Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: ttyy ที่ กันยายน 30, 2015, 17:15:46
-
ผมสนใจตัวsubaru wrx mt 2015 fa20dit ครับ พึ่งไปลองขับมาก็ชอบอยู่พอสมควร
1.อยากทราบว่าเครื่องตัวนี้น่าเล่นไหมครับ มีจุกจิกไหม กะใช้เดิมๆมีแค่เปลี่ยนแม็ก+ยาง
2.ยังไม่เคยใช้subaruมาก่อนไม่ทราบว่าserviceหลังการขายดีไหมครับ
3.ค่าอะไหล่แพงมากไหมครับ(ผมอยู่ต่างจังหวัด อีสาน)
4.กะใช้10ปีขึ้นไป หลัง5ปีหมดประกันค่าแรง เป็นอย่างไรครับ
5.ไม่ได้ใช้เป็นรถหลักครับ
อยากขอคำแนะนำหน่อยครับ เป็นสมาชิกใหม่สวัสดีทุกๆท่านครับ
-
1. เครื่องบล็อคนี้ยังใหม่สำหรับช่างไทย แม้จะมีโมเดลก่อนหน้านี้ที่ใช้มาก่อนแล้วก็ตามยังไงก็ไม่เท่า EJ แต่.. พื้นซานเครื่องยังไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักสุดท้ายคงไม่เกินความสามารถอู่ Subaru ปกติเครื่อง Subaru ทนเป็นอันดับต้นๆของเครื่องญี่ปุ่นดังนั้น 10 ปีไม่ต้องห่วง
2. ไม่ได้ปลื้มอะไรนัก และ อย่าคาดหวังมาก แต่ยังรู้สึกอุ่นใจกว่าแบรนด์อเมริกัน
3. ถ้า Service ทั่วไปราคาแพงกว่ารถญี่ปุ่นทั่วไปแน่นอน 5-10% แต่ไม่ได้บ้าเลือดแบบรถยุโรป เรื่องน้ำมันเครื่องสำหรับผมยังเป็นประเด็นเพราะ Motul H-tech Plus 100 ไม่เหมาะกับรถ Turbo ครั้นจะใช้ Motul 300v ถ้างบคุณเยอะก็จัดได้ ลิตรละ 2,000 บาท ใช้ 5 ลิตร เปลี่ยนทุก 5,000 กิโลเมตร ส่วนถ้าอะไหล่ชิ้นใหญ่ชิ้นสำคัญต้องสั่งญี่ปุ่น ก็ราคาตามราคารถแหละ รถราคา 2 ล้านกว่าอะไหล่ก็แพงตามนั้นเพราะต้องบวกนู้นนี่นั่นแถมรอนานอีกต่างหาก แต่เชื่อว่าในอนาคตหัวตัดเยอะแน่นอน เพราะ ดูท่าว่าโมเดลนี้ขายดีกว่า Impreza GRB GRF
4. รถญี่ปุ่นคันหนึ่ง
5. It's up to you
-
เหมือนจะเจอเพื่อน ผมใช้อยู่ครับ แต่เป็น STi นะครับ อยู่อุดร ไม่รู้เจ้าของกระทู้อยู่ไหน 5555+
เอาทีละข้อนะครับ
1. ถามว่าน่าเล่นไหม ก็น่าเล่นครับ เครื่องสองพัน แต่ไล่ STi แบบหืดขึ้นคอเลยครับ จุกจิกไหม... เท่าที่ผมศึกษาเครื่องบล๊อคนี้ก็เหนียวเอาเรื่องเหมือนกันครับ บูสมาเร็ว ดึงแรง แต่รอบปลายๆหลัง 5 พันก็จะเริ่มเหี่ยวๆครับ แต่ๆ ถ้าคิดจะเปลี่ยนแค่แม็กกับยางจริงๆ มันก็อยู่ได้ยาวนะครับ ผมไปเดินเล่นบอร์ดเมืองนอกอยู่บ่อยๆ เครื่อง FA20DIT ที่วางใน Forester ก่อนหน้านี้มาแล้ว ก็ไม่เจอว่าคนบ่นอะไรนะครับ
