เอาลงมาสู้ละครับ
เพราะนั้นเป็นเรื่องของค่ายรถ ไม่เกี่ยวกับผู้บริโภค ที่เค้าจะต้องไปถกเถียงกับภาครัฐกันเอาเอง
My Vehicle : Boeing 777-212ER
MTOW : 286,540 Kgs.
Powerplant : RR Trent 892-17
If it's not Boeing i'm not going.

ออนไลน์ PorrMacKenna

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 145
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #47 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2019, 08:48:16 »
ผมว่าเรื่องรถแท๊กซี่ในมุมของราชการ สนใจแค่ 2 เรื่องนะครับ
1. ความปลอดภัย (ผ่านตรวจสภาพก่อนจดทะเบียนปกติ)
2. กำลัง (ไม่ไปเกะกะบนถนน หรือขนคน ขนของแล้ววิ่งไม่ออก)

สมัยก่อนกำลังมันแปรผันกับขนาดเครื่อง เค้าเลยล็อคเครื่อง 1500 cc ไว้
รถขนาด C segment ที่ขนาดเท่า B segment สมัยนี้
ตอนนั้นใช้เครื่อง 1.6 กัน ซึ่งก็สมเหตุสมผล

ถ้าทันยุคนั้น แท็กซี่มิเตอร์ที่เยอะที่สุด ไม่ใช่ Toyota Corolla นะครับ
แต่เป็น Nissan Sentra
เขียวเหลืองมาเจอแต่ Sentra ทั้งนั้น
แถมมี Champ up เครื่องมาวิ่งอีก

แต่กาลเวลาก็พิสูจน์ครับ ลูกค้าอยากนั่งรถคันใหญ่ๆ
อู่อยากได้รถซ่อมง่าย ทนทาน ก็จบที่ Toyota

ตลาดแท๊กซี่มันไม่ได้ใหญ่มากนะครับ ถ้าจะให้บริษัทรถยนต์ทำรถมาให้เฉพาะ
ปีละ 8,000 - 10,000 คัน
ถ้าจะมาแข่งกับ Toyota อาจขายได้เต็มที่ 2 - 3,000 คัน
ไม่คุ้มการลงทุนหรอกครับ

ถามว่าถ้าลด spec กำลังเครื่องยนต์เหลือ 90 แรงม้า จะโอเคมั้ย
ลองขนคน/ของเต็มคันสิครับ ถ้าโอเคอยู่ ลองไปเสนอขนส่งก็ได้

Ciaz อาจตอบโจทย์คนนั่ง
แต่ตอบโจทย์อู่ กับเจ้าของรถมั้ย
ต้องดูกันยาวๆ ครับ
รถถูกอย่างเดียวไม่พอ
ต้องทำให้รถวิ่งได้ตลอดด้วย

นอกเรื่องนิด กรณีรถตู้
Nissan ก็มีมาขายครับ
แต่อย่างที่เห็น สู้ไม่ได้
พอเปลี่ยนไปเป็น minibus ก็รอดูรถจีนมาแข่งครับ
Mercedes-Benz มี Sprinter แต่ผู้ประกอบการคงไม่ลงทุนมาวิ่งกันหรอก

ออฟไลน์ NINENOI

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,560
  • Nine & Knight
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #48 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2019, 09:13:46 »
ถ้าให้ Eco car ทำแท๊กซี่ได้เค้าคงเอา Yaris  มากกว่า Ciaz อยู่แล้วละ ถ้าให้กระบะทำคงเป็นรีโว้ ถ้าบีเซ็กเม้นท์คงเป็นวีออสตัวล่าง ถ้าดีเซ็กเม้นท์คงเป็นแคมรี่   สุดท้ายไปพี่โตหมดเลย
ถ้าเราซื้อของที่ไม่จำเป็น สุดท้ายเราต้องขายของที่จำเป็น

ออฟไลน์ Sympho

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 430
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #49 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2019, 10:09:23 »
รถแท็กซี่ใหญ่ตามจังหวัดท่องเที่ยว ก็เป็น Fortuner , Innova ซะส่วนมาก

รถตู้ไม่ต้องคุยเยอะ Commuter 90%

เอื้อ Toyota ทุกวงการเลย Toyota นี่มันปีศาจจริงๆ  ;D ;D ;D

ทำไมไม่มองว่าที่กำหนด 105 แรงม้าเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ?

