ผู้เขียน หัวข้อ: : : mini Full Review : : BMW 330i M Sport (G20) สาวผู้มาดมั่นอัธยาศัยเป็นเลิศ  (อ่าน 3530 ครั้ง)

ออฟไลน์ zapdos191

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 592
“...ตัวเอง... ข้างหลังมันนั่งไม่ได้แล้วล่ะ เด้งมากเลย ลูกตื่นแล้วเนี่ย”

         เสียงภรรยาผมลอยมาจากด้านหลังรถขณะที่ลูกชายผมที่นั่ง Car seat เพิ่งผวาตื่นและร้องไห้จ้าหลังรถคันเดิมมันกระโดดชุดซีรีส์บัมพ์อย่างแรง ณ แห่งหนหนึ่งบนถนนมิตรภาพ
นั่นล่ะครับจุดเริ่มต้นของรีวิวนี้ รถคันเดิมของผม Subaru WRX STi โฉมหน้าเสือที่ผมใช้เดินทางเป็นประจำ วันนี้มันตอบโจทย์ระดับครอบครัวของผมไม่ได้แล้ว เนื่องจากบริบทที่เปลี่ยนไป... ใช่ครับ ผมทำใจไม่ได้หรอก ทุกวันนี้ก็ยังทำใจไม่ได้หลังจากปล่อยมันไปแล้ว แต่ชีวิตก็ต้องเดินต่อไป ที่เหลือเก็บไว้เป็นความทรงจำ มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมต้องหารถคันใหม่ที่ตอบโจทย์ครอบครัวผมได้ คราวนี้โจทย์ผมยังไงล่ะ
1.      สมรรถนะ ต้องไม่แย่ไปกว่าคันเดิมมากนัก โดยเฉพาะด้านพวงมาลัยและอัตราเร่ง
2.      ต้องนั่งสบายมากขึ้น ข้างหลังต้องนั่งได้ โดยใช้ความรู้สึก “เมีย” เป็นหลัก
3.      รถสันดาป 100% เท่านั้น
4.      โอกาส Surprise กินข้าวลิงน้อยหน่อย มีศูนย์อยู่ในตัวจังหวัดที่ผมอาศัยอยู่
        และนับจากวันที่ภรรยาผมบอกว่ารถคันเดิมมันนั่งไม่ได้ไปอีก 2 วัน เว็ป Headlightmag ก็ประกาศว่า BMW Thailand จะเอารถ BMW 330i รหัสตัวถัง G20 เข้ามาในประเทศ โดยเป็นรุ่น M Sport line นั่นเหมือนผมมองเห็นแสงสว่างอยู่ปลายอุโมงค์อยู่ลิบๆละ ที่ตัดสินใจเอาเพราะ 4 โจทย์หลักด้านบนนั้นผมคาดว่ามันน่าจะตอบได้ และหลังจากนั้นไม่นาน ผมก็ได้ใช้ชีวิตกับ BMW คันนี้จนถึง ณ วันที่ลงรีวิวร่วมๆ 2 เดือนกับระยะทางบนถนนอีกร่วม 5,000 กิโลเมตร
ถูกต้องครับ วันนี้คือรีวิว BMW 330i(G20) M sport คันนี้นี่เอง



และตามธรรมเนียม ก็มาดูประวัติสั้นๆของ BMW  Series 3 ตัวนี้กันดีกว่าครับ



        ในปี 1975 ยุคที่สาวๆนิยมใส่ mini skirt เป็นแฟชั่นกันทั้งเมือง BMW ได้เปิดตัว Series 3 ตัวแรกซึ่งเป็นตัวตายตัวแทนของ 02 Series ที่ได้รับความนิยมมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว โดยใช้รหัส E21 ที่ Munich’s Olympic Stadium โดยผลงานการออกแบบของ Paul Bracq โดย E21 เป็นรถ 2 ประตูที่เน้นสมรรถนะและความคล่องตัวของตัวรถ และมีการเปิดตัวโฉมเปิดประทุนที่เรียกว่า Baur Topcabriolet ในภายหลัง ในตัวถังนี้ได้มีการสร้างเอกลักษณ์ให้กับ BMW Series 3 ในรุ่นต่อ ๆมาหลายอย่างเช่น แผง Dashboard ที่มีมุมองศาเอียงเข้าหาผู้ขับ มีกระจังหน้าไตคู่ และเอกลักษณ์ที่สำคัญคือ มุมที่เสา C ที่เรียกว่า Hofmeister kink ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นแล้วรู้ว่า นี่คือรถ BMW นั่นเอง



        ต่อมาในปี 1982 ที่ประเทศ Morocco BMW ได้เปิดตัว Series 3 รุ่นที่สองรหัส E30 โดยในรุ่นนี้มีทั้งซีดาน 2  และ 4 ประตู, Convertible, Baur Topcabriolet, Touring  และ M3 (ซึ่งมีทั้ง Coupe และ Convertible เช่นกัน) ซึ่งในโฉมนี้ได้สร้างเอกลักษณ์ฝากให้รุ่นต่อ ๆไปนั่นคือ ไฟหน้าคู่ในทุกรุ่นย่อย (ใน E21 จะมีเพียงบางรุ่น) จริง  ๆเว็ป Headlightmag เรามีบทความของรุ่นนี้ที่ละเอียดยิบยับโดยพี่แพนนะครับ http://www.headlightmag.com/bmw-3-series-e3412/  สามารถเข้าไปอ่านกันได้ในลิงค์ได้เลยครับ



        ปี 1990 BMW ก็ได้เปิดตัว Series 3 รุ่นที่ 3 ในรหัส E36 หรือวัยรุ่นในยุค 90 จะรู้กันดีในบ้านเราว่าโฉม “นกแก้ว” โดยโฉมนี้ได้ขึ้นชื่อว่า ออกแบบมาทันสมัยสุดๆในยุคนั้นนะครับ โดย Design language รุ่นนี้จะเน้นไปทางทรง Coupe มากกว่าจากเสา A และ C ที่ลาดเอียงมากขึ้น โดยรุ่นนี้มีครบทุกโฉมเช่นเคยตั้งแต่ Sedan, Coupe, Convertible, Touring  และ M3 ครับ แต่มีความพิเศษเล็กน้อยที่หลังจากเปิดตัว 4 ปี ได้เปิดตัว Series 3 Compact hatchback ครับ



         จนกระทั่งปี 1997 Series 3 โฉมที่ 4 ในรหัส  E46 ก็ได้ปรากฏแก่สายตาชาวโลก เป็นยุคเดียวกับที่หนังเรื่องไททานิคทำรายได้ box office แบบถล่มทลาย E46 ก็เช่นกันครับ เป็น Series 3 ที่ขายดีที่สุดตลอดกาลเช่นกันด้วยยอด 3,266,885 คันทั่วโลกเลยทีเดียว โดยโฉม E46 ก็มากันครบทุกแบบตั้งแต่ Sedan ยัน M3 เหมือนเดิม



        ณ งาน Geneva motorshow เดือนมีนาคมปี 2005 Series 3 โฉมที่ 5 ในรหัส E90 ก็ได้เปิดตัวขึ้นที่งานนี้ ซึ่ง E90 นี้ได้เปลี่ยนลักษณะการออกแบบครับ โดยครึ่งคันหน้า เป็นการออกแบบแบบ Coupe แต่ครึ่งคันหลังออกแบบแบบ Sedan แล้วเอามายำรวมกัน บรุ้มมมมม กลายเป็นโกโก้ครั้นชชชช์….. ผิดๆๆๆ เอาเป็นว่าผมก็ยังงงๆว่ามันเอามารวมกันได้ไง แต่มันก็สวยนะ และนั่นแหละ ในปีต่อมา E90 ก็ได้รางวัล World Car of the Year ด้วย เอากะเค้าสิ



        และในปี 2011 BMW ก็ได้เปิดตัว Series 3 โฉมที่ 6 ในรหัส F30 ครับ ในรหัสนี้มีอะไรเกิดขึ้นครั้งแรกเยอะมากๆ ทั้ง Hybrid รุ่นแรก ซึ่งมีทั้ง ActiveHybrid 3 และ 330e iPerformance ตามลำดับเลยครับ การออกแบบก็เป็นครั้งแรกที่ไฟหน้าติดกับกระจังหน้ารูปไตครั้งแรก (ก่อนหน้านั้นมันจะแยกๆกันอยู่ตลอด) มีตัวถังใหม่คือ Gran Turismo ให้เลือกเป็นครั้งแรก และสุดท้ายเป็นการแยกสาย Coupe, Convertible และ Gran Coupe ไปตั้งสายใหม่ คือ Series 4 ครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก : https://bmw.com/en/automotive-life/bmw-3-series-generations.html



        ในที่สุดปี 2018 Series 3 ในยุคปัจจุบันนี้ก็ได้เปิดตัวในรหัส G20 โดยในประเทศไทยได้นำเข้ามาจำหน่ายชุดแรกเป็นรุ่น 320d และ 330i M Sport ซึ่งจากรุ่นที่แล้ว F30 330i สร้างความคับแค้นใจให้กับขาซิ่ง Bimmer ชาวไทยอยู่ไม่น้อย เพราะขายอยู่ไม่นานแล้วก็หายจากตลาดไปซะอย่างนั้น แล้วนำรถถ่านอย่าง 330e มาขายแทน พอมาตัวนี้ผมคิดอยู่ว่า น่าจะมีคนจับจ้องอยู่ไม่น้อยนะครับ เพราะส่วนตัวผมเองกดจองไม่ทันล๊อตแรก ที่นำเข้ามาแค่ไม่กี่สิบคัน และหมดตั้งแต่ก่อนงานเปิดตัวที่ BAB box ถนนวิทยุเสียอีก!!!!!!!!!!!
ขอบคุณภาพจาก : www.bimmer-th.com

        หลังจากที่ผมรอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอศิริรวมทั้งหมด 5 เดือน ผมก็ได้รับมันมาอยู่ด้วยครับ อย่างที่แจ้งไว้ว่าจนก่อนรีวิวผมใช้ชีวิตอยู่กับมันประมาณ 2 เดือนระยะทางร่วมๆ 5,000 กิโลเมตร เพื่อกลั่นประสบการณ์การใช้งานแบบจริงๆทั้งบนถนน และในสนามที่ผมได้มีโอกาสไปขับมาที่ปทุมธานีสปีดเวย์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และบัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้วที่จะเริ่มลงรายละเอียดที่ตัวรถได้เลยครับ (เพลงมหาฤกษ์ขึ้น... แท แด แด แด แถ่ แด แท แท่ด)


