Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: Pranhirun ที่ กุมภาพันธ์ 13, 2015, 22:05:36
-
อยากลองใช้ BMW ดูบ้างครับ แต่งบประมาณจำกัดทำได้แค่มือสองครับ
อยากทราบรายละเอียด option ของแต่ละรุ่นไว้พิจารณาในการเลือกซื้อรถเพื่อจะได้ไม่ถูกหลอกครับ
งบ 600K +/- เล็งรุ่น TOP 320i ควรเลือกช่วงปีไหนและพิจารณาอะไรบ้างครับ
ต้องเตรียมงบบูรณะอีกเท่าไรครับหลังจากได้รถมาและ ค่าใช้จ่ายรายปี เช่น น้ำมันเครื่อง ประกันฯ อีกประมาณเท่าไรต่อปีครับ
ช่วยแนะนำอู่ที่ไว้ใจได้ก็ดีครับ
มีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษไหมครับ เช่น เกียร์ ฯลฯ
ขอบคุณครับ
-
งบ 600 k E90 320i คงได้ประมาณปี 08 เป็นตัวก่อน LCI ถ้าได้ตัว LCI ปี 09 ก็จะดีมาก ถ้าเพิ่มเงินบ้างอาจเล่นตัวดีเซลดีกว่า ตอนดูรถพยายามสังเกตุการทำงานของเกียร์ เกียร์ ZF 6 speeds ตัวนี้ดีแต่ควรได้รับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์+กรอง ที่ประมาณแสนโลเป็นอย่างช้า ราคาอู่นอกศูนย์ดีๆอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นกว่า
ลองถามเจ้าของเก่าดูว่า maintenance อะไรมาบ้าง รถ 5 ปี วิ่งแสนโลอาจมีโช๊ค 4 ต้นและยางรองเบ้า อีกประมาณ 3 หมื่นกว่า (อู่นอกใช้โช๊ค SACH)
เป็นรถที่ดี ขับสนุกตรับ ผมเชียร์ ในฐานะที่เป็นเจ้าของ E90 320d มา 5 ปีขับถึง 135,000 กิโล ไม่เคยเสีย ถ้าใช้ต่อก็คงมีต้องเปลี่ยนอะไหล่หลักเช่นที่กล่าวมา ยาง 4 เส้นประมาณ 2 หมื่น แต่ถ้าใช้ run-flat ประมาณเกือบ 4 หมื่น เปลี่ยนทุก 5 หมื่นโล แบต Bosch ลูกละประมาณ 6-7 พัน แต่อยู่ได้ราว 4-5 ปี
ขอให้เจอรถดี ครับ
-
ผมว่าปีไหน ไม่สำคัญ แต่ต้องเจอรถที่เจ้าของรักษาครับ
ถ้าเจอเจ้าของแบบที่ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามที่ศูนย์บอกทุก 25000 km ไม่เคยเปลี่ยนนำ้มันเกียร์เลย รับรองปัญหาตามมาแน่ๆ
จุดที่ต้องระวังที่หลายคนในเนตบอกกันของรุ่นนี้คือ เกียร์ แต่เชื่อมั้ย เท่าที่ผมขับมา กับถามเพื่อนๆที่ใช้รุ่นนี้กันตั้งแต่มือ1 ยังไม่เคยมีคนที่ผมรู้จักเกียร์พังเลย ที่ผมเคยเจอที่กระตุกมาจากคอลย์จุดระเบิดมากกว่า
ค่าบำรุงรักษาตกอยู่ปีละ 60000-100000 ครับ อันนี้เข้าศูนย์+อู่นอกคละๆกันไปนะ
อู่ที่ไว้ใจได้ ไม่ค่อยมีเลยครับ ผมใช้วิธีเข้าศูนย์ ถ้าไม่แพงก็ซ่อมศูนย์ ถ้าแพงก็โทรถามอู่นอกให้เค้าประเมินราคาเอา
สรุปรุ่นนี้คุ้มครับ ขับดี ไม่ค่อยจุกจิกเท่าไร ราคาลงมาเยอะๆมากๆ จากใจคนซื้อมือ1 มาครับ
-
แนะนำให้เก็บเงินอีกนิดเพิ่มไปเล่นดีเซลครับ ตัวเบนซินมันมีเครื่องฝาสองสีถ้าจำไม่ผิดนะ
ส่วนเกียร์ก็ต้องดูดีๆเลยครับ Solinoid valve ชอบเสียถ้าไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเกียร์มานาน
-
ตามงบจะได้ตัว 320 ปีเก่าๆหน่อยครับ เครือง n46 ถือว่าไม่ค่อยจุกจิกแล้ว ถ้าเจ้าของเดิมดูแลมาดีนะ
ควรเตรียมงบเก็บงานซ่อมไว้สัก 1แสนครับ เพราะตามอายุรถ อะไหล่น่าจะเริ่มเสื่อมหลายอย่าง ถ้าเจ้าของเดิมไม่ค่อยดูแล
อู่ซ่อมไว้ใจได้ รถผมตั้งแต่คัน e36 จนมาคัน e46 ผมใช้บริการอยู่แถวลาดพร้าว 80 แยก 19 เป็นอู่ใหญ่ เครื่องมือครบ ราคาไม่ถูก แต่ไม่แพงบ้าเลือด และไม่มั่ว ยังไงก็ถูกกว่าซ่อมศูนย์บริการเยอะ
-
ที่จริง ผมก็สนใจ ทั้ง อี 90 และ อี 60 .....
