Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: Arado_kung ที่ มีนาคม 04, 2012, 22:35:19
-
เข้าไปดูเล่นๆทั้ง E-Class ทั้ง F10 รถเกรย์เนี่ยราคา+optionเย้ายวนให้ซื้อเหลือเกิน ถูกกว่ารถศูนย์แถม option เพียบ
- F10 520d รถเกรย์อุปกรณ์เยอะกว่า525d รถศูนย์อีก
- E-Class E250 CDI รถเกรย์น่าซื้อมาก option อลังการได้ตัวAV แต่ราคาพอๆกับศูนย์
ถ้ามีเงินเหลือใช้อาจจะซื้อรถเกรย์ซักคันแบบใช้แล้วทิ้ง 555
-
ไม่แน่ใจนะครับแต่เห็นว่ากำลังจะมีการเพิ่มภาษีนำเข้า 30 เปอเซนต์นะครับ สำหรับผู้จำหน่ายอย่างไม่เป็นทางการเท่านั้น ....
-
ไม่แน่ใจนะครับแต่เห็นว่ากำลังจะมีการเพิ่มภาษีนำเข้า 30 เปอเซนต์นะครับ สำหรับผู้จำหน่ายอย่างไม่เป็นทางการเท่านั้น ....
คิดว่าข่าวลือนะครับ จะแบ่งแยกแบบนี้ไม่น่าจะได้ การค้าเสรี
ที่ได้ยินมา เดือนหน้ามีการพิจารนาปรับโครสร้างภาษี เฉยๆนะครับ
-
ราคารถเกร์ยนี่ถูกกว่าศูนย์หลายจริงๆครับ
520d F10 M-Sport เกร์ย option ประมาณศูนย์ อาจจะมากกว่านิดหน่อย ถูกกว่าศูนย์5แสน
E250 CDI option โล้นๆหน่อยก็ถูกกว่า5แสนเหมือนกัน แต่ option โล้นที่วว่านี่ก็ไม่น้อยกว่าศูนย์นะ ::)
-
BMW รถศูนย์มี bsi 5 ปีครับ
ถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรค น้ำมันเกีบร์ ผ้าเบรค หัวเทียน กรองอากาศ
ตลอด 5 ปี ฟรีหมด มีอะไรเสีย เคลมเปลี่ยนฟรีหมดครับ
ราคาศูนย์เค้าเลยบวก charge เข้าไปครับ แต่ grey ก็ยังถูกกว่าอยู่ดี
แต่ซื้อศูนย์ได้ความสบายใจ
ส่วนเบนซ์มีแค่ warranty คนซื้อเบนซ์เลยไป grey หมด
-
Benz อะ สมควรซื้อ เกรย์ ครับ Benz Thailand กำไรเกินขนาด option ก็น้อย ราคาก็แพงไร้สาระมาก
ส่วน BMW นี่ ซื้อ ศุนย์ ดีกว่าเยอะครับ
แต่บางครั้งก็ต้องเลือก เกรย์ให้ดีนะคับ.. บางที่ห่วยจริง
-
BMW รถศูนย์มี bsi 5 ปีครับ
ถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรค น้ำมันเกีบร์ ผ้าเบรค หัวเทียน กรองอากาศ
ตลอด 5 ปี ฟรีหมด มีอะไรเสีย เคลมเปลี่ยนฟรีหมดครับ
ราคาศูนย์เค้าเลยบวก charge เข้าไปครับ แต่ grey ก็ยังถูกกว่าอยู่ดี
แต่ซื้อศูนย์ได้ความสบายใจ
ส่วนเบนซ์มีแค่ warranty คนซื้อเบนซ์เลยไป grey หมด
เห็นด้วยครับ BSI นี่ทำใหดูคุ้มที่จะซื้อศูนย์ขึ้นมาทันที
