Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: Kritnat ที่ พฤศจิกายน 20, 2015, 10:46:01
-
ใครใช้ MG อยู่ มาแชร์ประสบการณ์หน่อยครับ
ส่วนตัวชอบ MG6 fastback 1.8T D MC ดูราคา + ขนาดรถ + ออฟชั่นแล้ว น่าโดนยิ่งนัก
แต่กลัวเรื่องรออะไหล่ / ค่าบำรุงรักษา แพงกว่ารถตลาดทั่วไปป่าวครับ / อนาคตจะสั่ง-เบิกอะไหล่จากเซเว่นได้ป่าวครับ 555
พอดีเพิ่งมีศูนย์ MG มาเปิดแถวบ้าน ถ.นราธิวาส :)
ขอบคุณครับ
-
เอาใจช่วยให้รอด เราจะมีทางเลือกกันเยอะๆ
-
ย้อนกลับไปดูยอดขายซิครับ มันเพิ่มแบบมี นัย นะ ผมเชื่อว่าจะตีตลาดได้ครับ แต่ผมไม่ได้ใช้นะ
-
อะไหล่อยู่ที่ว่าชิ้นไหนครับ ถ้าเป็นชิ้นที่ผลิตในไทยถ้ามีสต็อคก็ได้ในวันสองวัน ถ้าไม่มีรอประมาณ 2 สัปดาห์ ถ้าต้องนำเข้าก็ประมาณ 2 เดือน
ค่าบำรุงรักษาถูกกว่ายี่ห้ออื่นยกเว้นน้ำมันเกียร์ MG6 เปลี่ยนที 7 ลิตรเลยฟาดไป 6000 กว่า
อะไหล่เบิกเซเว่นไม่ได้อยู่แล้วครับ ถึงบริหารโดย CP แต่บริษัทย่อยมันคนละบริษัทกัน
เท่าที่คุยกับทางทีมงาน อัตราเติบโตมันเกินคาดมากๆ ดูแล้วน่าจะรุ่งครับ
-
MG5 เห็นแล้วชอบครับ ผมว่าคงขายได้และอยู่ได้หลายอย่างต้องใช้เวลาครับ ถ้ามีอะไหล่ตลอด และไม่แพงกว่ายี่ห้อทั่วๆไป ผมว่าคงเแ็นทางเลือกที่คนต้องคิดครับ ผมว่าราคามาดี พอรับได้ครับ
-
เมื่อวานเพิ่งไปดู mg6 มาโชว์ที่บิ๊กซี ผมว่าภายในพลาสติกดูก๊องแก๊งเหลือเกิน ทั้งคอนโซล แผงประตู ราคาเริ่มแปดกว่า สุดที่ล้านเศษ
-
เมื่อวานเพิ่งไปดู mg6 มาโชว์ที่บิ๊กซี ผมว่าภายในพลาสติกดูก๊องแก๊งเหลือเกิน ทั้งคอนโซล แผงประตู ราคาเริ่มแปดกว่า สุดที่ล้านเศษ
MG6 ตัวใหม่ ไม่ก๊องแก๊งนะครับ มีทั้งพลาสติกนุ่มกับอลูมิเนียมในแผงคอนโซล ยางกันลมก็มีบุกำมะหยี่ด้วย เพื่อนผมชมว่าดูดีเกือบทุกคน ถ้าดูแบบไม่มีอคติเค้าก็ทำมาดีครับ
-
ถ้าหาก MG สามารถหาเรือธง ที่มียอดขายเป็นกอบเป็นกำได้ มีโอกาศรอดสูงมาก ซึ่งดูได้จาก ฮุนได ที่มี H1 มิตซู มีไตตัน กับ PJS ซึงถ้าเป็นเช่นนี้ ศูนยฯ ก็จะอยู่รอดได้
สิ่งหนึงที่เราควรส่งกำลังใจช่วย MG ก็เพราะ ผลิตภัณฑ์ที่ MG ออกมาก็เป็นการแนะนำ สิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ ที่ไม่เหมือนใคร เครื่องยนต์เล็กแต่ใส่ เทอร์โบมาให้ การ set ช่วงล่างที่ดีกว่ารถญี่ปุ่น โครงสร้างที่แข็งแรงแบบรถยุโรปแท้ option ความปลอดภัยที่ใส่เต็มแบบไม่กัก และตั้งราคาเป็นมิตร สิ่งเหล่านี้ เป็นประโยชน์กับผู้บริโภคล้วนๆ
