Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: sakchai1811 ที่ มีนาคม 23, 2014, 14:54:27
-
เพิ่งได้ Accord มากลิ่นภายในฉุนมาก ได้กลิ่นแล้วมึนและเวียนหัว เคยอ่านว่าเป็นสารก่อมะเร็งด้วย
ไปเจอต้นตอส่วนหนึ่งคือวัสดุที่เป็นฐานพรมปูพื้นเป็นยางกลิ่นฉุนมาก เลยเอามาตากแดดโดยเอาด้านที่เป็นยางโดนแดด ไม่รู้ว่าต้องตากนานแค่ไหน
และก็ไม่แน่ใจว่ากลิ่นจะหายรึป่าว มีใครพอแนะนำวิธีกำจัดกลิ่นได้มั่งครับ
ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
-
ใช่ผ้ายางรองพื้นดำๆปะครับ ถ้าใช่ โยนทิ้งไปเลยครับ
กลิ่นแรงมาก ผมทิ้งครับ
-
แล้วใครมีวิธีกำจัดหนู ไม่ให้เข้ามาแทะสายไฟในรถได้มั่งครับ
-
ใช่ผ้ายางรองพื้นดำๆปะครับ ถ้าใช่ โยนทิ้งไปเลยครับ
กลิ่นแรงมาก ผมทิ้งครับ
ไม่ใช่ครับ เป็นพรมปูพื้นที่ติดมากับรถครับ ข้างล่างมันเป็นยางครับ
-
แล้วใครมีวิธีกำจัดหนู ไม่ให้เข้ามาแทะสายไฟในรถได้มั่งครับ
มีหลายวิธีครับ ผมลองมาเกือบหมดละ แต่ก็กันได้แปบๆ เดี่ยวก็มาใหม่ ลองแก้ไขที่ต้นเหตุดูครับ เช่น ทำบริเวณที่จอดรถนั้นให้สะอาด เปลี่ยนที่จอด วางยา อันหลังผมล้อเล่นนะครับ :D
-
ลองเปิดประตูทุกบาทแล้วจอดรถตากแดดดูครับ
-
เอาถ่านไม้มาใส่ช่วยดูดกลิ้นได้นิดนึงครับ แม่ผมเอาห่อด้วยผ้าขาวบางมัดเป็นถุงเล็กๆแล้วใส่ไว้ช่องเก็บของใต้เบาะหลังแต่หลังถุงหน่อยกลิ่นก็หนายเหม็นไปหน่อยนึงครับ
-
ถ้ามีผ้ายางลองเอาออกมาล้างตากแดดดูก่อนครับ
G9ของผมได้รถมาครั้งแรกมีแต่พรมแถมมาไม่มีกลิ่นเลยครับ แต่พอได้ผ้ายางมาเท่านั้นแหละเริ่มมีกลิ่นประมาณเหมือนสารเคมีฉุนๆกลิ่นค่อยๆเหม็นสะสมจนสุดท้ายทนไม่ไหวเพราะจอดค้างคืนเวลาสตาร์ทรถเปิดแอร์เหม็นเปรี้ยวมาก ผมต้องเอาผ้ายางออกมาแช่ผงซักฟอกแล้วก็ตากแดดอยู่สองสามครั้ง สุดท้ายกลิ่นค่อยๆหมดไปจนตอนนี้ไม่มีกลิ่นแล้วครับᅠ
แต่ถ้ายืนยันว่าพรมแน่ จริงๆมันก็ซักได้นะครับแต่คงต้องกะวันแดดดีๆหน่อย ไม่งั้นอาจได้กลิ่นเหม็นอับมาเพิ่มอีกกลิ่น
-
เอาถ่านไม้กับเบคกิ้งโซดาใส่ถุงเปิดปากทิ้งไว้แล้วเปลี่ยนทุกๆสามวันครับ กลิ่นยางกับปรถสิทธิภาพในกาคดูดกลิ่นของสองอย่างนี่ดูดิ๊ใครจะชนะ ;D