320dของที่บ้านถ้าจำไม่ผิด เคยดูบิล เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง + น้ำมันเบรค 14000 ดีที่ BSI จ่ายให้
-
520d เป็นตัวที่ใส่ option M sport มาให้ใช่ไหมครับ ตัวนั้นแพงกว่า 520d ตัวปกติที่ขายในศูนย์ไม่ใช่หรอครับ แล้วมันก้ไม่ได้มีประกันอย่างที่ซื้อศูนย์ด้วย เพราะฉะนั้นมันก้คงไม่แปลกหรอกครับที่มันจะดุน่าเย้ายวนใจ แต่อย่าลืมนะครับว่าวัสดุที่ใช้ผลิตหลายๆอย่างในรถบ้านเรากับรถยุโรปไม่เหมือนกัน อย่างซีนยางอย่างเงี้ย ถ้าเติมน้ำมันไม่ดี ก้ทำให้มีปัญหาได้ ประมานนี้ครับ
-
ดีครับ ผมว่าตลาดรถบ้านเราพวกตัวแทนกำไรเว้อ
-
เคยได้ยินโปรนี้กันหรือเปล่าครับ
1. ประกันคุณภาพ 4 ปี / 1 แสนกิโล
2. บำรุงรักษาฟรี 4 ปี / 1 แสนกิโล
3. ฟรีสไสด์ออนทั่วประเทศ 24 ชม. 4 ปี / 1 แสนกิโล
4. รับซื้อคืนในปีที่ 4 ในราคาสูงกว่าราคากลางท้องตลาด หรือเทิร์นเป็นรุ่นใหม่ตามมูลค่าทีซื้อคืน โดยระบุในสัญญาเพิ่มตอนซื้อขาย ( จำนวนจำกัด )
-
520d เป็นตัวที่ใส่ option M sport มาให้ใช่ไหมครับ ตัวนั้นแพงกว่า 520d ตัวปกติที่ขายในศูนย์ไม่ใช่หรอครับ แล้วมันก้ไม่ได้มีประกันอย่างที่ซื้อศูนย์ด้วย เพราะฉะนั้นมันก้คงไม่แปลกหรอกครับที่มันจะดุน่าเย้ายวนใจ แต่อย่าลืมนะครับว่าวัสดุที่ใช้ผลิตหลายๆอย่างในรถบ้านเรากับรถยุโรปไม่เหมือนกัน อย่างซีนยางอย่างเงี้ย ถ้าเติมน้ำมันไม่ดี ก้ทำให้มีปัญหาได้ ประมานนี้ครับ
แพงกว่าศูนย์เป็นตัว full optio ครับ สามจอ ซันรูฟ แอร์แถวหลังปรับอุณภูมิอิสระ etc
ถ้า520d M-sport option พื้นๆประมาณศูนย์ ก็ประมาณ 3.2-3.4M ครับ ประกันเกร์ยปีนึง
-
Benz grey/ bmw ศูนย์
-
เห็นด้วยครับ อ้อ ออพชั่นเกรย์ Audi ก็คนละเรื่องกับของไทยเช่นกันครับ
-
ในใจผมลึกๆ นะครับ (ย้ำว่าผมคิดเอง มั่วเองนะครับ)
Benz รุ่นยอดฮิต อย่าง C หรือ E ที่ขายตอนนี้น่ะ ผ่านไปอีก 10 ปี (หรืออาจเร็วกว่านั้น) เหล่านักคอมพิวตอร์ และช่างทั้งหลาย น่าจะ crack ระบบ และซ่อมเครื่องยนต์กลไกได้ทั้งหมด เหมือนที่ซ่อม W201, 124, 202, 210 ตอนนี้ครับ
เพราะรถพวกนี้มันมีเยอะ ออกมาวิ่งยังกะมด เพราะฉะนั้นผมว่ามันน่าจะคุ้มที่จะนั่งแกะระบบมัน
ก็เหมือนเครื่อง PS3 นั่นละครับ จะยากแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่อาจรอดไปจากผู้อยากเล่นเกมเถื่อนไปได้หรอกครับ
