Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: Nut_K ที่ มีนาคม 29, 2011, 08:40:26
-
ฟังจากเสียงคนรอบข้าง + กระแสในเว็บมีแต่คนไม่ปลื้มเลย
สิ่งที่โดนติหลักๆ คือ แผงประตูด้านข้างที่เปลือยให้เห็นเนื้อเหล็ก + ไม่มีไล่ฝ้าหลัง + ที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง
ส่วนเรื่องเบาะนั่งคงเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว
อีกอย่างคือเมื่อเทียบราคา + option กับ Nissan March แล้วมันคนละเรื่องเลย
ผมว่า Honda น่าจะใส่ใจกับรายละเอียดพวกนี้ + ใส่ option ให้มากกว่านี้สักหน่อยนะครับ
เพราะตอนนี้การที่ Brio เปิดตัวมามันเหมือนกับเป็นการเพิ่มยอดขายให้ City / Jazz และ Nissan March ซะมากกว่าละ
-
ผมเคยถามเซลล์เค้าบอกว่าได้ยินคนบ่นเยอะเหมือนกันครับ เปลี่ยนออพชั่นอาจจะต้องรอ mc ครับ แต่ถ้าโชคดีแป๊กเหมือน ex ก็อาจได้เปลี่ยนoptionเร็วครับ
-
รอปรับตาม MY ครับ
-
คงปรับปรุงไม่ทันแล้วค่ะ ผีถึงป่าช้าแล้ว ช่วงนี้คงทนเสียงบ่นไปสักระยะก่อนค่ะ สรุปตั้งใจเป็นตลกหน้าม่านก่อนหรือเปล่า เหมือนไม่ตั้งใจทำเลยค่ะ
-
ผมเคยถามเซลล์เค้าบอกว่าได้ยินคนบ่นเยอะเหมือนกันครับ เปลี่ยนออพชั่นอาจจะต้องรอ mc ครับ แต่ถ้าโชคดีแป๊กเหมือน ex ก็อาจได้เปลี่ยนoptionเร็วครับ
น่าคิดน่ะครับ แต่ถ้ายอดจองยังเยอะอยู่นี่สิ >:(
-
ลดราคาแบบ lancer EX จบครับ สัก 3-5 หมื่น option ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องไปทำอะไรหรอก เพิ่มไปราคาก็ขึ้น เอาแค่นี้แหละ :)
-
หรือ Honda จะเก็บไว้รับมือ Mitsubishi กับ Suzuki หว่า
-
ถ้าถามผมแล้ว....ผมคิดว่าออฟชั่นมันน้อยไปไหม
ผมว่ามันก็กำลังดีสำหรับการใช้งานในชีวิตจริงๆแหละครับ
เพียงแต่ว่าที่ผมประหลาดใจก็คือว่า
ปกติแบรนฮอนด้ามันจะทำรถออกมาได้ดีกว่านี้มากมาย
แต่ทำไมกับรุ่นนี้ที่อุตสาห์วิจัยพัฒนามาก็หลายปี แต่กับออกมาได้...ขนาดนี้
ผมว่าคงจะเป็นอย่างที่หลายๆคนพูดแหละครับว่า ยุคนี้มันยุดที่ฮอนด้าตกต่ำที่สุดจริงๆแหละครับ
-
ผมว่าเค้าปรับไม่ทันแล้วหละครับๆ
ที่เค้าทำมาแบบนี้เพราะเค้าคิดว่า ยี่ห้อ ของเค้าขายได้แน่ๆ
แต่ผลที่ออกมา ก็ได้เสียงบ่นจากประชาชน ;D
-
