Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: shando ที่ กันยายน 01, 2012, 00:22:44
-
จากที่สังเกตุบรรดารถที่ทยอยออกมาในช่วงนี้(โดยเฉพาะC-seg)ผมรู้สึกว่า ปุ่มบนพวงมาลัยจะเยอะไปไหน
ตั้งแต่mazda3 ที่แม้ไม่มีcruise controlมาให้ ก็ยังมีปุ่มอะไรไม่รู้มาให้กดเต็มทั้ง2ฝั่ง
civic fbที่มีปุ่มแค่ซ้ายขวาไม่พอ ยังต้องมีปุ่มBTเป็นติ่งอยู่ข้างล่าง
prius ที่คล้ายๆfb คือมีปุ่มแค่ซ้ายขวา มีปุ่มBTเป็นติ่งอยู่ข้างล่าง แถมมีก้านcruise controlอีก
sylphyที่เพิ่งเปิดตัวแม้จะไม่มีcruise control แม้จะมีปุ่มข้างเดียวแต่ก็ปาเข้าไป6-7ปุ่ม
ที่สุดๆคือfocusที่ปุ่มนับไม่ถ้วน มีซ้ายบนซ้ายล่าง ขวาบน ขวาล่าง จนไม่น่าจะจำหมด
คิดว่ามันเยอะไปไหม ความคิดของผมบนพวงมาลัยมีแค่ปุ่มปรับเครื่องเสียงกับcruise controlก็น่าจะพอแล้ว
ทุกวันนี้เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่านี่มันพวงมาลัยหรือจอยเกมกันแน่
-
มีดีกว่าไม่มี อย่าบ่นเรยครับ.... ;)
-
ผมก็ใช้ไม่ครบหรอกครับ ยิ่ง mute ไม่เคยใช้ กดปิดไปเลย
และอนาคต คงมีตามมาอีกหลายปุ่ม 8)
-
เยอะจริงคับ บางครั้งลืม55
-
เห็นด้วยครับผม
แต่ถ้ามันช่วยให้เราสดวกสบายไม่ต้องเอามือออกจากพวงมาลับตอนขับ
มีมันก็โอเคกว่าไม่มีนะครับ ;D
-
ดีแล้วนี่ โฟกัสใหม่ยังน้อยไปเมื่อเทียบกับ Ferrari ;D ;D ;D มีปุ่มสตาร์ทยันไฟเลี้ยว
-
ซื้อรุ่นต่ำสุดเลยครับ จขกท.
-
ทำแบบ Citroen C4 นี่คงคบไม่ได้สินะ ;D
-
ใช่เลย ปุ่มเยอะมากจนงง
แต่...
(http://www.f1technical.net/articles/envi/images/steering-bmw.jpg)
เจอพวงมาลัยแบบ F1 นี่คง... ??? :-[ :'(
-
เราเข้าสู่ยุคดิจิตอลแล้วครับ ทุกอย่างสามารถควบคุมได้ด้วยคอมพิวเตอร์และปลายนิ้ว
ปุ่มต่างๆก็เลยเยอะขึ้นเป็นธรรมดา ต้องปรับตัวตามครับ ;)
-
รู้สึกเดี๋ยวนี้ คำตอบของสมาชิก Headlightmag จะเชือดเฉือนกันซะเหลือเกิน
ถ้าผมเห็นต่างแล้วผมจะโดนด้วยมั้ยเนี่ย
ผมเห็นด้วยกับคุณ shando นะ ผมคิดว่ามันเยอะไป แล้วมันไม่จำเป็น
อย่าง Prius หรือ Camry ผมไม่เข้าใจว่าจะเอาปุ่มควบคุมแอร์ไปไว้บนพวงมาลัยทำไม
แล้วดันเอา Cruise Control ที่ควรควบคุมด้วยปลายนิ้ว ไปทำเป็นก้านไว้ด้านหลังพวงมาลัย
นึกเหตุผลเท่าไหร่ก็ไม่ออก นอกจากลดต้นทุน เพราะจะได้ใช้ก้านน Cruise สหกรณ์
ตั้งแต่ Altis ยัน GT-86 ยัน Sienna ไปเลยทีเดียว ซึ่งจริงจริงแล้ว...มันจะต้องขนาดนั้นเลยหรือ
หรืออย่าง Ford Focus ที่ทำซอฟต์แวร์ควบคุมการใช้งานต่างต่างจนวุ่นวายมาก
สุดท้ายต้องมีปุ่มแบบ 5-Way มาทั้งสองฝั่งบนพวงมาลัย อันนึงคุมจอไมล์ อีกอันคุมจอกลาง
แต่ปุ่มที่ต้องใช้บ่อย เช่นปรับเครื่องเสียง Cruise Control ดันไปหลบอยู่ข้างใต้
หรือวิศวกรคิดว่า คนขับควรจะขับไป กดปุ่มดูข้อมูลต่างต่างไปเป็นหลัก เลยทำไว้แบบนี้?