-
เกือบซื้อเบนซ์กับเกร์เหมือนกันครับ แต่มีคนห้ามไว้เยอะก็เลยถอยไว้ก่อน ;D แต่ผมว่า MBTH ฟันกำไรมากไปจริงๆ
-
MBTH แพงหน่อย ได้ความสะดวก + สะบายใจ ;D
Gray ตาดีได้ ตาร้ายเสียครับ ได้เกรย์ไม่ดีล่ะซวยเลย :'(
-
BMW รถศูนย์เท่านั้นครับ
ฟรีค่าบำรุงรักษา ประหยัดค่าดูแลไปมากกกก
ถ้า MB อาจจะเหลียวมองรถเกรย์บ้าง แต่รถศูนย์ก็น่าไว้ใจกว่า
เรื่องคุณภาพน้ำมัน ก็เป็นอะไรที่ทำให้รถศูนย์ดูจะน่าไว้ใจกว่า ไม่ว่าจะรถยุโรปรุ่นไหนก็ตาม
โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลบ้านเรา
-
BMW รถศูนย์เท่านั้นครับ
ฟรีค่าบำรุงรักษา ประหยัดค่าดูแลไปมากกกก
ถ้า MB อาจจะเหลียวมองรถเกรย์บ้าง แต่รถศูนย์ก็น่าไว้ใจกว่า
เรื่องคุณภาพน้ำมัน ก็เป็นอะไรที่ทำให้รถศูนย์ดูจะน่าไว้ใจกว่า ไม่ว่าจะรถยุโรปรุ่นไหนก็ตาม
โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลบ้านเรา
ขอ comment เรื่องคุณภาพนำ้มันดีเซล หน่อยล่ะกัน ตอนนี้โรงกลั่นส่วนมากในประเทศ ขายนำ้มันดีเซล Euro 4 แล้วนะครับ ดังนนั้นคุณภาพน่าจะได้มาตราฐาน
ผมว่ารถที่มีข่าวเรื่องคุณภาพน้ำมันอาจจะเกิด defect เฉพาะคันมากกว่า บวกกับอาจมีคนช่วนประโคมข่าว
ปัจจุบันก็เห็น MB ดีเซล (CLS) วิ่งกันเกลื่ิอน
-
อย่าลืมเรื่องความสะอาดของน้ำมัน ระหว่างการขนส่ง มาถึงปั้มด้วยนะครับ
นั่นละ ปรเะเด็นอีกหนึ่งเรื่อง ที่ทำให้ผมยังไว้ใจรถศูนย์ มากกว่ารถเกรย์
-
สำหรับ BMW ถ้าไม่ได้ถูกกว่าเกิน ครึ่งล้าน หรือ เป็นล้านผมว่า รถศูนย์ดีกว่า
แต่สำหรับ Benz ผมว่า ถ้า option ดีกว่าราคาถูกกว่า น่าสนกว่า
-
BMW รถศูนย์เท่านั้นครับ
ฟรีค่าบำรุงรักษา ประหยัดค่าดูแลไปมากกกก
ถ้า MB อาจจะเหลียวมองรถเกรย์บ้าง แต่รถศูนย์ก็น่าไว้ใจกว่า
เรื่องคุณภาพน้ำมัน ก็เป็นอะไรที่ทำให้รถศูนย์ดูจะน่าไว้ใจกว่า ไม่ว่าจะรถยุโรปรุ่นไหนก็ตาม
โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลบ้านเรา
ขอ comment เรื่องคุณภาพนำ้มันดีเซล หน่อยล่ะกัน ตอนนี้โรงกลั่นส่วนมากในประเทศ ขายนำ้มันดีเซล Euro 4 แล้วนะครับ ดังนนั้นคุณภาพน่าจะได้มาตราฐาน
ผมว่ารถที่มีข่าวเรื่องคุณภาพน้ำมันอาจจะเกิด defect เฉพาะคันมากกว่า บวกกับอาจมีคนช่วนประโคมข่าว
ปัจจุบันก็เห็น MB ดีเซล (CLS) วิ่งกันเกลื่ิอน
