Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: yourturle ที่ สิงหาคม 09, 2015, 14:17:02
-
เริ่มต้น ตั้งแต่ volvo 740 760
940 960 ที่มีระบบความปลอดภัย
เพราะทุกชีวิตปลอดภัยในvolvo จึงไม่แปลกว่าทำไม ขายดี
และทุกวันนี้ยังเห็นอยู่เรื่อยๆบนการเดินทาง
นับแต่ 2014 honda ใส่ระบบความปลอดภัย มาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ใน b-sec ทำให้รถตลาดต่างๆ
มาสนใจ safety option หรือว่าตลาดเริ่มซบ จึงทำให้เกิดการแข่งขันในเรื่องใหม่ๆ เพื่อชูจุดเด่นนี้
ผู้บริโภคอย่างเราๆจึงได้รับอานิสงค์ ไปด้วย
อย่าง ครูส เพิ่งรู้จักเมื่อ 2012 และเริ่มใช้เป็น แต่พอคุยกับพ่อบอกมีมาตั้ง นานแล้ว 30กว่าปีup
หรือ vsc trc keyless ไฟท้ายLed มีในwish จึงทำให้ขายดี(พึ่งจะมาhit Led กัน)
ถ้ารถดี option ครบ ดีไชน์ สวย แถมแบรนหลักของตลาดด้วย ถึงแพงก็ขายออกและยอดดี
เพราะดูสมเหตุ สมผล กับราคา(ที่แพง แต่ไม่เวอร์)
-
รถปลอดภัยล้ำ แต่คนขี่รถทั่วไป มอไซด์จักรยาน กระบะดันรางเจอเข้า เราไปบวกกเท่านั้น ขับรถแต่ละทีเสียจิต
หรือรถหรูความปลอดภัยดี แต่คนทั่วไปเลือกรถที่....... ไม่มีอ๊อพชั่นอะไรเลย กลัวกินน้ำมัน กลัวเสีย กลัวซ่อม กลัวแพง ก็เท่าน้้น
-
เห็นด้วยกับคุณ auto ครับ ว่าคนไทยส่วนใหญ่กลัวพวกระบบช่วยเหลือที่มองไม่เห็น เนื่องจากกลัวเสียแล้วจะซ่อมแพง แต่เขาจะชอบพวก จอใหญ่ๆ เครื่องเสียงรอบทิศทาง มากกว่าระบบความปลอดภัยอย่างพวกระบบช่วยเหลือด้านความปลอดภัยอะไรทำนองนี้
-
คือผมไม่ได้แช่งนะครับ แต่ผมคิดว่า คนที่ไม่ได้สนใจหรือแม้แต่ใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน ทั้ง Active และ Passive Safety ทั้งการขับขี่และอุปกรณ์ช่วยเหลือ คนเหล่านี้อาจจะคิดได้ในวันที่เสียคนที่เขารักจากอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะผมเองก็เคยเป็นเช่นกัน
อยากให้คิดเสียว่า ไม่ห่วงชีวิตตัวเองก็ห่วงชีวิตของคนที่เรารักเถอะครับ แม้แต่คนแปลกหน้าบนท้องถนน เราอาจไม่รู้จักเขา แต่เขาอาจจะเป็นพ่อหรือแม่ที่ดีที่สุดของลูก หรืออาจเป็นหัวแก้วหัวแหวนเป็นความหวังของพ่อแม่ของคนบางคนนะครับ
-
คนซื้อรถ บางคนมองแค่ความบันเทิงในรถ กลัวไม่มี DVD ให้ลูกดูการ์ตูน คำตอบแบบนี้ถ้าเป็นฝรั่งมันก็ขำล่ะครับคนอย่างผมก็ขำเหมือนกัน อุตส่าห์คิดค้นคว้ากันตั้งมากมาย คำตอบในการซื้อรถของคนบางกลุ่มคือแค่นี้เองกลัวไม่มี DVD GPS เบาะหนัง ไม่น่าเสียเวลาเอาเงินไปให้บริษัทวิจัยทำข้อมูลการตลาดออกมาเลย
ไม่ต้องไปถามหาความปลอดภัยกันให้เมื่อยหรอก ลูกค้ามีหลายระดับ ความต้องการเค้าก็ไม่เหมือนกัน
อย่างคนเลือก Volvo เค้าก็คิดว่าเงินมีค่าน้อยกว่าชีวิตของเขาและครอบครัว เขาก็ย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เค้าเอง เรื่องอื่นแคร์น้อยลงมา
บางคนเค้าคิดว่าต้องการรถสวยแต่ความปลอดภัยเอามาเป็นเรื่องรอง ๆ เลือกรถที่ความสวยเบาะหนัง เขาคิดแค่นั้น
เพราะฉะนั้นรถจึงต้องมีหลายระดับตามกลุ่มลูกค้า ลูกค้าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการตลาดและ อ๊อพชั่นของรถที่จะออกมา
-
ของแบบนี้ ต้องพัฒนาไปเรื่อยๆละครับ
ตาม ความรู้ ความเข้าใจของแต่ละคน
จะประมาณ ว่า บ้านเราล้าหลัง ประเทศอื่น ไม่ใช่แค่ ความเจริญทางวััตถุ แต่ มันรวมถึงทุกๆอย่างนั่นละ ทั้งด้านความคิด
ใช้เวลา ให้ความรู้
ตอนนี้ คนรุ่นใหม่ อาจจะรู้มาก
แต่อย่าลืมว่ามีคน รุ่นเก่า ที่ไม่รับรู้อะไรอยู่ก็มี
ใช้เวลา เปลี่ยน ถ่ายเลือดครับ
-
สิ่งที่ผมให้ความสำคัญส่วนนึงนอกจากยี่ห้อ ก็คืออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยนี่แหละ
ผมเอง ตอนขับรถคันแรกที่ไม่มี ABS แล้วรถชนจนเบรคไม่อยู่เห็นเสาไฟฟ้าอยู่ตรงหน้าก็เคยมาแล้ว นี่ยังไม่นับกรณีรถชนรถขนปูนโดยที่เพื่อนที่เป็นคนขับ และคนนั่งหน้าไม่คาดเข็มขัด แต่ผมซึ่งนั่งหลังกับเพื่อนอีกคนคาดเข็มขัด
มีอีกครั้งที่เจอคนแซงบนสะพานแล้วรถจะเสียหลัก โชคดีที่รถมีระบบ VSC และ TRC ดึงไว้ ไม่งั้นเจ๊คนขับคงตกสะพานข้ามทางแยกลงข่าวหน้าหนึ่งแน่นอน
