Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: jeerawuth ที่ กุมภาพันธ์ 20, 2014, 05:01:34
-
มีแผนว่าจะออกรถคันใหม่ครับ และได้ไปลองเทสไดรฟ์มาแล้วกับตัวเลือกในใจสองตัว Honda city 2014 (SV หรือ SV+) และ Ford Fiesta Ecoboost 1.0
ในเรื่องรูปร่างหน้าตา ชอบพอๆ กันครับ แต่เรื่องการขับขี่นั้นชอบเฟียสต้าตัวใหม่มากกว่า จึงตัดสินใจไม่ได้ว่าควรจะลงเอยกับคันไหน เพราะอย่างที่ทราบกันว่าศูนย์ฟอร์ดบริการหลังการขายหรือเรื่องการซ่อมบำรุงตัวรถนั้นยังไม่ค่อยนิ่ง ซึ่งถ้าออกฮอนด้าซิตี้แทนก็น่าจะสบายในระยะยาวมากกว่าแต่รถก็ไม่ใช่สไตล์การขับขี่ที่ชอบที่สุด
นั่งคิดนอนคิดมาหลายเลือกยากจังเลยครับ ระหว่างความชอบกับเหตุผล ??? ควรเทใจไปทางไหนดี
-
อยากแรงไป Ecobost อยากประหยัดไป City
-
ถ้าตัดเรื่อง 0 บริการไปเพราะไม่ได้เข้าบ่อยๆก็ eco boost....ส่วนมากเอารถมาขับ ไม่ได้เอามาเข้า 0 นิครับ เชียร์ eco boost เลยครับ
-
กว้าง ใช้นานๆ แรงสมตัว ประหยัด เติมE85ได้ ท้ายกว้าง นุ่มนั่งสบาย ศูนย์บริการดี ขายต่อง่าย
>> City
ขับดี แรงกว่านิดหน่อย เกาะถนน เล่นกับโค้งได้
>> Fiesta
เหมือนต้องเลือก ระหว่างความสมดุลของซิตี้ ทั้งคนนั่ง คนขับ
หรือขับดีไปเลย
ขับคนเดียว ขับไปทำงาน เดินทางไกล เลือกเฟียสต้า
มีคนนั่งด้วย ใช้ในครอบครัว+เพื่อน เอาซิตี้
-
ถ้าอยู่ กทม เลือก fiesta ครับ
ตัวเลือกศูนย์ดีๆยังมีอยู่
อาจจะมีบางช่วงปวดหัวกับศูนย์บ้าง แต่ซื้อทั้งทีเอาที่ชอบดีกว่า
ปัญหาถ้าแก้จบก็ใช้ยาว
-
ถ้าตัดเรื่อง 0 บริการไปเพราะไม่ได้เข้าบ่อยๆก็ eco boost....ส่วนมากเอารถมาขับ ไม่ได้เอามาเข้า 0 นิครับ เชียร์ eco boost เลยครับ
แต่ถ้าใช้ฟอร์ดอาจต้องเข้าศูนย์บ่อยๆนะครับ และอนาคตเวลาอยากเปลี่ยนรถใหม่ city ขายง่ายกว่าและได้ราคาดีกว่าด้วย
อีกอย่าง fiasta โฉมนี้ออกมาหลายปีแล้ว อีกไมานานก็ตกรุ่น แต่ city ยังใหมาไปอีกนาน
เป็นผมเอา city นะ แม้ Ecoboost มันจะขับมันส์กว่าก็ตาม
-
ซิตี้ครับ ครบเครื่อง ท๊อปถูกกว่านิดนึง แต่ ถุงลม6ใบ อันเป็นจุดขายของซิตี้ใหม่ สำหรับคนที่เน้นเรื่องความปลอดภัยครับ
-
ถ้าเป็นผมนะ สมมติว่าให้ผมซื้อเองระหว่าง2คันนี้
ผมซื้อ ecoboost
เพราะ มันเหนือกว่าซิตี้มากในเรื่องการขับขี่
แต่คงต้องทำใจอย่างหนักกับศูนย์บริการ และ ราคาขายต่อ
ศูนย์ฟอร์ดแถวบ้านผม ขนาดผมไปดูรถมันยังไม่สนใจ เซลล์แม่งโคดขี้เกียจ เหมือนใช้ชีวิตไปวันๆ
แต่ในกลุ่ม b segment ผมชอบมาสด้า2ที่สุด แต่มันกำลังจะตกรุ่น ส่วนซิตี้กับวีออส ผมไม่เคยมองเลย เพราะผมไม่ชอบรูปทรง
ถ้าเปนรถเล็กๆ ผมชอบรถที่ออกแบบมาดูน่ารักๆแบบ มาสด้า2 เฟียสต้า สวิฟ
-
ถ้าคิดถึงvalueก็ซิตี้ แต่ถ้าไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินเอาเฟียสต้า
ขอเดาเคสนี้จบที่ซิตี้
-
ถ้าเป็นผมคง C ครับ
สด ใหม่ option ดี 0 ดี
การขับขี่ F ดีใช้ได้เลย แต่ C ใหม่ยังไม่เคยลองครับ (เดาว่าคงคล้ายๆตัวเก่า)