เมืองไทยยูโร 4 ครับ ยุโรปนู่นยูโร5-6 กันแล้วนะครับ :-X
-
ผมว่าคนที่ได้กำไรมากที่สุดน่าจะเป็นเกรย์น่ะครับ ภาษีนำเข้าแต่ละที่ไม่อยากจะพูดครับ รู้เลยว่ากำไร ;D
-
ส่วนตัวแล้ว ถ้ารถมีศูนย์ หรือ Authorized Dealer สู้ว่าซื้อตามศูนย์จะดีกว่า อย่างน้อยก็คุ้มครองได้มากกว่าครับ แม้ว่าจะแพงกว่า อยากให้คิดว่า "ซื้อความคุ้มครองคุณภาพ" จะดีกว่า
เพราะไหนจะการเซ็ตเครื่องกับน้ำมันที่ต่างกันแล้ว อะไรหลายๆ อย่างเขาออกแบบในความเห็นว่า "เหมาะสมกับพื้นที่การใช้งาน และราคาทุนของบริษัทแล้ว" มากกว่าครับ
-
อ้าวถ้าน้ำมันมีปัญหายังงี้ก็แย่สิครับ ทั้งๆที่กลั่นออกมาได้สะอาดมีมาตรฐานแต่กลับต้องมาเสียเพราะว่าการขนส่งและถังเก็บตามปั๊มที่มันสกปรกขาดมาตรฐาน แบบนี้มันแย่ยิ่งกว่ากลั่นน้ำมันไม่ได้มาตรฐานเสียอีก ถ้าแค่โรงกลั่นยังไม่มีคุณภาพถึงอีกแม้ตอนนี้จะได้แค่ยูโร3แต่ในอนาคตมันก็ก้าวไป4 5 6 ได้เองไม่ต้องห่วง แต่ถ้าตอนนี้กลั่นไปยูโร4แล้วแต่มาเสียที่การขนส่งพวกนี้แบบนี้ต่อให้ไปถึงยูโร7ยูโร8เราก็ไม่มีวันที่จะได้ใช้น้ำมันที่มีคุณภาพได้เลยเพราะความเห็นแก่ตัวของผู้ค้านี่ >:(
ไม่เข้าใจว่าทำไมคนไทยถึงได้ขี้โกงและมักง่ายกันแบบนี้นะ? แค่เรื่องการขนส่งการเก็บน้ำมันยังทำให้มันเสียเลย :-\
-
BMW รถศูนย์เท่านั้นครับ
ฟรีค่าบำรุงรักษา ประหยัดค่าดูแลไปมากกกก
ถ้า MB อาจจะเหลียวมองรถเกรย์บ้าง แต่รถศูนย์ก็น่าไว้ใจกว่า
เรื่องคุณภาพน้ำมัน ก็เป็นอะไรที่ทำให้รถศูนย์ดูจะน่าไว้ใจกว่า ไม่ว่าจะรถยุโรปรุ่นไหนก็ตาม
โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลบ้านเรา
ขอ comment เรื่องคุณภาพนำ้มันดีเซล หน่อยล่ะกัน ตอนนี้โรงกลั่นส่วนมากในประเทศ ขายนำ้มันดีเซล Euro 4 แล้วนะครับ ดังนนั้นคุณภาพน่าจะได้มาตราฐาน
ผมว่ารถที่มีข่าวเรื่องคุณภาพน้ำมันอาจจะเกิด defect เฉพาะคันมากกว่า บวกกับอาจมีคนช่วนประโคมข่าว
ปัจจุบันก็เห็น MB ดีเซล (CLS) วิ่งกันเกลื่ิอน
เมืองไทยยูโร 4 ครับ ยุโรปนู่นยูโร5-6 กันแล้วนะครับ :-X
โรงกลั่น ยูโร4
การเก็บ การขนส่ง อุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง มันไม่ ยูโร4 ตามน่ะสิครับ
ความชื้น การบำรุงรักษาอุปกรณ์ ความมักง่ายของคนงาน ความรับผิดชอบ และหลายๆอย่าง
คุณภาพดีจากโรงกลั่น แต่มาึถึงมือผู้บริโภค จะเหลือกี่ %