ทำรถมาเหมือนกับ ทำลวกๆ ดูถูกรสนิยมคนใช้รถ ยังไงก็ไม่รู้ คงลืมไปว่านี่มันปี 2011 แล้ว
-
แต่ก็ใจปล้ำให้แอร์แบ๊กคู่แล้วนะครับ การตลาดคนละแบบกัน แต่ยังไงผมก็เชื่อว่าแบรนด์ฮอนด้า ขายได้อยู่แล้ว แต่จะขายได้เกินพันคันหรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป
เพราะราคาไม่ได้ตั้งมาแพงเว่อร์แบบฟรีดเนอะ :-*
-
รับไม่ได้เลยครับ แผงข้างประตูเห็นเนื้อเหล็ก คานหลังก็ไม่มี ท้ายก็สวยแบบไม่เสร็จ ที่ปัดน้ำฝนด้านหลังก็ไม่มี เอาง่ายๆที่คนเยอะๆในงาน ส่วนมากบ่นมากกกกกกกกกกกกเลย วันนั้นผมไปได้ยินทั่วไปหมด เซลล์ทำหน้าเครียดเลย บางคนถึงกับออกจากบูทไปดูบูธอื่นก้มี march ยังไงก็พุ่งสูงกว่าแน่ๆ
-
ผมมองว่าคอนเซปของ Honda นั้นเค้าต้องการทำรถออกมาโดยเน้น
1. การ Design ที่โฉบเฉียบแบบมีลายเส้นสไตร์ Honda
2. การประหยัดน้ำมัน
3. เน้นความปลอดภัย
4. วัสดุที่ใช้มีราคาถูก(common กับรุ่นอื่นให้มากที่สุด) แต่คุณภาพสูง สามารถรีไซเคิลได้
5. การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ คล่องตัว
แต่มุมมองของคนซื้อรถนั้น เน้น
1. Option (กลายเป็นตัวสำคัญอันดับหนึ่งไปแล้ว)
2. คุณภาพในการประกอบ
3. รูปร่างหน้าตา
Honda อาจจะสอบตกเรื่อง Option แต่ถ้ามองในมุมความปลอดภัยนั้น ไม่แพ้ใครแน่ๆ
ผมว่าคนที่คิดเรื่องข้อเสียเรื่อง Option ควรจะไปลองขับดูก่อนไหม ว่าชอบรึเปล่า แล้วค่อยตัดสิน
ผมคิดว่า Option คงจะตามมาหลังจากนี้ เพื่อกระตุ้นตลาด ตอนนี้พวก Produt Planing คงปวดหัวไม่น้อย
-
อ้อ ส่วนใครที่กำลังรอ Swift Eco Car ก็ทำใจนะครับ
โดนหั่นไปเยอะพอๆ กัน เพื่อลดต้นทุนเชิงราคา และลดน้ำหนักตัวรถ
ผมว่า ECo Car ไปเน้นเรื่องประหยัดกันดีกว่าครับ ถ้าเน้นเรื่อง Option และประโยชน์ใช้สอย
ควรขยับไปที่ B, C, D -Seg ดีกว่า
-
ตามความคิดเห็นโดยส่วนตัวผมนะครับ....
ผมว่าก็มีคนส่วนนึง(ไม่รู้เหมือนกันว่าเยอะหรือว่าน้อย) เค้าก็อยากจะได้รถที่เน้นเรื่องประหยัดน้ำมัน
แต่ก็ยังคงอยากได้รถที่คุณภาพและออฟชั่นมีมาให้พอสมควร
ผมว่ามันก็ไม่น่าจะยากเท่าไหร่กับการเพิ่มรุ่นย่อยเข้าไป
เอาเป็นว่าใครอยากได้ออฟชั่นโน้นนั้นนี่ก็เลือกรุ่นที่ท็อปๆไปราคาแพงกว่ากันตามสมควร
ผมว่าน่าจะมีอย่างน้อยซะ 5 รุ่นย่อยนะครับ...
