Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: MoO Cnoe ที่ กันยายน 18, 2014, 22:19:15
-
;D ;D ;D ตามภาพเลยครับ
เบนซิน Skyactiv-G vs ดีเซล Skyactiv-D
(http://upic.me/i/tk/cx5_details.jpg) (http://upic.me/show/52772674)
-
ดีเซลขายดีจริงๆ คิวจองก็ยาวอีกต่างหาก
-
ดีเซล รุ่นเดียว แต่ถือว่าสัดส่วนสูงเลยนะเนี่ย
ถ้ามี ดีเซล ขับ 2 ราคาถูกลง สงสัยขายกระฉูด
-
โห! ดีเซลอย่างเดียวกวาดยอดขายไปเกือบครึ่งเลยหรอเนี่ย ขนาดขายแพงกว่า2.5เบนซินตั้ง2แสน! เห็นยอดดีเซลดีขนาดนี้แล้วอยากให้ mazda ทำcx5รุ่น 2.2D ขับ2 low option จังเลย =W=
-
ดีเซลขายได้เยอะ เหมือนกัน
-
อยากให้ดีเซลลงมาสด้า3 อิอิ
-
เบนซินนี่เรียงลำดับ 2.0S > 2.5S > 2.0C ด้วยใช่มั้ยครับ
-
ดีเซลคิวยาวประมาณกี่เดือนครับ ท่านใดพอทราบบ้าง ;D
-
ดีเซลคิวยาวประมาณกี่เดือนครับ ท่านใดพอทราบบ้าง ;D
ผมรอ 2เดือนก็ได้รถนะครับ
-
เห็นอย่างนี้แล้ว น่าจะนำเครื่องดีเซลมาลงรุ่นอื่นๆด้วยนะ
-
หรือเป็นนัยยะว่า
จะมี Mazda 2 desiel
และ Mazda 3 desiel มาเสริมกระตุ้นตลาดรอบที่ 2 !!!!!
-
ขอมโน
ถ้ามีแบบเติม E85 ได้
คิดว่าสัดส่วนจะไปทางเบนซินมากกว่านี้
-
เบนซินนี่เรียงลำดับ 2.0S > 2.5S > 2.0C ด้วยใช่มั้ยครับ
ถูกต้องครับ
-
ดีเซล เพิ่มเงินโอเวอร์ไปเยอะขนาดนี้ คนก็ยังซื้อกัน ประหยัดก็ไม่ได้่ประหยัดกว่า
เพราะแบบนี้สินะ เค้าถึงได้เอาเปรียบเราตลอด
-
ผมได้ยินคนรอบตัวบอกว่า เอา CX-5 diesel ไปเทียบกับ X1 เลยนะครับ
รถเขาดีจริงๆ ;)
-
ดีเซล เพิ่มเงินโอเวอร์ไปเยอะขนาดนี้ คนก็ยังซื้อกัน ประหยัดก็ไม่ได้่ประหยัดกว่า
เพราะแบบนี้สินะ เค้าถึงได้เอาเปรียบเราตลอด
ถ้าเป็นรถยุโรป เครื่องยนต์ดีเซลแพงกว่าเบนซิน
แล้วพอมาไทย ภาษีรถยนต์เบนซินต่ำกว่า เพราะมีอัตราภาษีของรถ E20 กับ E85 ช่วยครับ
-
เห็นแบบนี้ทางมาสด้าน่าจะพิจารณา mazda6 มาได้แล้วนะครับขายได้เดือนล่ะพันคันก็ยังดีครับ
-
ผมกำลังงงอยู่ว่าทำไมคนซื้อตัวดีเซลเยอะจัง
ข้อดี
ขับสี่(คงไม่ได้ใช้ตลอดอยู่แล้ว)
Option เล็กๆน้อยๆ
ประหยัดน้ำมัน (แต่ส่วนต่างต้องจ่ายเป็นราคารถ)
ข้อเสีย
ราคาแพงกว่าตั้งเยอะ
เสียงดัง
รอรถนานกว่า
งง จริงๆ
-
ดีเซล ทนกว่า เบนซิน เยอะครับ ..
