Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: Nonlamer ที่ มีนาคม 01, 2016, 23:36:17
-
เห็นหลายๆท่านที่สงสัยเรื่องนี้ พอดีไปเจอทางเวปรีวิวรถยนต์ค่ายนึงเค้าทดสอบมาให้แล้ว แต่ไม่ได้ถึงขั้นละเอียด แค่ทดลองดึงเบรคมือไฟฟ้าขณะขับรถที่ความเร็ว 40 mph หรือ 64 km/h ให้ได้ชมกันครับ
https://www.youtube.com/watch?v=fTVYitkSPXU
Credit: Kelley Blue Book (www.kbb.com)
-
สรุปมันคือเบรคเต็มตีนให้แทนเลยใช่มั้ยครับ
-
ระบบเบรกนี้ น่าพอใจมากเลยครับ
แต่กลัวคันหลัง ชนปังงงงง อิอิ
เก็บเงินๆ ขายFiesta เกียร์กาก ไปขับNew Civic 55 ::) :P 8)
-
เดี๋ยวนะ ระบบนี้ถ้าไม่เบรคก่อนเบรคมือจะไม่ทำงาน ดังนั้นมันก็ต้องหัวทิ่มหัวตำอยู่แล้วอะ
-
มีความคิดว่า
ถ้าเกิดเด็กไปดึงเล่น ขณะที่รถกำลังแล่นบนท้องถนนจริงล่ะ
-
มีความคิดว่า
ถ้าเกิดเด็กไปดึงเล่น ขณะที่รถกำลังแล่นบนท้องถนนจริงล่ะ
จริงครับ...เบรคมือทั่วไปเด็กคงเอาขึ้นลำบาก แต่นี่แค่กดก็เบรคแล้ว
-
จากคลิป แรงเบรคหลังค่อนข้างเบาครับ รถจะค่อยๆชะลอ
ต่างจากเบรคมือแบบเก่า ที่ดึงจนล้อหลังล็อคได้เลย
-
มีความคิดว่า
ถ้าเกิดเด็กไปดึงเล่น ขณะที่รถกำลังแล่นบนท้องถนนจริงล่ะ
ถูกครับ สวนตัวผมไม่ชอบอะไรที่ไฟฟ้ามากเกินไป เบรคมือธรรมดาใช้แรงเยอะกว่าและถ้าเด็กเอื้อมมือมายังไงก็มองเห็น
แต่แบบนี้ถ้าขับซัก 100 อยู่ๆดึงจะเกิดอะไรข้น เด็กไปจังยังไม่รู้เลย :-*
-
มีความคิดว่า
ถ้าเกิดเด็กไปดึงเล่น ขณะที่รถกำลังแล่นบนท้องถนนจริงล่ะ
จริงครับ...เบรคมือทั่วไปเด็กคงเอาขึ้นลำบาก แต่นี่แค่กดก็เบรคแล้ว
เด็กควรนั่ง car seat ครับ
ถ้าผู้ใหญ่ที่ไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้ก็ไม่มีใครช่วยได้ละครับ
-
มีความคิดว่า
ถ้าเกิดเด็กไปดึงเล่น ขณะที่รถกำลังแล่นบนท้องถนนจริงล่ะ
ถ้าเหมือนของ HR-V ในความเร็วสูงรถจะกระตุกนิด 2-3 ที แล้วระบบ E-Break จะปลดการทำงานครับ ไม่ได้หยุดกึ๊กอะไรแบบนั้น
-
ทำไมเรียกไม่เพราะเลยครับ. e brake
-
ตามหลักควรจะเข้า N หรือ P ก่อนถึงจะใช้ได้
-
ห่วงเด็กไปเล่นเหมือนกันครับ อันตราย
-
มีความคิดว่า
ถ้าเกิดเด็กไปดึงเล่น ขณะที่รถกำลังแล่นบนท้องถนนจริงล่ะ
วิศวกรฉลาดพอ ครับ ออกแบบคำนึงเรื่องนี้แล้ว
เพราะออกแบบมา ไม่ให้เอาเด็กเล็ก นั่งที่ตำแนงผู้โดยสารตอนหน้า เด็กโตคงพูดจารู้เรื่อง
เด็กเล็กต้องนั่ง Baby car seat ตำแหน่งที่นั่งตอนหลัง
