ผู้เขียน หัวข้อ: พอใจกับรถที่เราใช้อยู่ตอนนี้กันแค่ไหนครับ (ข้อดี-ข้อเสีย)  (อ่าน 3335 ครั้ง)

ออฟไลน์ dinpordinpuen

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 70
    • อีเมล์
1. Ford ranger 2.2 6at hi-rider 4ประตู 2013

ข้อดี
- ช่วงล่างพวงมาลัยในความเร็วเดินทาง 100 - 140 ถูกใจมากนิ่งแน่นกำลังเหมาะเจอพื้นไม่เรียบมีดีดเล็กแล้วหยุดเลย มุดมอเตอร์เวย์ก็ยังไว้ใจได้ดี
- กำลังเครื่องกดครึ่งคันเร่งกำลังต่อเนื่องดี กดมาเรื่อยๆโดยไม่ต้องลงเกียร์ต่ำ มาแบบเรื่อยๆมาเรียงๆ
- อัตราสิ้นเปลืองทางไกลไม่โหดร้ายเท่าไหร่ ถ้าคงคันเร่งไว้นิ่งๆได้ตลอด ปล่อยไหลชะลอไม่ต้องเบรกยังมี 13 กิโลเมตรต่อลิตรให้เห็น ถ้าเอาประหยัดกว่านี้ก็ขับไม่เกิน 90 รอบเครื่องไม่เกิน 1600 - 1700 บูสท์อ่อนๆประหยัดแน่ถ้าไม่ง่วงซะก่อน แต่บทจะกินคือกินตามความรีบของเจ้าของรถเลยทีเดียว 8-9 กิโลเมตรต่อลิตรสามารถทำได้ไม่ยาก
- ถังนึงโฆษณาเคลมไว้ 1 ถังได้ 1000 กิโลเมตร นั้นทำได้จริงขับดีๆ1100 -1200เป็นไปได้ แต่ต้องวิ่งชานเมืองมากกว่ารถติดเพราะจะเหลือ 850 - 950 กิโลเมตร
- ภายในอุปกรณ์ก็สมถะ เหมือนจะน้อยแต่ก็ไม่ขาด
- เครื่องเสียง รู้สึกประทับใจกับของติดจากโรงงานมากลำโพง6ตัว จัดว่าฟังได้ดีถ้าไม่ใช่คนฟังแนวออเคสตร้าหรือเพลงที่เครื่องดนตรีเยอะ เครื่องเสียงมีเบสบึ้มบั้มกำลังดี แหลมจนเกื่อบบี้แต่ยัง (ตัวปีอื่นไม่รู้จะเหมือนกันไหมนะ)
- การเก็บเสียงลมทำได้ดี 130 ถึงจะเริ่มได้ยินเข้ามาอันนี้แล้วแต่คนอีกที
- ภายในกว้างพอตัว นั่งแล้วโปร่งโล่งสบาย
- ที่วางแก้วสองช่องกลาง แผงประตู4บานก็วางได้อยู่
- ช่องเสียบไฟมีสองช่องหน้าหลังแต่ระวังฝาปิดหายเอาได้
- ชอบเป็นการส่วนตัวคือฝากระโปรงหน้าปิดลงล็อคง่ายดี โดยที่ไม่ต้องทิ้งลงมาสูงมากนัก
- ฝาท้ายตัวมือเปิดไม่ต้องออกแรงงัดแล้วกลัวจะหัก และปิดกลับแค่ดันก็เข้าล็อคได้ง่ายๆโดยไม่ต้องผลักแรงๆ (พอเป็นตัวใหม่กลับเปลี่ยนพาร์ทซะงั้น)
- ด้วยการกัดลายพลาสติกต่างๆของภายในคอนโซลหน้าแผงประตูรอบคันดูเป็นลายไม่ค่อยเหมือนรถญี่ปุ่น พอใช้ไปนานเลยดูไม่ค่อยเก่าเร็วเท่าไหร่ (แต่ถ้าไปวิ่งในนาอันนั้นก็เก่าอยู่ดี)