อีกปัจจัยที่สำคัญ คือบริการหลังการขาย ซึ่งจุดนี้ต้องใช้เวลา และความใส่ใจแบบให้ความสำคัญในลำดับแรกๆ ซึงประเด็นหลังการขายนี่ผมว่ารถดีขนาดไหน แบนร์ใหญ่ขนาดไหน ถ้าให้ความสำคัญน้อยก็ไปลำบาก จนถึงขั้นต้องออกจากตลาดได้ ตัวอย่าง คือเชฟฯ ที่มีรถดี(หรือเปล่า) แต่บริการแย่
สุดท้ายขอให้รอดครับ เพราะจะเกิดการสร้างงาน สร้างรายได้อีกมากขายให้แก่ประเทศ และหวังลึกๆ ว่าจะใช้ไทยผลิต ส่ง AEC
ปล. รอดู MG GS อีกตัว
-
ข้อดี คือ ทำให้ ยี่ห้อ เจ้าตลาด ใส่ออปชั่น เพิ่มกะเขาบ้าง
แต่ยังไง ผมก็ซื้อเจ้าตลาดจร้า
-
ผมว่านี่ก็มาถูกทางแล้วนะ
เอ็มจี ออปชั่นกับราคาสวนทางกัน
แต่เจ้าตลาด ราคากับออปชั่นสวนทางกัน
รอแค่ระยะยาวจะเป็นยังไง ก็แค่นั้น
-
ผมว่าถ้าCPจะสู้จริงๆ MGมันต้องไปได้ไกลอยู่แล้ว
-
ผมว่าถ้าCP จับตลาดถูก เหมือนที่ hyundai ประสบความสำเร็จกับ H1 มันก็อยู่ยาว
-
คิดว่าสดใส เพราะ MG จับความต้องการของคนไทยได้ รถใหญ่ อ๊อฟชั่นเยอะ ราคาถูก
-
ผมว่าถ้าCPจะสู้จริงๆ MGมันต้องไปได้ไกลอยู่แล้ว
ธุรกิจค้าปลีก แบบ เซเว่น อีเลฟเว่น
ต้นกำเนิดที่อเมริกา ประสบปัญหาขาดทุน ถูกบริษัทญี่ปุ่นเทคโอเวอร์
ซีพี ซื้อสิทธิประกอบกิจการ มาเปิดครั้งแรกที่พัฒน์พงศ์
ทุกวันนี้ แค่ชลบุรีจังหวัดเดียว มี 200 กว่าสาขา
...
MG ที่อังกฤษ ประสบปัญหาขาดทุน เมืองจีนซื้อแบรนด์ไปผลิต
ซีพี เข้าร่วมทุน และเปิดโรงงานในไทย
อนาคต ..ใครจะรู้
-
ผมอยากให้ MG กล้าๆ หน่อยครับ
พยายามทำรถ Taxi ขาย และรถ Fleet
ควรเอา MG5 นี่แหละ เหมาะสุด
:)
ก็เอาใจช่วยครับ เห็นราคา MG5 และ option แล้ว ยอมรับได้ครับ
-
ผมอยากให้ MG กล้าๆ หน่อยครับ
พยายามทำรถ Taxi ขาย และรถ Fleet
ควรเอา MG5 นี่แหละ เหมาะสุด
:)
ก็เอาใจช่วยครับ เห็นราคา MG5 และ option แล้ว ยอมรับได้ครับ
จริงๆ ก็เหมาะนะครับ แต่รัฐบาลยังไม่ยกเลิกว่ารถ taxi ต้องมีเครื่องยนต์อย่างน้อย 1.6 ลิตร
ถ้าได้ ต้นทุนแท็กซี่ลดจากคันละ 8-9 แสนเหลือ 5-6 แสน แท็กซี่จะได้เลิกบ่นเรื่องต้นทุน
แต่เอาจริงๆ ผมก็ไม่อยากให้รถที่ผมขับกลายเป็นแท็กซี่นะครับ
-
ผมอยากให้ MG กล้าๆ หน่อยครับ
พยายามทำรถ Taxi ขาย และรถ Fleet
ควรเอา MG5 นี่แหละ เหมาะสุด
:)
ก็เอาใจช่วยครับ เห็นราคา MG5 และ option แล้ว ยอมรับได้ครับ
จริงๆ ก็เหมาะนะครับ แต่รัฐบาลยังไม่ยกเลิกว่ารถ taxi ต้องมีเครื่องยนต์อย่างน้อย 1.6 ลิตร
ถ้าได้ ต้นทุนแท็กซี่ลดจากคันละ 8-9 แสนเหลือ 5-6 แสน แท็กซี่จะได้เลิกบ่นเรื่องต้นทุน