หากกลับไปดูคำถามที่ผมสอบถามในเวปนี่แหละ...ราคา สู้ไหวสบายมาก
แต่พอเห็นค่าดูแลเฉลี่ยต่อปี ผมรับไม่ได้ ก็เลยกลับไปยังจุดเดิมคือ ซาบ....สวย สู้ไม่ได้ แต่ ดูแลถูกกว่าเยอะมาก(สำหรับผม)
อย่าง 93ss คันที่ยกให้ลูกไป ปรับสภาพ เปลี่ยนยางชุดเดียว ใช้มาสองปี จ่ายค่า น้ำมันเครื่อง + น้ำมันเกียร์ +ผ้าเบรค รวมไปราว ๆ สองหมื่น ในการวิ่ง สองหมื่นโลเศษ...
อย่างนี้ผมรับไหว....ครับ
-
ค่าดูแลมันอยู่ที่ความเนี๊ยบของเจ้าของรถด้วยคับ
บางคนสตาร์ทเช้าๆมีเสียงแต๊กๆๆ พวกวาวไรงี้ พี่แกเล่นยกเครื่องใหม่ หรือถ่ายของเหลวประโคมของเหลวเทพ , บางคนควันออกท้ายแล้วยังทู่ซี้ขับ
คนขับบีเอ็มมี 2 ประเภท หรืออาจจะ 3
ขับลูกเดียว พังคาเท้าค่อยซ่อม ปีนึงเข้าครั้งเดียว ครั้งละเป็นแสนหรือเกือบ
ซ่อมลูกเดียว นิดๆหน่อยๆเป็นไม่ได้ เสียงดังนิดหน่อยเป็นไม่ได้ < ผมเอง -*-
หรือ แต่งโหด ...................... ซ่อมตามวาระ
e90 ถ้าเป็นผมจะไปหา 325i 330i ปีไหนก็ได้ ค่าดูแลไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่ แต่ถ้าเครื่องพังอันนี้จุกแน่คับ n52 ราคาเครื่องมือ2แพงมาก ฝาดำจะจุกจิกน้อยลง
320 ตัวนี้อืดไปนิด เด๋วจะไปเข้าถึงฟีลบีเอ็มแท้ๆ ;D
-
ค่าดูแลมันอยู่ที่ความเนี๊ยบของเจ้าของรถด้วยคับ
บางคนสตาร์ทเช้าๆมีเสียงแต๊กๆๆ พวกวาวไรงี้ พี่แกเล่นยกเครื่องใหม่ หรือถ่ายของเหลวประโคมของเหลวเทพ , บางคนควันออกท้ายแล้วยังทู่ซี้ขับ
คนขับบีเอ็มมี 2 ประเภท หรืออาจจะ 3
ขับลูกเดียว พังคาเท้าค่อยซ่อม ปีนึงเข้าครั้งเดียว ครั้งละเป็นแสนหรือเกือบ
ซ่อมลูกเดียว นิดๆหน่อยๆเป็นไม่ได้ เสียงดังนิดหน่อยเป็นไม่ได้ < ผมเอง -*-
หรือ แต่งโหด ...................... ซ่อมตามวาระ
e90 ถ้าเป็นผมจะไปหา 325i 330i ปีไหนก็ได้ ค่าดูแลไม่ได้เพิ่มขึ้นเท่าไหร่ แต่ถ้าเครื่องพังอันนี้จุกแน่คับ n52 ราคาเครื่องมือ2แพงมาก ฝาดำจะจุกจิกน้อยลง
320 ตัวนี้อืดไปนิด เด๋วจะไปเข้าถึงฟีลบีเอ็มแท้ๆ ;D
อยากเปลี่ยนรถเมื่อไรบอกนะครับ จะไปต่อคิวซื้อครับ ^^
-
อู่ซ่อมไว้ใจได้ รถผมตั้งแต่คัน e36 จนมาคัน e46 ผมใช้บริการอยู่แถวลาดพร้าว 80 แยก 19 เป็นอู่ใหญ่ เครื่องมือครบ ราคาไม่ถูก แต่ไม่แพงบ้าเลือด และไม่มั่ว ยังไงก็ถูกกว่าซ่อมศูนย์บริการเยอะ
อู่นี้ซอยบ้านผม เพื่อนที่ขับ E46 ก็ใช้บริการครับ ชื่ออู่เดียวกับชื่อรถ ที่ตัด W และใส่ จุด ลงไปข้างหลัง ใช่ไหมครับ..
