Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: vachirapoly ที่ สิงหาคม 04, 2015, 12:49:09
-
อยากทราบว่าระบบ DAC ที่ใช้ลงทางลาดชัน ใช้อย่างไรครับ เราควบคุมมันอย่างไรได้บ้าง สมมติเหตุการณ์ในชีวิตจริงเช่น ผมกำลังจะลงเขา ที่ภูทับเบิก ผมใช้ระบบนี้ลงมาโดยไม่แตะคันเร่งหรือเบรคเลยใช่รึเปล่า แล้วควบคุมความเร็วอย่างไร ยกเลิกอย่างไร เงื่อนไขต่างๆ... ขอบคุณครับ
-
ระบบ DAC หรือ HDC ตามแต่จะเรียกกันนี้ ใช้งานง่ายๆครับ ก่อนลงทางชัน กดสวิทช์ และปล่อยเท้าจากคันเร่งและเบรค ควบคุมพวงมาลัยอย่างเดียวครับ
* บางรุ่นอาจจะมีขั้นตอนเพิ่มเติมเช่น ต้องใส่เกียร์ L หรือเลือกเกียร์ให้เป็น 1 แล้วถึงจะกดให้ระบบทำงานได้ บางรุ่นอาจจะต้องเลือกระบบขับเคลื่อนให้เป็น 4L ด้วยอันนี้แล้วแต่รุ่นครับ
ระบบมันจะคุมความเร็วในการไต่ลงเอง ส่วนมากอยู่แถวๆ 7-8 km/h ซึ่งต่ำเกินไปสำหรับการขับขี่บนถนนปรกติ ไม่ควรใช้อย่างยิ่งเวลาขึ้นลงทางบนภูเขาหรือดอยทั่วๆไปที่ชันพอประมาน เพราะเสี่ยงที่จะถูกรถที่ตามมาชนได้
เป้าหมายของระบบนี้คือ ใช้เพื่อช่วยหยอดลงเนินที่มีความชันมากๆ โดยที่ไม่ไถลหรือเสียการควบคุม ยิ่งในสภาพพื้นผิวที่ลื่นไถลง่ายๆ ในรถที่ไม่มีระบบนี้ หากเรากดเบรคแรงเกินไปอาจจะทำให้เสียการควบคุมได้ง่าย
ส่วนใหญ่จะตัดการทำงานเมื่อผู้ขับกดเบรคหรือคันเร่ง และจะทำงานที่ความต่ำเท่านั้น น่าจะไม่เกิน 30 km/h แต่ระบบนี้ถ้าเป็นในรถบางรุ่นนี้สามารถปรับตั้งค่าความเร็วได้ว่าจะให้ระบบลงด้วยความเร็วเท่าไหร่
อย่างที่ จขกท ใช้งาน ตัวผมไม่เคยขึ้นภูทับเบิกมาก่อนคงฟันธงไม่ได้ แต่เคยลงทางเขาที่มีลักษณะทางที่เป็นผิวดินแดงฝุ่นขรุขระ และมีความชันมาก ไม่มีรถตามเลยลองใช้ดู มันช่วยได้มากครับความเร็วการไต่ลงมันจะคงที่ เราบังคับทิศทางอย่างเดียว
ส่วนตัวผมมองว่าในชีวิตประจำวันแทบไม่ได้ใช้งานครับ อย่างมากก็ลองใช้เล่นๆให้รู้ไว้ว่ามันทำงานอย่างไรได้เวลาวนลงจากตึกจอดรถ*แต่ต้องเป็นช่วงที่ไม่มีใครขับตามนะ
ผมได้ยินเซลล์หลายคนมากๆให้ข้อมูลผิดๆกับลูกค้า ว่าสามารถใช้เวลาวิ่งลงเขาได้เลยอย่างนู้นอย่างนี้ กลัวจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่ คือมันใช้ลงเขาได้จริงแต่ ไม่ใช่ในสถานะการณ์การขับขี่ทั่วไปบนถนนสาธารณะเพราะมันช้าเกินไป อาจจะเกิดอันตรายได้ครับ
