Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: NINENOI ที่ สิงหาคม 09, 2012, 10:37:39
-
ห้ามดื่มน้ำเมา ขณะขับขี่หรือโดยสารรถ
วันที่ 08 สิงหาคม พ.ศ. 2555 /Matichon online
วันที่ 8 สิงหาคม ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทาง พ.ศ. ๒๕๕๕ จะมีผลใช้บังคับ
ประกาศสำนักนายกฯ ดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4และมาตรา 31 (7) แห่งพระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29ประกอบกับมาตรา 41มาตรา 43 และมาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย นายกรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ห้ามผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางในขณะขับขี่หรือในขณะโดยสารอยู่ในรถหรือ บนรถ คำว่า ทาง และ รถ ตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า ทาง และ รถ ตามกฎหมาย ว่าด้วยการจราจรทางบก
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป(วันที่ 8 สิงหาคม 2555)
ประกาศ ณ วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
-----------------------------------------------------------
เป็นนโยบายที่ดี ช่วยกันรณรงค์นะครับ จะได้กลับบ้านไปหาแม่อย่างปลอดภัยกันทุกๆคน
-
บทลงโทษยังคงเหมือนเดิมตามมาตรา 4และมาตรา 31 (7) ใช่มั้ยครับ?
เพียงแค่เพิ่มขึ้นมาว่าห้ามดื่ม ไม่ใช่แค่วัดปริมาณแอลกอฮอล์
-
ห้ามโดยสาร ?
เช่น
เมาแล้วขึ้นแท๊กซี่ไ่ม่ได้ด้วยรึเปล่าครับ ? หรือ ว่า ขึ้นแล้ว ห้ามดื่ม แต่เมาอยู่ก่อนหน้านี้ได้?
-
ห้ามโดยสาร ?
เช่น
เมาแล้วขึ้นแท๊กซี่ไ่ม่ได้ด้วยรึเปล่าครับ ? หรือ ว่า ขึ้นแล้ว ห้ามดื่ม แต่เมาอยู่ก่อนหน้านี้ได้?
งานนี้ต้องออกคำขวัญใหม่ "เมาให้หลับเพราะนั่งกลับหรือขับไม่ได้"
-
ห้ามโดยสาร ?
เช่น
เมาแล้วขึ้นแท๊กซี่ไ่ม่ได้ด้วยรึเปล่าครับ ? หรือ ว่า ขึ้นแล้ว ห้ามดื่ม แต่เมาอยู่ก่อนหน้านี้ได้?
งานนี้ต้องออกคำขวัญใหม่ "เมาให้หลับเพราะนั่งกลับหรือขับไม่ได้"
งั้นผมขอเสนอ "เมาไม่กลับ ไปหลับในม่านรูด" ;D
-
"ห้ามผู้ใดบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางในขณะขับขี่หรือในขณะโดยสารอยู่ในรถ" อันนี้หมายถึงว่าห้ามดื่มในขณะที่อยู่บนรถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับหรือผู้โดยสารครับ แต่ถ้าดื่มมาก่อนจะขึ้นรถ ก็ไม่มีปัญหา
