ผู้เขียน หัวข้อ: คำถามจากการฟังเพลงผ่านมือถือต่อกับเครื่องเสียงในรถครับ  (อ่าน 3262 ครั้ง)

ออฟไลน์ YZA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 659
(ยาวหน่อยนะครับ).....เกริ่นก่อนว่าปกติผมจะฟังเพลงในรถผ่าน CD เท่านั้น  ไม่ได้ใช้ USB ( Font รองรับเฉพาะ mp3 เมื่อต่อผ่านช่อง USB)  และรถคันปัจจุบัน หากเปลี่ยน Font  แล้ว มันไม่เข้ากับตัวรถอย่างแรง  ผมเลยทำใจฟังเท่าที่ติดรถมาแค่นั้น  ในอนาคตอาจเปลี่ยนชุดเล็กๆ ลำโพง หรืออะไรก็ว่ากันไป

                จุดเปลี่ยนคือ ผมเพิ่งเปลี่ยนมือถือซึ่งมันไม่มีช่อง 3.5 แล้ว มีแต่ USB-C ....dongle ที่แถมมา พอต่อกับหูฟัง เสียงมันไม่ไหวจริงๆนะ  หลังศึกษาเพิ่มเติมจึงไปซื้อ USB-C to Mini 3.5  แบบมี Dac ในตัวมา 2 อัน (700 กับ 1,400 บาท)  รู้สึกเสียงดีขึ้นเป็นที่น่าพอใจครับ

                มันเลยต่อยอดมาถึงเครื่องเสียงในรถล่ะ ว่าจะฟังผ่านมือถือได้บ้างหรือเปล่า  ซึ่งทางเลือกในรถคันนี้มี 2 แบบ คือ Bluetooth และ Aux...... BT ตัดไปก่อน เพราะผมคิดเอาเองว่าด้วยงบประมาณที่มี เสียงจาก BT รุ่นธรรมดาน่าจะ drop ไปพอสมควร   เลยเหลือแต่ Aux ที่เค้าว่าเสียงมันจะ Drop เหมือนกัน แต่คงไม่เท่า BT มั้ง.........ว่าแล้วก็ไปซื้อสาย mini3.5 to mini 3.5 มาเส้นนึง 500 บาท  ยาว 15 ซม.พอ  เพราะอ่านเจอใน web นี้แหล่ะว่า ยิ่งยาวสัญญาณยิ่งหาย

ปล. ที่ผมลงราคาของแต่ละตัว  เพื่อต้องการสื่อว่าไม่ได้ใช้ของที่แถมมา และไม่ได้ใช้สายที่ดีเกินไป  แต่ใช้แค่รุ่นเริ่มต้นเท่านั้น

 

                พอของครบ ก็ได้เวลามาลองกันซะที  ชุดมีดังนี้ครับ

“ไฟล์เพลง .wav (rip จาก CD) > มือถือ Andriod (เร่ง volume 85%) > USB-C (dac) to 3.5> สาย mini to mini (ยาว 15 ซม.)> ช่อง Aux> Font (volume < 50%) >…”

                ผลลัพธ์ที่ได้คือ ผมร้องโอ้โหอยู่คนเดียวในรถ   ??? เพราะดีขึ้นกว่าที่คิดมาก ลำโพงก็ยังเป็นลำโพงติดรถอยู่เลย

 

ตัดมาที่คำถาม  มี 2 ข้อครับ

     1.ชุดข้างบนมีอะไรที่ผมทำผิด หรือไม่สมควรทำหรือเปล่าครับ เช่น เร่งเสียงจากมือถือมากเกินไป

     2.ในอนาคต หากเพิ่ม Amp ในรถ (ไม่ใช่แบบ Portable สำหรับหูฟัง)  แล้วผมเปลี่ยนชุดเป็นแบบข้างล่างนี้  คำถามเหมือนเดิมคือ มีอะไรที่ผมไม่ควรทำในระบบนี้หรือเปล่าครับ เช่นมือถือเจ๊งแน่ถ้าต่อแบบนี้ ฯลฯ