-
จขกท ใช้รถอะไรครับ หรือ ถามเอาไปใช้กับรถอะไรครับ เพราะ ระบบนี้ไม่ได้มีเอาไว้ลงเขาแบบภูทับเบิก
ความเร็วน่าจะต่ำเกินไป ควรใช้วิธีอี่นเลยถามถึงรถ ครับ
ระบบนี้น่าจะใช้กับทางชันมาก และ ลื่นเป็นกรวด เพื่อให้สมาธิอยู่ที่พวงมาลัยครับ
ภูทับเบิก ผมขับปาเจโร่สปอร์ต ลงโดยใช้ PADDLE SHIFT เลือกเกียรต่ำไว้ก่อน เปลี่ยนเกียรเองเหมือน
เกียรกระปุก เท้าคอยแตะเบรคชลอเท่าที่จำเป็น มือจะอยู่ที่พวงมาลัยตลอดครับ
-
รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีชุดทรานเฟอร์สมันก็ใช้ได้นะครับ ผมใช้เกียร์ตำแหน่ง L และเกียร์ขับเคลื่อน 4 ล้ออยู่ตำแหน่ง LL แต่รุ่นใหม่ ๆ จะสะดวกขึ้นคือมีปุ่มกดปุ่มเดียวก็ช่วยในการลงทางชันได้เลย เพิ่มความสะดวกในใช้การงาน
ความจำเป็นในการใช้ ของพวกนี้ส่วนใหญ่มันมักจะมากับรถขับเคลื่อน 4 ล้อจำเป็นมากกว่ารุ่น 2wd
การใช้งานจะใช้ตามข้างบนบอกคือลงทางชันมาก ๆ หรือทางลงที่มันลื่น ๆ ชัน หรือช่วงโค้งหักศอก มันจะปลอดภัยมากคือเกียร์จะหน่วงเครื่องยนต์เอาไว้ไม่ต้องใช้เบรคขณะลงทางลาดชันมากขนาดนี้เพราะเบรคอาจจะแตกหรือเสียหายเบรคไหม้หรือป้องกันอุบัติเหตุได้ คนขับรถเพียงแค่คุมพวงมาลัยให้อยู่มือในทางบังคับเท่านั้นเอง ผมมักจะใช้บนถนนออฟโรด หรือบนเขาทางออฟโรด มันจำเป็นจริง ๆ ครับ ใช้เบรคไม่ได้
แต่ก็ตามที่ข้างบนบอกเช่นกันว่าไม่ควรใช้บนถนนปกติ เพราะรถที่ตามหลังมาส่วนใหญ่เป็นรถขับ 2wd สมรรถนะมักจะด้อยกว่าเรายามเจอถนนแบบนี้และเขามักใช้เบรคมากกว่า ทำให้เบรคขณะลงเขามีระยะมากหรือตกใจตอนเจอเราลงเขาด้วยความเร็วต่ำ ทำให้เกิดอุบัติเหตุชนท้ายขึ้นมาได้ ถ้าเส้นทางนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีรถหนาแน่นตลอด ไม่ควรใช้ และถ้าไม่ใช่สภาพเส้นทางที่ผมบอก้ไม่ควรใช้เช่นกันเพราะความเร็วในการลงเขาต่ำมาก ไม่ต้องใช้เบรคเลย ทำให้รถที่ตามมาหลังมาจะตกใจเบรคไม่ทันได้
-
คันเดิมเป็น FORTUNER 2.7 2WD โฉมแรก ครับ
กรณีภูทับเบิก ผมขนของหนัก+นั่ง7 พยายามใช้เอ็นจินเบรคแล้ว แต่สุดท้ายเบรคไหม้เพราะ...
