Headlight Magazine : community
General => Discussion Forum => ข้อความที่เริ่มโดย: Untouchable ที่ มิถุนายน 01, 2016, 17:03:52
-
กระบะในปัจจุบันที่แต่ละค่ายก็ต่างแข่งกันลดขนาดเครื่องยนต์แต่ปรุงแต่งให้แรงสุดๆ บ้างค่ายก็เล่นประจำการเครื่องยนต์เดียวไปเลยแต่ปรับแต่งให้เพียงพอของแต่ละตลาด...ถ้าดูตามตัวเลขที่พี่แพนพี่จิมมี่ทำออกมา(ขออ้างกระบะ4ประตูครับ) แรงสุดคือเจ้าโด้2.8แถมใน5อันดับแรกเครื่องยนต์ต่ำกว่า3.0ติดถึง3คัน และเจ้าโดัที่พึ่งเปิดตัวไปใหม่ก็ยังปลด2.8เหลือ2.5
ถ้าสถานการณ์เทรนด์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปมันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า all new ครั้งต่อไป จะไม่เห็นดีแม็ก3.0 กับ เรนเจอร์ บีที 3.2 ครับ
-
เป็นไปได้
สงครามราคาแรงมาก
ถ้า ccลง ราคาลงได้ คงไปได้ฉิว วิ่งตาม euro 5, 6, 7
-
ถ้า3.0 แรงม้า 250อัพ แรงบิด600นิวตันก็ไม่แน่
-
ตลาดใหญ่ของปิคอัพคือรถส่งของ ยิ่งประหยัดโอกาสขายได้ก็มาก
ค่ายรถเลยต้อง downsizing engine ลง ไม่งั้นขายสู้ชาวบ้านไม่ได้ แรงพอประมาณ
-
เพื่อลดมลพิษและภาษี ก็เลยต้องลด
-
กระทู้แนวพยายามจะฟันธงหรือคาดการณ์อนาคตเยอะน้ออออออ .......
เป็นไปได้หมดครับ หากทำเครืองเล็กที่ได้แรงเท่าเครื่องที่ใหญ่กว่า ความนิยมเครื่องใหญ่อาจจะน้อยลง
อะไรทำนองนี้ หึหึ
-
ด้วยมลพิษและอัตราภาษี ทำให้ทุกๆค่ายยี่ห้อรถยนต์ ต้องปรับตัวครับ
-
ปรับลงแน่ๆล่ะครับ เรื่องมลพิษเป็นเรื่องใหญ่กว่า
-
ถ้า3.0 แรงม้า 250อัพ แรงบิด600นิวตันก็ไม่แน่
ตรงใจผมเลยครับ ถ้าใช้เทคโนโลยีเดียวกัน อัดแรงม้า แรงบิดให้มากขึ้นอีก ผมว่ายังมีคนเล่นแน่นอนครับ โดยเฉพาะรถขนของ รถขึ้นเขา ขึ้นดอย
และพ่อบ้านใจกล้าทั้งหลายครับ 555
-
มลพิษ กด โจทย์ เครื่องใหญ่ถ้าทำได้ก็ไม่ตาย
-
ผมว่าเป็นไปได้สูงมากๆครับ โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว
-
ราคาน้ำมันก็มีส่วนครับ บ้านเราราคาไม่นิ่ง ลงก็ลงอยู่ได้ไม่นานเดี๋ยวก็ขึ้น ตอนนี้ดีเซลก็ 25 บาทกว่าๆ ดีเซลพิเศษก็ 28 แล้ว ค่ายรถทุกค่ายก็เลยไม่กล้าที่จะดัน เครื่อง 3.0 กัน
ถ้าน้ำมันราคาถูกคงที่ไปตลอด ผมก็อยากเห็นเครื่อง 3000 cc ม้า 200 กว่าตัว แรงบิด 550-600 เพราะคนขับกระกลุ่มสายแรงก็น่าจะมีเยอะอยู่
-
สมัยรุ่นพ่อยังหนุ่มเรื่องนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วนี่ครับ รถสมัยก่อนนี่เครื่องอย่างน้อยต้อง4000ccขึ้นไป V6หรือV8เป็นขนาดที่พบเห็นได้ง่ายในรถทั่วๆไป แต่สมัยนั้นรถญี่ปุ่นยังเพิ่งเริ่มเท่านั้น พอเกิดภาวะราคาน้ำมันขึ้นแล้วรถญี่ปุ่นเข้ามาวางขายในเครื่องที่ขนาดเล็กกว่าการกินน้ำมันน้อยกว่าขนาดของเครื่องก็เลยเล็กลงเรื่อยๆจนมาเหลือแค่1000cc ในรถทั่วๆไป พอมายุคของเราๆก็มาค่อยๆขยับใหญ่ขึ้นเรื่อยๆทีละนิดๆจนมาถึงตอนนี้เทคโนโลยีพร้อมสำหรับเครื่องเล็กแรงเยอะแล้ว การที่รถสมัยใหม่จะความจุเล็กลงเป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น :-X ยิ่งตอนนี้ทั่วโลกเกิดภาวะเศรษฐกิจล้มเหลวความรู้สึกของคนใช้รถยิ่งไปในทางที่ว่าเอาความจุเล็กไว้ก่อนดีกว่าจะได้จ่ายค่าน้ำมันน้อยๆ :-X
-
ถ้าคิดแบบนี้รถบรรทุกใหญ่คงสูญพันธุ์ ซึ่งมันไม่จริง
ตลาดคงแยกรุ่นเพื่อความต้องการที่หลากหลายมากขี้นมากกว่า
-
ขนาดประเทศที่คนใช้ที่บ้าสูบเยอะ ซีซีโหด
อย่างอเมริกา
ทุกวันนี้ยังหันมาลดสูบ ลดความจุ เลยครับ
อันใกล้คงยัง แต่ 15-20 ปี คงไม่มีให้เลือกแล้ว