แล้วก็ ดีเซล เทอร์โบ แรงบิดมหาศาล เร่งแรงนรก
-
ผมกำลังงงอยู่ว่าทำไมคนซื้อตัวดีเซลเยอะจัง
ข้อดี
ขับสี่(คงไม่ได้ใช้ตลอดอยู่แล้ว)
Option เล็กๆน้อยๆ
ประหยัดน้ำมัน (แต่ส่วนต่างต้องจ่ายเป็นราคารถ)
ข้อเสีย
ราคาแพงกว่าตั้งเยอะ
เสียงดัง
รอรถนานกว่า
งง จริงๆ
คนซื้อcx5 เครื่องดีเซล เขาไม่คิดอะไรซับซ้อนหรอกครับ
-
555
ถึงว่าทำไมผมถึงไม่ได้ซื้อ
เพราะว่าผมคิดซับซ้อนนี่เอง
-
จากที่ได้ลองขับแล้ว 2.2ดีเซลขับดีจริงครับ และขับ4 แค่บางเวลา อีกปัจจัยนึง น่าจะมาจากราคาเบนซิล 45บ.ส่วนดีเซลนั้น30 ต้นๆครับ การจะตัดสินใจซื้อรถ สำหรับผม คิดว่า หลักใหญ่มาจาก การได้ลองขับดูก่อนมากกว่า ถึงตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ
-
ปัจจัยเรื่องราคาเชื้อเพลิง ผมว่ามีผลทั้งด้านจิตวิทยา และ การเลือกของผู้บริโภคค่อนข้างชัดนะ
ถึงแม้ว่าจะคำนวนได้ว่า ต้องวิ่งถึงเท่าไหร่ๆ กม. ถึงจะคุ้มทุน แต่...เวลาจ่ายเงินเติมน้ำมัน เมื่อเทียบกันถังต่อถัง ทุกๆวัน ใน 1 ปี มันสบายใจกว่า (แม้ว่าเงินจะไม่ได้ประหยัดกว่าก็ตาม)
ก็คงไม่ต่างจากคนใช้เบนซิน ติดแก๊ส ก็ไม่เคยเห็นมีคนอยากกลับมาเติมน้ำมันกันเลย
ถ้าเติม E85 ได้ขึ้นมา หรือ เป็นเครื่องยนต์ระบบที่ติดเเก๊สได้ง่ายๆ คนยอมรับ ผมว่าเบนซินก็จะยอดขายฉีกไปแน่นอน
-
ดีเซล เพิ่มเงินโอเวอร์ไปเยอะขนาดนี้ คนก็ยังซื้อกัน ประหยัดก็ไม่ได้่ประหยัดกว่า
เพราะแบบนี้สินะ เค้าถึงได้เอาเปรียบเราตลอด
เค้าไหน แล้วเอาเปรียบอะไรอีกครับ ผมงง
-
เหตุผลที่ผมจะเลือก CX-5 ดีเซล ก็คือ
1. ถึงแม้ตอนซื้อราคาจะแพงกว่า แต่ตอนขายออก ผมว่าผมก็ขายออกได้แพงกว่า ฉะนั้นส่วนต่างที่ว่าเติมน้ำมันถูกกว่า ต้องวิ่งกี่ กม ถึงคุ้ม มันน้อยกว่า 200000 แน่นอน
2. ถึงแม้ตัวเลขอัตราเร่งต่างๆ จะสูสีรุ่น 2.5 เบนซิน แต่การใช้งานจริง สำหรับรถประเภทนี้ เครื่องดีเซล แรงบิดสูงที่รอบต่ำ มันน่าจะตอบสนองได้ดีกว่า ยิ่งนั่งเตเมคัน ขับขึ้นเขายิ่งเห็นผล
คือตัวเลขแม้จะใกล้เคียงกัน แต่อารมย์มันต่างกัน เครืองเบนซิลมันต้องลากรอบเสียงเครื่องกวาดเหมือนรถแข่ง ถ้าอยู่ในรถเก๋งก็โอเค แต่ใน SUV ผมชอบอารมแบบดีเซลมากกว่า
-
ดีเซล เพิ่มเงินโอเวอร์ไปเยอะขนาดนี้ คนก็ยังซื้อกัน ประหยัดก็ไม่ได้่ประหยัดกว่า
เพราะแบบนี้สินะ เค้าถึงได้เอาเปรียบเราตลอด
เค้าไหน แล้วเอาเปรียบอะไรอีกครับ ผมงง
เครื่องดีเซลต้นทุนแพงกว่าเบนซิลไม่เกินแสนถ้ามองทียอดผลิตเท่าๆกัน ทีนี้ส่วนต่าง 2 แสน คืออะไร
-ออฟชั่นขับสี่ + อื่นๆ อีกน้อยนิด รวมกันไม่ถึง 1 หมื่นเลยด้วยซ้ำ ให้เต็มที่ +15,000
-เครื่องยนตร์ 2500cc เบนซิล -->ดีเซล 2200 cc ส่วนต่าง + 80,000
รวมแล้วเพิ่มไม่เกิน แสนนึง ผมบวกภาษีสรรพสามิตให่อีก +35% รวมเป็น 135,000
แล้วส่วนต่างที่เหลือ 65,000 ไปไหน ตอบ !!!!!!
