Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: e:smart Hybrid ที่ พฤษภาคม 06, 2016, 18:33:41
-
ผมค่อนข้างชอบรูปทรงของ MG GS ครับ
ทรงสวยมากสำหรับผม ไปดูตัวจริงที่ Motor Show ดูดีมาก
แต่ผมรู้สึกว่ามันมีจุดติดๆ ขัดๆ หลายๆ เรื่อง เช่น ถุงลมมี 4 ใบ ผมมองว่าเจ้ารองในตลาด ตั้งราคาขนาดนี้ควรมีอย่างน้อยๆ 6 ใบ ในตัว top
สิ่งที่สำคัญ คือ ราคา เอาละถ้าเทียบกับเจ้าตลาด ตัว top option ก็ไม่ขี้เหร่ ในราคา 1.31 ล้านยกเว้นม่านนิรภัยที่ไม่มีให้ แต่ก็ได้ระบบขับ 4 (ที่ทำงานเฉพาะตอนกดปุ่มและความเร็วไม่เกิน 60) ซันรูฟ
แต่ผมว่า ราคามันก็ดูสูงไป ผมว่าถ้าอยู่ในช่วง 1.2-1.25 ล้าน กำลังดีครับ
ส่วนตัวล่าง ผมเห็นพี่แพนเคย post ว่าควรตัด option บางอย่างออก ทำราคาสัก 1.0x ล้าน เช่น พวกล้อ 18 กุญแจและปุ่ม start (ดูตาม link นี้ครับ http://community.headlightmag.com/index.php?topic=49540.msg845001#msg845001)
ผมว่าราคานั้นเมื่อมองดูก็น่าใช่ครับ เพราะตัวขับ 2 เบาและได้ม้า 218 ตัวเกียร์ไม่ใช่เกียร์ CVT อัตราเร่ง (ควร) จะไม่ต่ำกว่า 9 วิ น่าสนใจสำหรับคนที่รักความแรง
แต่จริงๆ ผมก็สงสัยเหมือนกันว่า ทำไม่ถึงไม่เอาเครื่อง 1.5 turbo ฉีดตรง ที่อยู่ในต่างประเทศ มีม้า 160 กว่าตัวเข้ามา เพราะตัวนั้น ถ้าทำให้ใช้ E85 ได้เหมือนตัวนี้ซึ่งเป็นฉีดตรง ก็น่าจะทำราคาได้และเสียภาษีในอัตรา 25% ซึ่งจะ save กว่าการใช้เครื่อง 2.0 turbo ฉีดตรง (จาก https://en.wikipedia.org/wiki/MG_GS)
ถ้าวางดีๆ อาจจะได้ต่ำกว่า 1 ล้าน ซึ่งก็ทำให้น่าสนใจและน่าเอามาขายแทน MG6 ซึ่งดูเชยและโบราณ ไม่มีจุดน่าสนใจเท่าไหร่
อยากให้ทุกท่านแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ ขอบคุณครับ
-
ยี่ห้อใหม่คนยังไม่คุ้นเคยต้องทำออกมาแบบโอ้โหหน่อยครับ ดูอย่าง MG6 เทียบกับ MG3 ก็พอจะมองภาพออก
-
ยี่ห้อใหม่คนยังไม่คุ้นเคยต้องทำออกมาแบบโอ้โหหน่อยครับ ดูอย่าง MG6 เทียบกับ MG3 ก็พอจะมองภาพออก
ใช่คับ MG3 ผมว่าน่าสนใจตรงเป็นรถที่ราคาไม่เกิน 5-5.5 แสนที่เติม E85 ได้ บางรุ่นมี sunroof
ระบบควบคุมการทรงตัวก็มีครับ
-
สำหรับรุ่นนี้ก็ต้องขายราคานี้แหละ ก็ MG ดันจัดเครื่อง 2.0 Turbo ใส่เข้าไปนี่หน่า
ทั้งๆที่คู่แข่งเป็นเครื่อง 2.0 ธรรมดาก็ยังราคาแพงกว่า MG อยู่ ณ ขณะนี้ ถ้าอยากจะให้ถูกลงคงต้องรอรุ่นย่อยเป็นเครื่อง 1.5 Turbo หรือเครื่อง 2.0 ธรรมดา