แน่นอนว่าการตัดสินใจของคนขับรถเป็นปัจจัยสำคัญมาก การเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงโดยคาดว่าสมรรถะรถจะเอาอยู่ ทำให้ตัวเอง ครอบครัว และผู้ร่วมเดินทาง รับผลกรรมมานักต่อนักแล้ว แต่การมีอุปกรณ์ทั้งแบบ Passive และ Active จะทำให้เสี้ยววินาทีที่จะเกิดเหตุ กลายเป็นแค่ "หวาดเสียว" ได้ แค่นี้ผมว่ามันก็ "คุ้ม" เกินคุ้มแล้ว
แต่ทั้งหลายทั้งปวง ตราบใดที่รถไร้คนขับยังเป็นเรื่องไกลตัว วินัย และมารยาทของผู้ใช้รถ ใช้ถนน รวมไปถึงคนเดินข้ามด้วย จะช่วยลดอุบัติเหตุลง
ปล. ที่บ้านก็เคยใช้ Volvo นะครับ 940 ปลอดภัยมาก แต่ค่าน้ำมันก็ ..... สุดยอดเช่นเดียวกัน
-
ต้องปลูกฝังค่านิยมใหม่ครับ ไม่ใช่แค่เรื่องการปฏิเสธอุปกรณ์ความปลอดภัย แต่เรื่อง Safety Driving รวมทั้งเรื่องเคารพกฎจราจรด้วยครับ ผมเองเป็นคนนึงถ้าต้องซื้อรถซักคัน อุปกรณ์ความปลอดภัยทั้ง Active และ Passive สำคัญกว่าอุปกรณ์ลูกเล่น และเรื่องอบรมตอนสอบใบขับขี่นานๆ ผมว่าควรแทรก Safety Driving Class ไปเถอะครับ บางคนนั่งนานๆ ไปหลับก็เยอะ เอาเวลาไปให้เห็นภาพเรื่องพวกนี้ในสนามจริงดีกว่าครับ เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำคนรู้ว่า อุปกรณ์ความปลอดภัยจำเป็นยังไง ขออภัยที่พาดพิงหลายเรื่องครับ :) :) :)
-
ดีใจที่คนรุ่นใหม่มีความรู้มากขึ้น และมองถึงความปลอดภัยมากขึ้น
คือมองมากกว่าคนโบราณหรือพ่อค้าที่ชอบมองความประหยัดน้ำมันมาก่อน
สังเกตุดูจากคนรุ่นหลังๆ ที่จะซื้อรถ ชอบถามถึง
ระบบความปลอดภัยแบบ active มาก่อน
มี VSC ไหม
มี TRC ไหม
มีระบบป้องกันการชนไหม
ส่วน การประหยัดน้ำมัน, ABS, Air bag เป็นเรื่องลองลงไป
-
ข่าวสารทุกวันนี้มันไว และทั่วถึง ลูกค้าหลายคนก็มองระบบความปลอดภัย ระบบช่วยเหลือต่างๆมาก่อน ซึ่งมันควรจะเป็นอย่างงั้น ขีวิต ความปลอดภัยของคนสำคัญในชีวิต มันสำคัญกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง
ทุกวันนี้ค่ายรถหลายเจ้าก็เน้นระบบความปลอดภัย ใส่ให้เต็มๆตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ในขณะที่รถยนต์อีกหลายค่ายยังเน้นอ๊อฟชั่นฟรุ้งฟริ้ง แต่ระบบความปลอดภัยจัดให้เต็มแค่ตัวท๊อปเท่านั้น ส่วนตัวผมมองว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากที่ลูกค้าหลายคนเลือกจะซื้อรถจากสิ่งที่ตาเห็น แต่มองระบบความปลอดภัยเป็นประเด็นรอง เพราะถ้ารถแบบนี้มีคนซื้อ บริษัทรถยนต์ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใส่มาเพิ่มต้นทุน
-
ข่าวสารทุกวันนี้มันไว และทั่วถึง ลูกค้าหลายคนก็มองระบบความปลอดภัย ระบบช่วยเหลือต่างๆมาก่อน ซึ่งมันควรจะเป็นอย่างงั้น ขีวิต ความปลอดภัยของคนสำคัญในชีวิต มันสำคัญกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง
ทุกวันนี้ค่ายรถหลายเจ้าก็เน้นระบบความปลอดภัย ใส่ให้เต็มๆตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ในขณะที่รถยนต์อีกหลายค่ายยังเน้นอ๊อฟชั่นฟรุ้งฟริ้ง แต่ระบบความปลอดภัยจัดให้เต็มแค่ตัวท๊อปเท่านั้น ส่วนตัวผมมองว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากที่ลูกค้าหลายคนเลือกจะซื้อรถจากสิ่งที่ตาเห็น แต่มองระบบความปลอดภัยเป็นประเด็นรอง เพราะถ้ารถแบบนี้มีคนซื้อ บริษัทรถยนต์ก็เห็นจำเป็นต้องใส่มาเพิ่มต้นทุน
รอต่อไปครับ
ต้องใช้เวลา คาดว่าอีกไม่นาน
แต่ ทุกค่ายก็ เริ่มจัดเต็มแล้ว
ค่ายไหนมันกั๊กก็อย่าไปซื้อ
-
ในเมื่อคนส่วนมากยังเน้นของแต่งและลูกเล่นเล็กน้อยมากกว่าระบบความปลอดภัย บริษัทรถญี่ปุ่นเขาก็ทำตามความต้องการตลาดนั้นละครับ
-
คนซื้อรถ บางคนมองแค่ความบันเทิงในรถ กลัวไม่มี DVD ให้ลูกดูการ์ตูน คำตอบแบบนี้ถ้าเป็นฝรั่งมันก็ขำล่ะครับคนอย่างผมก็ขำเหมือนกัน อุตส่าห์คิดค้นคว้ากันตั้งมากมาย คำตอบในการซื้อรถของคนบางกลุ่มคือแค่นี้เองกลัวไม่มี DVD GPS เบาะหนัง ไม่น่าเสียเวลาเอาเงินไปให้บริษัทวิจัยทำข้อมูลการตลาดออกมาเลย
ไม่ต้องไปถามหาความปลอดภัยกันให้เมื่อยหรอก ลูกค้ามีหลายระดับ ความต้องการเค้าก็ไม่เหมือนกัน