-------- Vios 2003 --------
-------- Subaru WRX STi 2015 --------
-------- Honda Jazz GK5 --------
-------- BMW G20 330i --------

ออฟไลน์ zapdos191

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 592
ลักษณะภายนอก



        ด้านหน้าแถวตรงจะพบว่าเอกลักษณ์ของ BMW ยังอยู่ครบเพียงแต่รายละเอียดก็ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ตั้งแต่กระจังหน้าทรง M ไฟหน้าคู่พร้อม Daytime running light ที่อยู่ใต้ไฟหน้าหลักทั้งสองข้าง ที่หลายๆคนเรียกว่า “ไฟขี้ตา” ซึ่งก็จริงครับ มันเป็นไปตามนั้นผมเห็นด้วยมันไม่สวยแบบ F30 ซะเลย ไฟหน้าเป็นไฟ LED พร้อม Cornering light เลี้ยวไฟให้ตามพวงมาลัย เปิด Auto ให้ สามารถตั้งค่าเปิดปิดได้ที่ Console ล่างฝั่งขวาเหนือเข่าคนขับ แต่มันไม่ใช่ Adaptive LED นะ ถ้าใครซื้อมาแล้วสงสัยว่าเห้ย… ทำไมไฟมันไม่แหวกเอง มันไม่ตบไฟสูงให้เอง แล้วโทรไปโวยกับ Product genius ที่ศูนย์แบบผม ไม่ต้องโทรไปนะครับ หน้าแหกอายไป 3 วัน



          จากการใช้งานจริง ไฟส่องสว่างมากกก หายห่วงได้เลย ไฟสูงส่องไกลมาก เวลาเลี้ยวไฟหน้าเลี้ยวตามนี้ก็รู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเวลาขับบนทางคดเคี้ยวที่เปลี่ยวๆ ไม่ต้องกลัวจะไปสอยมอเตอร์ไซค์กลางโค้งเลย ด้านล่างมีไฟตัดหมอก LED และกระจังหน้าทรงไตคู่ “แนวนอน” *ย้ำ*ว่าแนวนอน (ขอโทษทีครับ… หัวเสียกับ Concept 4 ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานเล็กน้อย ) และมีขนาดใหญ่กว่ารุ่น F30 ชัดเจน



         ภายในกระจังนั้นก็มีระบบเปิดปิดช่องระบายอากาศอัตโนมัติ และเราไม่สามารถควบคุมมันได้ว่าให้เปิดให้ปิดตอนไหน ข้อดีคือมันทำให้สัมประสิทธิ์แรงเสียดทานของรถมันลดลง และเป็นการทำให้อุณหภูมิช่วงทำงานของเครื่องเหมาะสมเสมอ ข้อเสียคือคุณต้องสวดมนต์ขออภินิหารหลวงปู่เค็มว่าอย่าให้มันเสียเลย ถ้ามันเสียแล้วปิดอย่างเดียวไม่ยอมเปิดนี่งานจะเข้า



         กุญแจที่ได้เป็นทรงมาตรฐานของ BMW ที่ไม่ใช่ Smart key มีปุ่มกดล๊อค ปลดล๊อค เปิดฝาท้ายและกระพริบไฟ เป็นกุญแจ Comfort access ครับ ผมชอบนะ คือคุณใส่กุญแจไว้ในกระเป๋าแล้วไม่ต้องล้วงเลยตลอดการขับรถ แค่คุณเดินมาใกล้ๆรถ รถจะเปิดไฟ Welcome light รอ ล้วงที่ด้ามจับประตูก็ปลดล๊อค ขึ้นรถกดสตาร์ทขับไป ถึงที่หมาย ลงรถปิดประตู แล้วเดินไปเลย พอกุญแจพ้นระยะ มันจะล๊อครถให้เอง ผมชอบตรงนี้ครับ แต่ทั้งนี้ที่นั้นที่พูดมานี้ สามารถตั้งค่าได้ว่าจะให้ทำอะไรไม่ทำอะไรในจอ iDrive ได้เลยครับ



          ต่อมาด้านข้าง จะพบว่า ระยะล้อหน้าจนถึงกันชนค่อนข้างสั้น เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ series 3 ก็คือระยะ Overhang ที่สั้นนี่แหละครับ แก้มด้านหน้ามีสัญลักษณ์ M อันเล็กๆแปะอยู่



         ฝากระจกมองข้างมีไฟเลี้ยว LED ติดไว้ทั้งสองข้าง ตัวกระจกมองข้างเฉพาะฝั่งคนขับมีระบบตัดแสงให้ ประตูทั้ง 4 บานถ้าคนขับรถญี่ปุ่นมาตลอดชีวิตแบบผมจะรู้สึกว่าหนักดีจัง ด้ามเปิดประตูทั้ง 4 มีเซนเซอร์ทั้งปลดล๊อคและล๊อคประตูทุกบาน จะปลดล๊อคก็แค่สอดมือเข้าไป และถ้าจะล๊อคก็กดปุ่มบนด้ามได้เลย ด้านล่างที่จับประตูมีไฟ LED ส่องสว่างพื้นมาให้



           และในตอนกลางคืนจะมีไฟ Carpet light มาให้ด้วยนะเออ ไว้ดูงูเงี้ยวเขี้ยวขอก่อนขึ้นรถ โดย Carpet light ส่องตรงมาจากด้านล่างรถเลย เปิดประตูยังไงไฟมันก็ยังคงอยู่ และเมื่อทำงานร่วมกับไฟ LED ที่ด้ามจับประตูก็สว่างดีครับ



         ตรงเสา C จะมีมุมตัวถังอันเลืองชื่อของ BMW นั่นคือ Hofmeister kink กระจกประตูหลังตรงมุมนี้จะไม่มีขอบอยู่ช่วงนึงครับ ดูแปลกตาดี แต่ต้องระวังตอนเปิดนะครับ เปิดออกแรงๆไอ้กระจกที่ไม่มีกรอบนี่ฟาดเข้าอะไรซักอย่างเข้าน้ำตาจะเช็ดหัวเข่าเอา



         ที่ฝาถังน้ำมันแปะป้าย E5 E10 E25 นั่นหมายความว่า รถคันนี้ “น่าจะ” เติม E20 บ้านเราได้ แต่จากการสอบถามทั้ง Product genius และ Call center แนะนำว่า เติม E10 ไม่ก็ 95 เพียวไปเหอะนะจะดีกว่า





          ด้านหลังฝากระโปรงจะพบว่าฝากระโปรงมันไม่ได้แบนราบไปเฉย ๆ ด้านท้าย ๆจะมีเชิดขึ้นนิดนึง มองด้านหลังโดยรวมผมรู้สึกตูดมันดูเพียวๆปนเซ็กซี่นิดๆ ไฟท้ายเป็น Full LED ทั้งหมดและตัวไฟท้ายมันมีรูปทรงขึ้นมาจากตัวถังดูสวยไปอีกแบบ ระบบเปิด-ปิดกระโปรงท้ายเป็นไฟฟ้า จะกดปุ่มที่ฝา เตะท้ายรถก็เปิดได้ ฝาท้ายเปิดเองอัตโนมัติ ตอนปิดก็กดสวิทช์บนฝากระโปรงด้านใน หรือเตะเอาก็ได้ครับ สะดวกสำหรับสาวๆสายชอปปิ้ง ล่างสุดจะพบท่อไอเสียที่ออกทั้งสองด้าน และเป็นท่อที่ออก “จริง” ไม่หลอกแบบบางค่ายแน่นอน





         ที่เก็บของมีปริมาตร 480 ลิตร (ในรูปมีถาดวางนะครับ จากโรงงานไม่มี ผมลืมเอาออก) เท่ารุ่นที่แล้ว ใส่ของได้เยอะพอสมควร แต่ก็รู้สึกมันไม่ค่อยโอ่โถงเท่าไหร่เวลายัดของเยอะๆแล้วดูเหมือนจะมีข้อจำกัดบ้าง ถ้าจะเอาใหญ่กว่านี้ต้องไป Series 5 แล้วล่ะครับ ด้านในมีไฟส่องสว่าง มีตะขอไว้ห้อยถุงพลาสติก คันนี้ไม่มียางอะไหล่เพราะยางที่ได้เป็น Runflat แล้ว เปิดพื้นโถงแล้วจะเจอ Battery วางอยู่ท้ายรถ





          มีซองปฐมพยาบาลเหน็บอยู่ด้านข้าง มีช่องเสียบไฟ 12V ด้วย ด้านบนมีสวิทช์พับเบาะซึ่งในรุ่นนี้ สามารถพับเบาะได้ 40:20:40 เลย สะดวกเวลาต้องขนของเยอะๆ หรือต้องเปิดเพื่อเอื้อมเอาของด้านหลังได้ด้วย

          โดยสรุปรูปลักษณ์ภายนอก มันก็ยังคงเป็น Series 3 ที่ยังคงสวยงามครับสำหรับความคิดผมนะ เส้นสายไม่รกมากและมีความคมชัด เอกลักษณ์ต่างๆก็ยังคงอยู่ครบ แม้บางคนจะบอกว่ามันผิดเพี้ยนไปจากเดิม แต่กลิ่นอายมันยังชัดเจนในตัวมันเองอยู่ ถ้าจะให้ยึดอะไรที่เป็นแบบเดิมๆมาตลอดผมว่ามันก็ไม่ไหว โลกมันหมุนเร็ว ก็ต้องก้าวไปตามโลกบ้างล่ะครับ รูปลักษณ์นี่เป็นส่วนนึงเลยครับ ที่ทำผมให้ผมตกลงปลงใจกับมัน ส่วนขนาดตัวก็ใหญ่ขึ้นในทุกๆมิติแต่เตี้ยลงเมื่อเทียบกับ F30 มันก็เลยเป็น Series 3 Sedan ที่ใหญ่ที่สุดไปแล้ว (ก็แหงแหละครับ เล่นขยายขนาดมาเรื่อยๆ 555+)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2019, 10:44:03 โดย zapdos191 »
-------- Vios 2003 --------
-------- Subaru WRX STi 2015 --------
-------- Honda Jazz GK5 --------
-------- BMW G20 330i --------