ที่นี้ก็เลือกเอาตามความสามารถในการซื้อกันไป
แต่บอกได้อย่างเดียวว่ารับไม่ได้อย่างที่สุดกับแผงประตูภายในที่เห็นโครงเหล็ก
ก็อย่างที่พี่จิมมี่บอกแหละครับ...มันไม่ได้ประหยัดไปซะเท่าไหร่เลยกับพื้นที่ของแผงประตูอีกนิดเดียว เหอะๆๆ
-
ในความคิดผมนะ ยอมให้ ตัด แอร์เบ็คคู่ ทิ้งไปก็ได้ แต่อย่าช่วยลดต้นทุนด้วยการตัดคานหลังทิ้ง
ขอเหอะ อย่ามาลดต้นทุนแบบนี้เลย ติดพลาสติกมาเพิ่มต้นทุนมันจะเพิ่มสักกี บาทเชียว
งกไม่เข้าเรื่องแหะ แปลก
-
เชื่อเถอะว่า ถ้ายอดจองในงานดีตามเป้าที่เค้าคาด
คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจนกว่าจะ MC แน่นอน
-
ผมมองว่าคอนเซปของ Honda นั้นเค้าต้องการทำรถออกมาโดยเน้น
1. การ Design ที่โฉบเฉียบแบบมีลายเส้นสไตร์ Honda
2. การประหยัดน้ำมัน
3. เน้นความปลอดภัย
4. วัสดุที่ใช้มีราคาถูก(common กับรุ่นอื่นให้มากที่สุด) แต่คุณภาพสูง สามารถรีไซเคิลได้
5. การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ คล่องตัว
แต่มุมมองของคนซื้อรถนั้น เน้น
1. Option (กลายเป็นตัวสำคัญอันดับหนึ่งไปแล้ว)
2. คุณภาพในการประกอบ
3. รูปร่างหน้าตา
Honda อาจจะสอบตกเรื่อง Option แต่ถ้ามองในมุมความปลอดภัยนั้น ไม่แพ้ใครแน่ๆ
ผมว่าคนที่คิดเรื่องข้อเสียเรื่อง Option ควรจะไปลองขับดูก่อนไหม ว่าชอบรึเปล่า แล้วค่อยตัดสิน
ผมคิดว่า Option คงจะตามมาหลังจากนี้ เพื่อกระตุ้นตลาด ตอนนี้พวก Produt Planing คงปวดหัวไม่น้อย
1. การ Design ที่โฉบเฉียบแบบมีลายเส้นสไตร์ Honda ----------> อันนี้ไม่ได้ลงทุนอะไรเพิ่มเป็นพิเศษ
2. การประหยัดน้ำมัน ----------> อันนี้เป็นลักษณะเครื่องเค้าอยู่แล้ว ไม่ได้ลงทุนอะไรเพิ่มเป็นพิเศษ
3. เน้นความปลอดภัย ----------> อันนี้ ใส่ Airbag 2 ลูก กับ ABS EBD ทุกรุ่น เพราะ eco car ที่เหลือจะมาเป็น B segment ทั้งหมด ตัวถัง Brio สู้ไม่ได้
4. วัสดุที่ใช้มีราคาถูก(common กับรุ่นอื่นให้มากที่สุด) แต่คุณภาพสูง สามารถรีไซเคิลได้ ----------> อันนี้เรื่องปกติ ค่ายไหนๆ ก็ทำ
5. การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ คล่องตัว ----------> set มาให้ดีๆ เรื่องง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนอะไร
สรุปถ้าข้อดีคือตามที่คุณ watanachai19 ว่าก็แสดงว่า Honda ยังไม่ยอมลงทุนอะไร ให้กับ Brio รุ่นนี้เลยอยู่ดีครับ ในขณะที่ Nissan ยอมนั่นยอมนี่
เพื่อให้ March พอจะออกมาสู้ในท้องตลาดได้
ประเด็นก็คือ ถ้าคู่แข่งอื่นส่งรถ A segment มาลง eco car เจ้า Brio จะดูสู้ได้สูสีกว่านี้ครับ
หรือ
ถ้าในเมื่อ Honda พอมองเลาๆ ได้แล้วว่าทุกๆ ค่ายจะส่ง B car มาลง eco car Honda สามารถเลือกทำได้สองอย่าง
1) คงแผนเดิมไว้ ออก Brio เป็น A segment เล็กกว่า แต่อัด option จุใจกว่าคู่แข่งออกมา เพื่อไม่ให้ตัวถังกระทบ Jazz และยังสู้คู่แข่ง eco car ได้
2) เปลี่ยนแผนทำรถ B car ออกมาอีกรุ่น ที่มีขนาดเล็กกว่า Jazz อย่างเห็นได้ชัด ยกตัวอย่าง size ขนาด Swift รุ่นที่เพิ่งตกรุ่นในตลาดโลก ลักษณะตัวถังและขนาด
ยังเล็กกว่า Jazz แต่สู้กับ eco car ที่เป็น eco car จากค่ายอื่นได้สบายๆ
-
ถ้าจะพูดเรื่องความปลอดภัยของคนนั่งหลังแล้ว
ถ้าผมซื้อบริโอ้ ผมคงไม่ซีเรียสครับ
เพราะผมจะเอาเบาะหลังออก แล้วใส้โรลบาร์กับค้ำโช๊คหลังแทน ;D
เรื่องที่เป็นข้อด้อยของบริโอ้ ส่วนมากมันจะเป็นเรื่องของชิ้นส่วนตัวถังมากกว่าออปชั่นนะครับ
ซึ่งผมว่าถ้าจะอัพเกรดกันตรงนี้คงถึงกับมีอ้วกนะ เพราะมันคงต้องให้ซัพพลายเออร์แก้โมลด์ชิ้นงาน
หรือหนักๆก็ต้องขึ้นโมลด์ใหม่เลยมั้ง
.-_-.
