ผู้เขียน หัวข้อ: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด  (อ่าน 3391 ครั้ง)

ออฟไลน์ pitakai

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 23
    • อีเมล์
Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 12:53:22 »
พอดีได้จังหวะเปลี่ยนรถ จริงๆสนใจmazdaมานาน แต่อ่านเจอแต่ปัญหาของแต่ละรุ่นเลยยังไม่เคยได้ขับmazdaสักที. เลยอยากถามเพื่อนที่ใช้งานจริงว่าmazdaรุ่นไหนที่ใช้แล้วปัญหาน้อยสุด จะได้feel the drive

ออฟไลน์ razor

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,983
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 13:02:02 »
BT-50 Pro 2.2 Hi-rider AT
น่าจะน้อยที่สุดแล้ว  :D

ออฟไลน์ Pegasus7700

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,265
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 13:14:33 »
ผมว่าชอบก้อจัดเลยครับ
ยกเว้นมีคันเดียว น่าจะไปเอาแบรดอื่น
...ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป...

MERCEDES BENZ W212 '12
FORD FOCUS 2.0 Gdi '13
HONDA CITY S '15
FORD EVEREST 2.0 Bi Turbo '18
VOLVO XC60 Hybrid Inscription '19

ออนไลน์ Kendow

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 562
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 13:16:31 »
น่าจะ BT50 นี่แหละครับ

รอคุณ Apinui มาตอบครับ แกมีมาสด้าหลายรุ่น น่าจะตอบได้ครับ
2008 Nissan Tiida 5Dr. 1.6G

ออฟไลน์ pitakai

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 23
    • อีเมล์
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 13:29:17 »
แล้วMazda 2 3 Cx30ใหม่ จะมีปัญหาให้ขับไปลุ้นไปมั้ยครับ

ออฟไลน์ nl2br

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,772
    • ร้านค้าออนไลน์
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 13:45:38 »
2 demio ครับ 555
ปัญหาเครื่องยนต์น้อยมาก
บล็อกข่าวไอทีกากๆ >> https://thaimobiletricks.blogspot.com/ << ข่าวมือถือ มือถือรุ่นใหม่

ออฟไลน์ polwath

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 339
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 13:48:14 »
Mazda 2 โฉมแรก น่าจะโอเค เพราะไม่ค่อยได้ยินปัญหาอะไรเลยนะ

ออฟไลน์ Puyzabra

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 233
    • อีเมล์
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 13:58:17 »
2 demio ครับ 555
ปัญหาเครื่องยนต์น้อยมาก

ใช้มา 8ปี 57000กม ไม่เจอปัญหาเลยจริงครับ
แต่ในเมือง 7-9 โลลิตร นอกเมือง 10-12 โลลิตร ครับ

ออฟไลน์ DiKiBoyZ

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,181
    • อีเมล์
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 13:59:39 »
ถ้าใจจะ Mazda แล้ว ยังไงก็ Mazda แน่ๆ ไม่ไปยี่ห้ออื่น เหลือแค่ว่าจะเอารุ่นไหนดี

ผมว่าน่าจะต้องเลือกว่าจะเก๋ง กระบะ หรือ SUV ก่อนนะครับ

ถ้าหลับตาจิ้มโดยที่ไม่รู้ว่าจะจบที่คันไหน งบเท่าไหร่ก็ไม่ได้บอก งั้นผมคงเลือก CX-5 2.0 เบนซิน ตัวท๊อปไปเลย อาจจะมีปัญหาอยู่บ้างแต่น้อยกว่าดีเซล และ เป็นปัญหาที่ยังพอมีทางแก้ไขได้อยู่

ออฟไลน์ CarameLon

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,966
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 14:36:30 »
น่าจะรุ่นที่มียอดขายน้อยสุดครับ จะพบน้อยหาน้อยสุด จริงๆนะเออ  8)
มาสด้ารถสวยภายในลงตัว แต่ถ้าซื้อมาแล้วเสือกตัดแคทฯตัดหม้อกรองเสียง
แต่งเสียงท่อประหนึ่งเป็นเด็กแว๊นอัพเกรดพ่อแม่มีตัง สตาร์รถทีเสียงหนวกหู
กระจกบ้านอื่นกระเทือนไป3สี่บ้าน ในหมู่บ้านมีอยู่สองตัว ทุกบ้านรอบตัวผมจับไข่คุยกันแล้ว
รู้สึกขยะแขยงสัส สัส บ้านก็ใหญ่โตหรูหรา เสือกแต่งรถรบกวนบ้านที่อยู่มาก่อนเป็นชาติไอ้เชี้ย  8)
TOYOTA WISH SPORT 2.0>>>CRV-2.4L 4WD GEN3>>>TOYOTA Camry 2.4 2010>>>BMW 520 ตาเหยี่ยว>>>BMW X3 2011 >>>BMW 520D 2010 >>>BMW 525D ก่อน LCI >>>BMW 116i M-sport >>>BMW X1 2.0 S-drive 2016 >>>Mercedes GLA200 >>>Mercedes C Class C350e

