Headlight Magazine : community

General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: kritsnutty ที่ เมษายน 26, 2013, 13:35:28

หัวข้อ: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: kritsnutty ที่ เมษายน 26, 2013, 13:35:28
คู่เอก Freed vs Ertiga  คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ

หลายคนเริ่มเอา freed กับ ertiga มาเป็นคู่เอกหลังจากที่ Ertiga ชนะน๊อก Spin และชนะคะแนน Avanza มาได้ (จากที่อ่านมาหลานกระทู้)
มาึถึงเวลาข้ามรุ่นแบกน้ำหนักเงิน กว่า 150,000 บาท เพื่อไปท้าชกกับ Freed จ้าวแห่งความไฮโซ

กลยุทธหลัก  
 - Ertiga คุ้มค่า กับเงินที่จ่ายไป (ทอป GX 689,000)
 - Freed คุ้มค่า กับการดั๊มราคาลงมา (SE 839,000 ประตูไฟฟ้า) จัดดอก 0% อีก แถม ป.1อีก ส่วนลดเงินสดอีก ชุดแต่งบางที่ก็แถมจัดหนักเลย

งานนี้ใครชนะครับในแง่ต่างๆ
  
1. ราคาความคุ้มค่า
2. ความอเนกประสงค์ของตัวรถ
3. ความภาพลักษณ์ภายนอก
4. การขับขี่ ทรงตัว
5. สมรรถนะเครื่องยนต์
6. ความสบายในการเดินทางไกล

เชิญวิเคราะห์ครับ ขอบคุณครับ
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: zenten ที่ เมษายน 26, 2013, 13:43:55
จขกท. ควรเพิ่มที่ freed อีกว่า ดอกเบี้ย 0 % + ประกันภัยชั้น 1 ฟรี ครับ
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Ruksadindan ที่ เมษายน 26, 2013, 14:00:21
ที่บ้านมีทั้ง Souski และ Freed ครับ แต่ก็ไม่มีแผนเปลี่ยน Freed ให้เป็น Souski อีกคัน เพราะประตูไฟฟ้าทำให้ผู้สูงอายุขึ้นลงได้สะดวกครับ และเขายังขับเองได้ด้วยหากผมไม่อยู่

แต่ถ้าพูดถึงการขับขี่ แบบลืมคิดไปว่า มีแค่ 4AT ยังไงเอร์ไทกาก็ภาษีดีกว่า
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: simcity ที่ เมษายน 26, 2013, 14:07:35
Freed ครับ

หักส่วนลดแล้ว(เห็นว่าได้กัน 50,000) แถมประกันชั้น 1 ดอก 0%

เบ็ดเสร็จแล้วแพงกว่า Ertiga นิดเดียว
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: superden ที่ เมษายน 26, 2013, 16:33:48
Freed ครับ

หักส่วนลดแล้ว(เห็นว่าได้กัน 50,000) แถมประกันชั้น 1 ดอก 0%

เบ็ดเสร็จแล้วแพงกว่า Ertiga นิดเดียว
โห ลด5หมื่นเลยเหรอครับ
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Nyquist ที่ เมษายน 26, 2013, 16:35:16
พูดถึงเฉพาะตัวรถวันนี้ไปลองๆนั่ง ลูบๆคลำๆ Ertiga มาไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: NINENOI ที่ เมษายน 26, 2013, 16:56:16
Freed ครับ

หักส่วนลดแล้ว(เห็นว่าได้กัน 50,000) แถมประกันชั้น 1 ดอก 0%

เบ็ดเสร็จแล้วแพงกว่า Ertiga นิดเดียว
โห ลด5หมื่นเลยเหรอครับ

จริงหรือนี่ ถ้าจริงแล้วให้ซื้อตอนนี้ผมคงไปฟรีดมากกว่าชอบมากๆตรงคอนโซลและประตูเลื่อนแต่ไม่อยากได้ไฟฟ้าตัดออกแล้วลงตังดีกว่า แต่เผอิญวางแผนซื้อรถใหม่ต้นปีหน้าหน่ะสิแฟนอยากได้กระบะ 4 ประตูออโต้มากกว่าด้วยดีนะยังไม่ต้องปวดหัวตอนนี้
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: kiwiwi ที่ เมษายน 26, 2013, 17:05:51
ผมก็นอนคิดเจ้าสองคันนี้มาเป็อาทิตย์แล้วครับ จองซูไว้ แต่ลังเลฟรีดน่าดูเลยครับ
ข้อเสนอที่เซลฮอนให้นี่ผมลืมเงินจองซูไปเลยอะ

