Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: sstp ที่ เมษายน 28, 2016, 19:59:24
-
วันก่อนเจอข้อมูลจากในไลน์อ่ะครับ
เค้าบอกว่าตอนจอด ให้เราเหยียบเบรค ดึงเบรคมือก่อน แล้วค่อยเข้าเกียร์P
ส่วนตอนจะออกตัว ให้เราเหยียบเบรค เข้าเกียร์D แล้วค่อยปลดเบรคมือ
ซึ่งถ้าเป็นปกติที่คนส่วนใหญ่(หรือเปล่า) รวมถึงผม จะทำตรงข้ามกับที่เค้าแนะนำ :-X
เลยอยากสอบถามอ่ะครับ ว่าวิธีการไหนจะดีกว่ากัน หรือไม่ต่างกัน ในการถนอมเบรคและเกียร์
ขอบคุณครับ :D
-
ไม่เคยคิดเรื่องเหล่านี้เลยครับ ):
ระวังแค่เพียง ถ้าเบรกมือขึ้น (ไฟโชว์) ก็ไม่เหยียบเบรก และกลับกัน.. เพื่อป้องกันการไหลชน
-
ปกติผมทำแต่อันนี้อะ เพราะตอนเบรคมือทำงานตัวรถจะขยับได้อีกนิดนึง แล้วจึงเข้าเกียร์ P เพื่อล็อคจอดสนิท
ตอนออกตัวก็ปลดทุกอย่างก่อน แล้วเหยียบเบรค ใส่เกียร์ D รถจะออกตัวอย่างนิ่มนวล
เราเหยียบเบรค ดึงเบรคมือก่อน แล้วค่อยเข้าเกียร์P
-
ปกติผมจะเข้า N ดึงเบรคมือก่อนครับ พอรถนิ่งแล้วค่อยเข้า P
เคยได้ยินมาว่าถ้าเข้าเกียร์ P ก่อนแล้วปล่อยรถไหลจนเกียร์ล๊อคแล้วถึงดึงเบรคมือ นานๆไปชุดเกียร์จะไปรั้งเครื่องยนต์ทำให้ยางรองแท่นเครื่องเสื่อมเร็วขึ้นครับ
-
ตอนจอด เหยียบเบรคก่อน ค่อยดึงเบรคมือ แล้วค่อยเข้าเกียร์ P
ตอนจะออกตัว ให้เราเหยียบเบรค ค่อยปลดเบรคมือ ดึงมาที่เกียร์ D แล้วค่อยๆปล่อยเบรคครับ
-
ไม่ดึงเบรคมือครับ
-
ปกติผมจะเข้า N ดึงเบรคมือก่อนครับ พอรถนิ่งแล้วค่อยเข้า P
เคยได้ยินมาว่าถ้าเข้าเกียร์ P ก่อนแล้วปล่อยรถไหลจนเกียร์ล๊อคแล้วถึงดึงเบรคมือ นานๆไปชุดเกียร์จะไปรั้งเครื่องยนต์ทำให้ยางรองแท่นเครื่องเสื่อมเร็วขึ้นครับ
ตามนี้ครับ อีกเสียงครับ
-
เหยียบเบรคให้รถนิ่งแล้วใส่เบรคมือก่อนเข้าเกียร์ P ครับ ป้องกันไม่ให้ชุดเกียร์ทำงานหนัก คู่มือ Benz ก็เขียนครับ
[img width= height=]http://www.mx7.com/i/ddb/NazkQi.png[/img]
-
ปกติผมจะเข้า N ดึงเบรคมือก่อนครับ พอรถนิ่งแล้วค่อยเข้า P
เคยได้ยินมาว่าถ้าเข้าเกียร์ P ก่อนแล้วปล่อยรถไหลจนเกียร์ล๊อคแล้วถึงดึงเบรคมือ นานๆไปชุดเกียร์จะไปรั้งเครื่องยนต์ทำให้ยางรองแท่นเครื่องเสื่อมเร็วขึ้นครับ
ตามนี้ครับ อีกเสียงครับ
