Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: kwunau ที่ กรกฎาคม 02, 2013, 13:42:10
-
อาจจะป็นคำถามโง่ๆหน่อยนะครับ แต่แค่สงสัยอะไรเป็นสาเหตุทำให้ราคารถไม่ได้แพงขึ้นครับ
เท่าที่จำได้สมัยสิบปีที่แล้วผมซื้อ323 E46 ณ.ตอนนั้นราคา2.4ล้าน มาปัจจุบัน F30 ราคาแทบไม่ได้แตกต่างกันไปเลย ทั้งที่เทคโนโลยีดีขึ้น หรืออาจเป็นเพราะเทคโนโลยีมันถูกลง แค่สงสัย เลยอยากหาความรู้และข้อมูล
ขอบคุณครับ
-
เทคโนโลยีและอุปกรณ์สมัยเมื่อก่อนแพงจริงๆครับ
-
เป็นเพราะค่าเงินยูโรมันอ่อนค่าลงครับ จำตัวเลขที่ชัวร์ๆไม่ได้ แต่ก๋ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ได้ครับ
-
316 E30 เกียร์ธรรมดา 5 speed
สมัยออกใหม่ๆ 540,000 บาทอ่ะครับ
-
ถ้าจำไม่ผิด สมัยก่อน ค่าเงิน euro เคยถึง 120บาทต่อ1 euro เลยครับ เดี๋ยวนี้ 40บาทได้ 1euro ล่ะ
-
ถ้าจำไม่ผิด สมัยก่อน ค่าเงิน euro เคยถึง 120บาทต่อ1 euro เลยครับ เดี๋ยวนี้ 40บาทได้ 1euro ล่ะ
เกินไปครับ ปอนด์ ยังไม่ถึงเลยครับ
สูงสุดน่าจะประมาณ 60 กว่า
http://www.xe.com/currencycharts/?from=EUR&to=THB&view=10Y (http://www.xe.com/currencycharts/?from=EUR&to=THB&view=10Y)
-
ถ้าจำไม่ผิด สมัยก่อน ค่าเงิน euro เคยถึง 120บาทต่อ1 euro เลยครับ เดี๋ยวนี้ 40บาทได้ 1euro ล่ะ
ไม่ถึงนะครับยูโรสุดๆก็ราวๆ 50-60 บาทครับ
-
BMW Series3 ตั่งแต่ E46 มาราคาไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงเยอะครับ
แต่ถ้าเทียบสมัย E30 หรือ E36 ราคาถูกกว่าปัจจุบันเยอะ
-
ต่างกับรถญี่ปุ่นจริงๆครับ เมื่อปี 1995 บ้านผมถอย Cefiro มา 8-9แสน (จำเป๊ะๆไม่ได้) แต่ปัจจุบัน รถ segment นี้ อย่างต่ำ ก้อ 1.2-.1.4 ลบ แล้วครับ)
-
ถ้าจำไม่ผิด สมัยก่อน ค่าเงิน euro เคยถึง 120บาทต่อ1 euro เลยครับ เดี๋ยวนี้ 40บาทได้ 1euro ล่ะ
สมัยก่อนที่ว่านี้ สมัยกรุงศรีรุ่งเรืองหรือ บ.บางระจันแตกครับ
-
เทคโนโลยีและอุปกรณ์สมัยเมื่อก่อนแพงจริงๆครับ
เมื่อก่อนมือถือเครื่องนึงเป็นแสนๆ ตอนนี้ไม่กี่ร้อยบาทก็ซื้อได้
-
เทคโนโลยีและอุปกรณ์สมัยเมื่อก่อนแพงจริงๆครับ
เมื่อก่อนมือถือเครื่องนึงเป็นแสนๆ ตอนนี้ไม่กี่ร้อยบาทก็ซื้อได้
พูดถึงโ?รศัพท์แล้วเมื่อก่อนแค่เบอร์ก็เป็นแสนแล้วครับ แย่งกันแล้วแย่งกันอีก เดี๋ยวนี้ซิมพร้อมเบอร์แจกฟรีตาม 7/11
-
ผมว่ามันเป็นกลยุทธการตั้งราคามากกว่าครับ
สมัยก่อนรถญี่ปุ่นเทียบกับยุโรป การขับขี่เครื่องยนต์อาจจะแตกต่างกันมากกว่า 50% ตั้งราคาสูงได้
แต่ปัจจุบันรถญี่ปุ่นก็พัฒนาขึ้นมาก อาจจะแตกต่าง 20-30% ถ้าตั้งราคาโดดแบบก่อน ก็อาจจะไม่ต้องขายกันเลยทีเดียว
ส่วนกำไรก็ยังคงควบคุมต้นทุนได้ด้วยเทคนิคใหม่ๆ
ไม่งั้นถ้าต้องซื้อ series3 ราคา สามล้านห้า แบบ Lexus ก็คงจะขายได้พอๆ กะ Lexus ล่ะมั้งครับ
-
รถสมัยนี้ ถูกลงเยอะมาก เมื่อเทียบค่าเงินครับ แอคคอร์ทตาเพชร คันละ 650000 บาทสมัยนั้น เท่ากับทอง 130 บาท คิดสมัยนี้ก็ 2.5 ล้านบาท หรือ 230อี สมัยนั้น 2.5ล้าน คิดเทียบสมัยนั้นเท่ากับทอง 500 บาท สมัยนี้ก็ เกือบ สิบล้าน รถเลยขายดีเกลื่อนถนนในสมัยนี้ครับ สมัยยี่สิบปีก่อน ใครมีรถขับ ถือว่าฐานะดีครับ
-