แต่ก็ยังตัดสินใจอยู่ครับ

ข้อสี่ถึงหก ผมยกให้ซูนะครับ
ข้อสองพอๆกัน แต่หนึ่งกะสามผมให้ฟรีดครับ เพราะรถที่จะไปเปลี่ยนผมใช้แจ๊สอยู่
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: kowit1 ที่ เมษายน 26, 2013, 17:15:48
รถแนวนี้ ผมเข้ามาแทบทุกคลับ เห็นต้องค้นหาโช๊คแต่งปรับช่วงล่างกัน ทั้งนั้น

ต้องทำใจเรื่องแถวสามกระโดดเลยนะ สำหรับรถแนวนี้
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: tosa ที่ เมษายน 26, 2013, 17:16:36
Ertiga  สดกว่าใหม่กว่าแต่ฝีไม้ลายมือนี่ต้องรอดูกันสักพักว่าจะออกอาการอะไรให้เห็นบ้าง
Honda ยกแรกๆ เหมือนจะดูเป๋ๆ คงสะดุ้งกับค่าตัวของผู้ท้าชิง แต่ชั้นเชิงกับความเก๋าก็คงทำให้ชกได้ครบยกและชนะคะแนนไปในที่สุด และก็ไม่ช้ำมากถึงขนาดต้องแขวนนวมเหมือน stream
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: simcity ที่ เมษายน 26, 2013, 17:19:10
Freed ครับ

หักส่วนลดแล้ว(เห็นว่าได้กัน 50,000) แถมประกันชั้น 1 ดอก 0%

เบ็ดเสร็จแล้วแพงกว่า Ertiga นิดเดียว
โห ลด5หมื่นเลยเหรอครับ

จริงหรือนี่ ถ้าจริงแล้วให้ซื้อตอนนี้ผมคงไปฟรีดมากกว่าชอบมากๆตรงคอนโซลและประตูเลื่อนแต่ไม่อยากได้ไฟฟ้าตัดออกแล้วลงตังดีกว่า แต่เผอิญวางแผนซื้อรถใหม่ต้นปีหน้าหน่ะสิแฟนอยากได้กระบะ 4 ประตูออโต้มากกว่าด้วยดีนะยังไม่ต้องปวดหัวตอนนี้



อ้างอิงจากคุณ codename-H

ในกระทู้นี้ครับ

http://www.headlightmag.com/webboard2011/index.php?topic=29896.0 (http://www.headlightmag.com/webboard2011/index.php?topic=29896.0)
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: YenChar ที่ เมษายน 26, 2013, 18:03:17
ฟรีด ดูดีกว่านะครับ