ออฟไลน์ AkE

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5,899
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 14:47:52 »
Mazda ที่ยังไม่ได้ออกจากโชว์รูมครับ แซวเล่นครับ ผมก้ชอบแบรนด์นี้เหมือนกันมีโอกาสจะจัดเร็วๆนี้

ผมชอบ product ของ 3 & cx30 คงมีงอแงบ้างผมไม่กลัวเพราะไม่ใช่คันเดียวของบ้าน อย่าหนักมากก้พอ

ผมดูแลรถดีมากๆคิดว่าน่าจะพอไหว ถ้า จขกท. พอจะไหวก้จัดเลยครับอย่าไปกลัว แต่ถ้าต้องการรถที่ทน เข้า

ศูนย์สบายใจ บริษัทรับผิดชอบดี ไป showroom Toyota เลยครับไม่มียี่ห้อไหนจะให้ได้ครบเท่านี้แล้ว

ออฟไลน์ apinui

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,108
    • อีเมล์
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 15:09:02 »
มาถึงก็ถามปัญหาเลย ... 5555

ก่อนผมจะเล่าประสบการให้ฟัง ผมขอแนะนำเบื้องต้นก่อนเกี่ยวกับปัญหาของรถนะครับ

ปัญหาของรถที่คุณเคยไม่ยิน ได้ฟัง ไอ้อ่าน เขาเล่าว่า บลาๆ นั้นเกิดขึ้นจริง แต่ในเคสนั้นๆไม่ใช่ว่าทุกคนที่ขับมาสด้าจะต้องเจอครับ ...

ปัจจัยหลักนั่นก็คือพฤติกรรมการใช้งานของเจ้าของรถที่แตกต่างกันด้วยดังนั้น ผมจะเล่าจากประสบการที่ผมใช้มาสด้ามาตั้งแต่ปี 2010 จนปัจจุบันไล่ตามรุ่นดังนี้ครับ

ปี 2010 ผมออก มาสด้า 3 (BK ปี 2010 ) ปัญหาตัวรถตลอดที่ใช้ 3 ปีในระยะประกัน ไม่มีปัญหาใดๆเลย เนื่องจากระบบไฟฟ้าน้อยด้วยมั้งครับ และหลังจากนั้นก้ซ่อมบำรุงตามการเสื่อมสภาพของรถทั่วไป
ปี 2010 ผมออก มาสด้า 2 (ออกพร้อมมาสด้า3 ) ตัวนี้ก้เช่นกัน ไม่เคยพบปัญหาอะไรเลย แต่รถคันนี้คุณพ่อผมใช้ ปัจจุบันยังใช้งานอยู่ maintenance โดยการเข้าศูนย์มาตั้งแต่ป้ายแดง ..
ปี 2012 ผมออก BT50 PRO 4 ประตู เกียร์ AT รุ่นนี้ใครๆที่ออกมาบอกท่อ inter แตกกันเยอะ แต่ผมไม่เคยแตก ยังใช้อยู่จนปัจจุบัน ปัญหาที่เจอคือซีลเกียร์รั่ว แต่ศูนย์เปลี่ยนให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
ปี 2015 ผมออก มาสด้า2 SKYACTIV-G 1.3 ลิตร (ปัจจุบันยังใช้อยู่ ผมรีวิวไว้ในบอร์ดด้วย) ปัญหาที่เจอ เบาะหนังที่นั่งมันหลุดออกจากโครง แค่นั้นแหละ เข้าศูนย์แก้ปัญหาได้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ปี 2019 ผมออก มาสด้า 3 โดยขายตัว BK ไป ปัญหารถที่หลายคนพูดเรื่องปั๊มติกหรืออะไร ผมยังไม่เจอ ตอนนี้รถวิ่งได้ 3 หมื่นกิโลแล้ว

ส่วนประสบการเรื่องศูนย์บริการที่หลายๆคนบอกว่าแย่ แต่ผมใช้มาตลอด 10ปี ไม่เคยเจอว่าแย่ มีแต่ประทับใจเกินกว่าที่คาดหวังเสียด้วยซ้ำ ...