อย่างคนเลือก Volvo เค้าก็คิดว่าเงินมีค่าน้อยกว่าชีวิตของเขาและครอบครัว เขาก็ย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เค้าเอง เรื่องอื่นแคร์น้อยลงมา
บางคนเค้าคิดว่าต้องการรถสวยแต่ความปลอดภัยเอามาเป็นเรื่องรอง ๆ เลือกรถที่ความสวยเบาะหนัง เขาคิดแค่นั้น
เพราะฉะนั้นรถจึงต้องมีหลายระดับตามกลุ่มลูกค้า ลูกค้าจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการตลาดและ อ๊อพชั่นของรถที่จะออกมา
"เจอคำตอบแบบนี้เลยหมดคำถามมมม"
-
ข่าวสารทุกวันนี้มันไว และทั่วถึง ลูกค้าหลายคนก็มองระบบความปลอดภัย ระบบช่วยเหลือต่างๆมาก่อน ซึ่งมันควรจะเป็นอย่างงั้น ขีวิต ความปลอดภัยของคนสำคัญในชีวิต มันสำคัญกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง
ทุกวันนี้ค่ายรถหลายเจ้าก็เน้นระบบความปลอดภัย ใส่ให้เต็มๆตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ในขณะที่รถยนต์อีกหลายค่ายยังเน้นอ๊อฟชั่นฟรุ้งฟริ้ง แต่ระบบความปลอดภัยจัดให้เต็มแค่ตัวท๊อปเท่านั้น ส่วนตัวผมมองว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากที่ลูกค้าหลายคนเลือกจะซื้อรถจากสิ่งที่ตาเห็น แต่มองระบบความปลอดภัยเป็นประเด็นรอง เพราะถ้ารถแบบนี้มีคนซื้อ บริษัทรถยนต์ก็เห็นจำเป็นต้องใส่มาเพิ่มต้นทุน
รอต่อไปครับ
ต้องใช้เวลา คาดว่าอีกไม่นาน
แต่ ทุกค่ายก็ เริ่มจัดเต็มแล้ว
ค่ายไหนมันกั๊กก็อย่าไปซื้อ
เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน
แล้วทุค่าย จะใส่ถุงลมและความปลอดภัยแบบจัดเต็ม
เย้ เย่ เย
-
ไปๆ มาๆ มันก็ต้องพึ่งทางรัฐบาล ให้ลดภาษีหน่อย เพราะใส่ระบบป้องกันมาเยอะ มันก็เสียภาษีจนทำให้รถราคาแพงไปอีก ค่ายรถก็ไม่อยากใส่มาให้
อยากให้มองว่าเป็นความปลอดภัยมากกว่า เพราะไทยจัดว่าตลาดรถยนต์เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ภาษีจึงแพง
-
คนซื้อให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆกัน ต้องหวังพึ่งทางการครับ ดูตามข้อมูล ตามสถิติ ถ้าไม่เก็บก็เริ่มเก็บ
หรือเอาข้อมูลต่างประเทศที่พอจะใช้กับบ้านเราได้ แล้วออกเป็นกฎเลยครับ คนเจ็บคนตายสร้างความเสียหายให้กับส่วนรวมนะครับ ไม่ใช่ชีวิตใครชีวิตมัน ของอย่างนี้พอคำนวณได้ว่าจะเปลืองเพิ่มเท่าไร ลดความสูญเสียได้เท่าไร ถ้ามีข้อมูล เช่น รถทุกคันที่ผลิตหลังจากปี 2012 ต้องมีระบบควบคุมเสถียรภาพด้วยอีเล็คทรอนิคส์
หรือ รถทุกคันต้องมี side airbag แล้วเรื่องต่อเพิ่มกันชนรถบรรทุกอีก ไม่รู้อีกกี่ปีจะได้เห็น
ถ้าพอมีกำลังจ่ายได้ ก็ต้องหาให้ตัวเองกับครอบครัวไปก่อน มีอะไรขึ้นมาไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง ตอนนี้ก็แนวโน้มดีขึ้น ราคารถที่มีระบบปลอดภัยพอสมควรก็พอรับได้มากขึ้น
-
เกือบ 20 ปีที่แล้ว ปลายปี 1998 กระบะ นิรภัย คันแกร่ง ใส่ ABS 4 sensor
Dual airbag คนไทยก็ฮือฮา แต่ยอดขายก็เรื่อยๆ
ผ่านไปไม่ถึง 2 ปี ยี่ห้อดัง ไมเนอร์เชนจ์
ไม่มี ABS ไม่มีถุงลม แล้ว
ขึ้นราคาแพงกว่าเจ้านิรภัย ประมาณ ครึ่งแสน
แต่ใส่ไฟซีนอน
ยอดขายถล่มทลาย
มาวันนี้ ผมว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สำหรับสังคมไทย
คนรุ่นพ่อที่เห่อ ซีนอน ตอนนั้น วันนี้ GEN Y ก็ LED
;)
-
ไปๆ มาๆ มันก็ต้องพึ่งทางรัฐบาล ให้ลดภาษีหน่อย เพราะใส่ระบบป้องกันมาเยอะ มันก็เสียภาษีจนทำให้รถราคาแพงไปอีก ค่ายรถก็ไม่อยากใส่มาให้
อยากให้มองว่าเป็นความปลอดภัยมากกว่า เพราะไทยจัดว่าตลาดรถยนต์เป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ภาษีจึงแพง
อันนี้ละ ของจริงครับ
ราคา รถ ผลิตบ้านเรา ฟัน TAX กัน มันส์เลย
รถ ราคาแพงเกินความ จริง จนคนต้องมองหา รุ่นล่างๆ เพื่อประหยัดเงินในกระเป๋า
ขอ TAX ลดลง 10 % ทุก รุ่น
ผมกล้าบอกเลย ถุงลมหนึ่งถุงที่เบาะ และม่าน ถุงลม ต้นทุน ราคาขาย OEM มันไม่ถึง 10000 บาทแต่ รถหนึ่งคัน ครับ
อย่าถาม งบพัฒนา เพราะ รุ่น Top มันใส่มาให้แล้ว แค่ตัดออก แทบไม่มีผลด้านต้นทุนการพัฒนาเลย
พวก VSC ด้วย รุ่นนอกมี แค่ยก อุปกรณ์มาใส่ จบ ..
