Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: EvilArt ที่ มิถุนายน 09, 2014, 16:03:31
-
Energy Reform
# รถติดไฟแดง...ควรใช้เกียร์ N หรือ D ดีกว่ากัน ? (รถเกียร์ออโต้)
ในทางปฏิบัตินั้นเกียร์ออโต้ยุคแรก ๆ ยังไม่ทนทานเท่าปัจจุบัน รวมทั้งใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่มีแรงบิดสูง ยุคนั้นกลไกการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ยังโบราณอยู่ การเหยียบเบรกแช่เมื่อรถติดไฟแดงในตำแหน่งเกียร์ D จึงเหมาะสม อีกเหตุผลหนึ่งในยุคนั้นติดไฟแดงกันช่วงเวลาสั้น ๆ
ในรถยุคปัจจุบันกลไกการเปลี่ยนเกียร์พัฒนาไปมาก โดยเฉพาะความทนทานและที่พัฒนาควบคู่กันไป คือ "รถติดนานขึ้น การเปลี่ยนไปใช้เกียร์ N มีความปลอดภัยกว่าหลาย ๆ ด้าน
ประเด็นแรก คือ "เรื่องของการสึกหรอในระบบเกียร์จะต่ำกว่า" เมื่อใช้เครื่องมือตรวจสอบของศูนย์บริการทดสอบ ปรากฏว่า การจอดคาเกียร์ D ไว้ไม่ถึง 3 นาที ความร้อนของน้ำมันเกียร์เพิ่มขึ้นมาหลายองศา การคาเกียร์ D ยังเป็นการสร้างความเครียดให้กับชิ้นส่วนที่มีการเคลื่อนไหวของช่วงล่างทั้งหมด ทำให้อายุการใช้งานของบู๊ชยางต่าง ๆ และชิ้นส่วนที่ต่อมาจากเกียร์สึกหรอเร็วกว่าปกติ
อันตรายที่เรามองข้ามซึ่งทำให้มีคนเสียชีวิตได้ คือ กรณีของรถที่พุ่งไปชนคันหน้า ไม่ก็พุ่งชนคน เพราะจังหวะที่เผลอปล่อยเบรก หรือขึ้นเบรกมือไว้ไม่สุด (ในกรณีที่ใส่เกียร์ D ค้างไว้) จึงทำให้รถพุ่งไปข้างหน้าได้
เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานควรเข้าเกียร์ N และดึงเบรกมือไว้เพื่อป้องกันไม่ให้รถไหล เป็นการป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นได้อีกทางหนึ่งครับ
ด้วยความปรารถนาดีจาก Mr.ENERGY
Cr.บทความ car.kapook.com
กับ
3. ทุกครั้งที่ ลูก ทอร์ค คอนเวอร์เตอร์ จะหยุดขับแรงดัน (เกียร์ N) และขับแรงดันต่อ (หรือ เกียร์ D) อัตราแปรผันภายใน Valve body
และภายในห้องเกียร์ จะมีไม่ต่ำกว่า 2-5 bar สำหรับต้นกำลังในการออกรถ เกียร์บางรุ่น ใช้แรงดันที่แตกต่างไปตามลักษณะการใช้งาน เช่น 1.5 - 7.0 bar ก็มี
http://www.headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=307:-n-d-&catid=94:technical-guru&Itemid=158 (http://www.headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=307:-n-d-&catid=94:technical-guru&Itemid=158)
ไม่ทราบว่าการเปลี่ยนจาก N - D หรือ D ค้างเกียร์จะสึกหรอมากกว่ากัน เพราะเหตุใด
มาขอความรู้ทางวิชาการครับ โดยไม่เกี่ยงข้องกับความปลอดภัยและความเห็นส่วนตัวต่างๆครับ อยากได้แบบเหตุผลทางวิชาการครับ ขอบคุณครับ
ปล. ทุกวันนี้ผมยัง D ค้างดึงเบรกมือครับ
-
ลองดูได้ครับ เข้า D เหยี่ยบเบรค แช่ไว้ซัก 30นาที
เกียร์ออโต้รุ่นแรงดันแบบสลิง ไปก่อนแน่ ๆ
เกียร์ออโต้รุ่นโซลินอยด์วาวล์ อาจจะไป หรืออาจจะไม่ไป แล้วแต่ความฉลาดของกล่อง พวกเสี่ยงคือที่ปล่อยเบรคแล้วรถออกตัวได้ทันทีหลังเบรคนาน ๆ
เกียร์ออโต้พวกที่ีปล่อยเบรคแล้วรถยังไม่ไป ไม่เสีย
บ้านผม ทุกคัน เข้าเกียร์ N ถ้าจอดติดไฟแดง ในชีวิตยังไม่เคยเจอรถที่บ้านคันไหนเกียร์พัง
-
หยุดแป็บเดียว ลง D ปกติ เหยียบเบรคค้างไว้ แต่ถ้านานก็ค่อย N และลงเบรคมือครับ เพราะผมเคยเจอเหตการณ์ของเพื่อนที่หยุดปุ้บ N ปั๊บ แล้วก็ D วิ่งต่อในเวลาสั้นๆ แล้วก็ N ต่อเมื่อหยุดทันทีหลายครั้งจนเสียงเกียร์ดัง "แกร๊ก" แล้วรถกระชากหน่อยนึงแค่ช่วงนั้น เหมือนกับระบบทำงานไม่ทันจนฟันเฟืองเกียร์ไปขบกันช่วงนึง เขาถึงเริ่มชะลอการเปลี่ยนเกียร์ลงมาหน่อย ปัจจุบันผมไม่รู้ว่าเกียร์รถเขาเป็นไงบ้างแล้ว ไม่ได้เจอกันมานานพอสมควรเลย
-
ผม D เหยียบเบรกตลอดครับ ไม่ก็ P + เบรกมือ
-
ทำอะไรแล้วสบายใจก็ทำไปเถอะครับ
ไม่มีผลดี ผลเสีย แบบชัดเจน
ข้อดี ของทั้ง สองแบบ ก็เป็นการมองด้านเดียว
-
เว็บของเรา แนะนำให้เข้าเกียร์ D เหยียบเบรกค้างไว้ หรือขึ้นเบรกมือครับ
ตามบทความที่มี Link อยู่ในเว็บของเราด้านบนนั่นแหละครับ
-
ถ้าเป็นเกียร์เทพของเฟียสต้า ไม่มีผล
จะ D หรือ N ถ้าจอด D ซักพักคลัชจะปล่อย
พอปล่อยเบรค คลัชก็เริ่มจับใหม่..
แนะนำหาที่เงียบๆทำ จะได้ยินเสียงมันทำงานครับ..
-
ท่าน jimmy มา ผมสบายใจเลยครับ ทำแบบนี้แหล่ะ
-
ขอขอบคุณท่านจิมมี่ครับ :) :) :)
-
D + เหยียบเบรคครับ
ยกเว้น ติดเป็นคันแรก + ข้างหลังโล่ง รถหลังยังไม่มา
จอดเผื่อเส้น เข้า N ดึงเบรคมือ ครับ
-
แล้วสำหรับเกียร์ CVT ล่ะครับ เหมือนกันไหมครับ