ผู้เขียน หัวข้อ: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )  (อ่าน 2557 ครั้ง)

ออฟไลน์ copter77

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 15:30:05 »
เกริ่นก่อนนะครับว่า ผมจะออกรถสำหรับใช้เอง  แต่ไปลองมาแล้วพวก B Segment C Segment  ปรากฎว่านั่งไม่ได้ครับ ไม่ติดหัวก็ติดเข่า หรือพอปรับเบาะสุดมือให้พอนั่งได้ มือก็ไม่ถึงพวงมาลัยอีก
ต้องบอกก่อนว่า จขกท.เป็นคนตัวสูง ช่วงขายาว (ซีวิคตัวใหม่ถ้านั่งตรงๆนี่หัวติดเข่าติดเลยทีเดียว) เลยตัดสินใจจะขยับไป ที่แคมรี่ แอคคอดแทน แต่พอเห็นราคาแล้วเบ็ดเสร็จคงจบที่ประมาณ 1.5 ล้าน ซึ่งผมเกิดความคิดที่ว่าถ้าราคามันแรงขนาดน่ี้ หรือถอยมาเล่นรถยุโรปมือสองดีหว่า ราคาล้านต้นๆไม่หนีกันมาก เพราะผมไม่ได้ซ๊เรียสว่าต้องเป็นรถใหม่ 0 กิโล ขอแค่มีขับไปทำงานก็พอแล้ว 555+
เข้าเรื่องเลยดีกว่า ผมสน สนใจเป็นตัว Series 5 ของBMW ตัวไหนน่าถอยมาใช้งานบ้างครับ (ดีเซล เบนซิน ปีไหน รุ่นไหน แนะนำมาได้เลยครับ  :-*)

การใช้งาน
เป็นคนขับรถไม่เร็ว ขับไม่เกิน 120 ชีวิตประจำวันแค่ขับรถไปกลับทำงานในเมือง มีออกต่างจังหวัดบ้างแต่ไม่บ่อย  ที่เลือกซีรีย์ 5 เพราะคนในบ้านสูงใหญ่กันทั้งบ้าน เผื่อมีเวลาไปเที่ยวกับครอบครัวจะได้นั่งสบายๆ
เรื่องแต่งซิ่ง แต่งกล่อง Remap อะไรคงไม่ได้คิดทำ
เรื่องฟังชั่นในตัวรถ ว่าต้องเป็นเทคโนโลยีใหม่ เก่า ไม่ค่อยซีเรียสเท่าไร
อยากได้รุ่น ตัวที่ ขับอึด ทน เครื่องไม่ค่อยมีปัญหา  ไม่จุกจิก ต้องเข้าอู่ซ่อมบ่อย
ส่วนเรื่องอู่นอกสำหรับซ่อมรถ ก็หาไว้แล้ว มีพอรองรับแล้ว (ผมอยู่อุบลฯ)


ส่วนเรื่องค่าซ่อมแซม ก็มีพี่ๆหลายคนเตือนมาว่าค่าซ่อมมันหนักกว่ารถญ๊่ปุ่นเยอะ ให้ชั่งใจดูดีๆ ตรงนี้พี่ๆมีความเห็นอย่างไรบ้างครับ เพราะ ณ เวลานี้ถ้าผมจะออกรถมือหนึ่ง ก็คงถอย ไม่Camry ตัวใหม่ ก็ Accord g10 แต่บางคนก็บอกว่า แอคคอดแคมรี่ค่าซ่อมก็ไม่ได้ถูกไปกว่ากันเท่าไรเลย

พี่ๆ มีคำแนะนำอะไร เพิ่มเติมมาได้เลยนะครับ อยากฟังประสบการณ์พี่ๆหลายคนครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ


ออฟไลน์ basterias

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 254
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 15:38:13 »
ผมไม่มีประสบการณ์กับค่ายใบพัดนะครับ ที่บ้านใช้แต่ตราดาวแต่ผ่านการใช้งานแคมรี่มาหลายรุ่นเหมือนกัน ผมอยากตอบในมุมรถเก่าครับ เพราะผมเองก็ยังเก็บแคมรี่ปีเก่าไว้สำรองใช้อยู่

ค่าซ่อมบำรุงยังไงก็ต่างครับ ยิ่งรถเก่ายิ่งซ่อมเยอะหลายจุด แต่ถึงซ่อมเยอะอย่างไรผมก็ไม่เคยเห็นว่าค่าใช้จ่ายในการซ่อมแคมรี่จะมากกว่าตราดาวได้เลยครับ cls 250 ป้ายแดงใช้มาสองสามปีค่าซ่อมบำรุง(คิดเป็นต่อปี) ยังมากกว่าแคมรี่ที่ผมใช้มาเป็นสิบปีเลยครับ