ออฟไลน์ CookiE

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 724
รอชมเลยครับ  ;D

ออฟไลน์ zapdos191

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 592
บรรยากาศภายใน





         ภายในของ G20 ตัวนี้ มีทั้งหมดสองสีครับมีสี Mocha และสีดำด้ายน้ำเงิน ซึ่งสีดำด้ายน้ำเงินจะอยู่ในตัวถังสีน้ำเงินเท่านั้น Trim ด้วยวัสดุอลูมิเนียมเป็นลายเกล็ดๆที่เรียกว่า “Tetragon” (ฟังแล้วอยากไปเที่ยว… นั่น Paragon!!!!!) เห็นลายเกล็ดๆแบบนี้แต่ลูบจริงๆมันก็ไม่ได้เป็นเกล็ดปลาแบบนั้น สัมผัสก็ถือว่าดีใช้ได้เลย วัสดุพวกนี้จะบุอยู่ตาม Console และขอบประตูด้านใน





         ภายใน Tetragon นี้จะมีไฟ Ambient light ที่ผมเรียกว่าไฟไดหมึก แต่เอาจริงๆมันสวยนะ เปลี่ยนสีได้ในหน้าจอ iDrive  เบาะหนังเป็นเบาะที่ BMW เรียกว่า “Vernasca”  เมื่อเข้าไปนั่งบนตัวรถ เบาะคู่หน้าที่ปรับไฟฟ้าทรง Sport โอบรัดตัวเราได้พอดีและปรับโอบได้ด้วย ถึงแม้จะเป็นคนตัวใหญ่ระดับไหน อย่างตัวผมเองก็ปาเข้าไป 105 กิโลกรัมก็ยังนั่งสบาย ตำแหน่งของเบาะก็ค่อนข้างเตี้ยตามลักษณะของ Series 3 ทั่วๆไปซึ่งก็จะเข้าออกยากกว่ารถทั่วไปอยู่นะ สามารถตั้งค่าจำตำแหน่งเบาะได้ 2 ค่าที่มุมประตูคนขับ สัมผัสเบาะจะออกแข็งนิดๆ แต่นั่งแล้วสบาย แผง Console ด้านหน้าสุดดูจะเป็นอะไรที่ทำให้บรรยากาศอันหรูหราของรถรุ่นนี้ดูเสียไปเยอะเลย เพราะมันเหมือนพลาสติกสีดำธรรมดาๆอันนึงแปะไว้ด้านบน ทั้งๆที่ส่วนอื่นๆของรถมันดูดีไปหมดเลย แต่พอสัมผัสแล้วพบว่ามันจะมีความนุ่ม คือกดแล้วยุบอยู่นิดหน่อย ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นวัสดุคล้ายๆโฟม แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ทำให้มันดูดีขึ้นเลยจริงๆ กระจกหน้าและกระจกข้างเป็นกระจกเก็บเสียงที่ BMW โฆษณาว่าสามารถทำให้ห้องโดยสารเงียบมากขึ้นกว่ารุ่นเดิมเยอะ



        เมื่อมองลงดูหน้าปัทม์จะพบว่า ไอ้หน้าปัทม์ที่เป็นกลมๆใหญ่ๆสองอัน เล็กอีกสองอัน มันหายไปแล้ว มีแต่จอ Digital อันนึงที่เปลี่ยนหน้าตาไปอย่างสิ้นเชิงมาแทนที่ มาตรวัดรอบในหน้าปัทม์ตัวนี้จะไม่พูดถึงนิดนึงคงไม่ได้ เพราะ BMW จัดมาตรวัดรอบให้กวาดทวนเข็มนาฬิกา นึกออกไหมครับเหมือนรถอะไร… ผมนึกออกยี่ห้อเดียวคือ Aston Martin จริงๆก็ชอบครับ มันแหวกแนวดี นอกจากนี้ด้านในมาตรวัดรอบสามารถเปลี่ยนข้อมูลแสดงได้ตั้งแต่ตำแหน่งเกียร์, Sport display แบบย่อ, อัตราสิ้นเปลือง, G-Meter, หน้าปกเพลง, ระยะทางที่วิ่งพร้อมสรุป โดยสามารถกดเปลี่ยนได้จากปุ่ม BC ที่ก้านไฟเลี้ยว มาตรวัดทั้งสองฝั่งนี้สามารถเปลี่ยนสีได้จาก Mode การขับขี่ Eco pro โทนจะเป็นสีน้ำเงิน ส่วน Comfort และ Sport จะเป็นสีแดง ตรงกลางเป็นแผนที่ Mini map พร้อมบอกชื่อถนนด้านล่าง ส่วนของมาตรวัดความเร็วมีเรื่องที่ติคือ มันไล่ความเร็วแปลกๆครับ 0-20-40-60-100-140-200-260 สังเกตุไหมครับ ว่ามันไล่ไปด้วยอัตราที่ไม่คงที่ มันดูแล้วมันงงอยู่นะครับต้องดูที่ตัวเลขที่แสดงภายในมาตรวัดแทน



         พวงมาลัยที่ให้มาเป็นทรง M อวบอ้วนเข้ามือดียิ่งนัก แต่พื้นผิวมันจะแอบลื่นนิดนึง พวงมาลัยเป็น Multifunction พร้อมกับแป้น Paddle shift สามารถปรับขึ้นลง-เข้าออกได้ แต่ด้วยมือของท่านเอง ไม่มีไฟฟ้าช่วย



        เมื่อมองมาข้างบนอีกนิดนึง ก็จะพบว่า มีตัวหนังสือขาวๆลอยอยู่บนกระจกตรงหน้าเรา นั่นคือ HUD ครับ เป็นจอแสดงบอกความเร็ว แต่ไม่เพียงแค่นั้นครับ มันทำได้หลายอย่างมากๆ มันเอามาตรวัดรอบแบบย่อส่วนขึ้นไป พร้อมบอก Shifting light ได้!!!! แต่ไม่ได้บอกตำแหน่งเกียร์นะครับ อันนี้เสียดาย เปลี่ยนเพลงก็กดที่พวงมาลัยแล้วดูใน HUD นี่ก็ได้ จะเปลี่ยนไปใช้ Media source อื่นๆก็ดูตรงนี้ ใครโทรมาก็ดูตรงนี้ พอใช้ระบบนำทางในรถ มันก็มีสัญลักษณ์ขึ้นบอกบนนี้ได้เลย ไปจนถึงการใช้ Cruise control และ Speed limiter ก็ดูความเร็วที่ล๊อคไว้ตรงนี้ได้ ความสว่างของ HUD ตัวนี้ก็ถือว่าเหมาะสมครับ ในช่วงกลางวันขับตามรถสีขาว ตัวเลขบนนี้ก็ยังสว่างกว่าและมองเห็นได้ชัดอยู่ดี กลางคืนก็ไม่ได้แสบตา เป็นอันว่า HUD นี่หักล้างความประหลาดของการเรียงเลขความเร็วบนหน้าปัทม์หลักได้ประมาณนึง เพราะตัวหน้าปัทม์หลักผมแทบไม่อยากจะมอง เพราะมันงง!!!!





         ด้านบนจะมีไฟส่องสว่าง แยกเปิดซ้ายขวาได้ และมีไฟ LED ที่ส่อง Ambient light ตามสีที่เราตั้งไว้ ส่องที่หัวเกียร์ และจะมีสวิทช์อยู่ตรงกลาง ต้องเปิดออกคล้ายๆปุ่มยิงนิวเคลียร์ เป็นปุ่ม SOS ไว้เรียกขอความช่วยเหลือเวลาเกิดเหตุครับ ถ้ากดมันก็จะมีเจ้าหน้าที่เค้าโทรหาเรา ว่าให้ช่วยอะไร แต่ผมยังไม่เคยใช้และไม่อยากใช้มันด้วยครับ ด้านหลังของแผงนี้ติดกระจกมี Rain sensor ใช้เปิดที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ส่วนที่บังแดดทั้งสองข้างพร้อมไฟแต่งหน้า ซึ่งจะเปิดเมื่อเราเลื่อนเปิดกระจกเท่านั้น



ฝั่งตรงข้ามคนขับด้านหน้ามีช่องเก็บของขนาดไม่ใหญ่มาก ใส่คู่มือรถได้ และเกือบจะได้แค่นั้นจริงๆใส่อะไรต่อจากนั้นที่ใหญ่ๆค่อนข้างยากละ



         สองฝั่งขั้นกลางด้วยที่วางแขนที่มีความสูงพอสมควร จริงๆผมชอบสูงๆนะ ไม่ใช่เพราะวางแขนสะดวกนะครับ มันดูเป็นส่วนตัว 555+ ด้านในที่พักแขนมีช่อง USB Type C 1 ช่องและไฟส่องสว่าง ใส่ของได้พอประมาณ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2019, 10:27:50 โดย zapdos191 »
-------- Vios 2003 --------
-------- Subaru WRX STi 2015 --------
-------- Honda Jazz GK5 --------
-------- BMW G20 330i --------

ออฟไลน์ zapdos191

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 592
       

        ถัดไปด้านหน้าก็จะพบกับชุดควบคุมเกียร์ โดยหัวเกียร์รุ่น G20 นี้ไม่ใช่แบบ Joystick แล้ว กลายเป็นทรงมาตรฐานรถ Eco-car ไปแล้ว ตรงนี้แอบผิดหวังนิดนึง อยากได้ Joystick หรือแบบใกล้เคียงก็ได้ แต่ลักษณะการใช้งานยังเป็นแบบเกียร์ไฟฟ้าเหมือนเดิม ด้านซ้ายของเกียร์เป็นชุดควบคุมระบบ iDrive ส่วนที่เหลือเป็นปุ่มเลือกระบบ Traction control ปุ่มเปิดระบบช่วยจอด เปิดปิดระบบ Auto start-stop และปุ่ม Start เครื่องยนต์ ถัดลงมาเป็น Mode การขับขี่ เปิด-ปิดระบบ Auto hold ด้านหลังเป็นสวิทช์เบรคมือไฟฟ้า



          ด้านหน้าของชุดควบคุมเกียร์มีช่องเก็บแก้วน้ำเปิด-ปิดได้ มีช่องเสียบ USB แบบปกติ และนี่เป็น USB หน้าตาปกติเพียงแห่งเดียวบนรถคันนี้ครับ นอกนั้นมันเป็น USB Type C หมดเลย และมีช่องไฟ 12V ตรงนี้ด้วย