รถมาสด้าเป็นรถที่ถ้าคุณรักการขับเดิมๆ คือมันจบที่สุดแล้ว ทุกคันที่ผมกล่าวมา ผมขับเดิมหมด มี BT50 pro เท่านั้นที่ผมใส่ล้อแม็ค
ปัญหาบางปัญหาที่พูดกัน บางครั้งศูนย์แก้ปัญหาได้ คนที่พูดถึงปัญหาก็ไม่เคยมาโพสแก้ให้หรอกครับว่า ศูนย์แก้ให้หายแล้ว พอคนมาอ่าน ก็จะจดจำพูดกันไปเรื่อยๆ เหมือนกับหลายคนที่ชอบบอกว่าศูนย์บริการมาสด้าแย่ ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้ใช้บริการนานแล้ว แต่นำประสบการเก่าๆมาเล่าเรื่อยๆ เอามันส์เอาสะใจแค่นั้น ..

เพื่อนผม ที่สนิทกันทั้งในที่ทำงานและเพื่อนบ้าน ที่ออกมาสด้าตามคำแนะนำของผม ไม่เคยเจอปัญหาเหมือนที่คุยกันใน net เลย รวมถึง CX5 ดีเซลปี 2018 ที่ผมแนะนำให้อาจารณ์ที่สนิทกันซื้อใช้ยามเกษียณ ทุกวันนี้ก็ยังใช้งานได้ดี เข้าศูนย์ตามระยะ ก็ไม่เคยเจอปัญหาอะไรครับ ... มีแต่โทรมาถามว่าจะออก CX8 ดีเซลใช้อีกเมื่อเดือนก่อนนี้เอง   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2020, 15:22:58 โดย apinui »

ออฟไลน์ mongolias

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,429
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 15:17:30 »
ปัญหาน้อยสุด อืมม คงเป็น BT50 แหละครับ รองลงมาผมว่าเจ้า 2 กับ 3 ครับ
ส่วนตัวใช้ CX5 2.0 MC gen1 อยู่ ถือว่าโชคดี เจ้านี่ยังไม่มีปัญหากวนใจ ตอนนี้ 2.5 ปี วิ่งไป 8.4 หมื่นก.ม. แล้วยังปกติดีครับ

ออฟไลน์ pitakai

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 23
    • อีเมล์
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 15:22:14 »
ขอบคุณทุกท่านมากครับ พอได้ไอเดียแล้ว โดยเฉพาะคุณapinui ป้ายยาเก่งมากเอาซะเคลิ้มเลย ขอถามอีกว่าเบาะหลัง 3ใหม่นั่งทางไกลเป็นยังไงบ้างครับ เมื่อยหรือเมาบ้างมั้ย เพราะขับทางไกลเกิน200Kmแทบทุกอาทิตย์. ส่วนตัวมองๆ 3ใหม่ตัวนี้อยู่. ห่วงแต่คนนั่งหลังจะลำบาก ขับสนุกอยู่คนเดียว

ออฟไลน์ apinui

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2,108
    • อีเมล์
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 15:39:11 »
ขอบคุณทุกท่านมากครับ พอได้ไอเดียแล้ว โดยเฉพาะคุณapinui ป้ายยาเก่งมากเอาซะเคลิ้มเลย ขอถามอีกว่าเบาะหลัง 3ใหม่นั่งทางไกลเป็นยังไงบ้างครับ เมื่อยหรือเมาบ้างมั้ย เพราะขับทางไกลเกิน200Kmแทบทุกอาทิตย์. ส่วนตัวมองๆ 3ใหม่ตัวนี้อยู่. ห่วงแต่คนนั่งหลังจะลำบาก ขับสนุกอยู่คนเดียว

เรื่องเบาะหลัง อาจจะรวมพื้นที่ด้วยใช่ไหมครับ .งั้นผมขอป้ายยาต่อ เอ่ย ...อธิบายต่อละกัน ดังนี้ครับ

ที่พูดกันเยอะมากว่า พื้นที่ด้านหลังมาสด้า 3 แคบ ... ต้องแยกก่อนครับว่า คำว่าแคบเนี่ย หมายถึง แคบจนนั่งไม่ได้ หรือ แคบกว่าคู่แข่ง ....