สั่ง 4 คน + กระเป๋า 29 นิ้ว จากสนามบิน เจอ Eco Car แรงม้าน้อยๆ

ผมขอไป Altis เหมือนเดิม

ออฟไลน์ apinui

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,854
    • อีเมล์
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #50 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2019, 11:33:01 »
ผมก็ว่าไม่เอื้อครับ .... กฏหมายเขียนมานานแล้ว แต่โตโยต้า ทำสเป็กตัวเองให้เข้ากฏหมายและจับกลุ่มแท็กซี่เองด้วยมากกว่า ..

ฮอนด้า ถ้าเจอว่าใครเอา Civic ไปทำแท็กซี่ เค้าซื้อคืนเลยนะครับ ....
มาสด้า ก็ทำพิกัดเครื่องยนต์เดียวคือ 2.0
นิสสัน ก็เหมือนจะจับ แต่คนขับแท็กซี่ไม่นิยม เพราะอะไหล่ทดแทนหายาก ...

อัลติสได้เปรียบเพราะปูพื้นมานานครับ เครื่องเดิมพัง เค้ายัด 4A ตามเชียงกงลงได้เลย ...ยี่ห้อไหมมีให้แบบนี้ล่ะ ...

อีกอย่างแท็กซี่ไม่ได้แย่เลยครับ ผมคุยกับคนขับแท็กซี่ทุกครั้งว่าดีไหม ทุกคนแฮ๊บปี้กับรายได้มากตั้งแต่เริ่มใช้ Grab

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 19,025
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #51 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2019, 12:33:31 »
จริงๆ ถ้ากลัวเรื่องความปลอดภัย ก็กำหนดขนาดรถเอาก็ได้ครับ เช่นว่าควรจะ ยาว กว้าง เท่าไหร่

ผมเห็นด้วยเรื่องไม่ควรกำหนด cc หรือ แรงม้า นะครับ

ออฟไลน์ -Brian

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 929
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #52 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2019, 12:47:52 »
ความรู้สึกผมว่า Altis พอวิ่งเยอะๆแล้ว มันโทรมน้อยกว่ารุ่นอื่นๆครับ อย่าง Civic เองที่เอามาทำแท็กซี่ ผมเคยได้ขึ้นอยู่ รู้สึกว่ารถมันโทรมกว่า Altis ในช่วงอายุเดียวกันน่ะครับ

โดยส่วนตัวผมยืนยันว่า ขั้นต่ำควรเป็น C-Segment ครับ เพราะขนของได้ คนก็นั่งสบายกว่า ความปลอดภัยก็มากกว่า แถมปัจจุบันนี้ แท็กซี่ออกรุ่น 1.8 กันเยอะมาก ทั้ง 1.8E และ Esport แถมอู่แถวบ้านผมก็เพิ่งเหมา 1.8E มาอีกล็อต แสดงว่าเขาไม่ได้มองว่าราคาถูกสุดเป็นปัจจัยสำคัญอย่างเดียวแล้วครับ ถ้าราคาใกล้ๆกัน เขาคงเลือกเครื่องแรงไว้ก่อนครับ

ออฟไลน์ DiKiBoyZ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,052
    • อีเมล์
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #53 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2019, 12:55:37 »
Edit: เนื่องจากหลายท่านเข้าใจผิดประเด็นที่ผมต้องการจะสื่อ ผมขอสรุปให้ใหม่ให้เข้าใจง่ายๆ นะครับ

1. ในกฏหมายปัจจุบันรถที่เหมาะสมที่สุดในการทำ Taxi คือโตโยต้าอัลติส เพราะทนทาน อะไหล่เยอะที่สุด
    ตอบ ใช่ ครับ

