Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: bittersweett1st ที่ ตุลาคม 17, 2013, 16:34:46
-
คือผมอยากทราบว่า หากเราจะเอาไปเซตเทอโบ ในกรณีของผม fd 2.0 หากเอาไปเซตเทอโบในสเตปที่ใช้งานประจำวัน
สมรรถนะของรถมันสามารถจะอัดยาวๆ เหมือนตอนก่อนเราเซตเทอโบได้ไหมครับ
เช่น ปกติ ถ้าผมขับกลับจาก กทม - พัทยา บนบูรพาวิถี ผมจะอัดกลับเลย 130-160 โดยไม่ผ่อนเลย
ถ้าเราเซตเทอโบในสเตปใช้งานมา มันสามารถอัดเหมือนเดิมได้ไหมครับ
รบกวนสอบถามและแนะนำด้วยครับ
-
ผมไม่เข้าใจ ถ้ารถที่มีเทอร์โบมันจะกดหายๆ หรอครับ
หรือแค่ทำให้อัตราเร่งดีขึ้นครับ
-
ผมไม่เข้าใจ ถ้ารถที่มีเทอร์โบมันจะกดหายๆ หรอครับ
หรือแค่ทำให้อัตราเร่งดีขึ้นครับ
จุดประสงค์หลักๆคือผมอยากได้อัตราเร่งดีขึ้น ในขณะเดียวกันเคยได้ยินมาว่า รถเทอโบ อัดยาวๆไม่ได้ ประมาณว่า 160 200 ตลอดทางไม่ได้ เนี่ยครับ
เลยอยากทราบว่าถ้าเซตเบาๆบูสอ่อนๆ มันจะยังพออัดเหมือนเดิมได้ไหม
-
น่าจะคล้ายๆกันไหมครับ ของผม Vios เกียร์ Auto ลงโบเอง เซตไว้ที่ 0.4 บาร์
ผมไม่เคยอัดยาวๆแบบนั้นนะครับ เพราะว่า ทั้งลูกสูบและระยะชักของเครื่อง N/A ไม่ได้เกิดมาเพื่อรองรับการอัดอากาศ จริงอยู่ที่บูสน้อยๆ ก็พอรับไหว แต่ถึงบูสน้อย แต่ยิงยาว จะทำให้เกิดความร้อนสะสมเพิ่มขึ้นในเครื่อง คราวนี้ทั้งวาล์วฝาสูบและอื่นๆ มันจะพากันมลายหายสิ้นนะครับ
จุดประสงค์ผมที่ลงโบเพราะ ต้องการอัตราเร่งเท่านั้นครับ ช่วงที่แซง เพราะขับ 2 เลนตลอด ส่วนของ จขกท. มันต้องดูอ่ะครับ ว่าที่ 160 กม/ช มันติดบูสมาด้วยไหม ถ้า 160 วิ่งแล้วไม่ติดบูส เข็มยังตีที่ zone "ดูด" อยู่ ผมว่าไม่มีปัญหาครับ แต่ถ้าที่ความเร็วนั้น เข็มมันตี "อัด" เมื่อไหร่ ผมว่าไม่เซฟนะ...