มีแต่เมืองไทยนี่แระ อุ้มลูกขับรถก็มี หรือเด็กเล็กนั่งหน้าคาดเข็มขัด พอเกิดอุบัติเหตุ ตัวเด็กพุ่งทะลุกระจก เพราะเข็มขัดคาด ไม่พอดีสรรีระของเด็ก
ทำไม ต้อง baby car seat + ที่นั่งตอนหลัง
เพราะถ้าเป็น baby car seat แบบ Rear Facing จะบาดเจ็บน้อยกว่าแบบ Front Facing
อธิบายด้วยฟิสิกส์ :
น้ำหนัก 25% ของน้ำหนักตัวทั้งหมดของเด็กเล็ก จะอยู่ที่ศีรษะ (ขณะที่ผู้ใหญ่ศีรษะจะหนักเพียง 6% ของน้ำหนักตัวทั้งหมด) ทำให้คอของเด็กจะต้องรับภาระหนักมากกว่าปกติ ดังนั้นการติดตั้งคาร์ซีทแบบ Front Facing หรือหันไปทางเดียวกับคนขับ จะทำให้เมื่อเกิดการชนด้านหน้ารถยนต์ ร่างของเด็กจะถูกรั้งให้ติดกับเบาะไว้โดยคาร์ซีท แต่ศรีษะเด็กซึ่งมีน้ำหนักถึง 25% ของร่างกาย จะไม่มีอะไรฉุดรั้งไว้ โมเมนตัมของรถจะยังคงฉุดให้ศรีษะพุ่งต่อไปยังข้างหน้า และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้กระดูกเคลื่อนอย่างรุนแรง หรือคอหักได้ทันที (สูตรโมเมนตัม P = มวล x ความเร็ว)
แค่ศีรษะเคลื่อนอย่างรุนแรงในเพียง 1/4 นิ้ว อาจทำให้เด็กเป็นอัมพาต หรือ เสียชีวิตได้
75% ของเด็กที่นั่ง Car seat แบบ Rear Facing (หันหลังให้คนขับ) จะมีโอกาสได้รับบาดเจ็บน้อยว่าการนั่งแบบ Front Facing (วิจัยและตีพิมพ์โดย AAP)
นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก และ ฟินแลนด์ แนะนำให้ติดตั้ง Car seat แบบ Rear Facing และกำหนดให้เด็กต้องนั่งจนกว่าจะอายุ 4 ปี
อ้างอิง http://th.theasianparent.com
-
รักลูก ให้ลูกนั่ง Car Seat
ที่เบาะหลัง นะครับ :D
-
รักลูก ให้ลูกนั่ง Car Seat
ที่เบาะหลัง นะครับ :D
+1 เห็นด้วยครับ
ลูกผมนั่งตั้งแต่เกิด จนอายุ 13 จนนั่งไม่ได้ และตอนเด็กไม่เคยนั่งเบาะหน้า
ปัจจุบันก็เลยนั่งเป็นคุณนายเบาะหลังไปเลย 555
-
ถ้าเด็กไม่รู้สามาดึง แสดงว่าผู้ใหญ่ผิดครับ ;D
-
ถ้าเบรคมือ มันดีตรงดึงทีละ แก๊กๆ จนหยุด เล่นจังหวะด้วยมือเราได้
-
มีความคิดว่า
ถ้าเกิดเด็กไปดึงเล่น ขณะที่รถกำลังแล่นบนท้องถนนจริงล่ะ
วิศวกรฉลาดพอ ครับ ออกแบบคำนึงเรื่องนี้แล้ว
เพราะออกแบบมา ไม่ให้เอาเด็กเล็ก นั่งที่ตำแนงผู้โดยสารตอนหน้า เด็กโตคงพูดจารู้เรื่อง
เด็กเล็กต้องนั่ง Baby car seat ตำแหน่งที่นั่งตอนหลัง
มีแต่เมืองไทยนี่แระ อุ้มลูกขับรถก็มี หรือเด็กเล็กนั่งหน้าคาดเข็มขัด พอเกิดอุบัติเหตุ ตัวเด็กพุ่งทะลุกระจก เพราะเข็มขัดคาด ไม่พอดีสรรีระของเด็ก
ทำไม ต้อง baby car seat + ที่นั่งตอนหลัง