แล้วคงไม่ต้องถามนะครับ ว่าผมรู้ได้ไง ผมคงตอบในจุดนั้นออกไปไม่ได้ เอาเป็นว่าผมประมาณได้ว่าแต่ละ option มันกี่บาทก็แล้วกันนะครับ
ส่วนรถยุโรปไม่นับแล้วกันนะครับ เพราะมันค้ากำไรเกินควนโคตรๆแล้วครับ
-
ดีเซล เพิ่มเงินโอเวอร์ไปเยอะขนาดนี้ คนก็ยังซื้อกัน ประหยัดก็ไม่ได้่ประหยัดกว่า
เพราะแบบนี้สินะ เค้าถึงได้เอาเปรียบเราตลอด
เค้าไหน แล้วเอาเปรียบอะไรอีกครับ ผมงง
เครื่องดีเซลต้นทุนแพงกว่าเบนซิลไม่เกินแสนถ้ามองทียอดผลิตเท่าๆกัน ทีนี้ส่วนต่าง 2 แสน คืออะไร
-ออฟชั่นขับสี่ + อื่นๆ อีกน้อยนิด รวมกันไม่ถึง 1 หมื่นเลยด้วยซ้ำ ให้เต็มที่ +15,000
-เครื่องยนตร์ 2500cc เบนซิล -->ดีเซล 2200 cc ส่วนต่าง + 80,000
รวมแล้วเพิ่มไม่เกิน แสนนึง ผมบวกภาษีสรรพสามิตให่อีก +35% รวมเป็น 135,000
แล้วส่วนต่างที่เหลือ 65,000 ไปไหน ตอบ !!!!!!
แล้วคงไม่ต้องถามนะครับ ว่าผมรู้ได้ไง ผมคงตอบในจุดนั้นออกไปไม่ได้ เอาเป็นว่าผมประมาณได้ว่าแต่ละ option มันกี่บาทก็แล้วกันนะครับ
ส่วนรถยุโรปไม่นับแล้วกันนะครับ เพราะมันค้ากำไรเกินควนโคตรๆแล้วครับ
ระบบขับสี่ล้อ 15000 !!!!! ถูกไปมั่งครับ มันมีอะไรมากกว่าแค่เพลากลางกับเพลาขับหลังนะ
-
เค้าคุยเรื่องขับ4ของมาสด้ารึครับ 15,000฿
ผมนึกว่าขับ4ของอีสุดาร์กอนอาย ;D ไมมันถูกจัง
-
ดีเซลคิวยาวประมาณกี่เดือนครับ ท่านใดพอทราบบ้าง ;D
++
ของผมได้รับรถ 3 วันหลังจากไฟแนนซ์อนุมัตินะครับ :) สีขาว Diesel
++
-
ดีเซล เพิ่มเงินโอเวอร์ไปเยอะขนาดนี้ คนก็ยังซื้อกัน ประหยัดก็ไม่ได้่ประหยัดกว่า
เพราะแบบนี้สินะ เค้าถึงได้เอาเปรียบเราตลอด
เค้าไหน แล้วเอาเปรียบอะไรอีกครับ ผมงง
เครื่องดีเซลต้นทุนแพงกว่าเบนซิลไม่เกินแสนถ้ามองทียอดผลิตเท่าๆกัน ทีนี้ส่วนต่าง 2 แสน คืออะไร
-ออฟชั่นขับสี่ + อื่นๆ อีกน้อยนิด รวมกันไม่ถึง 1 หมื่นเลยด้วยซ้ำ ให้เต็มที่ +15,000
-เครื่องยนตร์ 2500cc เบนซิล -->ดีเซล 2200 cc ส่วนต่าง + 80,000
รวมแล้วเพิ่มไม่เกิน แสนนึง ผมบวกภาษีสรรพสามิตให่อีก +35% รวมเป็น 135,000
แล้วส่วนต่างที่เหลือ 65,000 ไปไหน ตอบ !!!!!!