Mazda 3 ก็ไม่วาย มาแนวเดียวกับ Focus เอาปุ่มคุมจอกลางไปไว้ข้างบน
รุ่นเมืองนอกที่มีครูซคอนโทรล ก็ดันเอาครูซคอนโทรลลงไปไว้ข้างล่างเรียงเป็นแนวตั้ง
ซึ่งจะใช้แต่ละที ก็ต้องปล่อยมือจากพวงมาลัยไปกด...มันใช่เรื่องมั้ย
แล้วในเมืองนอกรุ่นต่ำที่ไม่มีจอ MID ดันทำ Cruise มาไว้ที่ก้านพวงมาลัยฝั่งขวาได้
ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด แต่ คำถามคือ...
มันจะเพิ่มต้นทุนไปทำสวิทช์ Cruise สองแบบทำไมกัน...
ผมเชื่อว่าปุ่มบนพวงมาลัยของรถยุโรป ออกแบบมาดีกว่าญี่ปุ่นเยอะครับ
ลองนับนับดู ผมคิดว่ายุโรปปุ่มไม่เยอะเท่า แต่ครอบคลุมทุกอย่าง
มีเฉพาะที่จำเป็น และใช้บ่อย เพราะจุดประสงค์ของการมีปุ่มบนพวงมาลัยคืออะไร?
ก็คือการลดภาระที่จะต้องปล่อยมือไปกดนู่นนี่ไกลไกล เวลาขับรถอยู่
แต่ถ้าอันไหนไม่ได้ใช้บ่อย จะเอามาแปะไว้บนพวงมาลัยให้มันสับสนทำไม
ผมคิดว่ายุโรปมองว่า การมีปุ่มพวงมาลัย มันเพื่อความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น
แต่ญี่ปุ่นและเกาหลีอาจจะมองว่า ปุ่มยิ่งเยอะ หมายถึงยิ่งหรู ก็เป็นได้..
และก่อนที่จะมีใครยกพวงมาลัย F1 มาบอกอีกว่าปุ่มเยอะกว่าตั้งเยอะ
ก็ต้องบอกไว้ก่อนครับว่าจุดประสงค์มันต่างกัน ใน Cockpit ของ F1 มันไม่มีที่แล้ว
แล้วทุกอย่างต้องใช้ปรับตลอดเวลา จะให้ไปติดไว้ตรงไหนดีครับ ใครไม่ทราบว่าปุ่มไหนทำอะไรบ้าง
ลอง Search YouTube ดูก็ได้ครับ มีอธิบายไว้หมด ทุกปุ่มถ้าไม่ใช่ปรับการทำงานของตัวรถแล้ว
ก็เป็นการสั่งการ และสื่อสารกับ PIT ทั้งนั้น ปุ่มบนพวงมาลัย F1 สามารถสั่งเปิดไฟใน PIT ของตัวเอง
แล้วปลุกทีม Service ให้วิ่งมาเตรียมพร้อมรับรถได้เลย
แหม..เดี๋ยวผมก็ยกพวงมาลัยพวกรถแข่งแรลลี่ รถ V8 รถ Nascar มาชนด้วยซะเลยนิ
ส่วน Citroen....เอ่อ ปล่อยเค้าไปเถอะครับ การมีปุ่มเพียบ ก็เพื่อความล้ำและแตกต่าง
ไม่ได้มี Logic อื่นอื่นอันใดไปมากกว่านั้น ก็เหมือนกับตอน CX เมื่อสามสิบปีก่อน
เอาวิทยุเทปคาสเซ็ทมาติดทิ่มไว้ตรงข้างเบรกมือ ระหว่างคนขับกับคนนั่งนั่นแหละ...