2. บริการหลังการขายก็ถือว่า Ok ครับ เพียงแต่รถสาย Performance เราต้องศึกษาหาข้อมูลเยอะๆหน่อย โดยเฉพาะเรื่องของเหลวทั้งหมด น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ เฟืองท้าย บลาๆๆๆ เพราะนโยบายเค้าตอนนี้ไม่ให้หิ้วและบังคับใช้ของคุณภาพไม่ค่อยโอเคสำหรับสาย Performance เท่าไหร่ครับ ถ้าสายบ้านๆเช่น XV Forester รุ่นล่าง นั่นก็พอจะสมเหตุสมผลครับ เรื่องอะไหล่โดยเฉพาะ Body part ก็ทำใจหน่อยครับ หาที่สั่งไว้เผื่อก็จะดีมาก เพราะถ้าไม่มีสั่งญี่ปุ่นอย่างเดียวครับ รอที 2-3 เดือน ลำบากอยู่เหมือนกันครับ
3. ค่าอะไหล่เอาตัวไหนล่ะครับ 5555+ มันหลายอย่างนะ เช่น อะไหล่สิ้นเปลือง กรองน้ำมันเครื่อง กรองแอร์ กรองอากาศแพงกว่าญี่ปุ่นทั่วไปนิดหน่อย แต่ Body part ถ้าของ WRX ผมว่าเอาเรื่องอยู่นะ เหมือนเคยเจอว่าไฟหน้าคู่นึงหลายหมื่นเลยครับ แต่ไม่แพงถึงยุโรปแน่ๆ
4. หมดประกันก็หมดไปครับ มันอึดพอตัวอยู่แล้วจากข้อ 1 ที่บอกไป ถ้าไม่ไปยุ่งอะไรกับมันก็อยู่กันยาวๆครับ แต่แสนโล + ก็เตรียมๆหน่อยครับ เพราะเหมือนปัญหาประเก็นฝาสูบชอบมีปัญหาซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่คนครับ บางคนก็บอกผมว่า ถ้าเป็นเครื่องใหม่ ไม่ใช่หัวตัด ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอีกนั่นแหละ
5. No comment
มีอะไรสอบถามหลังไมค์ได้ครับ ยินดีตอบทุกคำถามครับผม :) :)
-
1. เครื่องบล็อคนี้ยังใหม่สำหรับช่างไทย แม้จะมีโมเดลก่อนหน้านี้ที่ใช้มาก่อนแล้วก็ตามยังไงก็ไม่เท่า EJ แต่.. พื้นซานเครื่องยังไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักสุดท้ายคงไม่เกินความสามารถอู่ Subaru ปกติเครื่อง Subaru ทนเป็นอันดับต้นๆของเครื่องญี่ปุ่นดังนั้น 10 ปีไม่ต้องห่วง
2. ไม่ได้ปลื้มอะไรนัก และ อย่าคาดหวังมาก แต่ยังรู้สึกอุ่นใจกว่าแบรนด์อเมริกัน
3. ถ้า Service ทั่วไปราคาแพงกว่ารถญี่ปุ่นทั่วไปแน่นอน 5-10% แต่ไม่ได้บ้าเลือดแบบรถยุโรป เรื่องน้ำมันเครื่องสำหรับผมยังเป็นประเด็นเพราะ Motul H-tech Plus 100 ไม่เหมาะกับรถ Turbo ครั้นจะใช้ Motul 300v ถ้างบคุณเยอะก็จัดได้ ลิตรละ 2,000 บาท ใช้ 5 ลิตร เปลี่ยนทุก 5,000 กิโลเมตร ส่วนถ้าอะไหล่ชิ้นใหญ่ชิ้นสำคัญต้องสั่งญี่ปุ่น ก็ราคาตามราคารถแหละ รถราคา 2 ล้านกว่าอะไหล่ก็แพงตามนั้นเพราะต้องบวกนู้นนี่นั่นแถมรอนานอีกต่างหาก แต่เชื่อว่าในอนาคตหัวตัดเยอะแน่นอน เพราะ ดูท่าว่าโมเดลนี้ขายดีกว่า Impreza GRB GRF