-
ผมว่าเรื่องออฟชั่นของ Brio ก้อทำมาดีแล้วครับ สมเหตุสมผลตามแบบ Honda
เพราะว่าโดยรวมคิดว่าสิ่งสำคัญของการซื้อรถซักคันนึงคงดูว่าเหมาะสมกับเรามากที่สุด
ก้อเหมือนเฟัยต้าออฟชั่นเยอะกว่าแจ๊ส อย่างเรื่องระบบสั่งงานด้วยเสียงผมไม่ได้ใช้ ทั้งที่มันเป็นออฟชั่นที่เพิ่มมามากกว่าแจ๊ส
แต่ผมเชื่อว่าหลายๆคนก้อยังเลือกแจ๊สเหมือนผม ในเหตุผลอีกหลายๆอย่างเป็นองค์ประกอบไม่ใช่แค่ออฟชั่นอน่างเดียว
ส่วน Brio ออฟชั่นมันก้อเพียงพอแล้ว หรือถ้าจะให้ดี เต็มที่ก้อเพิ่มรุ่นย่อยให้มากหน่อย ตามมาก้อจบแล้ว
แต่ที่รับไม่ได้อย่างเดียวคือเรื่องการออกแบบที่สุดต้นทุนนิดหน่อยแต่เสียความรู้สึกลูกค้ามากกกกก
มันจะคุ้มเสียไหมครับ???
-
ไม่รู้นะ สำหรับผม ยังไม่ได้ดูตัวจริง
แต่ถ้าดูจากข้อมูลที่มีแล้ว
ผมว่าออพชั่นที่ Brio จัดมาให้นี่ก็ถือว่าเพียงพอนะ แต่...
ถ้าเทียบกันแล้ว สิ่งที่ได้กับตัวรถที่เป็นอยู่ (อย่างที่เห็น) ผมว่า ราคาที่ตั้งอยู่นี่ ถือว่าแพงไปมากเลยล่ะครับ
เมื่อก่อนเคยว่า March ไว้ว่า ออพชั่นที่ได้กับเครื่องแค่ 1.2 แต่ตั้งราคามาซะใกล้รุ่นล่างของ B-seg 1.5 ทั่วไปเลย
พอมาเจอ Brio ออพชั่นเท่านี้ ตั้งราคาเวอร์ซะขนาดนี้ กลายเป็นว่าในสายตาผม March ถูกไปโดยปริยายเลย
Production Planing คงคิดไว้แล้วล่ะว่า ชูความเป็น "Honda" และ "ความประหยัดน้ำมัน" ขายล้วนๆ เลย
ตัดสินจากที่ผมคิดไว้ ยังไงก็ขายได้แน่ๆ ครับ (แต่ขายผมไม่ได้คันนึงล่ะ)
-
อ้อ ส่วนใครที่กำลังรอ Swift Eco Car ก็ทำใจนะครับ
โดนหั่นไปเยอะพอๆ กัน เพื่อลดต้นทุนเชิงราคา และลดน้ำหนักตัวรถ
ผมว่า ECo Car ไปเน้นเรื่องประหยัดกันดีกว่าครับ ถ้าเน้นเรื่อง Option และประโยชน์ใช้สอย
ควรขยับไปที่ B, C, D -Seg ดีกว่า
แล้วทำไมmarchถึงเน้นประหยัดได้ แถมยังให้ออปชั่นและประโยชน์ใช้สอยในราคาที่ไม่ต่างกันมากได้ล่ะ
ผมว่ายังกับฮอนด้าทำบริโอ้ออกมาด้วยแนวคิดว่า แค่ให้มันวิ่งได้ก็พอ ยังงั้นแหละ โดยเฉพาะรุ่นล่างนี่ยังกับtata nanoที่ขายราคาแสนกว่า
ในมอเตอโชว์ ผมเห็นเซลนิสสันนี่ยิ้มหน้าบานทุกคน และทุกคนเดินเข้ามาหาผมด้วยความมั่นใจพร้อมกับพูดว่า ไปดูรถคู่แข่งมาแล้วใช่มั้ย
แบบนี้ฮอนด้าต้องสู้ด้วยชื่อแบรนอย่างเดียวแล้วครับ เพราะอย่างอื่นแพ้หมด(นอกจากเครื่องที่แรงกว่า แต่ยังไม่มีให้ลองขับเลยไม่รู้ว่าจริงๆเป็นยังไง)
-
ในความคิดผมนะ ยอมให้ ตัด แอร์เบ็คคู่ ทิ้งไปก็ได้ แต่อย่าช่วยลดต้นทุนด้วยการตัดคานหลังทิ้ง
ขอเหอะ อย่ามาลดต้นทุนแบบนี้เลย ติดพลาสติกมาเพิ่มต้นทุนมันจะเพิ่มสักกี บาทเชียว
งกไม่เข้าเรื่องแหะ แปลก
อยากจะบอกว่า เคยไปสัมนากับฮอนด้าเมื่อตอนแจ๊ซออกใหม่ๆ
อ้ายเราก็เป็นคนปากไม่อยู่สุขเน้อ...