ถ้าเลือก F คงต้องเล็ง 0 ดีๆไว้ก่อนครับ ถ้า 0 ดี ก็โอเค
เพราะสำหรับผม 0 บริการ มาอันดับแรกๆครับ เคยมีประสบการณ์ 0 ไม่ดี แก้ไม่จบ (ไม่ใช่ F นะครับ)
ขอบอกว่า ปวดหัวมากๆครับ เข้า 0 เป็น 10 -20 รอบ ยังแก้ไม่ได้
แถมเจอพูดจาแย่ๆตอกกลับมาอีก ทุกวันนี้ยังใช้อยู่ พร้อมยอมรับสภาพปัญหาที่แก้ไม่ได้ จนขี้เกียจเข้าไปละ
เสียเวลามาก วันๆไม่ต้องทำไร ส่งเรื่องไปทุกช่องทางจนเหนื่อย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ
เพราะจะซื้อคันใหม่ก็ไม่มีตัง ขายก็ไม่ออก (ขาดทุนยับ)
ไม่ได้ว่า F นะครับ แต่ถ้ามอง 0 ของ H ดูดีกว่า ผมเลยรู้สึกว่าเชื่อมั่นมากกว่า + กับเคยใช้ H มาก่อนครับ
ถ้าโชคดีรถไม่มีปัญหาอะไร คงไม่ต้องแคร์ 0 ครับ (หมายถึงทุกยี่ห้อนะครับ ไม่ใช่เฉพาะ F หรือ H)
บ่นยาวหน่อย แต่ขอเล่าเป็นประสบการณ์ครับ ใครไม่เจอไม่รู้ครับ :-\
-
Ecoboost City
มีเทอร์โบแรงบิดเยอะและมาไวมากๆ เครื่องแสนจะธรรมดา เติมE85ได้
แวะปั๊มไม่บ่อย(19โล/ลิตร) กว้างกว่า สดกว่า ศุนย์ตจว.เยอะกว่า
เก็บเสียงเทพ ช่วงล่างเทพ เกียร์ขับสนุก ราคาถูกกว่าราวๆ1แสน
ผมไม่เลือกทั้งคู่ครับ เพราะตอนนี้อยากได้ Altis1.8 มากกว่า เด่นกว่าทั้ง2คันแทบทุกด้าน(โดยเฉพาะเทียบกับCity) เพิ่มอีกแค่ไม่กี่หมื่น
-
โจทย์คล้ายผมเมื่อหลายเดือนก่อนเลย
ตอนนั้นผมเลือก fiesta ecoboost เพราะชอบเครื่องยนต์และการขับขี่
city ผมตัดใจทันทีที่ทราบว่ามันใช้ cvt เพราะตอนแรกกะว่าซื้อมาแล้วต้องซนต่อแน่นอน
และที่ไม่เอา mt เพราะมีคนใช้ด้วย ขับเกียร์ธรรมดาไม่เป็น
จากนั้น เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอา ก็ตรงกับช่วงที่ altis ออกมาพอดี
เห็นราคาแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเพิ่มงบอีกนิดไป 1.8E ดีไหม ก็เลยไปลองขับดู
มันก็โอเคนะ เครื่องอาจแรงน้อย แต่เกียร์ทำได้ดี อัตราเร่งเลยดีเกินหน้าตา
ไปๆมาๆ เอา altis 1.8s ดีกว่า แรงใช้ได้ แถมหล่อจากโรงงาน
แต่ช้าก่อน!!! เมื่อผมตัดสินใจว่าจะเอา altis ก็ดันมีราคาของ mazda3 หลุดออกมา
คุณพระ!!! เครื่อง 2.0 ราคา 830,000 แถมได้เกียร์ฟันเฟือง 6 จังหวะ
ทำให้ผมเปลี่ยนใจทันที เอาเจ้านี่มาเซ็ดโบต่อดีกว่า ราคาพอกันแต่แรงกว่าหลายขุม
เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว ผมก็ได้แต่รอวันเปิดตัวเพื่อที่จะได้หาโอกาสไปลองขับดู
แต่แล้ว เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น มีเสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใดพี่เอย ลอยมาตามลมว่า
Pulsar turbo จะมาแล้วนะ ทำให้ผมชะงักอีกครั้ง เอาไงดี โบจากโรงงาน ใช้ยาวๆ
ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนเพิ่มเป็นแสน ผ่อนความแรงได้ชิวๆ ผ่อนไหวอยู่นะ ยังไงๆ
ดังนั้นจึงนำเรื่องไปปรึกษาคุณพ่อ ได้คำตอบกลับมาประโยคนึง
"ไออ้วน ถ้าจะเอารถคันเป็นล้าน เอ็งเก็บเงินดาวน์ไว้เหอะ เดี๋ยวออก teana ให้ พ่อชอบ อยากได้ แต่เอ็งผ่อนนะ" เงิบไปเลย ซะงั้น...
