Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: gofiro ที่ กันยายน 25, 2013, 22:22:54
-
Cruise Comntrol ใช้งานแล้ว มีผลในด้านประหยัดน้ำมัน ไหมครับ
พอดี เป็น Option นึ่งที่มีผลต่อการเลือกซื้อรถครับ ถ้าไม่มีผลในด้านประหยัดน้ำมัน ก็จะมองข้ามไปซะ ครับ
ขอบคุณมากครับ
-
เวลาผมขับทางไกล ตจว บางทีทางโล่งๆ ก็พอคลายเมื่อยขาได้ถือว่าดีครับ ขำ แต่เรื่องประหยัดน้ำมัน โอกาสใช้มีน้อย ตัดไปได้เลย
แต่ถ้าเลือกได้ผมขอมีไว้กาอนครับ ชอบครับ
-
สำหรับการเดินทางไกลแล้วมีผลแน่ๆ ครับ เนื่องจากความเร็วรถจะคงที่อยู่ตลอดเวลา และรอบเครื่องจะอยู่นิ่งที่สุดเท่าที่ทำได้ (ในกรณีทางเรียบ) แต่ความเห็นโดยส่วนตัวของผมแล้วจะมีก็ได้ ไม่มีก็ได้ เพราะส่วนใหญ่ใช้ในเมือง หรือชานเมือง นานๆ ออกต่างจังหวัดบ้าง แทบไม่มีความจำเป็นในการใช้งานเลยครับ ใช้แล้วง่วงมากมาย :)
ออกนอกเรื่องซักหน่อย ถ้าปุ่มควบคุมเครื่องเสียงนี่ผมอยากได้นะ ผมเบื่อกับโฆษณาเสียงกวนๆ ชวนหงุดหงิด ข่าวต้นชั่วโมงอันแสนน่าเบื่อ หรือเสียงดีเจแจ๋นๆ สุดปวดหัว ซึ่งผมเจอทีไร ผมจะเปลี่ยนช่องหนี ลดเสียง หรือปิดเครื่องไปเลย ซึ่งตรงนี้ล่ะที่จะมีการใช้งานระหว่างที่ขับรถอยู่ประจำ :-\
-
อยู่ที่ว่าเราขับรถในสถานการณ์แบบไหนบ่อยๆ
อย่างผมขับบนทางด่วนบางนา บางปะกง มอเตอร์เวย์ผมใช้ครับทุกวันด้วย
ช่วยเรื่องความประหยัดได้ใหมมันก็ช่วยได้
-
รถผมมีนะครับ เพราะพอกดแล้วรอบมันตกไปต่ำสุดที่มันทำได้ในความเร็วขนาดนั้น อัตรากินน้ำมันดีสุดเลย
-
มีครับ แต่โอกาสใช้มันไม่ค่อยจะบ่อยแค่นั้นครับ
-
มีแน่นอนครับ
เคยลองเทียบระหว่างเหยียบให้ความเร็วนิ่งๆ กับใช้ cruise
พบว่าทำยังไงใช้ cruise ให้อัตราสิ้นเปลืองดีกว่าเยอะเลยครับ
-
ถ้ามีดีกว่าไม่มีครับ
ใช้แล้วรอบความเร็วคงที่ย่อมตามมาด้วยความประหยัดครับ
แต่สำหรับบางคน ชีวิตไม่ค่อยได้ใช้เพราะอยู่ในเมืองอาจจะไม่เห็นความต่างเท่าไหร่ครับ
-
มีผลครับแต่การแช่ความเร็วเครื่องยนต์รอบเดิมนานๆก็ไม่ส่งผลดีต่อเครื่องยนต์สลับใช้ดีกว่า
-
ใช้ทางไกลความเร็วคงที่ สำหรับผม Cruise Control ช่วยได้มากครับ
เคยเร่งเอง กดเอง ที่ 110 KM/HR หน้าปัดขึ้น 13 โลลิตรกว่าๆ แต่พอกด Criuse ปุ๊บ หน้าปัดกระเด้งไปที่ 16 โลลิตรเลย
ถ้าให้ผมกดเอง แล้วให้ได้ 16 โลลิตร เท้าผมต้องเกรงและนิ่งมาก ถึงจะได้ขนาดนั้น
ขับไปเครียดไปเปล่าๆ กด Cruise ปุ่มเดียวจบครับ