2. ซึ่งนั่นเป็นเหมือนข้อผูกมัดกลายๆ ว่าจะทำแท็กซี่ ต้องใช้ Altis ซึ่งราคาหลังจดทะเบียนทุกอย่างแล้วราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท (ถ้าสงสัยว่าทำไมไม่ใช้ยี่ห้ออื่น ก็ต้องกลับไปที่ข้อ 1)
    ตอบ ไม่จริงครับ เอารถอื่นมาทำก็ได้ ที่ลักษณะตรงตามกฏหมายกำหนด เขาไม่ได้ห้าม
   
3. นำมาสู่ปัญหาที่แท็กซี่บอกว่าต้นทุนสูง สู้ Grab ไม่ได้ ออกมาประท้วง มีข่าวทำร้ายร่างกายกัน
    ตอบ  กรณีนี้ผมว่าไม่เชิงครับ Grab Taxi เขาก็ให้วิ่ง ไม่ได้ผิดฏหมาย และ ไม่ได้ประท้วงอะไร Taxi บางคันติดสติกเกอร์ GRAB หราเลย ก็ไม่เห็นเป็นไร ที่เขาประท้องคือ GRAB TAXI ป้ายดำ ครับ ง่ายๆ เหมือนหมอกระเป๋า vs หมอโรงพยาบาล/หมอคลินิค ประมาณนั้น เถื่อนเรียกเถื่อน ผิดเรียกผิด ผมว่าข้อนี้ไม่ซับซ้อนอะไร
   
4. ทำไม Grab ถึงขับทำกำไรได้? เพราะ รถ Grab ป้ายดำจำนวนมากเป็น eco car และ sub compact ที่มีราคาต่ำกว่า Taxi มาก ต้นทุนทั้งตัวรถและการวิ่งต่ำกว่า
    ตอบ กรณี GRAB มีกำไรเท่าไหร่ อันนี้ผมไม่แน่ใจ แต่การเอารถป้ายดำมาวิ่ง ต้นทุนต่ำกว่าแน่นอน เพราะ
   1. รถก็ต้นทุนถูกกว่า(ราคารถบางคัน)
   2. การได้มาก็ถูกกว่า
   3.เอามาวิ่งก็ง่ายกว่า( ไม่ต้องมีใบขับขี่สาธารณะ ไม่ต้องติดโน่น ติดนี่)
   4.ไม่ต้องเสียเวลาเอาตรวจสภาพ ตรวจแก๊ส แท็กซี่ต้องตรวจรอบ 1 ปี 4 ครั้ง ตรวจแก๊สทุก 1 ปี แล้วป้ายดำละ 7 ปีขั้นถึงตรวจสภาพ

   
5. Suzuki ได้มีการร้องขอให้ปลดล็อคกฏหมายตรงนี่เพื่อให้สามารถเอา Ciaz มาทำเป็น Taxi ได้ เะราะนอกจากจะราคาถูกกว่า Altis มากแล้ว ยังปล่อยไอเสียน้อยกว่าด้วย
    ตอบ ตามคำตอบข้อ 2. ครับ
   
6. รัฐไม่ยอม ออกกฏหมายมาล็อคหนักกว่าเดิม ทีนี้ก็วนกลับไปข้อ 1 ใหม่

แล้วจะเกิดอะไรถ้าปลดล็อค?

รถที่มีขนาดเล็ก ราคาถูกอาจกลายเป็นแท๋กซี่มากขึ้น สหกรณ์ที่ใช้แต่ Altis แล้วตั้งราคาสูงก็ต้องลดราคาลงมาสู้

สุดท้ายแล้วอาจเหลือแต่สหกรณ์ที่ขายความ Premium จึงใช้ Altis เน้นความสบายผู้โดยสารเป็นหลัก แต่ Altis มีสิทธิ์หลุดจากแท็กซี่ mainstream

7. แบบนี้เอื้อไหมครับ? อันนี้สงสัยจริงๆ ถ้าบอกว่า Civic กับ Sylphy ก็ทำแท็กซี่ได้ อยากให้กลับไปดู ข้อ 1-2 ใหม่
    ตอบ ลองไปดู TAXI ต่างจังหวัดครับ มีทั้ง Sylphy Tiida Cedia ก็มีให้เห็นครับ แต่ตัวเลือก ผมว่าอยู่ที่เขาเลือก ซึ่งเขาคิดว่า Altis เหมาะสมแล้ว