“ไฟล์เพลง .wav (rip จาก CD) > มือถือ Andriod (เร่ง volume 85%) > USB-C (dac) to 3.5> สาย mini to RCA (ยาว 1 เมตร.)> Amp ใหม่> ลำโพงใหม่”
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2019, 09:30:47 โดย YZA »

ออฟไลน์ zapdos191

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 621
เอาจริงๆถ้าซีเรียสเรื่องคุณภาพเสียงจริงๆและหูทองอยู่ระดับนึง ผมว่าอย่าให้มัน loss ระหว่างทางเยอะอ่ะครับ ไฟล์เสียงคุณภาพดีๆ ถ้ายิ่งหาไฟล์ flac ได้ก็จะดีมากๆ ส่วนเปิดผ่านมือถือผ่าน DAC แล้วจบที่ 3.5mm ส่วนตัวผมว่ามันจะ loss ที่ 3.5mm นี่แหละครับ พอไปที่ front ก็ไม่รู้คุณภาพ front อีกอยู่ดี

ส่วนตัวผม ผมว่าต้องเลือกแล้วครับ 555+ ถ้าผมจะเอาคุณภาพเสียงจริงๆ ยอมเปลี่ยน front ครับ
-------- Vios 2003 --------
-------- Subaru WRX STi 2015 --------
-------- Honda Jazz GK5 --------
-------- BMW G20 330i --------
-------- Subaru Impreza WRX STi 2008 (GRF) --------
-------- Subaru Forester XT (SJG) MC --------

ออฟไลน์ YZA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 659
เอาจริงๆถ้าซีเรียสเรื่องคุณภาพเสียงจริงๆและหูทองอยู่ระดับนึง ผมว่าอย่าให้มัน loss ระหว่างทางเยอะอ่ะครับ ไฟล์เสียงคุณภาพดีๆ ถ้ายิ่งหาไฟล์ flac ได้ก็จะดีมากๆ ส่วนเปิดผ่านมือถือผ่าน DAC แล้วจบที่ 3.5mm ส่วนตัวผมว่ามันจะ loss ที่ 3.5mm นี่แหละครับ พอไปที่ front ก็ไม่รู้คุณภาพ front อีกอยู่ดี

ส่วนตัวผม ผมว่าต้องเลือกแล้วครับ 555+ ถ้าผมจะเอาคุณภาพเสียงจริงๆ ยอมเปลี่ยน front ครับ

ด้วยงบประมาณและความวุ่นวายในการแปลงไฟล์  ผมไม่ซีเรียสเรื่องคุณภาพแล้วครับ 555 ยิ่งฟังในรถที่มีตัวแปรเยอะด้วย
 ... ผมคงเขียนยาวไปหน่อย เลยเหมือนจริงจังกับการฟังเพลง จริงๆผมไม่ได้หูทองนะครับ แค่ฟังว่าเราชอบ ไม่ชอบเท่านั้นครับ

ออฟไลน์ nl2br

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,766
    • ร้านค้าออนไลน์
bt แบบ add-on อย่าไปหาใช้เลย เสียงห่วยโคตรๆ
สำหรับผม มือถือ vivo v7plus + aux แค่นี้ก็พอฟังแล้ว(เน้นมือถือที่ชิปเสียงดีๆ)
รถผมมาสด้า 2 ดีเซล ยอมรับว่าลำโพงติดรถเสียงดีทีเดียว
บล็อกข่าวไอทีกากๆ >> https://thaimobiletricks.blogspot.com/ << ข่าวมือถือ มือถือรุ่นใหม่

ออฟไลน์ Newhang

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,213
เอาเงินไปลงที่ลำโพงจะดีที่สุด แต่ถ้ายังไม่พอใจใจค่อยมาเล่นที่ front แหล่งสัญญาณครับ นอกจากจะมั่นใจว่าลำโพงมันดีมากแล้ว