อยากให้ จขกท คำนึงถึงรถเก่าด้วย ใบพัดมือสองอยากให้เตรียมใจเรื่องค่าซ่อมบำรุงไว้มากหน่อยครับ
2008 - Toyota Camry 2.0 G
2018 - Volvo XC60 T8

ออฟไลน์ bankiesdluffy

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 341
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 15:39:17 »
เอาจริงๆ ถ้ามีรถคันเดียว ไม่ค่อยอยากให้ใช้ยุโรปมือสองเท่าไหร่เลยครับ
พออายุอานามมันเลย 5 ปี เลย warranty หมด BSI ไป
มันจะมีเริ่มทยอยเสียนู่ยเสียนี่ บางอย่างก็อาจจะไม่ได้หนักหนาจนมันขับไม่ได้ แต่ก็รำคาญใจ ราคาก็เอาเรื่องอยู่
จนกว่าเราจะไล่วนเปลี่ยนจนครบนั่นแหละครับ มันถึงจะขับได้อย่างสบายใจไร้กังวล

ถามว่ารถยุโรปขับดีกว่าญี่ปุ่นไหม
ขับดีกว่าครับ ถ้าสภาพสมบูรณ์
แต่เรื่องความทนทาน ผมรู้สึกว่ารถญี่ปุ่นทำได้ดีกว่า
โดยเฉพาะพวกรถรุ่นเก่าๆ ที่อาจจะไม่ค่อยมีเทคโนโลยีจุกจิกอะไรมากนัก

ออฟไลน์ EMITz

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 13
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 15:45:10 »
ขอตอบในฐานะคนสอย 3 มือสองละกันครับ อันนี้ถามเฉยๆนะ ผมว่า 180-185ขับ3ก็ยังมีพื้นที่นะครับ ไม่น่าติด สูงเท่าไหร่เนี่ย

จริงๆถ้าชอบ BMW จริงๆ series 5 f10 งบขนาดนี้หาดีๆได้เลยครับ ผมเชียร์ให้หา 525(6สูบ)D กับ 528i นะไหนๆก็มาขนาดนี้แล้ว

ถามว่าเรื่องค่าซ่อมที่เค้าพูดมาเนึ้ย จริงไหม ตอบให้ว่าต้องแยกเป็นกรณีครับ
1.ค่าบำรุง เปลี่ยนถ่ายของเหลว กรอง บลาๆ แพงกว่าแคมรี่แอคคอร์ดไม่มากครับ เดี๋ยวนี้อู่ทำเพียบเลย
2.ค่าซ่อมกรณีได้รถไม่ดีมา อันนี้แหละหนัก คือถ้ามั่นใจว่าสามารถหารถดีๆได้ สภาพดีแน่นอน ข้อนี้ตัดไปเลยครับ
แต่หากว่าดันซวย ได้รถแย่มาจริงๆ การมาไล่เก็บไล่ทำก้ราคาระดับนึงนะครับ คือถ้าเอาไปบวกกับราคารถมันก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่เราอาจจะประสาทเสียแทนว่าเสึยนู่นอีกละ เสึยนี่อีกละ ก็ต้องระวังดีๆ
3.ค่าอะไหล่สิ้นเปลือง ไม่แพงมากครับ ผมว่าใกล้ๆแคมรี่แอคคอดนะแหละ เพียงแต่ว่าต้องหาอู่ดีๆนะ

ต้องบอกก่อนเลยว่าถ้าดูแลมันดีๆ รถมันไม่ได้จุกจิกขนาดนั้นครับ BMW มีความ Reliable สูงอยู่นะขอแค่อย่างก เสียก็ทำตามอาการไป ดูแลมันดีๆมันก็อยู่กับเรานานครับ รถมันแจ้งเราหมดแหละว่าอะไรพัง เพราะงั้นเลยอาจจะมองว่าจุกจิกกว่ารถ ญป ครับ

ขอให้โชคดีและยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งบิมเมอร์ครับ

ออฟไลน์ EVA01

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 53
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 15:53:15 »
ถ้าจะเล่นรถมือ 2 ต้องพอรู้เรื่องอาการของรถซักหน่อยครับ แล้วก็พยายามอย่าซ่อม 0 ทั้งหมด ไม่งั้นรถยุโรปค่าซ่อมจะแพงกว่ารถญี่ปุ่นเยอะเลย

แต่ถ้าหาอะไหล่เองเป็น เอาเข้าอู่นอก ผมว่าค่าดูแลรักษาก็ไม่หนีจากการเข้า 0 ของรถญี่ปุ่นเท่าไหร่ครับ

ออฟไลน์ Arnan_td

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 215
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 16:09:08 »
ส่วนตัวนะครับ

ไป Camry 2.5 มือหนึ่งสบายใจกว่าเยอะครับ ช่วงนี้มีโปรขยายประกัน 5 ปีก็ใช้ไปยาวๆ ขับ  120  camry 2.5  ก็ตอบโจทย์แล้วครับ