พอใช้เกียร์1 รอบสูงพอสมควร ความเร็วช้าเกินไป คันหลังวิ่งกันไม่สมูทครับ เกรงใจเขา
พอใช้เกียร์2 ก็เร็วไปหน่อย เลยเลียเบรค สลับ1-2จนถึงโค้งสุดท้าย เบรคไหม้พอดี ใจจริงอยากได้เกียร์1.5คงพอดีเลยแหละ
**ส่วนหนึ่งยอมรับครับว่ามาครั้งแรกด้วย ไม่รู้จังหวะทางชันน้อยชันมาก แล้วลงมาพรวดเดียวไม่มีพัก เลยเกิดปัญหาดังกล่าว**
กรณีห้วยคอกหมู ทางเป็นหินลอย ลูกรัง ตอนลงก็ปัญหาคล้ายกันคือ เกียร์1ช้าไป เกียร์2เร็วไป
บางจังหวะ 1ยาวๆก็ความเร็วเพิ่มขึ้นอีก ขนของหนัก นั่งเยอะเช่นกัน แต่เบรคไม่ไหม้ น่าจะเพราะผ้าเบรค
ที่ทนความร้อนสูงขึ้น และน้ำมันเบรค DOT4
ตอนนั้นคิดแค่อยากได้เครื่องเบนซิน เผื่อติดแก๊ส ซึ่งขับ4เลิกขายแล้ว และเป็นมือใหม่ในการใช้รถประเภทนี้ วิ่งในเมือง95%
ระยะหลังเที่ยวป่าเขามากขึ้น เพราะรถเป็นใจ นั่งเยอะ สัมภาระเต็มตลอด เที่ยวสนุกมั่กๆ แต่ก็ยังมีบางสถานที่ที่ต้องเป็น 4WD
ถึงจะไปไหว และต้องการความปลอดภัยที่มากขึ้น ทำให้ต้องการเปลี่ยนรถเป็น 4WD ซึ่งที่เล็งไว้ก็มี FTN PJS EV
- ชอบFTN ที่ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร ความอเนกประสงค์ตอบโจทย์ได้ ทน ไม่จุกจิก
- ชอบEV ที่มีหลังคากระจก เพิ่มความโปร่งสบาย ดิสเบรค4ล้อ
- ชอบPJS สำหรับระบบความปลอดภัย และราคา...
-
คันเดิมเป็น FORTUNER 2.7 2WD โฉมแรก ครับ
กรณีภูทับเบิก ผมขนของหนัก+นั่ง7 พยายามใช้เอ็นจินเบรคแล้ว แต่สุดท้ายเบรคไหม้เพราะ...
พอใช้เกียร์1 รอบสูงพอสมควร ความเร็วช้าเกินไป คันหลังวิ่งกันไม่สมูทครับ เกรงใจเขา
พอใช้เกียร์2 ก็เร็วไปหน่อย เลยเลียเบรค สลับ1-2จนถึงโค้งสุดท้าย เบรคไหม้พอดี ใจจริงอยากได้เกียร์1.5คงพอดีเลยแหละ
**ส่วนหนึ่งยอมรับครับว่ามาครั้งแรกด้วย ไม่รู้จังหวะทางชันน้อยชันมาก แล้วลงมาพรวดเดียวไม่มีพัก เลยเกิดปัญหาดังกล่าว**
กรณีห้วยคอกหมู ทางเป็นหินลอย ลูกรัง ตอนลงก็ปัญหาคล้ายกันคือ เกียร์1ช้าไป เกียร์2เร็วไป
บางจังหวะ 1ยาวๆก็ความเร็วเพิ่มขึ้นอีก ขนของหนัก นั่งเยอะเช่นกัน แต่เบรคไม่ไหม้ น่าจะเพราะผ้าเบรค
ที่ทนความร้อนสูงขึ้น และน้ำมันเบรค DOT4
ตอนนั้นคิดแค่อยากได้เครื่องเบนซิน เผื่อติดแก๊ส ซึ่งขับ4เลิกขายแล้ว และเป็นมือใหม่ในการใช้รถประเภทนี้ วิ่งในเมือง95%
ระยะหลังเที่ยวป่าเขามากขึ้น เพราะรถเป็นใจ นั่งเยอะ สัมภาระเต็มตลอด เที่ยวสนุกมั่กๆ แต่ก็ยังมีบางสถานที่ที่ต้องเป็น 4WD
ถึงจะไปไหว และต้องการความปลอดภัยที่มากขึ้น ทำให้ต้องการเปลี่ยนรถเป็น 4WD ซึ่งที่เล็งไว้ก็มี FTN PJS EV
- ชอบFTN ที่ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร ความอเนกประสงค์ตอบโจทย์ได้ ทน ไม่จุกจิก
- ชอบEV ที่มีหลังคากระจก เพิ่มความโปร่งสบาย ดิสเบรค4ล้อ
- ชอบPJS สำหรับระบบความปลอดภัย และราคา...