ได้ข่าวมาว่าส่วนลดเยอะเหมือนกันครับ
แถมฟรีประกันอีก น่าสนใจนะ
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: pulsar ที่ เมษายน 26, 2013, 19:16:22
รู้เฉพาะฟรีดเพราะใช้อยู่ครับ
ช้อดี ประตูไฟฟ้าบานเลื่อนถูกใจทั้งครอบครัว ขึ้นลงสะดวก , ประหยัดน้ำมันใช้ได้ครับ , ภายในจุเหลือเชื่อ พับเบาะแถวสามขนของได้โดยสารก็ได้(ผมหนัก 80 สูง 168 นั่งแถวสามได้ครับ นั่งคนเดียวนะไปพัทยาก็โอเคครับไม่สบายนักแต่ไม่อึดอัด) เบาะแถวสองเลื่อนเดินหน้าถอยหลังได้ สบายสุดครับ, การจัดวางที่นั่งมีช่องว่างตรงกลางพอจะมุดผ่านไปมาได้ก็นับเป็นข้อดีครับ
ข้อด้อย ไม่มีแอร์แถวสาม ไม่ร้อนจนต้องบ่นแต่ก็ไม่เย็นฉ่ำครับ, ช่วงล่างถ้าบรรทุกเต็มพิกัด(ผู้ใหญ่ 4 เด็กนั่งคาร์ซีทเบาะกลาง 1) กระเด้งกระดอนเวลาถนนไม่เรียบหรือขึ้นลงสะพาน บางครั้งถึงกับจะเมารถ, อัตราเร่งแซงตอนเต็มพิกัดต้องเป็นคนใจเย็นสักนิดไปเรื่อยๆครับ(ออกทางอืด)
สรุป ถ้าผู้โดยสาร หุ่นกระทัดรัดหน่อย ก็ใช้งานได้สบาย, ตัวรถอเนกประสงค์ใช้งานได้หลายรูปแบบ, ขับทางไกลประมาณพัทยาหัวหินก็พอได้ ประหยัดน้ำมันดีครับ ส่วนคนขับก็ต้องใจเย็นนิดนึงรถมันไม่ปรู้ดปร้าดแบบแจ๊ส ส่วนซูซุกิไม่เคยลองก็ขอไม่ออกความเห็นครับ
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: GreenG ที่ เมษายน 26, 2013, 19:46:15
รู้เฉพาะฟรีดเพราะใช้อยู่ครับ
ช้อดี ประตูไฟฟ้าบานเลื่อนถูกใจทั้งครอบครัว ขึ้นลงสะดวก , ประหยัดน้ำมันใช้ได้ครับ , ภายในจุเหลือเชื่อ พับเบาะแถวสามขนของได้โดยสารก็ได้(ผมหนัก 80 สูง 168 นั่งแถวสามได้ครับ นั่งคนเดียวนะไปพัทยาก็โอเคครับไม่สบายนักแต่ไม่อึดอัด) เบาะแถวสองเลื่อนเดินหน้าถอยหลังได้ สบายสุดครับ, การจัดวางที่นั่งมีช่องว่างตรงกลางพอจะมุดผ่านไปมาได้ก็นับเป็นข้อดีครับ
ข้อด้อย ไม่มีแอร์แถวสาม ไม่ร้อนจนต้องบ่นแต่ก็ไม่เย็นฉ่ำครับ, ช่วงล่างถ้าบรรทุกเต็มพิกัด(ผู้ใหญ่ 4 เด็กนั่งคาร์ซีทเบาะกลาง 1) กระเด้งกระดอนเวลาถนนไม่เรียบหรือขึ้นลงสะพาน บางครั้งถึงกับจะเมารถ, อัตราเร่งแซงตอนเต็มพิกัดต้องเป็นคนใจเย็นสักนิดไปเรื่อยๆครับ(ออกทางอืด)
สรุป ถ้าผู้โดยสาร หุ่นกระทัดรัดหน่อย ก็ใช้งานได้สบาย, ตัวรถอเนกประสงค์ใช้งานได้หลายรูปแบบ, ขับทางไกลประมาณพัทยาหัวหินก็พอได้ ประหยัดน้ำมันดีครับ ส่วนคนขับก็ต้องใจเย็นนิดนึงรถมันไม่ปรู้ดปร้าดแบบแจ๊ส ส่วนซูซุกิไม่เคยลองก็ขอไม่ออกความเห็นครับ

ตามนี้เลยครับ

อย่างลืมไปดูใน thaifreed นะครับ มีหัวข้อเยอะ ลองไปอ่านดู จะเจอเยอะมาก ;)

ว่ารถเป็นอย่างไร ติดแก๊ซยังไงนะครับ
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Automotive Innovations ที่ เมษายน 26, 2013, 20:19:32
freed ภาษีน่าจะดีกว่าครับ ครบครัน นั่งสบายผมว่าฟรีดน่าจะสบายกว่า
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: GreenG ที่ เมษายน 26, 2013, 20:42:11
มีอยู่จุดนึงที่ต้องยอมรับนะครับ

คือรถพวกนี้ ขับแล้ว พวงมาลัยเบามากทุกคัน อย่างน้อง Freed ที่บ้านผม

ขับสัก 90 ขึ้น มาดิ้นๆ ส่ายๆ ยังไงไม่รู้นะครับ หรือลมตีก็ไม่รู้ แต่ผมเสียวมากๆ วิ่ง Motor way ครับ

ก็จริงๆ ไม่เหมาะกับวิ่งทางไกลยาวๆ ละครับ ที่ผมบ้านผมซื้อมาวิ่งแค่หัวหินจริงๆ ครับ

ไกลกว่านี้ ต้องจอดพักครับ รถมันโครงบ้าง ถ้าเจอถนนไม่เรียบ หรือลงสะพาน จะเหมือนลอยทั้งคัน(คนในรถครับ)
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: 6162002 ที่ เมษายน 26, 2013, 23:05:54
เรื่องโดยสารนี่ ไปลองนั่งดีๆ นั่งนานๆครับ มันต่างกันเยอะมาก
ของพวกนี้ อ่านสเปค อ่านรีวิว ฟังคนอื่น กับนั่งเทียนเอาเองไม่รู้ครับ ต้องไปสัมผัสเอง

- เออติก้ามีแอร์แถวสอง มีคอยล์เย็นของตัวเองอีกต่างหาก เย็นแน่ๆ แต่ฟรีด เห็นว่ารุ่นหน้าอาจจะมี
- ถึงฟรีดจะมีผ่อน0% ฯลฯ ยังไงมันก็ยังแพงกว่าเออติก้าตัวทอป ขณะที่ความแรงความประหยัด อ้างอิงจากรีวิวในเว็บนี้ได้ครับ

