Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: GreenG ที่ ธันวาคม 14, 2012, 21:01:03
-
สมมุติ ว่า
คุณเป็นคนที่เรียนเก่ง สอบเข้ามหาลัย ในคณะที่เป็นอันดับหนึ่งในสายนั้นได้ ทั้ง ป.ตรีและป.โท
หน้าตาเป็นเด็กเรียนที่สุด
เป็นคนชอบเก็บตัว ไม่ค่อยเที่ยวกลางคืน แต่ไปร้องคาราโอเกะกับเพื่อนๆ บ้าง(นานๆ ครั้ง)
แต่ชอบการวางแผนทุกอย่างในชีวิต การตัดสินใจอะไรใช้ตัวเลขมากกว่าอารมณ์
คือ ทุกอย่างต้องคุ้มค่าเงินที่สุด(ถูกที่สุด) ทนที่สุด ใช้ได้นานที่สุด และไว้ใจได้ที่สุด
ถ้าจะซื้อรถสักคัน ในงบไม่เกิน 1 ล้านบาท จะซื้อรถอะไร
ทั้งนี้ เขาเป็นคนขับรถไม่เร็ว ไม่เกิน 120 ชอบขับแช่เรื่อยๆ ชอบรถที่นิ่มไม่แข็ง แต่กลับชอบหมุนพวงมาลัยเร็วๆ เวลาเข้าโค้ง เช่น เกือกม้า โค้งในถนนใหญ่ๆ ที่ตนเองมั่นใจ เขาแบบมันๆ(เน้นมีเสียงยางบ้าง) แต่ไม่เร็ว(ไม่เกิน 40)
ผมว่าบนโลกนี้คงไม่มีใคร สุดๆ แบบนั้นแน่ๆ ครับ
ผมว่าผมก็ใกล้เคียง แต่ภายในสวยๆ มันก็สำคัญ(มาก) ผมจะเลือก Sylphy 1.6V แน่ครับ ;)
-
Civic 1.8 S or E
-
sylphy เพราะมีขายในญี่ปุ่นครับ น่าจะมีอะไหล่มาเซียงกงพอสมควร
altis อันนี้อะไหล่เทียบ เทียม แท้ เยอะจนเลือกไม่ถูก แต่ราคาก็เหมือนจะบวกค่าอะไหล่ที่ถูกกว่ามาแล้ว :D
-
คงต้องเลือกรถรุ่นเดียวกับคุณแหละครับ เอาเหตุผลมาอยู่เหนืออารมณ์ ถ้าใช้ไม่ถึง 15 ปีอย่าเพิ่งเปลี่ยนรถนะครับ เพราะศึกษาความเป็นไปได้( Feasibility) แล้วยังไม่คุ้ม อย่าลืมหา Net present value ของรถแต่ละคันเปรียบเทียบกัน เมื่อครบอายูของรถด้วยนะครับ ;D
มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value: NPV)
มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value: NPV) คือผลต่างระหว่างมูลค่าปัจจุบันของผลการประหยัดต้นทุน พลังงาน จากมาตรการ ในรูปตัวเงินที่คาดว่าจะได้รับในแต่ละปี ตลอดอายุของโครงการ กับมูลค่าปัจจุบันของเงิน ที่จ่ายออกไป ภายใต้ โครงการที่กำลังพิจารณา ณ อัตราลดค่า (discount rate) หรือค่าของทุน (cost of capital) ที่กำหนดจากคำนิยามข้างต้น การคำนวณหามูลค่าปัจจุบันสุทธิ จะต้องทราบข้อมูลดังนี้
กระแสเงินสดจ่ายลงทุนสุทธิ
กระแสเงินสดรับสุทธิรายปีตลอดอายุโครงการ
ระยะเวลาของโครงการ
อัตราลดค่าหรือค่าของทุนของธุรกิจ
ในที่นี้
n = อายุของโครงการ(ปี)
ESt = ต้นทุนพลังงานที่ประหยัดได้ (energy cost savings) รายปี ตั้งแต่ปลายปีที่ 1 ถึง n