คือผมว่าแหล่งสัญญาณมันฟังยากนะ คือถ้ามาเล่นจุดนี้แล้วบอกว่าไม่ซีเรียสผมไม่เชื่อเลย
เพราะผมเจ็บมาเยอะ โดนมาแยะ

ออฟไลน์ +@ Bhumibhat @+

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,593
  • รถที่ดีคือรถที่ใช้แล้วมีความสุข
ถ้าเป็นผมไม่เปลี่ยนฟอร์น
หรือหาตำแหน่งติดฟอร์นเพิ่ม เดินระบบใหม่เนียบ ๆ เลยครับ  8)

ออฟไลน์ Devil13

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,569
 1.ชุดข้างบนมีอะไรที่ผมทำผิด หรือไม่สมควรทำหรือเปล่าครับ เช่น เร่งเสียงจากมือถือมากเกินไป
***เร่งมือถือให้สุด แล้วเบาที่ฟร้อนเอา อย่าคิดมาก


     2.ในอนาคต หากเพิ่ม Amp ในรถ (ไม่ใช่แบบ Portable สำหรับหูฟัง)  แล้วผมเปลี่ยนชุดเป็นแบบข้างล่างนี้  คำถามเหมือนเดิมคือ มีอะไรที่ผมไม่ควรทำในระบบนี้หรือเปล่าครับ เช่นมือถือเจ๊งแน่ถ้าต่อแบบนี้ ฯลฯ
***เพิ่มแอปม์เครื่องเสียงรถให้เป็นทางสุดท้ายเถอะ เปลี่ยนลำโพง ฟร้อน ก่อนดีกว่านะ ถ้าจะไปจุดนั้น

สุดท้าย
ราคา = คุณภาพ ถ้าหูคุณฟังออกและแยกได้ขนาดนั้น งบต้องทะลุ 2-3 หมื่นแน่ๆถึงจะจบ

รถคันแรกผมทำไป 3.5 หมื่น เสียงงั้นๆ
เครื่องเสียงบ้านเล่นไปน่าจะ7-8 หมื่นแล้ว พอใจในระดับหนึ่ง ไม่ขนขวายแล้ว จะซื้อก็ต่อเมื่อชิ้นใดชิ้นหนึ่งมันพัง
รถคันที่ 2 ทำเองขำๆ พอฟังเสียงป๋องๆแป๋งๆ โดนไป 5 พันแล้ว (คุ้มเงินที่สุด)
หูฟัง + Dap เล่นมาตั้งแต่ทำงานหาเงินเอง เกือบ 12 ปี หมดไปน่าจะ8-9หมื่น เลิกเล่นแล้ว ขายทิ้งหมด ระหว่างทางก็ขายอันเก่า ซื้ออันใหม่วนอยู่อย่างนั้น
ส่วนลำโพงบลูทูธก็มีซื้อมา ไม่ถูกใจก็ขาย น่าจะหมดไปแล้ว3-4 หมื่น
อันนี้หูไม่ดีเหรอก แต่ชอบ อยากลองไปเรื่อยๆ ตอนนี้เลิกหมดแล้ว เสียดายตัง

ออฟไลน์ bennieT8

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 189
    • อีเมล์
ถ้าคุณพอใจในคุณภาพเสียงตอนนี้และไม่ต้องการเพิ่มงบหรือทำอะไรให้วุ่นวายกว่านี้  ก็น่าจะฟังแบบนี้ไปก่อน  อนาคตมาถึงแล้วค่อยว่ากัน  ถ้าเป็นผมซึ่งหูหาเรื่องอยู่บ้างแล้ว  ก่อนจะไปที่แอมป์  ผมจะเปลี่ยนฟร้อนท์และลำโพงก่อนอยู่แล้วครับ  พร้อมใช้ source แบบ lossless ดูก่อนครับ