ออฟไลน์ madboy

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,510
    • อีเมล์
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 16:10:06 »
อ่านแล้วสงสัยเลยครับ ว่า จขกท. นี่ไซส์ขนาดไหน  :D

ส่วนตัวคิดว่า D seg. ยุ่นป้ายแดง เครื่องสันดาปธรรมดา ไม่ต้องตัวท๊อป ก็น่าจะตรงความต้องการอยู่ครับ  ;)

ออฟไลน์ jickoP

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 123
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 16:32:20 »
ผมเคยคุยกับอดีตหัวหน้าช่างในศูนย์ 4 ห่วง แกบอกว่า รถยุโรป ที่ส่วนใหญ่แล้วคนมองว่าจุกจิก เพราะซ่อมไม่ถึงมากกว่า ถ้าเปลี่ยนอะไหล่ตัวที่ต้องเปลี่ยน เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนอย่างถูกต้องครบถ้วน ก็แทบไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ถ้ายังลากต่อไม่เปลี่ยน มันก็เสียลามไปถึงชิ้นส่วนอื่น ทีนี้ก็เรื่องใหญ่ หรือถ้าเปลี่ยนก็ใช้อะไหล่เทียบมั่ง อะไหล่เก่ามั่ง แน่นอนว่ามันไม่ได้ทนเหมือนของใหม่ของแท้ ซ่อมได้ไม่นานก็เสียอีก สรุปแล้วก็คือรถเก่าใช้ได้ครับ แต่ต้องซ่อมให้ถึงเท่านั้นเอง ซึ่งแน่นอนว่าอะไหล่รถยุโรป โดยเฉพาะพวกชิ้นใหญ่ๆ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มันแพงกว่ารถญี่ปุ่นอยู่แล้ว  ผมว่าข้อมูลพวกนี้ คนที่สนใจเรื่องรถ ก็น่าจะรู้กันหมดอยู่แล้วล่ะครับ
รถป้ายแดง พอหมดวารันตี ก็คือช่วงที่อะไหล่ต่างๆ เริ่มเสื่อมเริ่มเสียเริ่มต้องเปลี่ยนพอดี ผมไม่มองว่ามันจุกจิกกว่ารถญี่ปุ่น แต่มองว่ามันจุกจิกกว่ารถใหม่ ส่วนใหญ่คนที่ใช้รถยุโรปเป็นปกติ ก็มักจะขายตอนนี้ แล้วไปออกป้ายแดงใช้ใหม่ ปัญหามันก็ไปตกอยู่กับคนซื้อต่อ ยิ่งถ้าเจอรถที่เจ้าของเก่าไม่ค่อยดูแล เข้าศูนย์ไม่ค่อยตรง เอาไปลงแทร็ก เอาไปยำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย

ผมว่ารถมือสองใช้ได้สบายมากครับ ถ้า..
1. ได้รถที่ประวัติซ่อมบำรุงดี ไม่โดนยำมา
2. มีงบประมาณซ่อมแซมตามมาตรฐานของมัน
3. ถ้าไม่เข้าศูนย์ ก็ต้องมีอู่ที่มีช่างเก่งๆ มีเครื่องไม้เครื่องมือครบ

การใช้รถมือ 2 มันประหยัดกว่าตอนจ่ายเงินซื้อ แต่ก็ต้องมาจ่ายเรื่องซ่อมบำรุงแทน แบบไหนคุ้มกว่าก็อยู่ที่คนซื้อแล้วล่ะครับ

ออฟไลน์ AkE

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,359
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 17:00:08 »
Camry 2.0 & 2.5 , Accord 1.5T ครับ นั่งสบายหมดเลยทั้งหน้าหลัง ค่าซ่อมหรือเข้าศูนย์พอๆกับ d seg

Eu นี่ไม่จริงครับห่างไม่น้อยนะครับ ส่วนถ้าจะหา bmw ก้เอา F10 520d 525d 520i 528i ครับได้หมด

ก้น่าใช้นะครับแต่งอแงกว่า d seg jpn มือ1 แน่นอนครับ ที่เชียร์ที่สุดคือ camry 2.5 ครับรู้สึกคุ้มดี

จขกท. อยู่ ตจว. ด้วย ไม่กินน้ำมันแน่นอนครับ 2.0 ก้ได้แต่เทคโนโลยีเก่ากว่าแค่นั้นครับ ส่วน Accord 1.5T

มันเหมาะกับสายแต่งหน่อยครับ

ออฟไลน์ seederxx

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 62
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 17:44:24 »
อยากได้รุ่น ตัวที่ ขับอึด ทน เครื่องไม่ค่อยมีปัญหา  ไม่จุกจิก ต้องเข้าอู่ซ่อมบ่อย
ส่วนเรื่องอู่นอกสำหรับซ่อมรถ ก็หาไว้แล้ว มีพอรองรับแล้ว (ผมอยู่อุบลฯ)
ตามข้อความนี้ไปซื้อ camry 2.0 หรือ 2.5 เถอะครับ เตือนด้วยความหวังดี อย่าเอื้อมเลยครับ