Io = เงินจ่ายลงทุนตอนเริ่มโครงการ(total investment)
i = อัตราลดค่า (discount rate)
ค่าของทุนที่ใช้เป็นอัตราลดค่า (discount rate) จะมีค่าเดียวกันตลอดอายุโครงการ และ ขึ้นอยู่กับ อัตราดอกเบี้ยของตลาด ที่ผู้ลงทุนเผชิญอยู่ ซึ่งค่าที่เป็น base case อย่างน้อยควรมีค่าของทุนเท่ากับ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำที่ผู้ลงทุนได้รับ
ในการเลือกโครงการ ค่า NPV จะแสดงให้เห็นว่าโครงการที่กำลังพิจารณา มีมูลค่าปัจจุบันสุทธิ ของการลงทุนเป็น มูลค่า เท่าไรเมื่อสิ้นสุดโครงการ ถ้าค่า NPV มีค่าเป็นบวกแสดงว่าโครงการดังกล่าว สมควรที่จะลงทุน และเลือกโครงการที่ให้ค่า NPV เป็นบวกสูงที่สุด แต่การใช้ NPVเพียงอย่างเดียวอาจทำให้มีข้อจำกัดในการตัดสินใจ เลือกโครงการได้ ในกรณีที่โครงการมี ขนาดต่างกัน แต่ให้ค่า NPV ที่เป็นบวกเท่ากัน ดังนั้น การตัดสินใจให้การสนับสนุน ควรจะต้องนำเครื่องมืออื่น มาประกอบการ พิจารณา ควบคู่ไปกับการใช้ค่า NPV
ล้อเล่นน่าครับใครจะไปคิดเยอะขนาดนั้น เป็นผมเลือกรถมือสองของญาติ หรือเพื่อนที่รู้ประวัติกันอย่างดี คุ้มสุดๆ รถใหม่ก็เท่านั้น เดี๋ยวก็เก่า
-
D-max, altis
-
Altis รุ่น 1.6 เท่านั้น จริงๆ
เพราะถ้า 1.8,2.0 ปุ๊บ She จะพาลไม่ชอบเอา เพราะมันสปอร์ตมากไปนิด
ถ้า Sylphy ก็อาจจะใช่ แต่ She น่าจะเลือกตัว 1.6V
และ She จะมองพวก Civic,Cruze,Focus ว่ายังซิ่งไป
Elantra,LancerEX,Mazda3 ไม่มีในความคิดของ She แน่นอน
กับอีกตัวคือ Vios ไม่ก็ Almera ไม่มีเหตุผล แต่พออ่านเรื่องราวของ She แล้ว Vios แว้บเข้ามาในหัวทันทีเลย :)
-
ถ้าเป็นผม ผมจะยังไม่ซื้อหรอก มันยังไม่คุ้มกับเงินที่จ่ายไป ค่อยมีงานทำก่อนแล้วค่อยซื้อรถที่เกินกว่างบที่มีอยู่ตอนนี้
-
vios
-
city CNG
-
แต่ชอบการวางแผนทุกอย่างในชีวิต การตัดสินใจอะไรใช้ตัวเลขมากกว่าอารมณ์
คือ ทุกอย่างต้องคุ้มค่าเงินที่สุด(ถูกที่สุด) ทนที่สุด ใช้ได้นานที่สุด และไว้ใจได้ที่สุด
ตามโจทย์นี้ไม่ต้องคิดออะไรมาก เอาอารมออกไปก่อน
คำตอบเห็นๆกันอยู่ แต่อาจจะไม่ถูกใจคุณ
Altis ได้ทุกรุ่น คุ้มราคา คุ้มค่าเงิน ทนที่สุด ใช้ได้นานที่สุด อะไหล่ ( เชียงกง) เยอะที่สุด ถูกที่สุด ซ่อมง่ายที่สุด อู่เยอะที่สุด จุกจิกน้อยที่สุด
แค่นี้พอยัง
อะถ้ายังไม่พอแถมให้อีกข้อ มีคนใช้เยอะที่สุดด้วย (Taxi)
-
ทำไมนึกถึงรุ่นพวกนี้ละเนี่ย
Sylphy 1.6V
Civic 1.8E เครื่องเสียงธรรมดา
City 1.5V