          Console ด้านบนมีจอ iDrive ขนาด 12.3 นิ้วเป็น Touch screen ด้วยซึ่งตัว 330i ได้ Version 7 แล้ว การใช้งานกับระบบ Infotainment ของรถผมรู้สึกว่า มันเหมือน Smart phone เครื่องนึง ปรับเปลี่ยนนู่นนี่นั่นได้ตามใจเราได้ค่อนข้างอิสระมากๆ ในตัวระบบ iDrive เองก็ค่อนข้าง User friendly ดีครับ ศึกษาเองดูเองก็ง่ายครับ ทำงานได้ไว แต่รายละเอียดภายในระบบเยอะมาก ผมตั้งข้อสังเกตุว่า จอนี้เวลาเอามือไปใกล้ๆ มันแอบรู้ว่าเราเอามือมาใกล้ๆ ทั้งๆที่ยังไม่แตะจอด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าแอบมี Gesture control มาด้วยแล้วโดนปิด Coding เอาไว้ไหม นั่นค่อยหาคำตอบกันต่อ
ถัดลงมาเป็นช่องแอร์ตรงกลางมี 2 ช่องและชุดควบคุมแอร์ สุดท้ายมีแถบทางลัดและปุ่มปรับเสียงเครื่องเสียง


ขอบคุณภาพจาก : https://www.mediapost.com

         สิ่งที่เข้ามาใหม่ที่ดูจะเป็น Highlight ในรอบนี้คือ ระบบการสั่งงานด้วยเสียง ที่คล้ายๆ Siri ใน iPhone นั่นล่ะครับ สามารถเรียกได้ตลอดเวลาด้วยการบอกว่า “Hey BMW” สั่งได้หลายอย่างมากๆ เช่น I’m cold แล้วมันจะถามอุณหภูมิที่อยากได้ ก็บอกมันได้ แต่มันไม่ได้ฉลาดแบบ Siri จริงๆนะครับ คุยเล่นกับมันไม่ได้ แต่สั่งการต่างๆพอได้ นอกจากนั้นยังรองรับภาษาไทยด้วย แต่ภาษาไทยยิ่งเอ๋อครับ
Hightlight อีกอันคือ Reverse assistance คือ สมมติเราเข้าซอยตันแล้วต้องถอย เพียงกดระบบนี้ให้ทำงาน รถก็จะถอยและเลี้ยวให้คุณเองครับ แต่คุณต้องดูซ้ายขวาเอาเองนะ ชนไม่ชนอันนี้รถไม่รับรู้แล้ว ปล่อยเบรคกูถอยอย่างเดียว 555+ และแจ้งนิดนึงว่า คันนี้มีกล้องมองหลังนะครับ ตัวระบบ iDrive มี BMW Connected drive ที่ต่อกับมือถือได้ โทรเข้า Call center ได้เพราะบนรถมี Sim card ของมันเองเลย มี Apple car play มาให้ใช้ด้วย ส่วน Android auto อดครับ ระบบเครื่องเสียงมาพร้อมลำโพงรอบทิศทาง Harman-Kardon



          ทัศนวิสัยในคันนี้ถือว่าดีถ้าเทียบกับว่าตำแหน่งที่นั่งต่ำขนาดนั้น ด้านหน้าและข้างปลอดโปร่ง ขอบหน้าต่างข้างไม่ได้สูงเว่อร์  นั่งแล้วไม่อึดอัดแบบยี่ห้อคู่แข่งในปัจจุบัน เสา B ที่มีขนาดอ้วนๆก็มีบังทัศนวิสัยเวลาเลี้ยวหรือกลับรถอยู่นิดหน่อย ส่วนด้านหลังก็มองเห็นชัดเจนดีไม่มีปัญหาอะไรสำหรับผมนะครับ





          ด้านหลังด้วยความที่ระยะฐานล้อของ G20 ขยายใหญ่กว่าเดิมอีก 1.6 นิ้ว ทำให้ Legroom ข้างหลังมีพื้นที่มากขึ้น องศาเบาะทั้งรองตูดและรองหลัง ก็ถือว่าทำได้ดีกว่าที่คิด นั่งไกลๆก็ไม่ได้เมื่อยมาก ผมสูง 178 หนัก 105 กิโล ด้านหน้าเบาะคนขับผมตั้งให้ขับถนัด ลองลงมานั่งด้านหลังก็เป็นดังภาพครับ ด้านหน้าขาที่เหลือเยอะ เท้าสอดใต้ที่นั่งด้านหน้าได้เลย เฉพาะ Legroom ถือว่าดีกว่านั่งเครื่องบินชั้น Economy class ในทุกสายการบินแน่นอน



          ตรงกลางมีช่องแอร์ให้พร้อมปรับอุณหภูมิและแรงลมแยกจากด้านหน้าได้ มี USB Type C ให้ 2 ช่องและช่องจุดบุหรี่ 12V อีก 1 ช่อง การเข้าออกจากประตูหลังแม้ว่าตัวรถจะใหญ่ขึ้นแล้ว แต่ถ้าคนตัวใหญ่ๆแบบผม ก็มีความยากลำบากนิดนึง ถ้าคนตัวเล็กหน่อยก็สบายเลยครับ ทัศนวิสัยสำหรับที่นั่งหลังก็ถือว่าดี ขอบประตูไม่สูงมาก มองวิวข้างทางได้สบาย ไม่มีม่านบังแสงใดๆให้ครับ กรุณาไปซื้อที่โลตัสใกล้บ้านท่าน

           จากการใช้งานจริงในส่วนของภายใน อันดับแรกที่ประทับใจที่สุดเลย คือการเก็บเสียง ที่โฆษณาไว้เยอะมันไม่ได้โม้ครับ มันเงียบจริง ข้างนอกเสียงดังๆ อึกทึกครึกโครมเข้ารถปิดประตูปั๊บ เงียบ เงียบจนเหงาเลย วิ่งจริงด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงยังได้ยินแค่เสียงลมอยู่เบาๆ ผมจัดให้ว่าดีเยี่ยมไปเลย คุยกันก็สบายไม่ต้องตะเบ็งเสียง ถ้าเสียงจะดังคือเสียงยางครับ ที่ยิ่งใช้ไปซักระยะจะยิ่งดังเป็นปกติของยาง Runflat เขาล่ะ สิ่งต่อมาที่ชอบคือห้องโดยสารที่มีขนาดใหญ่ขึ้นซึ่งสามารถนั่ง 4-5 คนได้จริง คันนี้เคยบรรทุกผู้ใหญ่ 4 และ Car seat พร้อมเด็กอีก 1 คนอยู่ 2-3 ครั้งและวิ่งทางไกล ก็สามารถนั่งได้จริงโดยที่ข้างหน้าก็ไม่ต้องปรับระยะอะไรเพิ่มเลย และไม่ได้สร้างความเมื่อยล้าเท่าไหร่ อันนี้ภรรยา Prove ให้เองครับ ระบบ iDrive 7.0 ปรับแต่งการแสดงผลได้อิสระมาก คล้ายๆมือถือเครื่องนึงเลย แต่มันเอาใจคนใช้ระบบ Apple ค่อนข้างมากกกกกก ใครใช้ Android มาฉันไม่คุยด้วยนะ กูต่อ Bluetooth ให้แค่นั้นนะ นอกนั้นบายกูไม่คุยด้วย เครื่องเสียง Harman-Kardon เสียงถือว่าดีเลยแหละ เสียงเบสทุ้มนุ่มแต่ไม่หนัก เสียงกลางเด่นมากๆและเสียงแหลมไม่แสบหู โดยรวมๆผมคิดว่ามันเหมาะใช้ฟังเพลง Jazz ครับ เสียงกีต้าร์นี่อย่างใสเลย เมื่อรวมๆกับห้องโดยสารที่เงียบแล้วยิ่งทำให้คุณภาพเครื่องเสียงเฉิดฉายมากขึ้น กลางคืนมีไฟไดหมึกช่วยเสริมบรรยากาศด้วยนี่ถือว่าเข้าขั้นสุนทรีย์เลยครับ ส่วนระบบสั่งการด้วยเสียงผมว่ามันยังเอ๋ออยู่ บางครั้งไม่อยากให้มา ก็โผล่มาซะงั้น หรือสั่งการก็ไม่รู้เรื่อง ก็ให้เค้าพัฒนาไปก่อนนะ วัสดุภายในบางจุดก็ทำเสียอารมณ์แบบไม่น่าพลาดเลยจริงๆ ระบบ BMW Connected drive ในมือถือ ก็เหมือนจะใช้ได้แต่ที่พบปัญหาคือ ดับรถใหม่ๆ สั่งกดล๊อครถบนมือถือ ได้ครับ แต่ไว้ซักพักนึง เหมือนพอระบบไฟรถมันดับไป สั่งไปก็ไม่กระดิกแล้ว ไม่รู้ผมพลาดตรงไหนไหม ถ้ามีอัพเดทจะแจ้งให้ทราบอีกที โดยรวมก็ไม่ค่อยได้ใช้หรอกครับ มีไว้ส่งพิกัดจาก Google ขึ้นไประบบนำทางของรถ ใช้แค่นี้จริงๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2019, 10:28:20 โดย zapdos191 »
-------- Vios 2003 --------
-------- Subaru WRX STi 2015 --------
-------- Honda Jazz GK5 --------
-------- BMW G20 330i --------

ออฟไลน์ zapdos191

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 592
ข้อมูลทางวิศวกรรมและการขับขี่

ขอบคุณภาพจาก : bmwusa.com

         หัวใจของ BMW 330i คันนี้ คือเครื่องยนต์ 4 สูบรหัสเครื่อง B48B20 ขนาด 1,998 ซีซี ขนาดลูกสูบ 82 มิลลิเมตร ระยะชัก 94.6 มิลลิเมตร แคมชาฟท์คู่ (DOHC) พร้อมระบบ Valvetronic (คล้ายๆ VTEC ของ honda) และ Double VANOS (คล้ายๆ VVT-i ของ Toyota) อัตรากำลังอัด 11:1 ใช้ระบบฉีดเพลิงแบบฉีดตรงด้วยปั้มแรงดันสูง อัดอากาศด้วยเทอร์โบแบบ Twin-scroll ทั้งหมดนี้ปล่อยพลัง 258 แรงม้า ที่ 5,000 - 6,500 รอบต่อนาที แรงบิด 400 นิวตันเมตรที่รอบ 1,550 - 4,400 รอบต่อนาทีโดยมาเป็น flat torque ตามสไตล์รถยุโรปในปัจจุบัน ตามคู่มือเติมน้ำมันที่มีแอลกอฮอล์ได้สูงสุด 25% ส่วนใครจะเติมอะไรนั้นก็ไปวัดใจกันเอา เพราะอย่างที่บอกว่า BMW Thailand แนะนำเติม E10 หรือ 95 เพียวๆเท่านั้น!!!! ปล่อย CO2 148 กรัมต่อกิโลเมตร

