Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: nuttanva ที่ ตุลาคม 13, 2011, 22:26:55
-
จากที่ทุกๆคนบอก ว่าเวลาลุยน้ำท่วมสูงๆ ให้ปิดแอร์ หรือปิด a/c เพื่อไม่ให้พัดลมตีน้ำขึ้นมา?
แล้วถ้าเป็นพวกรถกระบะ ซึ่งพัดลมจะหมุนไปพร้อมสายพานตลอดเวลาล่ะครับ เราไปหยุดมันไม่ได้อยู่แล้ว แล้วมันจะไม่ตีน้ำขึ้นมาหรอครับ
???
-
อ้าวเหรอ ผมนึกว่าป้องกันไฟช๊อต เพราะผมเห็นที่คอมแอร์รถผมมันมีสายไฟด้วย
ส่วนเรื่องพัดลม มันตีน้ำจริง (ผมรถกระบะ) แต่มันก็ไม่ได้ตีรุนแรงมากมาย
และกระแสน้ำก่อนที่จะมาถึงพัดลมมันก็เบาแล้ว เพราะมันถูกต้านด้วยแผงแอร์และหม้อน้ำ(บางคันมีอินเตอร์คูลเลอร์อีก)
เวลาเจอน้ำผมจะค่อยๆหยอดลงไป เพราะกลัวเสื้อสูบและอ่างน้ำมันเครื่องร้อนๆ เจอน้ำเย็นกระทันหัน กลัวเหล็กมันเสียสภาพ
เคยลุยจนทิดเครื่อง ใบพัดเกือบจมน้ำทั้งหมด กรองอากาศจมไปครึ่งอัน รถผมก็ยังไปต่อได้นะ
-
ไม่เกี่ยวหลอกครับ
-
ปกติแล้ว ถ้าคอมแอร์โดนน้ำแค่กระเด็นใส่ คอมแอร์ก็ตัดอยู่แล้วนะครับ เป็นระบบป้องกัน
เรื่องปิดคอมแอร์ คงจะหมายถึงรถโดยรวม โดยเฉพาะรถเก๋ง ซึ่งน้ำถึงพัดลมได้ง่ายกว่า ใบพัดโดนน้ำ จะทำให้น้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง
ส่วนเครื่องแบบรถกระบะ หรือ รถขับหลัง ที่ใช้พัดลมฟรีครัช คงหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่เครื่องที่ใช้พัดลมฟรีครัช ส่วนมากระบบไฟฟ้ายังไม่มาก จึงไม่น่าห่วงเท่าไหร่
-
สงสัยจะอ่านมาจากเว็บเดียวกัน แต่อันนั้นไม่เกี่ยวกับรถกระบะครับ ลงไปได้เลย ที่ต้องระวังคือ น้ำเข้าลูกสูบมากๆ ซึ่งจะทำให้ลูกสูบทะลุ ข้อเหวี่ยงหักได้ครับ
-
โอ้ว ความรู้ใหม่
ขอบคุณมากๆ สำหรับทุกคำตอบนะครับ
:D
-
ปิด A/C ดีแล้วครับ
ถ้าพัดลมตีน้ำหรือเศษบางอย่างที่มากับน้ำ มันอาจไปโดนหม้อน้ำแตกได้นะครับ
รถญาติผมปีที่แล้วที่หาดใหญ่ โดนมาแล้วครับ หม้อน้ำแตกไม่รู้เรื่องเลยขับต่อไปอีกสักพักเครื่องฮีท
สุดท้ายจอดเรียกรถมาลากสรุปค่าเสียหาย 2 แสนกว่าครับ ฝาเสื้อวาล์วไปหมดครับ
-
ปิด A/C ดีแล้วครับ
ถ้าพัดลมตีน้ำหรือเศษบางอย่างที่มากับน้ำ มันอาจไปโดนหม้อน้ำแตกได้นะครับ
รถญาติผมปีที่แล้วที่หาดใหญ่ โดนมาแล้วครับ หม้อน้ำแตกไม่รู้เรื่องเลยขับต่อไปอีกสักพักเครื่องฮีท
สุดท้ายจอดเรียกรถมาลากสรุปค่าเสียหาย 2 แสนกว่าครับ ฝาเสื้อวาล์วไปหมดครับ
แสดงว่าคนขับไม่ได้มองเกจความร้อน อิอิ
จริงอยู่ที่รถเราปกติ ก็ไม่ต้องมองบ่อยๆ
แต่ถึงยังไงเวลาผ่านสถานที่ๆไม่ปกติ เช่นลุยน้ำท่วม ก็ควรตรวจสอบความผิกปกติ อย่างน้อยมองเกจต่างๆที่หน้าจอก็ยังดี
ถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพง
-
ปิดหนะดีแล้วครับ
-พัดลมจะได้ไม่ตีน้ำขึ้นมา ....ถูกต้องครับ ลดความเสี่ยงในการที่ใบพัดลมจะหักแล้วทะลุหม้อน้ำ
-ลดภาระเครื่องยนต์ ลดภาระไดชาร์จรถยนต์
-รอบเครื่องจะคงที่ตามที่เราต้องการ
-ผมไม่ทราบมาก่อนว่า หากคอมแอร์โดนน้ำกระเด็นใส่แล้วมันจะตัด รถผมเคยแต่ ช๊อต กับสายพานแอร์ลื่น แอร์ไม่เย็น
-ลุยน้ำอาจทำให้สายพานไดชาร์จลื่น ทำให้ไดชาร์จไม่ทำงาน ทำให้แบตฯหมดได้
พอจะเห็นข้อดีของการปิดแอร์วิ่งบ้างกันหรือยังครับ ;)
ส่วนรถกระบะพัดลมหน้าเครื่องจะเป็นแบบฟรีปั๊ม ซึ่งเวลาอยู่ในน้ำมันจะหมุนช้าอยู่แล้วครับ ทั้งใบพัดก็หนากว่าใบพัดลมไฟฟ้าทั่วๆไป ครับ
-
การปิดแอร์ตอนลุยน้ำ ป้องกันการที่พัดลมแอร์ตีน้ำแตกหักเสียหาย
ช่วยทำให้เครื่องยนต์มีกำลังเต็มที่ และควรเปิดหน้าต่างรถด้วย
เผื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน สามารถหนีออกทางช่องกระจกได้ง่ายครับ
และสามารถใช้กระสอบ ถุงดำปิดกระจังหน้าตอนลุยน้ำ
จะช่วยไม่ให้ขยะเข้าอุดตัน หม้อน้ำได้อีกวิธีนึง
-
ผมคิดว่า ถ้าปิดแอร์ช่วยไม่ให้หน้าคลัชคอมแอร์มันลื่นอ่ะครับ :-[
เรื่องพัดลมถ้ากระบะไม่น่ามี ปห. ครับ ;D