ผมมองว่า ทั้ง รัฐบาลและ OEM ต้องเลิกเห็นแก่ตัวด้วย กันทั้งคู่
-
เกือบ 20 ปีที่แล้ว ปลายปี 1998 กระบะ นิรภัย คันแกร่ง ใส่ ABS 4 sensor
Dual airbag คนไทยก็ฮือฮา แต่ยอดขายก็เรื่อยๆ
ผ่านไปไม่ถึง 2 ปี ยี่ห้อดัง ไมเนอร์เชนจ์
ไม่มี ABS ไม่มีถุงลม แล้ว
ขึ้นราคาแพงกว่าเจ้านิรภัย ประมาณ ครึ่งแสน
แต่ใส่ไฟซีนอน
ยอดขายถล่มทลาย
มาวันนี้ ผมว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สำหรับสังคมไทย
คนรุ่นพ่อที่เห่อ ซีนอน ตอนนั้น วันนี้ GEN Y ก็ LED
;)
เปลี่ยนสิครับ
ขอนี้ผมขอเถียง ว่าเปลี่ยนไป
ดูจากยอดขาย รถกะบะ ขอ' Ford แะ Mazda ที่ไม่ได้น่าเกลียดแบบแต่ก่อนแล้ว
กรุงโรมไม่ได้สร้างคืนเดียว
ถามว่า ทำไม ผมไม่ซื้อ Ford และ Mazda เพราะผม หาศูนย์บริการไม่เจอครับ !!!!!!!!!!
แต่ทุกวันนี้ เราได้ Dual airbag แบบ มาตราฐานขั้นต่ำแล้ว ใช่ไหม
ปรบมือครับ ทุกคนปรบมือ กับผู้นำ Dual airbag เจ้าแรกในกะบะ
มาดูเหตุผลในการเลือกรถ กะบะ ขนข้าวผมนะครับ เป็นรถ ทำงานขนของ
กะบะ คันที่ผมซื้อ ไม่มี ABS ครับ แต่มี Dual airbag
เพราะ จุดประสงค์ คือ ราคาถูก เพราะเอามาทำนา ไม่ได้เอาลงทางดำ ไปแข่งกะใคร
และผมขับรถกะบะคันนี้ บนถนนหลวงไม่เกิน 100
คั้นจะไป ISUZU/Ford/Mazda ก็ให้ แค่ airbag ใบเดียว
แถมรุ่นล่าง กะบะ ทุกรุ่นไม่มี ABS เลยในช่วงนั้น
สรุปจบที่เจ้าตลาด ด้วยส่วนลด 50000 บาท
-
คำตอบอยู่ที่ "ตลาด" ครับ
ตราบใดที่ตลาด ยังไม่มีความต้องการสิ่งของชิ้นนั้นๆ การผลิตหรือนำเสนอสินค้านั้นๆ ก็ไม่ตรงจุด ทำให้ ขายไม่ออก สุดท้าย "เจ๊ง"
เราต้องให้ความรู้กับตลาดก่อนครับ เขาถึงจะต้องการสิ่งของเหล่านั้น แล้วผู้ผลิตจะใส่ให้เองให้พอดีกับต้นทุนที่จะลงไป
เช่น จู่ๆ วันนึง ตลาดไม่ต้องการล้อแม็ก อยากได้ ABS + ถุงลมคู่หน้า ไม่อยากได้กระจกไฟฟ้าคู่หลัง เอาแต่คู่หน้า แต่อยากได้กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
ทำไมผู้ผลิตจะไม่ทำตามความต้องการของตลาดครับ
ถ้าเรา Educate ตลาด เสียแต่วันนี้ ต่อไป เขาก็ต้องการเองครับ แต่ไม่มีคนทำ ไม่มีคนเผยแพร่ หน่วยงานรัฐยังไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้
แค่สั่งสอนให้คาดเข็มขัดนิรภัยทุกตำแหน่งนั่ง ยังไม่ทำเลย เอาแต่จับแค่คู่หน้า คู่หน้า คู่หน้า คู่หน้า
อีข้างหลังกระเด็นออกไปตายเต็มไปหมด
-
รัฐบาลต้องเล่นด้วยครับ
อย่างในสหรัฐ หรือยุโรป อุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆเป็นภาคบังคับ (mandatory) ทั้งนั้นครับ ล่าสุดที่ผมคิดว่าเมืองไทยน่าจะบังคับได้แล้วก็เจ้า TPMS (Tire-pressure monitoring system) ป้องกันยางระเบิดโดยไม่ตั้งใจ ที่ USA บังคับให้ติดรถตั้งแต่ 2008 ในยุโรปก็บังคับมา 3-4 ปีแล้ว บ้านเรามีแต่รถหรูๆบางรุ่นที่ติดมา .... ที่น่าแปลก volvo ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยมาก ก็ยังตัดออปชั่นนี้ออก :'(
ผมฟังโฆษณา กปถ. (ที่ได้เงินจากการประมูลป้ายทะเบียน) ทุกเช้า ที่หลังๆเริ่มหามุขไม่เจอ .... อาทิตย์ก่อนแนะนำเรื่องการล้างรถ :-[ ... เพลีย...