ไม่ค่อยเกี่ยวกับกระทู้เท่าไหร่เลยเนอะ สรุปสั้นๆแล้วกัน
เลือกคันที่ชอบครับ ชอบการขับขี่ของ fiesta ก็เอาเลยครับ ได้ขับรถที่ถูกใจแล้วจะมีความสุขครับ
แล้วก็อย่าโลเลครับ เทียบไปเทียบมาเดี๋ยวบานปลายเหมือนผม 5555
-
ถ้าขับไม่ซิ่ง ไม่เข้าโค้งหนักๆ city น่าจะเหมาะกับคนส่วนใหญ่มากกว่า
แต่ถ้า อยากได้รถเล็ก ขับสนุก ช่วงล่างดี โมต่อง่าย ก็ ecoboost เลยครับ
-
ขอบคุณทุกความเห็นมากครับ อ่านเพลินจริงๆ ;)
ตอนนี้ใจมันเอนมาทาง Fiesta Ecoboost แล้วล่ะครับ จากที่ลองไปขับเพิ่มมาอีกสองรอบ เส้นทางค่อนข้างไกลด้วย เซลล์ใจดีมากๆ 555 (แม้จะยังไม่จองเลยก็ตาม) คิดว่ารถคันนี้เหมาะกับวิธีการขับของผมมากที่สุดแล้ว ส่วนบางท่านที่เสนอให้เพิ่มเงินไปเล่นรถรุ่นที่ใหญ่กว่า แรงกว่านั้น ขอย้อนความไปว่าผมเคยขับรถใหญ่มาก่อนแล้วครับ ขับอยู่เกือบสามปีก่อนจะปล่อยให้คนอื่นไป คิดว่าอิ่มตัวแล้วกับรถ C-seg. ตอนนี้อยากได้รถเล็กที่อัตราเร่งดี คล่องตัว และประหยัดน้ำมันครับ และที่ดึงนิวซิตี้มาร่วมพิจารณาด้วย เพราะความสดและความครบครันของอุปกรณ์ต่างๆครับ รวมถึงคุณภาพศูนย์ด้วย แต่ภาพรวมในการขับขี่มันยังขาดอะไรไปบางอย่างที่สำคัญไป เป็นรถที่ขับดีแต่ขาดความสนุกไปในหลายๆ จุด
ส่วนเรื่องราคาที่ค่อนข้างสูงของเฟียสต้าใหม่ จะบอกว่าไม่คำนึงถึงเลยก็ไม่ใช่ แต่คิดเสียว่าซื้อเทคโนโลยีใหม่ทั้งทีมันก็ต้องจ่ายแพงขึ้น (ปลอบใจตัวเอง) และยังอยู่ในกำลังที่พอจะจ่ายไหว
เหลือก็แต่มาลุ้นเรื่องบริการหลังการขายเท่านั้นล่ะครับ สาธุ :'(
-
โจทย์คล้ายผมเมื่อหลายเดือนก่อนเลย
ตอนนั้นผมเลือก fiesta ecoboost เพราะชอบเครื่องยนต์และการขับขี่
city ผมตัดใจทันทีที่ทราบว่ามันใช้ cvt เพราะตอนแรกกะว่าซื้อมาแล้วต้องซนต่อแน่นอน
และที่ไม่เอา mt เพราะมีคนใช้ด้วย ขับเกียร์ธรรมดาไม่เป็น
จากนั้น เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอา ก็ตรงกับช่วงที่ altis ออกมาพอดี
เห็นราคาแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเพิ่มงบอีกนิดไป 1.8E ดีไหม ก็เลยไปลองขับดู
มันก็โอเคนะ เครื่องอาจแรงน้อย แต่เกียร์ทำได้ดี อัตราเร่งเลยดีเกินหน้าตา
ไปๆมาๆ เอา altis 1.8s ดีกว่า แรงใช้ได้ แถมหล่อจากโรงงาน
แต่ช้าก่อน!!! เมื่อผมตัดสินใจว่าจะเอา altis ก็ดันมีราคาของ mazda3 หลุดออกมา
คุณพระ!!! เครื่อง 2.0 ราคา 830,000 แถมได้เกียร์ฟันเฟือง 6 จังหวะ
ทำให้ผมเปลี่ยนใจทันที เอาเจ้านี่มาเซ็ดโบต่อดีกว่า ราคาพอกันแต่แรงกว่าหลายขุม
เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว ผมก็ได้แต่รอวันเปิดตัวเพื่อที่จะได้หาโอกาสไปลองขับดู
แต่แล้ว เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น มีเสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใดพี่เอย ลอยมาตามลมว่า
Pulsar turbo จะมาแล้วนะ ทำให้ผมชะงักอีกครั้ง เอาไงดี โบจากโรงงาน ใช้ยาวๆ
ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนเพิ่มเป็นแสน ผ่อนความแรงได้ชิวๆ ผ่อนไหวอยู่นะ ยังไงๆ
ดังนั้นจึงนำเรื่องไปปรึกษาคุณพ่อ ได้คำตอบกลับมาประโยคนึง
"ไออ้วน ถ้าจะเอารถคันเป็นล้าน เอ็งเก็บเงินดาวน์ไว้เหอะ เดี๋ยวออก teana ให้ พ่อชอบ อยากได้ แต่เอ็งผ่อนนะ" เงิบไปเลย ซะงั้น...