รุ่นน้องที่เคยใช้ FTN รุ่น2 ดีเชลแต่เลือกเกียรไม่ได้ มีแต่D1 D2 ก็เคยมีปัญหาบ้างตอนลงเขาเพราะจับจังหวะเกียร
ลำบาก แต่รถ PPV รุ่นใหม่ทั้ง 3 ตัวมี paddle shift ให้เลือกเกียรเองทั้งหมด คงไม่เป็นปัญหาแล้วครับ
-
ระบบ DAC หรือ HDC ตามแต่จะเรียกกันนี้ ใช้งานง่ายๆครับ ก่อนลงทางชัน กดสวิทช์ และปล่อยเท้าจากคันเร่งและเบรค ควบคุมพวงมาลัยอย่างเดียวครับ
* บางรุ่นอาจจะมีขั้นตอนเพิ่มเติมเช่น ต้องใส่เกียร์ L หรือเลือกเกียร์ให้เป็น 1 แล้วถึงจะกดให้ระบบทำงานได้ บางรุ่นอาจจะต้องเลือกระบบขับเคลื่อนให้เป็น 4L ด้วยอันนี้แล้วแต่รุ่นครับ
ระบบมันจะคุมความเร็วในการไต่ลงเอง ส่วนมากอยู่แถวๆ 7-8 km/h ซึ่งต่ำเกินไปสำหรับการขับขี่บนถนนปรกติ ไม่ควรใช้อย่างยิ่งเวลาขึ้นลงทางบนภูเขาหรือดอยทั่วๆไปที่ชันพอประมาน เพราะเสี่ยงที่จะถูกรถที่ตามมาชนได้
เป้าหมายของระบบนี้คือ ใช้เพื่อช่วยหยอดลงเนินที่มีความชันมากๆ โดยที่ไม่ไถลหรือเสียการควบคุม ยิ่งในสภาพพื้นผิวที่ลื่นไถลง่ายๆ ในรถที่ไม่มีระบบนี้ หากเรากดเบรคแรงเกินไปอาจจะทำให้เสียการควบคุมได้ง่าย
ส่วนใหญ่จะตัดการทำงานเมื่อผู้ขับกดเบรคหรือคันเร่ง และจะทำงานที่ความต่ำเท่านั้น น่าจะไม่เกิน 30 km/h แต่ระบบนี้ถ้าเป็นในรถบางรุ่นนี้สามารถปรับตั้งค่าความเร็วได้ว่าจะให้ระบบลงด้วยความเร็วเท่าไหร่
อย่างที่ จขกท ใช้งาน ตัวผมไม่เคยขึ้นภูทับเบิกมาก่อนคงฟันธงไม่ได้ แต่เคยลงทางเขาที่มีลักษณะทางที่เป็นผิวดินแดงฝุ่นขรุขระ และมีความชันมาก ไม่มีรถตามเลยลองใช้ดู มันช่วยได้มากครับความเร็วการไต่ลงมันจะคงที่ เราบังคับทิศทางอย่างเดียว
ส่วนตัวผมมองว่าในชีวิตประจำวันแทบไม่ได้ใช้งานครับ อย่างมากก็ลองใช้เล่นๆให้รู้ไว้ว่ามันทำงานอย่างไรได้เวลาวนลงจากตึกจอดรถ*แต่ต้องเป็นช่วงที่ไม่มีใครขับตามนะ
ผมได้ยินเซลล์หลายคนมากๆให้ข้อมูลผิดๆกับลูกค้า ว่าสามารถใช้เวลาวิ่งลงเขาได้เลยอย่างนู้นอย่างนี้ กลัวจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่ คือมันใช้ลงเขาได้จริงแต่ ไม่ใช่ในสถานะการณ์การขับขี่ทั่วไปบนถนนสาธารณะเพราะมันช้าเกินไป อาจจะเกิดอันตรายได้ครับ