กฎหมายลักษณะนี้มามานานแล้วในหลายประเทศแถบตะวันตกครับ เช่น อังกฤษที่ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮล์ขณะโดยสารรถไฟใต้ดิน เป็นต้น
ส่วนเรื่องเมาแล้วขับก็ยังมีผลบังคับใช้เหมือนเดิม...เป็นคนละประเด็น (ที่ใกล้เคียงกัน) ครับ
-
นึกว่าดื่มแล้วห้ามกลับ เพราะนอกจากขับไม่ได้ แล้วยังนั่งไม่ได้อีกแน่ะ ;D
-
ขอนิดนึง ผมเคยคิดสงสัยมานานแล้วว่า
ประเทศนี้ อนุญาตให้ขายเหล้า ขายบุหรี่ ได้
แต่ก็จะมี องค์กร ชมรม มากมายก่ายกอง ที่จัดโครงการรณรงค์ เลิกเหล้า เลิกบุหรี่
ซึ่งทำทุกปี ทุกหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม ตั้งแต่ระดับชุมชน ยันระดับประเทศ รวมเป็นเงินมหาศาล
คนที่เลิกได้จริงน่าจะน้อยกว่า เด็กรุ่นใหม่ที่เข้ามาสู่วงการ
และรัฐบาลก็ยังมีโรงงานยาสูบเอง อีกต่างหาก
ทำไมไม่ห้ามขาย ไปเลยดีกว่ามั้ย เมืองไทย เมืองพุทธ
ที่ผมคิดแบบนี้ เพราะผมไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ถ้าห้ามผมก็ไม่เดือดร้อน
แต่ความคิดนี้คงเป็นไปไม่ได้ด้วยนานาเหตุผล
-
อ่านดีๆแล้วเค้าว่า "ขณะ" ขับขี่ หรือโดยสาร คือถ้ากินมาแล้วคงไม่เป็นไรแต่ในรถห้ามกิน(มั้ง)
บางทีพี่ตั้มคงเจอประมาณว่า กำลังดื่มต่อหน้าต่อตาเลย แต่ยังวัดแอล์กอฮอล์ได้ไม่ถึงเกณฑ์มั้ง...
-
อันนี้น่าจะส่งผลต่อฉิ่งฉาบทัวร์ ของโรงงานต่างๆ แน่นอนครับ อย่างโรงงานเก่าผมเวลามี outing ทีไร กว่าจะลงจากรถทัวร์กันนี่เบียร์หมดกันไปเป็นลังละครับ
-
ขอนิดนึง ผมเคยคิดสงสัยมานานแล้วว่า
ประเทศนี้ อนุญาตให้ขายเหล้า ขายบุหรี่ ได้
แต่ก็จะมี องค์กร ชมรม มากมายก่ายกอง ที่จัดโครงการรณรงค์ เลิกเหล้า เลิกบุหรี่
ซึ่งทำทุกปี ทุกหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม ตั้งแต่ระดับชุมชน ยันระดับประเทศ รวมเป็นเงินมหาศาล
คนที่เลิกได้จริงน่าจะน้อยกว่า เด็กรุ่นใหม่ที่เข้ามาสู่วงการ
และรัฐบาลก็ยังมีโรงงานยาสูบเอง อีกต่างหาก
ทำไมไม่ห้ามขาย ไปเลยดีกว่ามั้ย เมืองไทย เมืองพุทธ
ที่ผมคิดแบบนี้ เพราะผมไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ถ้าห้ามผมก็ไม่เดือดร้อน
แต่ความคิดนี้คงเป็นไปไม่ได้ด้วยนานาเหตุผล
รายได้จากตรงนี้มหาศาลมากครับ และอีกอย่างสังคมบ้านเราเป็นประเภทปากว่าตาขยิบ
-
น่าจะห้ามขณะ โดนสารรถ นะครับ
เมาห้ามขับอยู่แล้ว
-
เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะว่าอุบัติเหตุ ไม่ใ่ช่ว่าจะเกิดจากขับประมาทอย่าเดียว แต่เกิดจากคนอื่นประมาท หรือเมาก็มีครับ ดีครับ บ้านเมืองจะได้ดูดีขึ้นหน่อย