ไม่ค่อยเกี่ยวกับกระทู้เท่าไหร่เลยเนอะ สรุปสั้นๆแล้วกัน
เลือกคันที่ชอบครับ ชอบการขับขี่ของ fiesta ก็เอาเลยครับ ได้ขับรถที่ถูกใจแล้วจะมีความสุขครับ
แล้วก็อย่าโลเลครับ เทียบไปเทียบมาเดี๋ยวบานปลายเหมือนผม 5555
ผมคิดว่าpulsar turbo จะมาcvtซิคับ เป็นผมก็คงจะไปfordและคับ
-
ขอบคุณทุกความเห็นมากครับ อ่านเพลินจริงๆ ;)
ตอนนี้ใจมันเอนมาทาง Fiesta Ecoboost แล้วล่ะครับ จากที่ลองไปขับเพิ่มมาอีกสองรอบ เส้นทางค่อนข้างไกลด้วย เซลล์ใจดีมากๆ 555 (แม้จะยังไม่จองเลยก็ตาม) คิดว่ารถคันนี้เหมาะกับวิธีการขับของผมมากที่สุดแล้ว ส่วนบางท่านที่เสนอให้เพิ่มเงินไปเล่นรถรุ่นที่ใหญ่กว่า แรงกว่านั้น ขอย้อนความไปว่าผมเคยขับรถใหญ่มาก่อนแล้วครับ ขับอยู่เกือบสามปีก่อนจะปล่อยให้คนอื่นไป คิดว่าอิ่มตัวแล้วกับรถ C-seg. ตอนนี้อยากได้รถเล็กที่อัตราเร่งดี คล่องตัว และประหยัดน้ำมันครับ และที่ดึงนิวซิตี้มาร่วมพิจารณาด้วย เพราะความสดและความครบครันของอุปกรณ์ต่างๆครับ รวมถึงคุณภาพศูนย์ด้วย แต่ภาพรวมในการขับขี่มันยังขาดอะไรไปบางอย่างที่สำคัญไป เป็นรถที่ขับดีแต่ขาดความสนุกไปในหลายๆ จุด
ส่วนเรื่องราคาที่ค่อนข้างสูงของเฟียสต้าใหม่ จะบอกว่าไม่คำนึงถึงเลยก็ไม่ใช่ แต่คิดเสียว่าซื้อเทคโนโลยีใหม่ทั้งทีมันก็ต้องจ่ายแพงขึ้น (ปลอบใจตัวเอง) และยังอยู่ในกำลังที่พอจะจ่ายไหว
เหลือก็แต่มาลุ้นเรื่องบริการหลังการขายเท่านั้นล่ะครับ สาธุ :'(
เรื่องบริการไม่มีปัญหาครับถ้าอยู่กทม. แล้วคุณจะทึ่ง ว่าฟอร์ดบริการได้ขนาดไหน ผมลูกค้าประจำศูนย์แถวสนามบิน เข้าศูนย์ทุกครั้งล้างรถให้ทุกส่วนไม่เว้นแม้แต่ห้องเครื่อง
บริการแก้ปัญาหาให้จนจบคือนโยบายศูนย์ เครมอะไหล่ได้ฟรี3ปี หรือจะซื้อPPP เพิ่มเป็น5ปีก็ได้
ถ้าได้เป็นลูกค้าแล้วลองไปใช้บริการดูนะครับแล้วจะติดใจแบบผม ผมพักอยู่จตุจักรแต่ไปใช้บริการประจำเพราะเครมไม่เกิน1วัน
แต่เรื่องสีตัวถังตอนนี้ไม่รู้ศูนย์แถวสุขา3ไปถึงไหนแล้ว เพราะยังไม่พอรองรับจำนวนลูกค้าครับ
-
ดู Top Gear Season 21 Episode 3 สิครับ
ลุง Jeremy ยังชม Ford Fiesta Ecoboost เลย *.*
แถมราคาที่อังกฤษ อยู่ที่ 17,500 ปอนด์ แพงกว่าบ้านเราอีก
ส่วนบ้านเราหากจะใช้คงติดว่ามันคือ Ford แค่นั้น
-