ออฟไลน์ YZA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 659
bt แบบ add-on อย่าไปหาใช้เลย เสียงห่วยโคตรๆ
สำหรับผม มือถือ vivo v7plus + aux แค่นี้ก็พอฟังแล้ว(เน้นมือถือที่ชิปเสียงดีๆ)
รถผมมาสด้า 2 ดีเซล ยอมรับว่าลำโพงติดรถเสียงดีทีเดียว

bt ผมคิดว่าอีก 3 ปีค่อยมาดูใหม่...
เท่าที่อ่านมา คือดีสุดตอนนี้ คุณภาพประมาณ cd  แต่ราคาก็โดดไปแถว 15,000 เลยครับ

ออฟไลน์ YZA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 659
เอาเงินไปลงที่ลำโพงจะดีที่สุด แต่ถ้ายังไม่พอใจใจค่อยมาเล่นที่ front แหล่งสัญญาณครับ นอกจากจะมั่นใจว่าลำโพงมันดีมากแล้ว

คือผมว่าแหล่งสัญญาณมันฟังยากนะ คือถ้ามาเล่นจุดนี้แล้วบอกว่าไม่ซีเรียสผมไม่เชื่อเลย
เพราะผมเจ็บมาเยอะ โดนมาแยะ

เห็นด้วยเรื่องเปลี่ยนลำโพงครับ...แต่ลำโพงติดรถเป็นขนาด 6*9 แยกชิ้น ผมฟังแล้วกลับชอบ ตัวเลือกที่จะเปลี่ยนแทบจะไม่มี  เลยพักไว้ก่อน

ปล.เรื่องแหล่งสัญญาณ ผมฟังไม่ออกเลยครับ

ออฟไลน์ YZA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 659
ถ้าเป็นผมไม่เปลี่ยนฟอร์น
หรือหาตำแหน่งติดฟอร์นเพิ่ม เดินระบบใหม่เนียบ ๆ เลยครับ  8)

เคยคิดเรื่องติดฟอร์นอีกตัว แต่ไม่มีประสบการณ์เลยครับ...ดูๆไว้ที่จะติดได้ มันจะอยู่ในเก๊ะอีกที เลยไม่สะดวกเท่าไหร่

ออฟไลน์ Krongbun

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,410
    • อีเมล์
ผมเล่าให้ฟังละกันครับ ไม่ใช่เครื่องเสียงรถยนต์  ;D
ผมไปซื้อลำโพง Creative ที่ร้าน กล้วย
ตอนลอง เค้าเอา SONY walkman มาลองให้ฟัง โอโหเสียงอย่างใส เบสอย่างแน่น
ตอนซื้อจริงเอามาลองที่หน้าเคาร์เตอร์อีกที เด็กในร้านเอามือถือตัวเอง ซัมซุงมาเสียบ

ผลที่ออกมาคือ เหมือนลำโพงคนละตัวกันเลยครับ - -

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็แค่อยากจะบอกว่า ลองหาไฟล์เพลงหรือเครื่องเล่นเพลงดีดีมาเสียบเทียบกันดูก่อนครับ
ถ้าไม่ต่างกัน ก็คงต้องอัพฟร้อนใหม่ก่อนหรือลำโพงดู เพราะชุดเครื่องเสียงชุดนี้ไปต่อไม่ไหวแล้ว
ถ้าพอแล้ว ผมแนะนำลงตู้ sub ก็มันส์แล้วครับ  ::)


ออฟไลน์ YZA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 659
1.ชุดข้างบนมีอะไรที่ผมทำผิด หรือไม่สมควรทำหรือเปล่าครับ เช่น เร่งเสียงจากมือถือมากเกินไป
***เร่งมือถือให้สุด แล้วเบาที่ฟร้อนเอา อย่าคิดมาก