ปล.แต่ไม่รู้จะมีไหมนะ คงรอดูเสียงตอบรับจากลูกค้าก่อน
-
ถ้ามองที่ตัวรถ สิ่งที่ได้มาไม่แพงครับ
ถ้ามองในมุมคนซื้อที่ต้องตัดสินใจซื้อ แพงครับ ควรจะมีรุ่นที่ options น้อยกว่านี้หรือเครื่องเล็กกว่านี้แล้วขายให้ถูกลง
ผมว่าที่คนมองว่าแพงเพราะยังไม่กล้าจ่ายเงินซื้อรถ MG ในราคาเท่านี้มากกว่า
-
ดูรถ กับออปชั่น ไม่แพงครับ แค่ไม่กล้าซื้อ ;)
-
การออกแบบภายในมันเฝร่ยๆ
-
ส่วนตัวคิดว่ารถคันนี้เน้นผู้ชายที่ชอบขับรถเร็วๆ ชอบฟิลลิ่งรถหนักแต่แรง ถ้าดูแค่ด้านนี้ถือว่าไม่แพงเลย แต่ถ้าดูเรื่องขนาดความกว้าง ออฟชั่นผมว่าแพงไป 1 แสน เพราะไปดูคันจริงแล้วคือภายใน/ม่ได้ดูลดต้นทุนมากจนรับไม่ได้ แต่ที่แคบคือ พื้นที่สัมภาระด้านหลังเล็กกว่า HRV ซะอีก สำหรับราคาขนาดนี้ผมมองว่าแพง
-
เค้าตั้งราคาเผื่อทำโปรมากไปหน่อยครับ
-
ถ้ารวมส่วนลดแล้วก็ได้ราคาประมาณที่คุณว่ามาครับ ถามว่าทำไม 1.5 ไม่มา อันนี้ผมว่าเดี๋ยวมันมานะ เพียงแต่ถ้าเรามองตามตลาดจีนแล้วเครื่อง 1.5 มันมาทีหลัง อาจจะมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้มันยังไม่พร้อมเปิดตัวเช่นจูน E85 ยังไม่รอด หาจุดที่ลงตัวไม่ได้ CO2 ไม่ต่ำพอ หรือยังวิ่งทดสอบไม่มากพอ
ซึ่งถ้ามาจริงราคา MG GS ตัวล่างคงไม่ถึงล้านแน่ๆ ตอนนี้ก็ทำได้แค่ลุ้นให้มันมาครับ สำหรับรถขนาดเท่านี้น้ำหนักตัวแบบนี้ จะปล่อย CO2 150g/km ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
-
ภายในออกแบบน่าจะดีกว่านี้ รวมทั้งวัสดุที่ใช้
นอกนั้นผมว่าดีเลยนะ
-
ส่วนตัวผม ภายนอกตัวรถดูแปลกๆไม่เข้าตา
ภายในยิ่งหนักเลย ใครออกแบบฟร่ะ
บอกตรงๆ ยังไม่กล้าซื้อ
-
ผมมองว่าถูกครับ
ราคานี้ เครื่องแบบนี้ คู่แข่งราคาระดับ 1.5-1.6 ล้านไม่มีนะครับ
ถ้าอยากได้ 2.0 ผูกโบ ต้องไปเล่น Subaru Forester 2.0 Turbo คันละ 2.29 ล้าน แพงกว่า MG GS 2 เท่าตัวเลย
-
ถ้ารวมส่วนลดแล้วก็ได้ราคาประมาณที่คุณว่ามาครับ ถามว่าทำไม 1.5 ไม่มา อันนี้ผมว่าเดี๋ยวมันมานะ เพียงแต่ถ้าเรามองตามตลาดจีนแล้วเครื่อง 1.5 มันมาทีหลัง อาจจะมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้มันยังไม่พร้อมเปิดตัวเช่นจูน E85 ยังไม่รอด หาจุดที่ลงตัวไม่ได้ CO2 ไม่ต่ำพอ หรือยังวิ่งทดสอบไม่มากพอ
ซึ่งถ้ามาจริงราคา MG GS ตัวล่างคงไม่ถึงล้านแน่ๆ ตอนนี้ก็ทำได้แค่ลุ้นให้มันมาครับ สำหรับรถขนาดเท่านี้น้ำหนักตัวแบบนี้ จะปล่อย CO2 150g/km ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ใช่คับ หวังว่าแบบนั้น