รถคันต่อไป ถ้าไม่มี Cruise Control ผมไม่ซื้อครับ เพราะวิ่งทางไกลบ่อย ;D ;D ;D ;D
-
;D ถ้าถนนที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นพื้นราบ
แล้วมีโอกาสได้ขับตอนถนนโล่งพอที่จะเปิดใช้ cruise control ได้ยาวๆ
เช่นขับตอนเช้ามืด หรือขับตอนดึกๆที่รถไม่มาก
รถที่มี cruise จะประหยัดและสะดวกดีครับ
แต่ในตอนกลางวันอาจจะเจอเส้นทางที่ใช้ cruise ได้ยาวๆยากหน่อยครับ
พวกช้าแช่ขวา ขวางเลนมีอยู่เยอะครับซ้ายก็ไปไม่ได้ขวาก็ไปไม่ได้
เปิดใช้ cruise ได้นิดเดียวก็ต้องเบรค รอจังหวะหาช่องเร่งแซง
แล้วก็ต้องมาเริ่มต้น cruise กันใหม่ ทำให้ต่างกับกดคันเร่งเองไม่มาก
และถ้าเส้นทางเป็นทางเรียบ สลับกับเิินินเยอะๆ
ที่ความเร็วเฉลี่ยพอๆกัน เปิด cruise อาจกินกว่า
เพราะมันจะไม่อลุ้มอล่วย พยายามที่จะรักษาความเร็วค่าที่เซตไว้ในช่วงความเร็วแคบๆ
เช่นเซต cruise ไว้ที่ 100 km/h
พอเวลาที่ขึ้นเนินก็ระบบก็จะพยายามเร่งเครื่องไว้ เพื่อรักษาความเร็วไม่ให้ตก
ช่วงลงเนินก็ไม่ค่อยยอมปล่อยไหลให้ความเร็วเกินกว่าค่าที่เซตไว้ไปมากนัก
ในทางกลับกันถ้าขับเอง
ตอนที่ขึ้นเนินอาจจะยอมให้ึความเร็วตกบ้างเล็กน้อย
เช่นวิ่งมา 100 แล้วขึ้นเินินมายอมให้ึความเร็วลดลงนิดหน่อยอาจจะสุดเนินที่ความเร็วเหลือ 90
แล้วพอตอนลงเนินค่อยเอาคืนก็ปล่อยมันไหลเกิน 100 ไปบ้าง
ลงไปสุดทางราบ ที่อาจจะเป็นความเร็วซัก 110
แล้วจึงค่อยๆขับต่อบนทางราบ โดยความเร็วค่อยๆลดความเร็วลงมา 100
แบบนี้เฉลี่ยแล้ว ก็จะผ่านเนินไปด้วยความเร็วประมาณ 100 เหมือนกัน แต่ประหยัดกว่า
ดังนั้น cruise ไม่ได้หมายความว่าจะประหยัดน้ำมันกว่าเสมอไป
ต้องขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทางที่เราใช้จริงอยู่ด้วย
-
มีผลครับแต่การแช่ความเร็วเครื่องยนต์รอบเดิมนานๆก็ไม่ส่งผลดีต่อเครื่องยนต์สลับใช้ดีกว่า
cruise เวลาใช้ รอบไม่คงที่นะครับ แต่ความเร็วคงที่
แค่ขึ้นเนิน รอบก็จะสูงขึ้น
ลงเนิน รอบก็จะตกลง
สังเกตุได้จาก การขึ้นสะพานข้ามคลอง ข้ามแยกทั้งหลายครับ
แม้ทางสั้นๆ รอบก็สวิงได้ครับ
-
มีผลครับแต่การแช่ความเร็วเครื่องยนต์รอบเดิมนานๆก็ไม่ส่งผลดีต่อเครื่องยนต์สลับใช้ดีกว่า
cruise เวลาใช้ รอบไม่คงที่นะครับ แต่ความเร็วคงที่
แค่ขึ้นเนิน รอบก็จะสูงขึ้น
ลงเนิน รอบก็จะตกลง
สังเกตุได้จาก การขึ้นสะพานข้ามคลอง ข้ามแยกทั้งหลายครับ
แม้ทางสั้นๆ รอบก็สวิงได้ครับ
