Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: MacH1 ที่ กุมภาพันธ์ 13, 2015, 12:35:04
-
https://www.youtube.com/watch?v=780h_oLMdLk (https://www.youtube.com/watch?v=780h_oLMdLk)
บล็อก 1.5 น่าผิดหวังเรื่อง พลัง ควรทำได้อย่างน้อย 155-170 ม้า ส่วน 2.0 ควรไปถึง 200 ตัว
ท่านไหนจะโต้แย้งว่า ม้าเยอะไม่สำคัญ ม้าเยอะทำให้รถไม่สมดุล ผมจะยกตัวอย่าง NB นะครับ
NB8C 1.8 BP-VE ตัว JDM เกียร์ธรรมดา 160 ม้า เกียร์ออโต้ 154 ม้า
ช่วงปี 2003-2004 มี ตัว Mazdaspeed Roadster/Miata มาเสริม บล็ํอก เทอร์โบ ได้ม้าเพิ่มเป็น 175 ตัว
ทั้งสามเวอร์ชั่นยังได้สมุดุล 50-50 เหมือนเดิม ไม่เห็นจะเสียบาลานซ์ในการขับตรงไหน อีกทั้งยังมีเรี่ยวแรงทันใจมากขึ้น ในรุ่น mazdaspeed ด้วย
ยังไม่รวม พวก NB ที่ลง supercharger kit (Jackson racing, Kraftwerks) ที่ม้าลงพื้นได้อย่างน้อย 200 ตัว อีกนะครับ จากที่ต่างประเทศริวิว ฟิลยังขับมันส์เหมือนเดิม
ปล. เสริมอีกนิด ค่ายอื่น เช่น Honda บล็อกความจุใกล้เคียงกัน 1.6 B16A2 ได้ม้าไปที่ 170 ตัวแล้วนะครับตั้งแต่ปี 1991
-
รอดูราคา 1.5 mt (น่าจะมีแต่รถเกรย์) ถ้าล้านปลาย ผมคงเลือก BRZ mt
-
MX-5 ไม่ได้เด่นเรื่องแรงม้าก็จริง แต่พูดตรงๆว่า ตอนเห็นเสป็กตัวนี้ออกมาก็คิดเหมือนกันว่า แรงมันน้อยเกินควรไปมั้ย
ถ้ากระแสออกมาไม่ดี ไม่รู้ว่ามาสด้าจะทำยังไง
-
สำหรับผม,,, ถ้า 1.5 ได้เปรียบเรื่องภาษี, ม้า 130 ตัว ผมพอใช้สบายๆ คับ
....แต่ก็ควรทำ,,, 2.0 หรืออะไรที่ม้าเยอะกว่านี้ ไว้เป็นทางเลือกสำหรับใครที่อยากแรงไว้หน่อย (http://www.ssballthai.in.th/soccer/images/smiles/nn18.gif)
-
ตามคอนเซปตืจริงๆของmx-5คือไม่ได้เน้นพละกำลังเน้นแฮนลิงค์ดีขับสนุกไม่ต้องแรงมาก แต่จริงผมก็เห็นด้วยนะให้มันแรงกว่านั้สัก150ตัวกำลังงาม
-
ทีรถบ้านละรีดม้า
รถสปอตดันตอนม้าซะงั้น
อินดี้ไปไหน
-
ถ้าได้ม้าน้อย แต่ราคาไม่ถึงสองล้าน ผมกัดฟันผ่อนเลยเอ้า
-
ปกติผมก็ไม่ชอบม้าเยอะๆนะ ชอบสไตล์ 86 / brz
แต่รายนั้นต่อให้ไม่แรง 2.0 ลิตรก็รีดได้ 200 ม้า
160 กว่า นี้มันก็น้อยไปจริงๆแหละ หวังว่าคง excel ในด้านอื่นๆ และราคาไม่แรง
แต่ ตัว entry 1 ตันนี่สุดยอดเลย น้ำหนัก
ดูๆตอนแรกไม่นึกว่าจะชอบ แต่เริ่มชอบแล้วแฮะ
แต่คงไม่มีทางที่ mazda จะเอาเกียร์ธรรมดาเข้ามาอีกแล้ว
คงต้องหวังพึ่ง gray
-
ปกติผมก็ไม่ชอบม้าเยอะๆนะ ชอบสไตล์ 86 / brz
แต่รายนั้นต่อให้ไม่แรง 2.0 ลิตรก็รีดได้ 200 ม้า
160 กว่า นี้มันก็น้อยไปจริงๆแหละ หวังว่าคง excel ในด้านอื่นๆ และราคาไม่แรง