แล้วคงไม่ต้องถามนะครับ ว่าผมรู้ได้ไง ผมคงตอบในจุดนั้นออกไปไม่ได้ เอาเป็นว่าผมประมาณได้ว่าแต่ละ option มันกี่บาทก็แล้วกันนะครับ
ส่วนรถยุโรปไม่นับแล้วกันนะครับ เพราะมันค้ากำไรเกินควนโคตรๆแล้วครับ
ระบบขับสี่ล้อ 15000 !!!!! ถูกไปมั่งครับ มันมีอะไรมากกว่าแค่เพลากลางกับเพลาขับหลังนะ
จากขับ 2 เป็นขับ 4 ต้นทุนจริงๆ ไม่เท่าไหร่จริงๆครับ อย่าไปเทียบกับตลาด replacement ครับ
ถ้ามองที่ต้นทุน OEM จะน้อยกว่านั้นครับ ผมเห็นตัวเลขอยู่ทุกวัน
แต่ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรครับ ผมก็แค่อยากให้เปิดใจเปลี่ยนทัศนคตินิดนึงว่าจริงๆแล้วต้นทุน OEM ในพวกออฟชั่นมันถูกมากๆๆๆๆ
อย่าเอาราคาอะไหล่มาเป็นตัวเทียบครับ พวกนั้นบวกเยอะมากกกกก จนคุณต้องอุทานว่าพระเจ้าแม่งโคตรกำไรเลย
ส่วนใหญรุ่นล่างๆๆ ตัวเบส จะสะท้อนจากต้นทุนจริง ถ้าบริษัทรถไม่ตกแต่งตัวเลขเพื่อเสียภาษี และจะได้ขายแพงๆๆๆ
อย่างปิคอัพนี้ คุยกันที่จำนวนการผลิตเป็นล้านๆชิ้น แค่แม่พิมพ์ถูกมากกกกกกกกก
-
ดีเซล เพิ่มเงินโอเวอร์ไปเยอะขนาดนี้ คนก็ยังซื้อกัน ประหยัดก็ไม่ได้่ประหยัดกว่า
เพราะแบบนี้สินะ เค้าถึงได้เอาเปรียบเราตลอด
เค้าไหน แล้วเอาเปรียบอะไรอีกครับ ผมงง
เครื่องดีเซลต้นทุนแพงกว่าเบนซิลไม่เกินแสนถ้ามองทียอดผลิตเท่าๆกัน ทีนี้ส่วนต่าง 2 แสน คืออะไร
-ออฟชั่นขับสี่ + อื่นๆ อีกน้อยนิด รวมกันไม่ถึง 1 หมื่นเลยด้วยซ้ำ ให้เต็มที่ +15,000
-เครื่องยนตร์ 2500cc เบนซิล -->ดีเซล 2200 cc ส่วนต่าง + 80,000
รวมแล้วเพิ่มไม่เกิน แสนนึง ผมบวกภาษีสรรพสามิตให่อีก +35% รวมเป็น 135,000
แล้วส่วนต่างที่เหลือ 65,000 ไปไหน ตอบ !!!!!!