อย่างเช่นเบาะแถวสอง นะครับ
- เบาะของฟรีดนิ่มมาก นิ่มเกิน คือนั่งนานๆ ผมปวดหลังเลย
- เบาะของฟรีดอยู่สูงจากพื้นไม่มากครับ และไม่เงยมากเหมือนเออติก้า ผลคือเวลาคุณนั่ง ถ้าจะไม่ชันขา คุณจะต้องเลื่อนเท้าไปด้านหน้า  แล้วมันจะทำให้คุณต้องถอยเบาะแถวสองไปอีก เพื่อให้นั่งได้สบาย    สิ่งที่ตามมาคือ แถวสามมันก็ขาติดอีก  แต่เออติก้าไม่มีปัญหานี้ ลักษณะการนั่งของแถวสอง ใกล้เคียงการนั่งห้อยขากว่ามากๆ จนไม่จำเป็นต้องเลื่อนถอยไปมาก  และเบาะให้สัมผัสที่ดูดีกว่า  แต่ถ้าคนชอบแบบนุ่มนิ่ม มันจะแข็งไปนิดครับ

ส่วนเบาะแถวสาม
- คล้ายๆกัน ฟรีดกว้างกว่า แต่เวลานั่ง มันคล้ายๆแถวสอง คือแถวสองต้องเลื่อนขึ้นหน้าหน่อย ไม่งั้นแถวสามนั่งลำบาก(ยกเว้นเป็นเด็ก) ขณะที่เออติก้าก็มีปัญหานี้ แต่น้อยกว่ามาก
- เบาะฟรีดใช้พับขึ้นด้านข้าง แต่เออติก้าพับลง อันนี้ดีคนละแบบ แต่ผมว่าเออติก้าใช้ประโยชน์ได้มากกว่า จะขึ้นไปนอนก็ได้ จะใส่ของใหญ่ๆอย่างพวกจักรยานก็ง่ายกว่า ถาดท้ายเปิดเก็บของได้นิดหน่อยด้วย

ขณะที่ ถ้าเป็นแถว1
- กลับกันหมด ฟรีดดูดีกว่า มีที่วางแก้ว ใช้สอยได้มากกว่า มีปุ่มควบคุมต่างๆครบคัน ออพชั่นเยอะกว่า เรียกได้กว่า กินขาดเออติก้าเลย



โดยสรุป ส่วนตัวผมว่า
- ฟรีดได้เปรียบตรงประตูไฟฟ้า(แต่ถ้าคิดเล่นๆว่าสมมติรถตกน้ำ   มันจะเปิดออกรึเปล่า?) กับออพชั่นครบครันกว่า คนขับมีปุ่มอะไรให้กดเยอะกว่าครับ ที่สำคัญ มันสวยกว่า
- เออติก้าแถวสองนั่งได้มากกว่าคนนึง แต่ไม่ดูไฮโซเหมือนฟรีด แถวสามขึ้นยากกว่าฟรีดนิดหน่อย แต่ลงง่ายกว่า ไม่ต้องให้คนแถวสองช่วย  และทั้งสามแถวนั่งสบายกว่า จากเบาะที่รับต้นขามากกว่า คล้ายๆนั่งห้อยขามากกว่า  แอร์เย็นกว่า อเนกประสงค์กว่า  และถูกกว่า ดาวน์15% ผ่อนชิวๆได้ ถ้างบไม่มาก

ประมาณนี้ครับ
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: hong_G ที่ เมษายน 26, 2013, 23:58:31
เรื่องโดยสารนี่ ไปลองนั่งดีๆ นั่งนานๆครับ มันต่างกันเยอะมาก
ของพวกนี้ อ่านสเปค อ่านรีวิว ฟังคนอื่น กับนั่งเทียนเอาเองไม่รู้ครับ ต้องไปสัมผัสเอง

- เออติก้ามีแอร์แถวสอง มีคอยล์เย็นของตัวเองอีกต่างหาก เย็นแน่ๆ แต่ฟรีด เห็นว่ารุ่นหน้าอาจจะมี
- ถึงฟรีดจะมีผ่อน0% ฯลฯ ยังไงมันก็ยังแพงกว่าเออติก้าตัวทอป ขณะที่ความแรงความประหยัด อ้างอิงจากรีวิวในเว็บนี้ได้ครับ