-
อยากรู้ว่าต้นทุนจริงๆ ระบบพวกนี้มันกี่บาทต่อ module เห็นพอใส่มาที ราคาพุ่งซะยังกะ มันแพงค่อดๆ ผมคิดไปเองหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่เห็น NewPJS มันไม่พุ่งอย่างที่คิดนะ ตัว tc adpCruise บางอย่างดันใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วอีก ใส่ chip คำนวนไปอีกนิดเดียวเอง
-
อยากรู้ว่าต้นทุนจริงๆ ระบบพวกนี้มันกี่บาทต่อ module เห็นพอใส่มาที ราคาพุ่งซะยังกะ มันแพงค่อดๆ ผมคิดไปเองหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่เห็น NewPJS มันไม่พุ่งอย่างที่คิดนะ ตัว tc adpCruise บางอย่างดันใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วอีก ใส่ chip คำนวนไปอีกนิดเดียวเอง
ต้นทุนมันไม่เท่าไหร่ครับ
แต่ ให้ดูยอดขายรวม สมมุติ
ยอดขาย 1 ปี รุ่นนี้ ตัดอุปกรณชินนี้ออกไปลดได้ 1500 บาท ขายได้ 10000 คัน/ปี
10000X1500 = 15,000,000 ล้าน >>>>>>
แค่นี้ก็ได้ตัว เลขไปรายงาน ผู้ใหญ่ แล้ว ดีใจจนเยี่ยวเล็ดมีผลงาน
ไม่ต้องพูดถึง เจ้าตลาดที่ขายเป็น 100000 คันต่อปีนะครับ
-
เกือบ 20 ปีที่แล้ว ปลายปี 1998 กระบะ นิรภัย คันแกร่ง ใส่ ABS 4 sensor
Dual airbag คนไทยก็ฮือฮา แต่ยอดขายก็เรื่อยๆ
ผ่านไปไม่ถึง 2 ปี ยี่ห้อดัง ไมเนอร์เชนจ์
ไม่มี ABS ไม่มีถุงลม แล้ว
ขึ้นราคาแพงกว่าเจ้านิรภัย ประมาณ ครึ่งแสน
แต่ใส่ไฟซีนอน
ยอดขายถล่มทลาย
มาวันนี้ ผมว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สำหรับสังคมไทย
คนรุ่นพ่อที่เห่อ ซีนอน ตอนนั้น วันนี้ GEN Y ก็ LED
;)
เปลี่ยนสิครับ
ขอนี้ผมขอเถียง ว่าเปลี่ยนไป
ดูจากยอดขาย รถกะบะ ขอ' Ford แะ Mazda ที่ไม่ได้น่าเกลียดแบบแต่ก่อนแล้ว
กรุงโรมไม่ได้สร้างคืนเดียว
ถามว่า ทำไม ผมไม่ซื้อ Ford และ Mazda เพราะผม หาศูนย์บริการไม่เจอครับ !!!!!!!!!!
แต่ทุกวันนี้ เราได้ Dual airbag แบบ มาตราฐานขั้นต่ำแล้ว ใช่ไหม
ปรบมือครับ ทุกคนปรบมือ กับผู้นำ Dual airbag เจ้าแรกในกะบะ
มาดูเหตุผลในการเลือกรถ กะบะ ขนข้าวผมนะครับ เป็นรถ ทำงานขนของ
กะบะ คันที่ผมซื้อ ไม่มี ABS ครับ แต่มี Dual airbag
เพราะ จุดประสงค์ คือ ราคาถูก เพราะเอามาทำนา ไม่ได้เอาลงทางดำ ไปแข่งกะใคร
และผมขับรถกะบะคันนี้ บนถนนหลวงไม่เกิน 100
คั้นจะไป ISUZU/Ford/Mazda ก็ให้ แค่ airbag ใบเดียว
แถมรุ่นล่าง กะบะ ทุกรุ่นไม่มี ABS เลยในช่วงนั้น
สรุปจบที่เจ้าตลาด ด้วยส่วนลด 50000 บาท
ขับไปทำไร่ไถนา ก็ต้องเจ้าตลาดอยู่แล้วครับ ไม่แปลก ถ้าโตโยต้ายังไม่พอก็ คูโบต้า อีกก็ได้
แต่ผมกำลังชี้ให้เห็นพฤติกรรมการซื้อรถของคนไทย เป็นคนละประเด็นครับ
ยังยืนยันว่าแทบไม่เปลี่ยน สำหรับคนส่วนใหญ่ แต่บางกลุ่มเริ่มเปลี่ยน แต่ไม่มาก
-
อยากรู้ว่าต้นทุนจริงๆ ระบบพวกนี้มันกี่บาทต่อ module เห็นพอใส่มาที ราคาพุ่งซะยังกะ มันแพงค่อดๆ ผมคิดไปเองหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่เห็น NewPJS มันไม่พุ่งอย่างที่คิดนะ ตัว tc adpCruise บางอย่างดันใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วอีก ใส่ chip คำนวนไปอีกนิดเดียวเอง
ต้นทุนมันไม่เท่าไหร่ครับ
แต่ ให้ดูยอดขายรวม สมมุติ
ยอดขาย 1 ปี รุ่นนี้ ตัดอุปกรณชินนี้ออกไปลดได้ 1500 บาท ขายได้ 10000 คัน/ปี
10000X1500 = 15,000,000 ล้าน >>>>>>
แค่นี้ก็ได้ตัว เลขไปรายงาน ผู้ใหญ่ แล้ว ดีใจจนเยี่ยวเล็ดมีผลงาน
ไม่ต้องพูดถึง เจ้าตลาดที่ขายเป็น 100000 คันต่อปีนะครับ
ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ Vigo รุ่นยกสูงทั้ง 2wd 4wd และ Fortuner ตัดบังโคลนหน้าออกไปในรุ่นที่ขายในประเทศแต่จะมีเฉพาะตัวส่งนอก ซึ่งใครต้องการไปซื้อตัวนอกมาใส่ได้เบิกได้ที่ศูนย์ TOYOTA ทั่วประเทศ ราคาคู่ละ 1700 บาท ไม่รวมสกรูอีก 3 ตัว