ถ้าเปรียบเทียบกับคู่แข่ง ถูกต้องครับมันแคบกว่า ... แต่ถามว่ามันแคบจนนั่งไม่ได้หรือนั่งลำบากไหม ... บอกเลยว่าไม่ครับ และมันกว้างเพียงพอสำหรับการนั่งด้วยซ้ำ ...

ยกตัวอย่างในคลิปในรีวิว ที่หลายคนบอกว่าแคบ ทั้งๆที่คนรีวิวนั้น สูง 180 หนัก 100 กิโลบอกว่าแคบคงไม่แปลก แต่ถ้าคนขนาดผมที่สุง 168 หนัก 60 กิโล บอกว่ากว้างล่ะ ....

ดังนั้นเรื่องขนาด ปัจจัยหลักก็คือคนที่นั่งครับว่าขนาดตัวเค้ามีขนาดเท่าไร ... แต่สำหรับผมที่ในครอบครัวผมสุงเฉลี่ยไม่เกิน 170 น้ำหนักตัวมากสุดคงแค่ 68 กิโล นั่งหลังกลิ้งไปกลิ้งมากันสบายแถมเดินทางไกลนั่งไขว่ห้างได้อีกต่างหาก ...

ดังนั้นเรื่องพื้นที่ด้านหลังก็เป็นอีกสิ่งนึงที่ผู้ใช้รถควรไปนั่งเองครับ เพราะการดูจากรีวิวผู้รีวิวและตัวเราเองนั้นขนาดตัวไม่ได้เท่ากัน มันนำมาเปรียบเทียบกันไม่ได้ ...

บางคนขับรถชอบตั้งเบาะตรง บ่นหมอนดันศรีษะ แต่คนที่ชอบขับแบบเอนเบาะนิดนึงหมอนมันก็ไม่ดันศรีษะ ปัญหามันก็ไม่เกิด ...ถูกปะครับ ...

เพราะฉะนั้น พวกนี้มันปัญหาเฉพาะคนครับ ไม่ใช่ปัญหารถ ...

ออฟไลน์ Devil13

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,586
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 15:50:43 »
กระบะมาสด้าครับ
พ่อเพื่อนใช้อยู่ มารับ-มาส่งลูก ทุกวันไม่เคยเสีย ไม่เคยจอดอู่

ออนไลน์ TORA

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 223
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 16:16:56 »
มาถึงก็ถามปัญหาเลย ... 5555

ก่อนผมจะเล่าประสบการให้ฟัง ผมขอแนะนำเบื้องต้นก่อนเกี่ยวกับปัญหาของรถนะครับ

ปัญหาของรถที่คุณเคยไม่ยิน ได้ฟัง ไอ้อ่าน เขาเล่าว่า บลาๆ นั้นเกิดขึ้นจริง แต่ในเคสนั้นๆไม่ใช่ว่าทุกคนที่ขับมาสด้าจะต้องเจอครับ ...

ปัจจัยหลักนั่นก็คือพฤติกรรมการใช้งานของเจ้าของรถที่แตกต่างกันด้วยดังนั้น ผมจะเล่าจากประสบการที่ผมใช้มาสด้ามาตั้งแต่ปี 2010 จนปัจจุบันไล่ตามรุ่นดังนี้ครับ

ปี 2010 ผมออก มาสด้า 3 (BK ปี 2010 ) ปัญหาตัวรถตลอดที่ใช้ 3 ปีในระยะประกัน ไม่มีปัญหาใดๆเลย เนื่องจากระบบไฟฟ้าน้อยด้วยมั้งครับ และหลังจากนั้นก้ซ่อมบำรุงตามการเสื่อมสภาพของรถทั่วไป
ปี 2010 ผมออก มาสด้า 2 (ออกพร้อมมาสด้า3 ) ตัวนี้ก้เช่นกัน ไม่เคยพบปัญหาอะไรเลย แต่รถคันนี้คุณพ่อผมใช้ ปัจจุบันยังใช้งานอยู่ maintenance โดยการเข้าศูนย์มาตั้งแต่ป้ายแดง ..
ปี 2012 ผมออก BT50 PRO 4 ประตู เกียร์ AT รุ่นนี้ใครๆที่ออกมาบอกท่อ inter แตกกันเยอะ แต่ผมไม่เคยแตก ยังใช้อยู่จนปัจจุบัน ปัญหาที่เจอคือซีลเกียร์รั่ว แต่ศูนย์เปลี่ยนให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
ปี 2015 ผมออก มาสด้า2 SKYACTIV-G 1.3 ลิตร (ปัจจุบันยังใช้อยู่ ผมรีวิวไว้ในบอร์ดด้วย) ปัญหาที่เจอ เบาะหนังที่นั่งมันหลุดออกจากโครง แค่นั้นแหละ เข้าศูนย์แก้ปัญหาได้ ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ปี 2019 ผมออก มาสด้า 3 โดยขายตัว BK ไป ปัญหารถที่หลายคนพูดเรื่องปั๊มติกหรืออะไร ผมยังไม่เจอ ตอนนี้รถวิ่งได้ 3 หมื่นกิโลแล้ว

