Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: M Performance ที่ มีนาคม 13, 2014, 14:38:10
-
รายละเอียดเบื้องต้น (จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้)
- จะเป็นแบบ CBU นำเข้าทั้งคัน ยังไม่มีประกอบใน
- รุ่นที่นำเข้าคือ ES300h เครื่องเดียวกับ Camry (2500cc + motor)
- Comfort Trim รุ่นเริ่มต้น ราคา 3.5 ล้าน
- Luxury Trim รุ่นเพิ่ม Option ราคา 3.89 ล้าน
(ex. ม่านบังแดด, ปัดน้ำฝน auto, ปุ่มไฟฟ้าเปิดกระโปรงหลัง, navi)
- ไม่มี Sport Trim
- ทั้งรุ่นเริ่มต้นและรุ่นท็อปมี Moonroof
ปล. Lexus ตั้งราคามาแบบนี้ เน้นแพง ไม่เน้นขายอีกแล้วครับท่าน ???
-
มาราคานี้พูดตรงๆ เพิ่มตังซื้อ GS เถอะครับ ;D
-
เน้นแพง ไม่เน้นขาย 555
-
เน้นจอดโชว์ในโชว์รูมเก๋ๆ ไม่เน้นขาย 55555
-
เริ่ม 3.5 ล้าน No navi พอว่าแต่ No ม่านบังแดด, ปัดน้ำฝน auto, ปุ่มไฟฟ้าเปิดกระโปรงหลัง อันนี้รับไม่ได้จริงๆ
-
ES เกร์นำเข้า ทำราคาได้ 3 ล้านต้น ราคาแรงอย่างงี้ GS ดูน่าเล่นกว่าเลย
ลองไล่ดูราคา lexus หลายๆรุ่น เจอ CT200 ตัว top ปาไป 3 ล้าน =,=''
-
CT200h ตอนผมซื้อ ตัว F Sport มันสองล้านสาม
ตอนนี้พุ่งไปสองล้านหกกว่า ซะงั้น
แล้ว ES มาราคานี้ จะขายออกมั้ยเนี่ย
-
แพงมากๆ เก็บไว้ที่ญี่ปุ่นเถอะอย่าเอามาขายเลยครับ สงสารรถมัน นั่งเรือมาตั้งนานให้มันเมาเรือป่าวๆ
-
แพงมากๆ เก็บไว้ที่ญี่ปุ่นเถอะอย่าเอามาขายเลยครับ สงสารรถมัน นั่งเรือมาตั้งนานให้มันเมาเรือป่าวๆ
;D ;D ;D
จัดไป สะใจคับ
-
แพงมากๆ เก็บไว้ที่ญี่ปุ่นเถอะอย่าเอามาขายเลยครับ สงสารรถมัน นั่งเรือมาตั้งนานให้มันเมาเรือป่าวๆ
ขอกระทืบไลค์ซักล้านที ;D
-
โอเค ผมทราบแล้วว่าทำไมเอา ES มาขาย
เป็นนโยบายแกมบังคับของ Lexus ครับ จะเน้นแบบภาพลักษณ์สามารถซื้อได้ทุกรุ่น ไม่ได้หวังยอดขาย พูดง่ายๆเอามาเพื่อให้ครบๆเท่านั้นเอง
แล้วกำลังจะโดนยัดเยียด LX ( น่าจะ LX460 ) อีกรุ่นด้วย เอาเข้าไป
-
แล้วกำลังจะโดนยัดเยียด LX ( น่าจะ LX460 ) อีกรุ่นด้วย เอาเข้าไป