เพราะถ้าเป็น baby car seat แบบ Rear Facing จะบาดเจ็บน้อยกว่าแบบ Front Facing
อธิบายด้วยฟิสิกส์ :
น้ำหนัก 25% ของน้ำหนักตัวทั้งหมดของเด็กเล็ก จะอยู่ที่ศีรษะ (ขณะที่ผู้ใหญ่ศีรษะจะหนักเพียง 6% ของน้ำหนักตัวทั้งหมด) ทำให้คอของเด็กจะต้องรับภาระหนักมากกว่าปกติ ดังนั้นการติดตั้งคาร์ซีทแบบ Front Facing หรือหันไปทางเดียวกับคนขับ จะทำให้เมื่อเกิดการชนด้านหน้ารถยนต์ ร่างของเด็กจะถูกรั้งให้ติดกับเบาะไว้โดยคาร์ซีท แต่ศรีษะเด็กซึ่งมีน้ำหนักถึง 25% ของร่างกาย จะไม่มีอะไรฉุดรั้งไว้ โมเมนตัมของรถจะยังคงฉุดให้ศรีษะพุ่งต่อไปยังข้างหน้า และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้กระดูกเคลื่อนอย่างรุนแรง หรือคอหักได้ทันที (สูตรโมเมนตัม P = มวล x ความเร็ว)
แค่ศีรษะเคลื่อนอย่างรุนแรงในเพียง 1/4 นิ้ว อาจทำให้เด็กเป็นอัมพาต หรือ เสียชีวิตได้
75% ของเด็กที่นั่ง Car seat แบบ Rear Facing (หันหลังให้คนขับ) จะมีโอกาสได้รับบาดเจ็บน้อยว่าการนั่งแบบ Front Facing (วิจัยและตีพิมพ์โดย AAP)
นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก และ ฟินแลนด์ แนะนำให้ติดตั้ง Car seat แบบ Rear Facing และกำหนดให้เด็กต้องนั่งจนกว่าจะอายุ 4 ปี
อ้างอิง http://th.theasianparent.com
>>> ขอบคุณข้อมูลดีดีครับ :D ::) ;)
-
หากเผลอไปกด e-brake
กดอีกเพื่อ release ได้หรือไม่
หรือรถจะหยุดนิ่งเลย
HR-V มาเฉลยหน่อยก็ดี
-
แต่ผมมองว่าเด็กยังไงก็คือเด็กฮะ เด็กมันมีนิสัยชอบอยากรู้อยากเห็น แล้วตอนเราขับไปเราไม่ได้ติดตามดูเด็กตลอดเวลาหรอกฮะ เด็กมันก็กดนั่นกดนี่ของมันไปเรื่อย มันอาจจะมีช่วงเวลาจังหวะนึงที่มันเผลอไปกดได้
-
มีลูกหรือเด็กอายุน้อยกว่า 10 ปี หรือสูงน้อยกว่า 150 cm. ควรนั่ง Car Seat ครับ
การที่ปล่อยให้เด็กเดินจากเบาะหลังมาเบาะหน้า หรือยืนเล่นภายในเบาะหน้า ในขณะที่รถวิ่งอยู่แล้วกดปุ่มเบรคไฟฟ้าแค่นี้ก็ประมาณแล้วครับ
ถ้ายังปล่อยให้เด็กที่อยู่ในรถสามารถเดินไปมาได้ หรือยืนได้ แล้วยังกลัวว่าเด็กจะกดปุ่มเบรคไฟฟ้าขณะรถวิ่ง ยังน่ากลัวน้อยกว่า การที่เด็กเอามือมาจับมาดึงพวงมาลัยเล่นเสียอีก
-
รักลูก ให้ลูกนั่ง Car Seat
ที่เบาะหลัง นะครับ :D
ตามนั้นครับ ทำตามความปลอดภัย ไม่ต้องมากลัวอะไรหรอก
-
จากคลิป แรงเบรคหลังค่อนข้างเบาครับ รถจะค่อยๆชะลอ
ต่างจากเบรคมือแบบเก่า ที่ดึงจนล้อหลังล็อคได้เลย
เบรคมือแบบเก่า หรือเบรคมือแบบดึง เดิมๆไม่สามารถทำให้รถล้อล็อกได้นะครับ..