ซื้อรถมาถูกกว่าซื้อศูนย์ แต่มาเจอปัญหา ซ่อมหลายแสน ผมก็ไม่เอาหรอกครับ
-
ถ้าคุณมีเงินเหลือมากๆ ซื้อกับเกรย์ก้ไม่มีปัญหาครับ แถมเลือก option ได้มากกว่า
แต่ถ้าไม่ได้มีเงินมากมาย คิดถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น เลือกศูนย์ดีกว่าครับ
-
ส่วนตัวแล้ว ถ้ารถมีศูนย์ หรือ Authorized Dealer สู้ว่าซื้อตามศูนย์จะดีกว่า อย่างน้อยก็คุ้มครองได้มากกว่าครับ แม้ว่าจะแพงกว่า อยากให้คิดว่า "ซื้อความคุ้มครองคุณภาพ" จะดีกว่า
เพราะไหนจะการเซ็ตเครื่องกับน้ำมันที่ต่างกันแล้ว อะไรหลายๆ อย่างเขาออกแบบในความเห็นว่า "เหมาะสมกับพื้นที่การใช้งาน และราคาทุนของบริษัทแล้ว" มากกว่าครับ
อยากจะคิดแบบนั้นเหมือนกันครับ แต่ทำใจไม่ได้กับออปชั่นที่ให้มากับราคาที่จ่ายไป (พอดีอยู่ยุโรปมาหลายปีเจอแต่เบ๊นซ์ราคาไม่แรงแบบเมืองไทย)
-
ขอพูดถึงเรื่องการขนส่งน้ำมันแล้วคุณภาพแย่ลงนะครับ
คุณแม่ผมทำงานอยู่บริษัทน้ำมันต่างชาติ ก็เล่าวว่าตั้งแต่ขบวนการผลิต จนถึงปั้มนี่มีการุ่มจรวจ ควบคุมมาตราฐานที่เ้ขมงวดมาก ถ้าไม่ผ่านนี่ต้องนำไปแก้ไข
ตัวโรงกลั่นเองรองรับการผลิด Euro 4 มาได้สักพักแล้ว แล้วก็ผลิด Euro 4 ส่งให้ปั้มต่างๆตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ก่อนที่ Euro จะบังคับใช้
ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Euro 4 ก็ต้องมีขบวนการทำความสะอาดทั้งรถขนส่ง ถัง 9ล9
แล้วช่วงแรกๆ เขาจะกลั่นให้ได้มาตราฐาน ดีกว่า Euro 4 หรือพูดง่ายๆคือมี Sulphur น้อยกว่ามาตราฐานของ Euro 4 เสียอีกดวยซ้ำ เพื่อพอไปถึงปลายทางแล้วยังเจอบางส่วนที่ยังไม่ได้มาตราฐาน Euro 4 พอใส่อันใหม่ลงไปแล้ว น้ำมันในถังยังคงจะได้มาจราฐานอยู่
ผมถึงค่อนข้างมันใจว่าน้ำมันที่ได้คุณภาพหาเติมได้ไม่ยากเท่าใหร่
-
มีทั้งนำเข้าอิสสระทั้งตัวแทนผมว่าดีออก มีการแข่งขัน ผู้บริโภคมีทางเลือก เพียงแต่ภาครัฐควรทำให้โปร่งใส
-
ผมงงแล้วครับ
บอกตรงๆนะครับ ถ้าขนส่งมีปัญหา แล้วทำให้น้ำมันสกปรกอ่ะ
รถเกรย์กับ 0 ก็มีสิทธิ์เจ๊งไม่ต่างกันหรอกครับ
คงไม่ใช่ว่ารถ 0 ทนน้ำมันสกปรกได้กว่า รถ grey ได้หรอกนะครับ
อย่างที่บอก เห็น รถ diesel ที่มาจาก grey วิ่งกันเต็มไปหมด ก็คงบอกได้ว่า คุณภาพน้ำมันบ้านเราใช้ได้หรือเปล่า