ถ้าอยากขับมัน ecoboost เลยค่ะ ตอนแรกจอง ecoboost ไว้ แต่พอ city ตัวใหม่ออกมา เริ่มลังเลใจ เนื่องจากออปชั่นเยอะกว่าแล้วก็ถูกกว่า แต่ก็กลับมาดูความต้องการของตัวเองอีกครั้งนึง คือต้องการรถที่ขับสนุก เลยไม่เปลี่ยนใจค่ะ ตอนนี้ใช้ ecoboost มา 2 อาทิตย์แล้ว เรื่องอัตราเร่งไม่ผิดหวังจริงๆ แต่เรื่องประหยัดน้ำมันมันไม่ได้ประหยัดถึงขนาดนั้นนะคะ ก็ตามเท้าที่เราเหยียบคันเร่งแหละค่ะ
-
City ครับ ;D
-
การขับขี่ก็ fiesta ครับ ส่วน city มันกลางๆไปทุกอย่างใช้ได้ทุกคนภายในอย่างกว้างเลย ส่วน fieata ก็อึดอัดคับแคบ
ปล.fiesta น่าจะให้ airbag 6 ใบเหมือนเดิมนะไม่น่าตัดออกไปเลย
-
ถ้าอยากขับมัน ecoboost เลยค่ะ ตอนแรกจอง ecoboost ไว้ แต่พอ city ตัวใหม่ออกมา เริ่มลังเลใจ เนื่องจากออปชั่นเยอะกว่าแล้วก็ถูกกว่า แต่ก็กลับมาดูความต้องการของตัวเองอีกครั้งนึง คือต้องการรถที่ขับสนุก เลยไม่เปลี่ยนใจค่ะ ตอนนี้ใช้ ecoboost มา 2 อาทิตย์แล้ว เรื่องอัตราเร่งไม่ผิดหวังจริงๆ แต่เรื่องประหยัดน้ำมันมันไม่ได้ประหยัดถึงขนาดนั้นนะคะ ก็ตามเท้าที่เราเหยียบคันเร่งแหละค่ะ
รบกวนถามสักนิดว่าการใช้งานจริงกินน้ำมันกี่กิโลเมตรต่อลิตรและเติมน้ำมันอะไรครับ ขอบคุณครับ :)
-
ถ้าอยากขับมัน ecoboost เลยค่ะ ตอนแรกจอง ecoboost ไว้ แต่พอ city ตัวใหม่ออกมา เริ่มลังเลใจ เนื่องจากออปชั่นเยอะกว่าแล้วก็ถูกกว่า แต่ก็กลับมาดูความต้องการของตัวเองอีกครั้งนึง คือต้องการรถที่ขับสนุก เลยไม่เปลี่ยนใจค่ะ ตอนนี้ใช้ ecoboost มา 2 อาทิตย์แล้ว เรื่องอัตราเร่งไม่ผิดหวังจริงๆ แต่เรื่องประหยัดน้ำมันมันไม่ได้ประหยัดถึงขนาดนั้นนะคะ ก็ตามเท้าที่เราเหยียบคันเร่งแหละค่ะ
รบกวนถามสักนิดว่าการใช้งานจริงกินน้ำมันกี่กิโลเมตรต่อลิตรและเติมน้ำมันอะไรครับ ขอบคุณครับ :)
ต้องออกตัวก่อนว่าเป็นคนขับแบบไม่ได้คำนึงว่าประหยัดน้ำมันนะคะ ค่อนข้างเร่งแซงเยอะ ถ้าในเมืองได้ 10-11 โลลิตร สภาพการจราจรขับแถวเส้นแจ้งวัฒนะ แล้วก็ขึ้นทางด่วน ไปในเมือง ไม่ได้ติดมาก ถ้านอกเมืองยังไม่ได้มีโอกาสแบบขับสบายถนนสายเอเซีย เคยแต่แบบเลนเดียว ต้องเร่งแซงรถกระบะ บรรทุก ความเร็วไม่คงที่ ได้ประมาณ 13 โลลิตรค่ะ เติม e20 นะคะ ปล.ถ้าค่ดหวังว่าจะได้ 18-19 โลลิตร คงต้องขับซัก 80 ความเร็วคงที่ อาจจะได้ค่ะ
-
เลือกเอาครับ ระหว่าง เทคโนโลยี กับเครื่องตัวนี้ อีก 10 ปีก็ยังไม่อยากตกยุค
ความสะดวกสบาย กับบอดี้ใหม่ อีก 7 ปีอย่างน้อย
คือโจทย์สองคันนี้ตอบโจทย์คนละอย่างเลยครับ Ecoboots มีคำตอบในตัวเองว่าทำไม?