ข้อเสีย หึหึ.......
- เป็นรถกระบะที่ที่เลี้ยงดูมาแบบลูกคุณหนู หลายอย่างควรใช้เกรดดีๆ เพราะออกแบบมาให้ใช้ของดีๆหรือไม่ก็เพราะป่วยง่าย
- น้ำมันเครื่องควรใช้สังเคราห์แท้ เพื่อลดความเสี่ยงปั้มน้ำมันเครื่องแตก....จริงๆมันก็ออกแบบมาเปราะด้วยส่วนหนึ่งเลยมีปั้มแบบเฟืองออกมาขาย กรองน้ำมันเครื่องก็ลูกเล็กแต่จะให้เปลี่ยน15000กิโล อาจจะไม่ดีเท่าไหร่
- ท่ออินเตอร์ตั้งแต่ใช้รถกระบะมาไม่ค่อยเห็นกระบะรุ่นไหนท่ออินเตอร์แตกมาก่อนในระยะแสนกิโลหน่อยๆ เปลี่ยนท่อโลหะก็หมดปัญหา
- เกียร์ ไม่ถึงกับเปราะแล้วแต่เจ้าของทนุถนอมได้ประมาณไหน 250000 - 270000 ยังอยู่ไหวในวาล์วบอดี้เดิมๆ
- อาการของเกียร์ขับในเมืองกระตุกยับเยิน ช่วงเปลี่ยนลง 3 ไป 2 - 2 ไป 3 จนต้องใช้บวกลบคาเกียร์ไว้เอง
- เป็นรถที่ประหยัดน้ำมันก็ไม่เท่าไหร่ และเครื่องก็ไม่ได้แรงพอให้หนีเก๋ง1.5ได้พ้น เซ็งตรงนี้
- กำลังเครื่องมันดีที่สุดคือช่วงรอบ 1800 - 2700 เกิน 3000รอบขึ้นไปคือหมดความตื่นเต้นหนืดเหี่ยว ยิ่งเร่งแซงความเร็วที่100 คาเกียร์4 แล้วลากรอบให้พ้นยังเหนื่อย
- ช่วงล่างในความเร็วสูงมันดี ความเร็วต่ำในเมืองนะหรอ หึหึ แม้เจ้า ตึงตังเหลือเกินแม้จะลม32ปอนด์แล้วก็ตาม แต่ยังไม่ขนาดวีโก้ใส่ คายาบ้า ซุปเปอร์เรด + ล้อ20นิ้ว
- เบรกถ้าขับในเมืองอาจจะไม่ชอบ กด20-30%แรกเบรกจับน้อยเกินไป พอเพิ่มเป็น50%ลงไปคือหน้าเริ่มทิ่มเลย แอบรำคาญเหมือนกัน และถ้าขับเร็ว160+ แล้วตกในเบรกแอบมีไหลนิดหน่อยแต่ยังเอาอยู่
- ความคล่องตัวในเมืองจัดว่าอุ้ยอ้ายประมาณนึง แต่ถ้าเป็นซอกซอยก็ต้องชะเง้อดูมุมหน้ารถดีๆ แต่ถ้าคุ้นรถแล้วจะกะระยะได้แม่นเอง แต่เอาชัวร์หาเซนเซอร์รอบคันมาใส่เพิ่มจะอุ่นใจขึ้น
- เบาะนั่งคู่หน้าแรกๆก็นั่งสบายแต่ถ้าขับเป็นเวลาหลายชั่วโมงมากๆก็จะเมื่อยมากกกเช่นกันแม้จะมีดันหลังมาให้
- เบาะหลังตัวรองนั่งแอบแข็งไปหน่อยพอนั่งได้แต่เมื่อยไม่แพ้คู่หน้า ทั้งนี้แล้วแต่คนอีกทีนึง
- ประตูคู่หน้าแอบหนักไปหน่อยก่ะแรงปิดยากต้องผลักแรงหน่อยถึงจะปิดสนิท (แม่ผมคอมเพลนมาเอง)
- และอุปกรณ์บางอย่างที่เสียแบบไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเสียคือพวกมือเปิดประตูด้านในหักคามือ กลอนประตูเสียปิดไม่ได้ (แต่เข้าเคลมได้ฟรี4บาน) ปุ่มล็อคประตูไฟฉุกเฉินกดไม่ค่อยติด
- คู่มือบอกให้เติมน้ำมันอย่างน้อย10ลิตรขึ้นไปไม่งั้นเข็มจะไม่ขึ้นอันนี้ก็ประหลาดดี และจริงด้วยต้องเติมซัก4-5ร้อยบาทขึ้นไปเข็มถึงจะขึ้นให้ บางทีงบน้อย300เข็มไม่ขึ้นให้แต่เข็มก็ยังตกลงเรื่อยๆจนกระทั่งไฟเตือน จนต้องกัดฟันเติมเพิ่มไปอีกเข็มถึงขึ้นให้
- ค่าดูแลแอบแพง ค่าของเหลวถ้าอยากเซฟควรเข้าอู่นอกอย่างเดียว จะเซฟค่าแรงจากศูนย์ไปเยอะ
- สุดท้ายค่าดูแลกก็เยอะแล้ว ยังมีค่าของแต่งมายั่วยวนให้เสียตังค์อีกหลายอย่างไม่ว่ารุ่นไวล์แทร็คจะมีออพชั่นอะไรสามารถเบิกอุปกรณ์มาเปิดระบบใส่ได้