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ Torque converter จากค่าย ZF โดยใช้รุ่น 8 HP มีทั้งหมด 8 Speed ตามชื่อรุ่น ม้าทั้ง 258 ตัวลงสู่ล้อหลังผ่านเพลากลาง มีระบบ Diff lock ไฟฟ้าที่เฟืองท้ายด้วย





         ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ Double-wishbone ด้านหลังเป็นแบบ Multi-link เป็นช่วงล่างจาก M Sport ที่มีความเตี้ยกว่ารุ่นปกติ 10 มิลลิเมตร มีเทคโนโลยีใหม่สำหรับโช้คอัพ เรียกว่า “Lifet-related damper” เกริ่นนิดนึงว่า ด้วยความที่ BMW พยายามที่จะให้ Series 3 ของตัวเองเป็นรถ Sport sedan โดยแท้แบบไม่ต้องไปพึ่งระบบ Adaptive suspension อะไรพวกนั้น เลยพยายามที่จะออกแบบโช้คอัพดังกล่าวขึ้น โดยการใส่ Hydraulic bump stop เข้าด้านในไส้โช้คเลย การทำงานจะเป็นแบบแปรผันตามการยุบ-ยืด โดยโช้คหน้าจะทำงานช่วงคืนตัว (Rebound) และโช้คหลังทำงานช่วงยุบตัว(Compression) ซึ่ง BMW หวังว่าการใส่เทคโนโลยีนี้เข้าไปจะทำให้รถขับได้ดีขึ้น ทรงตัวดีขึ้น ในขณะที่ซับแรงกระแทกได้ดีตามกันไปด้วย ช่วงล่างที่ว่าทั้งหมดเป็น “Passive” นะครับ คือคุณกด Mode Comfort, Sport, Sport+ มันก็แข็งเท่าเดิม ส่วนตัวถังใช้ Cluster Architecture (CLAR) platform มีความแข็งขึ้นมากกว่ารุ่นเดิม 50%  กระจายน้ำหนักทั้งคันแบบ 50/50 พวงมาลัยไฟฟ้าพาวเวอร์ที่มีระบบอัตราทดแปรผัน



         ได้ล้อลาย 790M Double-Spoke ล้อหน้าขนาด 18 x 7.5J +25 สวมยางขนาด 225/45R18 ด้านหลังขนาด 18 x 8.5J +40 สวมยางขนาด 255/40R18 ยางที่ได้เป็น Goodyear Asymetric 3 RFT แต่ผมตั้งข้อสังเกตุว่า ยางที่ได้แต่ละล๊อตยี่ห้อไม่เหมือนกันนะ เบรคเป็นดิสก์เบรคทั้งหน้าและหลัง ได้ Caliper เบรคจาก M Sport สีน้ำเงินสดใส น้ำหนักขึ้นชกทั้งคันอยู่ที่ 1,545 กิโลกรัม
 
         จากการใช้งานจริง 330i คันนี้ถือว่าให้พลังเหลือหลาย อัตราเร่งที่ผมเคยจับเอง 0-100 ประมาณ 7 วินาที และ 80-120 กิโลเมตรอยู่ที่ประมาณ 5 วินาที ถ้าเอาแบบ Official เลยตามลิงค์ http://www.headlightmag.com/preview-acce-fuel-bmw-330i-m-sport/ นี้ได้เลยครับ บนถนนจริงๆทำได้ดีกว่าที่คิด แรงบิดจากเครื่องที่มาตั้งแต่รอบต่ำๆเป็นประโยชน์เวลาที่แซงแบบไม่ต้องเค้นอะไรมากแม้รอบต่ำกว่า 2,000 ก็ยังพารถทะยานแซงได้แบบไม่เครียด หรือถ้าจะเอาแบบกระชั้นชิดก็กดคันเร่งลึกหน่อยก็จะพุ่งทะยานไปแบบเนียนๆ เสียงเครื่องยนต์เป็นเสียงสังเคราะห์ เปลี่ยนไปตาม Mode การขับขี่ครับ Comfort ก็จะเสียงเบาๆหน่อย พอเป็น Mode sport ก็ดังขึ้น จนบางคนคิดว่ามันมีวาล์วเปลี่ยนเสียงที่ท่อ ไม่ต้องไปก้มดูมันไม่มีนะครับ เสียงก็ไม่แย่เพราะยังเป็นเสียงเครื่องที่ฟังแล้วเป็น 4 สูบอยู่ ถ้าเอาเสียง 6 หรือ 8 สูบมาใส่อันนี้ค่อยด่าครับ เกียร์ ZF 8 Speed ที่ใส่มาก็เปลี่ยนเกียร์ได้ฉับไว มันค่อนข้างใกล้เคียงเกียร์ DCT แล้วล่ะ แต่ว่าตอนที่ Kick down ต้องเปลี่ยนข้ามเกียร์หลายๆเกียร์ มันจะมี Slip อยู่นิดหน่อย พอให้รู้ว่ากูเป็น Torque converter นะพี่นะ ใจเย็นนิดนึงนะ จะมีบางจังหวะไม่ทันใจอยู่บ้างครับ แบบกดคันเร่งไปแล้วนิ่งหรือเกียร์ต่ำไม่พอ ต้องตบ Paddle shift ช่วย บางครั้งก็ไม่ทันใจ ส่วนใหญ่เจอเวลาขับ Mode comfort เรื่องนี้เกียร์ไม่ผิดนะครับ อย่าเข้าใจผิด ผมเองต้องปรับตัวอยู่ครับ มาจากเกียร์ธรรมดาสับเองมันทันใจกว่า 5555+

          ช่วงล่างใช้จริงบนถนน ถามว่าไอ้ที่โฆษณาข้างบนนู้น เกาะหนึบนุ่มจริงไหม จริงส่วนนึงครับ เกาะหนึบอ่ะจริง แต่นุ่มผมว่า มันยังไม่นุ่มหรอกออกไปทางตึงๆหน่อยด้วยซ้ำ ถ้าเอาแค่เรื่องว่านุ่มไม่นุ่มเนี่ย มันตึงประมาณ Mazda 3 โฉม BM ครับ ถ้าคุณลงมาจาก STi แบบผมกับภรรยาจะรู้ว่า เออนี่แหละกำลังดี ถ้าคุณมากจากรถช่วงล่างเรือสำราญ มันจะถือว่าตึงเลยทีเดียวล่ะ การซับแรงกระแทกจากรอยเล็กๆเช่นรอยหิน กรวด หลุมเล็กๆอันนี้ทำได้ดี แต่ถ้าเป็นบัมพ์ เป็นเนินถนนใหญ่ๆจะค่อนข้างเจ็บนิดนึง จากข้อมูลที่มีคือทุกคนบอกว่า ส่วนนึงมันแข็งจากยางด้วย เปลี่ยนยาง Runflat ออกแล้วใส่ยางธรรมดาคือสวรรค์ ไว้ผมเปลี่ยนจริงๆจะมาแชร์ให้ฟังอีกรอบนะครับ ส่วนความเกาะนี่เป็นอะไรที่โคตรฟิน โค้งประจำทางกลับบ้านผมนี่สาดเข้าไปเหอะ รถมันเอาอยู่ในทุกๆโค้ง อยากจะให้ตูดออกนิดๆก็ตอกคันเร่งหน่อยๆ แต่ระบบความปลอดภัยของรถจะให้คุณเล่นสนุกได้อย่างมีขีดจำกัด พวงมาลัยใน Mode comfort น้ำหนักจะเบาไปนิดนึง แต่ถ้าให้ภรรยาขับจะชอบ พอปรับไป Sport น้ำหนักที่มากขึ้นทำให้รู้สึกดีขึ้นคมมากขึ้นเยอะ เบรคก็ทำแรงหน่วงได้ดี และนุ่มเท้าดี ยาง Goodyear ที่ให้มา ถ้าทางแห้งนี่โหหหหหอร่อยมากคุณ มันทำงานของมันได้ดีมาก เกาะหนึบเป็นตุ๊กแก แสดงอาการน้อยมาก แต่ถ้าฝนตกแล้วล่ะก็ ความสนุกจะหมดตรงนั้นและกลายเป็นความระแวงแทน ผมรู้สึกว่ารถมันเสียอาการที่ความเร็วน้อยกว่ารถปกติทั่วไปพอสมควรเลย เจอแอ่งน้ำนี่รถมันชกเยอะจนต้องชกคืนแทบจะเป็นนักมวยแล้ว บางครั้งก็ลื่นในแบบที่ไม่ควรจะลื่น Jazz ที่บ้านยาง Primacy 4 195/60R15 วิ่งที่ความเร็วเท่ากันยังไม่ออกอาการขนาดนี้!!! ไม่รู้จะโทษใครดี ยาง Runflat ไหมก็ไม่ทราบ ตรงนี้ยังพูดได้ไม่เต็มปากแต่เอาเป็นว่าประสบการณ์ผมกับทางเปียกคันนี้ยังไม่ค่อยโดยใจเท่าไหร่ ไว้ผมเปลี่ยนยางจะมาอัพเดทในกระทู้นี้อีกทีนึง



            แล้วทั้งหมดนี้บนสนามล่ะ… จะเป็นอย่างไร ผมได้มีโอกาสเข้าไปทดสอบขับในสนามที่ BMW จัดขึ้นที่ปทุมธานีสปีดเวย์ ไอ้ที่บนถนนมันแซบยังไง บนสนามมันแซบใส่พริกไปอีก 10 เม็ด ถ้าเอามาทั้ง 258 ตัวออกมาใช้นี่เอาจริงๆ ความรู้สึกค่อนข้างใกล้เคียงกับ STi เลยครับ เพียงแต่ด้วยความที่มันเป็น Flat torque ความสนุกมันก็อาจจะน้อยหน่อย คือมันดึงเปรี้ยงตั้งแต่ตอกคันเร่งและดึงยาวๆเลย แต่ไม่ดึงแรงขึ้น ฟังเผินๆอาจจะแบบเหมือนไม่ค่อยน่าสนุกนะ แต่ถ้ากดเต็มตีนจริงๆ แม่ด่าครับ ด่าผมมาแล้ว เพราะดึงจนเสียวอยู่เหมือนกัน มันไม่ได้ Nerd ขนาดนั้น แต่ก็ต่างจาก STi ตรงที่รอบยิ่งขึ้นสูงยิ่งดึงแรง เกียร์เปลี่ยนไวมากแบบที่บอกยิ่งไป Mode Sport+ เวลาความเร็วลดลงจะมีการ Rev match แล้วหาเกียร์ที่เหมาะสมในการออกโค้งได้อย่างดี ช่วงล่างแสดงให้เห็นได้ว่า มันยังมี Limit ให้เล่นสนุกอีกเยอะโดยที่รถไม่เสียอาการ เท่าที่ขับเทียบกับ 320d G20 ก็พบว่า มัน Oversteer ได้ยากกว่าเยอะ และพวงมาลัยแปรผันก็คมกว่าเยอะ เบรคแสดงอาการเฟดให้เห็นได้น้อยมาก มันก็ทำให้ผมยิ้มออกได้อยู่นะ