ออฟไลน์ V221

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,458
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 20:20:04 »
โจทย์บอกว่าไม่จุกจิก ไม่เข้าอู่บ่อย คงต้องCamryใหม่ครับ รุ่นใหม่ขับดีกว่าเดิมจริงๆ น้องเขยผมเพิ่งขายX3 20DหลังหมดBSIไปแล้วถอย2.5Gบอกว่าช่วงล่างดีผิดคาดเลยละครับ

ออฟไลน์ XyteBlaster

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 847
    • อีเมล์
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 20:20:28 »
ถ้ายังติดปัญหาเรื่องงบ ผมไม่แนะนำให้เล่นยุโรปเลยครับ ขับ d seg ญี่ปุ่นป้ายแดง เดี๋ยวนี้ก็ขับขี่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ภายในก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ
แถมกว้างนั่งสบายกว่าอีกต่างหาก

อีกอย่าง คุณขับรถไม่เร็ว (ถ้าจริงตามที่ว่ามา) คุณก็จะไม่ค่อยได้ใช้ความสามารถ ของรถเต็มประสิทธิภาพเท่าไหร่

ส่วนเรื่องภาพลักษณ์ นานาจิตตังครับ เพราะมันจะเป็นเหตุผลหลักเหนือทุกสิ่ง 555

ตอนผมถามแฟนเก่าที่ไม่ค่อยรู้เรื่องรถ เค้าบอกว่า รถเบนซ์บีเอ็มเก่า ก็ไม่ได้ดูหรูนะครับ ภายใน ภายนอก มันยังไงก็ดูเก่าอะครับ

ออฟไลน์ Mr.Joe

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 291
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2019, 21:23:41 »
ถ้าใช้แล้วสบายใจ ไม่พ้น Accord, Camry มือ 1 เลยครับ
แต่ถ้าอยากเล่นใบพัด แนะนำว่าควรหาอู่ใบพัดใกล้บ้านที่งานดี ราคาดีไว้เผื่อ ให้สบายใจ จากนั้นแนะนำให้ไปดู 520d F10 มือ 2 ศูนย์บีเอ็มที่ประวัติครบ ไมล์ไม่เยอะ ซึ่งตามงบที่ว่าก็สามารถหาไม่ยากครับ เครื่อง N47 พิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่าทนทาน ขอแค่ดูแลถูกต้องก็วิ่งกัน 1.5-1.8 แสน กม.สบายๆ ถ้าจะเสียก็เป็นระบบแอร์ที่อู่นอกก็ไม่ได้แพง กับช่วงล่างตามจุดยึดต่างๆ นอกนั้นก็ไม่ได้มีอะไรงอแงครับ
ผมใช้ทั้งดาว ทั้งใบพัด ต้องบอกว่า 10 ปีหลังนี่ใบพัดทำรถมาเสถียร และค่าดูแลต่ำกว่าดาวจริงๆ

ออฟไลน์ Butterzai

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,071
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2019, 02:31:08 »
รถยุโรป  ซ่อมไม่ถึง  แต่รถญี่ปุ่น มันไม่ค่อยเสียให้ซ่อมครับ  นอกจากของใช้เสื่อมสภาพ ของใช้สิ้นเปลืองตามปกติ   

จากประสบการณ์​ที่อยู่กับ camry 10 ปีและ bmw  ตัวเก่าตัวนึง 10 ปี

ของบางอย่างมันไม่ควรเสีย รถยุโรปก็เสีย  พวกอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆ  ม่านไฟฟ้า BMW  พังปีที่ 7 ม่านข้าง พลาสติกแตก ค้าง ออกไม่ได้ ปีที่ 5  เบาะไฟฟ้า  ปั้มพาวเวอร์พัง  ปั้มหม้อน้ำพัง  ขั้วไฟท้ายละลาย   พลาสติกภายในเริ่มกรอบแกรบ  แถม E90 ไฟเตือนต่างๆเริ่มมาเป็นต้นคริสมาส   เกียรบ้าง  เครื่องบ้าง ไหนจะที่วางแก้วพังกดไม่ออกอีก   (ที่วางแก้วแบบดึงของ vigo ใช้มาสิบปีก็ไม่เห็นมันจะพังแบบ BMW)​

   ตัดภาพมา Camry ก็ไม่เคยเสียอะไรพวกนี้เลย

มันก็พูดยากครับ เรื่องซ่อมถึง เพราะรถญี่ปุ่นไม่ค่อยจะได้ซ่อมอะไรแบบนั้นบ่อยๆแบบรถยุโรปครับ   เข้า 0 เช็คระยะอย่างเดียว   ;D ;D

แคมรี่  ACV40 ไม่เคยมีอะไรพังจนขายไปปีที่ 10   นอกจากเปลี่ยนอะไหล่ตามระยะ   จนปีที่ 10 ก็เป็นรถที่สมประกอบอยู่