ส่วนประสบการเรื่องศูนย์บริการที่หลายๆคนบอกว่าแย่ แต่ผมใช้มาตลอด 10ปี ไม่เคยเจอว่าแย่ มีแต่ประทับใจเกินกว่าที่คาดหวังเสียด้วยซ้ำ ...

รถมาสด้าเป็นรถที่ถ้าคุณรักการขับเดิมๆ คือมันจบที่สุดแล้ว ทุกคันที่ผมกล่าวมา ผมขับเดิมหมด มี BT50 pro เท่านั้นที่ผมใส่ล้อแม็ค
ปัญหาบางปัญหาที่พูดกัน บางครั้งศูนย์แก้ปัญหาได้ คนที่พูดถึงปัญหาก็ไม่เคยมาโพสแก้ให้หรอกครับว่า ศูนย์แก้ให้หายแล้ว พอคนมาอ่าน ก็จะจดจำพูดกันไปเรื่อยๆ

เพื่อนผม ที่สนิทกันทั้งในที่ทำงานและเพื่อนบ้าน ที่ออกมาสด้าตามคำแนะนำของผม ไม่เคยเจอปัญหาเหมือนที่คุยกันใน net เลย รวมถึง CX5 ดีเซลปี 2018 ที่ผมแนะนำให้อาจารณ์ที่สนิทกันซื้อใช้ยามเกษียณ ทุกวันนี้ก็ยังใช้งานได้ดี เข้าศูนย์ตามระยะ ก็ไม่เคยเจอปัญหาอะไรครับ ... มีแต่โทรมาถามว่าจะออก CX8 ดีเซลใช้อีกเมื่อเดือนก่อนนี้เอง

เป็นแฟน Mazda ใช้รถคล้ายๆกันเลยครับ
ผมเริ่มใช้ Mazda ก็คือเจ้า 3 ตัว BK 2.0 Sedan ไม่เคยเจอปัญหาหนักๆ
เจอแต่ซีลสีเงินที่ไว้กันความร้อนของท่อไอเสีย ใต้ตัวรถขาด ก็เปลี่ยนไป
แล้วคันที่ 2 ก็ Mazda 3 ตัว BM Top HB ก็เจอปัญหาบ้าง
เช่น เอารถไปชนมา รออะไหล่รอซ่อมนานมากๆ ตอนนั้นจำได้
หลังจากไปเอารถไปให้ศูนย์ดูเพื่อสั่งอะไหล่ไว้ก่อน
กว่าจะได้เข้าซ่อมจริงก็ 3-4 เดือนเลย นานโคตรๆ
แล้วก็มีเคลมระบบ Infotainment ดับๆติด
กับเข้าไปอัพ Firmware เรื่องระบบจ่ายน้ำมัน แต่รถก็ยังไม่เคยดับ หรือน๊อคนะครับ
แล้วก็เรื่องเก็บเสียง รุ่นนี้ห่วยแตกมากมาย ยิ่ง 90-100 เสียงยางเสียงพื้นถนนเข้ามาเต็มๆ
แล้วก็คันล่าสุดเป็น CX-5 2.0 SP ใช้มา 3หมื่นแล้วยังไม่เคยดับ ศูนย์เรียกไปเคลมปั๊มติ๊กแล้ว
กับมีปัญหาไฟเครื่องขึ้น แล้วเครื่องสั่นกำลังตก เข้าศูนย์แก้แล้วหาย ไม่ได้เป็นจากปั๊มติ๊กที่เคลมไปแล้ว ตัวรถอะขับดีมาก ถ้าเทียบกับ CRV G4 ที่ใช้อยู่ด้วย เครื่องเสียงสำหรับผมก็พอเพียงมากๆ
เรื่องการเก็บเสียงทาง Mazda พัฒนาไปดีมาก จากแต่ก่อนรถ Mazda เก็บเสียงห่วยมากมาย