ผมว่า เมา หรือ จะดื่ม ก็อย่าไปขับมันเลยครับ จะดื่มก็หาคนขับไว้จะได้ปลอดภัย อวัยะขาดหายไป มันหาซ่อมและซื้อแทนไม่ได้ แต่รถมันซ่อมได้นะครับผม
-
ขอนิดนึง ผมเคยคิดสงสัยมานานแล้วว่า
ประเทศนี้ อนุญาตให้ขายเหล้า ขายบุหรี่ ได้
แต่ก็จะมี องค์กร ชมรม มากมายก่ายกอง ที่จัดโครงการรณรงค์ เลิกเหล้า เลิกบุหรี่
ซึ่งทำทุกปี ทุกหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม ตั้งแต่ระดับชุมชน ยันระดับประเทศ รวมเป็นเงินมหาศาล
คนที่เลิกได้จริงน่าจะน้อยกว่า เด็กรุ่นใหม่ที่เข้ามาสู่วงการ
และรัฐบาลก็ยังมีโรงงานยาสูบเอง อีกต่างหาก
ทำไมไม่ห้ามขาย ไปเลยดีกว่ามั้ย เมืองไทย เมืองพุทธ
ที่ผมคิดแบบนี้ เพราะผมไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ถ้าห้ามผมก็ไม่เดือดร้อน
แต่ความคิดนี้คงเป็นไปไม่ได้ด้วยนานาเหตุผล
อันนี้ความเห็นส่วนตัวนะครับ
เพราะรายได้ของรัฐมาจากภาษีที่เก็บจากสินค้าตรงนี้ ไม่แน่ใจว่าค่อนข้างเยอะหรือป่าว
จึงไม่ยกเลิกการขาย
-
เป็นกฎหมายที่ดีครับ แต่สงกรานต์ทีไรมันชอบยกเลิกการบังคับใช้ซะเนี่ย :P
-
ดีครับ แต่ว่าจะบังคับใช้จริง ๆ จัง ๆ ได้แค่ไหน
-
ถ้าผมไปนั่งกินเหล้าที่ร้านๆหนึ่ง เหล้าไม่หมดเอาใส่รถกลับบ้าน
ผมกับเพื่อนสองคนเมา แต่คนขับไม่เมา แล้วเจอด่าน
คุณตำรวจเห็นว่าเมา แถมมีเหล้าอยู่ในรถ เหตุการณ์จะเป็นยังไงต่อ
ผมต้องโดนจับใช่มั๊ย โดนไถเหมือนเดิม
-
ถ้าผมไปนั่งกินเหล้าที่ร้านๆหนึ่ง เหล้าไม่หมดเอาใส่รถกลับบ้าน
ผมกับเพื่อนสองคนเมา แต่คนขับไม่เมา แล้วเจอด่าน
คุณตำรวจเห็นว่าเมา แถมมีเหล้าอยู่ในรถ เหตุการณ์จะเป็นยังไงต่อ
ผมต้องโดนจับใช่มั๊ย โดนไถเหมือนเดิม
เกรงว่าจะโดนข้อหา ดื่มสุราขณะโดยสารรถนะครับ หุๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
-
ถ้าผมไปนั่งกินเหล้าที่ร้านๆหนึ่ง เหล้าไม่หมดเอาใส่รถกลับบ้าน
ผมกับเพื่อนสองคนเมา แต่คนขับไม่เมา แล้วเจอด่าน
คุณตำรวจเห็นว่าเมา แถมมีเหล้าอยู่ในรถ เหตุการณ์จะเป็นยังไงต่อ
ผมต้องโดนจับใช่มั๊ย โดนไถเหมือนเดิม
เกรงว่าจะโดนข้อหา ดื่มสุราขณะโดยสารรถนะครับ หุๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
อย่าอ้างว่าไม่มีแก้วนะคร้าบบบบบบบบบ 555555
เค้าจะ บอกว่า พวกคุณ กระดกกันเพียวๆๆๆ :D
-