แต่ ตัว entry 1 ตันนี่สุดยอดเลย น้ำหนัก
ดูๆตอนแรกไม่นึกว่าจะชอบ แต่เริ่มชอบแล้วแฮะ
แต่คงไม่มีทางที่ mazda จะเอาเกียร์ธรรมดาเข้ามาอีกแล้ว
คงต้องหวังพึ่ง gray
NB8C-2 ก็หนักประมาณ 1 ตัน ใช้บล็อก BP-VE พลังยังมากกว่าเลยครับ ไม่เข้าใจว่าทำไม Mazda ยังยึดติดกับ approach อ้าง ม้าน้อยๆ แล้วขับสมดุล ปี 1989 ทั้งที่ยอดขายมันถอยลงมาตลอด 25 ปี น่าจะบ่งบอกอะไรได้
ปี 89 1.6 DOHC 116 ม้า พอไหวตามยุคนั้น
ปี 15 1.5 DOHC 130 ม้า คู่แข่ง >200 ม้า
-
ไม่เข้าใจเหมือนกัน เรื่องของแรงม้าต่อให้มันเกิน200ขึ้นไปผมก็เชื่อว่าการออกแบบช่วงล่างให้กำราบแรงม้าขนาดนั้นมาสด้าทำได้ไม่ยาก น่าสงสัยว่าภายในองค์กรน่าจะมีความขัดแย้งกันเองเลยออกมารูปแบบนี้ ถ้าสถาณการเป็นแบบนี้มาสด้าแย่นะครับ รุ่นใหม่ที่กำลังเปิดตัวแต่กลับไม่ประทับใจแบบนี้ เทียบกับ86/brzที่เป็นคู่แข่งโดยตรงแล้วไม่น่าสนใจเลย :-\
-
ผมกลับมอง BRZ น่าเล่นกว่าเยอะเลย
-
กลับกัน ผมมองว่าทีม Mazda กำลังรักษาเอกลักษณ์ความเป็น Miata ไว้ในพิกัดตัวเอง ไม่เข้าไปแข่งกับ 86 ตรงๆ
ประมาณว่าถ้า 86 คือตัวแทนของรถขับสนุกแบบไม่แรงแต่พร้อมจะกวาดตูดตลอดเวลา ไว้ลงแทร็กหรือไว้เกรียนวันหยุด
Mx5 ก็เป็นตัวแทนของคนที่ขับรถแบบสุภาพแต่ชอบความคล่องแคล้วแบบควบคุมได้ไม่เน้นขับเวลา ไว้ขับตามไหล่เขาชมวิวทิวทัศน์
แล้วด้วยนิสัยคนยุ่น ถ้าโจทย์เป็นแบบนี้คงไม่ทำแรงม้ามาเยอะ เพราะทางสั้นๆแรงม้ามากไปลากรอบไม่ทันไรก็ต้องผ่อน คงไม่ชอบ
-
ผมมองว่า Mazda กำลังวางแผนเพิ่มกำลังในเครื่อง SkyActiv Gen 2 รวมไปถึงลดอัตราสิ้นเปลืองและมลพิษลง
ซึ่งอาจจะบอกได้ว่ามีแชสซีที่รองรับกำลังมากกว่านี้อยู่แล้ว รอเวลาเพิ่มกำลังเท่านั้น
สังเกตุว่า ตั้งแต่เปิดตัวเครื่อง 1.5 SkyActiv ในรุ่น 2 และ 3 ก็มีแรงม้าแค่ 100 ตัวเท่านั้น
รุ่น 2.0L ที่น่าจะเทียบกับ GT86 สูสี
รุ่น 1.5L อาจจะแข่งกับ Honda S1000 ( S660 ) ก็ได้
ตามข่าว เครื่อง 1.0L 3 สูบ turbo 130 มัา น้ำหนัก 1 ตัน
-
ของ Fiat ที่เอา โครง ND ไปทำ น่าสนใจกว่าครับ
ได้ยินว่า Fiat 124 Spider จะใช้เครื่องของเฟียตเอง บล็อก 1.4 multiair ประมาณ 170-200 ม้า เวอร์ชั่น Abarth แรงกว่านั้นไปอีก
ดีไซน์ Retro เอา 124 Spider (1966-1982) มาทำใหม่ซะด้วย
-
อย่างนี้ก่อนนะครับ
สมดุล 50:50 มันไม่ได้อยู่ที่พละกำลังนะครับ
มันอยู่ที่การกระจายน้ำหนักของตัวรถเพื่อความสมดุลด้านการทรงตัว อย่าเพิ่งหลงประเด็น
miata เป็น roadster ที่ไม่ได้มุ่งเน้นความแรงเป็นเรื่องหลัก
สิ่งสำคัญคือการบังคับควบคุมที่มาพร้อมกับพละกำลังที่เหมาะสม