     2.ในอนาคต หากเพิ่ม Amp ในรถ (ไม่ใช่แบบ Portable สำหรับหูฟัง)  แล้วผมเปลี่ยนชุดเป็นแบบข้างล่างนี้  คำถามเหมือนเดิมคือ มีอะไรที่ผมไม่ควรทำในระบบนี้หรือเปล่าครับ เช่นมือถือเจ๊งแน่ถ้าต่อแบบนี้ ฯลฯ
***เพิ่มแอปม์เครื่องเสียงรถให้เป็นทางสุดท้ายเถอะ เปลี่ยนลำโพง ฟร้อน ก่อนดีกว่านะ ถ้าจะไปจุดนั้น

สุดท้าย
ราคา = คุณภาพ ถ้าหูคุณฟังออกและแยกได้ขนาดนั้น งบต้องทะลุ 2-3 หมื่นแน่ๆถึงจะจบ

รถคันแรกผมทำไป 3.5 หมื่น เสียงงั้นๆ
เครื่องเสียงบ้านเล่นไปน่าจะ7-8 หมื่นแล้ว พอใจในระดับหนึ่ง ไม่ขนขวายแล้ว จะซื้อก็ต่อเมื่อชิ้นใดชิ้นหนึ่งมันพัง
รถคันที่ 2 ทำเองขำๆ พอฟังเสียงป๋องๆแป๋งๆ โดนไป 5 พันแล้ว (คุ้มเงินที่สุด)
หูฟัง + Dap เล่นมาตั้งแต่ทำงานหาเงินเอง เกือบ 12 ปี หมดไปน่าจะ8-9หมื่น เลิกเล่นแล้ว ขายทิ้งหมด ระหว่างทางก็ขายอันเก่า ซื้ออันใหม่วนอยู่อย่างนั้น
ส่วนลำโพงบลูทูธก็มีซื้อมา ไม่ถูกใจก็ขาย น่าจะหมดไปแล้ว3-4 หมื่น
อันนี้หูไม่ดีเหรอก แต่ชอบ อยากลองไปเรื่อยๆ ตอนนี้เลิกหมดแล้ว เสียดายตัง

ขอบคุณครับ

สำหรับถ้าในอนาคตจะติด amp เพิ่ม  ผมกะเข้าไปทำที่ร้านเดิม เพราะรู้สึกว่างาน ok เลย

ส่วนเจ็บเรื่องเคริ่องเสียง โชคดีที่ผมหยุดได้ทั้งหูฟัง เครื่องเสียงบ้าน เลยเจ็บน้อยหน่อย 5555

ออฟไลน์ YZA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 659
ถ้าคุณพอใจในคุณภาพเสียงตอนนี้และไม่ต้องการเพิ่มงบหรือทำอะไรให้วุ่นวายกว่านี้  ก็น่าจะฟังแบบนี้ไปก่อน  อนาคตมาถึงแล้วค่อยว่ากัน  ถ้าเป็นผมซึ่งหูหาเรื่องอยู่บ้างแล้ว  ก่อนจะไปที่แอมป์  ผมจะเปลี่ยนฟร้อนท์และลำโพงก่อนอยู่แล้วครับ  พร้อมใช้ source แบบ lossless ดูก่อนครับ

เสียงตอนนี้ ผมพอใจมากครับ แค่ตะหงิดๆตรงลำโพงติดรถ มันน่าจะไปได้อีก
...ส่วนฟร้อนท์ของรถ ผมคิดว่าการต่อแบบที่ 2 ข้างบน (ในอนาคต)  มัน by pass ฟร้อนท์รถไปแล้ว  เหมือนกับ มือถือ+Dac ทำหน้าที่เทียบเท่า player แล้วไปออกต่อที่ amp เลยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 29, 2019, 13:32:57 โดย YZA »