แต่ตอนนี้ถ้าถามว่าจะซื้อ Mazda อีกไหมบอกเลยคิดหนักมาก จากเจอเรื่องที่ Mazda ฟ้องผู้บริโภค
กับปัญหาเรื่องศูนย์ไม่ยอมให้ถ่ายน้ำมันเกียร์ โดยอ้างว่า Life time แต่ตัวเกียร์มันไม่ได้ Life timeนะ
ทางเราถ้าอยากใช้รถนานๆ ก็อยากจะถนอมมันให้เยอะที่สุด ยิ่งบ้านเราฝนตกบ่อยมีน้ำท่วมขัง ฝุ่นเยอะ
รถติดหนัก น้ำมันเกียร์ Life time มันจะสู้ได้ยังไง ยี่ห้ออื่นไม่ถ่ายน้ำมันเกียร์บ่อยๆยังพังเลย
แล้วก็เรื่องปั๊มติ๊กนี้ก็นะ รับรถปีใหม่ๆแล้ว ยังเป็นอีก ไม่คิดจะปรับปรุง ไลน์การผลิตเลยหรือไง
แล้วเครื่องดีเซลนี้ก็ไม่แก้ให้จบ มัวแต่บอกว่าของใหม่ แก้แล้วๆ ทำไมยังมีคนบอกว่าเจอน้ำดันอยู่ล่ะ
พวกรุ่นเก่าๆ เคลมแล้วก็ดันได้อีก การแก้ปัญหาห่วย ทำรถตัวเองมือ2 ราคาตกลงไปอีก

สรุปตอบเจ้าของกระทู้ว่า Mazda ไม่ได้เป็นรถที่จุกจิกอะไรมากมาย อย่างที่พูดๆกันอะครับ
แต่ศูนย์กับการแก้ไขปัญหาของ Mazda ไทย เวลารถมีปัญหา ยังต้องปรับปรุงอีกมากๆๆๆ ถ้าอยากจะขายรถให้ได้มากกว่านี้

ถามจริงๆเถอะ ถ้า CX-5 ทำทนๆถึกๆพอๆกับ Toyota Optionมากมาย ศูนย์ช่วยแก้ไขปัญหาได้ดี
กับ CRV Optionโล้นๆ เอากำไรคนไทยเยอะๆ เพราะถือว่าตัวเองเป็นเจ้าตลาด การขับขี่ก็งันๆ CRV จะยังขายดีเหมือนตอนนี้ไหม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2020, 16:28:24 โดย TORA »

ออฟไลน์ Sympho

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 516
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 16:53:39 »
Mazda 2 โฉมแรก น่าจะโอเค เพราะไม่ค่อยได้ยินปัญหาอะไรเลยนะ

แกนพวงมาลัยห่วยมากครับ กึกกักๆ แก้ไม่หาย

ออฟไลน์ SM.

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 20,820
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 17:03:47 »
ปัญหา ถ้าเจอแล้วแก้จบ ผมว่าก็ไม่น่ากลัวเท่าไหร่นะครับ

ออฟไลน์ TJA

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 523
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #19 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 17:14:09 »
ไปหาดูคลิปทดลองขับMazda3 ช่วงท้ายๆที่สรุปตัวเลือกเมื่อเทียบกับคู่แข่งดูครับ
น่าจะพอบ่งบอกได้ว่าภาพรวมในเรื่องหลังการขายมาสด้าเป็นอย่างไร

ผมไปสิงอยู่ในคลับ3,cx3,cx5 หาข้อมูลอยู่2-3ปี
เจอวิธีการรับมือเรื่องปั๊มติ๊กของMST ที่ต้องให้ลูกค้าไปกินข้าวลิงก่อนถึงจะแก้ให้
ผมบอกกับตัวเองเลยว่าผมตัดใจไปAltisดีกว่า ทั้งที่3 Fastbackคือตัวเลือกเดียวในใจมาตลอด

ออฟไลน์ Cortana

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 27
    • อีเมล์
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #20 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 20:11:33 »
Mazda 2 1.5 MT 2012 ครับ จะ feel the drive ไม่รู้