อย่างเช่นเบาะแถวสอง นะครับ
- เบาะของฟรีดนิ่มมาก นิ่มเกิน คือนั่งนานๆ ผมปวดหลังเลย
- เบาะของฟรีดอยู่สูงจากพื้นไม่มากครับ และไม่เงยมากเหมือนเออติก้า ผลคือเวลาคุณนั่ง ถ้าจะไม่ชันขา คุณจะต้องเลื่อนเท้าไปด้านหน้า  แล้วมันจะทำให้คุณต้องถอยเบาะแถวสองไปอีก เพื่อให้นั่งได้สบาย    สิ่งที่ตามมาคือ แถวสามมันก็ขาติดอีก  แต่เออติก้าไม่มีปัญหานี้ ลักษณะการนั่งของแถวสอง ใกล้เคียงการนั่งห้อยขากว่ามากๆ จนไม่จำเป็นต้องเลื่อนถอยไปมาก  และเบาะให้สัมผัสที่ดูดีกว่า  แต่ถ้าคนชอบแบบนุ่มนิ่ม มันจะแข็งไปนิดครับ

ส่วนเบาะแถวสาม
- คล้ายๆกัน ฟรีดกว้างกว่า แต่เวลานั่ง มันคล้ายๆแถวสอง คือแถวสองต้องเลื่อนขึ้นหน้าหน่อย ไม่งั้นแถวสามนั่งลำบาก(ยกเว้นเป็นเด็ก) ขณะที่เออติก้าก็มีปัญหานี้ แต่น้อยกว่ามาก
- เบาะฟรีดใช้พับขึ้นด้านข้าง แต่เออติก้าพับลง อันนี้ดีคนละแบบ แต่ผมว่าเออติก้าใช้ประโยชน์ได้มากกว่า จะขึ้นไปนอนก็ได้ จะใส่ของใหญ่ๆอย่างพวกจักรยานก็ง่ายกว่า ถาดท้ายเปิดเก็บของได้นิดหน่อยด้วย

ขณะที่ ถ้าเป็นแถว1
- กลับกันหมด ฟรีดดูดีกว่า มีที่วางแก้ว ใช้สอยได้มากกว่า มีปุ่มควบคุมต่างๆครบคัน ออพชั่นเยอะกว่า เรียกได้กว่า กินขาดเออติก้าเลย



โดยสรุป ส่วนตัวผมว่า
- ฟรีดได้เปรียบตรงประตูไฟฟ้า(แต่ถ้าคิดเล่นๆว่าสมมติรถตกน้ำ   มันจะเปิดออกรึเปล่า?) กับออพชั่นครบครันกว่า คนขับมีปุ่มอะไรให้กดเยอะกว่าครับ ที่สำคัญ มันสวยกว่า
- เออติก้าแถวสองนั่งได้มากกว่าคนนึง แต่ไม่ดูไฮโซเหมือนฟรีด แถวสามขึ้นยากกว่าฟรีดนิดหน่อย แต่ลงง่ายกว่า ไม่ต้องให้คนแถวสองช่วย  และทั้งสามแถวนั่งสบายกว่า จากเบาะที่รับต้นขามากกว่า คล้ายๆนั่งห้อยขามากกว่า  แอร์เย็นกว่า อเนกประสงค์กว่า  และถูกกว่า ดาวน์15% ผ่อนชิวๆได้ ถ้างบไม่มาก

ประมาณนี้ครับ

ผมรู้สึกแบบเดียวกันครับ ไปลองนั่งแล้ว

ความสบายของเบาะนั่งทั้งคัน Ertiga ดีกว่า

Freed ถ้าจะนั่งสบายก็มีพื้นพื้นที่ยืดขาอีกหน่อย ทำให้ต้องถอยเบาะ และนั่นจะทำให้ Leg room ของแถวถัดไปน้อยลง กลายเป็นนั่งไม่สบาย

ถ้าอยากให้คนนั่งสบายทั้งคัน มีคนนั่ง 4-6 คนบ่อยๆ ผมเชียร์ Ertiga ครับ

แต่ถ้าปรกติขับกันไม่เกิน 4 คน นานๆทีถึงจะเกิน อันนี้ FREED ก็เหมาะกว่า
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: นครอัญมณี ที่ เมษายน 27, 2013, 02:12:40
1. ราคาความคุ้มค่า
ความคุ้มค่า แต่ละคนมีตัววัดไม่เหมือนกัน ตอบไม่ได้จริงๆครับ

2. ความอเนกประสงค์ของตัวรถ
Ertiga พับเบาะนอนยาวได้ มีแอร์ 2 แถว ส่วน Freed ห้องโดยสารหรูหรากว่า และเด็กเดินผ่านทะลุได้ตั้งแต่แถว 1 ยันแถว 3

3. ความภาพลักษณ์ภายนอก
ส่วนตัวคิดว่า Freed รับประทาน

4. การขับขี่ ทรงตัว
Freed นิ่มนวล Ertiga กระฉับกระเฉง

5. สมรรถนะเครื่องยนต์
เครื่องยนต์โดยรวม Freed นำนิดหน่อย แต่เกียร์ Ertiga เป็นกันเองมากกว่า