Honda Jazz 1.5V
Altis 2.0G
-
เอาคุ้ม...รถมือสอง
-
Honda Civic 1.8 คับ
-
Accord 2.4 มือสอง 2009
-
Jazz hybrid ;D
-
ทุกอย่างต้องคุ้มค่าเงินที่สุด(ถูกที่สุด) ทนที่สุด ใช้ได้นานที่สุด และไว้ใจได้ที่สุด สมการนี้ใช้กับ altis
ชอบหมุนพวงมาลัยเร็วๆ เวลาเข้าโค้ง เช่น เกือกม้า โค้งในถนนใหญ่ๆ ที่ตนเองมั่นใจ เขาแบบมันๆ แต่สมการนี้ไม่ใช่ altis
สรุป ซื้อ altis 1.6E มาทำช่วงล่างใหม่ พอไหวไหมครับ
-
เป็นผมเลือกรถมือสอง ปีใหม่ๆหน่อยครับ คุ้มที่สุด เพราะราคาจะลงมากๆช่วง1-3ปี
-
โอ้ววว จากโจทย์ที่ให้มา ตรงกับ คุณป้าพนง.บัญชี ของบริษัทที่บ้านผมเด๊ะๆ
เค้ากำลังจะตัดสินใจซื้อรถอยู่ ไปดูมาหลายรุ่นตั้งแต่ eco cars ไปยัน c segment
ปรากฏว่าสุดท้ายแล้ว เค้าเลือกHonda Cityครับ
ผมถามเหตุผลเค้าว่าทำไมถึงเลือกซิตี้
เค้าก็บอกว่า สิ่งที่คุ้มค่าเงินมากที่สุด ก็คือสิ่งที่ชอบมากที่สุดครับ
เพราะต่อให้ทนแค่ไหน คันใหญ่แค่ไหน ออฟชั่นเยอะแค่ไหน แต่ถ้ามีคำว่าไม่ชอบคำเดียว ยังไงมันก็ไม่คุ้ม
;D ;D
-
Eco Car = Suzuki Swift คุณภาพรถคุ้มกับราคา และ การขับขี่ไว้ใจได้
B - Segment = Honda Jazz อัตราเร่งพึ่งพาได้ ภายในกว้างใช้งานได้หลากหลาย
C - Segment = Nissan Sylphy ภายในกว้างขวาง
D - Segment = Honda Accord 2.0 ราคาถูก อัตราเร่งรอบปลายยังไหลได้ พวงมาลัยให้ความสนุกได้ อุปกรณ์ติดรถไม่น่าเกลียด มี Side Airbag และ Cruise Control
SUV = Honda CRV 2.0E เติม E85 ได้ พวงมาลัยก็คงไว้ใจได้ มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่พอให้พึ่งพาได้(นี๊ดๆ)
ทำไมมี Honda เยอะจังเลย = ="
-
เป็นผม ถ้ารถใหม่ ขอเป็น Jazz 1.5 SV หรือ Hybrid สีขาว Civic FB 1.8 E สีฟ้า (ไม่เอา Navigator)
แต่ถ้ารถมือ2 ละก็ Toyota Prius Hybrid 1.8 Top Option ปี2011 (เห็นในเน็ต ขายอยู่ 95X,XXX++) สีขาว ไม่ก็ สีฟ้า อย่างแน่นอนครับ ;D ;D
-
มีแต่รถพวกนี้เข้ามาในหัว
มือ1
Vios G unlimited
Altis 1.6E
Civic 1.8S
City S CNG
Almera VL
มือ2
Civic FD 1.8E 2010+
-
Swift
Jazz
Civic Slyphy
-
ผมเลือก w140 ;D
ถ้าเล็ก ๆ หน่อย ก็จะเล่น civic แต่ต้องหาอะไรถ่วงท้ายรถหน่อย ไม่งั้นเหวอ ;D
-
เพื่อนผมหลายๆคนเป็นคนแบบนั้น
คนแรก เลือก ซิตี้ รุ่น V เอาไปติดแก๊ส
ลงโช๊คใหม่ ผ้าเบรคใหม่ ตกแต่งภายในนิดหน่อย จบที่ 7 แสนนิดๆ
ใช้งานอย่างมีความสุข
คนที่สอง เลือกอัลติส 1.6G (ตัว Dual VVTI)
เดิมๆ!!