ออฟไลน์ XMSL

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 362
การเชื่อมต่อแบบดิจิทัล อย่าง BT/wifi จะมีการปรับแก้กรณีเกิด loss ของข้อมูล...ต่างจากการส่งแบบ analog ที่มี loss เกิดขึ้นตลอดทาง คุณภาพเสียงของเครื่องเสียงสมัยใหม่ถ้าไฟล์เสียงมีคุณภาพ การโปรเซสดี และภาคขยายดี โอกาสจะได้ฟังดนตรีไพเราะก็ไม่ยากแบบยุค analog แล้วครับ

ออฟไลน์ SNK vs Playmore

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,422
  • TIMECOP 1983
อย่าลืมตั้ง Equalizer ในมือถือด้วยนะครับ

ฟอนท์เดิมติดรถผม เสียงดีใช้ได้ แต่ดันไม่มี Bluetooth

พอเปลี่ยนไปติดจอให้มี carplay android auto

เสียงแย่ลงกว่าเดิม พยายามปรับ EQ ก็ยังดีไม่สุด

เริ่มสิ้นหวัง พอเอามือถือมาจิ้มดู setting ปรับโน่นนี่ เอออ เสียงดีขึ้นชัดเจนเลยครับ

ออฟไลน์ YZA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 659
การเชื่อมต่อแบบดิจิทัล อย่าง BT/wifi จะมีการปรับแก้กรณีเกิด loss ของข้อมูล...ต่างจากการส่งแบบ analog ที่มี loss เกิดขึ้นตลอดทาง คุณภาพเสียงของเครื่องเสียงสมัยใหม่ถ้าไฟล์เสียงมีคุณภาพ การโปรเซสดี และภาคขยายดี โอกาสจะได้ฟังดนตรีไพเราะก็ไม่ยากแบบยุค analog แล้วครับ

ขอบคุณครับ
เรื่อง bt กับ wifi เป็นเรื่องใหม่มากๆสำหรับผมเลยครับ

ออฟไลน์ YZA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 659
อย่าลืมตั้ง Equalizer ในมือถือด้วยนะครับ

ฟอนท์เดิมติดรถผม เสียงดีใช้ได้ แต่ดันไม่มี Bluetooth

พอเปลี่ยนไปติดจอให้มี carplay android auto

เสียงแย่ลงกว่าเดิม พยายามปรับ EQ ก็ยังดีไม่สุด

เริ่มสิ้นหวัง พอเอามือถือมาจิ้มดู setting ปรับโน่นนี่ เอออ เสียงดีขึ้นชัดเจนเลยครับ

EQ ...ผมปรับเป็นแบบพิ้นๆแค่เบส กลาง แหลม เองครับ 555

ออฟไลน์ YZA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 659
ผมเล่าให้ฟังละกันครับ ไม่ใช่เครื่องเสียงรถยนต์  ;D
ผมไปซื้อลำโพง Creative ที่ร้าน กล้วย
ตอนลอง เค้าเอา SONY walkman มาลองให้ฟัง โอโหเสียงอย่างใส เบสอย่างแน่น
ตอนซื้อจริงเอามาลองที่หน้าเคาร์เตอร์อีกที เด็กในร้านเอามือถือตัวเอง ซัมซุงมาเสียบ

ผลที่ออกมาคือ เหมือนลำโพงคนละตัวกันเลยครับ - -

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็แค่อยากจะบอกว่า ลองหาไฟล์เพลงหรือเครื่องเล่นเพลงดีดีมาเสียบเทียบกันดูก่อนครับ
ถ้าไม่ต่างกัน ก็คงต้องอัพฟร้อนใหม่ก่อนหรือลำโพงดู เพราะชุดเครื่องเสียงชุดนี้ไปต่อไม่ไหวแล้ว
ถ้าพอแล้ว ผมแนะนำลงตู้ sub ก็มันส์แล้วครับ  ::)

ไฟล์เพลงผมคงจบแค่ wave ครับ ...อย่างตอนนี้ยัง rip ไม่ถึงครึ่งเลย.
ส่วนเครื่องเล่นเพลง รอบตัวผมไม่ค่อยมีใครสนใจเรื่องพวกนี้ เลยยังไม่รู้จะยืมจากใครดี