ที่ฟังจากรายการSpeed Talk พิธีกรอธิบายว่าในPJSใหม่จะล้ำมากคือสามารถปรับเพิ่มหรือลดความเร็วที่พวงมาลัยได้อีกด้วยครับ
-
ระบบ DAC หรือ HDC ตามแต่จะเรียกกันนี้ ใช้งานง่ายๆครับ ก่อนลงทางชัน กดสวิทช์ และปล่อยเท้าจากคันเร่งและเบรค ควบคุมพวงมาลัยอย่างเดียวครับ
* บางรุ่นอาจจะมีขั้นตอนเพิ่มเติมเช่น ต้องใส่เกียร์ L หรือเลือกเกียร์ให้เป็น 1 แล้วถึงจะกดให้ระบบทำงานได้ บางรุ่นอาจจะต้องเลือกระบบขับเคลื่อนให้เป็น 4L ด้วยอันนี้แล้วแต่รุ่นครับ
ระบบมันจะคุมความเร็วในการไต่ลงเอง ส่วนมากอยู่แถวๆ 7-8 km/h ซึ่งต่ำเกินไปสำหรับการขับขี่บนถนนปรกติ ไม่ควรใช้อย่างยิ่งเวลาขึ้นลงทางบนภูเขาหรือดอยทั่วๆไปที่ชันพอประมาน เพราะเสี่ยงที่จะถูกรถที่ตามมาชนได้
เป้าหมายของระบบนี้คือ ใช้เพื่อช่วยหยอดลงเนินที่มีความชันมากๆ โดยที่ไม่ไถลหรือเสียการควบคุม ยิ่งในสภาพพื้นผิวที่ลื่นไถลง่ายๆ ในรถที่ไม่มีระบบนี้ หากเรากดเบรคแรงเกินไปอาจจะทำให้เสียการควบคุมได้ง่าย
ส่วนใหญ่จะตัดการทำงานเมื่อผู้ขับกดเบรคหรือคันเร่ง และจะทำงานที่ความต่ำเท่านั้น น่าจะไม่เกิน 30 km/h แต่ระบบนี้ถ้าเป็นในรถบางรุ่นนี้สามารถปรับตั้งค่าความเร็วได้ว่าจะให้ระบบลงด้วยความเร็วเท่าไหร่
อย่างที่ จขกท ใช้งาน ตัวผมไม่เคยขึ้นภูทับเบิกมาก่อนคงฟันธงไม่ได้ แต่เคยลงทางเขาที่มีลักษณะทางที่เป็นผิวดินแดงฝุ่นขรุขระ และมีความชันมาก ไม่มีรถตามเลยลองใช้ดู มันช่วยได้มากครับความเร็วการไต่ลงมันจะคงที่ เราบังคับทิศทางอย่างเดียว
ส่วนตัวผมมองว่าในชีวิตประจำวันแทบไม่ได้ใช้งานครับ อย่างมากก็ลองใช้เล่นๆให้รู้ไว้ว่ามันทำงานอย่างไรได้เวลาวนลงจากตึกจอดรถ*แต่ต้องเป็นช่วงที่ไม่มีใครขับตามนะ
ผมได้ยินเซลล์หลายคนมากๆให้ข้อมูลผิดๆกับลูกค้า ว่าสามารถใช้เวลาวิ่งลงเขาได้เลยอย่างนู้นอย่างนี้ กลัวจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่ คือมันใช้ลงเขาได้จริงแต่ ไม่ใช่ในสถานะการณ์การขับขี่ทั่วไปบนถนนสาธารณะเพราะมันช้าเกินไป อาจจะเกิดอันตรายได้ครับ
ที่ฟังจากรายการSpeed Talk พิธีกรอธิบายว่าในPJSใหม่จะล้ำมากคือสามารถปรับเพิ่มหรือลดความเร็วที่พวงมาลัยได้อีกด้วยครับ
ผมได้ยินผ่านหูมาเหมือนกันว่าควบคุมความเร็วได้ เลยคิดไปต่อเองหนะครับว่าใช้ลงเขาได้เปล่า