6. ความสบายในการเดินทางไกล
ไม่เคยลอง Ertiga เดินทางไกลครับ
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: H. ที่ เมษายน 27, 2013, 04:24:20
กลายเป็นว่าลด 5 หมื่นของคันที่บ้านผมกลายเป็นมาตรฐานฟรีดในปัจจุบันไปแล้วหรือนี่  :D

สำหรับฟรีดผมให้ 3 อย่างชนะเลิศครับ "ประตูไฟฟ้า" "ที่วางแขนคนขับและคนนั่งข้าง" "ที่วางแก้วน้ำหน้าช่องแอร์"
สำหรับ Ertiga ให้ 3 อย่างชนะเช่นกัน "Leg Room แถวสามมีเยอะกว่า" "แอร์แถว 2" "เบาะพับเรียบ 2 แถวหลัง"

พอดีที่บ้านผมกะใช้กันเต็มที่ก็ 4 คนนานๆจะได้ขนเต็มคันรถซะที ใน ส-อ วันปกติจอดทิ้งเลยที่คอนโดเลย
ทั้งบ้านนั่งรถเมล์กับขี่มอเตอไซค์กันหมด คนเขาคงหาว่าบ้า


Freed ครับ

หักส่วนลดแล้ว(เห็นว่าได้กัน 50,000) แถมประกันชั้น 1 ดอก 0%

เบ็ดเสร็จแล้วแพงกว่า Ertiga นิดเดียว
โห ลด5หมื่นเลยเหรอครับ

จริงหรือนี่ ถ้าจริงแล้วให้ซื้อตอนนี้ผมคงไปฟรีดมากกว่าชอบมากๆตรงคอนโซลและประตูเลื่อนแต่ไม่อยากได้ไฟฟ้าตัดออกแล้วลงตังดีกว่า แต่เผอิญวางแผนซื้อรถใหม่ต้นปีหน้าหน่ะสิแฟนอยากได้กระบะ 4 ประตูออโต้มากกว่าด้วยดีนะยังไม่ต้องปวดหัวตอนนี้
มีแค่ 2 รุ่นย่อยอะครับตอนนี้ ประตูไฟฟ้า แอร์ออโต้ทั้งคู่ ต่างที่จอในรถ 2 จอ เบาะหนัง กล้องถอน ราคาต่างกันแสนหนึ่งหมื่น
ผมซื้อรุ่นล่าง ส่วนลดตามที่ว่า
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: kiwiwi ที่ เมษายน 27, 2013, 10:37:07
เรื่องโดยสารนี่ ไปลองนั่งดีๆ นั่งนานๆครับ มันต่างกันเยอะมาก
ของพวกนี้ อ่านสเปค อ่านรีวิว ฟังคนอื่น กับนั่งเทียนเอาเองไม่รู้ครับ ต้องไปสัมผัสเอง

- เออติก้ามีแอร์แถวสอง มีคอยล์เย็นของตัวเองอีกต่างหาก เย็นแน่ๆ แต่ฟรีด เห็นว่ารุ่นหน้าอาจจะมี
- ถึงฟรีดจะมีผ่อน0% ฯลฯ ยังไงมันก็ยังแพงกว่าเออติก้าตัวทอป ขณะที่ความแรงความประหยัด อ้างอิงจากรีวิวในเว็บนี้ได้ครับ

อย่างเช่นเบาะแถวสอง นะครับ
- เบาะของฟรีดนิ่มมาก นิ่มเกิน คือนั่งนานๆ ผมปวดหลังเลย
- เบาะของฟรีดอยู่สูงจากพื้นไม่มากครับ และไม่เงยมากเหมือนเออติก้า ผลคือเวลาคุณนั่ง ถ้าจะไม่ชันขา คุณจะต้องเลื่อนเท้าไปด้านหน้า  แล้วมันจะทำให้คุณต้องถอยเบาะแถวสองไปอีก เพื่อให้นั่งได้สบาย    สิ่งที่ตามมาคือ แถวสามมันก็ขาติดอีก  แต่เออติก้าไม่มีปัญหานี้ ลักษณะการนั่งของแถวสอง ใกล้เคียงการนั่งห้อยขากว่ามากๆ จนไม่จำเป็นต้องเลื่อนถอยไปมาก  และเบาะให้สัมผัสที่ดูดีกว่า  แต่ถ้าคนชอบแบบนุ่มนิ่ม มันจะแข็งไปนิดครับ