ต่างกับรถญี่ปุ่นจริงๆครับ เมื่อปี 1995 บ้านผมถอย Cefiro มา 8-9แสน (จำเป๊ะๆไม่ได้) แต่ปัจจุบัน รถ segment นี้ อย่างต่ำ ก้อ 1.2-.1.4 ลบ แล้วครับ)
ก่อนจะพูดว่ารถญี่ปุ่นแพงขึ้น อย่าลืมเทียบกับค่าเงินก่อนนะครับ
http://www.indexpr.moc.go.th/price_present/TableIndexG_region.asp?table_name=cpig_index_country&province_code=5&type_code=g&check_f=i&year_base=2554&nyear=2556 (http://www.indexpr.moc.go.th/price_present/TableIndexG_region.asp?table_name=cpig_index_country&province_code=5&type_code=g&check_f=i&year_base=2554&nyear=2556)
ข้อมูลดัชนีผู้บริโภคย้อนหลังจากกรมสรรพสามิต สามารถใช้เทียบค่าเงินข้ามเวลาได้โดยคร่าวๆ
ถ้า Cefiro ราคา 8 แสนในปี 1995 ซึ่งดัชนีอยู่ที่ 60.59 (เฉลี่ยตลอดปี) ในขณะที่ตอนนี้มันอยู่ที่ 105.31
8 แสนสมัยนั้น เทียบเท่า 800000*(105.31/60.59)=1.39 ล้านบาทในปัจจุบัน ซึ่งมันแพงกว่ารถ 2.0 ทุกรุ่นเลยครับ
-
แต่รถญี่ปุ่นนี่ แพงขึ้นเห็นๆ ;D
-
ถ้าไม่มีเกรย์ไม่มีทางถูกขนาดนี้หรอกครับ ค่าเงินก็มีผล
-
10 ปี ที่แล้ว ซื้อเบนซ์ E Class W211 ตัวท้อป ก็ 4.5 ล้านบาท ปัจจุบัน ก็ 4.39 ล้านบาท ราคาเท่าเดิมก็แปลกแล้วครับ นี่เล่นถูกลง ออปชั่นมามากกว่าเดิม
ซึ่งถ้าคิดเงินเฟ้อ ราคาต้องไปห้าล้านกว่าแล้ว นี่คงเป็นเพราะ มีเกรย์ มาช่วยค้ำยัน และเรื่องค่าเงินที่ 10 ปีที่แล้ว เงินบาทอ่อน ตอนนี้แข็งโป๊ก
-
;D ;D
รถยุโรป ราคาเท่าเดิม แต่ รถญี่ปุ่นแพงขึ้น
แบบวิ่งสวยทาง
555
-
เรื่องค่าเงินก็มีผลครับ ยิ่งถ้าดูช่วง 10 ปีให้หลัง ค่าเงินลงนะครับ
ส่วนรถญี่ปุ่นแพงขึ้นเร็วมากครับ งง
-
ผมว่ามันแพงขึ้น เพราะตอนอ่าน Rewind E30 นี่หลักแสนเองครับ
แต่การยก E46 ขึ้นมาเทียบกับ F30 ก็น่าสนใจ
-
พูดถึงเรื่องค่าเงิน สมัยปี 39-40 ผมเรียนมหาลัย มีการปล่อยเงินบาทลอยตัว จาก 1 ดอล/ ประมาณ 33 บาท
พอค่าเงินลอยตัวขึ้นไปถึง 1 ดอล/ 59-60 บาท ผมไปเดินเดอะมอลล์ดูนาฬิกา TAG กางปลาแบบเดียวกับที่ผมใส่อยู่
ก่อนเงินบาทลอยตัวเรือนละ 32,500 บาทพอลอยตัวค่าเงินราคาขึ้นเป็น 66,000 บาท ผมตกใจมากๆ
-
ถ้าว่ากันด้วยค่าเงินบาท
E46 ราวๆปี 44-45 ซึ่งค่าเงินดอลล่าน่าจะป่วนเปี้ยนราว 45บาทต่อ1ดอลล่า (ผิดพลาด ขออภัยครับ) ปัจจุบัน F30 ค่าเงินแค่ 30บาทต่อ1ดอลล่า ราคารถก็ใกล้เคียงเมื่อ10ปี
ถ้าว่ากันด้วยภาษี (ไม่รู้ว่ามีการปรับเปลี่ยนขึ้นลงประการใด)
E46 323i ราวๆ 2400cc. 184hp
F30 320i ราวๆ 2000cc. 184hp
แอบสงสัย
อย่างนี้อนาคตต่อไปรถยนต์คงราคาไม่น่าเปลี่ยนแปลงไปจากนี้เท่าไร
ปล.สนใจ new E coupe ดีที่ไม่รีบซื้อตัวเก่า ตัวใหม่มาสดกว่าถูกกว่า
-
น่านนนนนนนนนนน เช็คอายุกันอีกแล้ว 5 5 5
ไม่มั่นใจเรื่องค่าเงิน แต่ที่แน่ๆ ตอน ปี 40 เจ๊งกันระนาว รวมทั้งบริษัทของบ้านผมด้วยเกือบจะปิดไปรอบเหมือนกัน
ปัจจุบัน ใจจริง ชอบรถมือสองนะ เพราะโดนหั่นไปรอบแล้วก่อน ถึงมือเรา
แต่ที่แปลกใจคือ ไอ้ Civic 3D ทำไม เกือบ 20 ปีแล้ว ราคามันก็ยังไม่ร่วง...สภาพดีๆ ยิ่งแพงเอาแพงเอา
คิดแล้วปวดเฮด เป็นอย่างยิ่ง
น่าจะมีคำถามว่า รถรุ่นไหน ในรอบ 20 ปี ที่ราคาตกน้อยที่สุด อิอิอิ หนุกแน่ๆ เลย