4. รถญี่ปุ่นคันหนึ่ง
5. It's up to you
ขอบคุณครับ น้ำมันเครื่องนอกจาก motul แล้วใช้ยี่ห้ออะไรครับ ขอบคุณครับ :)
-
เหมือนจะเจอเพื่อน ผมใช้อยู่ครับ แต่เป็น STi นะครับ อยู่อุดร ไม่รู้เจ้าของกระทู้อยู่ไหน 5555+
เอาทีละข้อนะครับ
1. ถามว่าน่าเล่นไหม ก็น่าเล่นครับ เครื่องสองพัน แต่ไล่ STi แบบหืดขึ้นคอเลยครับ จุกจิกไหม... เท่าที่ผมศึกษาเครื่องบล๊อคนี้ก็เหนียวเอาเรื่องเหมือนกันครับ บูสมาเร็ว ดึงแรง แต่รอบปลายๆหลัง 5 พันก็จะเริ่มเหี่ยวๆครับ แต่ๆ ถ้าคิดจะเปลี่ยนแค่แม็กกับยางจริงๆ มันก็อยู่ได้ยาวนะครับ ผมไปเดินเล่นบอร์ดเมืองนอกอยู่บ่อยๆ เครื่อง FA20DIT ที่วางใน Forester ก่อนหน้านี้มาแล้ว ก็ไม่เจอว่าคนบ่นอะไรนะครับ
2. บริการหลังการขายก็ถือว่า Ok ครับ เพียงแต่รถสาย Performance เราต้องศึกษาหาข้อมูลเยอะๆหน่อย โดยเฉพาะเรื่องของเหลวทั้งหมด น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ เฟืองท้าย บลาๆๆๆ เพราะนโยบายเค้าตอนนี้ไม่ให้หิ้วและบังคับใช้ของคุณภาพไม่ค่อยโอเคสำหรับสาย Performance เท่าไหร่ครับ ถ้าสายบ้านๆเช่น XV Forester รุ่นล่าง นั่นก็พอจะสมเหตุสมผลครับ เรื่องอะไหล่โดยเฉพาะ Body part ก็ทำใจหน่อยครับ หาที่สั่งไว้เผื่อก็จะดีมาก เพราะถ้าไม่มีสั่งญี่ปุ่นอย่างเดียวครับ รอที 2-3 เดือน ลำบากอยู่เหมือนกันครับ
3. ค่าอะไหล่เอาตัวไหนล่ะครับ 5555+ มันหลายอย่างนะ เช่น อะไหล่สิ้นเปลือง กรองน้ำมันเครื่อง กรองแอร์ กรองอากาศแพงกว่าญี่ปุ่นทั่วไปนิดหน่อย แต่ Body part ถ้าของ WRX ผมว่าเอาเรื่องอยู่นะ เหมือนเคยเจอว่าไฟหน้าคู่นึงหลายหมื่นเลยครับ แต่ไม่แพงถึงยุโรปแน่ๆ
4. หมดประกันก็หมดไปครับ มันอึดพอตัวอยู่แล้วจากข้อ 1 ที่บอกไป ถ้าไม่ไปยุ่งอะไรกับมันก็อยู่กันยาวๆครับ แต่แสนโล + ก็เตรียมๆหน่อยครับ เพราะเหมือนปัญหาประเก็นฝาสูบชอบมีปัญหาซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่คนครับ บางคนก็บอกผมว่า ถ้าเป็นเครื่องใหม่ ไม่ใช่หัวตัด ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอีกนั่นแหละ
5. No comment
มีอะไรสอบถามหลังไมค์ได้ครับ ยินดีตอบทุกคำถามครับผม :) :)
ขอบคุณครับ ผมอยู่ขอนแก่นครับ วันที่ไปลองก็ลองทั้ง brz wrx และ sti ทั้ง สามคันเลยครับ
sti ชอบนะครับเสียงเครื่องเพราะมากกก แต่ตอนขับผมออกจะเครียสกับช่วงออกตัวอยู่และคุมรถค่อนข้างยากครับ ???