ตีเป็นตัวเลขกลม ๆ ง่าย ๆ วีโก้ยกสูงกับ Fortuner ขายในประเทศกี่คัน สมมุติปีล่ะ 1 แสนคัน 100,000 x 1,700
= 170,000,000 บาท
Vigo Fortuner ขายในไทย 10 ปี เฉพาะลดต้นทุนตรงนี้ในส่วนรถที่ขายในประเทศ 170,000,000 x 10 = 1700 ล้านบาท
หมายเหตุ นับเฉพาะบังโคลนหน้าอย่างเดียว ซึ่งไม่นับการลดต้นทุนชิ้นส่วนอื่น ๆ
-
อยากรู้ว่าต้นทุนจริงๆ ระบบพวกนี้มันกี่บาทต่อ module เห็นพอใส่มาที ราคาพุ่งซะยังกะ มันแพงค่อดๆ ผมคิดไปเองหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่เห็น NewPJS มันไม่พุ่งอย่างที่คิดนะ ตัว tc adpCruise บางอย่างดันใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วอีก ใส่ chip คำนวนไปอีกนิดเดียวเอง
ต้นทุนมันไม่เท่าไหร่ครับ
แต่ ให้ดูยอดขายรวม สมมุติ
ยอดขาย 1 ปี รุ่นนี้ ตัดอุปกรณชินนี้ออกไปลดได้ 1500 บาท ขายได้ 10000 คัน/ปี
10000X1500 = 15,000,000 ล้าน >>>>>>
แค่นี้ก็ได้ตัว เลขไปรายงาน ผู้ใหญ่ แล้ว ดีใจจนเยี่ยวเล็ดมีผลงาน
ไม่ต้องพูดถึง เจ้าตลาดที่ขายเป็น 100000 คันต่อปีนะครับ
ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ Vigo รุ่นยกสูงทั้ง 2wd 4wd และ Fortuner ตัดบังโคลนหน้าออกไปในรุ่นที่ขายในประเทศแต่จะมีเฉพาะตัวส่งนอก ซึ่งใครต้องการไปซื้อตัวนอกมาใส่ได้เบิกได้ที่ศูนย์ TOYOTA ทั่วประเทศ ราคาคู่ละ 1700 บาท ไม่รวมสกรูอีก 3 ตัว
ตีเป็นตัวเลขกลม ๆ ง่าย ๆ วีโก้ยกสูงกับ Fortuner ขายในประเทศกี่คัน สมมุติปีล่ะ 1 แสนคัน 100,000 x 1,700
= 170,000,000 บาท
Vigo Fortuner ขายในไทย 10 ปี เฉพาะลดต้นทุนตรงนี้ในส่วนรถที่ขายในประเทศ 170,000,000 x 10 = 1700 ล้านบาท
หมายเหตุ นับเฉพาะบังโคลนหน้าอย่างเดียว ซึ่งไม่นับการลดต้นทุนชิ้นส่วนอื่น ๆ
ผมว่าตัวเลข มั่วไปนิดนึงคับ 1,700 บาท คือราคาขายปลีก ถามว่าทุกคนซื้อมาใส่กันหรือคับ?
ถ้าดูว่าลดต้นทุนได้เท่าไร ต้องดูต้นทุน ไม่ใช่ราคาขาย
ตรึกตรองนิดนึงคับ
-
อยากรู้ว่าต้นทุนจริงๆ ระบบพวกนี้มันกี่บาทต่อ module เห็นพอใส่มาที ราคาพุ่งซะยังกะ มันแพงค่อดๆ ผมคิดไปเองหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่เห็น NewPJS มันไม่พุ่งอย่างที่คิดนะ ตัว tc adpCruise บางอย่างดันใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วอีก ใส่ chip คำนวนไปอีกนิดเดียวเอง
ต้นทุนมันไม่เท่าไหร่ครับ
แต่ ให้ดูยอดขายรวม สมมุติ
ยอดขาย 1 ปี รุ่นนี้ ตัดอุปกรณชินนี้ออกไปลดได้ 1500 บาท ขายได้ 10000 คัน/ปี
10000X1500 = 15,000,000 ล้าน >>>>>>
แค่นี้ก็ได้ตัว เลขไปรายงาน ผู้ใหญ่ แล้ว ดีใจจนเยี่ยวเล็ดมีผลงาน
ไม่ต้องพูดถึง เจ้าตลาดที่ขายเป็น 100000 คันต่อปีนะครับ
ยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ Vigo รุ่นยกสูงทั้ง 2wd 4wd และ Fortuner ตัดบังโคลนหน้าออกไปในรุ่นที่ขายในประเทศแต่จะมีเฉพาะตัวส่งนอก ซึ่งใครต้องการไปซื้อตัวนอกมาใส่ได้เบิกได้ที่ศูนย์ TOYOTA ทั่วประเทศ ราคาคู่ละ 1700 บาท ไม่รวมสกรูอีก 3 ตัว
ตีเป็นตัวเลขกลม ๆ ง่าย ๆ วีโก้ยกสูงกับ Fortuner ขายในประเทศกี่คัน สมมุติปีล่ะ 1 แสนคัน 100,000 x 1,700
= 170,000,000 บาท
Vigo Fortuner ขายในไทย 10 ปี เฉพาะลดต้นทุนตรงนี้ในส่วนรถที่ขายในประเทศ 170,000,000 x 10 = 1700 ล้านบาท
หมายเหตุ นับเฉพาะบังโคลนหน้าอย่างเดียว ซึ่งไม่นับการลดต้นทุนชิ้นส่วนอื่น ๆ
ผมว่าตัวเลข มั่วไปนิดนึงคับ 1,700 บาท คือราคาขายปลีก ถามว่าทุกคนซื้อมาใส่กันหรือคับ?