แต่กับซิตี้ผมคงต้องเทียบกับตัวเลือกอื่นๆในตลาดแน่นอน
-
ทำไมหลายคนจึงเข้าใจว่ารถใช้ e85 มันประหยัด
ทั้งๆที่มันอยู่กับนิสัยการใช้รถของคนขับมากกว่า
-
ดู Top Gear Season 21 Episode 3 สิครับ
ลุง Jeremy ยังชม Ford Fiesta Ecoboost เลย *.*
แถมราคาที่อังกฤษ อยู่ที่ 17,500 ปอนด์ แพงกว่าบ้านเราอีก
ส่วนบ้านเราหากจะใช้คงติดว่ามันคือ Ford แค่นั้น
แต่ค่าแรงต่อหัวของเค้าเยอะกว่าบ้านเรามากนะครับ TT
-
ชอบเฟียสต้า แต่ซื้อซิตี้ครับ
-
ส่วนตัวนะครับ ถ้าเลือกตอนนี้คงจะเป็น City
ส่วนตัวผมใช้ Fiesta 1.6s 4 Dr. ครับ ... ไม่ใช่ Fiesta ไม่ดีนะครับ มันตอบสนองผมได้ดีที่เดียว ยิ่งอยู่ต่างจัังหวัด ยิ่งโอเค ขับได้สนุกมาก มีปัญหาเรื่องเกียร์กระตุกช่วงแรก เกินสามสี่พันกิโลเมตรไป ก็โอเคขึ้นเยอะครับ .. กับเอาเข้าศูนย์เรื่องเกียร์อีกสองสามหนในช่วงประกัน เรื่องประเก็นยอดฮิตนั่นล่ะครับ ... นอกนั้นไม่มีปัญหาอะไรเลย ศุนย์ก็บริการขั้นพื้นฐานได้ดีนะ (ตอนนั้นลงมาอยู่ใต้ที่จังหวัดตรังแล้วด้วย) งานเซอร์วิซมีตั้งแต่พอใจ ถึงประทับใจเลยครับ
... แถมค่าบำรุงรักษา Fiesta ตัว Ecoboost ถูกกว่า 1.6 S แล้วก็ 1.5 S ครับ (1.6s ถูกกว่า 1.5s นิดๆโดยเฉลี่ยครับ)
ตอนใช้ขัดใจในรถคันนี้ห้าเรื่อง
- เบาะท้ายแคบ
- ช่วงล่างติดแข็งนิดๆ แล้วก็ขนาดยางที่ใช้หายาก และถ้ามีไซส์ก็แพงหน่อย ถ้าปรับไซส์หน้าแคบลงก็ขับไม่มันเท่าเดิม 555
- การปรับเบาะใช้มือหมุน รุ่นใหม่ใช้มือดึงได้แล้ว
- ท้ายรถดูไม่ค่อยลงตัวค่อยไปทางขัดลูกกะตาเล็กๆ 555
... แต่ตอนนี้เริ่มอยากได้รถนั่งสบาย พาพ่อแม่ไปไหนแล้วไม่บ่น (เค้าจะบ่นว่าตึงตังไปหน่อย ส่วนเบาะหลังแกก็พอนั่งได้นะ) ฟิลลิ่งแบบไม่ต้องมีออพชันสปอร์ตมาก เพราะไม่ได้ขับเร็วเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เดี๋ยวนี้ชอบขับแบบ Cruising ซะมากกว่า (เมื่อก่อนขับหนักๆก็ 160 - 190 ครับ ชอบฟีลลิ่งความเร็วสูงของเฟียสต้ามากกว่า) เลยมองว่า City 2014 น่าสนด้วยเหตุผลดังนี้
1. ช่วงล่างน่าจะสบายกว่า Fiesta sport ตัวเดิมที่เคยใช้แน่
2. เบาะนั่งด้านหลัง องศาการเอนดูดีกว่า Leg room กว้างกว่าหน่อย
3. ระบบความปลอดภัยที่น่าสนใจกว่าตัวเดิม และดูจะพอกัน (ข้อนี้ส่วนตัวให้ความสำคัญที่สุดตอนซื้อ Fiesta ครับ) มีถุงลมข้างด้วย
4. ค่าเปลี่ยนยางคงไม่แพงและได้แบบถูกใจกว่า เพราะ Size ดูจะ Regular มากกว่า Fiesta [185 55 R16 ดูจะมีหลากหลายออพชั่นมากกว่า 195 50 R16 เยอะเลย 555]
5. ศูนย์น่านั่งกว่า (เกี่ยวมั้ย 555)
6. มี Cruise control
7. Feeling การเร่งดู Linear กว่า คุมได้ง่าย สบายกว่า .. ตอนใช่ Fiesta แอบเปรี้ยวพยศนิดๆ ตอนกดเร่งแซง จะรู้สึกมันกว่า แต่ตอนนี้พอขับให้ผู้ใหญ่นั่งด้วย จะโดนด่าบ่อยกว่า 555
8. City ปรับพวงมาลัยแบบ Telescopic (เข้า-ออก) ได้
9. มีแฮนด์ฟรีโทรศัพท์เหมือนกันแล้ว แต่ลูกเล่นระบบมัลติมีเดียดูจะง่ายสบาย มีออพชั่นช่วยถอยหลังได้