2 คนนี้ เป็นเพื่อนผมในคณะบัญชี เรียนเก่งทั้งคู่ ทำออดิต Big4
ใช้เงินเป็น เข้าใจคุณค่าของเงิน และแน่นอนว่า รถ 2 คันนี้ ใช้เกิน 10 ปี แน่นอน
-
ถ้าผมคิดมากขนาดนั้น ผมจะไม่ซื้อรถ แต่หาเพื่อนที่มีรถ แล้วกลับบ้านทางเดียวกันแทนครับ :D
-
คันแรก Avanza
-
ขอแตกต่างนิดนึงครับ
เป็นผมอาจจะเลือก Proton Preve ตัว Top ครับ
แอบแรงนิดๆ Option เยอะกว่าในราคาที่เท่ากัน
เมื่อซื้อมาแล้วก็ใช้แบบยาวๆเกินสิบปีไปเลย
และคนแบบที่คุณว่ามานี้ เขามีเหตุผลมากพอที่จะบอกคนอื่นว่า
ทำไมถึงซื้อรุ่นนี้มาใช้ครับ
-
ผมมีเพื่อนแนวๆนี้คนนึง ไม่เจอกันมาตั้งแต่เรียนจบ รู้แค่ว่ามันทำงานบริษัทการเงินต่างชาติ ไอนี่จบเกรียตนิยม เนริดๆ งก ตามโจทย์ที่ว่ามาเลย
ล่าสุด. มันขับ Evolution8 ตัวห้าประตู. ผมนี่อึ้งงง เมิงซิ่งจังวะ :o
-
ผมคิดว่าคนแบบนี้ (ที่เลือกความคุ้มค่า ตัวเลขเป็นหลัก) น่าจะเลือกซื้อรถมือ 2 นะครับ รุ่นอะไรนั้นอีกเรื่องหนึ่ง ;D
-
ถ้าคิดเรื่องการเงินและค่าทางการเงิน ผมว่าเค้าไม่ซื้อรถ
-
ฟีโน่
-
ตัวผมใกล้เคียงกับเคสนี้ แต่คิดแบบองค์รวม ไม่เป๊ะทุกตัวเลขครับ
สำหรับ งบ 1 ล้าน สองตัวเลือก + เงื่อนไข..."เงินต้องเหลือ"
1) Altis 1.6 + LPG --->> เข้าศูนย์ ซ่อมบำรุง อ่ะไหล่ ตามพี่ๆแท๊กซี่ แนะนำ
แต่...ผมว่ามันยังไม่โดนใจผม
จึงเป็นที่มา...