8. รถ Grab คันเล็กกว่า Altis กันทั้งนั้น คนยังนั่งเลย ถ้ารวยก็นั่ง Grab Premium พอกฏหมายล็อคแบบนี้สงสารแท็กซี่ ที่ต้องแบกต้นทุนสูง
    ตอบ ข้อนี้เห็นด้วยว่า ถ้าจะแก้ให้รถคันอื่นๆ ที่คันเล็กกว่า ซีซีน้อยกว่า มาทำเป็น Taxi ป้ายเหลือง นะ แต่ผมก็ไม่สนับสนุน GRAB ป้ายดำนะ มันเป็นการเอาเปรียบคนอื่น และ ผิดกฏหมาย ด้วย สนับสนุนก็เท่ากับส่งเสริมการทำผิดกฏหมาย
   
9. ถ้าคนคิดจะซื้อรถจิ๋วๆ อย่าง Brio หรือ Mazda 2 มาทำแท็กซี่ กฏหมายก็ควรเปิดรับ แต่ผู้โดยสารจะขึ้นมั้ย ก็แล้วแต่วิจารณญาณครับ
    ตอบ กรณีนี้ ผมไม่แน่ใจว่า Brio ถ้าเขามีมาตรฐานด้านความปลอดภัย จะผ่านหรือป่าว ผมมองว่า Taxi มีผู้โดยสาร ซึ่งจะต้องมีโครงสร้างที่ปลอดภัยพอสมควร ให้เลือกเสียเงินเท่ากัน ให้ขึ้นระหว่าง Brio กับ Altis ผมเลือกขึ้น Altis ครับ

-------------------
ย้อนกลับไปไม่นานมานี้มีการแก้กฏหมายรถที่จะเอามาทำรถแท็กซี่ โดยเดิมทีมีการล็อคพิกัดเครื่องยนต์ที่รถต้องมีขนาดเครื่องยนต์ 1600 cc ขึ้นไป

ทาง Suzuki จึงออกมาร้องขอให้มีการแก้กฏหมายว่า ขอให้ปลดล็อคพิกัดเครื่องยนต์ เพื่อให้สามารถเอารถ eco car มาใช้เป็นแท็กซี่ได้ เอาง่ายๆ คือ Suzuki อยากขาย Ciaz เป็นแท็กซี่

พอขอมาอย่างนี้ รัฐบาลก็จัดให้เลยครับ ปลดล็อคพิกัดเครื่องยนต์ แต่บังคับกำลังเครื่องยนต์ให้เกิน 105 แรงม้า กับพิกัดรถ เอาง่ายๆ ก็คือ Altis ขึ้นไปอะถึงจะใช้ได้

โอ้โห คุณแม่ใช่!

เปลี่ยนแบบนี้ไม่รู้จะเปลี่ยนทำไม ทุกวันนี้ถามจริงๆ ต่อให้รถที่อืดที่สุดในประเทศไทยอย่าง MG ZS เอามาใช้เป็นแท็กซี่ผมว่าก็ไม่ได้ทำให้แท็กซี่ขับในเมืองไม่ได้

แล้วแทนที่จะให้เอา Eco car อย่าง Ciaz หรือ Almera มาใช้เป็นแท็กซี่ได้ก็ไม่ให้ ทั้งๆ ที่รถพวกนี้ขนคนนั่ง 4-5 คนได้สบาย

ที่สำคัญคือราคาถูกกว่า Altis ครึ่งๆ เท่านั้นยังไม่พอ ปล่อยไอเสียน้อยกว่าอัลติสมากถึง 30%

ทุกวันนี้แท็กซี่ก็ขอขึ้นราคา กับทุบรถ Grab รัวๆ เพราะเขาสู้ต้นทุนไม่ได้ มันก็ต้องสู้ไม่ได้สิ ถ้าบังคับให้ใช้ Csegment ขึ้นไปรถที่เหมาะจะใช้เป็นแท็กซี่ก็มีแต่ Altis เพราะถ้าต้องเสียเงินล้านนึง ก็ต้องเอารถที่ทนที่สุด