ผมลองไล่ตั้งแต่ brz wrx สุดท้าย sti ความรู้สึกส่วนตัว wrx จะกำลังดีอะครับเลยเล็งมาที่ตัวนี้แต่ก็ยังแอบชอบเสียงกระหึ่ม sti อยู่ 555+ :D
ซื้อมาแล้วจำเป็นต้องเอาไปจูนไหมครับ :)
-
1. เครื่องบล็อคนี้ยังใหม่สำหรับช่างไทย แม้จะมีโมเดลก่อนหน้านี้ที่ใช้มาก่อนแล้วก็ตามยังไงก็ไม่เท่า EJ แต่.. พื้นซานเครื่องยังไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักสุดท้ายคงไม่เกินความสามารถอู่ Subaru ปกติเครื่อง Subaru ทนเป็นอันดับต้นๆของเครื่องญี่ปุ่นดังนั้น 10 ปีไม่ต้องห่วง
2. ไม่ได้ปลื้มอะไรนัก และ อย่าคาดหวังมาก แต่ยังรู้สึกอุ่นใจกว่าแบรนด์อเมริกัน
3. ถ้า Service ทั่วไปราคาแพงกว่ารถญี่ปุ่นทั่วไปแน่นอน 5-10% แต่ไม่ได้บ้าเลือดแบบรถยุโรป เรื่องน้ำมันเครื่องสำหรับผมยังเป็นประเด็นเพราะ Motul H-tech Plus 100 ไม่เหมาะกับรถ Turbo ครั้นจะใช้ Motul 300v ถ้างบคุณเยอะก็จัดได้ ลิตรละ 2,000 บาท ใช้ 5 ลิตร เปลี่ยนทุก 5,000 กิโลเมตร ส่วนถ้าอะไหล่ชิ้นใหญ่ชิ้นสำคัญต้องสั่งญี่ปุ่น ก็ราคาตามราคารถแหละ รถราคา 2 ล้านกว่าอะไหล่ก็แพงตามนั้นเพราะต้องบวกนู้นนี่นั่นแถมรอนานอีกต่างหาก แต่เชื่อว่าในอนาคตหัวตัดเยอะแน่นอน เพราะ ดูท่าว่าโมเดลนี้ขายดีกว่า Impreza GRB GRF
4. รถญี่ปุ่นคันหนึ่ง
5. It's up to you
ขอบคุณครับ น้ำมันเครื่องนอกจาก motul แล้วใช้ยี่ห้ออะไรครับ ขอบคุณครับ :)
ถ้าตามศูนย์ขายมี 4 ตัว แต่อันหนึงเป็น 0w20 ก็ไม่นับเอาเป็นว่ามี Motul H-tech plus 100 5w30, Shell Helix 10w40 and Motul 300v ให้เลือกแต่รถใหม่รู้สึกจะเลือกไม่ได้ต้องเติมตามโปรแกรมเค้า
-
เหมือนจะเจอเพื่อน ผมใช้อยู่ครับ แต่เป็น STi นะครับ อยู่อุดร ไม่รู้เจ้าของกระทู้อยู่ไหน 5555+
เอาทีละข้อนะครับ
1. ถามว่าน่าเล่นไหม ก็น่าเล่นครับ เครื่องสองพัน แต่ไล่ STi แบบหืดขึ้นคอเลยครับ จุกจิกไหม... เท่าที่ผมศึกษาเครื่องบล๊อคนี้ก็เหนียวเอาเรื่องเหมือนกันครับ บูสมาเร็ว ดึงแรง แต่รอบปลายๆหลัง 5 พันก็จะเริ่มเหี่ยวๆครับ แต่ๆ ถ้าคิดจะเปลี่ยนแค่แม็กกับยางจริงๆ มันก็อยู่ได้ยาวนะครับ ผมไปเดินเล่นบอร์ดเมืองนอกอยู่บ่อยๆ เครื่อง FA20DIT ที่วางใน Forester ก่อนหน้านี้มาแล้ว ก็ไม่เจอว่าคนบ่นอะไรนะครับ