-
ผมอยากให้มีแค่ Cruise Control แตร แล้วก็ปุ่มกดไฟฉุกเฉินอ่ะ จะกดแต่ล่ะทีต้องละสายตาไปมองก่อนกด ปุ่มฉุกเฉินต้องกดง่ายๆดิ
-
ที่สำคัญ บีบแตรยากครับ ต้องเอื้มมือไปบีบ เป้นจุดที่ไม่ชอบมาก กระทันหันไม่เคยบีบทันเลยเพราะต้องจับพวงมาลัยให้มั่น คอยหักหลบ
-
ผมคิดว่ารถรุ่นใหม่ๆใส่มาเยอะจนเกินพอดี
ผมกลับคิดว่า ปุ่มบนพวงมาลัยมีแค่
เพิ่ม/ลด (เสียง)และครูซ พอแล้วละ
ผมยังสงสัยตัวผมเองหากซื้อรถที่ มีปุ่มบนพวงมาลัยเยอะขนาดนั้น
ผมจะสนุกไหม
ผมว่าคงไม่ เพราะแต่เดิมผมก็ชินกลับรถ ที่มีเฉพาะพวงมาลัย ไม่มีปุ่ม มาเกี่ยวข้องเยอะๆอยู่แล้ว
-
เดี๋ยวนี้มันเริ่มเยอะครับ บางทีต้องละสายตาจากถนนมากดปุ่มกันเลย
ถ้าชินก็ดีแต่ถ้ายังก็กลายเป็นกดผิดกดถูกกันไป
-
มันอยู่ที่การ design ถ้าออกแบบมาและทำการจัดวางปุ่มได้สวย ใช้งานสะดวก มันถือเป็นจุดเด่นของตัวรถ โดยที่ทุกปุ่มสามารถใช้งานได้จริง อย่างปุ่ม mute ส่วนตัวผมใช่้บ่อยมาก มากกว่าครูซคอลโทรลประมาณ หลายเท่าตัว ของบางอย่างไม่ค่อยได้ใช้ แต่ถ้าจะใช้มันควรจะอยู่ในที่ ๆ ทำให้คุณสะดวก หรือทำให้คุณรู้สึกว่าสะดวก
ยกตัวอย่าง มีรถสองคันราคาเท่ากัน มีอะไรเหมือนกันทุกอย่าง ยกเว้นจำนวนปุ่มที่อยู่บนพวงมาลัย คนคิดว่าคนจะเลือกซื้อคันไหน การ design ก็เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยนิยม ดีไม่ดียังไงไม่รู้ครับ รู้แค่ว่า " มี กับ ไม่มี "
-
Mazda 3 ก็ไม่วาย มาแนวเดียวกับ Focus เอาปุ่มคุมจอกลางไปไว้ข้างบน
รุ่นเมืองนอกที่มีครูซคอนโทรล ก็ดันเอาครูซคอนโทรลลงไปไว้ข้างล่างเรียงเป็นแนวตั้ง
ซึ่งจะใช้แต่ละที ก็ต้องปล่อยมือจากพวงมาลัยไปกด...มันใช่เรื่องมั้ย
แล้วในเมืองนอกรุ่นต่ำที่ไม่มีจอ MID ดันทำ Cruise มาไว้ที่ก้านพวงมาลัยฝั่งขวาได้
ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด แต่ คำถามคือ...
มันจะเพิ่มต้นทุนไปทำสวิทช์ Cruise สองแบบทำไมกัน...