แต่เอาจริงๆ ผมก็ไม่อยากให้รถที่ผมขับกลายเป็นแท็กซี่นะครับ
ครับ
แต่ผมอยากให้รถผมเป็น Taxi รถ Fleet ครับ คนใช้เยอะๆ จะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องอะไหล่
-
รุ่นต่อไป คงเป็น MG5 Hatchback
เครื่องยนต์เทอร์โบ เกียร์ธรรมดา ราคา หกแสนห้าหมื่นบาท
เครื่องยนต์ไม่มีเทอร์โบ เกียร์ธรรมดา ราคา หกแสนบาท
แล้ว จัด MG One Make Race ที่สนาม พีระ เซอร์กิต พัทยา
ฝันๆ นะครับ
-
CP MG ทำตลาดกระบะ รุ่งแน่ๆ เฉพาะองค์กรCP เองก็ใช้กระบะกันเยอะ ระวังให้ดีเถอะเจ้าตลาด เหอะๆ
สินค้าในเซ่เว่นก็ทำกันมาแล้ว
-
เห็น MG5 อัด option มาเทียบกับราคาดูแล้วน่าสนใจเลยแหล่ะ น่าจะไปได้สวย เหลือแค่รอดูเรื่องอะไหล่กับศูนย์บริการละ
-
อนาคตจะคล้ายๆ Hyundai ตอนนี้ยอดอาจจะบูมเพราะเป็นสินค้าแปลกใหม่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปยอดขายจะคงที่ถึงตอนนั้นก็จะรู้ว่าคุ้มกับการทำตลาดหรือเปล่าและหากดันยอดไม่ขึ้นก็จะทิ้งตลาดกลับไปตายที่จีน (แบบเดียวกับปั๊มน้ำมัน PA นั่นแล)
-
บริษัทรถเช่าก็เป็นลูกค้า mg เยอะครับ อย่างบริษัทเก่าปม ซื้อMG3 มา 30 คัน
ไปเป็นรถประจำตำแหน่ง กับ ปล่อยเช่า
-
อนาคตจะคล้ายๆ Hyundai ตอนนี้ยอดอาจจะบูมเพราะเป็นสินค้าแปลกใหม่ แต่เมื่อเวลาผ่านไปยอดขายจะคงที่ถึงตอนนั้นก็จะรู้ว่าคุ้มกับการทำตลาดหรือเปล่าและหากดันยอดไม่ขึ้นก็จะทิ้งตลาดกลับไปตายที่จีน (แบบเดียวกับปั๊มน้ำมัน PA นั่นแล)
+1
-
ถ้ารถไม่มี defect นะผมว่ารอดและจะรุ่งด้วยถ้าคุณ_าและราคาแบบนี้ ผมยังไม่พูดเรื่องศูนย์นะ อันนั้นต้องดูยาวๆ แต่ first impression อย่างเรื่อง defect เนี่ยมีผลต่อชื่อเสียเเบรนด์เป็นอันดับแรก
-
โดยโปรดักผมว่าเริ่มดีขึ้นแต่ยังต้องอีกสามสี่ปี
แต่ที่แน่ๆผมเห็นเลยได้ชัดเรื่องพลังการซื้อสื่อ
Cp หว่านแหลกแจกทุกสื่อ อัดค่าโฆษณาเยอะนะคงอาศัยบารมีซีพีเบ่ง
และเชื่อว่าข่าวดีเฟค ข่าวไม่ดีคงโดนอุดได้ถ้ามี
มองยาวๆ คิดว่าเอมจีคงมีที่ยืนในตลาด เหนือกว่า พวกโปรตอนหรือฮุนได
น่าจะเป็นทางเลือกได้สำหรับตลาดระดับล่างถึงกลาง ในระยะยาว
-
รอชมครับ คนไทยซีเรียสอะไหล่ หลังการขายด้วย
-
ส่วนตัวผมคิดว่ามีแนวโน้มครับ โดยดูจากยอดขาย
และจำนวนศูนย์บริการที่ทะยอยเปิดในแต่ละจังหวัด
ผมมีความรู้สึกลึกๆ ว่าทีมงาน MG ศึกษาคนไทยมาดี 8)
-
สายป่านยาวครับ ไม่ตายง่ายๆแน่นอน ฟันธง
แต่เทคโนโลยีในมือยังต้องได้รับการพิสูจน์
อย่างรอบแล้ว 1.8 Turbo เจอ 1.8 N/A ค่ายยุ่นเขาไป ถือว่าเสียเหลี่ยมนะสำหรับผม