ตามนี้เช่นกันครับ
-
ถ้าเป็นทางราบ ยังไงก็ได้
แต่ถ้าเป็นทางชัน ไม่ว่าขึ้นหรือลง ให้ทำตามนั้น
-
เพื่อเป็นการยืดอายุตัวล็อคเฟืองของเกียร์ ตอนจอดให้เหยียบเบรค ดึงเกียร์มา N ดึงเบรคมือขึ้นจนสุด ค่อยๆ ปล่อยเบรค (รถจะขยับตัวได้นิดนึงแล้วหยุด) แล้วก็ค่อยใส่ P ครับ
ส่วนตอนออกตัวที่จะช่วยยืดอายุยางแท่นเครื่องและระบบเกียร์ไม่ให้สึกหรอมากเกินไป ให้เหยียบเบรคก่อน ดึงเกียร์จาก N ไป D (รถบางรุ่นถ้าไม่เหยียบเบรคจะเปลี่ยนจาก N ไป D ไม่ได้เลย) ปลดเบรคมือ ปล่อยเบรค และเหยียบคันเร่งได้เลย
ขั้นตอนออกตัวจะช่วยยืดอายุยางแท่นเครื่องตรงที่เมื่อระบบขับเคลื่อนเริ่มดึงรถ จะไม่ถูกเบรคมือรั้งเอาไว้ให้ยางแท่นเครื่องรับหน้าที่ไปเต็มๆ (กรณีรถขับหน้านะ) และจะช่วยยืดอายุระบบเกียร์ตรงที่เกียร์ยังไม่ใช้แรงดันมหาศาลขับเคลื่อนตัวรถเท่าแบบ N ไป D โดยที่ไม่ได้เหยียบเบรคครับ :)
-
ควรให้ส่วนที่มีราคาถูก
พังก่อน
ผ้าเบรค 1500
ยางรองแท่น 9000
เกียร์ 85000
ผมเลือกเสียผ้าเบรค โดยดึงเบรคมือ
ลำดับเหมือน คห.บน
-
ขอบคุณมากครับ ได้ประสบการณ์และความรู้ใหม่ๆเลยครับ :-*
-
ถ้าเป็นเบรคมือไฟฟ้ามันจะดึงแน่นแบบว่าปล่อยเบรคก็ไม่ขยับนะครับ แต่ก็ทำตามคำแนะนำน่าจะเซฟเกียร์แบบชัวร์ๆ
-
เห็นด้วยกับคุณ ikrit ผมก็ทำคล้ายกัน เพียงแต่ตอนจะออกรถผมจะ 1.เหยียบเบรค 2. ปลดเบรคมือ หรือ Parking Break 3.เข้าเกียร์ D เพื่อป้องกันการลืมปลดเบรคมือ.
-
ผมเข้าเว็บนี้แล้วมันเป็นอีกโลกนึงเลย นับถือท่านๆมาก ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆมาก แต่สำหรับผมคงไม่เป๊ะขนาดนี้เพราะบางครั้งเราต้องมาระวังมากเกินไปจะพลอยใช้รถแบบจิตตก นู่นนี่นั่นก็กลัวเสีย อย่างไม่กี่วันก่อน ก็อเรื่อง เอาป้ายเติมน้ำมันไว้บนฝากระโปรง ผมยังคิดไม่ได้เลย
-
เรื่องเบสิคที่คนรักษารถควรรู้ครับ
โดยเฉพาะจอดบนเนิน ผมเห็นรถหลายๆคันเอาอิฐก้อนเล็กๆมารองล้อ
แต่เบรคมือไม่ดึงซะงั้น เฟืองเกียร์จะรับแรงทั้งหมด
เพิ่มเติมครับ เบรคมือดึงต้องตึงพอที่ล้อจะล็อคนิ่งด้วยครับ สาวๆดึงเบรคมือเหมือนไม่ได้ดึง
-
จอดพื้นเรียบรถไม่ไหล รถขับล้อหน้า ไม่ต้องใส่เบรคมือหรอกครับ มันไม่มีอะไรหมุนขัดกันแล้ว
-
ดีครับ ต่อไปจะได้ทำตาม