MG GS ทำให้ผมหลงรูปลักษณ์มากๆ คับ ชอบสีทอง(http://www.9carthai.com/wp-content/uploads/2999/03/car-3.png)สวยมากๆ คับ กับขาว black top(http://www.checkraka.com/uploaded/gallery/4f/4fa1974962c9892e935fbf57b27cbe06.jpg)รุ่นขับสอง ครับ ;)
-
ภายในออกแบบน่าจะดีกว่านี้ รวมทั้งวัสดุที่ใช้
นอกนั้นผมว่าดีเลยนะ
เห็นด้วยครับ เห็นวัสดุภายในแล้ว เหมือน ecosport มาก ทั้งการดีไซน์แปลกๆ การใช้วัสดุพลาสติกแข็งๆ รวมถึงกลิ่นรถใหม่ในห้องโดยสาร
ราคาตัวที่ผมดู 1.2 ล้าน ผมยังคิดว่าราคานี้ไป cx-5 2.0e 1.22 ล้านดีกว่า
-
ผมว่ามันแพงไปเหมือนกัน
ภายนอก ภายในก็ไม่เด่นอะไรเลย
-
ดูจากสเปคแล้วก็ราคาประมาณนี้แหละครับ ถามว่าให้ซื้อเอามั้ย บอกเลยว่าไม่ครับ :-X
-
เห็นด้วยกับความเห็นบนๆครับว่าเทียบสเปคแล้วไม่แพง
เปรียบ MG เป็นมือถือจีนสเปคแรงๆราคาหมื่นกว่าบาท
ผมยอมเพิ่มตังไปซื้อไอโฟนหรือแบรนเจ้าตลอด อุ่นใจกว่าครับ :)
-
ราคากับออฟชั่นที่ได้ ไม่แพงครับ แต่ไม่จูงใจในการซื้อเมื่อเทียบกับค่ายตลาด
-
จริง ๆ ออฟชั่น กะเครื่องก็มาเกินราคา รถแล้วนะครับ
แต่แค่
วัสดุภายในไม่ได้ ต่างจาก MG 5 มากอะครับ
ราคาหลักล้านลูกค้่่าน่าจะอยากได้อะไรดีกว่าดีหน่อยนะครับ
-
ภายในขี้เหร่มากๆ
-
มันขาดความสวย
-
ซื้อรถ 1 คัน คนซื้อคงไม่ได้ดูแต่ตัวเลขแรงม้า เครื่อง หรือ specsheet
กันอย่างเดียว แล้วคิดว่ารถคันนี้น่าซื้อ ถูกกว่าคันนั้น คันนี้ ตั้ง 2 เท่า
ไปเจอคันจริง ดู-สัมผัสวัสดุภายในห้องโดยสาร หลายคนก็ถอยกันหมด
วัสดุมันไม่ได้ดีกว่า MG 6 เลยด้วยซ้ำ ทั้งๆที่แพงกว่า 2 แสน (ไม่รวมส่วนลด MG 6)
วัสดุแบบนี้อยู่ใน MG 3 ถือว่าเหมาะสมกับราคา อยู่ใน MG 5 ก็ถือว่ายังไหว
แต่กับรถที่ราคา 1.3 ล้าน แล้วให้วัสดุเหมือน MG 3 ที่ถูกกว่ากัน 2.5 เท่า
อันที่จริงในราคาเท่ากัน คู่แข่งก็ให้อุปกรณ์ความปลอดภัยมา ใกล้เคียงพอๆกัน
เห็นจะมีก็ Sunroof ที่ให้มากกว่า กับเครื่องที่ต้องรอการพิสูจน์สมรรถนะ
0-100 ใน 8.1 วินาที คือ ตัวเลขจากโรงงาน วิ่งจริงต้องดูกันอีกที
ถ้าดูแต่เรื่อง Spec ที่ให้ กับราคาที่ตั้ง ถือว่าเหมาะสม ถ้ามันอยู่ภายใต้แบรนด์อื่น
ที่คนซื้อมีความเชื่อมั่นมากกว่านี้ และ อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าวัสดุต้องดีกว่านี้