ผมว่า LX460 ยังพอขายได้นะครับ อย่างน้อยๆ มันคือ King SUV ของ Lexus
แต่ ES เนี่ย ใครจะยอมจ่ายเงินสามล้านกว่าๆ เพื่อซื้อรถที่มีกลไกแบบ แคมรี่
-
3.89 ล้าน
บ๊ายบาย
จ่ายเงินขนาดนี้ซื้อรถสี่สูบ เร่งได้ แต่ไร้ passion ผมมองไม่ออก จะขายยังไง
ถ้ามีสัก 2 ล้านต้นหรือเท่าๆกับ Volvo S80 รุ่นต่างๆ อันนี้ผมมองว่าเวิร์ค แต่ถ้าขายราคาเท่าเบนซ์
คนก็หนีไปเล่นเบนซ์หมด เล่น BMW หมด มองทั้งเรื่อง passion และ logic ผมยอมเสียแอร์แบกเสียของเล่นหรูๆ
เสียขนาดฐานล้อ ละทิ้งเรื่องพลังแบรนด์แล้วไปคบ Camry Hybrid ดีกว่า ซอรี่ ไอ แอม น็อท ริช เอนัฟ
-
ผมว่าตั้งแต่ Lexus ขายรถในไทย รุ่นที่ทำราคาโอเคสุดคือ CT200h ตอนเปิดตัวรุ่นเดียว จากนั้นคือแบบ ... โอ๊ย ไม่ไหวจะเคลีย เพลียเวอร์มากครับ
-
โอเค ผมทราบแล้วว่าทำไมเอา ES มาขาย
เป็นนโยบายแกมบังคับของ Lexus ครับ จะเน้นแบบภาพลักษณ์สามารถซื้อได้ทุกรุ่น ไม่ได้หวังยอดขาย พูดง่ายๆเอามาเพื่อให้ครบๆเท่านั้นเอง
แล้วกำลังจะโดนยัดเยียด LX ( น่าจะ LX460 ) อีกรุ่นด้วย เอาเข้าไป
ถ้าจะคิดแบบนี้ ขอรวมถึงโตโยต้าด้วยละกัน เจ้าของเดียวกัน นโยบายเหมือนกันแน่ๆ
แน่จริงไม่เอามาให้ครบเลยล่ะ Noah ,BB ,Vanza ,Avensis ,Crown ,Mark-X ,Avalon ,Tundra ,ETC
สงสารยี่ห้อนี้จริงๆ รถดี แต่ราคามันเกินไป คิดในแบบโลกสวย รุ่นนี้มันอาจมีดีซักอย่างก็ได้ อาจนิ่ง เงียบระดับ s-class แค่ขับดีไม่เท่า แต่นั่งหลังอาจสบายกว่า
-
ES 300h 3.89ล้าน เพิ่มตังค์อีกหน่อยนึงเป็น 4.09ล้าน GS 300h ตัวล่างก็ได้เบาะ comfort seat คู่หน้าแล้วไม่คุ้มกว่าเหรอฟระเนี่ย
-
ถ้าจะตั้งราคาแพง เอา LX570, LS600h-L, LFA มาเลยดีกว่า จัดแพงๆ ให้หรูๆ เน้นคนรวยเท่านั้นดีกว่า
ไม่ต้องทำแบรนด์ให้เปลืองด้วย
ตัวท๊อปมาล้วนๆ ขายแพงๆ ย้ำไปเลย ไม่รวย ไม่ต้องมาเฉียดศูนย์Lexus ไม่ง้อ ไม่ลด ขายสด ไม่มีผ่อน ไม่รับLeasingด้วย
ทำแบบนี้ไปเลยคับ
-
ตัวใหม่ใชเพื้นฐานร่วมกับ Avalon แล้วไม่ใช่หรือครับ ?
-
ราคานี้ก็จงนอนเฝ้าโชว์รูมต่อไปเถอะ คนคงซื้อเบนซ์บีเอมกันหมด
-
ก็ตั้งราคามาแบบว่า ...