(พวกบุชช่วงล่าง   ยางแท่นเครื่อง   โช๊ค   สายพาน  ของเสื่อมสภาพตามการเวลาที่ราคาไม่แพง อันนั้นต้องเปลี่ยนตามปกติ)

คนใช้รถยุโรป  เค้ามองว่าการเปลี่ยน การซ่อมรถ มันเป็นเรื่องปกติ  แต่ตั้งแต่มาใช้รถญี่ปุ่น   ผมว่ามันไม่ปกติ  กับการซ่อมถึง ไม่ถึง  เปลี่ยนอะไหล่กันทุกเดือนสองเดือนเนี่ย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2019, 02:35:22 โดย Butterzai »

ออฟไลน์ tom46

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,005
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2019, 07:09:37 »
เมื่อก่อนผมก็กังวลกับการซื้อรถ bm มือสอง แต่พอดีจังหวะนั้นทาง bm เขาเริ่มมาทำตลาดรถมือสอง ขายแล้วมีประกันให้ ตัวรถโดยรวมก็ดีอยู่ครับ มีซ่อมแซมกันบ้างตามประสา ช่วงในประกันเขาก็เคลมได้บ้าง เคลมไม่ได้บ้างแล้วแต่อาการที่เป็น แต่ผมก็ใช้มาจนถึงทุกวันนี้นะครับ

ถ้า จขกท กังวลเรื่องการเลือกรถ ลองเข้าไปในเวปของ bmw thailand ดูได้ครับ เขาจะมีให้เลือกดูอยู่ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 09, 2019, 07:12:25 โดย tom46 »


M52TUB24 NA TUNING
STROKER M54B30
SCHRICK CAM 248/248
aa tuning software custom
K&N performance air intake kit
Exhaust systems thailand hand made
Rear exhaust EISENMANN

ออฟไลน์ Devil13

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,336
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2019, 08:26:31 »
อยู่อุบล มีอู่ซ่อมเก่งๆฝีมือดีไหมครับ ถ้ามีก็เล่นยุโรปมือ2ได้
แถวอยุธยา,ปทุมไม่มีอู่เก่งๆราคาคบได้เลยครับ คนแถวนี้วิ่งเข้ากรุงเทพหมด

ออฟไลน์ lonely

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 770
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2019, 10:35:04 »
D Sec ญี่ปุ่น มือ 2 = อีก 1 ตัวเลือก

ออฟไลน์ Terng

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,602
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2019, 20:56:01 »
ขอตอบในฐานะคนสอย 3 มือสองละกันครับ อันนี้ถามเฉยๆนะ ผมว่า 180-185ขับ3ก็ยังมีพื้นที่นะครับ ไม่น่าติด สูงเท่าไหร่เนี่ย

จริงๆถ้าชอบ BMW จริงๆ series 5 f10 งบขนาดนี้หาดีๆได้เลยครับ ผมเชียร์ให้หา 525(6สูบ)D กับ 528i นะไหนๆก็มาขนาดนี้แล้ว

ถามว่าเรื่องค่าซ่อมที่เค้าพูดมาเนึ้ย จริงไหม ตอบให้ว่าต้องแยกเป็นกรณีครับ
1.ค่าบำรุง เปลี่ยนถ่ายของเหลว กรอง บลาๆ แพงกว่าแคมรี่แอคคอร์ดไม่มากครับ เดี๋ยวนี้อู่ทำเพียบเลย
2.ค่าซ่อมกรณีได้รถไม่ดีมา อันนี้แหละหนัก คือถ้ามั่นใจว่าสามารถหารถดีๆได้ สภาพดีแน่นอน ข้อนี้ตัดไปเลยครับ
แต่หากว่าดันซวย ได้รถแย่มาจริงๆ การมาไล่เก็บไล่ทำก้ราคาระดับนึงนะครับ คือถ้าเอาไปบวกกับราคารถมันก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่เราอาจจะประสาทเสียแทนว่าเสึยนู่นอีกละ เสึยนี่อีกละ ก็ต้องระวังดีๆ
3.ค่าอะไหล่สิ้นเปลือง ไม่แพงมากครับ ผมว่าใกล้ๆแคมรี่แอคคอดนะแหละ เพียงแต่ว่าต้องหาอู่ดีๆนะ

ต้องบอกก่อนเลยว่าถ้าดูแลมันดีๆ รถมันไม่ได้จุกจิกขนาดนั้นครับ BMW มีความ Reliable สูงอยู่นะขอแค่อย่างก เสียก็ทำตามอาการไป ดูแลมันดีๆมันก็อยู่กับเรานานครับ รถมันแจ้งเราหมดแหละว่าอะไรพัง เพราะงั้นเลยอาจจะมองว่าจุกจิกกว่ารถ ญป ครับ