10. เกียร์คุมจังหวะการเปลี่ยนได้ และน่าจะนุ่มนวลกว่า
11. ลำโพงเยอะดี 555
12. ท้ายรถสวยมากกกกก
ส่วนที่ผมยังให้ Ecobbost Fiesta มากกว่า
1. เข้าศูนย์ถี่น้อยกว่า ราคาต่อครั้งไล่เลี่ย หรือสูงกว่านิดๆ แต่รวมๆไม่น่าจะแพงกว่า หรือแพงกว่าก็ไม่มาก
2. Voice command ที่ยังมีประโยชน์ในบางครั้งบางคราว
3. หน้ารถสวย (อันนี้แล้วแต่ความชอบ)
4. เข็มขัดนิรภัยปรับสูงต่ำได้
5. ซีซีต่ำ ภาษีถูก
6. แรงฉุดดีหน่อย ช่วงล่างติดแข็งหน่อยๆ ถ้าคุณชอบรถสไตล์สปอร์ตนิดๆ
ลองขับเองทั้งสองคัน ใช้เวลากับรถสัก 5 - 10 กิโลเมตร 15 - 20 นาทีเป็นอย่างน้อย จะพอเริ่มรู้ฟีลลิ่งครับ
-
ส่วนตัวนะครับ ถ้าเลือกตอนนี้คงจะเป็น City
ส่วนตัวผมใช้ Fiesta 1.6s 4 Dr. ครับ ... ไม่ใช่ Fiesta ไม่ดีนะครับ มันตอบสนองผมได้ดีที่เดียว ยิ่งอยู่ต่างจัังหวัด ยิ่งโอเค ขับได้สนุกมาก มีปัญหาเรื่องเกียร์กระตุกช่วงแรก เกินสามสี่พันกิโลเมตรไป ก็โอเคขึ้นเยอะครับ .. กับเอาเข้าศูนย์เรื่องเกียร์อีกสองสามหนในช่วงประกัน เรื่องประเก็นยอดฮิตนั่นล่ะครับ ... นอกนั้นไม่มีปัญหาอะไรเลย ศุนย์ก็บริการขั้นพื้นฐานได้ดีนะ (ตอนนั้นลงมาอยู่ใต้ที่จังหวัดตรังแล้วด้วย) งานเซอร์วิซมีตั้งแต่พอใจ ถึงประทับใจเลยครับ
... แถมค่าบำรุงรักษา Fiesta ตัว Ecoboost ถูกกว่า 1.6 S แล้วก็ 1.5 S ครับ (1.6s ถูกกว่า 1.5s นิดๆโดยเฉลี่ยครับ)
ตอนใช้ขัดใจในรถคันนี้ห้าเรื่อง
- เบาะท้ายแคบ
- ช่วงล่างติดแข็งนิดๆ แล้วก็ขนาดยางที่ใช้หายาก และถ้ามีไซส์ก็แพงหน่อย ถ้าปรับไซส์หน้าแคบลงก็ขับไม่มันเท่าเดิม 555
- การปรับเบาะใช้มือหมุน รุ่นใหม่ใช้มือดึงได้แล้ว
- ท้ายรถดูไม่ค่อยลงตัวค่อยไปทางขัดลูกกะตาเล็กๆ 555
... แต่ตอนนี้เริ่มอยากได้รถนั่งสบาย พาพ่อแม่ไปไหนแล้วไม่บ่น (เค้าจะบ่นว่าตึงตังไปหน่อย ส่วนเบาะหลังแกก็พอนั่งได้นะ) ฟิลลิ่งแบบไม่ต้องมีออพชันสปอร์ตมาก เพราะไม่ได้ขับเร็วเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เดี๋ยวนี้ชอบขับแบบ Cruising ซะมากกว่า (เมื่อก่อนขับหนักๆก็ 160 - 190 ครับ ชอบฟีลลิ่งความเร็วสูงของเฟียสต้ามากกว่า) เลยมองว่า City 2014 น่าสนด้วยเหตุผลดังนี้
1. ช่วงล่างน่าจะสบายกว่า Fiesta sport ตัวเดิมที่เคยใช้แน่
2. เบาะนั่งด้านหลัง องศาการเอนดูดีกว่า Leg room กว้างกว่าหน่อย
3. ระบบความปลอดภัยที่น่าสนใจกว่าตัวเดิม และดูจะพอกัน (ข้อนี้ส่วนตัวให้ความสำคัญที่สุดตอนซื้อ Fiesta ครับ) มีถุงลมข้างด้วย
4. ค่าเปลี่ยนยางคงไม่แพงและได้แบบถูกใจกว่า เพราะ Size ดูจะ Regular มากกว่า Fiesta [185 55 R16 ดูจะมีหลากหลายออพชั่นมากกว่า 195 50 R16 เยอะเลย 555]
5. ศูนย์น่านั่งกว่า (เกี่ยวมั้ย 555)
6. มี Cruise control
7. Feeling การเร่งดู Linear กว่า คุมได้ง่าย สบายกว่า .. ตอนใช่ Fiesta แอบเปรี้ยวพยศนิดๆ ตอนกดเร่งแซง จะรู้สึกมันกว่า แต่ตอนนี้พอขับให้ผู้ใหญ่นั่งด้วย จะโดนด่าบ่อยกว่า 555