เรื่องของการไล่หนูนั้นลองค้นดูในเว็บครับเคยมีคนถามบ่อยเหมือนกัน การไล่หนูเป็นปัญหาสำหรับคนใช้รถมรกเพราะไล่ได้แป๊บๆเดี๋ยวก็มาอีกเพราะหนูมัตฉลาด ท่าไม้ตายเดิมใช้กับเซ็นต์เอ๊ยหนูไม่ได้ผลเป็นครั้งที่สอง!!! ;D ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนไล่กลิ่นไหนมาป้องกันหมั่นเปลี่ยนวิธีทุกๆสามวันไม่งั้นจะโดนหนูบุก ลองพยายามสร้างสภาวะที่หนูไม่ชอบขึ้นมาคือหนูไม่ชอบที่สว่างและเปิดโล่ง ดังนั้นไปลองหาแถบledแต่งบ้านหรือไฟต้นคริสมาสมาวางต้องจุดต่างๆในห้องเครื่องและเปิดฝารถทิ้งไว้ครับ ถ้าเลวร้ายที่สุดหนูมันหน้าด้านยังมาสิ่งที่จะโดนแทะคือสายไฟไล่หนูแทนสายไปในรถ ;D เก็บบริเวณรอบๆที่จอดรถให้โล่งอย่าให้มีที่ๆหนูซ่อนตัวได้ถังขยะในบ้านปิดฝาให้ดีอย่าให้ส่งกลิ่นเรียกหนูมากิน วิธีที่ผมใช้ได้ผลชะงัดคือเอาหมามาต นข้รงๆรถไล่หนูครับ ปีนึงแล้วที่สบายใจปัญหาหนูไปเลย :)
เตือนเพิ่มว่าถ้าจะวางกรงดักหนูหลังจากเอาหนูทึีดักได้ไปทิ้งที่อืีนอจ่าลืมจัดการล้างกรงให้สะอาดด้วยแฟ้บด้วยเพราะหนูที่ติดกรงจะฉี่เตือนหนูตัวอื่นไม่ให้มรติดกับเดียวกับทึีตัวเองเจอ ถ้าที่บ้านมีสัตว์เลี้ยงเช่นหมาแมวห้ามใช้ยาเบื่อเด็ดขาดเพราะสัตว์เลี้ยงของท่านอาจกินไปเหมือนหนูด้วย แม้จะไม่มึสัตว์เลี้ยงก็ไม่ควรใช้ยาเบืี่อเพราะหลายครั้งหนูกินยาเบื่อแล้วไปตายตามท่อน้ำ เพดานหลังคา ฝ้ากระดาน อีกด้สนหนึ่งของกำแพงที่คุณเอาซากออกมาไม่ได้ซึ่งยามที่มันเน่าขึ้นมาคุณต้องทนจนกว่าซากหนูจะแห้งผากหมดกลิ่นไปเอง นานแค่ไหนตอบไม่ได้ด้วย :-X
-
แล้วใครมีวิธีกำจัดหนู ไม่ให้เข้ามาแทะสายไฟในรถได้มั่งครับ
ผมลองมาหมดแล้ว ไม่มีวิธีไหนที่จะจำกัดหนูได้ดีที่สุดหรอก
วิธีที่ดีที่สุด คือบริเวณโรงจอดรถ ห้ามมีถังขยะ เศษอาหาร รวมถึงสิ่งของต่างๆที่รก ถ้าบริเวณที่จอดรถ โปร่งโล่งสบายได้ยิ่งดี
ผมลองมาหมดทุกวิธี
กรงดักหนู บางทีก็ได้ บางทีก็ไม่ได้ ชัวร์สุดๆ ต้องกาวดักหนู ติดแน่นอน
เอิ่ม...แต่ผมมันขี้สงสาร บางทีหนูติดกับกาว อดสงสารไม่ไหว ต้องไปช่วยแกะตัวมันออกจากถาดกาวอีก บางตัวก็รอด บางตัวก็ไม่รอด
ส่วนสเปรย์ที่ฉีดในห้องเครื่อง ที่โฆษณาขายตามห้าง ไม้ไล่หนูตามถนนข้างทาง ไม่ได้ผล
เห็นบางคนบอกเลี้ยงแมว ไม่มีหนูแน่นอน แต่สิ่งที่ตามมา รอยเล็บแมวเต็มรถ ^^
-
ขอบคุณทุกเม้นท์ครับ
-
หมายถึงพรมกระดุมที่เซลแถมรึเปล่าครับ?
ถ้าใช่ กลิ่นมันจะหายไปเองแหละครับ ใน 3-4 วัน หรือไม่งั้นก็เปลี่ยนไปใช้พวกพรมแบบไวนิลดักฝุ่น หรือรุ่นแพงๆที่ 3000+ ของ E.I. ครับ