ส่วนเบาะแถวสาม
- คล้ายๆกัน ฟรีดกว้างกว่า แต่เวลานั่ง มันคล้ายๆแถวสอง คือแถวสองต้องเลื่อนขึ้นหน้าหน่อย ไม่งั้นแถวสามนั่งลำบาก(ยกเว้นเป็นเด็ก) ขณะที่เออติก้าก็มีปัญหานี้ แต่น้อยกว่ามาก
- เบาะฟรีดใช้พับขึ้นด้านข้าง แต่เออติก้าพับลง อันนี้ดีคนละแบบ แต่ผมว่าเออติก้าใช้ประโยชน์ได้มากกว่า จะขึ้นไปนอนก็ได้ จะใส่ของใหญ่ๆอย่างพวกจักรยานก็ง่ายกว่า ถาดท้ายเปิดเก็บของได้นิดหน่อยด้วย

ขณะที่ ถ้าเป็นแถว1
- กลับกันหมด ฟรีดดูดีกว่า มีที่วางแก้ว ใช้สอยได้มากกว่า มีปุ่มควบคุมต่างๆครบคัน ออพชั่นเยอะกว่า เรียกได้กว่า กินขาดเออติก้าเลย



โดยสรุป ส่วนตัวผมว่า
- ฟรีดได้เปรียบตรงประตูไฟฟ้า(แต่ถ้าคิดเล่นๆว่าสมมติรถตกน้ำ   มันจะเปิดออกรึเปล่า?) กับออพชั่นครบครันกว่า คนขับมีปุ่มอะไรให้กดเยอะกว่าครับ ที่สำคัญ มันสวยกว่า
- เออติก้าแถวสองนั่งได้มากกว่าคนนึง แต่ไม่ดูไฮโซเหมือนฟรีด แถวสามขึ้นยากกว่าฟรีดนิดหน่อย แต่ลงง่ายกว่า ไม่ต้องให้คนแถวสองช่วย  และทั้งสามแถวนั่งสบายกว่า จากเบาะที่รับต้นขามากกว่า คล้ายๆนั่งห้อยขามากกว่า  แอร์เย็นกว่า อเนกประสงค์กว่า  และถูกกว่า ดาวน์15% ผ่อนชิวๆได้ ถ้างบไม่มาก

ประมาณนี้ครับ

เรื่องเบาะแถวสามผมก็เห็นด้วยครับ แถมหใ้อีกเรื่องนึง
เป็นเรื่องที่ทำให้แฟนตัดสินใจออกอตก ครับ

คือปกติแฟนจะเป็นคนนั่งแถวสอง ลูกสาวโตจะนั่งหน้า

แฟนผมพับเบาะแถวสามของฟรีดขึ้น โดนสมมติว่ามีสัมภาระไปต่างจังหวัดอยู่เต็มคัน
ผลที่ออกมาคือ เบาะตอนสองปรับพิงไม่ได้เลยครับ ต้องนั่งตัวตรงๆกะชันขาตลอดทางแน่ๆ

แต่ที่มอเตอร์โชว์ไปลองอตก มา พับเบาะแถวสามลงเอาหมอนหนุนหัวออก เบาะตอนสองสามารถ เอนได้พอสมควรเลยครับ
เลยทำให้แฟนวางเงินจองอตก แบบไม่ลังเลอะไร

ที้งๆที่ส่วนตัวผมกะแฟอบฟรีดตั้งแต่ต้นแล้ว
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: Slipknot` ที่ เมษายน 28, 2013, 00:34:07
Feed ได้คุ้ม แบรนด์ตลาด

Ertiga ได้ สวย ลงตัว สดใหม่
หัวข้อ: Re: คู่เอก Freed vs Ertiga คู่นี้ใครได้เปรียบ - เสียเปรียบ วิเคราะห์ทีครับ
เริ่มหัวข้อโดย: H. ที่ เมษายน 28, 2013, 14:53:01
เรื่องโดยสารนี่ ไปลองนั่งดีๆ นั่งนานๆครับ มันต่างกันเยอะมาก
ของพวกนี้ อ่านสเปค อ่านรีวิว ฟังคนอื่น กับนั่งเทียนเอาเองไม่รู้ครับ ต้องไปสัมผัสเอง

- เออติก้ามีแอร์แถวสอง มีคอยล์เย็นของตัวเองอีกต่างหาก เย็นแน่ๆ แต่ฟรีด เห็นว่ารุ่นหน้าอาจจะมี
- ถึงฟรีดจะมีผ่อน0% ฯลฯ ยังไงมันก็ยังแพงกว่าเออติก้าตัวทอป ขณะที่ความแรงความประหยัด อ้างอิงจากรีวิวในเว็บนี้ได้ครับ