1.8+หอย 160 กว่าม้า กำลังมันน่าจะราวๆ 2.0-2.4N/A แต่พอวิ่งจริงๆทำมายังไม่ลงตัว
ทำได้แค่เท่าที่เราเห็น
-
สายป่านยาวครับ ไม่ตายง่ายๆแน่นอน ฟันธง
แต่เทคโนโลยีในมือยังต้องได้รับการพิสูจน์
อย่างรอบแล้ว 1.8 Turbo เจอ 1.8 N/A ค่ายยุ่นเขาไป ถือว่าเสียเหลี่ยมนะสำหรับผม
1.8+หอย 160 กว่าม้า กำลังมันน่าจะราวๆ 2.0-2.4N/A แต่พอวิ่งจริงๆทำมายังไม่ลงตัว
ทำได้แค่เท่าที่เราเห็น
มันไม่ใช่เครื่องไม่แรงครับ แต่รถมันหนักเกินไป เวลาออกตัว 0-40 นี่โดนแจ๊สแซงลิ่วเลยครับ แต่ความเร็วช่วง 60+ ไม่มีปัญหาครับ
-
CP MG ทำตลาดกระบะ รุ่งแน่ๆ เฉพาะองค์กรCP เองก็ใช้กระบะกันเยอะ ระวังให้ดีเถอะเจ้าตลาด เหอะๆ
สินค้าในเซ่เว่นก็ทำกันมาแล้ว
มาครับ พื้นฐานจากกระบะค่ายหนึ่ง ( ที่ไม่ใช่ญี่ปุ่น )
-
ตอนนี้ยังไม่เห็นว่า MG จะอนาคตสดใสเท่าไหร่นะครับ เท่าที่ดูจากตัวรถ มันเหมือนยังไม่มีจุดเด่น จุดขายอะไรที่ชัดเจน
สัญชาติเดิมเป็นอังกฤษ แต่ตัวรถตอนนี้ ค่อนไปทางญี่ปุ่น มากกว่า
รถญี่ปุ่น เจ้าตลาด มีจุดแข็ง จุดขาย ของตัวเองมาค่อนข้างยาวนาน จะแข่งขันให้ได้คงต้องสร้างจุดขาย ของตัวเองให้เด่นขึ้นมา
แต่เพราะเงินทุนหนา ทรัพยากร เพียบ อย่างน้อยก็น่าจะยืนระยะในตลาดได้อีกนาน และถ้าปรับตัวได้ดี ก็อาจจะไปได้ในบ้านเรา
ปล. แต่ถึงยังไงผมก็ไม่สนใจรถยี่ห้อนี้ เพราะไม่นิยม CP เป็นการส่วนตัวครับ
-
ลองคิดง่ายๆ ว่าขอแซงฟอร์ดกับเชฟโลเลตไปซักระยะเพื่อพิสูจน์บริการหลังการขาย แล้วค่อยๆไปไปไล่บี้ที่ 3-4
จากนั้นเริ่มขายกระบะ อันนี้ล่ะครับงานยักษ์เลย ดูแล้วอย่างน้อยๆ ผมว่าอยู่ได้ละครับ เหลือแค่ว่าจะวิ่งขึ้นหัวตารางยังไง
กับรูปทรงถ้าเปลี่ยนแนวไปทางฮอนด้าได้จะดีมาก ราคากับอ็อบชั่นเริ่มมาถูกทางแล้ว
ตอนนี้ MG5 ทำให้ผมสนใจได้เลยนะ นี่ยังไม่มี ecocar ในมือไม่รู้อนาคตจะมีหรือเปล่า
-
อะไหล่อยู่ที่ว่าชิ้นไหนครับ ถ้าเป็นชิ้นที่ผลิตในไทยถ้ามีสต็อคก็ได้ในวันสองวัน ถ้าไม่มีรอประมาณ 2 สัปดาห์ ถ้าต้องนำเข้าก็ประมาณ 2 เดือน
ค่าบำรุงรักษาถูกกว่ายี่ห้ออื่นยกเว้นน้ำมันเกียร์ MG6 เปลี่ยนที 7 ลิตรเลยฟาดไป 6000 กว่า
อะไหล่เบิกเซเว่นไม่ได้อยู่แล้วครับ ถึงบริหารโดย CP แต่บริษัทย่อยมันคนละบริษัทกัน
เท่าที่คุยกับทางทีมงาน อัตราเติบโตมันเกินคาดมากๆ ดูแล้วน่าจะรุ่งครับ
โปรเจ็คสั่งอะไหล่MGผ่าน seven มีจริงนะครับ แต่ไม่ใช่เร็วๆนี้แน่นอน อยู่ระหว่างศึกษาเก็บข้อมูลครับ
-