ปล. ของผมถ้าวิ่ง 160 กระดิกตีนนิดเดียว แค่คันๆ เข็มก็ตีอัดแล้วครับ ประมาณ 0.2 บาร์
-
วิ่ง 130-160 ไม่ต้องใช้เทอร์ก็ได้มั้ง fd 2.0 เดิมๆวิ่งได้ตั้ง 220
แต่ถ้าอยากใส่แล้วใช้งานยาวๆ ก็บูสน้อย ซัก 0.4 ไม่ควรเกินนี้น้อยกว่านี้ยิ่งดีแต่มันก็น้อยตาม รึไม่เวลาอยากแรงก็ใช้ตัวปรับบูสไฟฟ้าเอาในเวลาสั้นๆ
แล้วจัดการระบบระบายความร้อนให้ดี อินเตอร์คูลเลอร์ไม่ช่วยอะไรตรงนี้ศึกษาดีๆหลายคนชอบเข้าใจผิด แล้วหมั่นดูเกจวัดต่างๆด้วย
-
ประเด็นคือเซ็ตโบแล้วทำอะไรกับเครื่องยนต์บ้างครับ
- ลดกำลังอัด อันนี้สำคัญมาก เพราะเครื่องเดิมกำลังอัดค่อนข้างสูง
- ใส่อินเตอร์ ลดความร้อนอากาศเข้าห้องเผาไหม้ ทำให้บูสสูงเครื่องก็ไม่ร้อนเท่าไหร่
- จูนน้ำมันไม่ให้บาง บางไปอัดยาวๆเครื่องร้อนมากทำให้ชาฟละลาย
และยังมีอีกหลายอย่างที่จะทำให้เครื่องอึดขึ้น
คราวนี้สเต็ปทั่วไปมันก็มีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของเจ้าของด้วยเหมือนความเห็นข้างบน บางคนต้องการอัตราเร่ง บางคนต้องการอัดยาว หรือเอาทั้งสองอย่าง การเซ็ตก็แตกต่างกัน แต่อย่างน้อยบูสน้อยๆ น้ำมันเครื่องดีๆ ระบบระบายความร้อนดีๆและรู้จักลิมิตเครื่องก็จะทำให้มันอยู่กับเราได้นานๆครับ แต่หากต้องการแรงกว่านั้นก็ควรมีการลงแรงกับตัวเครื่องเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
-
แล้วถ้ารถที่เกิดมาเป็น turbo เช่น Mini Cooper s r56 ซัดยาวๆได้เลยมั้ยครับ160-180 ยาวๆข้ามจังหวัได้รึเปล่าครับ
-
แสดงว่า ไม่ปลอดภัยถ้าอัดยาว งั้นเดิมๆน่าจะดีกว่า
-
เครื่อง na set turbo ต้องดูแลดีๆอัดหนักๆ เครื่องกระจายได้ ขับแบบคนทั่วๆไปไม่พังถ้าบูชไม่เยอะแต่ลากยากๆredlineบ่อยๆก็ไปได้เหมือนกัน
เหมาะเอามาขับขำมากกว่า เครื่องเดิมๆกระทืบยังไงก็พังยากลากยาว180ซักชม.นึงก็ไม่พังแค่โทรมหน่อย
-
ก็ขึ้นอยู่กับ hardware ที่เอามาใส่ และ software ที่จูนเนอร์เขียนด้วย ครับ
เครื่องเดิมๆเลยยัดเทอร์โบไป จูนดีๆ เทพๆ ก็มีโอกาศพังได้
เครื่องทำเทพ แต่จูนห่วย ก็เจ๊งยับ
หรือ เครื่องเทพ จูนเทพ แต่ขับห่วยก็พังเหมือนกัน
ลองศึกษาหาข้อมูลเยอะๆก่อนครับ เตรียมเงินไว้พอควร และเหนือสิ่งอื่นใดเรื่องความปลอดภัยต่อตัวเอง และเพื่อนเรื่องทางต้องสำคัญครับ ;) ;) ;) ;)
ขอให้โชคดีครับ ;D ;D ;D ;D
-
รถมีโบขับแช่ที่ความเร็วสูงไม่ดีครับ แต่ถ้าไม่มีโบก็แช่ไปเถอะครับ 555
-
ขับระยะทางไกลๆได้สบายถ้าเครื่องสมบูรณ์
ถ้ากังวลก็อย่าบูสท์บ่อย อย่าเหยียบเร่งมาก ให้ความเร็วค่อยๆไต่ขึ้น ติดเกจ์วัดความร้อนน้ำมันเครื่องหรือน้ำตัวไหนก็ได้ เพื่อดูความร้อนซักหน่อยก็ดี
แต่...ไม่อยากแนะนำให้ติดเทอร์โบเลยครับ มันมีเงื่อนไขตามมาอีกพอควร...