เพราะสวิทซ์ปรับกระจกมันไม่มีไฟส่องในตัวสวิทซ์แบบตัวนอก
พวกเราก็ซน DIYมันซะจนมี เสียตังส์ซื้อ LED กับตัวต้านทาน หมดไปชุดละ 6บาท
ฟังไม่ผิดหรอกซื้อที่อมร เป็นถุงๆแล้วมาทำให้น้องๆในอิสานแจ๊ซ
เลี้ยวออกนอกทางซะแล้ว ต่อดีกว่า
วันที่สัมนา เราก็ปากดี ถามว่าทำไมไม่ติดหลอดมาในสวิทซ์ทั้งๆที่มันราคาไม่กี่บาท
เค้าตอบว่า ในแง่การผลิต คุณมองว่าไม่กี่บาท แต่ฮอนด้ามองที่ปริมาณการผลิตที่มากคัน
ตอบมางี้ ผมเลยหยุดเลย กลัวเขาไล่กลับบ้าน
(แหม๋ แล้วที ตรูซื้อรถคุณคันละ5-6แสน เป็นพันๆหมื่นคัน ได้ไปกี่ตังส์หล๊ะพ่อ...)
-
ถ้าด้อยกว่าสเปคโลกก็ควรแก้ไขครับ
-
อ้อ ส่วนใครที่กำลังรอ Swift Eco Car ก็ทำใจนะครับ
โดนหั่นไปเยอะพอๆ กัน เพื่อลดต้นทุนเชิงราคา และลดน้ำหนักตัวรถ
ผมว่า ECo Car ไปเน้นเรื่องประหยัดกันดีกว่าครับ ถ้าเน้นเรื่อง Option และประโยชน์ใช้สอย
ควรขยับไปที่ B, C, D -Seg ดีกว่า
แล้วทำไมmarchถึงเน้นประหยัดได้ แถมยังให้ออปชั่นและประโยชน์ใช้สอยในราคาที่ไม่ต่างกันมากได้ล่ะ
ผมว่ายังกับฮอนด้าทำบริโอ้ออกมาด้วยแนวคิดว่า แค่ให้มันวิ่งได้ก็พอ ยังงั้นแหละ โดยเฉพาะรุ่นล่างนี่ยังกับtata nanoที่ขายราคาแสนกว่า
ในมอเตอโชว์ ผมเห็นเซลนิสสันนี่ยิ้มหน้าบานทุกคน และทุกคนเดินเข้ามาหาผมด้วยความมั่นใจพร้อมกับพูดว่า ไปดูรถคู่แข่งมาแล้วใช่มั้ย
แบบนี้ฮอนด้าต้องสู้ด้วยชื่อแบรนอย่างเดียวแล้วครับ เพราะอย่างอื่นแพ้หมด(นอกจากเครื่องที่แรงกว่า แต่ยังไม่มีให้ลองขับเลยไม่รู้ว่าจริงๆเป็นยังไง)
Honda เตรียมคิดหนัก
ถ้าเซลล์ Nissan พูดมางี้
ยิ่งปีหน้าเจอ Mitsubishi + Suzuki อีก
-
ก่อนอื่นก่อนในอย่างน้อยๆก้ใส่พลาสติกเพื่อปิดไอ้เหล็กรถที่โผล่รอบห้องโดยสารก่อนเหอะ ของแค่นี้ไม่น่าจะงกเลย :(