2. บริการหลังการขายก็ถือว่า Ok ครับ เพียงแต่รถสาย Performance เราต้องศึกษาหาข้อมูลเยอะๆหน่อย โดยเฉพาะเรื่องของเหลวทั้งหมด น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ เฟืองท้าย บลาๆๆๆ เพราะนโยบายเค้าตอนนี้ไม่ให้หิ้วและบังคับใช้ของคุณภาพไม่ค่อยโอเคสำหรับสาย Performance เท่าไหร่ครับ ถ้าสายบ้านๆเช่น XV Forester รุ่นล่าง นั่นก็พอจะสมเหตุสมผลครับ เรื่องอะไหล่โดยเฉพาะ Body part ก็ทำใจหน่อยครับ หาที่สั่งไว้เผื่อก็จะดีมาก เพราะถ้าไม่มีสั่งญี่ปุ่นอย่างเดียวครับ รอที 2-3 เดือน ลำบากอยู่เหมือนกันครับ
3. ค่าอะไหล่เอาตัวไหนล่ะครับ 5555+ มันหลายอย่างนะ เช่น อะไหล่สิ้นเปลือง กรองน้ำมันเครื่อง กรองแอร์ กรองอากาศแพงกว่าญี่ปุ่นทั่วไปนิดหน่อย แต่ Body part ถ้าของ WRX ผมว่าเอาเรื่องอยู่นะ เหมือนเคยเจอว่าไฟหน้าคู่นึงหลายหมื่นเลยครับ แต่ไม่แพงถึงยุโรปแน่ๆ
4. หมดประกันก็หมดไปครับ มันอึดพอตัวอยู่แล้วจากข้อ 1 ที่บอกไป ถ้าไม่ไปยุ่งอะไรกับมันก็อยู่กันยาวๆครับ แต่แสนโล + ก็เตรียมๆหน่อยครับ เพราะเหมือนปัญหาประเก็นฝาสูบชอบมีปัญหาซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่คนครับ บางคนก็บอกผมว่า ถ้าเป็นเครื่องใหม่ ไม่ใช่หัวตัด ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอีกนั่นแหละ
5. No comment
มีอะไรสอบถามหลังไมค์ได้ครับ ยินดีตอบทุกคำถามครับผม :) :)
ขอบคุณครับ ผมอยู่ขอนแก่นครับ วันที่ไปลองก็ลองทั้ง brz wrx และ sti ทั้ง สามคันเลยครับ
sti ชอบนะครับเสียงเครื่องเพราะมากกก แต่ตอนขับผมออกจะเครียสกับช่วงออกตัวอยู่และคุมรถค่อนข้างยากครับ ???
ผมลองไล่ตั้งแต่ brz wrx สุดท้าย sti ความรู้สึกส่วนตัว wrx จะกำลังดีอะครับเลยเล็งมาที่ตัวนี้แต่ก็ยังแอบชอบเสียงกระหึ่ม sti อยู่ 555+ :D
ซื้อมาแล้วจำเป็นต้องเอาไปจูนไหมครับ :)
เอาเรื่องน้ำมันเครื่องก่อนนะครับ คือ ถ้าเกิดว่างบประมาณเหลือเฟือ และบ้านอยู่ขอนแก่น ศูนย์ก็อยู่ตรงนั้นแล้ว ผมเชียร์ 300V ไปเลยครับ ถ้ามีปัญหาจริงๆให้ใช้ series 8100 ครับ ไม่แน่ใจว่า FA เติมเบอร์ไหนนะครับ แต่ให้ใช้ series นี้ ไม่รู้ MIT บ้านเราเอาเข้ามาขายยัง ถ้ายังให้หาเอาเองครับ ศูนย์ขอนแก่นพอคุยกันได้ ผมก็เคยหิ้ว 8100 ไปเติมตรงนั้นแหละ เซฟกับเครื่องเราครับ ส่วน series อื่นๆไม่แน่นำครับโดยเฉพาะ H-Tech นี่ไม่โอเคอย่างแรงครับ
เรื่อง STi คุมยากไหม เอาจริงๆผมว่าง่ายนะ 5555+ รู้สึกไม่ต่างกับ WRX เท่าไหร่ แต่อัตราเร่งมัน "สนุก" กว่าครับ คือไม่ได้เร็วกว่านะ แต่มันสนุก เครื่องไม่ใช่ Flat Torque ดูไม่น่าเบื่อครับ แต่ตรงนี้แล้วแต่ชอบ WRX ธรรมดาจริงๆก็สุดยอดแล้วครับ