แล้วเขาซื้อไปจดทะเบียนนู่นนี่นั่น เห็นราคารถ 8-9 แสน ออกมาบางคันหมดเงินไป 1.1 ล้าน

จ่ายค่ารถ ค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส ขับไป 3 ปี หักค่ารถแล้วได้กำไรแค่ เดือนละ 1-2 หมื่น จะไปอยู่ได้ยังไง

สุดท้ายถ้าแค่แก้กฏหมายนี้ได้ ต้นทุนค่ารถก็หายไปเลย 50% แท็กซี่อยู่ได้ ไม่ต้องคอยประท้วงแกร็บ ประท้วงค่าโดยสารไม่พอ วิ่งรถไม่คุ้ม ปฏิเสธผู้โดยสาร

กฏหมายข้อเดียวแก้ได้หมด แต่รัฐบาลไม่ทำ คิดว่าเพราะอะไรกันครับ?

หรือผมคิดมากไปเอง รถแท็กซี่ควรเป็น Altis เท่านั้นถูกแล้ว

ใครทราบเหตุผลบอกผมที

ผมเห็นด้วยกับเรื่องเปลี่ยนหรือแก้กฏหมาย แต่ต้องแยกเรื่อง GRAB ออก เพราะกรณีมันคือเรื่อง ป้ายดำ ไม่ใช่เรื่อง CC หรือ ประเภทรถ ครับ

ออฟไลน์ sudlor_gang

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 227
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #54 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2019, 13:07:11 »
กฎหมายเอื้อ toyota เพราะ 1. โตต้า ทนและอะไหล่ถูก

นี่มันตรรกะประเทศไหนเนี่ย

ออฟไลน์ bingoman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,783
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #55 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2019, 14:25:31 »
เอาง่าย มียี่ห้อไหนทำรถ ทนๆ เท่า Toyota ยัง???? ยิ่งเอามาติดแก๊ส ท้าให้เลย ยี่ห้ออื่น พังเละเทะ

รถ Taxi Meter ผมว่ายังไงก็ C-Segment ขึ้นไป เหมาะแล้วครับ

แต่ที่คนใช้ Grab แล้วนั่ง Vios, Almera, Ciaz กัน เพราะมันบริการดีกว่า Taxi   เลยยอมอึดอัดหว่านิดนึง แต่รถสภาพดีกว่า คนขับน่ารักกว่า บริการดีกว่า

ถ้า Taxi เปลี่ยนมเป็นรถเล็กกว่า c-seg  ผมว่าทำได้ แต่คิดราคาให้มันถูกลงด้วยเถอะ

ออฟไลน์ AgentMolder

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 428
Re: คิดว่ากฏหมายรถแท็กซี่ เอื้อโตโยต้ามั้ยครับ
« ตอบกลับ #56 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2019, 15:49:27 »
ผมว่ามันก็ Natural Selection นะครับ เขาออกกฏมาแค่รถใหญ่หน่อย CC สูง วิ่งไม่อืด เพราะ Taxi ต้องขนทั้งคนและของ และต้องปลอดภัยด้วย ยังไง C-seg ก็ปลอดภัยกว่า B/Eco (ถ้าว่ากันที่ตัวรถตาม Spec นะ ไม่ได้มองว่ารถแทกซี่จริงๆที่วิ่งอยู่เอาอะไรออกไปบ้าง) มันเป็น Fact ที่ กฏหมายกำหนด ซึ่งผมก็เห็นด้วย รถเล็กความปลอดภัยต่ำกว่า ชนกันที เสียหายมากกว่า กฏหมายตอนนั้นถึงออกแบบมาแบบนั้น

ทีนี้พอใช้ไป 20 - 30 ปี ธรรมชาติก็คัดสรรเองล่ะครับว่ารถคันไหนยืนหนึ่งที่ถึก ทน ถูก สุดในบรรดาแทกซี่ทั้งหมด