ขอให้โชคดีและยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งบิมเมอร์ครับ

ถามหน่อยครับ พอดีคุณพ่อผมไปถอย F30 320d Sport มา สภาพค่อนข้างดีเลย ตอนนี้รถมันขึ้นเตือนว่าอีกพันกว่าโลถึงกำหนดเช็คระยะ อยากทราบว่า ถ้าเราไม่แพลนจะเข้าศูนย์อยู่แล้ว ถ้าแค่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและซ่อม/เปลี่ยนอะไหล่ตามอาการ notification ที่มันเตือนเข้าศูนย์จะหายไหมครับ
=====================
รถที่ใช้เป็นประจำ
2009 Toyota Corolla Altis 1.6G
2011 Toyota Prius TRD
2015 Ford Ranger T6 XLT Open Cab 2.2 MT
2018 Toyota CHR HV Mid
=====================

ออฟไลน์ laempiab

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 390
    • อีเมล์
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2019, 22:59:00 »
อู่นอก ที่ซ่อมบำรุงบีเอ็ม ใช้เครื่อง GT-1 รีเซ็ตระบบให้เหมือนศูนย์บริการครับ



ออฟไลน์ PKS8

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,645
    • อีเมล์
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2019, 00:25:39 »
ใช้มาครบทั้งหมดครับ ใบพัด ตราดาว สี่ห่วง มือสองทั้งหมด ซื้อมาตอนก่อนแสนโล และใช้จนขายทะลุ 2 แสนโลทั้งหมด

ยุโรปการขับขี่ดีกว่าญี่ปุ่นจริงครับ เก็บเสียงก็ดีกว่าครับ เหล็กเหมือนจะแข็งกว่าด้วยครับ

แต่ถ้าเล่นมือสองระยะยาว ต้องมีอู่ที่รู้จักกันนะครับ เพราะอู่เก่งๆคิวยาวมาก จอดรอซ่อมนาน แล้วพอซ่อมกับเค้าซักพักอย่าไปไว้ใจ หมั่นตรวจสอบเสมอนะครับว่าเสียจริงมั้ย เปลี่ยนจริงมั้ย

ในสามยี่ห้อนี้ ผมยืนยันได้ครับ ใบพัดรถเสถียรสุดครับ จุกจิกน้อยสุด แต่ถ้าเทียบพวกแคมรี่แอคคอด ยังห่างไกลมากครับ คือไฟโชว์บ่อยมาก และเซนเซอร์เยอะ บางทีไม่มีอะไรเสียหรอกครับ เซนเซอร์มันเสีย ไม่เปลี่ยนก็ไม่ได้ เปลี่ยนก็แพง ช่วงล่างถ้ารูดอย่างเดียวไม่เบรคเลย ไปไวกว่าญี่ปุ่นเยอะครับ จุดข้อต่อ บูช และลูกหมากเยอะกว่าญี่ปุ่นมากครับ

ของเหลวและค่าแรง พอๆกับญี่ปุ่นเข้าศูนย์ครับ ยกเว้นน้ำมันเกียร์ แต่อะไหล่ตัวอื่นๆแพงมากๆ ก็แน่นอนครับ ค่าตัวเค้าเริ่มต้นมาแพง ทำให้ภาพรวมการซ่อมยังไงๆก็แพงกว่าญี่ปุ่นแน่นอนครับ แม้จะเข้าอู่นอกก็ตาม อย่าคิดเลยครับว่าถูกเทียบแคมรี่แอคคอด คนล่ะะเรื่องเลยครับ แล้วพวกช่างที่ชอบเชียร์ ซ่อมจบใช้ยาว อันนี้ไม่มีจริงแน่นอนครับ ถ้าใช้รถยุโรปเกิน 7-8 ปีไปแล้ว ถ้าเป็นคนหูดี และขี้รำคานแบบผม เข้าอู่เกือบทุกเดือน ซ่อมนั่นเสร็จ อันอื่นโผล่มาตลอด บิลแต่ล่ะครั้งไม่เคยต่ำกว่าหมื่นเลย

อู่ที่”เคย” ไว้ใจ ชื่อดังแถวราชพฤกษ พอเศรษฐกิจไม่ดี หรือขยายอู่ สร้างตึก สร้างเพิ่มเติม ผมเคยโดนยกระบบแอร์ E90 ทั้งระบบ ทั้งๆที่เพิ่งยกที่อู่นี้ไปแค่ 2 ปีเอง พอแอร์ไม่เย็น บอกหน้าตาเฉยคอมแอร์ แล้วก็พอรื้อออกมาโบว์เออร์อีก ตู้อีก เลยเลิกเข้าและขายทิ้งไปเลย