อย่างเช่นเบาะแถวสอง นะครับ
- เบาะของฟรีดนิ่มมาก นิ่มเกิน คือนั่งนานๆ ผมปวดหลังเลย
- เบาะของฟรีดอยู่สูงจากพื้นไม่มากครับ และไม่เงยมากเหมือนเออติก้า ผลคือเวลาคุณนั่ง ถ้าจะไม่ชันขา คุณจะต้องเลื่อนเท้าไปด้านหน้า  แล้วมันจะทำให้คุณต้องถอยเบาะแถวสองไปอีก เพื่อให้นั่งได้สบาย    สิ่งที่ตามมาคือ แถวสามมันก็ขาติดอีก  แต่เออติก้าไม่มีปัญหานี้ ลักษณะการนั่งของแถวสอง ใกล้เคียงการนั่งห้อยขากว่ามากๆ จนไม่จำเป็นต้องเลื่อนถอยไปมาก  และเบาะให้สัมผัสที่ดูดีกว่า  แต่ถ้าคนชอบแบบนุ่มนิ่ม มันจะแข็งไปนิดครับ

ส่วนเบาะแถวสาม
- คล้ายๆกัน ฟรีดกว้างกว่า แต่เวลานั่ง มันคล้ายๆแถวสอง คือแถวสองต้องเลื่อนขึ้นหน้าหน่อย ไม่งั้นแถวสามนั่งลำบาก(ยกเว้นเป็นเด็ก) ขณะที่เออติก้าก็มีปัญหานี้ แต่น้อยกว่ามาก
- เบาะฟรีดใช้พับขึ้นด้านข้าง แต่เออติก้าพับลง อันนี้ดีคนละแบบ แต่ผมว่าเออติก้าใช้ประโยชน์ได้มากกว่า จะขึ้นไปนอนก็ได้ จะใส่ของใหญ่ๆอย่างพวกจักรยานก็ง่ายกว่า ถาดท้ายเปิดเก็บของได้นิดหน่อยด้วย

ขณะที่ ถ้าเป็นแถว1
- กลับกันหมด ฟรีดดูดีกว่า มีที่วางแก้ว ใช้สอยได้มากกว่า มีปุ่มควบคุมต่างๆครบคัน ออพชั่นเยอะกว่า เรียกได้กว่า กินขาดเออติก้าเลย



โดยสรุป ส่วนตัวผมว่า
- ฟรีดได้เปรียบตรงประตูไฟฟ้า(แต่ถ้าคิดเล่นๆว่าสมมติรถตกน้ำ   มันจะเปิดออกรึเปล่า?) กับออพชั่นครบครันกว่า คนขับมีปุ่มอะไรให้กดเยอะกว่าครับ ที่สำคัญ มันสวยกว่า
- เออติก้าแถวสองนั่งได้มากกว่าคนนึง แต่ไม่ดูไฮโซเหมือนฟรีด แถวสามขึ้นยากกว่าฟรีดนิดหน่อย แต่ลงง่ายกว่า ไม่ต้องให้คนแถวสองช่วย  และทั้งสามแถวนั่งสบายกว่า จากเบาะที่รับต้นขามากกว่า คล้ายๆนั่งห้อยขามากกว่า  แอร์เย็นกว่า อเนกประสงค์กว่า  และถูกกว่า ดาวน์15% ผ่อนชิวๆได้ ถ้างบไม่มาก

ประมาณนี้ครับ

เรื่องเบาะแถวสามผมก็เห็นด้วยครับ แถมหใ้อีกเรื่องนึง
เป็นเรื่องที่ทำให้แฟนตัดสินใจออกอตก ครับ

คือปกติแฟนจะเป็นคนนั่งแถวสอง ลูกสาวโตจะนั่งหน้า

แฟนผมพับเบาะแถวสามของฟรีดขึ้น โดนสมมติว่ามีสัมภาระไปต่างจังหวัดอยู่เต็มคัน
ผลที่ออกมาคือ เบาะตอนสองปรับพิงไม่ได้เลยครับ ต้องนั่งตัวตรงๆกะชันขาตลอดทางแน่ๆ

แต่ที่มอเตอร์โชว์ไปลองอตก มา พับเบาะแถวสามลงเอาหมอนหนุนหัวออก เบาะตอนสองสามารถ เอนได้พอสมควรเลยครับ
เลยทำให้แฟนวางเงินจองอตก แบบไม่ลังเลอะไร

ที้งๆที่ส่วนตัวผมกะแฟอบฟรีดตั้งแต่ต้นแล้ว
ใช่ครับ บ้านผมเลยแก้ปัญหาด้วยการวางของบนเบาะมันซะเลย ไม่ต้องพับ