2) Civic FD มือสองจากญาติ + ชุดแต่ง type R
(ชอบ เพราะมันเป็นตำนานไปแล้ว...แต่ซื้อรถแท้คงไม่สู้ อ่ะครับ)
ตอนนี้ กำลังเก็บภายนอก + upgrade performance
อนาคต ภายใน
เครื่อง R18A 1800 cc. ก็ประหยัดอยู่นะ ถ้ารถไม่ติดมากๆ (เติมน้ำมันไม่ไหว ก็ติดแก๊ส)
สรุป ค่ารถคุมไว้ไม่เกิน 7แสน (ของแต่งไม่ต้องครบก็ได้) ...ส่วนเงินเหลือ ไว้ทำอย่างอื่น
+ เพื่อนทุกคน งง ไม่เชื่อว่า มันจะแต่งรถ 555
-
แนะนำรถมือสองครับ อายุ 2-3 ปี ราคาประหยัดลงไปหลายแสนทีเดียว รถถือเป็นสินทรัพย์ที่เสื่อมค่าลงไปทุกปีแม้ว่าคุณจะใช้มันหรือไม่ก็ตาม ออกรถใหม่ป้ายแดงแต่ใช้น้อยก็ไม่คุ้มเพราะค่าเสื่อมก็ตกเท่ากันกับรถที่ใช้มาก สำหรับผมมองเอาความคุ้มค่าก็มือสองในงบ 1 ล้าน accord2.0 teana2.0 camry2.0
ยกตัวอย่าง ผมซื้อ teana j31 (ปี 05) ตอนนั้นซื้อ 8 แสนกว่า รถ 3 -4 ปี ออกใหม่ 1.5 ล้าน (ประหยัดไป 6.5 แสนบาท) ผมใช้รถต่ออีก 4 ปี ซึ่งค่อยขายเป็นมือที่สามให้คนอื่น 550,000 ถ้าเป็นเต็นท์จะขายกันในราคา 6-6.5 แสนครับ ถ้าเปรียบเทียบมือแรกมามือสองราคาตกลงมาจนน่าซื้อ รถในระดับนี้ทนทานใช้ได้นานผมซ่อมใหญ่ ๆ ก็ทำช่วงล่างไป 2-3 หมื่นบาท แค่นั้นนอกนั้นก็ดูแลตามปกติ ค่าซ่อมอะไหล่อาจแพงกว่ารถ c segment อยู่นิดหน่อยเท่านั้น แถมราคาขายต่อจากมือสองไปถือว่าคุ้มค่ามากครับ เทียบดูอีกอย่างแม้ว่าจะเปลี่ยนรุ่นไปในอนาคตแล้วมันก็ยังเป็นรถรุ่นใหญ่ของแบรนด์นั้น ๆ ภาพลักษณ์ทางสังคมดี อีกทั้งโตตามวัยของคนใช้รถไปด้วย ถ้า ณ วันนี้อายุ 35 ปี ใช้รถ 10 ปี ก็อายุ 45 ตอนนั้นขับรถรุ่นใหญ่ ๆ ที่ตกรุ่นก็ยังดูสมวัยกับคุณอยู่ดี หากกลัวจะสิ้นเปลืองน้ำมันในกรณีใช้รถมากก็เอามาติดแก๊ซครับ เครื่องเสื่อมจนโทรมก็ยกเครื่องญี่ปุ่นลงแต่ป่านนั้นก็คงเลยจุดคุ้มทุนการลงทุนไปมากโขแล้วครับ
-
ตัวผมใกล้เคียงกับเคสนี้ แต่คิดแบบองค์รวม ไม่เป๊ะทุกตัวเลขครับ
สำหรับ งบ 1 ล้าน สองตัวเลือก + เงื่อนไข..."เงินต้องเหลือ"
1) Altis 1.6 + LPG --->> เข้าศูนย์ ซ่อมบำรุง อ่ะไหล่ ตามพี่ๆแท๊กซี่ แนะนำ
แต่...ผมว่ามันยังไม่โดนใจผม
จึงเป็นที่มา...