แต่ไม่มีอะไรจุกจิกเลย ย่างเข้าปีที่ 8 กับ 2แสนโล ใช้ขับไปทำงานอย่างเดียวตอนนี้ ดูแลแย่มากๆ ลากน้ำมันเครื่องเกินหมื่นตลอด ไม่เคยเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ น้ำเบรกเปลี่ยนหนเดียว แอร์ไม่รั่ว หม้อน้ำไม่ซึม แต่โช๊คเริ่มลาโลก ลูกหมากรอคิวเปลี่ยนกุกๆกักๆ มาหลายเดือน

ไม่เคยตายกลางทาง ไม่เคยเรียกแม่มา แต่ก็เสียวๆ ทุกวันเพราะอายุเริ่มมาก

เมื่อเช้ายังคงทำได้ 175 ยิ้มแก้มปริ แต่พวงมาลัยว๊อกแว๊กแล้ว คงถึงเวลาของยาง

ล้อ 15 เดิม ช่วงล่างเดิม สนุกทุกวันที่ใช้

ข้อเสีย เสียงดังสะท้านใจ ส่วนแรคพวงมาลัย ต้องอัดจารบีครับ เสียงหายแต่จะกลับมาใหม่อีก ก็อัดใหม่อีกที
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 02, 2020, 20:13:41 โดย Cortana »

ออฟไลน์ Champ_PunPunIT

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 547
  • มีเงินเป็นล้านก็ซื้อเมื่อวานไม่ได้ แต่ถ้าเกินล้านก็ช่างเมื่อวานมันเถอะ
    • อีเมล์
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #21 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2020, 22:11:49 »
นับเฉพาะตัว​ Sky​ น้องสองปัญหาน้อยที่สุดแล้ว​ Sky​ รุ่นอื่นยังเห็นขึ้นยานแม่รัวๆ​ 2​ นี่ไม่ค่อยเห็น​ ส่วนตัวใช้​ 2​ ดีเซลเป็นคันหลัก​ Remap​ ได้แรงบิดมา​ 300​ กว่า​ ต้นจัดประหยัดโคตร​ รถใช้มา​ปีกว่า​ ตอนนี้​ 75,000​ km​ น้ำมันเครื่องลากเกินตลอด​ แอร์เย็นเพลงเพราะ​ ออกทริป​ ตจว.ตลอด​ ขึ้นเหนือลงใต้ยังไม่มีทรยศ
Honda City ZX
Toyota Yaris 1.2E
Mazda3 Skyactive 2.0S
Mazda 2 SkyActiv 1.5 High Plus L
Mitsubishi Pajero Sport 2.4 Elite

ออฟไลน์ Auto

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3,748
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #22 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2020, 00:52:52 »
ปัญหาน้อยสุด อืมม คงเป็น BT50 แหละครับ รองลงมาผมว่าเจ้า 2 กับ 3 ครับ
ส่วนตัวใช้ CX5 2.0 MC gen1 อยู่ ถือว่าโชคดี เจ้านี่ยังไม่มีปัญหากวนใจ ตอนนี้ 2.5 ปี วิ่งไป 8.4 หมื่นก.ม. แล้วยังปกติดีครับ
  ผมเพิ่มให้อีกตัว  ผมว่า Mazda MX5  ด้วยครับปัญหาน้อยที่สุด  จุกจิกน้อยที่สุด ถ้าจะมีเสียก็ตามอายุการใช้งาน   แต่ effect อื่น  ๆ แทบไม่เจอ
         อาจเพราะเป็นรถประกอบญี่ปุ่นส่งขายทั่วโลกจากโรงงาน ฮิโรชิม่า   ทุกขั้นตอนมี Foreman  และ Keeper คอยประกบควบคุมการประกอบรถอีกแทบทุกขั้นของการผลิตเลยก็ว่าได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 03, 2020, 00:55:30 โดย Auto »