ว่าจะเอา E28 ไปฝากไข้หากได้มา
-
E90 320 หาเครื่องที่เป็น N46N2 ในปีท้ายๆครับ มีการอัพเดทชิ้นส่วนที่เสียเร็วหลายชิ้นเลยครับ
-
หาตัว LCI เถอะครับตอนผมใช้ออกตอนมาใหม่ๆเลยตัว PRE LCI เคลมวัสดุภายในไปหลายชิ้นเลยถ้า
หาไม่ได้จะซ่อมสีภายในมีหลายที่ลองหาดูถ้าไม่ชัว PM มาได้ครับตัว LCI ปรับแก้เปลี่ยนวัสดุที่มองเห็นและไม่เห็นเยอะมากผมว่าเป็นช่วงส่งผ่านเทคโนโลยีพอดี
จาก E46 มา E90 โดยเฉพาะระบบอิเล็กทรอนิคเล่น LCI สบายใจกว่าเยอะครับและควรหารถที่มี BSI เหลือไว้เผื่อมีปัญหาจะได้ไม่ต้องเสียตังครับ
รวมถึงลดความเสี่ยงเรื่องเกียร์ไปเยอะและสภาพรถตามอายุครับเพิ่มงบเล่น LCI ดีกว่าครับแนะนำเป็น 320d แรงประหยัดหรือถ้าเบนซิน 320i ขึ้นไป
ถ้าเพิ่มงบหรือผ่อนเพิ่มได้แนะนำเล่น Accord หรือ Camry ใหม่ไปเลยเพราะเอามาก็ต้องมีซ่อมเรื่อยๆครับเอารถใหม่ไปเลยดีกว่าเล่นแคมรี่เครื่องใหม่ดีกว่าครับถ้าชอบรถเก๋ง E90 อยากให้หาลองขับมากๆครับผมพูดตรงๆว่ารถญี่ปุ่นสบายใจกว่า
ถ้าไม่หาตัว LCI อย่าเสี่ยงเลยเตือนด้วยความหวังดีเพราะรถสภาพดีๆหายากครับถ้าอยากได้จริงๆใจเย็นๆค่อยๆดูของดีมีแต่หายากหน่อยส่วนใหญ่ปล่อยก็มีปัญหาทั้งนั้นหรือไม่ก็เบื่อดูประวัติการซ่อมบำรุงดีๆขอลองขับจับอาการของเกียร์ด้วยครับ
ถ้ากระตุกก็ปล่อยผ่านเลย
-
E90 320 หาเครื่องที่เป็น N46N2 ในปีท้ายๆครับ มีการอัพเดทชิ้นส่วนที่เสียเร็วหลายชิ้นเลยครับ
เริ่มตั้งแต่ปีไหนครับ?