          เรื่องการกินน้ำมัน รถผมส่วนใหญ่ใช้วิ่งทางไกลตลอดประมาณ 90% ที่เหลือก็วิ่งในเมือง วิ่งสั้นๆ ใช้น้ำมัน Gasohol 95 วิ่งเฉลี่ยๆเลยก็แถวๆ 14-15 กิโลลิตร ถังนึงวิ่งได้ 800 กิโลเมตรขึ้นไปทุกถัง ประหยัดที่สุดเท่าที่เคยทำได้คือประมาณ 15.7 กิโลลิตร ถ้าให้เทียบสมรรถนะที่ได้กับกินน้ำมันแค่นี้ เอาเถอะครับ คุ้มแล้วล่ะ!!!


ส่วนระบบความปลอดภัยที่ให้มาก็มีดังนี้ครับ
-ถุงลมนิรภัยสำ หรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
-ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า
-ถุงลมนิรภัยศีรษะสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและหลัง (ยกเว้นผู้โดยสารตอนหลังกลาง)
-ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน (Intelligent Emergency Call) 
-ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC) 
-ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC) 
-ระบบควบคุมแรงดันเบรกแบบแปรผัน (DBC) 
-ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) 
-ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC)
-เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor) 
-ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side Impact Protection) 
-ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Attentiveness Assistant) 
-ระบบเตือนสถานะของยาง (Runflat Indicator) 
-เซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง
         จะสังเกตุได้ว่า ระบบ Passive ก็มากันค่อนข้างครบ แต่ไม่มี Active safety เลย อันนี้ก็แล้วแต่คนนะครับ ส่วนตัวผมเองเฉยๆ แต่ก็แอบคิดว่า ไอ้รถราคา 3 ล้านกลางๆแบบนี้ควรจะมีมาให้บ้างน่า

บทสรุป

          จากการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันประมาณ 2 เดือนกับ 5,000 กิโลเมตร มันเหมือนได้ผู้หญิงที่สวยแต่ไม่มาก ไม่ได้ Perfect อะไร แต่มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้าได้กับทุกคน ทุกคนมีความสุขกับเธอ เช่นเดียวกับคันนี้ครับ ขับแล้วมีความสุข ภรรยามีความสุข ลูกชายผมชอบมากๆ ผมมีโอกาสได้เอาคันนี้ออกประมาณสัปดาห์ละครั้ง ลูกผมจะเฝ้ารอทุกวันอาทิตย์จริงๆ ช่วงใกล้ๆปลายสัปดาห์จะร้องหาละ “จะนั่งรถ BM จะนั่งรถ BM” เอาพ่อกับแม่มานั่งจนครบ 5 คนก็ยังนั่งได้ไม่มีใครบ่น ใช่ครับมันไม่ได้ขับสนุกแบบ STi ที่ผมเคยมี (แต่สำหรับคนอื่นที่มาจากคันอื่นผมเชื่อว่า ยิ้มแก้มปริแน่นอนครับ) เครื่องไม่แรงเท่า พวงมาลัยไม่คมเท่า ไม่ดิบเท่า เข้าโค้งก็ไม่มั่นใจเท่า สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมแลกกับการได้รับความสุขแบบที่ผมบอกไปด้านบน ผมเองอาจจะไม่ได้สุขสุดขีดแบบเดิม แต่เห็นคนรอบข้างเค้ามีความสุขเวลาเดินทางไปกับเราด้วย ในขณะที่เราเองก็ยังยิ้มได้เวลาควบมันไปบนถนนคดเคี้ยวคนเดียว ตอบได้เลยว่ายอมครับ…. ในราคาที่แพงหน่อย 555+ เอาจริงๆใครบอกไม่แพงผมว่าแพงนะ มันแพงไปนิดนึง 3.359 ล้านบาทได้ BSI Standard option ที่ได้ก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมาก แต่ที่ต้องกดมาเพราะบ้านผมอยู่มันมีแค่ BMW และ MB แค่นั้น ซึ่ง MB ผมบ้ายบายอยู่แล้วด้วยเหตุผลส่วนตัว ส่วน Audi ศูนย์ใกล้สุดคือกรุงเทพ… ซึ่งห่างไป 700 กิโลเมตรนั่นก็คงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก

          ถ้าถามว่าคันนี้เหมาะกับใคร ผมว่ามันเหมาะสำหรับคนที่ชอบรถซิ่งมาเป็นทุนเดิมหรือเพิ่งลงจากหลังเสือรถสนามมา อยากได้รถขับบนถนนที่คล่องตัว หรือวัยเก๋าที่อดีตเป็นวัยรุ่นตีนหนักที่อายุเยอะขึ้นอยากได้รถนั่งสบายกว่าเดิมแต่มีเขี้ยวเล็บคมๆซ่อน ดันคนอื่นได้ไม่อายใคร ไม่ค่อยเน้นระบบช่วยอะไรจากเยอะมาก ถ้าเข้าตามนี้คันนี้ก็น่าจะอยู่ในตัวเลือกของท่านได้ครับ แต่ท่านต้องเอาภรรยาไปลองนั่งก่อนว่าชอบไหม เพราะภรรยาผมลงจาก STi มาคันนี้ก็เป็นอันว่าจบได้ กับอีกเรื่องคือกระเป๋าตังค์ของท่าน เพราะมันถือว่าแพงพอสมควรอยู่ ท่านต้องค่อนข้างเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เวลาชาวบ้านมาถามว่าทำไมซื้อ Series 3 ในราคาที่แพงกว่า Series 5 อยู่โข และมีตัวเลือกที่คอยจะกระชากเงินจากกระเป๋าท่านอยู่หลายตัวเลือก


          ก็จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับสำหรับ Full review BMW 330i M Sport คันนี้ นานๆได้เขียนรีวิวแบบจัดเต็มซักที ถ้าให้นับคืนหลังไปรีวิวรถตัวล่าสุดก็น่าจะ 5 ปีแล้วครับ ก็ยังคงสนุกกับการเขียนอยู่ดี แต่ผมรู้สึกว่า ศาสตร์ของ BMW ค่อนข้างลึกลับมาก หาข้อมูลอะไรไม่ค่อยจะได้ ขนาดเวปนอกก็ลำบาก ก็เริ่มเสียวสันหลังนิดนึงละครับ เวลาต้องพึ่งศูนย์เท่านั้นเนี่ย 555+ ไม่เป็นไรครับ ค่อยใช้ค่อยเรียนรู้กันไป สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน พบกันวันหน้าไม่รู้ตอนไหน




สวัสดีครับ

ปล. ใครสงสัยอยากถามอะไร ถามไว้เม้นท์ด้านล่างเลยครับ จะมาตามตอบให้ทุกเม้นท์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 23, 2019, 10:36:36 โดย zapdos191 »
-------- Vios 2003 --------
-------- Subaru WRX STi 2015 --------
-------- Honda Jazz GK5 --------
-------- BMW G20 330i --------

ออฟไลน์ zapdos191

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 592
Long term review
5,000 กิโลเมตร
เปิดหัว Long term ที่ 5,000 กิโลเมตรก่อนครับ ยังไม่มีปัญหาอะไรใดๆทั้งสิ้น กว่าจะครบ Service ก็อีก 7-8 พันโลเลยครับ หลังจากค่อยมาอัพเดทกันอีกทีว่า จะเป็นอย่างไร ใช่อย่างเดียวช่วงนี้ ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะอยู่กันยืดๆแบบไม่มีปัญหาอะไรนะ  ::) ::) ::)
-------- Vios 2003 --------
-------- Subaru WRX STi 2015 --------
-------- Honda Jazz GK5 --------
-------- BMW G20 330i --------

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 18,817
ขอบคุณมากครับ คุณหมอ

ยินดีกับรถใหม่ด้วยครับ

แอบเสียดาย WRX จริงๆ ครับ

ออฟไลน์ PKS8

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,617
    • อีเมล์
ถ้าผมจำไม่ผิดหมอเปลี่ยนช่วงล่างเป็น Bilstien ใช่มั้ยครับ มันน่าจะแข็งกว่าของดิมติดรถหรือเปล่าครับ

ตอนแรกคิดว่าเปลี่ยนเพราะอยากใช้ยุโรป แต่พอเปลี่ยนเพราะด้านหลังเด้ง ผมคิดว่าลึกๆไม่ตอบโจทย์ เพราะ Series3 ยังไงๆช่วงล่างหลังก็เด้งอยู่ดี คิดว่าถ้าอยากให้ดีกว่านี้น่าจะขยับไป Series5 มากกว่าครับ

ส่วนตัวผมแอบเสียดาย WRX เพราะถ้ารักการขับรถ การเปลี่ยนมา 330i ผมคิดว่าไม่คุ้มเลย สิ่งที่หมอเจอเวลาถนนมันเปียก มันจะพะวงเพราะผมเคยเอา Series5 หมุน เพราะเติมคันเร่งในโค้งเยอะไป แต่อาการเหล่านี้ยังไม่เคยเจอใน AWD ครับ

เป็นความเห็นส่วนตัวผมนะครับ ขอให้สนุกกับคันใหม่ครับ
2015 Subaru XV Sport
2015 Mitsubishi Pajero Sport GT Premium

ออฟไลน์ CHANOM

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 708
ขอขอบคุณสำหรับรีวิวอย่างละเอียดนะคะ อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่มเติมขึ้นเยอะเลย
สำหรับเราแล้ว ความสุขของคนข้างตัวเวลานั่งรถเรานี้ มีผลพอๆกับความสุขของเราเวลาขับรถคันนึงเลย