ที่จริง ผมมองว่าควรจะตั้งราคาให้ถูกกว่าคู่แข่งซักก้อนนึง เหมือนอย่างที่
MG 3 เป็นมันถึงจะขายได้ เพราะ ความเชื่อมั่นในแบรนด์ หรือค่าของแบรนด์
มันก็ถูกบวกลงไปในราคาขายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลองตั้งราคาให้ตัวท๊อป
ของ MG GS เท่ากับราคาของตัวล่างสุดของคู่แข่ง (1.2 ล้าน) คิดว่าคง
ได้รับกระแสตอบรับที่ดีกว่านี้
ถ้าราคามันไม่ได้จูงใจให้กล้าเสี่ยง (เหมือน MG 3) ผมว่าน้อยคนนะที่จะยอมจ่าย
-
หรือเพราะว่า MG เขาคิดว่ายอดขายเขาดีเลยกล้าตั้งราคานี้นะครับ
ในบรรดารถเจ้ารอง เขาก็ขายดีจริง แต่ GS 6 ผมว่าแพงไปอยู่ดี
(http://www.headlightmag.com/hlmwp/wp-content/uploads/2016/04/total_all_brand_mar16.jpg)
-
เหมาะสม แต่ไม่กล้าซื้อ
-
MG6 MG3 MG5 ผมชอบมาหมดเลย พอตัวนี้GS ผมกลับไม่ชอบทั้งภายนอกและภายใน
-
ในประเทศไทย ในเวลานี้ และนับไปหน้าอีก 3 ปีเป็นอย่างน้อย คงจะมีน้อยคนนักที่กล้าจ่ายเงินหลักล้านเพื่อซื้อรถจีน
MG คิดผิดมากๆ ในการนำ GS มาขาย ราคาเกินล้าน รถที่เขาขายได้มันเกิดจากการ ขายราคาต่ำกว่าคู่แข่ง แต่ MG GS ไม่ใช่
เขาคงพยายามจะบอกว่า เขาแข่งกับ CRV CX5 หรือ Fortuner ที่พยายามพรีเซนท์ตัวเองแข่งรถเก๋ง Crossover แต่ภาพความจริงทุกวันนี้ HRV ก็ขายแข่ง CRV อยู่แล้ว ราคาที่เหมาะสมของ GS คือ ห้ามเกิน HRV
-
รถปลุกผี กล้าขายราคาไม่ต่างเจ้าตลาด ถึงตัวรถจะขับดีแค่ไหนแต่คนซื้อคงยังไม่กล้า ทั้งความมั่นใจในคุณภาพชิ้นส่วนระยะยาว ศูนย์บริการ หรือแม้กระทั่งราคาขายต่อ ยี่ห้อนี้คนทั่วไปส่วนใหญ่ไม่ได้รู้จัก กว่าจะทำให้คนชื้อเชื่อมั่นคงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า10ปี ช่วงแรกๆนี้ถ้าขายตัดราคาเจ้าตลาดเยอะๆคงพอขายได้อยู่ ใจต้องถึงกว่านี้ครับเจ้าสัว!
-
ไม่แพงไปหรอกครับ เพียงแต่วัสดุภายในมันไม่สมกับรถราคาหลักล้าน แค่นั้นจริงๆครับ :-X
-
ผมเคยแจ้งทางMGแล้ว ว่าราคาที่ออกมา มันแป๊ก ถ้าจะเอาขายดี ราคาที่เปิดตัวมาต้องต่ำกว่านี้80000-100000บาท
คงจะมีคนซื้ออีกพอสมควร รุ่นขับ2ทำราคา1.1m รุ่นขับ4ทำราคา1.2m ราคาที่เปิดตัวมาแพงไปจริงๆครับ
ผมเคยรอตัวนี้ พอราคาเปิดมาแบบนี้ ผมไปมองPPVดีกว่า ด้วยความเคารพ
-
ยังไม่ทันดัง ออกลายแล้วครับ คิดเองเองแล้วกัน
ปล.ผมเกลียดมาจาก ทรู
-
รถดูเสียงของคนใช้ก่อนสัก 7-8 ปี
ตอนนั้นอาจจะลองหันมาเล่นค่ายนี้ก็ได้