2) Civic FD มือสองจากญาติ + ชุดแต่ง type R
(ชอบ เพราะมันเป็นตำนานไปแล้ว...แต่ซื้อรถแท้คงไม่สู้ อ่ะครับ)
ตอนนี้ กำลังเก็บภายนอก + upgrade performance
อนาคต ภายใน
เครื่อง R18A 1800 cc. ก็ประหยัดอยู่นะ ถ้ารถไม่ติดมากๆ (เติมน้ำมันไม่ไหว ก็ติดแก๊ส)
สรุป ค่ารถคุมไว้ไม่เกิน 7แสน (ของแต่งไม่ต้องครบก็ได้) ...ส่วนเงินเหลือ ไว้ทำอย่างอื่น
+ เพื่อนทุกคน งง ไม่เชื่อว่า มันจะแต่งรถ 555
รูป ต.ย. ครับ :D
ผมว่าเด็ก environmental engineer ส่วนใหญ่ก็คิดแบบำำละหลแหแนนั่นันพี่
-
ยังไงก็ต้องคันที่เซฟตี้ดีสุดดีกว่า
ถ้าคิดเรื่องการเงินและค่าทางการเงิน ผมว่าเค้าไม่ซื้อรถ
ว่างั้นแหละครับ ผู้ใหญ่ในครอบครัวผมก็ทำเป็นตัวอย่าง
-
ถ้าเป็นผม ถ้าขับในเมืองบ่อย ก็ ฮอนด้า eco ตัวใหม่ auto ตัวล่างสุด
ถ้าขับทางไกลด้วย ก็ city auto ตัสล่างสุด
-
ถ้าคิดรอบคอบจริง
ต้องเอาเรื่องความปลอดภัยในชีวิตมาคำนวณด้วย
และราคาของชีวิต ประเมินค่าไม่ได้
ดังนั้นอาจจะต้องเลือกรถที่มีความปลอดภัยสูงสุดไว้ก่อน
เพราะไม่มีรถคันไหนราคาแพงกว่าชีวิตเรา
-
ถ้าคุณเป็นคนนักวางแผนตัวแม่ และทุกบาททุกสตางค์แบบนักบัญชี คุณจะซื้อรถอะไรในราคาไม่เกิน 1 ล้าน
ผมยืนยันคำตอบเดิมครับ
ผมจะซื้อกะบะหัวเดี่ยว 2 คัน
เพราะเจ้า 2 คันนี่ สามารถทำเงินเพิ่มให้ผม อีกหลายล้านบาท
อ่าล้อเล่นครับ ไม่เกิน 1 ล้าน ผมเอาอีโว 9 MR ทำแท้ครับ
ตอบแบบอารมณ์ล้วนๆ :D
-
เป็นผมเลือก isuzu d-max v-cross 4 ประตู เกียร์ auto เพราะขับทางเรียบนิ่ม ลุยได้ คนโดยสารได้พอๆกับรถเก๋ง บรรทุกของก็ได้ สิ่งอำนวยความสะดวกภายในค่อนข้างครบ ศูนย์บริการเยอะ
-
Altis 2.0 v navi มือสองครับ
เก้าแสนกลางๆ
-
โจทย์นี้คล้ายๆกะผม
เมือสัก2ปีก่อนก็มอง EX ไว้คันใหญ่ นั่งสบาย ตอนที่มาใหม่ๆชอบมากแต่ไม่มีเกียร์ธรรมดา
จนเวลาผ่านล่วงเลยมาถึงปลายปีช่วงน้ำท่วมทุกอย่างเปลี่ยนไป จากเก๋งที่บ้านไปไหนมาไหนไม่ได้
มีแต่กะบะยกสูงที่ยังพอเอาตัวรอดได้ จึงเปลี่ยนมามองกระบะแทน
แต่ปัญหาก็คืออยากได้รถสไตล์เก๋งแบบยกสูงตอนนั้นในตลาดยังไม่มี
จนกระทั่งต้นปีมาสด้าออกตัวใหม่แล้วอ่านรีวิวของคุณจิมมี่ว่าต้องลองก่อนซื้อ ในใจก็คิดกระบะอะไรจะดีขนาดนั้น
พอไปลองเทสหลายๆยี่ห้อแล้วลองเปรียบเทียบดู กลายเป็นไำด้ BT-50 pro มาใช้ทุกวันนี้
สรุป
เน้น ทน เอาตัวรอดจากอุปสรรคได้ คุ้มค่าที่สุด หนีไม่พ้นกระบะ4ประตู Mazda bt-50pro