Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: mrpoppy69 ที่ ธันวาคม 14, 2011, 10:35:07
-
คือไปถามเซลมาเขาบอกไม่เอามาแล้ว ผมก็งงๆ ใครทราบรบกวนด้วยครับ ;D
-
เท่าที่คุยกันล่าสุดเมื่อไม่นานนี้ เค้าบอกว่ายังมีเข้ามาอยู่นะครับ แต่ยังไม่สรุปเรื่องราคาและออฟชั่นแน่นอนว่าเป็นอย่างไร รวมถึงยังบอกไม่ได้ด้วยว่าจะเข้ามาเมื่อไร่ (รู้สึกไม่มีอะไรชัดเจนเลยนะเนี่ย :o)
ราคาที่ตั้งไว้ตอนนี้ 3.29 ล้าน ผมว่าอาจจะมีเปลี่ยนแปลงได้นะครับ เหมือนตอนที่ราคา C250 coupe ลดลงมาจากราคาเปิด (แต่ตอนนั้นไม่แน่ใจว่าลดเพราะเติม E20 ได้รึเปล่า)
-
ตอนนี้ถ้าเป็น MBTH มีเฉพาะ C-250 Coupe ครับ ราคา 4 ล้าน
เคยถามพี่เซลล์เรื่อง C-180 Coupe เค้าบอกว่าอาจไม่เอาเข้ามา เพราะทำราคาสู้เกรย์ไม่ได้ครับ
ล่าสุดผมถามเกรย์จ้าวนึงอยู่ประมาณ 3 ล้านนิดๆอ่ะครับ
:D :D
-
ผมว่าไม่นะ กำไรน้อยไป เอา c 250 coupe ได้กำไรเห็นๆ และ ไม่อยากแตกไลน์ coupe ให้มันวุ่นวายด้วยครับ
-
ก็แก้เป็นประกอบในไปสิครับ
-
รถ coupe ที่นำเข้ามานี่มันเสียภาษีเยอะกว่าหรือยังไงครับมันถึงแพงกว่ารถ saloon ทั่วไปค่อนข้างมากอยู่
จริงๆแล้ว saloon มันต้องใช้วัสดุเยอะกว่าไม่ใช่หรอครับ แต่มันก้ถูกกว่าเนอะ
-
รถ coupe ที่นำเข้ามานี่มันเสียภาษีเยอะกว่าหรือยังไงครับมันถึงแพงกว่ารถ saloon ทั่วไปค่อนข้างมากอยู่
จริงๆแล้ว saloon มันต้องใช้วัสดุเยอะกว่าไม่ใช่หรอครับ แต่มันก้ถูกกว่าเนอะ
คิดเรื่องนี้เหมือนกันครับ แต่ความแตกต่างจริงๆ น่าจะมาจากภาษีที่ไม่เท่ากัน (มั่วเอา ;D)
ในบางประเทศ S class แพงกว่า CL แต่บางประเทศ CL แพงกว่า
-
อธิบายให้เข้าใจกันง่ายๆ เพราะกฎนี้ ใช้ได้ทุกยี่ห้อ ไม่ใช่แค่ MB แต่ BMW ฯลฯ ก็เป็นไปด้วย
โลกนี้ แทบทุกประเทศ เหมือนกัน คือ รถเก๋ง Sedan 4 ประตู ขายดีกว่ารถเก๋ง 2 ประตู หรือเปิดประทุน และแวกอน เสมอ
ตัวเลือกแรกที่จะถูกนำมาทำต่อจากตัวถัง Sedan ถ้าจำเป็นต้องขยายไลน์ สำหรับรถยุโรปแล้ว คือ แวกอน
เพราะแวกอน เป็นตลาดที่ขายดีกว่า 2 ประตู เยอะมากอยู่แล้ว
เมื่อ 2 ประตู ขายน้อยกว่า 4 ประตู แต่ยังมีความต้องการมากพอให้ต้องทำขายเป็นไฟต์บังคับ ไม่ทำ ก็ไม่ได้อีก
ก้เลยต้องทำ เพราะฉะนั้น ก็จะเข้าสู่เรื่อง Demand Supply (อุปสงค์ และอุปทาน)
รถรุ่นไหน ผลิตมากกว่า จำนวนชิ้นส่วน สั่งผู้ผลิตชิ้นส่วน ก็มากกว่า ต้นทุนต่อชิ้นอะไหล่ 1 ชิ้น ก็จะถูกกว่า
รถรุ่นไหน ผลิตน้อยกว่า จำนวนชิ้นส่วน สั่งผู้ผลิตชิ้นส่วน ย่อมต้องน้อยกว่า ต้นทุนอะไหล่ชิ้นนั้นๆ ก็เลยจะแพงกว่า
Sedan เป็นข้อ แรก
ส่วน 2 ประตู เป็นอย่างหลัง
เมื่อต้นทุน แพงกว่า ก้เลยต้องกำหนดราคาขายปลีก แพงกว่า ไม่เช่นนั้น ขายแล้วจะไม่เหลือกำไรเลย
ทำรถออกมาขาดทุน เขาจะทำขายทำไมละครับ เขาก็ต้องเลิกทำ ก็แค่นั้นเอง
จบ
-
อธิบายให้เข้าใจกันง่ายๆ เพราะกฎนี้ ใช้ได้ทุกยี่ห้อ ไม่ใช่แค่ MB แต่ BMW ฯลฯ ก็เป็นไปด้วย
โลกนี้ แทบทุกประเทศ เหมือนกัน คือ รถเก๋ง Sedan 4 ประตู ขายดีกว่ารถเก๋ง 2 ประตู หรือเปิดประทุน และแวกอน เสมอ
ตัวเลือกแรกที่จะถูกนำมาทำต่อจากตัวถัง Sedan ถ้าจำเป็นต้องขยายไลน์ สำหรับรถยุโรปแล้ว คือ แวกอน
เพราะแวกอน เป็นตลาดที่ขายดีกว่า 2 ประตู เยอะมากอยู่แล้ว
เมื่อ 2 ประตู ขายน้อยกว่า 4 ประตู แต่ยังมีความต้องการมากพอให้ต้องทำขายเป็นไฟต์บังคับ ไม่ทำ ก็ไม่ได้อีก
ก้เลยต้องทำ เพราะฉะนั้น ก็จะเข้าสู่เรื่อง Demand Supply (อุปสงค์ และอุปทาน)
รถรุ่นไหน ผลิตมากกว่า จำนวนชิ้นส่วน สั่งผู้ผลิตชิ้นส่วน ก็มากกว่า ต้นทุนต่อชิ้นอะไหล่ 1 ชิ้น ก็จะถูกกว่า
รถรุ่นไหน ผลิตน้อยกว่า จำนวนชิ้นส่วน สั่งผู้ผลิตชิ้นส่วน ย่อมต้องน้อยกว่า ต้นทุนอะไหล่ชิ้นนั้นๆ ก็เลยจะแพงกว่า
Sedan เป็นข้อ แรก
ส่วน 2 ประตู เป็นอย่างหลัง
เมื่อต้นทุน แพงกว่า ก้เลยต้องกำหนดราคาขายปลีก แพงกว่า ไม่เช่นนั้น ขายแล้วจะไม่เหลือกำไรเลย
ทำรถออกมาขาดทุน เขาจะทำขายทำไมละครับ เขาก็ต้องเลิกทำ ก็แค่นั้นเอง
จบ
เยี่ยมครับ ชี้แจงได้ละเอียดมากครับ
ขอบคุณครับ
-
แล้วยี่ห้อที่ขายดี แต่ยังขายแพง นี่กรณีไหนคับ อิอิ