แล้วคงไม่ต้องถามนะครับ ว่าผมรู้ได้ไง ผมคงตอบในจุดนั้นออกไปไม่ได้ เอาเป็นว่าผมประมาณได้ว่าแต่ละ option มันกี่บาทก็แล้วกันนะครับ
ส่วนรถยุโรปไม่นับแล้วกันนะครับ เพราะมันค้ากำไรเกินควนโคตรๆแล้วครับ
ระบบขับสี่ล้อ 15000 !!!!! ถูกไปมั่งครับ มันมีอะไรมากกว่าแค่เพลากลางกับเพลาขับหลังนะ
จากขับ 2 เป็นขับ 4 ต้นทุนจริงๆ ไม่เท่าไหร่จริงๆครับ อย่าไปเทียบกับตลาด replacement ครับ
ถ้ามองที่ต้นทุน OEM จะน้อยกว่านั้นครับ ผมเห็นตัวเลขอยู่ทุกวัน
แต่ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรครับ ผมก็แค่อยากให้เปิดใจเปลี่ยนทัศนคตินิดนึงว่าจริงๆแล้วต้นทุน OEM ในพวกออฟชั่นมันถูกมากๆๆๆๆ
อย่าเอาราคาอะไหล่มาเป็นตัวเทียบครับ พวกนั้นบวกเยอะมากกกกก จนคุณต้องอุทานว่าพระเจ้าแม่งโคตรกำไรเลย
ส่วนใหญรุ่นล่างๆๆ ตัวเบส จะสะท้อนจากต้นทุนจริง ถ้าบริษัทรถไม่ตกแต่งตัวเลขเพื่อเสียภาษี และจะได้ขายแพงๆๆๆ
อย่างปิคอัพนี้ คุยกันที่จำนวนการผลิตเป็นล้านๆชิ้น แค่แม่พิมพ์ถูกมากกกกกกกกก
ไม่รู้หรอกว่าต้นทุนอะไรเท่าไรอย่างไร คันไหนแพงคันไหนถูก
แต่ CX-5 ดีเซลนั่นที่ขายดีเพราะในตลาดมันไม่มีรถที่ตอบสนองได้ดีกว่านี้เลยในราคาเท่านี้ ทั้งตัวรถและศูนย์บริการ เอาแต่ดีเซลนะ ได้ AWD แรงดึงในรอบต่ำๆ
ดีมาก ขับแล้วสบายฟิน เท่าที่ผมขับมา แค่นี้ก็ทำให้หลายคนไม่คิดถึงปัจจัยอื่นแล้วล่ะ ตัวดีเซลถึงได้ขายดีไง
ตัว 2.5 แรงครับ แต่อย่างว่าเครื่อง เบนซิน NA ไม่ให้ความรู้สึกดึงเหมือน ดีเซลโบไม่ได้ ถึงแม้จะแรงกว่าก็ตาม แต่ผมคิดว่าคนไทยชอบรถแบบดึงๆกดง่ายมาไวมากกว่าครับ
เอาแค่นี้
-
ดีเซลขายดีจริงๆ
-
ถึง 2.5 จะแรงกว่า แต่มันต้องกดลึกว่า 2.2 D
เสียงก็แผดหวานแบบที่เราๆชอบกัน
แต่ภรรยาและแม่ยายคงไม่ค่อยปลื้มก็ได้นะครับ
เคยขับดิเซลมา 100 โล ฟิลมันคงต่างจากเบนซิน
รอบไม่ต้องสูง แรงดึงก็มา พอแซงได้ก็จบ ไม่ได้ลากรอบต่อ
ใช้ camry hybrid เช่นกันไม่ต้องกดลึก แรงดึงมอเตอร์กับเครื่องก็มา
แซงพ้นก็ปล่อย
ส่วนตัวก็ว่ามันแพงกว่าสัก 1 แสนก็พอรับได้
นี่ยังไม่ตัดสินใจจอง :)
-
ในเมื่อ SUV ขนาดนี้ที่ใส่เครื่องดีเซลมันมีอยู่แค่ 2รุ่นคือ CX-5 2.2 Skyactiv-D AWD กะ Chevrolet Captiva 2.0 VCDI AWD
CAPTIVA อัตราเร่งอยู่เกือบบ๊วยของตาราง มีดีแค่ 7ที่นั่ง CX-5 อยู่อันดับ 3 อัตราการสิ้นเปลือง CX-5 ดีกว่า CAPTIVA มันเหมาะกับครอบครัว ส่วน CX-5 มันเป็นแบบขับสนุก เป็นผมๆเอา CX-5 แบบไม่ตัองคิดอะไรมาก เพราะถ้าจะเอารถครอบครัวจริงๆผมไปมองรถ PPV ดีกว่าใหญ่กว่า แต่เจ้านี้มันขนาดกระทัดลัดเอามาขับสนุกๆดีกว่า
-
ดีเซล เพิ่มเงินโอเวอร์ไปเยอะขนาดนี้ คนก็ยังซื้อกัน ประหยัดก็ไม่ได้่ประหยัดกว่า
เพราะแบบนี้สินะ เค้าถึงได้เอาเปรียบเราตลอด
เค้าไหน แล้วเอาเปรียบอะไรอีกครับ ผมงง
เครื่องดีเซลต้นทุนแพงกว่าเบนซิลไม่เกินแสนถ้ามองทียอดผลิตเท่าๆกัน ทีนี้ส่วนต่าง 2 แสน คืออะไร
-ออฟชั่นขับสี่ + อื่นๆ อีกน้อยนิด รวมกันไม่ถึง 1 หมื่นเลยด้วยซ้ำ ให้เต็มที่ +15,000
-เครื่องยนตร์ 2500cc เบนซิล -->ดีเซล 2200 cc ส่วนต่าง + 80,000
รวมแล้วเพิ่มไม่เกิน แสนนึง ผมบวกภาษีสรรพสามิตให่อีก +35% รวมเป็น 135,000
แล้วส่วนต่างที่เหลือ 65,000 ไปไหน ตอบ !!!!!!