8. City ปรับพวงมาลัยแบบ Telescopic (เข้า-ออก) ได้
9. มีแฮนด์ฟรีโทรศัพท์เหมือนกันแล้ว แต่ลูกเล่นระบบมัลติมีเดียดูจะง่ายสบาย มีออพชั่นช่วยถอยหลังได้
10. เกียร์คุมจังหวะการเปลี่ยนได้ และน่าจะนุ่มนวลกว่า
11. ลำโพงเยอะดี 555
12. ท้ายรถสวยมากกกกก
ส่วนที่ผมยังให้ Ecobbost Fiesta มากกว่า
1. เข้าศูนย์ถี่น้อยกว่า ราคาต่อครั้งไล่เลี่ย หรือสูงกว่านิดๆ แต่รวมๆไม่น่าจะแพงกว่า หรือแพงกว่าก็ไม่มาก
2. Voice command ที่ยังมีประโยชน์ในบางครั้งบางคราว
3. หน้ารถสวย (อันนี้แล้วแต่ความชอบ)
4. เข็มขัดนิรภัยปรับสูงต่ำได้
5. ซีซีต่ำ ภาษีถูก
6. แรงฉุดดีหน่อย ช่วงล่างติดแข็งหน่อยๆ ถ้าคุณชอบรถสไตล์สปอร์ตนิดๆ
ลองขับเองทั้งสองคัน ใช้เวลากับรถสัก 5 - 10 กิโลเมตร 15 - 20 นาทีเป็นอย่างน้อย จะพอเริ่มรู้ฟีลลิ่งครับ
โอว รีวิวให้เต็มที่เลย ขอบคุณมากๆ นะครับผม
ผมได้ใช้เวลากับเฟียสต้าค่อนข้างนาน เพราะไปลองที่ศูนย์แถวพระรามสองครับ มีถนนให้วิ่งได้ไกล ส่วนซิตี้ได้ลองช่วงสั้นๆ ในเมืองที่รถค่อนข้างมาก เลยจับอาการได้ไม่กี่จุด แต่ก็พอสัมผัสได้ว่าแตกต่างจากเฟียสต้าพอสมควร เหมือนกับฟังเพลงร็อคมันๆ แล้วเปลี่ยนมาเปิดเพลงป๊อปเต้นรำสนุกๆแทน เลยว่าจะไปหาที่ที่มีรถให้ลองขับไกลๆ นิดนึง ใจมันค่อนมาทางเฟียสต้าล่ะครับ แต่ก็ยังอาลัยความสะดวกสบายของนิวซิตี้อยู่ ประเด็นคือถ้าขับคนเดียว ผมมันติดนิสัยเหยียบหนัก ชอบเร่งแซง มุดช่องนั้นช่องนี้ไปซะแล้ว (แต่ไม่ได้หวือหวาจนอันตรายนะครับ)
ยังไงก็ขอบคุณ คุณ avisrm มากๆ ครับที่ช่วยแนะนำอย่างละเอียด
-
แหวกความต้องการของเจ้าของกระทู้นิดนึง ถ้าผมจะมีโจทย์เดียวกันแต่เน้นความแรง อัตราเร่งอย่างเดียว มองระหว่าง City 2014 M/T กับ Ecoboost
โดยนำเงินส่วนต่างไปแต่งแรง City ดังนี้
1. ล้อ Forged ขอบ 15 เบาๆ ยางซิ่ง
2. ฝาหน้า+หลังเพียวคาร์บอน
3. ชุดจานเบรค 2 ชิ้น+คาริปเปอร์ฟอร์จน้ำหนักเบา
4. จูนกล่อง
ผมลองคิดเล่นๆน้ำหนักตัวลดจะลดไปพอสมควร ราวๆ 25 โลได้
งบที่ใช้น่าจะสองแสนกว่าบาท รวมค่าตัวพอๆกับ Ecoboost แบบนี้อัตราเร่งพอสู้กับ Ecoboost ได้มั้ยครับ
-
แหวกความต้องการของเจ้าของกระทู้นิดนึง ถ้าผมจะมีโจทย์เดียวกันแต่เน้นความแรง อัตราเร่งอย่างเดียว มองระหว่าง City 2014 M/T กับ Ecoboost
โดยนำเงินส่วนต่างไปแต่งแรง City ดังนี้
1. ล้อ Forged ขอบ 15 เบาๆ ยางซิ่ง
2. ฝาหน้า+หลังเพียวคาร์บอน
3. ชุดจานเบรค 2 ชิ้น+คาริปเปอร์ฟอร์จน้ำหนักเบา
4. จูนกล่อง
ผมลองคิดเล่นๆน้ำหนักตัวลดจะลดไปพอสมควร ราวๆ 25 โลได้
งบที่ใช้น่าจะสองแสนกว่าบาท รวมค่าตัวพอๆกับ Ecoboost แบบนี้อัตราเร่งพอสู้กับ Ecoboost ได้มั้ยครับ
ลดแล้ว 0-100 ต่ำกว่า 10 วิก็สู้ได้ครับ ecoboost ตอนนี้ต้องสู้กับ 1.8 2.0 แล้่วครับ แรงปลายอาจจะสู้ไม่ได้ แต่แรงต้น โดน ecoboost กินเรียบ