ออฟไลน์ 2k

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4,481
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #23 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2020, 10:49:58 »
คนไทยชอบบอกยี่ห้อรองๆศูนย์ห่วยยี่ห้อตลาดคุณภาพดีที่สุดผมเถียงเลยว่าไม่ใช่แล้ว  :-X ปัญหาอยู่ที่คุณภาพของช่างไทยมากกว่าที่คุมคุณภาพไม่ค่อยได้  :-\ ผมเอาไปเข้าศูนย์เล็กซัสเครือเดียวกับโตโยต้าที่คนชมกันว่าดีเลิศมากมา ผลที่ได้คือรถเละไปสองครั้งจากการเข้าศูนย์สองแห่ง ครั้งแรกเปลี่ยนซีลน้ำมันหยดแล้วข่างประกอบชิ้นส่วนไม่ครบ เติมน้ำยาไม่ได้ระดับต้องกลับไปให้แก้งานสามรอบ  :'( เอาไปเปลี่ยนไฟหน้าในศูนสาขาอื่นก็ว่าโคมเบิกใหม่บนพื้นแข็งๆแล้วประกอบโคมมีรอยพร้อยกระเทาะเต็มไปหมด แล้วทีแรกให้เคลมใหม่ได้ข้างเดียวด้วยอ้างว่าความเสียหายไม่ชัดเจนเคลมไม่ได้  :'(  ต้องโวยลงหลายๆที่ถึงยอมรับให้เคลมใหม่ทั้งสองข้าง  :'(
หมาเฝ้าบ้านแจกฟรีจ้า www.dogfindhome.com


ออนไลน์ ArtofLife

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 648
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #24 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2020, 11:15:49 »
นอกเหนือจาก BT-50 Pro ที่กำลังจะตกรุ่นแล้ว ผมมองว่า Mazda ที่เป็นเครื่องเบนซิน ยังพอเล่นได้นะ อย่างน้อยต่อให้มีปัญหา มันก็ยังแก้ได้

ไม่เหมือนพวกเครื่องดีเซล 2.2 ที่จนป่านนี้แล้วก็ยังแก้ไม่ได้ แล้วก็ยังดันทุรังขายอยู่แบบนี้
2019 Mercedes-Benz CLS 300d
2019 Toyota Alphard Hybrid X
2013 Mercedes-Benz E200 Exclusive
2012 Range Rover Evoque
2011 Toyota Prius
2008 Honda Accord 2.4 EL Navi

ออฟไลน์ joufo

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1,040
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #25 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2020, 12:15:53 »
ผมว่า ถ้ารู้จักอู่นอกดีๆ ก็แทบลืมปัญหาไปได้เลยครับ

ถ้าต้องคอยไปสู้รบกับศูนย์บริการ กับ มาสด้าไทยแลนด์
จะมีปัญหาชีวิตตามมาด้วย  :)

ออฟไลน์ NoBiReacto

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 694
    • อีเมล์
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #26 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2020, 13:22:48 »
ปัญหาตัวรถ mazda 2 sky ดูจะน้อยที่สุดครับ ไม่ค่อยเห็นพังกันเท่าไหร่
แต่ที่ปัญหาปวดตับมากคือ นโยบายที่แย่ของ MZD TH เอง
2013 Honda Accord 2.0El Navi
2014 Mazda Cx-5 2.2Diesel
2014 Mercedes-Benz E300 Bluetec hybrid
2016 Honda City 1.5SV+
2018 Mazda 2 1.3 high connect
2018 Honda CR-V 1.6 i-DTEC 4WD

ออฟไลน์ KATANA

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 91
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #27 เมื่อ: มิถุนายน 03, 2020, 23:56:47 »
MAZDA 2 เบนซิน SKY ของผมกำลังจะครบ 2 ขวบ ไมล์ 3 หมื่นต้นๆ ไม่มีปัญหาอะไรเลยนะครับ ปกติ เกียร์นิ่มดีเหมือนใหม่ๆ

อ่อ มีอย่างเดียวพวงมาลัยเพิ่งเริ่มมีเสียงนิดๆ ว่าจะให้ช่างดูตอนเช็คระยะ

ผมเห็นด้วยตรงที่ว่า มันเหมาะกับคนที่ซื้อมาไม่อยากแต่งอะไรต่อ เพราะผมชอบโดยรวมของการขับมากครับ กำลังพอดีอย่างที่ต้องการ (สำหรับคนขับเท่านั้น)

ออฟไลน์ PatPat

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 1
Re: Mazdaที่มีปัญหาน้อยที่สุด
« ตอบกลับ #28 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2020, 10:29:30 »
ใช้มาสด้า3 รุ่น bk เข้าปีที่ 14
ยังยืนยันว่าเป็นรถที่ขับดี ขับสนุก ไม่จุกจิก
ดูแลซ่อมบำรุงตามระยะ ไม่มีปัญหา
มองหาศูนย์ที่ดี และอู่ที่เชื่อใจได้ไว้ เวลามีปัญหาก็แก้ได้ไม่เจ็บตัวและบานปลาย

คันต่อไปที่จะออกก็ยังมองเป็นมาสด้า