-
สำหรับความเร็ว 160 ลำพังเครื่องเดิมก็วิ่งได้ เพียงแต่มีเทอร์โบทำงานเพื่อเพิ่มอัตราเร่งไปถึงความเร็ว 160 ได้เร็วขึ้น หากเราไม่เติมคันเร่ง(เพื่อเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีก)สักพักโบออฟมันจะคายอากาศเองครับทำให้แรงดันลดลง บูสก็จะตกลงเครื่องไม่พังหรอกครับ แต่หากว่าเราขับจนถึงขึดสุด เช่น เดิมรถคันนี้ทอปสปีดได้สัก 200 แต่มีโบแล้ววิ่งไปได้ถึง 220 แล้วเราขับไปแช่ที่ 220 ซึ่งเป็นช่วงความเร็วที่ปกติเครื่องเดิมเราไปไม่ถึง ที่ไปได้เพราะมีเทอร์โบช่วย อันนี้นะพังครับ เพราะเทอร์โบจะทำงานตลอด และใส้ในมันจะรับไม่ไหว ใส้ไหลครับงานนี้
-
ที่บ้านมีดีเซลเทอโบ และ อีกคัน 2j bo โรงงานทั้งคู่ อัดแช่ยาวที่เคยวิ่งทางไกล 160-170 เป็น3-4ชม ก็ปกตินะ แต่คันเบนซิลเวลาดับต้อง warm down สักหน่อย
ส่วนตัวคิดว่าเครื่องที่ไม่โบมา set boที่หลัง ต้องทำใส้ไม่งั้นไม่ทน บูส โดยเฉพาะ Honda น่าจะต้องเปลี่ยนใส้พอสมควร ไม่งั้นระจายค่ะ
-
ของผมก็อัดยาวนะครับ ประมาน3ชั่วโมง 140-200 แต่เป็นดีเซลเทอโบ แล้วก็อากาศเย็น28องศา แต่ใช้รอบแค่2000-3000 เท่านั้น เบนซินน่าจะสูงกว่าพอสมควร
-
ถ้ากดไปความเร็วที่ต้องการ แล้วถอนคันเร่งเลี้ยงความเร็วไว้ ดูที่บูสท์ ถ้าบูสท์ขึ้นไม่ถึง 0.1บาร์
ก้านสูบลูกสูบมันไม่พังหรอกครับ แต่ความร้อนจากเครื่องยนต์จะมากกว่าเครื่อง NA
คุณก็ต้องลองดู อาจจะต้องขยายหม้อน้า ติดพัดลมไฟฟ้าเพิ่ม หรือบางทีก็อาจจะต้องมี
กระจังหน้าที่เอาลมมาเป่าหม้อน้ำได้เต็มๆ
ถ้าขับลักษณะนี้ อย่าเลือกเทอร์โบเล็ก เพราะบางทีวิ่ง 125บูสท์ก็ติดแล้ว
เครื่อง 2.0ลิตรถ้าไม่อยากติดบูสท์ง่ายไป ก็ต้อง TD05 หรืออาาจะ 06
อาจต้องใช้เวลาสังเกตกันสักระยะ ติด Water temp/Oil temp กับรถด้วย ถ้าคุณสามารถ
เดินทางสปีดที่ต้องการแช่ไว้ได้โดย Water temp ไม่เกิน 92/ Oil ไม่เกิน 105 และคุณใช้น้ำมันเครื่องดี
ผมว่ามันก็ไม่ได้พังง่ายอะไร
รถผมก้านสูบเล็กกว่ารถคุณอีก บูสท์ผม 0.5 หม้อน้ำเดิม พัดลมเดิม ..ผมใช้หลักแค่อย่างเดียว
ดูมิเตอร์ ถ้าเครื่องร้อน ผมก็ถอน แค่นั้น ผมแช่ต่างจังหวัด 140-150 ตลอด ใช้มาจะปีครึ่งแล้ว
ยังสบายบรื๋อ ตัวเทอร์โบดันพังก่อนเสียอีก เครื่องกับเกียร์ยังปิ๊งอยู่
-
ซีวิค 2.0 ต้องเซตโบอีกเหรอครับ
ผมว่าเดิมๆ 0-200 นี่ ก็หารถบ้านๆไล่มันยากแล้วนะ
ลงท่อ ล้อเบา ยางดีๆ เบรค ช่วงล่างครบๆ ปิดด้วยจูนกล่อง
ม้าเพิ่มซัก 12-15 ตัว ก็ขับมันส์แล้วครับ
-