เอาเข้าจริงมันก็จับแรกๆอีกแหละครับ แล้วก็ปล่อยปละละเลยอีก ดูห้ามโทรเป็นตัวอย่างได้ แรกๆก็ดี ตอนนี้พี่แกหนีบ iphone เอียงคอ บ้างแนบหูขับรถมือเดียวกันเป็นแถว ขับผ่านหน้าพี่ตั้ม ก็ยังไม่เห็นเป็นไร
กฎหมายแบบนี้ในประเทศไทย ก็แค่มีไว้ให้พี่ตั้มรีดไถมากขึ้นแค่นั้น และพวกนี้ถ้าจะจับจะฟังคำอธิบายไม่เป็นด้วย เช่นอย่างท่านข้างล่างบอกเพื่อนเมามีขวดเหล้าในรถ พี่แกก็จะไม่สน ทำท่าก้มหน้าเขียนใบ order หูทวนลม อย่างเดียว ยกเว้นบางคนที่แพ้สีม่วง สีแดงซ้อนๆ หรือ สีเทา พวกนี้จะฟังภาษาคนรู้เรื่องขึ้นมานิด แต่ต้องได้สัมผัสสีเหล่านี้ด้วยมือก่อน
-
เอาเข้าจริงมันก็จับแรกๆอีกแหละครับ แล้วก็ปล่อยปละละเลยอีก ดูห้ามโทรเป็นตัวอย่างได้ แรกๆก็ดี ตอนนี้พี่แกหนีบ iphone เอียงคอ บ้างแนบหูขับรถมือเดียวกันเป็นแถว ขับผ่านหน้าพี่ตั้ม ก็ยังไม่เห็นเป็นไร
กฎหมายแบบนี้ในประเทศไทย ก็แค่มีไว้ให้พี่ตั้มรีดไถมากขึ้นแค่นั้น และพวกนี้ถ้าจะจับจะฟังคำอธิบายไม่เป็นด้วย เช่นอย่างท่านข้างล่างบอกเพื่อนเมามีขวดเหล้าในรถ พี่แกก็จะไม่สน ทำท่าก้มหน้าเขียนใบ order หูทวนลม อย่างเดียว ยกเว้นบางคนที่แพ้สีม่วง สีแดงซ้อนๆ หรือ สีเทา พวกนี้จะฟังภาษาคนรู้เรื่องขึ้นมานิด แต่ต้องได้สัมผัสสีเหล่านี้ด้วยมือก่อน
แต่ที่ผมเจอกับตัวล่าสุด ตรงแยกหนองหอย เชียงใหม่
คือผมปกติจะพกบลูธูธอยู่แล้ว เพียงแต่ครั้งนี้รีบจริงๆ
เพราะต้องหาซื้อของมาใส่ห้องประชุมแบบเร่งด่วน
แล้วเจ้าหน้าที่โทรเข้ามา ผมก็ต้องรีบรับ และขับรถไปด้วย
พี่ตั้มเห็นก็โบกเลยครับ แต่จังหวะนั้นยอมรับเลยว่าอารมณ์ไม่ค่อยดี และเร่งรีบ
เลยเปิดกระจกแล้วตวาดดังๆว่า "มีอะไร"
แต่ด้วยเครื่องแบบที่ผมใส่และอะไรหลายๆอย่าง เค้าเลยปล่อยไปครับ
คือจริงๆอยากกลับไปชื่นชมการทำงานของพี่ตั้มคนนั้น ที่เค้าทำถูกแล้ว
ยอมรับว่าผิดเองครับ :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'( :'(
-
ถ้าผมไปนั่งกินเหล้าที่ร้านๆหนึ่ง เหล้าไม่หมดเอาใส่รถกลับบ้าน
ผมกับเพื่อนสองคนเมา แต่คนขับไม่เมา แล้วเจอด่าน
คุณตำรวจเห็นว่าเมา แถมมีเหล้าอยู่ในรถ เหตุการณ์จะเป็นยังไงต่อ
ผมต้องโดนจับใช่มั๊ย โดนไถเหมือนเดิม
เกรงว่าจะโดนข้อหา ดื่มสุราขณะโดยสารรถนะครับ หุๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ผมพิมพ์ผิด คนขับไม่ดื่มครับ 555
-
ดีแฮะ ออกกฎหมายที่เข้าท่าซะที
ว่าแต่อันนี้ไม่รวมถึงข้าวหมากใช่ไหมครับ
-
รอดูสงกราณนี้ เห็นทุกคัน 8) 8) 8)