ทางรอดของ MG ในไทย ต้องหารุ่นเด่น ที่จะมาเป็นพระเอกในการทำตลาดของค่าย เช่น Suzuki มี Swift, Hyundai มี H1, Ford มี Ranger กับ Everest
แล้ว MG จะทำรุ่นไหนให้เด่นจนคนอยากซื้อเป็นอันดับต้นๆ
- รถกระบะพื้นฐานเก๋ง แบบ Nissan NV แต่ขอเป็นขับหลังนะ เครื่องใช้ 1.5 เทอร์โบ ราคาขายเท่า Eco car ตัวกลางๆ น่าจะไปได้สวย
- รถ B-SUV แต่มาในราคา B- Segment แต่มีจุดเด่นคือขับ 4 ซึ่งยังไม่มี B-SUV รายไหนที่ให้ระบบขับสี่ในเวอร์ชันไทย แค่นี้ก็เป็นจุดเด่นแล้ว
-รถเปิดประทุนราคาไม่เกินล้าน ไหนๆ ก็มีรถที่มี Sunroof ในราคา Eco car แล้ว ถ้า MG จะทำรถเปิดประทุนราคาถูกที่สุดในไทยก็น่าจะได้ ไม่ต้องใช้พื้นฐานแบบรถสปอร์ตระดับสูง แต่ใช้พื้นฐานร่วมกับรถยนต์นั่งที่มีอยู่แล้วอย่าง MG5 แล้วทำเป็นตัวถัง 2 ประตู เปิดประทุน ใช้เครื่องและเกียร์เดียวกับ MG5 ตั้งราคาขายประมาณเฉียดล้าน แต่อย่าให้ทะลุล้าน แบบนี้จะน่าสนใจมากเลย
-
คงต้องรอดู MG รุ่น GS all wheel drive อีกตัว
-
แล้วตั้งราคาจำหน่ายให้ประมาณ hrv หรือ cx3
-
เจ้าสัว สายป่านยาว
เซเว่น กว่าจะมาถึงทุกวันนี้
cpf กว่าจะมาถึงทุกวันนี้
orange กว่าจะมาถึง true ทุกวันนี้กำไรแค่หางอึ่ง
TTA กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ หายไปไหน
MG เอิ่ม รออีก 15 ปี ค่อยซื้อ ยังไม่สายครับ
-
ขึ้นอยู่กับผู้บริหารครับ ลูกน้องเก่าเพิ่งออกจากMGมาเล่าว่าผู้บริหารชาวจีนต้องการOutcomeแต่วิธีการทำงานยังไปอีกแบบอยู่เลย
-
ผมว่าคงขายได้พอๆกับยี่ห้อ อินเดีย แค่นั้นจริงๆ 8) 8) 8)
-
ถ้าเป็น The first หรือ the best ไม่ได้
ก็ต้องเป็น the different
https://www.youtube.com/watch?v=ct026IBzqc8 (https://www.youtube.com/watch?v=ct026IBzqc8)
-
สดใสแน่ครับ ถ้ายังทำตลาดแบบแรงๆแบบนี้ต่อไป แต่อย่าตกม้าตายแบบ Chev แล้วกัน
-
ยาก เหนื่อย อาจจะเกิดอยุ่สักพักก็หายไป มูลค่า Brand MG เดิมมันแทบไม่เหลือเลย ขนาดตอน BMW ซื้อเหมาเข่งจาก Layland Group มายังมีคนท้วงติงเลยว่า MG อยู่แค่ในเกณฑ์พอใช้ แต่พอรวมเข้งกับ Rover กลายเป็นแย่มากๆ แล้วก็อย่าลืมว่านั่นมันประมาณ เกือบ 20 ปีที่แล้ว สำหรับผมตอนนี้ Brand นี้มันไม่มีมุลค่าแล้วเหมือนการนับ 1 ใหม่โดยแท้ จนผมแอบคิดว่า เอา รถไฟฟ้าจีน BYD มาประกอบขาย น่าจะดีกว่าในเชิงธุรกิจ
-
ความรู้สึกส่วนตัวผมว่า สัก 10 ปีครับ ถ้าพัฒนาถูกทาง ใส่ใจและทำได้อย่างที่คุณเซลพูด
รวม ๆ อาจจะดีกว่า ฟอร์ด หรือ เชพ นะครับ 8)