แบบพวกเขาดริฟนั้นคือแต่งเบรคมาหมดแล้ว
-
มีความคิดว่า
ถ้าเกิดเด็กไปดึงเล่น ขณะที่รถกำลังแล่นบนท้องถนนจริงล่ะ
ถ้าเด็ก ดึงเกียร์เล่นหล่ะ
ถ้าเด็ก เอื้อมมาขว้าพวงมาลัยหล่ะ
ถ้าเด็ก กลิ้งตกไปแล้ว คนขับหันไปมองหล่ะ
ถ้าเด็ก แกล้งคนขับหล่ะ
ผมเอาหลานไปไหน นั่ง car seat เบาะหลังตลอดหล่ะ ถ้าห่วงเด็กดึงเบรคมือขนาดนี้ไปห่วงเรื่องความปลอดภัยตัวเค้าเวลาชนหรืออย่างอื่นดีกว่า เด็กเล็กไม่ควรนั่งเบาะหน้า จำไว้นะครับ
-
มีความคิดว่า
ถ้าเกิดเด็กไปดึงเล่น ขณะที่รถกำลังแล่นบนท้องถนนจริงล่ะ
วิศวกรฉลาดพอ ครับ ออกแบบคำนึงเรื่องนี้แล้ว
เพราะออกแบบมา ไม่ให้เอาเด็กเล็ก นั่งที่ตำแนงผู้โดยสารตอนหน้า เด็กโตคงพูดจารู้เรื่อง
เด็กเล็กต้องนั่ง Baby car seat ตำแหน่งที่นั่งตอนหลัง
มีแต่เมืองไทยนี่แระ อุ้มลูกขับรถก็มี หรือเด็กเล็กนั่งหน้าคาดเข็มขัด พอเกิดอุบัติเหตุ ตัวเด็กพุ่งทะลุกระจก เพราะเข็มขัดคาด ไม่พอดีสรรีระของเด็ก
ทำไม ต้อง baby car seat + ที่นั่งตอนหลัง
เพราะถ้าเป็น baby car seat แบบ Rear Facing จะบาดเจ็บน้อยกว่าแบบ Front Facing
อธิบายด้วยฟิสิกส์ :
น้ำหนัก 25% ของน้ำหนักตัวทั้งหมดของเด็กเล็ก จะอยู่ที่ศีรษะ (ขณะที่ผู้ใหญ่ศีรษะจะหนักเพียง 6% ของน้ำหนักตัวทั้งหมด) ทำให้คอของเด็กจะต้องรับภาระหนักมากกว่าปกติ ดังนั้นการติดตั้งคาร์ซีทแบบ Front Facing หรือหันไปทางเดียวกับคนขับ จะทำให้เมื่อเกิดการชนด้านหน้ารถยนต์ ร่างของเด็กจะถูกรั้งให้ติดกับเบาะไว้โดยคาร์ซีท แต่ศรีษะเด็กซึ่งมีน้ำหนักถึง 25% ของร่างกาย จะไม่มีอะไรฉุดรั้งไว้ โมเมนตัมของรถจะยังคงฉุดให้ศรีษะพุ่งต่อไปยังข้างหน้า และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้กระดูกเคลื่อนอย่างรุนแรง หรือคอหักได้ทันที (สูตรโมเมนตัม P = มวล x ความเร็ว)
แค่ศีรษะเคลื่อนอย่างรุนแรงในเพียง 1/4 นิ้ว อาจทำให้เด็กเป็นอัมพาต หรือ เสียชีวิตได้
75% ของเด็กที่นั่ง Car seat แบบ Rear Facing (หันหลังให้คนขับ) จะมีโอกาสได้รับบาดเจ็บน้อยว่าการนั่งแบบ Front Facing (วิจัยและตีพิมพ์โดย AAP)
นอร์เวย์ สวีเดน เดนมาร์ก และ ฟินแลนด์ แนะนำให้ติดตั้ง Car seat แบบ Rear Facing และกำหนดให้เด็กต้องนั่งจนกว่าจะอายุ 4 ปี
อ้างอิง http://th.theasianparent.com
ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ครับ ::) ::) ::)
-
หากผู้ผลิตรถย้ายตำแหน่งของตัว e brake ไปไว้ในจุดที่เหมาะสมกว่า เช่น ใต้คอนโซลฝั่งคนขับ
ก็จะไม่มีใครในรถที่จะมีโอกาสบังเอิญมาโดน ตัว e brake ได้ก็จะดีกว่านะครับที่เห็นๆอย่างเช่น benz รุ่นใหม่ๆครับ
รุ่นเก่าผมไม่รู้นะว่าเหมือนกันมั้ย ก็จะหายกังวลเรื่องนี้ไปครับ