ถ้ารวยจริงต้องขับ Lexus
เพราะมันแพงไร้เหตุผล แพงกว่า รถแบรนด์ยุโรปอีก
รวมไม่จริง ก็ขับ MB, BMW ไปล่ะกัน อุอุ
-
ไม่รวยจริง ไม่รักกันจริง ไม่ซื้อ
-
es ราคานี้ ไป gs ของเกรย์ ดีกว่า ครับ
-
ผมหยิบหนังสือ Wheels Australia ที่กัปตันกี้ (86 เกียร์ธรรมดา-คนเคยไปมีตติ้งจะอ๋อ)หิ้วมาฝาก
และมีคอลัมน์ส่วนที่ทดสอบ Lexus ES ด้วย ผมอ่านแล้วฮา เออ เขาไม่ได้สร้างรถมาสำหรับผู้ซื้อนิสัยประมาณ
ชาวheadlightmag และผมแน่นอนครับ ดังนั้นถ้าพวกเราจะสาปแช่งมันผมว่าไม่แปลก แต่ถามว่ามันมีข้อดีมั้ย
ผมว่ามี เพียงแต่เป็นข้อดีที่คนไทยน้อยคนมากจะใส่ใจ
จาก Article ของ Wheels ผมจับใจความได้ประมาณนี้ แชร์กันไว้ จะรู้อะไรก็รู้ไว้แยกความรู้จากความชอบนะ
1. ES ขายที่ออสเตรเลียทั้งแบบES350และES300h (ผมว่าการที่ต้องทำรถส่งออสเตรเลียซึ่งสเป็คใกล้เคียงไทย ทำให้สามารถเข้ามาขายในไทยได้ด้วย)
2. ES เคยเป็นรถที่ขายดีมากในออสเตรเลียแม้คนจะทราบดีจากสื่อว่ามันคือ "Camry with leather and woods" แล้วLexus ก็เลิกทำรุ่นพวงมาลัยขวาไปในปี 2006 ..มาวันนี้จะกลับไปเยือนจิงโจ้อีกครั้งแล้วสำหรับ Lexus
3. 70% ของคนที่ซื้อ ES300 รุ่นแรกๆ จะกลับมาซื้อ ES300 อีกเพื่อทดแทนคันเก่า
4. ES รุ่นใหม่ ไม่ใช่ Camry with leather and woods แล้ว เพราะไม่ได้ใช้ตัวถังCamryมาทำ รถรุ่นใหม่นี้เป็นตัวถังของ
Toyota Avalon ซึ่งมีระดับชั้นสูงกว่า Camry และมีขนาดฐานล้อที่ยาวกว่าและตัวรถจริงๆยาวกว่า Camry
5. ตามคำบอกเล่าของหัวหน้าโครงการ ES ถูกสร้างขึ้นมาด้วยเป้าหมายและกลุ่มลูกค้าที่ตรงกันข้ามกับ IS/GS โดยสิ้นเชิง ในขณะที่IS/GS จะพยายามทำรถให้ขับสนุก ให้คนขับเอ็นจอยกับถนน ES นั้นจะทำมาเอาใจคนที่ชอบขับรถไปตรงๆ นุ่มๆ เงียบๆ ไม่ชอบสิ่งรบกวนใดๆ
6. ดังนั้นทุกอย่างของ ES จึงทำมาเพื่อเน้นความเงียบ..แม้แต่ตัวหัวหน้าโครงการตอนให้สัมภาษณ์ก็พูดด้วยเสียงที่เบามาก (Wheels เขียนว่า Whisper เลย) วัสดุซับเสียงถูกประเคนใส่เต็มที่ ทุกอย่างถูกทำให้ทำงานด้วยเสียงที่เบาที่สุด แม้แต่กลอนฝาท้ายที่ได้ชื่อว่าทำงานได้เงียบที่สุดในโลก (Wheels บอกว่าไร้สาระ เปลืองสมองวิศวกรที่สุด..ผมให้ความเห็นสั้นๆว่าบ้า)
7. Wheels คิดว่าดีไซน์ภายนอกดูธรรมดา จืดชืด และดีไซน์ภายในก็ดูเก่าเหมือนมาจากยุค 2006
8. และเป็นไปตามที่คาด พอลองขับแบบบู๊ๆ มันห่วยสิ้นดี
9. เครื่องสี่สูบไฮบริด ดังและหอน พอมาเจอรถที่เงียบเสียง เลยไม่ใช่รถที่ขับแล้วเอ็นจอยกับการกดคันเร่งนัก
10. แต่ในเรื่องการเก็บเสียง Wheels ยอมรับว่าทำได้ดีมากจริงๆ
ดูแล้วมันเป็นรถที่ผมซื้อให้พ่อกับแม่น่ะครับ แต่ไม่ใช่รถที่ผมจะซื้อขับแน่นอน
-
อ่านความเห็นพี่แพนแล้วก็คิดได้ว่า...
นี่มัน Mini-LS สินะ - -
-
แต่พูดถึง ถ้าราคามันสัก สองล้าน
เจ้า ES300H จะกลายเป็นรถที่ผมอยากได้มากที่สุดคันนึงแน่ๆ เลยครับ
ชอบแนวความคิดนุ่มเงียบ ;)