แล้วคงไม่ต้องถามนะครับ ว่าผมรู้ได้ไง ผมคงตอบในจุดนั้นออกไปไม่ได้ เอาเป็นว่าผมประมาณได้ว่าแต่ละ option มันกี่บาทก็แล้วกันนะครับ
ส่วนรถยุโรปไม่นับแล้วกันนะครับ เพราะมันค้ากำไรเกินควนโคตรๆแล้วครับ
ระบบขับสี่ล้อ 15000 !!!!! ถูกไปมั่งครับ มันมีอะไรมากกว่าแค่เพลากลางกับเพลาขับหลังนะ
จากขับ 2 เป็นขับ 4 ต้นทุนจริงๆ ไม่เท่าไหร่จริงๆครับ อย่าไปเทียบกับตลาด replacement ครับ
ถ้ามองที่ต้นทุน OEM จะน้อยกว่านั้นครับ ผมเห็นตัวเลขอยู่ทุกวัน
แต่ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรครับ ผมก็แค่อยากให้เปิดใจเปลี่ยนทัศนคตินิดนึงว่าจริงๆแล้วต้นทุน OEM ในพวกออฟชั่นมันถูกมากๆๆๆๆ
อย่าเอาราคาอะไหล่มาเป็นตัวเทียบครับ พวกนั้นบวกเยอะมากกกกก จนคุณต้องอุทานว่าพระเจ้าแม่งโคตรกำไรเลย
ส่วนใหญรุ่นล่างๆๆ ตัวเบส จะสะท้อนจากต้นทุนจริง ถ้าบริษัทรถไม่ตกแต่งตัวเลขเพื่อเสียภาษี และจะได้ขายแพงๆๆๆ
อย่างปิคอัพนี้ คุยกันที่จำนวนการผลิตเป็นล้านๆชิ้น แค่แม่พิมพ์ถูกมากกกกกกกกก
ตามที่ท่านว่ามาก็น่าจะจริง เดี๋ยวนี้คำว่าราคาอะไหล่รถญี่ปุ่นถูก อาจจะใช้ไม่ได้แล้ว อะไหล่หลายๆชิ้นแอบแพงขึ้นเรื่อยๆแบบเราไม่รู้ตัว
-
น่าจะช่วยกระตุ้นให้honda เอาเครื่องดีเซลเข้ามาขายบ้างนะครับ
-
ปัจจัยในการเลือกซื้อรถ คุณคิดว่าความพอใจของผู้ซื้อ หรือความคุ้มค่าของตัวรถมีผลมากกว่ากันหละครับ
แต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน คิดไม่เหมือนกัน ถึงได้มีรถออกมาหลายรุ่น และผลก็ออกมาตามข้อมูลแหละครับ
ส่วนตัวคิดว่าบางท่าน ซื้อเพราะว่าเป็นตัวท็อปด้วยซ้ำ ไม่คิดอะไรเลย
บางคนขับแล้วชอบ มากกว่ามานั่งดูข้อมูลต่างๆนาๆ ข้อบกพร่องต่างๆเค้ารับได้ เพื่อความพอใจของเค้าเป็นต้น