 เป็นรถที่เหมือนผู้ชายหน้าตาดีแต่แต่งตัวจืดๆ คืออยู่ด้วยกันได้ทุกวันไม่หวือหวาแต่ก็ไม่ขี้เหร่ ถ้าไวล์แทร็คก็หล่อครบครันไปเลย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 18, 2020, 19:20:03 โดย dinpordinpuen »

ออฟไลน์ Odd_yim

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 352
    • อีเมล์
BR-V MY2018
สิ่งที่ชอบ
- ความอเนกประสงค์ ขนคน ขนของ เคยขนน้ำแพ็คเล็กไปบริจาค 1,000 ขวด พับเบาะแถวสาม ขนได้แบบเหลือเฟือ (หาข้อมูลความจุเมื่อพับเบาะแถวสามได้ 691 litre VDA) เบาะแถวสามนั่งได้จริง น้องผมสูง 178 หนัก 90 นั่งแล้วไม่บ่นครับ
- อัตราเร่ง พอ ๆ กับรถเก๋ง 1,500-1,600 cc คันเร่งตอบสนองดีและ linear  มีเกียร์ L ให้เวลาขึ้นเขา เคยวิ่งไปเขาค้อ ภูพาน สบาย ๆ อัตราสิ้นเปลือง ผมใช้ E20 นอกเมืองได้ 14-15 km/l ในเมือง 11-12 km/l ถ้า E85 จะลดลงราว ๆ 1 km/l และการมีไฟ Eco ทำให้เปลี่ยนลักษณะการเหยียบคันเร่งของผมมากทีเดียวฟ
- พวงมาลัยเบากำลังดีในช่วงความเร็วต่ำ ตัวรถที่ไม่กว้างกว่า Eco Car เท่าไหร่ทำให้ขับมุดในเมืองได้สบาย ช่วงความเร็วสูง อาจจะไวไปนิด แต่ก็ไม่ถึงกับวอกแวก จนไม่มั่นใจ
- เบาะคู่หน้า วางตำแหน่งดีมาก ถึงจะปรับสูง ต่ำไม่ได้ แต่ก็ไม่ทำให้ทัศนวิสัยแย่ลงเลย อย่างแฟนผมที่เวลาขับ Altis ต้องปรับเบาะขึ้นสุด+เบาะรอง พอมาขับ BR-V ไม่ใช้เบาะรองยังขับได้ครับ และ Leg Room ก็กว้าง ไม่มีคอนโซลกลางมาเบียดขา
- ช่องใส่ขวดน้ำ 11 ตำแหน่ง เยอะมาก ๆ แถมใหญ่ด้วย ตรงประตูหลัง ใส่ขวดน้ำ 1.5 ลิตรได้สบาย ๆ
- มียางอะไหล่ิ (นับว่าเป็นข้อดีได้มั้ย)
สิ่งที่ไม่ชอบ
- การเก็บเสียงไม่ดี ในคลิปรีวิวบอกว่าเกิน 100 km/h แล้วเริ่มดัง แต่ผมขับ 80 km/h ก็เริ่มได้ยินแล้ว
- แบตเสื่อมเร็ว ของผมวิ่งไป ปีครึ่ง ได้ 35,000 km ก็เสื่อมแล้ว รอบนี้รอลุ้นให้ถึง 40,000 km อยู่ครับ
- ช่อง USB เรียกว่า ไม่มีเลยก็ว่าได้
- เบาะแถวสองตัวเบาะค่อนข้างสั้นและแข็ง พอเจอช่วงล่างที่ติดแข็งไม่ค่อยนุ่มเท่าไร ทำให้นั่งไม่สบายเหมือนรถเก๋ง แต่ก็ชดเชยด้วยพนักพิงหลัง ที่ปรับเอนได้ 3 ระดับ
- คอนโซลกลางไม่มีที่วางแขน ถ้าตัดช่องวางแก้วออก แล้วใส่ที่วางแขนกับช่องเสียบ USB เพิ่มมาให้จะดีมาก
- ออปชั่น อุปกรณ์เสริมความปลอดภัย ให้มาน้อย แม้จะเป็นตัว MC ก็ตาม ผมอยากจะได้ Cruise Control กับ Paddle Shift แล้วก็ขอที่วัดอุณหภูมิหม้อน้ำมาด้วยครับ