ล่าสุดลูกพี่ลูกน้องผม E60 ฝาสูบโก่ง ขึ้นยานแม่มาอู่นี้ ยกเครื่องใหม่หมด 2.5 แสน มือสองจากนอก วิ่งไป 2 อาทิตย์ ฝาสูบโก่งอีก กลับไปที่อู่บอกหน้าตาเฉยต้องเปลี่ยนเครื่อง เอาไปขับเร็วไป ความร้อนขึ้น ไม่รับประกัน ก็ไม่รู้น้องผมมันโง่หรือมันบ้าก็เปลี่ยนเครื่องอีก 2 แสน รวมๆโดนไป 4 แสนกว่า แล้วก็ไม่จบเครื่องดับกลางอากาศ สุดท้ายขายทิ้ง ทุกวันนี้ผ่านไปอู่นี้รถยังจอดเรียวคิวยาวอยู่เลย

อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ ผมเบื่อยุโรปไปเลย ขนาดจะซื้อใหม่ ยังกลัวชีวิตหลัง 7 ปี จะลงเอยเหมือนเดิม เพราะถ้าไม่เข้าศูนย์ ก็มีอู่พวกนี้แหละครับวนเวียนไปเรื่อยๆ
2015 Subaru XV Sport
2015 Mitsubishi Pajero Sport GT Premium

ออฟไลน์ the kit

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 849
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2019, 09:45:32 »
ใช้มาครบทั้งหมดครับ ใบพัด ตราดาว สี่ห่วง มือสองทั้งหมด ซื้อมาตอนก่อนแสนโล และใช้จนขายทะลุ 2 แสนโลทั้งหมด

ยุโรปการขับขี่ดีกว่าญี่ปุ่นจริงครับ เก็บเสียงก็ดีกว่าครับ เหล็กเหมือนจะแข็งกว่าด้วยครับ

แต่ถ้าเล่นมือสองระยะยาว ต้องมีอู่ที่รู้จักกันนะครับ เพราะอู่เก่งๆคิวยาวมาก จอดรอซ่อมนาน แล้วพอซ่อมกับเค้าซักพักอย่าไปไว้ใจ หมั่นตรวจสอบเสมอนะครับว่าเสียจริงมั้ย เปลี่ยนจริงมั้ย

ในสามยี่ห้อนี้ ผมยืนยันได้ครับ ใบพัดรถเสถียรสุดครับ จุกจิกน้อยสุด แต่ถ้าเทียบพวกแคมรี่แอคคอด ยังห่างไกลมากครับ คือไฟโชว์บ่อยมาก และเซนเซอร์เยอะ บางทีไม่มีอะไรเสียหรอกครับ เซนเซอร์มันเสีย ไม่เปลี่ยนก็ไม่ได้ เปลี่ยนก็แพง ช่วงล่างถ้ารูดอย่างเดียวไม่เบรคเลย ไปไวกว่าญี่ปุ่นเยอะครับ จุดข้อต่อ บูช และลูกหมากเยอะกว่าญี่ปุ่นมากครับ

ของเหลวและค่าแรง พอๆกับญี่ปุ่นเข้าศูนย์ครับ ยกเว้นน้ำมันเกียร์ แต่อะไหล่ตัวอื่นๆแพงมากๆ ก็แน่นอนครับ ค่าตัวเค้าเริ่มต้นมาแพง ทำให้ภาพรวมการซ่อมยังไงๆก็แพงกว่าญี่ปุ่นแน่นอนครับ แม้จะเข้าอู่นอกก็ตาม อย่าคิดเลยครับว่าถูกเทียบแคมรี่แอคคอด คนล่ะะเรื่องเลยครับ แล้วพวกช่างที่ชอบเชียร์ ซ่อมจบใช้ยาว อันนี้ไม่มีจริงแน่นอนครับ ถ้าใช้รถยุโรปเกิน 7-8 ปีไปแล้ว ถ้าเป็นคนหูดี และขี้รำคานแบบผม เข้าอู่เกือบทุกเดือน ซ่อมนั่นเสร็จ อันอื่นโผล่มาตลอด บิลแต่ล่ะครั้งไม่เคยต่ำกว่าหมื่นเลย

อู่ที่”เคย” ไว้ใจ ชื่อดังแถวราชพฤกษ พอเศรษฐกิจไม่ดี หรือขยายอู่ สร้างตึก สร้างเพิ่มเติม ผมเคยโดนยกระบบแอร์ E90 ทั้งระบบ ทั้งๆที่เพิ่งยกที่อู่นี้ไปแค่ 2 ปีเอง พอแอร์ไม่เย็น บอกหน้าตาเฉยคอมแอร์ แล้วก็พอรื้อออกมาโบว์เออร์อีก ตู้อีก เลยเลิกเข้าและขายทิ้งไปเลย