เดาว่าใน J32 ที่เป็น CVT ใช่ไหมครับ
ที่ความเร็วคงที่ได้ แต่รอบเครื่องเปลี่ยนไปตามสภาพโหลด
เพราะเป็นเกียร์แบบอัตราทดแปรผันต่อเนื่องครับ
เกียร์แบบอื่นจะไม่เป็นแบบนี้
ความเร็ว = ค่าคงที่ x รอบเครื่อง
เว้นแต่ล็อคอัพไม่จับเต็ม หรือจังหวะที่มันติดสินใจเปลี่ยนเกียร์
-
ถ้าทางราบๆ ผมว่าประหยัดนะ เพราะเคยทำได้ 18-19 กม/ลิตร
แต่ถ้าทางขึ้นๆ ลงๆ เนินบ่อยๆ จะไม่ประหยัด
เพราะ ตอนขึ้นเนินมันจะพยายามรักษาความเร็วให้คงที่ ทำให้บ้างครั้งมีการคิกดาวทำให้ไม้ประหยัด
ส่วนตอนลงเนิน มันก็จะพยายามรักษาความเร็วเช่นกัน ทำให้รู้สึกเหมือนรถชะลอความเร็ว
แทนที่จะปล่อยให้ความเร็วเป็นไปตามแรงถึงดูดของโลก
ปล.เคยใช้ใน civic FD 1.8 ครับ
-
ต้องเป็นถนนเรียบๆ วิ่งยาวๆ รถไม่ติด ไม่ขึ้นเขาบ่อยๆและเขาไม่สูงชัน เพีาะไม่งั้นไม่ค่อยเห็นผลครับ
-
เรื่องประหยัด จะมีผลในทางอ้อมครับ คือเราจะไม่เหยียบคันเร่ง เบรกตามอารมณ์เกินไป
ปล่อยให้มันคงที่ไปเรื่อยๆ ส่วนการขึ้นเนิน-ลงเนิน ผมจะใช้วิธีกระดิกลง 2-3 ทีตอนขึ้น และกระดิกขึ้น 2-3 ทีตอนลง
แค่นี้เครื่องก็ไม่เร่งมากเกินไปแล้วครับ
ผมเป็นคนที่ติด Cruise มาก มีช่วงนึงก้าน Cruise เสีย (สงสัยจะใช้เยอะเกินไป ;D) รออะไหล่ แทบไม่อยากขับรถเลยครับ
เพราะวันๆ ผมอยู่กับรถหลายชั่วโมง แค่ทางด่วนในกรุงเทพก็ใช้ตลอด จนมันติด ถ้าต้องเหยียบเองหมดมันจะเมื่อยขามาก
-
อยากมีบ้างครับ ;)
-
ถ้าคำถามนี้ มีผลแน่นอนครับ เพราะความเร็วจะคงที่ รอบคงที่ การฉีดจ่ายน้ำมันจะนิ่ง มันเลยประหยัดกว่าการเร่งๆเบรคๆและความไม่นิ่งของเท้าอยู่แล้ว
แต่ถ้าในแง่การใช้งาน ต้องใช้กับทางโล่งๆยาวๆ สีแยก ไฟแดงน้อยๆ จะดีสุด ถ้าใช้แต่ในเมืองก็ไม่มีประโยชน์ครับ
-
ทางราบและตรงโอเคครับ
แต่ถ้ามีเนินหรือทางโค้งเยอะๆ ไม่เวิร์คครับ
-
;D ท่านที่ใช้ Hybrid เคยสังเกตุดูไหมครับว่า
เป็นเหมือนผมหรือเปล่า
ถ้าใช้ cruise แล้วโดยมากจะไม่ประหยัดเท่าขับเอง
(แม้จะขับแบบไม่ได้จงใจประหยัด)
Camry Hybrid ตัวปัจจุบัน
ถ้าขับเองยกคันเร่งเครื่องดับทันที
ถ้าเปิด cruise ไว้เหมือนขับแบบอมคันเร่งไว้ตลอด ไม่ยกสุด
เครื่องแทบจะไม่ดับเลย ตลอดทาง
หรือแม้เซตความเร็วเป้าหมายไว้ต่ำพอที่จะขับด้วยไฟฟ้าอย่างเดียว
เครื่องก็ยังติดทั้งๆที่แบตมากพอ
-
ทางตรงเรียบไม่มีเนินน่ะเห็นผลอยู่ครับ..
แต่ถ้ามีเนิน เหยียบด้วยเท้าเราเอง ประหยัดกว่า..