ถ้าดูว่าลดต้นทุนได้เท่าไร ต้องดูต้นทุน ไม่ใช่ราคาขาย
ตรึกตรองนิดนึงคับ
ราคา mass จะถูกกว่า ราว หาร 10 เชื่อผมไหมครับ
ที่บอก 1700 จะเหลือ 170 บาท
-
กว่าคุณภาพชีวิตคนไทยอย่างเราจะดี ก็20ปี จึงปลอดภัยขึ้นในยานยนตระดับตลาด
ผมว่าไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ เพราะอะไรนั้นหรอ เพราะ รถดีคุณภาพดีเยอะนะครับ แต่ คนไทยเองที่ไม่ซื้อ จะไปว่า เจ้าของแบรน์ก็ไม่ถูก เพราะ ไม่ใส่อุปกรณ์มาให้ก็ยัง โง่ซื้อกันนิ เรื่องอะไรจะให้ มา กำไรน้อยลง CSR ไม่มีหรอกครับ
และอีกอย่าง คนที่รู้เรื่องรถ จริง มีน้อยนะครับ ไม่เยอะ ไอ้บอกว่ารู้ก็แค่ ทั้วไป เรื่อง ล้อดิส หลังดรัม เครื่องกี่ CC ไม่พูดดึงแรงบิดด้วยซั้ม
พูดยากนะครับ เพราะ บางอย่างมันเป้น นวัตกรรม หลักการทำงานของระบบก็ต้อง ศึกษา ไม่ใช้ นั้งคิดเอาเอง แล้ว บริษัท รถ ก็ ให้ความรู้แล้วมันขายไม่ได้อ่ะ คนไทยซื้อของ ที่ โปรโมชั้น ส่วนลด ยุคหลังๆ มีอินเตอร์เน็ตหาข้อมูลมาขึ่นก็หาย โง่บางส่วน มาสด้าเลยเกิดไงครับ บางคนซื้อรถยังไม่เคยลองขับด้วยซ้ำ(ขับได้ ไม่ใช่ ขับเป็น) พอซื้อมาขับไม่ชอบ ก็มีเยอะแยะ มันเลยทำให้ ดีลเลอย์บางพวก ไม่มีรุ้ จะมีรถเทสเพื่ออะไรไงคับ เพราะคิดว่าไม่จำเป็น ยังไงก็ขายได้ ลองคิดดูนะคำ ว่า ทักษะการขับรถอย่างถูกต้อง เรามีก็นหรือเปล่า ใบขับขี้ก็ เทสพวกขาขาดตาบอด ความรู้ซึกแต่ไม่ได้บอกทักษะการบังคับรถ ว่า รถที่ดีเป้นยังไง ขับแล้ว feel ดีเป็นยังไง ผมถึง นับถือ เว็บนี้ ไงครับ ที่ บอกการขับขับขี้ แล้วก็ด่า รถด้วย ซึ่งไม่มีเว็บไหนกล้าบอกว่า ควรปรับปรุงนะ แต่ผมก็ไม่ได้เชื่อทั้งหมดนะ ต้องพิสุทษ์ แล้วจะ เข้าใจ ว่า จริงหรือเปล่า บางคน บอกนั้งสบาย ก็เพราะ พี่ สูงน้อยนิ ผมสูงเยอะ ก็ติดหัวอ่ะ อะไรประมาณนี้
-
ผมห่วงเรื่อง ความปลอดภัยเป็นหลักเลยครับ แม้กระทั่งตอนนี้ ค่ายรถหรูของไทยที่ผลิตในประเทศไทย ที่เราๆใช้กันได้ใส่ ออปชั่น Intelligent safety control ซึ่งคนทั่วยุโรปเค้ามีให้ใช้กันมานานแล้ว ได้ใส่มาไหมครับ ผมว่าไม่มีครับ
-
ผมห่วงเรื่อง ความปลอดภัยเป็นหลักเลยครับ แม้กระทั่งตอนนี้ ค่ายรถหรูของไทยที่ผลิตในประเทศไทย ที่เราๆใช้กันได้ใส่ ออปชั่น Intelligent safety control ซึ่งคนทั่วยุโรปเค้ามีให้ใช้กันมานานแล้ว ได้ใส่มาไหมครับ ผมว่าไม่มีครับ
มันคืออะไรครับ ???
กว่้างไปไหม เอาแคบๆหน่อย
-
ในความเห็นของผม คือ ค่ายใหญ่ๆในบ้านเรา ควรใส่ระบบความปลอดภัย มากกว่ามาวัดที่ แรงบิด และแรงม้าครับ บางท่านอาจจะแย้งว่า อ่าวระบบต่างๆใน โครงสร้างของรถช่วงล่าง และเบรค ก็มีมาให้อยู่แล้ว แต่ในรถยุโรปที่ไม่ได้ทำในไทยเค้ามี Intelligent safety control นั่นคือ ระบบความปลอดภัยสำหรับผู้อื่นรวมทั้งผู้ขับรถด้วย ระบบ เตือนเปลี่ยนเลนในมุมอับ /เตือนหลับใน/เตือนสิ่งกีดขวาง+คน+สัตว์+สิ่งของใหญ่ๆ+หิน บนถนน/เตือนความเร็วและช่วยเบรคขณะที่ความเร็วรถคันหน้าลดลงกระทันหัน-เช่นไฟเบรคหลอดขาด/ ระบบนี้ มีใน BMW ครับ ตั้งแต่ ซีรี่3 เลย ผมว่ามันจำเป็นอย่างที่สุด ระบบที่ว่านี้ รวมอยู่ใน ออปชั่น Intelligent safety control แต่ในต่างประเทศนะครับ ---
-
ในความเห็นของผม คือ ค่ายใหญ่ๆในบ้านเรา ควรใส่ระบบความปลอดภัย มากกว่ามาวัดที่ แรงบิด และแรงม้าครับ บางท่านอาจจะแย้งว่า อ่าวระบบต่างๆใน โครงสร้างของรถช่วงล่าง และเบรค ก็มีมาให้อยู่แล้ว แต่ในรถยุโรปที่ไม่ได้ทำในไทยเค้ามี Intelligent safety control นั่นคือ ระบบความปลอดภัยสำหรับผู้อื่นรวมทั้งผู้ขับรถด้วย ระบบ เตือนเปลี่ยนเลนในมุมอับ /เตือนหลับใน/เตือนสิ่งกีดขวาง+คน+สัตว์+สิ่งของใหญ่ๆ+หิน บนถนน/เตือนความเร็วและช่วยเบรคขณะที่ความเร็วรถคันหน้าลดลงกระทันหัน-เช่นไฟเบรคหลอดขาด/ ระบบนี้ มีใน BMW ครับ ตั้งแต่ ซีรี่3 เลย ผมว่ามันจำเป็นอย่างที่สุด ระบบที่ว่านี้ รวมอยู่ใน ออปชั่น Intelligent safety control แต่ในต่างประเทศนะครับ ---