ออฟไลน์ Tien.W

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,014
    • อีเมล์
ถ้าไม่อยากเปลี่ยน front ก็หา DSP ก็ได้นะครับ เดี๋ยวนี้ไม่แพง หลักพันก็มี บางยี่ห้อมีแอมป์ในตัวอีก แต่ก็นะ พอมี DSP ก็ต้องมีแอมป์ มีแอมป์ ก็ต้องเปลี่ยนลำโพง บานไปยาวๆแหละ

ออฟไลน์ YZA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 659
ถ้าไม่อยากเปลี่ยน front ก็หา DSP ก็ได้นะครับ เดี๋ยวนี้ไม่แพง หลักพันก็มี บางยี่ห้อมีแอมป์ในตัวอีก แต่ก็นะ พอมี DSP ก็ต้องมีแอมป์ มีแอมป์ ก็ต้องเปลี่ยนลำโพง บานไปยาวๆแหละ

DSP ถ้าผมปรับเอง ได้ออกทะเลแน่นอน 5555
ถ้าติดจริง คงต้องพึ่งทางร้านจูนให้้หมือนเดิมครับ

ออฟไลน์ YZA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 659
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นนะครับ
....จากที่อ่านดู ทั้ง 2 วิธี ไม่น่ามีผลถึงกับทำให้อุปกรณ์ตัวใดตัวนึงเสียไป ผมค่อยสบายใจหน่อย

ออฟไลน์ AgentMolder

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 649
จากคนเล่นเครื่องเสียงบ้าน และเครื่องเสียงรถเล็กน้อยครับ

การต่อจากมือถือ > สายอะไรเต็มไปหมด > Front (integrade amp) มันเหมือนเล่น Pre ซ้อน Pre ครับ จริงๆไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ คุณภาพเสียงมาตั้งแต่โทรศัพท์แล้ว เดาว่า Note 10 แน่นอน  ซึ่งสายแปลง C > USB มันห่วยครับ ต้องใช้สายแปลงมี DAC ซึ่งเอาตรงๆ มันก็ห่วยอีกนั่นแหล่ะ

ผมแนะนำถ้าจะเอาเสียงที่ดีในรถ ต้องเปลี่ยน Front/ใส่ power/เปลี่ยนลำโพง/จูน DSP โดยใช้คอมพ์และช่างที่ชำนาญ จะดีที่สุดครับ เอาเจ๋งๆเลยหลักแสนครับ ซึ่งต้องลงทุนเยอะ และถ้าไม่ใจรักจริงๆ ก็คงไม่คุ้มครับ

ดังนั้นช้อยส์ที่ดีคือเล่นจาก USB ติอ Front ครับ ดีสุดแล้ว คือให้ Front เป็น Integrade ตัวเดียว ไม่ผ่านหลายตัวแปร ผมเองก็ลองเล่นหลายแบบ สุดท้าย เสียบ USB ที่ Front เสียงดีสุด Front รถผมเล่น ไฟล์ Flac ได้ สลบายเลยครับ เสียใสกิ๊งดีเลย

แต่ถ้าชอบฟังเพลงจากมือถือล่ะก็ ทำใจอย่างเดียวครับ ได้แต่เสียงดัง แต่ทำให้เสียงดียากครับ ถ้าฟังพอแก้ขัดก็ได้ครับ ฟังชิวๆไม่คิดมาก แต่ถ้าจะฟังเอาซีเรียสแนะนำ โหลดเพลงใส่ USB แล้วเสียบฟัง ดีสุดแล้ว

ปล.เวลาปรับ volume แนะนำให้ปรับที่มือถือให้คงที่ เอาค่า2/3 ก็พอ แล้วไปปรับ Gain ที่ Front ดีสุดครับ