ยินดีกับรถใหม่นะคะ ^^
In My Garage

2007 MB A180 CDI W169
2007 MB C220 CDI W203
2019 Honda HR-V EL

ออฟไลน์ zapdos191

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 592
ขอบคุณมากครับ คุณหมอ

ยินดีกับรถใหม่ด้วยครับ

แอบเสียดาย WRX จริงๆ ครับ

ขอบคุณมากๆครับ ผมก็เสียดายครับ แต่โอกาสไม่ได้มีหนเดียว ไว้มีโอกาส ผมก็หามาไว้โรงรถจนได้ครับ 555+

ถ้าผมจำไม่ผิดหมอเปลี่ยนช่วงล่างเป็น Bilstien ใช่มั้ยครับ มันน่าจะแข็งกว่าของดิมติดรถหรือเปล่าครับ

ตอนแรกคิดว่าเปลี่ยนเพราะอยากใช้ยุโรป แต่พอเปลี่ยนเพราะด้านหลังเด้ง ผมคิดว่าลึกๆไม่ตอบโจทย์ เพราะ Series3 ยังไงๆช่วงล่างหลังก็เด้งอยู่ดี คิดว่าถ้าอยากให้ดีกว่านี้น่าจะขยับไป Series5 มากกว่าครับ

ส่วนตัวผมแอบเสียดาย WRX เพราะถ้ารักการขับรถ การเปลี่ยนมา 330i ผมคิดว่าไม่คุ้มเลย สิ่งที่หมอเจอเวลาถนนมันเปียก มันจะพะวงเพราะผมเคยเอา Series5 หมุน เพราะเติมคันเร่งในโค้งเยอะไป แต่อาการเหล่านี้ยังไม่เคยเจอใน AWD ครับ

เป็นความเห็นส่วนตัวผมนะครับ ขอให้สนุกกับคันใหม่ครับ

เสือผมไปมาหมดละครับ Ohlins DFV, BilsteinB6, KW V3  ตัวหลังสุดฟีลดีสุด แต่มันไม่ meet standard ภรรยาผมที่นั่งข้างหลังเป็นประจำครับ เลยเป็นอันจบไป 3er ตัวใหม่เอาจริงๆก็นั่งสบายในมุมผมและภรรยาที่นั่งเสือมาจนชินอ่ะนะครับ ภรรยาผมจริงๆก็ไม่ได้อยากได้รถที่ช่วงล่างเป็นเรือสำราญขนาดนั้นครับ เธอบอกว่าเมา ก็เลยไปด้วยกันได้ ส่วน Subaru ไว้มีโอกาส ผมหามาไว้โรงรถแน่นอนครับ ถ้าถามจริงๆผมชอบตัวไหน ผมชอบแมวอ้วนนะครับ เป็นรักแรกเลย ถ้าให้เลือกไว้ 1 คันไว้ในบ้าน ก็จิ้มแมวอ้วนแบบคิดไม่มากครับ
อาการถนนเปียกที่ว่ามันเป็นบ้างไม่เป็นบ้างครับ ผมยังงงๆกับรถเหมือนกันสรุปเป็นที่ไหน แต่ที่แน่ๆ  ไม่เก็บ RFT ไว้แน่นอนครับ ไว้ซักหมื่นโลจะถอดทิ้งละ 5555+

ขอขอบคุณสำหรับรีวิวอย่างละเอียดนะคะ อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่มเติมขึ้นเยอะเลย
สำหรับเราแล้ว ความสุขของคนข้างตัวเวลานั่งรถเรานี้ มีผลพอๆกับความสุขของเราเวลาขับรถคันนึงเลย

ยินดีกับรถใหม่นะคะ ^^


ขอบคุณเช่นกันครับ พออายุเยอะขึ้นก็คงมองอะไรกว้างขึ้นด้วยมั้งครับ ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตกับมันได้ค่อนข้างมีความสุขดีครับ ภรรยากับลูกชอบมากๆ เดินทางก็ไม่เหนื่อย ส่วนรถซิ่งสุดขีดแบบนั้นไว้มีโอกาสเก็บจริงๆค่อยไปสอยมาอีกทีครับ  8) 8)
-------- Vios 2003 --------
-------- Subaru WRX STi 2015 --------
-------- Honda Jazz GK5 --------
-------- BMW G20 330i --------

ออฟไลน์ basterias

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 206
ยินดีกับรถใหม่ด้วยครับ รีวิวอ่านตามเพลินเลยครับ  :)
2008 - Toyota Camry 2.0 G
2018 - Volvo XC60 T8

ออฟไลน์ zapdos191

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 592
ยินดีกับรถใหม่ด้วยครับ รีวิวอ่านตามเพลินเลยครับ  :)

ขอบคุณมากๆครับ
-------- Vios 2003 --------
-------- Subaru WRX STi 2015 --------
-------- Honda Jazz GK5 --------
-------- BMW G20 330i --------

ออฟไลน์ Kendow

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 339
รถหล่อเท่มากๆ เลยครับ ยินดีกับรถใหม่ด้วยนะครับ

ตั้งแต่จำความได้ คุณแม่ผมขับ BMW 318i E36 ไปรับไปส่งผมที่โรงเรียนทุกวันตั้งแต่ผมยังเรียนชั้นอนุบาล ก็เลยเป็นความฝังใจตั้งแต่เด็กว่า รถที่ชอบคือ BMW และอยากมี BMW สีดำซักคัน (ทุกวันนี้รถคันนั้นก็ยังอยู่ เก็บไว้ในกรุที่บ้านที่ตจว. ผมนั่งตั้งแต่ตัวกระเปี้ยก จนตอนนี้ขาจะเกยคอนโซลอยู่แล้ว 555)

แต่ราคา CBU ก็โหดเอาเรื่องเลยครับ ถ้าเป็นราคานี้ ผมคงเล่น 520d M sport หรือ X3 M sport ยอมใช้เครื่องสหกรณ์ดีกว่าครับ แต่ก็อย่างว่า พอเป็น CKD อาจกลายเป็น 330e หมดอารมณ์กันเลยครับงานนี้ 55
2008 Nissan Tiida 5Dr. 1.6G

ออฟไลน์ bingoman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,755
เรื่องยาง  Asym3 นี่เป็นยางที่รีดน้ำดีมากๆ ในพิกัดตัวเองรุ่นนึงเลยครับ  แต่ที่ขับแล้วมันเหินๆ เป็นเพราะหน้ายางกว้างครับ 255 ล้อหลังนี่ รีดน้ำด้อยพอสมควรแน่ๆ เพราะน้ำจากตรงหน้ายางต้องใช้ระยะทางที่มากในการถูกรีดออกด้านข้างครับ   ภาพรวมคือแก้ไม่ได้เท่าไรนอกจากจะขับให้ช้าลงครับ  ยางรถบ้านพวก 185, 175, 195 พวกนี้ ถ้าดอกยางลายเดียวกัน  ก็รีดดีกว่ายางที่กว้างกว่าครับ

อีกเรื่องนึงคือ ขับ 2 พอเจอน้ำ ฟิลลิ่งการรีดน้ำและการยึดเกาะมันจะออกอาการง่ายกว่าขับ 4 ด้วยครับ เจอฝนตกก็เบาๆ ลงครับ ไร้ปัญหาแน่นอน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 27, 2019, 18:07:53 โดย bingoman »

ออฟไลน์ Activehybrid

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,455
ขอบคุณครับ อ่านสนุก ได้ความรู้ เท่ห์ไม่เหมือนใครดันได้ด้วย

ออฟไลน์ zapdos191

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 592
รถหล่อเท่มากๆ เลยครับ ยินดีกับรถใหม่ด้วยนะครับ

ตั้งแต่จำความได้ คุณแม่ผมขับ BMW 318i E36 ไปรับไปส่งผมที่โรงเรียนทุกวันตั้งแต่ผมยังเรียนชั้นอนุบาล ก็เลยเป็นความฝังใจตั้งแต่เด็กว่า รถที่ชอบคือ BMW และอยากมี BMW สีดำซักคัน (ทุกวันนี้รถคันนั้นก็ยังอยู่ เก็บไว้ในกรุที่บ้านที่ตจว. ผมนั่งตั้งแต่ตัวกระเปี้ยก จนตอนนี้ขาจะเกยคอนโซลอยู่แล้ว 555)

แต่ราคา CBU ก็โหดเอาเรื่องเลยครับ ถ้าเป็นราคานี้ ผมคงเล่น 520d M sport หรือ X3 M sport ยอมใช้เครื่องสหกรณ์ดีกว่าครับ แต่ก็อย่างว่า พอเป็น CKD อาจกลายเป็น 330e หมดอารมณ์กันเลยครับงานนี้ 55

จริงๆทางบ้านผมปลูกฝังไม่ให้ซื้อ BMW มาเนิ่นนานด้วยเหตุผลนานาๆครับ แต่สุดท้ายก็จบที่ใบพัดอยู่ดี ไม่รู้ทำไม แต่ยิ่งขับก็ยิ่งชอบนะครับ 5555+

เรื่องยาง  Asym3 นี่เป็นยางที่รีดน้ำดีมากๆ ในพิกัดตัวเองรุ่นนึงเลยครับ  แต่ที่ขับแล้วมันเหินๆ เป็นเพราะหน้ายางกว้างครับ 255 ล้อหลังนี่ รีดน้ำด้อยพอสมควรแน่ๆ เพราะน้ำจากตรงหน้ายางต้องใช้ระยะทางที่มากในการถูกรีดออกด้านข้างครับ   ภาพรวมคือแก้ไม่ได้เท่าไรนอกจากจะขับให้ช้าลงครับ  ยางรถบ้านพวก 185, 175, 195 พวกนี้ ถ้าดอกยางลายเดียวกัน  ก็รีดดีกว่ายางที่กว้างกว่าครับ

อีกเรื่องนึงคือ ขับ 2 พอเจอน้ำ ฟิลลิ่งการรีดน้ำและการยึดเกาะมันจะออกอาการง่ายกว่าขับ 4 ด้วยครับ เจอฝนตกก็เบาๆ ลงครับ ไร้ปัญหาแน่นอน

คงต้องแบบนั้นครับ ซ่าเหมือนตอนขับซูไม่ได้แล้ว แต่ผมก็ยังข้องใจในยาง RFT อยู่หลายๆประการอยู่ดีครับ 555+

ขอบคุณครับ อ่านสนุก ได้ความรู้ เท่ห์ไม่เหมือนใครดันได้ด้วย

ขอบคุณมากๆครับ  :) :)
-------- Vios 2003 --------
-------- Subaru WRX STi 2015 --------
-------- Honda Jazz GK5 --------
-------- BMW G20 330i --------