-
มีผลครับแต่การแช่ความเร็วเครื่องยนต์รอบเดิมนานๆก็ไม่ส่งผลดีต่อเครื่องยนต์สลับใช้ดีกว่า
cruise เวลาใช้ รอบไม่คงที่นะครับ แต่ความเร็วคงที่
แค่ขึ้นเนิน รอบก็จะสูงขึ้น
ลงเนิน รอบก็จะตกลง
สังเกตุได้จาก การขึ้นสะพานข้ามคลอง ข้ามแยกทั้งหลายครับ
แม้ทางสั้นๆ รอบก็สวิงได้ครับ
เดาว่าใน J32 ที่เป็น CVT ใช่ไหมครับ
ที่ความเร็วคงที่ได้ แต่รอบเครื่องเปลี่ยนไปตามสภาพโหลด
เพราะเป็นเกียร์แบบอัตราทดแปรผันต่อเนื่องครับ
เกียร์แบบอื่นจะไม่เป็นแบบนี้
ความเร็ว = ค่าคงที่ x รอบเครื่อง
เว้นแต่ล็อคอัพไม่จับเต็ม หรือจังหวะที่มันติดสินใจเปลี่ยนเกียร์
ถ้าเป็นเครื่องดีเซล รอบนิ่งเลยครับ
-
ขอบคุณทุกท่าน มากๆ ครับ
กำลังจะหนี จาก "ภายในสีครีม" เนื่องจากไปชม "รถทดลองขับ" มาแล้ว รอยดำ เต็มพวงมาลัยเลย
หากจะใช้สีครีมคงต้อง หาน้ำยามรักษาสภาพหนัง มาใช้ด้วย ไม่งั้น ได้ลงมือทำความสะอาดกันทุกสัปดาห์ แน่ ๆ
หนีไป ภายในสีดำ และ มี Cruise Control ดีกว่าครับ
-
มีผลครับแต่การแช่ความเร็วเครื่องยนต์รอบเดิมนานๆก็ไม่ส่งผลดีต่อเครื่องยนต์สลับใช้ดีกว่า
cruise เวลาใช้ รอบไม่คงที่นะครับ แต่ความเร็วคงที่
แค่ขึ้นเนิน รอบก็จะสูงขึ้น
ลงเนิน รอบก็จะตกลง
สังเกตุได้จาก การขึ้นสะพานข้ามคลอง ข้ามแยกทั้งหลายครับ
แม้ทางสั้นๆ รอบก็สวิงได้ครับ
เดาว่าใน J32 ที่เป็น CVT ใช่ไหมครับ
ที่ความเร็วคงที่ได้ แต่รอบเครื่องเปลี่ยนไปตามสภาพโหลด
เพราะเป็นเกียร์แบบอัตราทดแปรผันต่อเนื่องครับ
เกียร์แบบอื่นจะไม่เป็นแบบนี้
ความเร็ว = ค่าคงที่ x รอบเครื่อง
เว้นแต่ล็อคอัพไม่จับเต็ม หรือจังหวะที่มันติดสินใจเปลี่ยนเกียร์
Accord'95 ใช้cruise ก็รอบไม่นิ่งครับ (เคยใช้คันนี้อยู่ 3 ปี)
ถ้าวิ่งผ่านลักษณะถนนที่เป็นเนิน รถต้องรักษาระดับความเร็วคงที่ ยังไงรอบก็ไม่นิ่งครับ เป็นทั้งสองคันเลย
อาจจะเป็นถนนแถวบ้านผม ไม่เรียบแบบในภาคกลางก็เป็นได้ครับ หุหุหุ
-
ทางราบและตรงโอเคครับ
แต่ถ้ามีเนินหรือทางโค้งเยอะๆ ไม่เวิร์คครับ
ใช่คับ ตามนี้เลย ขับเองจะประหยัดกว่าด้วยเท่าที่ลอง :)
-
ตรงยาวๆ มีผลแน่นอนครับ รอบคงที่ ความเร็วคงที่
-
ผมขับ XV ถ้าเปิด Cruise Control แล้ววิ่งทางเรียบ ยาวๆ สบายครับ ประหยัดแน่นอน ความเร็วคงที่ รอบ พันปลายๆ
แต่พอขึ้นเนินนิดนึง รอบมันดีดขึ้นไปเป็น สองพันปลายๆ สามพันต้นๆ เลย เหมือนมันพยายามให้ความเร็วเท่าเดิม
แต่ถ้าวัดจากหน้าจอ ผมว่าเหยียบเอง ประหยัดกว่าครับ ไม่เคยใช้ Cruise Control ยาวๆ ซะที
-
ประหยัดกว่าเหยียบเองครับ ช่วงความเร็ว 80 ก็กดใช้ได้นะครับ ประหยัดด้วย
บนทางด่วน ผมก็ได้ใช้บ่อย ถ้าไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วน
ไปหัวหิน หรือพัทยา ใช้ประจำครับ แต่บางช่วงก็ใช้มือปรับเพิ่ม ลด ความเร็วไปด้วยเลย เหมือนเล่นเกม จะได้ไม่ต้องเหยียบคันเร่ง สนุกดีครับ