ล่าสุดลูกพี่ลูกน้องผม E60 ฝาสูบโก่ง ขึ้นยานแม่มาอู่นี้ ยกเครื่องใหม่หมด 2.5 แสน มือสองจากนอก วิ่งไป 2 อาทิตย์ ฝาสูบโก่งอีก กลับไปที่อู่บอกหน้าตาเฉยต้องเปลี่ยนเครื่อง เอาไปขับเร็วไป ความร้อนขึ้น ไม่รับประกัน ก็ไม่รู้น้องผมมันโง่หรือมันบ้าก็เปลี่ยนเครื่องอีก 2 แสน รวมๆโดนไป 4 แสนกว่า แล้วก็ไม่จบเครื่องดับกลางอากาศ สุดท้ายขายทิ้ง ทุกวันนี้ผ่านไปอู่นี้รถยังจอดเรียวคิวยาวอยู่เลย

อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ ผมเบื่อยุโรปไปเลย ขนาดจะซื้อใหม่ ยังกลัวชีวิตหลัง 7 ปี จะลงเอยเหมือนเดิม เพราะถ้าไม่เข้าศูนย์ ก็มีอู่พวกนี้แหละครับวนเวียนไปเรื่อยๆ

จริงครับ
อู่รถยุโรป หรืออู่ซ่อมรถนอกนำเข้า
"หลายอู่" ทำแบบ "หมกเม็ด" เปลี่ยนจริง เปลี่ยนหลอก
ยิ่งถ้าเจ้าของไม่มีเวลา "เฝ้า" ไม่มีเวลาดู
หรือ "จุ๊ย" แบบอาเสี่ย หรือคุณหนูไม่รู้เรื่องรถ มีอะไรเปลี่ยนไปเลยหรือเห็นตาม "ช่าง?" ว่าเหมาะสม
อันนี้เตรียมตัวได้เลย!!!

รถ Jap สบายใจกว่าเยอะมากๆๆๆๆๆๆ
เขาศุนย์ โดยมากมักจะ "ไม่หมกเม็ด"
ถ้ามีโดยมากมักเกิดจาก "ช่างชั่วและหัวหน้าช่างชั่ว" ที่ร่วมมือกัน

แต่ก็อย่างว่า Jap ดูไม่หรู, Image มิอาจเทียบกับ Euro ได้
การขับขี่ "อาจจะ" ด้อยกว่าหรือเปล่า??  ในราคาที่เท่ากัน
แต่ "ไว้ใจ" กับค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่าแน่นอน ฟันธง!!
"อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด"

ออฟไลน์ bingoman

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,790
Re: ขอคำแนะนำพี่ๆครับ (BMW Series )
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: พฤศจิกายน 12, 2019, 14:09:25 »
ยังไงก็แพงกว่าของโตโยต้าเยอะมากๆ ครับ  แค่ 5 F10 ผมกระจกเปิดปิดไม่ได้ เปลี่ยนกล่องควบคุมกระจก ราคา 24,xxx บาทครับ

ผ้าเบรคคู่หน้าที่ 0 ไม่รวมจาน ประมาณ 1 หมื่น

แบตเตอรี่ AGM สำหรับรถที่มี start-stop ที่ 0 ราคา 2 หมื่นพอดีๆ ครับ

ถ้าเข้าอู่คงถูกลงเยอะอยู่  แต่อาจจะต้องซ่อมวนๆ ไป ถี่ๆ แบบนั้น ก็มีข้อเสียเช่นกัน

รายการที่เคยเสียและนึกออกนะครับ กับรถ 5 ปี 11x,xxx โล
- แอร์เสียงดัง ช่างบอกว่า blower แตกหัก
- compressor แอร์กำลังอัดตก  0เปลี่ยนให้ฟรี
- แผ่นปิดใต้ท้องรถห้อยต่องแต่ง เลยฉีกขาด (อันนี้ไม่รู้มันเป็นได้ไง ก็ขับปกติๆ วันดีคืนดีกิ๊บล็อคมันหลุดไปเฉยเลย)
- กระจกหน้าเปิดปิดไม่ได้  อันนี้ช้ำสุดๆ ไม่เคยคิดว่าอยู่ๆ กระจกจะเปิดปิดไม่ได้ แถมอะไหล่ก็ไม่มีของเทียบด้วย ต้องเบิก BMW  ราคา 2 หมื่นกว่า
- น้ำมันเกียร์ เปลี่ยนที่ 0 ไม่รวมกรอง ประมาณ 19,000 บาท 

ขนาด 520d ใครๆ ก็เชียร์ว่าทนทาน  สำหรับผม พวกเครื่อง เกียร์ มันทนทานปกติของมัน  แต่อะไรแปลกๆ ที่คาดไม่ถึง  มันกลับพร้อมจะรวนให้เราต้องเสียเงินเล่นครับ ถามว่าเป็นรถที่ดีมั้ย  ดีมากครับ ไม่เคยดับกลางทางทั้งสิ้น  แต่ถามว่าเป็นรถที่เปลืองไหม  ก็ตอบบอกว่าเปลือง และต้องใส่ใจมากกว่ารถโตโยต้า ฮอนด้า อยู่มากครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 12, 2019, 14:20:48 โดย bingoman »