ออฟไลน์ ttcl

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 739
รีวิวดีมากๆเลยครับ อ่านเพลิน เท่าที่เห็นมีคุณหมออย่างน้อย 3 ท่านละในเว็บนี้ที่เวลารีวิวอะไรจะเก็บรายละเอียดครบถ้วน เรียงลำดับเรื่องราวดี อ่านเข้าใจง่าย

ยางผมใช้ Goodyear Asymetric 3 เหมือนกัน แต่ไม่ run flat หน้าก็กว้างใกล้เคียงกันกับ G20 ครับ ของผม หน้า 225/40R 18 , หลัง 265/35R 18 ผมค่อนข้างประทับใจ ผมชอบเอาไปขับทางโค้งตามภูเขา ขับสนุกจริงครับ แต่ส่วนใหญ่ผมขับทางแห้ง ทางเปียกอย่างมากเคยแค่ขับในขณะฝนตกปานกลางในถนนที่น้ำไม่ท่วม ก็รู้สึกว่ายางรุ่นนี้เกาะใช้ได้อยู่ แต่ยังไม่เคยขับเร็วๆลงแอ่งครับ (รถผมขับ 2 ล้อหลัง รุ่นเก่า ไม่มีระบบควบคุมเสถียรภาพใดๆ ถ้าฝนตกหนักๆหรือมีแอ่งน้ำนี่ ขับเบาลงเยอะ กลัวหมุนครับ 55)

ไม่ทราบว่ามีรุ่นยางที่เล็งๆไว้จะเปลี่ยนครั้งหน้ามั๊ยครับว่าจะลองรุ่นไหน ผมชอบลองไปเรื่อยๆ ครั้งหน้าผมเล็ง michelin pilot super sport ไว้ (จริงๆถ้า PS4S มี size 18 ก็อยากจะลอง แต่ PS4S ไม่มี size)

เท่าที่เคยดูรีวิวรถรุ่น G20 นี้จากหลายๆที่ feedback ค่อนข้างดี ยินดีกับรถใหม่ด้วยครับ

ออฟไลน์ zapdos191

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 592
รีวิวดีมากๆเลยครับ อ่านเพลิน เท่าที่เห็นมีคุณหมออย่างน้อย 3 ท่านละในเว็บนี้ที่เวลารีวิวอะไรจะเก็บรายละเอียดครบถ้วน เรียงลำดับเรื่องราวดี อ่านเข้าใจง่าย

ยางผมใช้ Goodyear Asymetric 3 เหมือนกัน แต่ไม่ run flat หน้าก็กว้างใกล้เคียงกันกับ G20 ครับ ของผม หน้า 225/40R 18 , หลัง 265/35R 18 ผมค่อนข้างประทับใจ ผมชอบเอาไปขับทางโค้งตามภูเขา ขับสนุกจริงครับ แต่ส่วนใหญ่ผมขับทางแห้ง ทางเปียกอย่างมากเคยแค่ขับในขณะฝนตกปานกลางในถนนที่น้ำไม่ท่วม ก็รู้สึกว่ายางรุ่นนี้เกาะใช้ได้อยู่ แต่ยังไม่เคยขับเร็วๆลงแอ่งครับ (รถผมขับ 2 ล้อหลัง รุ่นเก่า ไม่มีระบบควบคุมเสถียรภาพใดๆ ถ้าฝนตกหนักๆหรือมีแอ่งน้ำนี่ ขับเบาลงเยอะ กลัวหมุนครับ 55)

ไม่ทราบว่ามีรุ่นยางที่เล็งๆไว้จะเปลี่ยนครั้งหน้ามั๊ยครับว่าจะลองรุ่นไหน ผมชอบลองไปเรื่อยๆ ครั้งหน้าผมเล็ง michelin pilot super sport ไว้ (จริงๆถ้า PS4S มี size 18 ก็อยากจะลอง แต่ PS4S ไม่มี size)

เท่าที่เคยดูรีวิวรถรุ่น G20 นี้จากหลายๆที่ feedback ค่อนข้างดี ยินดีกับรถใหม่ด้วยครับ

ขอบคุณมากๆครับ ยางที่ผมเล็งไว้คงมีแค่ตัวเดียวครับ เพราะไซส์ยางหลัง 255/40/18 นี่หายากกว่าทองอีก มันโดนบังคับว่าให้ใช้ Michelin PS4 ครับ ซึ่งก่อนหน้าผมก็เคยใช้มาแล้วและประทับใจมันพอสมควรครับ ทั้งแห้งและเปียกเลย
-------- Vios 2003 --------
-------- Subaru WRX STi 2015 --------
-------- Honda Jazz GK5 --------
-------- BMW G20 330i --------

ออฟไลน์ ttcl

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 739
รีวิวดีมากๆเลยครับ อ่านเพลิน เท่าที่เห็นมีคุณหมออย่างน้อย 3 ท่านละในเว็บนี้ที่เวลารีวิวอะไรจะเก็บรายละเอียดครบถ้วน เรียงลำดับเรื่องราวดี อ่านเข้าใจง่าย

ยางผมใช้ Goodyear Asymetric 3 เหมือนกัน แต่ไม่ run flat หน้าก็กว้างใกล้เคียงกันกับ G20 ครับ ของผม หน้า 225/40R 18 , หลัง 265/35R 18 ผมค่อนข้างประทับใจ ผมชอบเอาไปขับทางโค้งตามภูเขา ขับสนุกจริงครับ แต่ส่วนใหญ่ผมขับทางแห้ง ทางเปียกอย่างมากเคยแค่ขับในขณะฝนตกปานกลางในถนนที่น้ำไม่ท่วม ก็รู้สึกว่ายางรุ่นนี้เกาะใช้ได้อยู่ แต่ยังไม่เคยขับเร็วๆลงแอ่งครับ (รถผมขับ 2 ล้อหลัง รุ่นเก่า ไม่มีระบบควบคุมเสถียรภาพใดๆ ถ้าฝนตกหนักๆหรือมีแอ่งน้ำนี่ ขับเบาลงเยอะ กลัวหมุนครับ 55)

ไม่ทราบว่ามีรุ่นยางที่เล็งๆไว้จะเปลี่ยนครั้งหน้ามั๊ยครับว่าจะลองรุ่นไหน ผมชอบลองไปเรื่อยๆ ครั้งหน้าผมเล็ง michelin pilot super sport ไว้ (จริงๆถ้า PS4S มี size 18 ก็อยากจะลอง แต่ PS4S ไม่มี size)

เท่าที่เคยดูรีวิวรถรุ่น G20 นี้จากหลายๆที่ feedback ค่อนข้างดี ยินดีกับรถใหม่ด้วยครับ

ขอบคุณมากๆครับ ยางที่ผมเล็งไว้คงมีแค่ตัวเดียวครับ เพราะไซส์ยางหลัง 255/40/18 นี่หายากกว่าทองอีก มันโดนบังคับว่าให้ใช้ Michelin PS4 ครับ ซึ่งก่อนหน้าผมก็เคยใช้มาแล้วและประทับใจมันพอสมควรครับ ทั้งแห้งและเปียกเลย
ขอบคุณมากครับ ได้ตามกลับไปอ่านรีวิว wrx sti จนอยากได้ไปด้วยเลย  ;D

ออฟไลน์ Mr.K

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 62
เป็น user review ที่ดีมากๆ อ่านเพลินเลยครับ ขอบคุณครับ
2019 Mazda 2 Diesel 1.5 & 2018 Mazda 2 1.3
2017 Ford Ranger Wildtrak 2.2 at
2010 Civic fd
1998 BMW e39 528i & 2006 Mini Cooper
1998 Honda Delsol
2000 Acura TL
2006 Mazda 3
1999 Mitsubishi Eclipse
2000 Ford Mustang

ออฟไลน์ zapdos191

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 592
เป็น user review ที่ดีมากๆ อ่านเพลินเลยครับ ขอบคุณครับ

ขอบคุณมากๆที่ติดตามครับ  :) :)
-------- Vios 2003 --------
-------- Subaru WRX STi 2015 --------
-------- Honda Jazz GK5 --------
-------- BMW G20 330i --------

ออฟไลน์ V221

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,398
ยินดีกับรถใหม่ด้วยครับ ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆครับ

ออฟไลน์ tom46

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 989
ยินดีด้วยครับ รถสวยน่าใช้มากๆเลยครับ


M52TUB24 NA TUNING
STROKER M54B30
SCHRICK CAM 248/248
aa tuning software custom
K&N performance air intake kit
Exhaust systems thailand hand made
Rear exhaust EISENMANN

ออฟไลน์ FF

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 984
รีวิวให้ขนาดนี้ไม่ mini แล้วครับ    8) 8) 8)

ออฟไลน์ mongolias

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,054
รายละเอียดครบถ้วน รีวิวได้ดีมากเลยครับ
ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน คงได้เห็นรีวิว แมวอ้วน จากคุณหมอ

ออฟไลน์ zapdos191

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 592
ยินดีกับรถใหม่ด้วยครับ ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆครับ

ขอบคุณที่ติดตามเช่นกันครับ

ยินดีด้วยครับ รถสวยน่าใช้มากๆเลยครับ

ขอบคุณมากๆครับ

รีวิวให้ขนาดนี้ไม่ mini แล้วครับ    8) 8) 8)

ที่ลง Mini เพราะผมรู้สึกว่า จริงๆผมยังมีข้อมูลเกี่ยวกับรถไม่ครบถ้วนแบบที่เคยเป็นครับ สมัยเป็นเจ้าของ STi นี่มียัน Service Manual เลย รู้สเปคแบบทะลุปรุโปร่งใครถามไรตอบได้แบบอับดุล แต่กับ BMW รู้สึกว่าทำไมมันมืดมนจัง 555+ เลยไว้เป็น Mini ไปก่อนครับ

รายละเอียดครบถ้วน รีวิวได้ดีมากเลยครับ
ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน คงได้เห็นรีวิว แมวอ้วน จากคุณหมอ

สาธุครับ แมวอ้วนนั่นรักแรกผมเลย แต่รถหายากกกกกกกชะมัด ยิ่งรถแท้สภาพโรงงานผมว่าไม่น่าเหลือละ
-------- Vios 2003 --------
-------- Subaru WRX STi 2015 --------
-------- Honda Jazz GK5 --------
-------- BMW G20 330i --------