ถ้ากดไปความเร็วที่ต้องการ แล้วถอนคันเร่งเลี้ยงความเร็วไว้ ดูที่บูสท์ ถ้าบูสท์ขึ้นไม่ถึง 0.1บาร์
ก้านสูบลูกสูบมันไม่พังหรอกครับ แต่ความร้อนจากเครื่องยนต์จะมากกว่าเครื่อง NA
คุณก็ต้องลองดู อาจจะต้องขยายหม้อน้า ติดพัดลมไฟฟ้าเพิ่ม หรือบางทีก็อาจจะต้องมี
กระจังหน้าที่เอาลมมาเป่าหม้อน้ำได้เต็มๆ
ถ้าขับลักษณะนี้ อย่าเลือกเทอร์โบเล็ก เพราะบางทีวิ่ง 125บูสท์ก็ติดแล้ว
เครื่อง 2.0ลิตรถ้าไม่อยากติดบูสท์ง่ายไป ก็ต้อง TD05 หรืออาาจะ 06
อาจต้องใช้เวลาสังเกตกันสักระยะ ติด Water temp/Oil temp กับรถด้วย ถ้าคุณสามารถ
เดินทางสปีดที่ต้องการแช่ไว้ได้โดย Water temp ไม่เกิน 92/ Oil ไม่เกิน 105 และคุณใช้น้ำมันเครื่องดี
ผมว่ามันก็ไม่ได้พังง่ายอะไร
รถผมก้านสูบเล็กกว่ารถคุณอีก บูสท์ผม 0.5 หม้อน้ำเดิม พัดลมเดิม ..ผมใช้หลักแค่อย่างเดียว
ดูมิเตอร์ ถ้าเครื่องร้อน ผมก็ถอน แค่นั้น ผมแช่ต่างจังหวัด 140-150 ตลอด ใช้มาจะปีครึ่งแล้ว
ยังสบายบรื๋อ ตัวเทอร์โบดันพังก่อนเสียอีก เครื่องกับเกียร์ยังปิ๊งอยู่
ตามนี้เลยครับ แนะนำติดวัดบูสต์เพิ่มสักตัวเวลาแช่ก็พยายามอย่าให้มีบูสต์ รถที่บ้านผม s80 วิ่งต่างจังหวัดก็แช่ 160 เกือบทั้งทางนะครับ
แต่รถผมเป็นเทอร์โบเดิมจากโรงงานนะครับ
แต่ถ้าเซทโบแล้วไส้ในเดิมไม่ควรบูสต์เยอะครับเซฟๆผมว่าไม่เกิน 0.5 บาร์น่าจะยังปลอดภัยอยู่
-
ขอบคุณทุกความเห็นเลยครับ จากพี่น้องชาว HLM ผมคาดว่า โปรเจคนี้คงต้องยุบลงไปก่อน
จริงๆส่วนตัวพอใจกับ 2.0 คันนี้ เพราะทำหมดแล้ว ในสเตปการใช้งาน ท่อเฮด ล้อ ช่วงล่าง กรองอากาศกั้นห้อง กล่อง
แต่อยากขับสเตป เลยต้องมาปรึกษาก่อน คิดว่าคงชะลอไว้ก่อนจนกว่างบจะถึง+จนกว่าจะมีงบสำรองค่าดูแลรักษาระยะยาวหลังจากลงโปรเจค
ขอบพระคุณทุกท่านเลยครับ
-
FD 2.0 อัตราเร่งไม่ได้กระจอกเลยนะครับ
ไม่ต้องทำหรอก วิ่งแค่ 130-160 เดิมๆก็สบายๆละครับ ไม่เปลืองเงินด้วย
-
แช่ได้ไม่ติดบูสต์ ไม่พังครับ แค่เวลาแช่ ถ้าโข่งหลังเล็กไปมันจะทำให้ติดบูสต์เร็ว
รถผมวิ่งแช่ 120-140 บูสต์ 0 แต่ถ้าเติมคันเร่งนิดเดียวบูสต์จะมารอ 0.5 ถ้ากดเต็ม 1.3 บาร์
มันอยู่ที่สไตล์การขับขี่ด้วย
ถ้าขับไม่โหดมาก เดินคันเร่งเนียนๆ ไม่พังหรอกครับ ไอ้ที่พังๆ ส่วนมากชอบม้าดีด คือกระแทกคันเร่งประจำ อันนี้
ถ้าไม่มีวัดบูสต์ วัดความร้อน ก็มีโอกาสไส้แตกได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะรถเทอร์โบโรงงาน หรือ รถบ้านเซ็ตโบ
-
หรือจะขยับไป k20 ฝาแดง ดีครับ ;D ;D