ตั้งแต่ CX-5 เลยเปลี่ยนมาเป็นแบบเดิมไง
ส่วน F1 ก็ตามที่เนยบอกนั่นแหละ มีอย่างนึงที่ปรับบนพวงมาลัยไม่ได้ คือ brake bias
-
ford focus ตัวใหม่ ผมใช่ 2-3 วันก็ชินแล้ว ตอนนี้จำได้หมดแล้ว
-
เยอะตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น อีกสาเหตุหนึ่งก็มาจากการตลาด ให้ความรู้สึกว่ามันดูดีทันสมัย :P
-
ford focus ตัวใหม่ ผมใช่ 2-3 วันก็ชินแล้ว ตอนนี้จำได้หมดแล้ว
ผมยอมรับว่ามันเยอะจริงๆ แต่ผมว่ามันเป็นแบบที่พี่ว่า คือเดี๋ยวก็ชิน
ไอ้เราไม่ใช่เจ้าของรถ มาถึงก็บ่นซะแล้ว คนที่ใช้เค้าก็ใช้ครับ คนที่ไม่ใช้ ต่อให้มีแล้วมันอยู่ที่ไหนก็ตามมันก็ไม่ใช้หรอกครับ
อย่างรถบางรุ่นที่ผมใช้ ขนาดว่ามีตัวคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัยแล้ว ผมจะเปิด-ปิดเครื่องบนพวงมาลัยยังไม่มีเลย >:(
ว่าไปก็คือ ที่มีอยู่บน focus ไม่เกินเลยครับ
พวก bt ก็เหมือนกัน ถ้ามันอยู่บนพวงมาลัยก็ดี เพราะอย่างที่รู้ๆกันครับไม่มีใครเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลาเพราะมันดังทั้งรถไม่เป็นส่วนตัว ถ้าเราสามารถเปิด-ปิดง่ายมันก็ดีครับ
ถ้าใครไม่ได้ใช้มันจริงๆ ผมว่าเอาไว้เป็นเครื่องประดับก็สวยดีนะครับ อย่างน้อยๆเวลากลางคืนพวงมาลัยก็ปล่อยแสงได้ ;D คิดซะว่าพวงมาลัยก็เหมือนนาฟิกา มีเข็มเรืองแสงด้วย
ผมแค่หวังว่า อย่าให้มีจอ touch screen มาอยู่บนพวงมาลัยก็พอ :o
-
;D ;D ;D
ปุ่มเยอะๆมันสวยกว่า ดึงดูดกว่าจริงๆ
แต่ถ้าให้ใช้งานผมเลือกปุ่มกดแตรปุ่มเดียวแบบโบราณดีกว่า เพราะแค่นั้นก็เพียงพอสำหรับผมแล้ว
ที่สำคัญหา พวงมาลัยแต่งง่ายกว่าเยอะ
-
กระทู้นี้แอบเช็คอายุนิดๆ นะครับ อิอิ
-
ถ้าเยอะแล้ว ไม่เกะกะมือ และ ไม่เกะกะสายตา
ผมว่าก็ดีแล้วครับ
-
;D ;D ;D.................ปีหน้าผมจองตั๊ว จะไปดาวอังคารแล้วครับ แหะๆ 8)
-
ถ้ามีปุ่ม ซ้าย ขวา ล่าง บน ด้วยนี่... คงเล่นเกมส์กันมันส์ไปเลย :D
-
เท่าที่เคยขับมาผมชอบปุ่มบนพวงมาลัย Volvo รุ่นใหม่ๆ ที่สุด
ข้างนึงคุมเครื่องเสียง กับมีลูกกลิ้งควบคุมจอ Multimedia ตรงกลางคอนโซล สามารถคุมจอได้โดยไม่ต้องเอามือออกจากพวงมาลัยเลย
อีกข้างก็คุม Cruise control ตามปกติ ส่วนอีกจอตรงกลางหน้าปัด ใช้ลูกกลิ้งตรงก้านไฟเลี้ยวคุมเอา
แบบ Focus ที่เอาปุ่มคุมจอ 2 จอไว้่ 2 ข้างเลยผมว่ามันเยอะไปทำให้พวกปุ่มเครื่องเสียงต้องลงไปอยู่ในจุดที่กดไม่สะดวก
แต่คิดว่าถ้าชินก็ไม่มีปัญหา
แต่ที่ไม่ชอบที่สุดคือปุ่มปรับแอร์บนพวงมาลัย จำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ ???
ยิ่งของ Captiva เอาปุ่มแอร์ไว้เด่นข้างหน้าจน Cruise control ต้องระเห็จไปหลบอยู่ข้างหลัง
-
เห็นด้วยครับ
-
ที่สำคัญ บีบแตรยากครับ ต้องเอื้มมือไปบีบ เป้นจุดที่ไม่ชอบมาก กระทันหันไม่เคยบีบทันเลยเพราะต้องจับพวงมาลัยให้มั่น คอยหักหลบ
จริงอย่างแรงงง บีบแตรทีไร แทบจะกด Set Cruise ทุกที 555+
แต่เอาจริงๆ Focus ของผม ใช้ครบทุกปุ่มเลยนะครับ ใช้น้อยสุดก็ไอ้สั่งการด้วยเสียงนั่นแหละ --"
-
458 นี่สุดๆครับ ผมขับไปบีบแตรไป เล่นฝังแตรไว้ในพวงมาลัย