ส่วนเรื่องจูน ใจผมว่าไม่จำเป็นนะ ถ้าหมดประกันแล้ว อยากเพิ่มเติมอะไรยังไง ก็ค่อยว่ากันก็ได้ครับ เพราะถ้าอยากจะใช้รถมากกว่า 10 ปีจริงๆก็ไม่ควรไปยุ่งอะไรกับมันนะ 264 แรงม้าผมว่าก็เอาเรื่องแล้ว 5555+
-
1. เครื่องบล็อคนี้ยังใหม่สำหรับช่างไทย แม้จะมีโมเดลก่อนหน้านี้ที่ใช้มาก่อนแล้วก็ตามยังไงก็ไม่เท่า EJ แต่.. พื้นซานเครื่องยังไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักสุดท้ายคงไม่เกินความสามารถอู่ Subaru ปกติเครื่อง Subaru ทนเป็นอันดับต้นๆของเครื่องญี่ปุ่นดังนั้น 10 ปีไม่ต้องห่วง
2. ไม่ได้ปลื้มอะไรนัก และ อย่าคาดหวังมาก แต่ยังรู้สึกอุ่นใจกว่าแบรนด์อเมริกัน
3. ถ้า Service ทั่วไปราคาแพงกว่ารถญี่ปุ่นทั่วไปแน่นอน 5-10% แต่ไม่ได้บ้าเลือดแบบรถยุโรป เรื่องน้ำมันเครื่องสำหรับผมยังเป็นประเด็นเพราะ Motul H-tech Plus 100 ไม่เหมาะกับรถ Turbo ครั้นจะใช้ Motul 300v ถ้างบคุณเยอะก็จัดได้ ลิตรละ 2,000 บาท ใช้ 5 ลิตร เปลี่ยนทุก 5,000 กิโลเมตร ส่วนถ้าอะไหล่ชิ้นใหญ่ชิ้นสำคัญต้องสั่งญี่ปุ่น ก็ราคาตามราคารถแหละ รถราคา 2 ล้านกว่าอะไหล่ก็แพงตามนั้นเพราะต้องบวกนู้นนี่นั่นแถมรอนานอีกต่างหาก แต่เชื่อว่าในอนาคตหัวตัดเยอะแน่นอน เพราะ ดูท่าว่าโมเดลนี้ขายดีกว่า Impreza GRB GRF
4. รถญี่ปุ่นคันหนึ่ง
5. It's up to you
ขอบคุณครับ น้ำมันเครื่องนอกจาก motul แล้วใช้ยี่ห้ออะไรครับ ขอบคุณครับ :)
ถ้าตามศูนย์ขายมี 4 ตัว แต่อันหนึงเป็น 0w20 ก็ไม่นับเอาเป็นว่ามี Motul H-tech plus 100 5w30, Shell Helix 10w40 and Motul 300v ให้เลือกแต่รถใหม่รู้สึกจะเลือกไม่ได้ต้องเติมตามโปรแกรมเค้า
ขอบคุณครับ :)
-
สวัสดีครับ
ผมไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับค่ายนี้
แต่ถ้าไม่ได้ใช้เป็นรถหลัก ก็จัดไปเลย
-
เหมือนจะเจอเพื่อน ผมใช้อยู่ครับ แต่เป็น STi นะครับ อยู่อุดร ไม่รู้เจ้าของกระทู้อยู่ไหน 5555+
เอาทีละข้อนะครับ
1. ถามว่าน่าเล่นไหม ก็น่าเล่นครับ เครื่องสองพัน แต่ไล่ STi แบบหืดขึ้นคอเลยครับ จุกจิกไหม... เท่าที่ผมศึกษาเครื่องบล๊อคนี้ก็เหนียวเอาเรื่องเหมือนกันครับ บูสมาเร็ว ดึงแรง แต่รอบปลายๆหลัง 5 พันก็จะเริ่มเหี่ยวๆครับ แต่ๆ ถ้าคิดจะเปลี่ยนแค่แม็กกับยางจริงๆ มันก็อยู่ได้ยาวนะครับ ผมไปเดินเล่นบอร์ดเมืองนอกอยู่บ่อยๆ เครื่อง FA20DIT ที่วางใน Forester ก่อนหน้านี้มาแล้ว ก็ไม่เจอว่าคนบ่นอะไรนะครับ