ระบบที่คุณบอกอ่ะ มันเป็นมาตราฐานของรถ ยุโรป ครับ เพราะกฎหมายประเทศนั้นๆเขา ออกเป็นกฎหมาย ว่ารถจะผลิตในประเทศนี้เมืองนี้หรือจะนำเข้ามาขายต้องมีระบบอะไรบ้าง แต่คุณคิดว่าบ้านเรามีกฎหมายพวกนี้รองรับไหมครับ ว่ารถผลิต ทุกคันในประเทศไทยต้องมี ระบบอะไรบ้างที่คุณว่าอ่ะ
และอีกอย่างลองคิดครับว่าทำไม่เขาต้องมีระบบพวกนี้ เพราะว่า ประเทศเขานั้น อากาศไม่ได้ดีเหมือนเมืองไทยนะครับ แดดออกทั้งวัน ยุโรปถ้าไปใช้ชีวิตอยู่ จริงแล้วจะรู้ว่า หนาวมากๆ แทบไม่มีแดดเลย การขับขี่รถบ้านเขาก็ไม่ได้ขับเหมือน พี่ไทยที่สักแต่มีมือมีเท้าแล้วขับรถได้
เช่นไฟเบรคหลอดขาดถ้าเป้นตะกวดไทยละก็ จับปรับอย่างเดี่ยว ถ้าเป็นตำรวจยุโรปถามคุณก่อนว่า คุณรุ้ไหมว่า รถคุณไฟเบรคขาด ถ้าตอบไม่รู้เขาก็บอกว่าให้ไปซ่อมซะ อันตรายแต่ ถ้าตอบว่ารู้ครับกำลังไปซ่อม เขาก็บอกว่ารีบไปทำซะนะ ของให้มีความสุข ถ้าตอบว่ารู้แล้วแต่ไม่มีเวลา เขาอาจจะปรับคุณก็ได้หรือไม่ก็ส่งศ่าลจราจรว่า มีเจตนาหรือเปล่า เห้นไหมละครับ ว่า คุณภาพชีวิต ต่างกันกับอย่างไร
เรื่อง ระบบความปลอดภัย หรือ option ต่างๆ บ้านเราตัดให้น้อยที่สุดเพื่อทำกำไรสุงสุด ครับตอบง่ายจะตาย คุณจะขี่รถแล้วไปเกิดอะไร ก็ตัวคุณทำตัวคุณเอง นิครับ
สรุป คุณภาพ ชีวิต คุณจะดีหรือไม่ มันอยู่ที่เงินในกระเป๋าและก็ สติปัญญาของคุณครับว่า จะเลือกใช้รถที่ มีระบบดีๆ ไม่ดูถูกผู้ซื้ออย่าง ท่านๆ หรือว่า จะซื้อ รถที่ตลาดคิดว่าดี แต่ไม่มีระบบอะไรมาให้เลย อย่างรถ ยุโรปบางค่าย ที่เป็นรูป ดาว ที่ขับแล้วดูรวย แต่โง่เพราะไม่มีอะไรมาให้เลย แค่รถคันหนึ่ง ผิดกับรถ เกย์ ทั้งๆ ที่รุ้นเดี่ยวกัน ระบบเพียบ ชีวิตเป้นของเรา ใช้ซะ
-
ในความเห็นของผม คือ ค่ายใหญ่ๆในบ้านเรา ควรใส่ระบบความปลอดภัย มากกว่ามาวัดที่ แรงบิด และแรงม้าครับ บางท่านอาจจะแย้งว่า อ่าวระบบต่างๆใน โครงสร้างของรถช่วงล่าง และเบรค ก็มีมาให้อยู่แล้ว แต่ในรถยุโรปที่ไม่ได้ทำในไทยเค้ามี Intelligent safety control นั่นคือ ระบบความปลอดภัยสำหรับผู้อื่นรวมทั้งผู้ขับรถด้วย ระบบ เตือนเปลี่ยนเลนในมุมอับ /เตือนหลับใน/เตือนสิ่งกีดขวาง+คน+สัตว์+สิ่งของใหญ่ๆ+หิน บนถนน/เตือนความเร็วและช่วยเบรคขณะที่ความเร็วรถคันหน้าลดลงกระทันหัน-เช่นไฟเบรคหลอดขาด/ ระบบนี้ มีใน BMW ครับ ตั้งแต่ ซีรี่3 เลย ผมว่ามันจำเป็นอย่างที่สุด ระบบที่ว่านี้ รวมอยู่ใน ออปชั่น Intelligent safety control แต่ในต่างประเทศนะครับ ---
แล้วผมถามต่อหน่อยครับ
รถพวกนี้ พอมาขายในไทย ประกอบในไทยแล้ว มันยังมี ระบบ นี้หลงเหลืออยู่ไหมครับ เอาแบบที่ผมไม่เคยเห็น เช่นที่บอกมา
เตือนเปลี่ยนเลนในมุมอับ / ( อันนี้รถบ้านเรา เริ่มมีแล้ว มาหลายปี เช่นกัน )
เตือนหลับใน/ ( เคยได้ยิน
เตือนสิ่งกีดขวาง+คน+สัตว์+สิ่งของใหญ่ๆ+หิน บนถนน/
เตือนความเร็วและช่วยเบรคขณะที่ความเร็วรถคันหน้าลดลงกระทันหัน- ( อันนี้รถบ้านเรา เริ่มมีแล้ว มาหลายปี )
จริงๆ ผมเห็นด้วยกับ คุณมากเลยครับ
แทนที่เราจะเน้น แรงม้า
ทำไม เราไม่โหม โฆษณา เรื่องความปลอดภัยพวกนี้
มันเหมือนคาดเข็มขัดนิรภัยนั่นละ
ไม่ชนก็ไม่รู้
พวกระบบ ที่กล่าวมาก็เช่นกัน
หากทำให้เป็นมาตราฐาน บังคับจะดีมาก ผมว่ามันมีประโยชน์ มากๆเลยละ มากกว่า พวก VSA ที่เรียกร้องหากันซะอีก
แต่อย่าลืม รัฐบาล เก็บ TAX ไปแล้ว 20 % แค่นี้ เราก็ควักกระเป๋า ผ่อนรถข้ามชาติกันแล้วครับ
กลายเป็นว่าพวกเรามองแต่
Option สนอง Need
เพื่อ จะได้ขับรถเร็วๆได้เช่น
ABS , VSA พวกนี้คือ active ทำงานเมื่อฉุกเฉิน ขฯะเกิดเหตุ เป็นตาย วัดใจไปเลย
แต่ระบบ Intelligent safety control
มันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ซึ่ง ผมว่า ข้อหลัง ดีกว่าชัดเจน แต่เราไม่คิดจะใส่ใจ จริงๆ