Altis 1.6G MY2008 (หน้าแบน)
สิ่งที่ชอบ
- ทน ถึก เลขไมล์ราว ๆ 110,000 km เข้าซ่อมบำรุงที่ศูนย์ตามระยะ ไม่มีอะไรจุกจิกเลย ผมไม่แปลกใจที่แท๊กซี่รุ่นนี้ปลดระวาง แล้วยังใช้ขับส่วนตัวกันต่อ
- ประหยัดน้ำมัน ในเมือง 12-13 km/l นอกเมือง 15-16 km/l น้ำมัน 1 ถัง เคยวิ่งได้ไกลสุด เกือบ 700 km
- เบาะหลังนั่งสบายกว่า BR-V แต่เบาะคู่หน้า ผมรู้สึกดีกับเบาะ BR-V มากกว่า ถึงแม้ว่า Altis จะมีที่วางแขนซ้าย แต่แขนขวา วางแล้วไม่สบายเอาซะเลย
- การเข้าเกียร์แบบซิกแซก ผมชอบมากกว่าการกดปุ่มแบบืHonda เพราะปุ่มมีโอกาสเสียได้ง่ายกว่า
- ช่องสัมภาระหลัง จุใช้ได้ ใส่กระเป๋าเดินทางใหญ่ ๆ ได้หลายใบ
สิ่งที่ไม่ชอบ
- พวงมาลัยไฟฟ้า ที่เบาและไม่ให้ความรู้สึกแม่นยำซะเลย
- คันเร่งไว ขับแรก ๆ จะกะน้ำหนักไม่ค่อยถูก แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเครื่อง VVTi แรงไม่พอ
- ไม่มีปุ่ม A/C Off ต้องหมุนลูกบิดอุณหภูมิเวลาต้องการกำลังเครื่องเพิ่ม
- จอไมล์ที่พื้น ๆ มาก คือ Accord ปี 95 ยังมีไฟโชว์ประตูที่ปิดไม่สนิท ไฟเบรคเสีย มาให้ แต่ Altis หน้าแบนมีดีกว่าแค่ Trip A และ B

ออฟไลน์ natin

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 44
อ่านเพลินเลย ขอแชร์บ้าง

MU-X 3.0 4x4 2014
+ งานประกอบดี ไม่มีเสียงอะไรให้กวนใจ
+ ค่าบำรุงรักษาถูกเมื่อเทียบกับหลายๆ ยี่ห้อ
+ ไม่เสียจุกจิกกวนใจ
+ กว้างขวางนั่งสบาย ไม่อึดอัด
+ ที่วางแก้วน้ำเยอะมาก
+ ศูนย์บริการดีเยี่ยม
- คันเร่งหน่วงไปหน่อย ใครมาขับจะนึกว่ามันอืด ใส่คันเร่งไฟฟ้าไปจบเลย
- ช่วงล่างแย่สำหรับการขับเร็วๆ แต่ใช้ในเมืองนุ่มสบายมาก อันนี้แล้วแต่คนชอบ ผมชอบขับเร็วเลยเปลี่ยนโช็ค
- ล้อ(7”)และยาง(255)ใช้ขนาดเล็กกว่ารถ ppv ระดับเดียวกันในตลาด ทำให้ถ้าใครจะหายางตรงรุ่นจะหายากหน่อย
- front อายุสัก 3-5 ปี จะชอบมีปัญหา ในคลับเป็นกันเยอะรวมทั้งรถผมด้วย
- กระจกมองหลังสั่น ไม่รู้ว่าออกแบบมาขาเล็กไปหรือเปล่า ใช้แล้วขัดใจมาก
- ที่พักเท้าซ้ายเล็กมาก ทำให้ขับทางไกลๆ อาจจะเมื่อยได้
- ลำโพงเสียงค่อนข้างแย่

Swift 2015
+ ไม่มีปัญหาจุกจิกกวนใจ
+ ค่าบำรุงรักษาถูก อะไหล่ไม่แพง
+ เครื่องเสียงคุณภาพโอเคกว่าที่คาด
+ ประหยัดน้ำมัน
- หาศูนย์บริการดีๆ ยาก
- อะไหล่บางตัวเสียเร็วกว่าที่คิด แต่ก็ชดเชยด้วยราคาอะไหล่ที่ไม่สูง
- อืดไปหน่อย สไตล์ eco car กดคันเร่งเยอะๆ พอช่วยได้

ออฟไลน์ Trafalgar

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 523
นั่งไล่อ่านจนครบทุกท่าน
- 1992 Toyota Corolla AE101 MT
- 1996 Mitsubishi Lancer Evolution IV MT
- 2004 Toyota Hilux Vigo 2.5G MT
- 2004 Toyota Fortuner 3.0G MT
- 2012 Honda City AT