2. บริการหลังการขายก็ถือว่า Ok ครับ เพียงแต่รถสาย Performance เราต้องศึกษาหาข้อมูลเยอะๆหน่อย โดยเฉพาะเรื่องของเหลวทั้งหมด น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ เฟืองท้าย บลาๆๆๆ เพราะนโยบายเค้าตอนนี้ไม่ให้หิ้วและบังคับใช้ของคุณภาพไม่ค่อยโอเคสำหรับสาย Performance เท่าไหร่ครับ ถ้าสายบ้านๆเช่น XV Forester รุ่นล่าง นั่นก็พอจะสมเหตุสมผลครับ เรื่องอะไหล่โดยเฉพาะ Body part ก็ทำใจหน่อยครับ หาที่สั่งไว้เผื่อก็จะดีมาก เพราะถ้าไม่มีสั่งญี่ปุ่นอย่างเดียวครับ รอที 2-3 เดือน ลำบากอยู่เหมือนกันครับ
3. ค่าอะไหล่เอาตัวไหนล่ะครับ 5555+ มันหลายอย่างนะ เช่น อะไหล่สิ้นเปลือง กรองน้ำมันเครื่อง กรองแอร์ กรองอากาศแพงกว่าญี่ปุ่นทั่วไปนิดหน่อย แต่ Body part ถ้าของ WRX ผมว่าเอาเรื่องอยู่นะ เหมือนเคยเจอว่าไฟหน้าคู่นึงหลายหมื่นเลยครับ แต่ไม่แพงถึงยุโรปแน่ๆ
4. หมดประกันก็หมดไปครับ มันอึดพอตัวอยู่แล้วจากข้อ 1 ที่บอกไป ถ้าไม่ไปยุ่งอะไรกับมันก็อยู่กันยาวๆครับ แต่แสนโล + ก็เตรียมๆหน่อยครับ เพราะเหมือนปัญหาประเก็นฝาสูบชอบมีปัญหาซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่คนครับ บางคนก็บอกผมว่า ถ้าเป็นเครื่องใหม่ ไม่ใช่หัวตัด ก็ไม่ค่อยมีปัญหาอีกนั่นแหละ
5. No comment
มีอะไรสอบถามหลังไมค์ได้ครับ ยินดีตอบทุกคำถามครับผม :) :)
ขอบคุณครับ ผมอยู่ขอนแก่นครับ วันที่ไปลองก็ลองทั้ง brz wrx และ sti ทั้ง สามคันเลยครับ
sti ชอบนะครับเสียงเครื่องเพราะมากกก แต่ตอนขับผมออกจะเครียสกับช่วงออกตัวอยู่และคุมรถค่อนข้างยากครับ ???
ผมลองไล่ตั้งแต่ brz wrx สุดท้าย sti ความรู้สึกส่วนตัว wrx จะกำลังดีอะครับเลยเล็งมาที่ตัวนี้แต่ก็ยังแอบชอบเสียงกระหึ่ม sti อยู่ 555+ :D
ซื้อมาแล้วจำเป็นต้องเอาไปจูนไหมครับ :)
เอาเรื่องน้ำมันเครื่องก่อนนะครับ คือ ถ้าเกิดว่างบประมาณเหลือเฟือ และบ้านอยู่ขอนแก่น ศูนย์ก็อยู่ตรงนั้นแล้ว ผมเชียร์ 300V ไปเลยครับ ถ้ามีปัญหาจริงๆให้ใช้ series 8100 ครับ ไม่แน่ใจว่า FA เติมเบอร์ไหนนะครับ แต่ให้ใช้ series นี้ ไม่รู้ MIT บ้านเราเอาเข้ามาขายยัง ถ้ายังให้หาเอาเองครับ ศูนย์ขอนแก่นพอคุยกันได้ ผมก็เคยหิ้ว 8100 ไปเติมตรงนั้นแหละ เซฟกับเครื่องเราครับ ส่วน series อื่นๆไม่แน่นำครับโดยเฉพาะ H-Tech นี่ไม่โอเคอย่างแรงครับ