มีจุดสังเกตุไหมครับว่าเป็น N46N2
ขอบคุณครับ
-
ลองมองๆหา325iM sport ที่แรงแต่ประหยัด วิ่งด้วยE20 ของแต่งติดตัวมาแต่เดิมนั้นชุดช่วงล่างM ยันเหล็กกันโคลงหน้าหลัง
เป็นของหายากในตลาดมันมีเพียง48คันเท่านั้นเอง. มันคือ6สูบN/Aเสียงหวานรุ่นสุดท้ายของSerise3 ลองหาเก็บได้ครับ
-
E90 320 หาเครื่องที่เป็น N46N2 ในปีท้ายๆครับ มีการอัพเดทชิ้นส่วนที่เสียเร็วหลายชิ้นเลยครับ
เริ่มตั้งแต่ปีไหนครับ?
มีจุดสังเกตุไหมครับว่าเป็น N46N2
ขอบคุณครับ
ผมก็ไม่ทันดูว่าตั้งงบไว้ 6 แสน คงยังไม่ได้ n46n2 ด้วยงบนี้นะครับ
เครื่องตระกูลN4x ที่เป็น Valvetronic ทุกรุ่น ไม่ใช่รถที่ทนอะไรมากมายครับ วิ่งได้แสนกว่าโลเครื่องก็ออกอาการเสียหายตามจุดต่าง ๆ บ้างแล้ว
ตัวที่ทนจริง ๆใน N4X คื N43, N45 ไม่ได้มีขายในบ้านเราทั้งคู่ ขอไม่พูดถึงแล้วกัน เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะพูด
เครื่อง N42B18 เคยได้รางวัลengine of the year ก็ไม่เคยมีขายบ้านเราอีก บ้านเรามีแต่ N42B20 ตัวแสบ ที่หากว่าใครเป็นเจ้าของโดยไม่ได้ทำอะไรกับเครื่องจนครบ 2 แสนกิโล กรุณาแสดงตนด้วย ถ้าคุณเล่นหวย ก็บอกด้วยจะตามไปซื้อ คนอะไรโชคดีชิหาย
เครื่อง N46 ใน E90 ปีแรก ๆ มันมีปัญหาที่ผมกล้าพูดเลยว่าคนหลายคนต้องเจออยู่คือ ไดชาร์จ แอร์ ซีลท้ายเครื่อง เพราะผมยังไม่เห็นใครรอดถึง 2 แสนโล ต้องเจอแน่ ๆ 1 ในสามนี่
เกียร์อัตโนมัติที่ผูกมากับเครื่องตัวนี้ มันรักษาอุณหภูมิในห้องเกียร์ที่100 องศา เพราะมันไว้ใช้ลุยหิมะด้วย ทำให้น้ำมันเกียร์ร้อนตลอดเวลา เป็นการออกแบบที่ดีนะครับ เพราะนอกจากจะลุยหิมะได้ ยังเป็นการไล่ความชื้นไปในตัว ซึงกับเมืองไทยคงใช้ได้ไม่นาน ต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์บ่อย ๆ
พอมาเป็น N46N2 เขาปรับเรื่องการจ่ายน้ำมัน และระบบควบคุมไอเสียใหม่ และยังมีชิ้นส่วนพวกชุดท่อน้ำ ทางน้ำ ซีล ไดชาร์จrevision ใหม่ คอมแอร์revision ใหม่ มาด้วย แต่เกียร์ก็ไม่ได้พัฒนาอะไรเลย ก็ยังเน้นร้อน ลุยหิโมะได้เหมือนเดิม
รถ BMW เขามี BSI ให้ครับ ทำให้บริษัทต้องหาทางทำให้รถพ้น 5 ปี 1 แสนโลโดยมีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด เขาก็เลยใช้น้ำมันเกียร์สังเคราะห์แท้แล้วบอกว่า ไม่ต้องเปลี่ยนตลอดอายุการใช้งาน เฉพาะเมืองไทย เพราะผมไปดูในคู่มือบำรุงรักษาของฝรั่งมันมีบอกให้ทำทุก 6 หมื่นไมล์คือเปลี่ยนน้ำมันเกียร์กรองน้ำำมันเกียร์ ซีลอ่างเกียร์ calibrate transmission oil pressure ที่Vane pumpฯลฯ
ถ้าผมจะซื้อรถรุ่นนี้มือสอง ผมคงต้องลองขับ ลองสตาร์ท ลองฟังเสียง ดึงก้านน้ำมันเครื่อง เอาไฟส่องน้ำหล่อเย็น ฯลฯ ซึ่งถ้าคุณไม่รู้ว่าผมพล่ามอะไรอยู่ อย่าซื้อครับ