เรื่อง STi คุมยากไหม เอาจริงๆผมว่าง่ายนะ 5555+ รู้สึกไม่ต่างกับ WRX เท่าไหร่ แต่อัตราเร่งมัน "สนุก" กว่าครับ คือไม่ได้เร็วกว่านะ แต่มันสนุก เครื่องไม่ใช่ Flat Torque ดูไม่น่าเบื่อครับ แต่ตรงนี้แล้วแต่ชอบ WRX ธรรมดาจริงๆก็สุดยอดแล้วครับ
ส่วนเรื่องจูน ใจผมว่าไม่จำเป็นนะ ถ้าหมดประกันแล้ว อยากเพิ่มเติมอะไรยังไง ก็ค่อยว่ากันก็ได้ครับ เพราะถ้าอยากจะใช้รถมากกว่า 10 ปีจริงๆก็ไม่ควรไปยุ่งอะไรกับมันนะ 264 แรงม้าผมว่าก็เอาเรื่องแล้ว 5555+
ขอบคุณครับ ทั้งตัว 300v และ series 8100 เป็นของยี่ห้ออะไรครับ motul ใช่ไหมครับ
ตอนนี้ผมยังลังเลอยู่เลยครับ เพราะแฟนผมอยากได้brzเหลือเกิน :(555+
ศูนย์ขอนแก่นบริการOKอยู่ใช่ไหมครับ :) ขอบคุณครับ
-
สวัสดีครับ
ผมไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับค่ายนี้
แต่ถ้าไม่ได้ใช้เป็นรถหลัก ก็จัดไปเลย
ขอบคุณครับ
-
ศูนย์ขอนแก่นก็ Ok ครับ ช่างคุยกันได้ พอตกลงกันได้ครับ คือตัวศูนย์เองตอนนี้มีฮ้อยท์แล้ว เช็คระยะได้ แต่ซ่อมใหญ่ๆ เครื่องมือยังไม่พร้อมครับ เท่าที่ผมเคยไปคุยคือ เค้าบอกว่า จะขยายศูนย์ให้สามารถบริการได้ครบทุกอย่าง ทั้งสี ตัวถัง อะไรประมาณนี้ด้วยครับ
-
ใช้ Imp มาสองคัน Le GT คันนึง...ยืนยันว่า อู่นอกเก่งๆ เนียนๆกว่าศูนย์ มีเยอะครับ... ศูนย์ไม่สต๊อคอะไหล่นะครับ หากไม่ได้สนใจประกันรถ (ติดคุก 3 ปี) รอปีที่ 4...ดูแลง่าย สบายเลยครับ ตัวรถดี เชื่อถือได้ ไม่ค่อยมีปัญหาเลย
กลับมาเรื่องตัวรถ....ถ้าเป็นผม เพิ่มอีกอาจจะไม่นิด แต่ STI นี่ จบเลยครับ....ไม่ใช่แค่ตัวรถ การโมต่อ เครื่อง EJ ทำได้ทุกอู่ โมต่อได้ รีแฟลชกล่องง่าย คนทำได้เยอะครับ... มีอะไรสอบถามได้ครับ :)
-
ศูนย์ขอนแก่นก็ Ok ครับ ช่างคุยกันได้ พอตกลงกันได้ครับ คือตัวศูนย์เองตอนนี้มีฮ้อยท์แล้ว เช็คระยะได้ แต่ซ่อมใหญ่ๆ เครื่องมือยังไม่พร้อมครับ เท่าที่ผมเคยไปคุยคือ เค้าบอกว่า จะขยายศูนย์ให้สามารถบริการได้ครบทุกอย่าง ทั้งสี ตัวถัง อะไรประมาณนี้ด้วยครับ
ขอบคุณครับ
-
ใช้ Imp มาสองคัน Le GT คันนึง...ยืนยันว่า อู่นอกเก่งๆ เนียนๆกว่าศูนย์ มีเยอะครับ... ศูนย์ไม่สต๊อคอะไหล่นะครับ หากไม่ได้สนใจประกันรถ (ติดคุก 3 ปี) รอปีที่ 4...ดูแลง่าย สบายเลยครับ ตัวรถดี เชื่อถือได้ ไม่ค่อยมีปัญหาเลย
กลับมาเรื่องตัวรถ....ถ้าเป็นผม เพิ่มอีกอาจจะไม่นิด แต่ STI นี่ จบเลยครับ....ไม่ใช่แค่ตัวรถ การโมต่อ เครื่อง EJ ทำได้ทุกอู่ โมต่อได้ รีแฟลชกล่องง่าย คนทำได้เยอะครับ... มีอะไรสอบถามได้ครับ :)
ขอบคุณครับ